มหาอมตะนิพพาน แดนสราญบรมสุข อยู่ดีไม่มีทุกข์ พบสุขสันติ์นิรันดร์กาล อยากไปก็ไม่ยาก ต้องถอนรากหักโคนราน ตัณหา-อุปาทาน กิเลสมารโลภ-โกรธ-หลง "ละชั่ว"-"ทำดี"พร้อม มนัสน้อมจิตมั่นคง "ชำระใจสะอาด"ยง- ยืนธำรงตราบวันตายฯ.....
Group Blog
 
All Blogs
 

***จุลสุขาวดีวยุหสูตร***


*****จุลสุขาวดีวยุหสูตร*****



ขอนอบน้อมแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น......



1)ข้าพเจ้าได้สดับมาดังนี้....ครั้งหนึ่ง สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า เสด็จประทับอยู่ ณ กรุงสาวัตถี ที่เชตวันมหาวิหารของอนาถบิณฑิกเศรษฐี พร้อมด้วยหมู่ภิกษุบริษัทจำนวนมาก เป็นต้นว่า หมู่ภิกษุ 1,250 รูป ผู้ซึ่งได้อภิญญา 5 เป็นผู้มีอาวุโส เป็นพระสาวกชั้นผู้ใหญ่ และเป็นพระอรหันต์ เช่น พระสารีบุตรผู้มีอายุ พระมหาโมคคัลลานะ พระมหากัสสป พระมหากัปปิณะ พระมหากัจจายนะ พระมหาโกษทิละ พระเรวัตะ พระสุทธิปันธกะ พระนันทะ พระอานนท์ พระราหุล พระควัมปติ พระภรทวาช พระกาลุทายี พระวัดกุละ และพระอนิรุทธะ พระองค์เสด็จประทับอยู่ พร้อมด้วยพระมหาสาวกอื่นๆ และพร้อมด้วย หมู่พระโพธิสัตต์ผู้ทรงคุณธรรมทั้งหลาย เช่น พระมัญชุศรีผู้เป็นเจ้า พระโพธิสัตต์เจ้าพระอชิตะ พระโพธิสัตต์คัณธหัสติน พระโพธิสัตต์นิตโยทยุกตะ พระโพธิสัตต์อนิกษิปตธุระ พระองค์เสด็จประทับอยู่ พร้อมด้วยท่านทั้งหลายเหล่านี้ และเหล่าโพธิสัตต์ผู้ทรงคุณธรรมองค์อื่นๆอีกเป็นจำนวนมาก และพร้อมด้วยท้าวสักกะ พระอินทร์ หรือราชาแห่งเทพ และพระพรหมสหัมปติ พร้อมด้วยเหล่าเทพเทวดาทั้งหลาย นับจำนวนหลายร้อยพันนยุต พระพุทธองค์เสด็จประทับอยู่ที่สาวัตถี....

(หมายเหตุ-1 นิยุต=เลข 1 ที่มีเลข 0 ตามหลัง 42 ตัว)



2)ครั้งนั้น สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสปราศรัยกับพระสารีบุตรแล้ว จึงตรัสว่า

“นี่แน่ะ สารีบุตร หลังจากที่เธอได้ออกจากที่นี่ ไปเที่ยวทั่วทั้งร้อยพันโกฏิพุทธเกษตรแล้ว มีพุทธเกษตรหนึ่งทางทิศตะวันตก มีชื่อว่า “สุขาวดี”(ดินแดนบรมสุข) และมีพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงพระนามว่า “พระอมิตายุส” ทรงเป็นพระอรหันต์สัมมาสัมพุทธะ เสด็จประทับ และทรงงสั่งสอนธรรมอยู่ ณ ที่นั้น

“สารีบุตร เธอคิดบ้างไหมว่า อะไรเป็นเหตุให้โลกธาตุนั้น ได้ชื่อว่า “สุขาวดี”?

นี่แน่ะ สารีบุตร ในสุขาวดีโลกธาตุ สรรพสัตว์ไม่มีความทุกข์ ทั้งทางกาย และทางจิตใจ มีสถานที่อำนวยความสุขให้เป็นจำนวนนับไม่ถ้วน ด้วยเหตุนี้แหละ โลกธาตุนั้น จึงได้ชื่อว่า “สุขาวดี”


3)นี่แน่ะ สารีบตร สุขาวดีโลกธาตุนั้น ตกแต่งเป็น 7 ชั้น มีต้นปาล์มปลูกเป็นแถว 7 แถว มีระฆังร้อยเป็นสาย รายล้อมอยู่รอบด้าน งดงาม สุกใสด้วยอัญมณีทั้ง 4 มีสีทอง-เงิน-นิลมณี-และแก้วผลึก......พุทธเกษตรแห่งนั้น ตกแต่งประดับประดา ด้วยลักษณะพิเศษเฉพาะตัวอย่างงดงามประเสริฐสุด.......

4)อีกประการหนึ่งนะ สารีบุตร ในสุขาวดีโลกธาตุนั้น มีสระบัว ที่ตกแต่งด้วยสัตตรัตน์(แก้วเจ็ดประการ) คือ ทอง-เงิน-นิลมณี-แก้วผลึก-มุกแดง-เพชร-และปะการัง สระเหล่านั้น มีน้ำเต็มเปี่ยม น้ำนั้น มีคุณสมบัติที่ประเสริฐ 8 ประการ(ใสบริสุทธิ์-เย็นสดชื่น-หวานอ่อน-อุดมสมบูรณ์-สงบนิ่ง-มีพลังปกป้องกันความอดอยาก-ให้ผลผลิต)....น้ำในสระเหล่านั้น ขึ้นสูงถึงท่าข้าม และท่าอาบน้ำ จนกระทั่งแม้แต่นกกา ก็สามารถก้มลงดื่มได้ สระเหล่านั้น โปรยปรายด้วยทรายทอง ในสระเหล่านี้ทั้ง 4 ด้าน มีบันไดที่สวยงาม สุกใสด้วยอัญมณีทั้ง 4 คือ ทอง-เงิน-นิลมณี-และแก้วผลึก ทุกๆด้านของสระบัวเหล่านี้ มีต้นอัญมณีปลูกอยู่ ล้วนสวยงามสุกใสไปด้วยสัตตรัตน์ มีทอง-เงิน-นิลมณี-แก้วผลึก-มุกแดง-เพชร-และปะการัง และในสระเหล่านั้น มีดอกบัวขึ้นอยู่ บัวสีน้ำเงิน-ก็เป็นสีน้ำเงินสวยงามน่าชม บัวสีเหลือง-เป็นสีเหลืองสวยงามน่าชม บัวสีแดง-เป็นสีแดงสวยงามน่าชม บัวสีขาว-เป็นสีขาวสวยงามน่าชม แต่ละดอก มีขนาดใหญ่เท่าล้อรถ......


5)"นี่แน่ะ สารีบุตร อีกประการหนึ่ง ในพุทธเกษตรแห่งนั้น มีดนตรีสวรรค์บรรเลงอยู่ตลอดเวลา ที่นั้น มีพื้นดินเป็นสีทองสวยงาม และในพุทธเกษตรแห่งนั้น มีฝน"ดอกมณฑารพ" อันเป็นทิพย์ ตกลงมาทุกวัน วันละ 3 ครั้ง และทุกคืน คืนละ 3 ครั้ง และบุคคลผู้บังเกิดในที่นั้น ในเวลาก่อนเที่ยง เขาจะไปยังโลกธาตุต่างๆ เพื่อถวายสักการะพระพุทธเจ้าทั้งหลาย จำนวนนับร้อนพันโกฏิองค์ เขาจะโปรยปรายดอกไม้จำนวนมากมาย นับร้อยพันโกฏิดอก ถวายพระพุทธเจ้าแต่ละองค์ แล้วจึงกลับมายังโลกธาตุของตน ทันเวลาพักผ่อนตอนกลางวัน พุทธเกษตรแห่งนั้น ประดับตกแต่งด้วยลักษณะพิเศษเฉพาะอย่าง งดงามประเสริฐสุด......

6)อีกประการหนึ่งนะ สารีบุตร ในพุทธเกษตรแห่งนั้น มีหงส์ นกกรวิก และนกยูง นกเหล่านี้ จะมาชุมนุมกันร้องประสานเสียงทุกๆวัน ทุกๆคืน วันละ 3 ครั้ง คืนละ 3 ครั้ง เสียงที่นกเหล่านี้เปล่งออกมานั้น ประกาศถึงคุณธรรม 5 ประการ-พละ 5 (เบญจพล)และขั้นตอนที่จะบรรลุพระโพธิญาณ ทั้ง 7 ขั้น เมื่อคนทั้งหลายในที่นั้น ได้ยินเสียงนี้ จิตใจของเขา ก็จะรำลึกถึงพระพุทธ-พระธรรม-และพระสงฆ์.......

นี่ สารีบุตร เธอคิดหรือเปล่าว่า จะมีคนไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน เช่น นก ในที่นั้น ?......เรื่องนี้ไม่ต้องนึกหรอกนะ เพราะในพุทธเกษตรแห่งนั้น แม้แต่ชื่อของนรก ก็ยังไม่รู้จักเลย เช่นเดียวกัน การจะเกิดในร่างของเดรัจฉาน และในอบายภูมิ ก็ไม่มี แต่นกเหล่านี้ ได้เนรมิตขึ้นมา ตามพระประสงค์ของพระตถาคตเจ้า"อมิตายุส" และนกเหล่านี้ จะส่งเสียงร้อง "เป็นเสียงของธรรม" พุทธเกษตรแห่งนี้ มีลักษณะพิเศษเฉพาะตัวอย่างประเสริฐเช่นนี้......

8)อีกประการหนึ่ง สารีบุตร เมื่อต้นปาล์มที่ปลูกเป็นแถว มีระฆังห้อยเป็นสายอยู่ในพุทธเกษตรแห่งนั้นถูกลมพัด จะเกิดเสียงดังอ่อนหวานไพเราะ ชวนให้เพลิดเพลินจริงๆนะ สารีบุตร เสียงที่เกิดจากต้นปาล์ม และระฆังที่ร้อยห้อยอยู่ เมื่อถูกลมพัดนั้น มีเสียงไพเราะเหมือน"เสียงดนตรีสวรรค์" ที่เหล่าอริยะบรรเลง ด้วยเครื่องดนตรีนับร้อยนับพันโกฏิชิ้นทีเดียว เมื่อคนทั้งหลายได้ยินเสียงนั้น เขาก็จะหวนระลึกถึงพระพุทธ-พระธรรม-และพระสงฆ์ พุทธเกษตรแห่งนี้ มีลักษณะพิเศษเฉพาะตัวที่ประเสริฐเช่นนี้.....


8)นี่แน่ะ สารีบุตร เธอคิดบ้างไหมว่า เพราะอะไร พระตถาคตเจ้าพระองค์นั้น จึงได้มีพระนามว่า "อมิตายุส".....

นี่แน่ะ สารีบุตร ความยืนยาวของพระชนมายุของพระตถาคตเจ้าพระองค์นั้น และอายุของคน ที่อยู่ในที่นั้น ล้วนแต่นับไม่ถ้วนทั้งสิ้น ดังนั้นพระตถาคตเจ้าพระองค์นั้น จึงได้พระนามว่า "อมิตายุส" และเมื่อ 10 กัลป์ที่ล่วงมาแล้วนี่เอง สารีบุตร ที่พระตถาคตเจ้าพระองค์นั้น ได้บรรลุพระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ......

9)นี่แน่ะ สารีบุตร เธอคิดอีกไหมล่ะ ว่าเพราะเหตุใด พระตถาคตเจ้าพระองค์นั้น จึงได้พระนามว่า "อมิตาภะ"?.....นี่แน่ะ สารีบุตร แสงอันงดงามของพระตถาคตเจ้าพระองค์นั้น ส่องไปได้ทั่วทุกพุทธเกษตร ด้วยเหตุนี้ พระตถาคตเจ้าพระองค์นั้น จึงได้พระนามว่า "อมิตาภะ".......

นี่แน่ะ สารีบุตร หมู่สาวกของพระตถาคตเจ้าพระองค์นั้น ล้วนเป็นผู้บริสุทธิ์ น่าเคารพเลื่อมใส มีอยู่เป็นจำนวนมากมาย จนไม่อาจนับให้ถ้วนได้ พุทธเกษตรแห่งนั้น มีลักษณะพิเศษเฉพาะตัวที่ประเสริฐสุดเช่นนี้.....


10)อีกประการหนึ่งนะ สารีบุตร ในหมู่บุคคลผู้ไปบังเกิดในพุทธเกษตรของพระตถาคตเจ้าอมิตายุส เป็นพระโพธิสัตต์ผู้บริสุทธิ์ จะไม่เวียนกลับมาอีก และจะเกิดอีกเพียงชาติเดียว จำนวนของโพธิสัตต์ทั้งหลายเหล่านี้ก็เช่นกันนะสารีบุตร มีมากมายเสียจนไม่อาจนับได้ถ้วน นอกจากจะคาดคะเนเอาว่า มีจำนวนเป็นอสงไขยทีเดียว.....

นี่แน่ะ สารีบุตร บุคคลทั้งหลาย ควรจะตั้งใจ สวดมนต์อธิษฐานถึงพุทธเกษตรแห่งนั้น เพราะเหตุใดนั้นหรือ? เพราะว่า เขาจะได้ไปอยู่ในที่นั้น พร้อมด้วยหมู่ชนอันประเสริฐ สรรพสัตว์ทั้งหลาย ไม่ได้ไปบังเกิดในพุทธเกษตรแห่งนั้นของพระตถาคตเจ้าอมิตายุส เพราะได้รับรางวัล หรือผลแห่งความดี ที่ได้กระทำในปัจจุบันชาติ หากแต่ว่า ถ้ากุลบุตร กุลธิดาใดๆ ได้สดับพระนามของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอมิตายุส พระตถาคตเจ้า แล้วจดจำรำลึกไว้ในใจ และรำลึกถึงอย่างแน่วแน่ เป็นเวลา 1-2-3-4-5-6-7 คืน ก็ดี เมื่อกุลบุตร กุลธิดานั้นๆใกล้ถึงกาลมรณะ พระอมิตายุส ตถาคตเจ้าพระองค์นั้น แวดล้อมด้วยหมู่สาวกบริวาร และพระโพธิสัตต์เจ้าทั้งหลาย จะมาปรากฏอยู่เบื้องหน้าเขา ในขณะที่เขาจะมรณะ และเมื่อเขามรณะไปแล้ว ก็จะไปบังเกิดในสุขาวดีโลกธาตุ พุทธเกษตรของพระอมิตายุสตถาคตเจ้า นี่แน่ะ สารีบุตร เพราะได้เห็นเหตุและผลดังนี้แล้ว ดังนั้น เราจึงกล่าวได้ว่ากุลบุตร กุลธิดาทุกๆคน ควรจะตั้งใจ สวดมนต์อธิษฐานถึงพุทธเกษตรแห่งนั้น....

11)และ นี่แน่ะ สารีบุตร ขณะที่เรากำลังสรรเสริญโลกธาตุนั้นอยู่ ทำนองเดียวกับทางทิศตะวันออกนั้นนะ สารีบุตร พระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์อื่นๆ มีจำนวนมากมาย เท่าเม็ดทรายในคงคานทีมี พระตถาคตเจ้าอักโษภยะ พระตถาคตเจ้าเมรุธวาช พระตถาคตเจ้ามหาเมรุ พระตถาคตเจ้าเมรุประภาษา และพระตถาคตเจ้ามัญชุธวาช เป็นอาทิ ต่างกล่าวคำบรรยายสรุป พุทธเกษตรของตน แล้วทรงแสดงอภินิหารให้เห็น รัลรองเรื่องราวของพระผู้เป็นเจ้า เรียกว่า "ความกรุณาของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย" ซึ่งขยายให้เห็นถึง ความประเสริฐสุดของพระองค์อย่างไม่น่าเชื่อ......


12)ในด้านทิศใต้ก็เช่นกัน พระพุทธเจ้าทั้งหลาย จำนวนมากมายเท่าเม็ดกรวดทรายในคงคานที มีพระตถาคตเจ้าจันทราสุริยาประทีป พระตถาคตเจ้ายศประภา พระตถาคตเจ้ามหารจิสกันธ พระตถาคตเจ้าเมรุประทีป พระตถาคตเจ้าอันตวีรยะ ต่างกล่าวคำบรรยายสรุปถึงพุทธเกษตรของตน แล้วทรงแสดงอภินิหารให้เห็น.....

13)ในด้านทิศตะวันตกก็เช่นเดียวกัน พระพุทธเจ้าทั้งหลาย จำนวนมากมายเท่าเม็ดทรายในคงคานที มีพระตถาคตเจ้าอมิตายุส พระตถาคตเจ้าอมิตสกันธะ พระตถาคตเจ้าอมิตะธวัช พระตถาคตเจ้ามหาประภา พระตถาคตเจ้ามหารัตนเกตุ พระตถาคตเจ้าศทธารัศมีประภา เป็นอาทิ ต่างกล่าวคำบรรยายสรุปถึงพุทธเกษตรของตน แล้วทรงแสดงอภินิหารให้ดู......

14)ในด้านทิศเหนือก็เช่นกัน พระพุทธเจ้าทั้งหลาย จำนวนมากมายดุจเม็ดทรายในคงคานที มีพระตถาคตเจ้ามหารจิตกันธะ พระตถาคตเจ้าไวศวานรนิรโฆษ พระตถาคตเจ้าทุนทุภิสวรนิรโฆษ พระตถาคตเจ้าทัษประธรษะ พระตถาคตเจ้าอาทิตยสัมภวะ พระตถาคตเจ้าชเลนิประภา(ชวลนะประภา) พระตถาคตเจ้าประภากร เป็นอาทิ........

15)ในทิศเบื้องต่ำก็เช่นกัน พระพุทธเจ้าทั้งหลาย จำนวนมากมายเท่าเม็ดทรายในคงคานที มีพระตถาคตเจ้าสิงหะ พระตถาคตเจ้ายศส พระตถาคตเจ้ายศาหประภาวะ พระตถาคตเจ้าธรม พระตถาคตเจ้าธรมธร เป็นอาทิ.......


16)ในด้านทิศเบื้องบนก็เช่นกัน พระพุทธเจ้าทั้งหลาย จำนวนมากมาย ดุจเม็ดทรายในคงคานที มีพระตถาคตเจ้าพรหมโฆษ พระตถคตเจ้านักษตรราช พระตถาคตเจ้าอินทรเกตุธวัชราช พระตถาคตเจ้าคันธโธตตมะ พระตถาคตเจ้าคันธประภาสะ พระตถาคตเจ้ามหารจิสกันธะ พระตถาคตเจ้ารัตนกุสุมสัมปุษปิตคาตระ พระตถาคตเจ้าสาเรนทรราชะ พระตถาคตเจ้ารัตโนตพลศรี พระตถาคตเจ้าสรวารธทรศะ พระตถาคตเจ้าสุเมรุกัลปะ เป็นอาทิ......

17)นี่แน่ะ สารีบุตร ตอนนี้ เธอคิดบ้างไหมว่า เพราะเหตุใด เรื่องราวของพระผู้เป็นเจ้า จึงได้ชื่อว่า "ความกรุณาของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย" กุลบุตร กุลธิดาทุกๆคน ผู้ซึ่งจะได้ยินเรื่องราวของพระผู้เป็นเจ้า และจดจำพระนามของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลายเหล่านั้นไว้ในใจแล้ว จะได้รับพระกรุณาจากพระพุทธเจ้าทั้งหลาย และไม่เวียนกลับมาอีก จะได้บรรลุโพธิญาณ ด้วยเหตุนั้นแหละ สารีบุตร จงเชื่อ ยอมรับ และอย่าสงสัยเรา และพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลายเลย!!

"อย่างไรก็ตาม กุลบุตร กุลธิดาทั้งหลาย จะตั้งใจสวดอธิษฐานถึง"พุทธเกษตร"ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอมิตายุส พระตถาคตเจ้าพระองค์นั้น หรือกำลังกระทำอยู่ขณะนี้ หรือเคยทำมาก่อนแล้ว เขาทั้งหลายเหล่านี้ จะไม่เวียนกลับมาอีก จะได้บรรลุพระโพธิญาณ ไม่ว่าเขาจะได้ไปเกิดในพุทธเกษตรแห่งนั้น ได้ไปเกิดแล้ว หรือกำลังจะไปเกิดก็ตาม ด้วยเหตุนี้แหละ สารีบุตร กุลบุตร กุลธิดา ผู้มีศรัทธาเชื่อมั่นทั้งหลาย ควรอธิษฐานด้วยจิตถึงพุทธเกษตรแห่งนั้น......


18)และขณะที่เรากำลังบรรยายถึงความประเสริฐสุด ที่ไม่อาจมองเห็นได้ของพระพุทธเจ้าทั้งหลายเหล่านั้นอยู่ ณ ที่นี้ สารีบุตร พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลายเหล่านั้น ต่างก็บรรยายถึงความประเสริฐสุด ที่ไม่อาจมองเห็นได้ของเราเช่นกัน

งานอันยากลำบากยิ่งนั้น พระศากยมุนี ผู้ยิ่งใหญ่แห่งศากยะ ได้กระทำสำเร็จแล้ว จากการได้บรรลุอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณในสหาโลกธาตุนี้ พระองค์ทรงสั่งสอนพระสัทธรรม ซึ่งทั่วโลกยอมรับอย่างเสียไม่ได้ ระหว่างเวลาแห่งความเสื่อมทรามลงของกัลป์ปัจจุบันนี้ ระหว่างเวลาแห่งความเสื่อมทรามลงของมนุษย์ชาติ ระหว่างเวลาแห่งความเสื่อมทรามของความเชื่อถือศรัทธา ระหว่างเวลาเสื่อมทรามลงแห่งอายุขัย ระหว่างเวลาแห่งความเสื่อมทรามตามกิเลสตัณหา..........

19)นี่แน่ะ สารีบุตร งานนี้ยากลำบากอย่างที่สุด แม้แต่เราเอง ซึ่งได้บรรลุอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณในสหาโลกธาตุนี้ เราก็ได้สั่งสอนพระสัทธรรม ซึ่งทั่วโลกยอมรับอย่างเสียไม่ได้ ในระหว่างเวลาแห่งความเสื่อมทรามของมนุษย์ชาติ ของความศรัทธา ของกิเลสตัณหา ของอายุขัยและของกัลป์นี้........

20)สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงตรัสเช่นนี้ด้วยความปิติในพระทัย และพระสารีบุตร ผู้ทรงเกียรติคุณ พระภิกษุ และพระโพธิสัตต์ทั้งหลาย ตลอดทั่วโลก พร้อมด้วยเทวดา มนุษย์ และภูติผี ปีศาจทั้งหลาย ต่างพากันแซ่ซ้องสรรเสริญพระวัจนะของพระผู้มีพระภาคเจ้า.........

นี่คือ มหายานสูตร ชื่อว่า "จุลสุขาวดีวยุหะ"

........จุลสุขาวดีวยุหสูตรนี้ คุณสุภาพ ทัดภู่ ได้แปลมาจากหนังสือชุด The Sacred Books of the East,translated by Various Oriental Scholars and edited by F.Max Muller,Vol.XLIX,Buddhist Mahayana Texts.........

พุทธญาณ
Buddhayan@gmail.com





 

Create Date : 21 มีนาคม 2549    
Last Update : 21 มีนาคม 2549 13:48:17 น.
Counter : 306 Pageviews.  


AmataNippan
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




พุทธญาณ แสงทิพย์/เนิน แสงทิพย์/ชัย แสงทิพย์ ฯลฯ

สถาบันแสงทิพย์อริยธรรม -บ้านฉัตรไชย บางเขน

http://www.buddhapoem.com
http://www.buddha-dhamma.com

อีเมล์- BuddhayanSangthip@gmail.com
NernSangthip@yahoo.com
ChaiSangthip@www.com
Friends' blogs
[Add AmataNippan's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.