Group Blog
 
All Blogs
 

การคลาดเดาเหตุการณ์จากประวัติศาสตร์

สาเหตุการปฎิวัติฝรั่งเศส

เอาง่าย ๆ ตอนนั้นภูเขาไฟระเบิดที่เกาะอังกฤษ ท้องฟ้าไม่เปิดทำให้ทำการเกษตรไม่ได้ พอทำการเกษตรไม่ได้ คนไม่มีกิน แต่ราชวงค์สนุกกันการใช้เงิน

ชนชั้นขุนนาง สนุกกับการเก็บภาษีไม่ช่วยเหลือประชาชน ขุนนางดี่มกินกันอย่างมีความสุข ประชาชนทำงานหนักเพื่อจ่ายภาษี

ไม่อยากจะเขียนอะไรต่อ แต่การพยากรเหตุการณ์อนาคตจากอดีตยังใช้ได้อยู่
ประวัติศาสตร์สอนให้เรารู้ว่าเราไม่เคยเรี่องรู้อะไรจากประวัติศาสตร์เลยหรือว่าจะไม่เคยเรียนประวัติศาสตร์กัน




 

Create Date : 24 กุมภาพันธ์ 2554    
Last Update : 24 กุมภาพันธ์ 2554 19:23:23 น.
Counter : 273 Pageviews.  

Witch-hunt

การล่า แม่มด

ศตวรรษที่ 16-17 จำนวนแม่มดใน สหรัฐอเมริกามีมากถึง 50,000 คน สหรัฐอเมริกาเป็นดินแดนที่ วิชาว่าด้วยคุณไสย(witchcraft ) เป็นที่รู้จัก อย่างเป็นทางการ จำนวนแม่มดในออสเตรเลียและยุโรป อาจจะมีจำนวนมาก พอๆกัน ก็ได้ แต่ไม่เป็นที่เปิดเผย มีการเปิดสอนวิชาการแม่มดทางจดหมายซึ่งมี ผู้สนใจเข้าร่วมมากกว่า 40,000 คน ในสมัยก่อนผู้คนต่างเชื่อว่า การเจ็บป่วยและโชคร้ายนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นเอง เชื่อกันว่าเกิดจากความตั้งใจของแม่มด แม่มดเป็นผลพวงของลัทธิป่าเถื่อน ใช้คุณไสยช่วยเหลือผู้คน รักษาโรค นำโชค แต่คุณไสยสามารถนำมาใช้ในทางไม่ดีได้ด้วย ในสังคมอัฟริกานั้นเชื่อว่า อุบัติเหตุเกิดขึ้นจากแม่มดทั้งสิ้น
ในซูดานและซาอีร์ เชื่อว่า การเป็นแม่มดนั้น เป็นคุณสมบัติที่มีติดตัวมาตั้งแต่เกิด ผู้ที่เป็นอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนเอง เป็นแม่มด สังคมนี้เชื่อว่าความเจ็บป่วยเกิดจากเชื้อโรค ซึ่งตรงกับนิยามทางวิทยาศาสตร์ ผิดแต่เพียงว่า แม่มดเป็นผู้ ควบคุมเชื้อโรคเพื่อสร้างความเจ็บปวดให้กับคนบางคนเท่านั้น
ภาพลักษณ์ของ แม่มดในสังคมยุโรปนั้นไม่ค่อยชัดเจน แม่มดอาจจะเป็นผู้วิเศษที่ช่วยรักษาโรคและ นำโชคดีมาให้ก็ได้ พวกเขาจะรักษาโรคโดยใช้ความรู้ทางยาและสมุนไพรประกอบกับ เวทมนตร์คาถา ภาษา ละติน และฮิบรู ที่โดยมากสืบทอดมาจากพวกเคลต์ (Celtic : ชาติวงศ์เมื่อพัน กว่าปีของยุโรปกลางและยุโรปตะวันตก) นอกจากคุณไสยจะถูกนำมาใช้ในการรักษาโรค แล้ว ยังอาจนำไปใช้ในการสาปแช่ง และทำเสน่ห์ได้ด้วย บุคคลใดเชื่อว่าตนถูกสาป จะต้องไปหาแม่มดเพื่อแก้คำสาปนั้น
เรื่องของคุณไสย และเรื่องเหนือธรรมชาติ เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนในยุคกลาง แม้ในศาสนาคริสต์ พลังเหนือธรรมชาติถูกแสดงได้โดยพระเจ้าเท่านั้น
เรื่องราวของการ ต่อต้านแม่มดและการใช้คุณไสยเริ่มมีขึ้นก่อนยุคกลาง มีผู้วิเศษออกมาก ล่าวหาว่า พระเยซูเจ้าไม่ได้ต่างอะไรกับผู้วิเศษคนหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้มีอำนาจ สูงสุดอย่างองค์กรทางศาสนาอ้าง ตั้งแต่นั้นมาองค์การศาสนาก็ทำการต่อต้าน ผู้วิเศษรวมทั้งแม่มด ฐานแสดงความขัดแย้งต่อพลังอำนาจของพระเจ้า พ.ศ. 2027 องค์กรทางศาสนา โรมันคาทอลิก ประกาศว่า ผู้ใดก็ตามที่ไม่ไช่สมาชิกของศาสนาแต่ปฏิบัติพิธีกรรม การใช้เวทมนตร์ คาถา และมีพลังเหนือธรรมชาติ ถือว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับซาตานและปีศาจ พลังที่ได้มาไม่ได้มาจากพระเจ้า แต่ได้มาจากซาตานและปีศาจ องค์กรศาสนาพยามเผยแพร่ศัตรูของพระเจ้าและ สร้างภาพลักษณ์ให้ชัดเจน
ในช่วงปลายยุคกลาง ปีศาจเริ่มมีรูปร่างชัดเจนมากขึ้น โดยเห็นได้จาก ภาพวาดของพี่น้องลิมเบอร์ก(Limbourg) แสดงให้เห็นว่า ปีศาจนั้น มีเขา มีหาง มีเท้าเป็นกีบ ปีศาจอาจจะออกมาในรูปลักษณ์อื่นเพื่อหลอกลวง
แม่มด ถือว่าเป็นผู้หนึ่งที่ยอมรับและลุ่ม หลงในพลังอำนาจของปีศาจ และถือว่าเป็นสาวกของมัน นั่นเป็นเหตุให้ มีการล่าและกำจัดแม่มดในเวลาต่อมา
ในปี พ.ศ. 2133 พระเจ้าเจมส์ ที่ 6 แห่งสก็อต ได้รับทราบแผนลอบปลงพระชนม์ที่เอิร์ล แห่งโบธเวลล์ (Bothwell) เป็นผู้วางแผนโดย ใช้คุณไสยของแม่มดเป็นเครื่องมือ พระเจ้าเจมส์มีความเชื่อในอำนาจของปีศาจ อยู่แล้ว จึงสืบสวนแม่มดฐานเป็นกบฏ แอกเนส ซิมพ์สัน (Agnes Simpson) หัวหน้าแม่มดถูก นำมาพิจารณาคดีที่ นอร์ธ เบอร์วิก(North Berwick) หลังจากถูกทรมาน
แอกเนสสารภาพถึง กรรมวิธีต่างๆที่ใช้เพื่อพยายามปลงประชนม์แต่ไม่สำเร็จ เนื่องจากพระเจ้า เจมส์ ทรงเป็นสาวกของพระผู้เป็นเจ้า เป็นผลให้พลังอำนาจของปีศาจไม่สามารถทำ อันตรายต่อพระองค์ได้ จากคำสารภาพ ทำให้เหล่าแม่มดมีความผิดจริง จึงถูกประหารโดยการ เผาที่ เอดินเบิร์ก (Edinberg) ส่วน เอิร์ล แห่ง โบธเวลล์ ผู้เป็นราชนัดดา ที่ก่อการทั้งหมดได้ลี้ภัยไปอยู่ประเทศชิลี
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ นอร์ธ เบอร์วิก เป็นจุดเริ่มต้นของการล่าแม่มด แม่มดกลายเป็นคนชั่วร้าย สมควรแก่การล่า สังหารโดยการแขวนคอหรือเผาทั้งเป็น นักประพันธ์ผ็ยิ่งใหญ่อย่างวิลเลียม เชกส์เปียร์ (William Shakespeare) ก็ได้นำเหตุการณ์ที่ นอร์ธ เบอร์วิก มาเขียนเป็นละคร และจัดแสดงต่อหน้าพระพักตร์ที่พระราชวัง แฮมพ์ตัน (Hamton) เนื้อหาของละคร เป็นไปตามเหตุการณ์จริงที่แอกเนสสารภาพ

ในปี พ.ศ. 2029 มีการพิมพ์คู่มือ พฤติกรรมแม่มด เพื่อช่วยในการจับและล่า ในคู่มือจะบอกว่า ส่วนใหญ่แม่มดจะ เป็นผู้หญิง เพราะผู้หญิงอ่อนแอกว่าผู้ชาย จึงถูกปีศาจหลอกได้ง่ายกว่า วิธีที่จะทำให้แม่มดยอมรับสารภาพคือ การทรมานโดยวิธีต่างๆ เช่น การตอกเล็บหรือการทรมานอื่นๆ บางคนต้องยอมรับสารภาพเพราะทนความเจ็บปวด ไม่ไหว
บางสมัยมีการ สังหารหมู่เหล่าแม่มดในคราวเดียวถึง 600-900 คน วันหนึ่งๆมีผู้หญิงที่ต้องตายเนื่องจากการ ล่าแม่มดนับพันคน มีตัวอย่างในสมัยพระเจ้าโยฮันจอร์จที่ 2 (Gohannes Georg II ) แห่งเยอรมัน โยฮันเนส จูนิอุส ไม่เห็นด้วยสำหรับการสร้างโรงสำหรับทรมานแม่มดโดยเฉพาะ จึงถูกจำและกล่าว หาว่าเป็นแม่มด ในที่สุดก็ต้องยอมรับสารภาพและเสียชีวิตเพราะทนรับการ ทรมานไม่ไหว
ไม่มีหลักฐาน แน่ชัดว่า เพราะสาเหตุใดความเชื่อเกี่ยวกับการล่าแม่มดและแม่มดเสื่อมสลายไป อาจจะเป็นไปได้ว่า ความเจริญทางวิทยาศาสตร์ในพุทธศตวรรษที่ 23 เบี่ยงเบนความ สนใจ หลังจากนั้นแม่มดไม่ค่อยเป็นที่พบเห็น มีเพียงคนทรงและผู้วิเศษที่ยังพบเห็นกันอยู่ ในพุทธศตวรรษที่ 21-22


จาก http://www.yimwhan.com/board/show.php?user=HW-magicschool&topic=13&Cate=5




 

Create Date : 28 พฤษภาคม 2553    
Last Update : 28 พฤษภาคม 2553 18:28:47 น.
Counter : 335 Pageviews.  

เรื่องเมื่อปี 2519 นะค่ะ คิดว่าปีนี้

น้อง ถามคำถามยอดฮิต ที่หาคนตอบแบบตรงๆได้ยากมาก เพราะจนบัดนี้ เหตุการณ์ผ่านมาตั้ง 20 กว่าปีแล้ว ยังไม่ได้มีการสะสางอย่างเป็นทางการ หรือ แม้แต่พยายามหาคนที่ทำผิด (กฎหมาย) มาลงโทษเลย เหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 ไม่เหมือนการรัฐประหารครั้งก่อนๆ ที่มีหัวหน้าคณะรัฐประหารออกมาแสดงความรับผิดชอบ ซึ่งเมื่อชนะก็ได้เป็นรัฐบาล ถ้าแพ้ก็ถูกจับขังหรือลี้ภัยไปต่างประเทศ เบื้องหน้าของเหตุการณ์นี้ แรกๆเป็นการปลุกให้ประชาชนที่จงรักภักดีต่อสถาบันกษัตริย์ ออกมาต่อต้าน จนถึงทำลายล้าง ขบวนนักศึกษาประชาชนที่ชุมนุมใน ม.ธรรมศาสตร์ ด้วยข้อกล่าวหาว่าเป็นการชุมนุมของคอมมิวนิสต์ต่างชาติที่ต้องการล้ม กษัตริย์ (จริงๆแล้วพวกเขามาชุมนุมด้วยเรื่องไร น้องคงหาข้อมูลได้ไม่ยากจากเว็บนี้) ต่อมาก็ส่งกองกำลังติดอาวุธของรัฐเข้าล้อมปราบ ผู้ชุมนุมที่รอดตายมาได้ก็ถูกจับ และมาถูกตั้งข้อหาตอนอยู่ในเรือนจำ (จับก่อนตั้งข้อหาทีหลัง) ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นข้อหาฉกรรจ์ประเภทล้มล้างการปกครองของประเทศทั้งสิ้น บางคนโดนข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพผนวกเข้ามาด้วย ผู้ต้องขังส่วนใหญ่ได้รับการปล่อยตัวในเวลาต่อมาไม่นานนัก เหลืออยู่ 19 คน ที่คิดว่าเป็นหัวโจก ศาลพิจารณาคดีอยู่เป็นปีสองปีก็ตัดสินให้ผิดตามที่กล่าวหาไม่ได้ (ทั้งที่อ้างว่าพบหลักฐานมากมายในธรรมศาสตร์) สุดท้ายก็ต้องสั่งปล่อยตัวทั้งหมด ผ่านกฎหมายนิรโทษกรรม ไม่มีการชดเชยค่าเสียหาย และฝ่ายเสียหายก็ฟ้องกลับไม่ได้ เพราะการออกกฎหมายนิรโทษกรรม เท่ากับยกโทษให้ทุกฝ่าย ให้เรื่องยุติลงแบบนั้น...

เบื้องหน้าอย่างที่เล่ามา ชวนให้คนตั้งคำถามถึงเบื้องหลังได้ไม่ยาก กลายเป็นคำถามยอดฮิตที่ชวนติดตาม อย่างที่สุด เพราะเรื่องมันไม่ได้จบลงแบบสมเหตุผล ไม่ได้เปิดโอกาสให้มีการพิจารณาคดีถึงที่สุดตามกระบวนการยุติธรรมสากล แม้เหตุการณ์ดังกล่าวมีร่องรอยการละเมิดกฎหมายปรากฏอยู่มากมาย หาหลักฐานเอาตัวคนทำผิดมาลงโทษได้ไม่ยาก (มีทั้งรูปถ่าย เทปเสียง คำให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อทั้ง นสพ. วิทยุ โทรทัศน์ ของประเทศ ) และ...อาจสามารถสืบสวนไปถึงผู้บงการตัวจริงได้ แต่กลับจบแบบห้วนๆ ด้วยกฎหมายนิรโทษกรรม ชวนให้คิดไปได้ว่า บางทีศาลอาจมองเห็นทางตันของคดี ถ้าจะพิจารณาคดีต่อไปโดยอาศัยหลักนิติรัฐศาสตร์อย่างโปร่งใส จนได้คำตัดสินออกมาถึงที่สุดแล้ว (เริ่มมีแนวโน้มเปลี่ยนที่กันระหว่างโจทย์กับผู้ต้องหา...อาจสาวไปถึงผู้ อยู่เบื้องหลัง) ถ้าสังคมยังไม่อาจยอมรับผลการตัดสินได้ สถาบันยุติธรรมก็จะสั่นคลอน ชวนให้คิดต่อไปว่าผู้อยู่เบื้องหลังน่าจะต้องเป็นผู้ที่ไม่ใช่นักรัฐประหาร ธรรมดา แต่จะต้องเป็นผู้มีอิทธิพลสูงสุดทีเดียว ขนาดสามารถสั่งการให้กองกำลังของรัฐ ปฏิบัติการโหดกับประชาชนได้โดยไม่ต้องมีหนังสือคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษร (ให้มีหลักฐานมัดตัว) จากสายบังคับบัญชา จนถึงวันนี้เราจึงพูดอย่างเจาะจงไม่ได้ว่าใครอยู่เบื้องหลังกันแน่ แต่กระนั้นก็มีเรื่องชวนให้คิดได้หลายทาง ไม่ใช่คิดจากอคติ แต่คิดจากการปะติดปะต่อเรื่องราวที่เป็นข่าวออกมาในช่วงนั้น จากการวิเคราะห์ความน่าจะป็น ..........แต่ถ้าน้องอยากได้คำตอบแบบระบุตัวคนผู้อยู่เบื้องหลัง คงต้องรอให้ขบวนการยุติธรรม มีความกล้าหาญมากกว่าที่เป็นอยู่ หรือถ้าจะให้ถูก ต้องพูดว่า คงต้องรอให้ประชาชนไทยมีอิสระทางความคิดมากกว่าที่เป็นอยู่ ตอบอย่างเป็นทางการแบบนี้ก็แล้วกันนะน้อง.......!

จาก
http://www.2519.net/newweb/1.html




 

Create Date : 23 พฤษภาคม 2553    
Last Update : 23 พฤษภาคม 2553 22:32:13 น.
Counter : 257 Pageviews.  

จุดยีนทางการเมีอง

จริง ๆ เรื่องการเมีองว่าจะไม่เขียนแล้วนะ แต่มันอดไม่ได้จริง ๆ
เราก็ไม่ใช่คนที่มีความรู้เรื่องการเมืองมากมาย
แต่มันทนไม่ได้ที่เห็นคนไทย สะใจกับการตายของคนอื่น
แม้เขาอาจจะผิด แต่ถ้าเขาตายเขาก็มีพ่อแม่ พี่น้องเหมือนกัน
ทนไม่ได้ที่คนร้องไห้ให้กับเมืองที่ถูกเผา ที่มันมีเงินก็สร้างใหม่ได้
แต่ยินดีกับการตาย แล้วยังมีความคิดว่ามันน่าจะฆ่าให้หมดอีก

เราทนไม่ได้ที่ปากบอกประเทศไทยเป็นประชาธิปไตย
แต่ถ้าใครสักคนจะไม่รักใครสักคน เขาโดนคว่ำบาตรจากสังคม
ทนไม่ได้แค่เป็นพวกไพร่แดง ที่ความเห็นไม่ตรงกับเขา
แต่ถูกสังคมตัดสินว่าเลวแล้ว แล้วยังหน้าด้านบอกว่าเป็นประชาธิปไตย
ไม่มีสิทธิแม้แต่จะเลือกที่จะรักหรือไม่รักใครสักคน
ไม่มีสิทธิที่จะเชี่อหลักการทางการเมือง
คนพวกนี้ไม่เคยเคารพผู้อื่น แต่ชอบยกตัวให้สูงกว่าตัวอื่น
มันน่าขำสังคมไทย เมืองพุทธที่เป็นประชาธิปไตย

ใครจะว่าเราอยู่เมืองนอกแล้วลืมบุญคุณข้าวไทยเราก็ยอม
ใครจะว่าเราเป็นพวกเสื้อแดง เอาก็เอาว่ะ แม้ว่าเราจะเกลียดทักษิณด้วย
จะเอาข้อหาอื่นอีกก็ได้ ว่ามาเลย ถ้าเราเคารพสิทธิ เคารพความคิดผู้อื่น
ถ้าเราเป็นคนที่เห็นคุณค่าชีวิตคนมากกว่าวัตถุ
เรายอมเป็นคนเลว เรายอมโดนคนคว่ำบาตร เรายอมทุกอย่าง




 

Create Date : 22 พฤษภาคม 2553    
Last Update : 22 พฤษภาคม 2553 2:59:40 น.
Counter : 274 Pageviews.  

50 ปีผ่านไป ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

เราได้ไปอ่านหนังสือเล่มหนี่ง เรื่องแม่ ของ Maxime Gorki ที่จิตร ภูมิศักดิ์ แปล
หลังจากนั้นเราชอบ คนชื่อ จิตร ภูมิศักดิ์จังเลย หลังจากนั้น เราพยายามหาข้อมูลของจิตร ภูมิศักดิ์

จิตร โดนโยนบกจนหลังหัก แต่แปลกคนโดนพักการเรียนไม่ใช่กลุ่มคนที่โยนจิตร ลงจากเวที
แต่เป็นจิตร เอง เราไม่เข้าใจ ว่าจิตผิดอะไร ถ้าใครสักคนจะเขียนบทความทางความคิดที่มันขัดแย้งกับรัฐบาล ขัดแย้งกับความเชี่อมาแต่โบราณ คือคนเลว ถ้าคิดแบบนั้นทั้งประเทศ ประเทศไทยคงจะอยู่กับที่ ไม่มีการที่จะพัฒนาทางความคิด
เราเห็นว่าจิตรเป็นนักวิชาการ จะเขียนบทความขัดแย้งกับรัฐบาลคงไม่ผิด เพราะคนมีสิทธิเสนอความคิด

ปี 2509 จิตร ภูมิศักดิ์ โดนยิงตาย อายุได้ 35 ปี เพราะข้อหาคอมมิวนิสต์ แต่ก่อนหน้านั้น จิตร โดนจับใส่คุกด้วยข้อหา สมคบกันกระทำความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายใน และภายนอกราชอาณาจักรและกระทำการเป็นคอมมิวนิสต์ เราไม่เข้าใจว่า อาจจะเกิดจากความคิดไปขัดแย้งกับรัฐบาล ใคร ๆ ก็เห็นว่าจิตร เป็นแค่ไอ้คอมมิวนิสต์ คนหนี่ง ชีวิตไม่มีค่าอะไร

แต่สมัยนี้ เกือบ 50 ปีผ่านมา ถ้าจิตไม่โดนยิงตาย ไม่โดนใส่ร้าย ลองคิดดูเล่น ๆ ถ้าจิตร ไปเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัย จิตรจะผลิต ผลเมีองที่มีคุณภาพทางความคิดได้มากเท่าไหร่ ถ้าจิตร มีชีวิตอยู่ ประวัติศาสตร์ไทยจะพัฒนาเท่าไหน


เวลาผ่านไปจิตรก็ชนะ หนังสือของจิตร 3 เล่มอยู่ในหมวดหนังสือ 100 เล่มที่คนไทยควรอ่าน (แต่เหตุหมายคำไทย ลาวฯ เราอ่านยังไม่รู้เรี่องเลย สงสัยโง่)


เวลาผ่านไปเกือบ 50 ปี ไม่ได้ช่วยอะไรสังคมไทยได้เลย ตอนนี้ใครเห็นขัดแย้งกับรัฐบาล โดนสังคมพิพาษาไปแล้ว ไม่ใช่แค่รัฐบาล ช่างน่าสงสารสังคมไทยที่ไม่เคยที่กลับไปดูประวัติศาสตร์เลย





 

Create Date : 21 พฤษภาคม 2553    
Last Update : 22 พฤษภาคม 2553 3:17:32 น.
Counter : 283 Pageviews.  

1  2  

มนชิจัง
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add มนชิจัง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.