karn1605
Location :
นนทบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add karn1605's blog to your web]
Links
 

 

รูป Before - After





คือวันนี้นั่งว่างๆอยู่บ้าน ว่าจะมารีวิวการทำตา 2 ชั้นต่อให้ดู


ปัญหาก็คือ ดันลืมสมุดไดอารี่ที่จดบรรยากาศการทำและก็หลังจากทำแล้ว ไว้ที่ที่ฝึกงานอ่ะ จะอาศัยนั่งนึกเอาเองตอนนี้ก็ขี้เกียจมาแก้ไขทีหลังอีก เพราะมันก็ผ่านมา 3 เดือนแล้ว


เอาเป็นว่าวันนี้จะลงรูปถ่ายให้ดูเรียกน้ำย่อยก่อนแล้วกันนะคะ เรื่องรายละเอียดอื่นๆเนี่ย รอวันหลัง (ผัดอีกแล้ว T^T) แต่ยังไงๆ ก็จะลงให้ครบทุกตัวหนังสือที่จดไว้ในไดอารี่ให้ได้อ่านกันแน่นอนค่ะ



~(♥ _ ♥)~ ~(♥ _ ♥)~ ~(♥ _ ♥)~ ~(♥ _ ♥)~


ทำตาวันที่ 4/02/2551

ถ่ายรูปหลังทำวันที่ 1/04/2551



~(♥ _ ♥)~ ~(♥ _ ♥)~ ~(♥ _ ♥)~ ~(♥ _ ♥)~






ก่อนทำ ~ ทำหน้าเฉยๆจ้า ไม่ยิ้ม




ก่อนทำ ~ รูปถ่ายหน้ายิ้ม ตาก็ยิ่งเล็กลง T^T อย่าดูเต็มหน้าเลยเนอะเดี๋ยวจะตกใจกัน 55+




หลังทำ ~ ถ่ายหน้ายิ้ม




หลังทำ ~ ทำหน้าเบิกตากว้าง



ยังเห็นว่าชั้นตายังบวมอยู่นะคะ เพราะเป็นรูป Before - After ที่ห่างกันแค่ 2 เดือน แต่มาถึง ณ ตอนนี้ 3 เดือนแล้ว เราถ่ายรูปไว้แล้วแต่สาย USB ของกล้องดันไปอยู่กับน้องซะงั้น รอให้เราได้สาย USB มาก่อนจะอัพรูปให้ดูจ้า (ให้รออีกแล้ว T^T)


ถ้าถามเราว่า ก่อนทำและหลังทำ ทำให้หน้าตาเราเปลี่ยนไปมั้ย ขอตอบว่า เปลี่ยนไปมาก เพราะก่อนทำ เราเป็นคนตาเล็กนิดเดียวเอง นอกจากจะทำให้ดูไม่สวยแล้วเนี่ย การมองเห็นก็แคบด้วย เป็นต้นว่าคนตาเล็กๆ เวลาเหลือบตามองข้างบน เหลือบได้นิดเดียวก็ติดหนังตาซะแล้ว แล้วที่กวนใจสุดๆคือ ตามันเล็กๆทำให้หน้าตาดูเหมือนง่วงตลอดเวลาSmiley ทำให้ไม่ค่อยมีความมั่นใจเวลาส่องกระจก
หรือเวลาไปติดต่อใครที่ไหน เวลาถ่ายรูปก็ออกมาดูไม่สวย
กลายเป็นคนไม่ชอบส่องกระจกเพราะส่องไปพอเห็นตัวเองแล้วจะตกใจ
Smiley
บลาๆๆๆๆ (แหมมีแต่ข้อเสีย - -*)


พอทำตาสองชั้นมาแล้ว ทำให้เรามีความมั่นใจมากขึ้น เวลาถ่ายรูปก็สวยขึ้น (55+) หน้าตาดูเปลี่ยนไป เพราะตอนก่อนเนื่องจากเราขาดความมั่นใจ หน้าตาก็จะอารมณ์นั้นแหละ เป็นพวกไม่มีความมั่นใจ ตอนนี้หรอ มั่นสุดๆ ยิ่งเวลาเบิกตากว้างๆแล้วยิ้มนะ ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองน่ารัก (หลงตัวเองSmiley) วันๆใช้เวลาส่องกระจกเยอะมาก เพราะภูมิใจที่ได้ไปทำตามา 55+ ถามว่ารู้สึกเสียใจมั้ยที่ไปทำ ไม่เลยจ้า ตรงกันข้ามเลย คือจะเสียใจมากหากไม่ได้ไปทำ เพราะทำมานอกจากจะทำให้เรามีลุคที่ดูดีขึ้น มีความมั่นใจขึ้น ยังทำให้เรามองเห็นสิ่งต่างๆได้กว้างขึ้น ก็คือทัศนวิสัยในการมองเห็นดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยจ้า


อยากจะลงรูปหลังจากทำที่ยังไม่ได้ตัดไหมให้ดูอยู่หรอกนะ แต่รอดูไปพร้อมกับรีวิวแต่ละวันไปเลยก็แล้วกันเนอะ ดูตอนนี้เดี๋ยวจะต๊กกะใจ


เจอกันบล๊อคหน้าจ้า


~(♥ _ ♥)~ ~(♥ _ ♥)~ ~(♥ _ ♥)~ ~(♥ _ ♥)~



ปล ทำบล๊อคไม่ค่อยเป็นอ่า งงวุ้ย - -*




 

Create Date : 03 พฤษภาคม 2551    
Last Update : 3 พฤษภาคม 2551 16:50:03 น.
Counter : 202 Pageviews.  

ข้อควรรู้ การเตรียมตัว และวิธีปฏิบัติตัวหลังทำจ้า

        ข้อควรรู้ เรื่องแรก คือการหาข้อมูลค่ะ ว่าจะไปทำตาที่ไหน คลีนิกหรือ รพ. พอได้สถานที่ปุ๊ป เช็คราคาก่อนว่าเท่าไหร่ ช่วงก่อนไปทำตอนหาข้อมูลเนี่ย เห็นได้ชัดเลยว่าบาง รพ. หรือคลีนิกบางแห่ง แพงมากๆ จนไม่รู้ว่าที่แพงๆนั้นมันมาจากไหน เพราะวิธีการรักษาถึงจะต่างกันบ้างในแต่ละที่แต่ก็ไม่น่าส่งผลต่อราคาที่ต่างกันขนาดนั้น(แอบกระซิบว่าบางแห่งต่างกันเป็นหมื่นๆ) ดังนั้น ดูสถานที่ โอเคแล้ว อย่าลืมพิจารณาเรื่องราคาด้วยนะคะ

        อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ แพทย์ผู้ทำการผ่าตัดค่ะ อันนี้แนะนำว่าให้ลองหาดูตามกระแสในอินเตอร์เนตค่ะ   ลองหาเสิร์ชดูนะคะจะมีออกมาเยอะแยะเชียว การระบุตัวแพทย์กับคลีนิกหรือรพ.นี่ก็สำคัญนะคะ สมมติว่าถ้าเราเลือกไปผ่า รพ นี้ แล้วไม่ได้หาข้อมูลเลย พี่ที่ รพ ก็จะจัดแพทย์ให้ ซึ่งแน่นอนว่าเค้าต้องจัดแพทย์ที่ค่อนข้างจะว่างให้เรา (ก็ไม่ได้จะบอกว่าแพทย์ที่ว่างเค้าฝีมือน้อยกว่าแพทย์ที่ยุ่งๆหรอกนะคะ แต่ก็..นะคะ ตามพฤติการณ์แล้วกัน แล้วแต่คนจะชอบ แต่ที่แนะนำให้ใช้บริการแพทย์ที่มีชื่อเสียงเนี่ย มันจะมีผลมากต่อความกังวลทั้งหลายทั้งปวงของคุณหลังผ่าตัด ว่าจะออกมาดีมั้ยอะไรทำนองนี้) ส่วนแพทย์ที่มีชื่อเสียงหน่อย คิวเค้าจะยาวมากๆๆๆ แต่ตาม รพ. หรือคลีนิกเอกชนส่วนใหญาตามใจลูกค้าอยู่แล้วค่ะ ไม่ว่าจะคิวยาวเท่าไหร่ หากเราระบุตัวแพทย์ไป เค้าก็จัดให้อยู่แล้วค่ะ ประสบการณ์เรื่องคิวย๊าวยาวเนี่ย เจอกันบล๊อคหน้าแน่นอนค่ะ

        พอได้สถานที่เรียบร้อย คุณต้องเตรียมหาวันหยุดอย่างน้อยสองสามวัน(มากกว่านี้ยิ่งดี และจะยิ่งดีมากขึ้นสำหรับเด็กหรือนักศึกษาช่วงปิดเทอมที่ไม่ต้องทำอะไร) เหตุผลน่ะหรอคะ ตาหลังทำการผ่าตัดเนี่ย ตาจะบวมมาก และจะทำให้คุณมองอะไรไม่ค่อยชัด โดยเฉพาะหลังผ่าเสร็จวันแรกเนี่ย สุดยอดจริงๆ (ช่วงนั้นดูจำเลยรักไม่ค่อยรู้เรื่องเลย ฟังเสียงเอา หุหุ) รายละเอียดในแต่ละช่วงเวลาของชีวิตหลังผ่าตัด เดี๋ยวติดตามในบล๊อคหน้านะคะ จะลงทั้งรูป เรื่องเล่าวันที่ไปทำ และวันต่อๆไปอย่างละเอียดเลยค่ะ ว่าหลังจากเราไปทำแล้วเนี่ย จะต้องพบเจออะไรบ้างในวันถัดไป


        การเตรียมตัวไปทำ ไม่ต้องแต่งหน้านะคะ เพราะไปถึงก็ต้องล้างอยู่ดีอ่ะ

        ส่วนที่บางคนบอกว่า ให้ใส่เสื้อติดกระดุมหน้าแทนในวันที่ทำการผ่าตัดและวันแรกๆ เพื่อที่ว่าเวลาถอดเสื้อจะได้ไม่ต้องออกทางศีรษะ ตรงนี้จากประสบการณ์ มันไม่จำเป็นเลยอ่ะค่ะ ใส่เสื้อยืดธรรมดาเหมือนปกติก็ได้ค่ะ เวลาถอดก็ค่อยๆถอดเสื้อแค่นั้นเอง แต่วันที่ไปผ่าตัดนี่เค้าไม่ได้ให้ถอดเสื้อนะคะ (เดี๋ยวจะหาว่าพูดเรื่องเสื้อเพราะต้องเปลี่ยนเสื้อ) เค้าจะให้ใส่เสื้อคลุมผ่าตัดและก็หมวก(สีเขียวๆ) แทนค่ะ

        หลังจากทำการผ่าตัดเรียบร้อย แผนกยาก็จะให้ยาและโน๊ตคำแนะนำหลังการทำตาสองชั้นมาให้ค่ะ อ่อ เกือบลืมบอกไป การรีวิวของเราขออนุญาติใช้ประสบการณ์จาก รพ. ที่เราไปทำเป็นหลักนะคะ ที่อื่นอาจแตกต่างจากนี้บ้าง แต่เชื่อว่าในสาระสำคัญไม่น่าจะแตกต่างเท่าไหร่หรอกค่ะ

        ส่วนเรื่องวิธีปฏิบัติตัวหลังทำนี่ ก็จะมีประมาณนี้นะคะ.. (ลอกมาจากที่ รพ. ให้มาค่ะ)
- ประคบด้วยความเย็น 24-48 ชม. ไม่ควรประคบนานกว่านี้ และนอนให้ศีรษะสูงประมาณ 30 องศา
- อาจมีเลือดซึมตามขอบแผลได้บ้าง สามารถเอาผ้าก๊อซที่ปิดแผลออกได้หลัง 24-48 ชม.
- หลัง 2 วันให้ล้างหน้า (แอบดีใจ ^-^) ที่สำคัญคือล้างแล้วให้ซับให้แห้งนะคะ แล้วเอายาที่ได้จาก รพ. มาทาเช้าเย็น
- ชั้นตาจะบวมมากใน 2-3 วันแรก (อยากจะแก้ไขเป็น บวมโคดๆจริงๆเลยค่ะ ฮือๆ) อาจทำให้ลืมตาได้ไม่ค่อยสะดวก (แหงอยู่แล้ว - -*) และเริ่มยุบหลังวันที่ 4 โดยทั่วไปจะยุบ 60-70% ในสัปดาห์แรก 80% ประมาณ 1 เดือน และเป็นธรรมชาติหลัง 3 เดือนขึ้นไปค่ะ
- ไม่ควรใช้สายตามากใน 7 วันแรก แต่ก็ไม่จำเป็นต้องนอนพักผ่อนตลอดเวลา ให้เดินเล่นได้ (ส่วนเราตะเกียกตะกายมาส่งรูปให้เพื่อนทางเมลล์ตั้งแต่วันที่ 2 เลย ฮ่าๆ แต่ได้แค่ส่งรูปนะ เพราะตามันทนไม่ไหวเจรงๆๆๆ ประมาณว่าส่งเสร็จรีบตะเกียกตะกายกลับไปนอนเลย)
- พบแพทย์ตัดไหมใน 5-7 วัน (ก็ 1 อาทิตย์น่ะแหล่ะ เค้าจะนัดอีกที)
- อาจมีตาขาวสีแดงหรือบวมน้ำทำให้เคืองในตา (ข้อนี้เราไม่เป็นอะ) จะค่อยๆดีขึ้นใช้เวลา 1-2 เดือน (เอิ๊กสส์ ดีที่ไม่เป็น) เค้าบอกว่าถ้าเป็นอย่างนี้ให้ลดปริมาณการดื่มน้ำให้น้อยลงนะจ๊ะ สงสัยเพราะเรากินน้ำน้อยอยู่แล้วเลยไม่เป็น อิอิ
- ห้ามขยี้ตาในช่วง 6 เดือนแรก (โหดร้ายย T^T) เพราะจะทำให้ชั้นตาที่เย็บหลุดลงไม่เท่ากันได้ (!!! )
- รอยแผลหางตาจะค่อยๆจางหายไปประมาณ 3-6 เดือน
- ผู้ป่วยบางคนอาจมีรอยฟกช้ำได้ (เราไม่มีอ่ะ) ซึ่งจะหายไปเองใน 2 สัปดาห์

        เรื่องเล่าจากประสบการณ์และรูปหลังทำ เจอกันบล๊อคหน้านะจ๊าา




 

Create Date : 27 กุมภาพันธ์ 2551    
Last Update : 3 พฤษภาคม 2551 16:44:13 น.
Counter : 912 Pageviews.  

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.