Group Blog
 
All Blogs
 

ไอติมกับรถเก๋ง

จดหมายขอความช่วยเหลือฉบับหนึ่ง ถูกส่งมายังฝ่ายดูแลลูกค้าของบริษัทรถยนต์แห่งหนึ่ง เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดอ่านข้างในมีใจความว่า

"ผมเพิ่งซื้อรถจากบริษัทของคุณได้ 1 สัปดาห์ ผมพบว่า รถยนต์ของคุณมีปัญหากับไอศครีมรสวนิลา นั่นคือทุกครั้งที่ผมกลับจากที่ทำงาน ผมจะแวะซื้อไอศครีมกลับบ้านเสมอ"

"และทุกครั้งที่ผมซื้อไอศครีมรสวนิลา รถผมจะสตาร์ทไม่ติดทุกครั้งเช่นกัน ผมต้องสตาร์ทอยู่หลายครั้ง กว่าเครื่องจะติด ที่น่าแปลกก็คือ เวลาผมซื้อไอศครีมรสอื่น รถผมกลับไม่มีปัญหาเรื่องการสตาร์ทแต่อย่างใด"

"ด้วยปัญหาเช่นนี้ ผมอยากให้ทางบริษัทส่งช่างมาช่วยตรวจสอบปัญหาที่เกิดขึ้นด้วย"


หลังจากเจ้าหน้าที่อ่านจดหมายฉบับนี้จบ จดหมายถูกว่างไว้ใต้สุดของงานที่เค้าต้องทำ ซึ่งทำให้เค้าลืมจดหมายนี้ไป

ไม่กี่วันถัดมา จดหมายเนื้อความใกล้เคียงเดิมถูกส่งมาอีกครั้งจากลูกค้าคนเดิม เจ้าหน้าที่มีความรู้สึกว่า เรื่องนี้ช่างเป็นเรื่องไร้สาระเหลือเกิน แต่ก็ส่งเรื่องต่อไปเพื่อทำการส่งช่างไปตรวจสอบ

เมื่อช่างเดินทางไปถึง ลูกค้าก็ได้ให้ช่างนั่งรถไปกับเค้าพี่ไปซื้อไอศครีมด้วยกัน แล้วผลที่ได้รับก็คือ ทุกครั้งที่เค้าไปซื้อ ไอศครีมรสวนิลา รถจะสตาร์ทไม่ติดจริง ๆ ต่างจากการซื้อไอศครีมรสอื่น

รถคันนี้ถูกส่งเข้าบริษัทเพื่อทำการตรวจสอบ หลังจากตรวจสอบผลปรากฏว่า "รถคันนี้มีปัญหาในเรื่องของการสตาร์ทเครื่องจริง ๆ นั่นคือ เมื่อทำการดับเครื่องแล้วสตาร์ททันที เครื่องจะสตาร์ทไม่ติด"

ผลของการตรวจสอบถูกนำไปสรุปในเรื่องไอศครีม ได้ว่า ไอศครีมรสวนิลา นั้นเป็นที่นิยมของคนในแถบนั้น เจ้าของร้านจึงนำมาใส่ตู้แช่โชว์จำนวนมากและง่ายต่อการหยิบและชำระเงิน มากกว่า ไอศครีมรสอื่น ๆ ที่ต้องใช้เวลานานกว่า

จากปัญหาเรื่องนี้ทำให้ รถรุ่นนี้ถูกเรียกคืนมาเพื่อแก้ไขทั้งหมด

หลายครั้งในชีวิตเรา เราเองก็มีความสงสัยในบางเรื่อง แต่น้อยคนที่จะกล้าถามในเรื่องที่ตัวเองมีความรู้สึกว่า คนอื่นน่าจะรู้กันหมดแหละ มีแต่เราที่ไม่รู้ ถามไปแล้วก็น่าอาย เลยเก็บความสงสัยนั้นไว้ ไม่ได้รับคำตอบสักที

"ไม่มีปัญหาใดในโลกเป็นปัญหาไร้สาระหรอก ถ้าคนที่ถามต้องการคำตอบจริง ๆ"

"คนที่ไม่รู้ แล้วยอมรับว่าตัวเองไม่รู้ คือคนที่กำลังจะรู้"




 

Create Date : 25 สิงหาคม 2548    
Last Update : 25 สิงหาคม 2548 16:49:47 น.
Counter : 332 Pageviews.  

นักธุรกิจสอนลูก

นักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จคนหนึ่ง ผู้ซึ่งสร้างธุรกิจมาจาก 2 มือเปล่า นั่งมองลูกชายที่กำลังเข้าสู่วัยรุ่น ผู้ซึ่งเป็นความหวังที่จะสานต่อธุรกิจของเค้า เค้ามีความคิดว่า น่าจะเริ่มถ่ายทอดความคิดและประสบการณ์ต่าง ๆ ที่เค้าเรียนรู้มา เพื่อให้ลูกของเค้าสามารถที่จะดูแลธุรกิจต่อไปได้ เค้าจึงชวนลูกชายไปเดินเล่นเพื่อเล่าเรื่องราวประสบการณ์ต่าง ๆ ให้กับลูกชายฟัง

ในขณะที่เดินไปตามท้องถนน เพื่อเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ให้ลูกชายฟัง ลูกชายผู้ซึ่งมีความชื่นชมในตัวพ่อว่าเป็นคนมีความสามารถ และวันนึงอยากจะทำให้ได้อย่างพ่อของเขาบ้าง แล้วทั้งคู่ก็เดินมาพบเด็กคนนึงกำลังร้องไห้ พ่อของเขาจึงเดินเข้าไปถาม

นักธุรกิจ : "ไอ้หนู เป็นอะไร"

เด็กน้อย : "วัวของผมตายครับ วัวตัวนี้ ครอบครัวผมรีดนมมันไปขายเพื่อเป็นรายได้เลี้ยงดูทุกคนในครอบครัว ตอนนี้มันตายไปแล้วไม่รู้จะทำยังไง"

นักธุรกิจ : "ไอ้หนู ร้องไห้ไปก็ไม่มีประโยชน์ วัวเอ็งตายนานยัง"

เด็กน้อย : "เพิ่งตายครับ"

นักธุรกิจ : "งั้นอย่าเสียเวลา ไปเอามีดมา แล่เนื้อมันเอาไปขาย ได้เงินมาเอามาแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนนึงเลี้ยงดูคนที่บ้าน อีกส่วนนึงเอาไปซื้อลูกวัวมา เลี้ยงจนมันโตก็จะใช้รีดนมเอาไปขายใหม่ได้"

เด็กน้อยดีใจที่มีทางออก ขอบคุณนักธุรกิจ แล้วรีบไปจัดการตามที่บอก

ลูกชายของนักธุรกิจได้ฟังดังนั้นก็รู้สึกชื่นชมพ่อของเขาเป็นอย่างมาก จากนั้นทั้งคู่ก็เดินต่อไปพร้อมกับเล่าเรื่องราวต่าง ๆ จนเดินมาพบเด็กอีกคนซึ่งนั่งร้องไห้อยู่เช่นกัน เมื่อลูกชายของนักธุรกิจเห็นก็บอกกับพ่อว่า "พ่อครับ เดี๋ยวผมไปคุยเองครับ" พ่อก็อนุญาต

ลูกนักธุรกิจ : "ไอ้หนู ร้องไห้ทำไม"

เด็กน้อย : "พ่อของผมตายครับ พ่อของผมเป็นทำงานหาเลี้ยงครอบครัว วันนี้พ่อของผมตายแล้ว ไม่รู้จะทำยังไง"

ลูกนักธุรกิจ : "ไอ้หนู ร้องไห้ไปก็ไม่มีประโยชน์ พ่อเอ็งตายนานยัง"

เด็กน้อย : "เพิ่งตายครับ"

ลูกนักธุรกิจ : "งั้นอย่าเสียเวลา ไปเอามีดมา แล่เนื้อพ่อเอ็งเอาไปขาย ได้เงินมาเอามาแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนนึงเลี้ยงดูคนที่บ้าน อีกส่วนนึงเอาไปซื้อเด็กผู้ชายมา เลี้ยงจนมันโตมันก็จะเป็นพ่อเอ็งได้เอง"

เด็กน้อย :


"วิธีคิดสำคัญกว่าวิธีการ"




 

Create Date : 22 มิถุนายน 2548    
Last Update : 22 มิถุนายน 2548 15:00:20 น.
Counter : 249 Pageviews.  

เรื่องของช่างไม้

ชายคนนึงเป็นช่างไม้ฝีมือดี งานของเค้าคือสร้างบ้านให้กับนายจ้าง บ้านแต่ละหลังที่เค้าสร้างนั้นเจ้าของบ้านจะประทับใจทุกคนเนื่องจากความปราณีต บรรจงในทุกรายละเอียด

ชีวิตของช่างไม้คนนี้ได้เดินทางมาถึงจุด ที่เค้าเองคิดว่าเค้าได้เวลาที่จะหยุดพักหลังจากทำงานหนักมาตลอดชีวิต จึงได้บอกกับนายจ้างเรื่องการเกษียณอายุงานของตัวเอง

เมื่อนายจ้างได้รับเรื่องก็รู้สึกเสียสายดายในฝีมือช่างไม้ผู้นี้มาก แต่เข้าใจในความต้องการ จึงบอกกับช่างไม้ฝีมือดีไปว่า

นายจ้าง: "ผมยินดีให้คุณหยุดพัก แต่...ผมอยากจะขอให้คุณช่วยสร้างบ้านให้อีกสักหลัง ซึ่งคงเป็นหลังสุดท้ายในชีวิตคุณ ผมมีที่ดินในจุดที่ดีที่สุดแห่งนึง ฝากคุณช่วยดูแลด้วยนะ"

ช่างไม้รับปากงานชิ้นสุดท้าย ด้วยความรู้สึกจำใจ งานชิ้นสุดท้ายของเค้าถูกสร้างขึ้นอย่างรวดเร็ว ฝีมือและความปราณีต ถูกมองข้าง จุดมุ่งหมายเพียงเพื่อสร้างให้เสร็จให้เร็วที่สุด

เมื่องานเสร็จ ช่างไม้ผู้นี้มองผลงานของตัวเอง มันเป็นบ้านที่แย่ที่สุดตั้งแต่ที่เค้าเคยสร้างมา แต่เค้าก็ได้ทำตามความต้องการของนายจ้างแล้ว เค้าจึงเดินทางไปพบนายจ้างเพื่อขอลา

ช่างไม้: "ผมทำงานเสร็จแล้วนะ หลังสุดท้ายตามที่คุณฝากไว้"

นายจ้าง: "ขอบคุณคุณมาก ๆ ตลอดเวลาที่คุณทำงานอยู่ที่นี่ ผมมีความรู้สึกมั่นใจในบ้านทุกหลังว่าลูกค้าจะต้องพอใจ คุณคือช่างที่ดีที่สุดของผม ผมมีของชิ้นนึงที่อยากจะให้คุณไว้"

นายจ้างหยิบกุญแจบ้านขึ้นมาพร้อมกับยื่นให้เค้า

นายจ้าง: "บ้านหลังสุดท้ายที่คุณสร้างในที่ดินที่ดีที่สุด ผมขอมอบบ้านหลังนั้นให้กับคุณ"

ช่างไม้: ".............."



ความรู้สึกของช่างไม้นั้น ผมคิดว่าหลังจากอ่านจบเราคงรู้สึกคล้าย ๆ กัน ในเรื่องนี้บ้านก็เปรียบเหมือนกับชีวิตของเรา หลายครั้งเราทำงานหนักเพื่อสร้างสิ่งที่ดีที่สุดให้กับชีวิตของผู้อื่น โดยละเลยชีวิตของเราเอง

วันนี้เรากำลังสร้างบ้านของเราเช่นกัน แต่ความแตกต่างของเรากับช่างไม้ก็คือ ช่างไม้ไม่รู้ว่านั้นคือบ้านของเค้า แต่เรารู้ หากช่างไม้รู้ว่าบ้านที่เค้าสร้างหลังสุดท้ายเป็นบ้านของเค้าเอง ผมเชื่อว่าเค้าจะใช้ฝีมือและความปราณีตมากกว่านี้

วันนี้คุณสร้างชีวิตของคุณอย่างไร?






 

Create Date : 03 มีนาคม 2548    
Last Update : 3 มีนาคม 2548 9:54:07 น.
Counter : 300 Pageviews.  

มันสายไปแล้ว

ผู้ชายคนนึง พบว่าตัวเองมีปัญหาตั้งแต่เกิด นั่นคือ เสียงของเค้า ซึ่งแหบอยู่ตลอดเวลา (เสียงแหบจะใช้สัญญลักษณ์ # # แทน " ") เมื่อโตขึ้นเค้าพบว่า เสียงของเค้านั้นก่อให้เกิดปัญหาหลายอย่างในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการงาน หรือความรัก เค้าจึงติดสินใจไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุของอาการผิดปกตินี้

ผู้ชาย : #คุณหมอครับ ช่วยตรวจอย่างละเอียดด้วยครับว่าทำไมเสียงผมถึงเป็นแบบนี้# (กรุณาอ่านแบบเสียงแหบด้วย)

หลังจากการตรวจอย่างระเอียด คุณหมอก็พบสาเหตุ จึงเดินมาอธิบายให้ชายคนนั้นฟัง

ผู้ชาย : #คุณหมอครับ ตกลงผมเสียงแหบเพราะอะไรครับ#
คุณหมอ : "หมอได้ทำการตรวจอย่างละเอียดแล้ว สาเหตุของ เสียงแหบ ของคุณนั้นแปลกมาก"
ผู้ชาย : #แปลกยังไงครับ#
คุณหมอ : "สาเหตุนั้นเกิดจาก อวัยวะเพศของคุณมีขนาดใหญ่เกินไปทำให้มีผลต่อการออกเสียง"
ผู้ชาย : #แล้วผมควรทำไงครับหมอ#
คุณหมอ : "คุณคงต้องเลือกแล้วละ ถ้าคุณต้องการเสียง ก็คงต้องผ่าตัดเปลี่ยนให้มันเล็กลง"
ผู้ชาย : #ผ่าเถอะครับหมอ เสียงแบบนี้ผมไม่เอาดีกว่า#

หลังจากการผ่าตัดผ่านไปหลายชั่วโมง ชายผู้นี้ก็รู้สึกตัวขึ้นในห้องพัก สิ่งแรกที่เค้าลองก็คือ พูด

ผู้ชาย : "โหล ๆ โอ้เสียงไม่แหบแล้ว"

จากนั้นเมื่อถึงเวลาออกจากโรงพยาบาล เค้าจึงไปพบหมออีกครั้งเพื่อขอบคุณ

ผู้ชาย : "ขอบคุณครับหมอ ขอบคุณมาก ๆ ครับ"

คุณหมอยิ้มแล้วก็พยักหน้ารับ


เวลาผ่านไปหลายเดือน

ชายคนนี้กลับมาพบหมออีกครั้งหนึ่งพร้อมกับผู้หญิงอีกหนึ่งคน และบอกกับคุณหมอว่า

ผู้ชาย : "คุณหมอครับ เอ่อ ผมอยากรบกวนคุณหมอให้ผ่าตัดคืนไอ้นั่นให้ผมได้ไหมครับ ตอนนี้ผมแต่งงานแล้วอะครับ แล้วเมียผมก็ไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่"

คุณหมอมองหน้าชายคนนั้น พร้อมกับทำสีหน้าผิดหวัง พร้อมกับพูดออกมาว่า

คุณหมอ : #มันสายไปแล้ว# (อย่าลืมทำเสียงแหบสนิทด้วยนะครับ)

(-*-)a


"ของบางอย่างที่ดูไม่มีคุณค่า อาจเป็นเพราะยังไม่ถึงเวลาใช้มันก็ได้"


#แล้วผู้ชายที่เค้ามาอ่านเรื่องนี้เสียงแหบกันหรือเปล่าครับ หุหุ#




 

Create Date : 08 กุมภาพันธ์ 2548    
Last Update : 8 กุมภาพันธ์ 2548 11:01:24 น.
Counter : 190 Pageviews.  

ปากกาสูญญากาศ

ในยุคแรก ๆ ของการสำรวจอวกาศ ปัญหานึงที่องค์การนาซ่าพบก็คือ บนสภาพไร้น้ำหน้ก (ไม่มีแรงโน้มถ่วง) ปากกาไม่สามารถที่จะเขียนได้เนื่องจากน้ำหมึกลอยและไม่ไหลลงมาทำให้ไม่สามารถจดบันทึกเรื่องราวต่าง ๆ นอกโลกได้

องค์การนาซ่าจึงได้ทำการวิจัยรวมถึง ประกาศไปทั่วอเมริกาว่า หากผู้ใดสามารถคิดค้นปากกาที่เขียนได้ในสภาพไร้น้ำหนักจะมีเงินรางวัลเป็นค่าตอบแทน

จึงได้มีการรวมตัวของนักวิทยาศาสตร์กลุ่มต่าง ๆ เพื่อพัฒนาปากกาสูญญากาศขึ้น แล้วส่งแบบแปลนพร้อมตัวอย่างปากกาเข้าไปประกวดที่องค์การนาซ่า

หลังจากการประกวด ปากกาที่ชนะเลิศนั้น สามารถเขียนได้ในสภาพไร้น้ำหนัก เขียนได้แม้ในน้ำและทุก ๆ สภาพพื้นผิว สามารถเขียนแม้ในช่วงอุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็งไปจนถึงมากกว่า 300 อาศาเซลเซียส โดยการสร้างปากกาชนิดนี้ 1 ด้าม จะใช้เงินเป็นจำนวน 12 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 480 ล้านบาท)

ในขณะที่องค์การนาซ่ากำลังจะเริ่มดำเนินการผลิตนั้น ก็มีจดหมายฉบับนึงถูกส่งมาโดยเด็กประถมคนนึงโดยที่ใจความของจดหมายมีเพียงข้อความเดียวนั่นคือ

"ทำไมคุณไม่ลองใช้ดินสอดูละ"


(-_-')a

"มองที่เป้าหมาย อย่ามองที่ปัญหา"




 

Create Date : 27 มกราคม 2548    
Last Update : 27 มกราคม 2548 12:53:37 น.
Counter : 208 Pageviews.  

1  2  

Alucard
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Alucard's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.