Group Blog
 
All blogs
 

...พาเที่ยว Mount. Kinabalu ฉบับคนยาก: The Whitehead's Story...

ดองจนได้ที่....ว่ะฮ่าๆๆ

ที่จั่วหัวไว้ก่อนว่าฉบับคนยาก ไม่ได้หมายถึงยากจนยาจก แต่หมายถึง
1. ชอบไปอะไรที่มันยากๆ ...เที่ยวสบาย กินหรู นอนไฮโซไม่ถนัด
2. บล๊อกนี้จะเป็นบล๊อกนำเที่ยวที่อ่านยากที่สุดตั้งแต่ blogger อุบัติขึ้นบนโลก cyber

ที่ยากเพราะจะเต็มไปด้วยศัพท์แสงทางวิทยาศาตร์ที่แค่เห็นก็ชวนสยอง อย่างเช่น Calyptomena หรือ Trogonidae ...เรัยกว่าใครที่ไม่ได้อ่าน text book เป็นเล่มๆปูพื้นฐานไว้ก่อนรับรองว่าไม่รู้เรื่องแน่ ฮ่าๆ (เชื่อก็บ้าแล้ว จริงๆเขียนไม่ได้เรื่องต่างหาก)
..
...
.....
......
Photobucket

ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ซักเดือนกว่าๆ ข้าพเจ้าได้มีวาสนาไปดูนกถึงเมืองนอกเมืองนา ซึ่งจะว่าไปแล้วก็เป็นความรั้นของข้าพเจ้าเองที่อยากแดะไปดูนกถึงเมืองนอก เมืองไทยเราดูยังไม่หมดเล้ยย

งวดนี้ไปไกลถึง เมาท์ คินาบาลู เลยต้องลางานยาว สิริรวมตลอดทริป 10 วัน กลับมานอกจากร่างกายที่บอบช้ำแล้ว ยังโดนรุมจิกจากบรรดาเพื่อนร่วมงานกันอย่างถ้วนหน้า...เป็นนักดูนกนี่มันลำบากกก

คินาบาลู อยู่ตรงไหนของแผนที่โลก หากเราใช้ google จะบอกเราว่ามันคือเมืองเล็กๆในรัฐซาห์บาห์ (Sabar) ทางทิศเหนือของเกาะบอร์เนียว เกาะใหญ่บริเวณเส้นศูนย์สูตรใกล้กับเกาะชวาของอินโดนิเซีย

Photobucket

จุดหมายปลายทางของข้าพเจ้าในครั้งนี้คืออุทยานแห่งชาติและภูเขาคินาบาลู ภูเขาที่มียอดสูงถึง 4,000 กว่าเมตรจากระดับน้ำทะเล (ยอดอินทนนท์สูง 2,600 ยอดภูกระดึง 1,000 กว่าๆ) สูงที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่เป้าหมายในครั้งนี้ไม่ได้อยู่ที่การพิชิตยอดเขาหรอกนะ เพราะ 1.คือจองที่พักตรง base camp ไม่ได้ 2.บนยอดนกไม่มีให้ดู ...สองเหตุผลก็เพียงพอให้แต่ละวันได้แต่เดินขึ้นเดินลงให้มันเมื่อยขาไปเล่นๆอย่างงั้น ซึ่งบอกใครเขาก็ล้วนถูกมองเป็นเรื่องขำขัน แต่มันจริง...

ภูเขาคินาบาลูจากมุมมองของเครื่องบิน ที่เห็นเป็นหยักๆแทงทะลุเมฆขึ้นมานั่นคือแนวยอดเขาของภูเขาคินาบาลุ โดยมี Low's Peak เป็นยอดที่สูงที่สุดในเอเชียบูรพา(ภาพประกอบจาก wikipedia)
Photobucket


ครั้งนี้จองที่พักด้านนอกอุทยานฯไว้ เพราะถูกกว่า แต่ต้องแลกกับระยะทางเดินที่ไกลขึ้นอีก 500 กว่าเมตร ไปกลับก็เป็นกิโลฯ

ทางเข้า Park คินาฯ เลี้ยวขวาโลด
Photobucket


เนื่องด้วยป่าคินาบาลูตั้งอยู่บนเกาะบอร์เนียว ซึ่งมีภูมิประเทศเป็นเกาะแยกออกมาจากแผ่นดินใหญ่ ดังนั้นจึงเป็นเขตสัตว์ภูมิศาสาตร์ที่มีพืชและสัตว์เฉพาะถิ่นมากมายที่ไม่พบที่อื่นบนโลก พืชและสัตว์ที่พบเฉพาะถิ่นนั้นๆเราเรียกว่า endemic

เทรลที่สวยงามที่สุดเทรลหนึ่งที่เคยเดินมาในชีวิต
Photobucket

ดอกไม้รายเทรลที่ง๊ามงาม มาโครแหลก
Photobucket

endemic (เอนเดมิค) เป็นคำธรรมดาๆ แต่สำหรับนักดูนกที่เข้าขั้น hardcore นั้น endemic เป็นคำที่มีความหมายยิ่ง เพราะสิ่งมีชีวิตใดที่พะยี่ห้อว่าเป็น endemic หมายถึงมันหาดูยาก...ใครหล่ะจะไม่อยากเห็นของหายาก ไทยเรามีนก endemic อยู่ทั้งหมด 3 ชนิด แต่มีเพียงชนิดเดียวที่ได้รับการยอมรับว่าเป็น endemic แท้ๆ นั่นคือ"นกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธร (White-eyed River-Martin)" ซึ่งไม่มีใครพบเห็นตัวมานานกว่า 50 ปีแล้ว ส่วนอีกสองชนิดคือ นกกินแมลงเด๊กแนน (Deignan's Babbler) มีตัวอย่าง specimen รวมถึงการจำแนกชนิดที่คลุมเคลือ และ นกแต้วแล้วท้องดำ (Gurney's Pitta) ดันมีเรคคอร์ดภายหลังว่าถูกพบในป่าของพม่าด้วย เลยหลุดโผไปอย่างน่าเจ็บใจ

สำหรับเกาะบอร์เนียว มีนก endemic เพียวๆถึง 157 ชนิด เรียกว่าแค่ได้ยินจำนวนก็ทำเอาหูผึ่งได้เลย และครั้งนี้ข้าพเจ้าไม่พลาดที่จะมีเป้าหมายที่เป็นนก endemic หลายสิบตัว หนึ่งในนั้นคือ Whitehead's Broadbill แปลเป็นชื่อไทยคือ นกพญาปากกว้างของนายไวท์เฮด นายไวท์เฮดคือคนหัวขาว ?? ไม่ใช่ๆ ไวท์เฮดคือชื่อสกุล เหมือนบุช เหมือนบูติน เหมือนโอบาม่า ...นกชนิดนี้มีลำตัวสีเขียวกลืนไปกลับใบไม้ในป่า แต่ด้วยความใหญ่และความหายากระดับ endemic ทำให้ Whitehead's Broadbill เป็นนกที่ใครๆที่มาที่ป่าคินาบาลูล้วนแต่อยากจะเห็นทั้งนั้น

Whitehead's Broadbill (ภาพประกอบจาก internet) งามไหมล่ะ
Photobucket

Whitehead's Broadbill ถ่ายโดยข้าพเจ้าเอง ดูออกไหมว่านกอยู่ตรงไหน
(ภาพจากเทรล Mempening)
Photobucket

นายไวท์เฮดเป็นนักสำรวจธรรมชาติ เป็นนักสัตววิทยาคนดังในยุคบุกเบิกที่มาศึกษาพืชพันธุ์และสัตว์ในภูมิถาคแทบนี้ ดังนั้นสิ่งมีชีวิตใหม่ๆที่ถูกค้นพบหรือมีสีสันงดงามโดดเด่นหลายๆชนิดจึงถูกตั้งชื่อเพื่อเป็นเกรียติแก่นายไวท์เฮด

สำหรับนกในป่าคินาบาลูชนิดอื่นที่ตั้งขึ้นเป็นเกีรยติแก่นายไวท์เฮดได้แก่ Whitehead's Trogon และ Whitehead's Spiderhunter ซึ่งผมโชคดีที่ได้เห็นครบทั้งหมด แม้ว่า Trogon จะเห็นมันบินโฉบแว๊ปๆ แต่ก็เป็นมันแหละ

โฉมหน้าของ Whitehead's Trogon ผู้เลอโฉม
Photobucket

Whitehead's Spiderhunter อีกหนึ่งในสามสหายไวท์เฮดที่ได้เห็นกันจุใจ
Photobucket

จุดเกิดเหตุที่พบกับ Whitehead's Trogon โปรดสังเกตต้นไม้ คน และสายหมอก ธรรมชาติอลังการ
Photobucket

บรรยากาศภายในเทรล ต้นไม้สูง ป่าสวย
Photobucket

ดื่มดำกับความเขียวที่สดชื่นและจะอยู่ไปตลอดกาล
Photobucket

ยามเช้าคือทะเลหมอก
Photobucket

ยามสาย หมอกไม่จาง
Photobucket

ยามบ่าย สายหมอกเปลี่ยนเป็นฝน
Photobucket

ยามเย็น ไอฝนกลั่นตัวกลับคืน ....หมอกที่ไม่เคยจาง
Photobucket

ดอกไม้รายเทรล
Photobucket

เห็ดรูเข็มบนข้าวตอกฤาษี
Photobucket

ต้นไม้ห่มผ้า
Photobucket

ขอนไม้ก็ยังห่มผ้า
Photobucket

กำเนิด
Photobucket

เรียงใบ
Photobucket

รูปเยอะจนโหลดช้า เจอกันใหม่ตอนหน้า "เมื่อเจ้าของบล๊อกตะกายภูเขา"
จบดื้อๆ ซะงั้น





ภาพนก Whitehead's Trogon , Whitehead's Spiderhunter และ Whitehead's Broadbill เป็นภาพประกอบจาก internet ขอขอบคุณที่เอื้อเฟื้อภาพให้ข้าพเจ้าใช้ประกอบ blog โดยที่ไม่ได้ขอล่วงหน้า




 

Create Date : 15 สิงหาคม 2551    
Last Update : 15 สิงหาคม 2551 16:33:29 น.
Counter : 753 Pageviews.  

...ไปอ่างขางมา...


วีกที่แล้วไปเที่ยวดอยอ่างขาง จ.เชียงใหม่มาครับ
เลยเก็บรูปเอามาฝากกัน

จริงๆทริปนี้ก็เน้นดูนกนั้นแหละ ไต่แนวกันไฟ ลงหุบ เข้าเทรล ทุกอย่าง กลับมาเลยเมื่อยไปหมดทั้งตัว เที่ยวแบบแนวก็ต้องเมื่อยแบบแนวเนี่ยแหละ



อ่างขางวันนี้เจริญกว่าเมื่อวานเยอะ



ไม่ได้ขึ้นเหนือซะนาน เลยเหมือนเคาะสนิม
อากาศมันช่างชื่นปอดจริงๆ



ย่ำรุ่งก็ดูพระจันทร์



สายๆก็ทะเลหมอก



ตอนเย็นก็ดูพระอาทิตย์ตก



งวดนี้ได้นกใหม่กลับมาหลายตัว
กระรางคิ้วขาวเอย อัลตร้ามารีนเอย ซเลตี้บลูเอย ลองเทลทรัซเอย
เสียดายไม่มีรูป เลยไม่กล้าโม้ ฮี่ฮี่



ดูนกไป นั่งเล่นไป ชิวๆ



และก็เป็นอีกทริปที่มีกระจิ๊ดให้ดูสะใจ
พวกตัวที่แยกชนิด มาเก็บที่นี่เกือบครบ
ฮูม'ส ไชนีส เลม่อนลัมป์ ออเร้นท์-แบเร๊ด แหล่มทั้งน้านน



ที่แปลกไปจากเดิมคือ นกชนิดเท่าเดิม แต่ปริมาณน้อยลง
4 ปีก่อนนกสีเจ็บๆอย่าง กระรางแก้มแดง ปรอดหงอนปากหนา ปากนกแก้วอกลาย กระรองทองแก้มขาว เจอได้บ่อยๆ เชื่องๆ
ปีนี้ แต่ละตัวเปรียวมากกว่าเดิม หลบมากกว่าเดิมและเจอไม่บ่อยเหมือนเก่า
เห็นเขาเล่าว่านกที่นี่ถูกจับกันมาก...



คิดๆไปแล้วมันก็น่าเศร้า




มีดอกไม้มาให้ดูด้วย รื่นเริงๆ









ดอกไม้ป่า ก็ควรอยู่ในป่า



เก็บดอกไม้...ไว้ในป่า


ดอกไม้ส่วนใหญ๋เจอตามข้างทางในเทรล หรือจะเรียกว่าดอกไม้ริมทางก็คงได้

ส่วนอันนี้ริมทุ่งของ รอยัลโปรเจก สีสวยดี



จัดไป



ดอกบ๊วย



บ๊วยแล้วเลยท้อ




ผึ้งน้อยย



เทรล กม. 22 ไต่แนวกันไฟไปถึงบริเวณที่เป็นกิ่วเขา
เจอนกที่คาดว่าจะเป็น Black Redstart ตัวเมียด้วย

นกสีน้ำตาล เวลาเกาะหันหลังเห็นหางสีน้ำตาลแดง เห็นลายที่เทอเชียล ปีกprimaryมีขอบสีดำ ทรงเป็น robin

พฤติกรรมเกาะกิ่งไม้เตี้ยๆแล้วกระโดดลงพื้น กระดกหางขึ้นๆลงๆ แล้วก็กลับไปจับกิ่งไม้กิ่งเดิม แบบนี้มันนกเขนชัดๆ

พอไปเทียบจากรูปของ oriental bird image แล้วคิดว่าใช่ซัก 95% นะ

ที่เกิดเหตุ



อ่างขางจะว่านกดี ก็พูดได้
แต่จะพูดว่านกมันน้อยก็ได้เช่นกัน

อย่างที่บอก ชนิดเท่าเดิม แต่ปริมาณน้อยลงไป
ไอ้ที่เคยเห็นง่ายๆ ก็เห็นยากขึ้น
ไอ้ที่เคยยาก แต่พอให้เห็นได้บ้าง เดี๋ยวนี้ก็ต้องแงะ ต้องเฝ้ารอ เพ่งกันหูตาแตก
ซึ่งผมว่าดูนกแบบนี้มันเครียด

ที่เคยแบบหลายปีก่อน นกล้อมหน้าล้อมหลัง วันนึงมีหลายๆเวฟ
เดี๋ยวนี้ไม่มีแบบนั้นแล้ว ทุกที่แหละ แก่งกระจาง เขาใหญ่ นกมันหายไปไหนกัน
ผมรู้สึกอย่างงั้นนะ แต่ก่อนไปแก่งกระจาง โห...อยู่แค่ตรงบ้านกร่างนกก็เพียบแล้ว ดูกันไม่ทัน เดี๋ยวนี้ต้องไปถึงลำธารสอง ลำธารสาม นกมันหลบหมด



ที่อ่างขาง มีทหารเลวบางคนตรงชายแดนจับนกด้วย
ตอนแรกจะเข้าไปดูนกตรงต้นท้อด้านใน แต่ทหารข้างนอกบอกว่า "นายมา ห้ามเข้า" เราเลยอ้อมไปดูนกตรงถนนด้านหลังแทน

ซึ่งมารู้ความจริงทีหลังว่า ทหารข้างในเค้าจับนกป่ามาขายกัน "นายมา ห้ามเข้า"คือคนที่(อาจ)จะมาซื้อนก นกในกรงที่แอบเห็นคือ ปรอดหัวโขนยอดฮิต กับกระรองทองแก้มขาว

เหตุผลที่ทหารบอกเรื่องซื้อ-ขายนกป่าคือ ตรงนี้เขตทหาร อยู่นอกเขตอุทยาน เลยจับนกได้ ???...ผู้มีอำนาจทำซะเองแล้วแบบนี้เราจะทำอะไรได้

จริงๆเรื่องนี้ไม่อยากจะเล่า เพราะผมอยู่แค่"ขอบ"ของเหตุการณ์
แต่ก็อยากจะบอกๆกันไว้เป็น FYI แล้วกัน

ที่เกิดเหตุก็คือสถานที่ๆมองแล้วเห็นวิวนี้แหละ ใครที่เคยไปคงจะนึกกันออก
ไม่กล้ายกกล้องถ่าย"ที่นั้น"แบบตรงๆ ...กลัวโดนเก็บ



จบแล้วจ้า ขอบคุณที่ติดตามขอรับ




 

Create Date : 01 มีนาคม 2551    
Last Update : 1 มีนาคม 2551 10:39:18 น.
Counter : 301 Pageviews.  

222 เก็บสแปร์แบบชิวๆ นกใหม่ 5 ตัวรวดจาก Hong Kong (ตอน 2 ภาคหงส์อ่อน มังกรหลับ) 222

มาต่อกันจาก blog ที่แล้วเลยครับ

เหตุการณ์ยังอยู่ในระหว่างวันที่สองครับ จากที่ช่วงเช้าผมโซโลนกใหม่แบบเนื้อๆเน้นๆ 3 ตัวรวด ตกช่วงบ่ายก็นั่งรถสาย 6 (ไม่ใช่สาย 6 บ้านเราที่วิ่งแถวลาดหญ้านะครับ) กลับมาโซ้ยเป็ดย่าง หมูแดง แถวๆ Central แล้วก็นั่งรถรางไปดูสาวๆหมวยๆที่ห้างโซโก้ตรง Causeway Bay ค่ารถราง 2 เหรียญเองถูกมากๆ แถบได้บรรยากาศแบบโลค่อลๆด้วย ตกเย็นราวๆ 4 โมงนั่งรกสาย 15 จาก Central ไปยัง The Peak ยอดเขาสูงฝั่งฮ่องกง ระหว่างทางขึ้นผมเจอเหยี่ยวดำ (Black Kite) ร่อนไปมาตลอดทาง

เหยี่ยวดำที่นี่ถือว่าเป็นนกประจำถิ่นที่พบเห็นได้ง่าย เพราะอาศัยอยู่ใกล้กับเขตเมืองเลย เรียกว่าโหลกว่าบ้านเราเยอะ


พอไปถึง The Peak ผมปลีกตัวไปเดินตรงทางเดินรอบยอดเขา วิวดูจนเบื่อละหานกดีกว่า เทรลถนนปูนนั้นผมได้ยินเสียงนกเยอะเลย แต่ค่อนข้างทึบ พบเดินไปได้นิดเดียวก็มีนกตัวหนึ่งบินตัดหน้าไป ตอนนั้นคิดว่าน่าจะเป็นกระรางหน้ากาก(Masked Laughingthrush)เจ้าเก่า โดยสังเกตจากเงาร่างขณะบิน ผมรีบยกกล้องส่องตาม โชคไม่ดีตำแหน่งที่นกเกาะผมเห็นแต่ช่วงท้องและตะโพก ครึ่งหน้าของนกโดนใบไม้ กิ่งไม้บังเต็มๆ แม้ส่วนที่เห็นจะเป็นสีน้ำตาลเหมือนกัน แต่เห็นแค่นั้นผมก็บอกตัวเองว่าไม่ใช่เจ้ากระรางหน้ากากแน่ๆ เพราะตัวนี้ขนาดเหมือนดูจะเล็กกว่าและตรงก้น(Vent)ไม่ได้ออกเป็นสีแดงๆเหมือนของกระรางหน้ากาก

ผมพยายามเปลี่ยนมุมเพื่อจะได้เห็นเต็มๆตาแต่มันก็ยังเห็นมาร์คไม่ชัดและนกดูเหมือนจะขยับลึกเข้าไปอีก ใครที่เคยเจอกระรางในป่าจะเข้าใจดีครับ นกกระรางโดยนิสัยเป็นนกจอมมุดและค่อนข้างเปรียวตัวหนึ่งเลย ซักกพักก็มีเสียงคนเดินมาจากด้านหลังผม คราวนี้ไอ้ตัวปริศนามันยิ่งหลบจนผมหาไม่เจอ ด้วยความเสียดาย ผมเลยยืนเฝ้าตรงบริเวณนั้นกว่าครึ่งชั่วโมง จนฟ้าเริ่มมืด แต่ก็ไม่มีวีแววเลยครับ ตอนนั้นใจผมคิดว่าน่าจะเป็นเจ้า Hwamei แสนสวยตัวเป้าหมายอันดับ 1 ของทริปนี้แน่ๆ คิดแล้วก็เสียดายครับ

หน้าตาเจ้า Hwamei ที่ผมกินแห้วไปเต็มๆเลย


วันที่สาม เป้าหมายคือ Shopping กินๆ เดินๆ กินๆ ฮ่าฮ่า สรุปคือไร้จุดหมายนั่นเอง
ประเดิมวันนี้ด้วยการซดโจ๊กแต่เช้าและตบท้ายด้วยทาร์ตไข่ อิ่มมั่กๆ จากนั้นพามาม๊าไปไหว้เจ้าที่วัดหวังต้าซิน และ Hopping ต่อไปที่วัดนางชีที่อยู่ใกลๆกัน ตกบ่ายผมก็พามาม๊ามาช๊อบต่อที่จิ๊ม ซา โจ๊ยยย (กรุณาออกเสียงแบบกวางตุ้ง) เดินๆ shopๆ คนเป็นล้าน ไม่รู้มาจากไหน ไทย จีน ฝรั่ง แขก มีหมด ช่วงเย็นๆผมหลบจากฝูงคนเข้าไปหานกกันต่อที่ Kowloon Park สวนสาธารณะที่อยู่ท่ามกลางย่านธุรกิจ พอเดินไปถึงผมก็เก็บนกใหม่ตัวที่ 4 ได้อย่างรวดเร็ว



Alexandrine Parakeet หรือ นกแก้วโม่ง เป็นนกแก้วหางยาวที่หายากโคตรๆในบ้านเรา เนื่องจากสูณเสียถิ่นอาศัยในธรรมชาติและการโดนจับมาเป็นสัตว์เลี้ยง แต่ที่นี่เล่นเกาะเหน่งๆในสวนกลางเมืองเลยซะงั้น ผมตื่นเต้นจนมือไม้สั่น กำลังกินลูกไม้อยู่อย่างสบายอารมณ์ โดยไม่สนใจผมเลยครับ ประทับใจจริงๆ

นกแก้วโม่งที่พบที่นี่น่าจะเป็นนกหลุดมาก่อน ก่อนที่จะปรับตัวเข้ากับถิ่นอาศัยใหม่ได้ ซึ่งสถานภาพคล้ายๆกับ นกกระจอกชวา (Java Sparrow) ในบ้านเรา ก็ไม่รู้หละครับนับไปแล้ว โอกาสมายังงี้ไม่บ่อยเสียด้วย

ชักจะยาวอีกแล้ว ต่อ blog หน้าก็แล้วกันครับ



ดูข้อมูล Common Birds ของฮ่องกงได้ที่นี่เลยครับ
http://www.lcsd.gov.hk/green/birds/en/overview.html

ภาพนกเครดิตจาก Oriental Bird Image และมีการปรับแต่งจากต้นฉบับ
ภาพนกเก้าโม่งโดยคุณศุภลักษณ์ กลับดี
กราบขออภัยเจ้าของภาพที่ไม่ได้ขออนุญาติก่อนล่วงหน้านะครับ

ทริปนี้ผมถ่ายมาแต่วิดิโอคลิปครับ เลยไม่มีภาพให้ดูกัน จืดชืดชะมัด




 

Create Date : 30 สิงหาคม 2550    
Last Update : 30 สิงหาคม 2550 16:23:48 น.
Counter : 828 Pageviews.  

!!! เก็บสแปร์แบบชิวๆ นกใหม่ 5 ตัวรวดจาก Hong Kong (ภาคขี่พายุทะลุฟ้า) !!!


ตั้งชื่อภาคขี่พายุฯ ไปงั้นแหละ ฮ่าฮ่า

ผมมีโอกาสได้ไปฮ่องกงมา 4วัน3คืน เที่ยวกันเองแบบไม่ง้อทัวร์ อาศัยระบบ Mass Transit ของเค้าที่ค่อนข้างดีเลิศ+ภาษาอังกฤษแน่นและกวางตุ้งที่พอฟังได้ ทำให้ทริปนี้ผ่านฉลุย ไม่มีหลง มีแต่เลย แต่ก็ถึงจุดหมายแบบสบายๆ

ถ้าคนที่ดูนกแบบเข้าเส้นและจริงจังเสียหน่อย ออกต่างประเทศทั้งทีย่อมต้องคล้องกล้องสองตาคู่กายไปด้วยแน่ ผมเองก็เช่นกัน ก่อนหน้านี้ผมอ่านข้อมูลจาก website ดูนกฮ่องกง พบว่ามีนกหลายชนิดที่ในหายากในบ้านเรา แต่หมูตู้สุดCommonในบ้านเค้าหลายตัว งานนี้ผมเลยไม่พลาดแม้ว่าการ Out going ครั้งนี้จะเน้นกิน เที่ยว และ shopping แหลกลานก็ตาม

วันแรก กว่าจะไปถึงก็หัวค่ำแล้ว ผมเห็นนกแอ่นบินเร็ว (Swift) หลายตัวบินเล่นไฟแถวๆสนามบิน แต่ขึ้เกียจจะไอเดนเพราะเมื่อยตัวเหลือเกิน นั่งรถเมล์ A21 มาพักเกสต์เฮาส์แถวๆย่าน Mong Kok ฝั่ง Kowloon ใกล้รถไฟใต้ดิน สะดวกสบายมากๆเลย

วันที่สอง พาม่าม๊าไปไหว้เจ้าแม่กวนอินที่ Repulse Bay ทางตอนใต้โดยนั่งรกโดยสารไป ชมวิวเพลินเลยหลงไปถึง Stanley Market โน่น ต้องนั่งรถย้อนกลับมาอีก พอลงจากรถปุ๊ป ผมก็เห็นนกสองตัวบินข้ามถนนไป ทรงบินเป็นพวกปรอด ผมควักกล้องขึ้นดู ปรากฎว่าเป็นนกปรอดจีน Chinese Bulbul ตัวเป้าหมาย ไม่น่าเชื่อ เก็บนกใหม่ไป 1 อย่างง่ายดาย



นกตัวนี้ถ้าพลิก Birdguide of Thailand ฉบับหมอบุญส่งกับคุณ P D Round จะพบว่าสถานะของมันคือ Only two recorded. เป็นนกพลัดหลงเข้ามา หายากมาก แต่ที่ฮ่องกงนี้พบได้ทั่วไปเลยครับ ตามสวนสาธารณะหรือย่านที่มีต้นไม้เยอะๆหน่อยก็เจอได้ครับ ขนาดพอๆกะปรอดสวนบ้านเรา แต่ตัวจะอวบกลมกว่า ปื้นขาวที่หัวน่ารักมากเลย

ขากลับจากวัดเจ้าแม่กวนอิม ผมเดินย้อนกลับมาที่ป้ายรถเมล์ระหว่างทางผ่านแนวต้นสนริมชายหาด ผมเห็นนกตัวใหญ่ หางยาว กำลังคุ้ยโพรงแห้งๆของต้นสน ผมรีบส่องดู มันคือ Masked Laughingthrush โชคดีที่ผมทำการบ้านไปก่อนเลยสามารถไอเดนได้อย่างรวดเร็ว



Masked Laughingthrush หรือ นกกระรางหน้ากาก (ตั้งชื่อซะเลย) ชนิดนี้ไม่มีในประเทศไทยครับ เป็นนกใหม่ตัวที่ 2 แบบใหม่ซิงๆ ขนาดตัวใหญ่พอๆกับกระรางสร้อยคอบ้านเรา ร้องเสียงดัง และชอบคุ้ยเขี่ยตามนิสัยของนกกระรางเลยครับ ท่วงท่าการหากินคล้ายๆกับเจ้ากระรางกระหม่อมแดง (Chestnut-crowned Laughingthrush) ที่โหลบนยอดดอยอินทนนท์นั่นแหละ เพียงแต่เจ้าตัวนี้เป็นนกในเมืองเต็มตัว

นกใหม่ตัวที่ 3 ก็เก็บมาได้แถวๆนั่นเช่นกัน แถวป้ายรถเมล์ที่รอรถเพื่อนั่งกลับสู่เมือง ผมเห็นนกเอี้ยงสามสี่ตัวหากินอยู่ตรงสนามหญ้าด้านหลัง แรกๆผมก็มองแบบผ่านๆเพราะคิดว่าเป็นนกเอี้ยงหงอนก้นขาว (White-vented Myna) แบบบ้านเรา สักพักพวกมันเริ่มส่งเสียงร้องจะตีกะนกกางเขนบ้าน ผมเลยเอะใจขึ้นมา ที่นี่ Crested Myna มันเป็นนกโหลนี่หว่า ผมรีบดูและก็ไม่พลาด เป็น Crested Myna จริงๆด้วย ยิ้มแก้มป่องเลย

Crested Myna หรือ นกเอี้ยงหงอนก้นลาย เป็นนกชนิดใหม่อีกชนิดหนึ่งของประเทศไทย เป็นนกที่พัดหลงเข้ามา พบโดยคุณสุธี (ขออภัยที่สะกดนามสกุลไม่ถูกครับ) แห่งชมรมBirdlife โดยพบที่สถานตากอากาศบางปู จ.สมุทรปราการ จากนั้นผมก็ไม่เคยเห็นรายงานของนกชนิดนี้อีกเลย ที่ฮ่องกงนี่เจ้านกเอี้ยงหงอนก้นลายตัวนี้หมูตู้มากครับ เจอได้บ่อยๆเหมือนเราเจอนกเอี้ยงสาริกา(Common Myna) ที่บ้านเรานั่นแหละครับ อยู่ที่ว่าอยากจะดูกันหรือเปล่า

จากการพินิจอย่างละเอียด ผมพบว่าความแตกต่างระหว่างนกเอี้ยงหงอนก้นลาย(หายากในประเทศไทย)กับนกเอี้ยงหงอนก้นขาว(หาง่ายในประเทศไทย) ที่ดูเผินๆเหมือนจะคล้ายกัน คือ
1. สีปาก นกเอี้ยงหงอนก้นลายปากจะเป็นสีเหลืองนวลอ่อน เหมือนสีปากของนกเงือกกรามช้างวัยเด็กครับ
ขณะที่ นกเอี้ยงหงอนก้นขาวปากจะเหลืองเข้ม
2. หงอน นกเอี้ยงหงอนก้นลาย หงอนจะกุดสั้นกว่า เหมือนหงอนของนกเอี้ยงควาย(Jungle Myna)
ขณะที่ นกเอี้ยงหงอนก้นขาว หงอนจะตั้ง ยาว พริ้ว ดูเป็นทรงกว่า เท่กว่า ประมาณกอลฟ์ไมค์เสยผมนั่นแหละ
3. ขนาดลำตัว นกเอี้ยงหงอนก้นลาย ตัวหนากว่าครับ ไม่ใหญ่กว่า แต่หนากว่า บึกกว่า
4. ก้น นกเอี้ยงหงอนก้นลาย มีก้นสีดำและเป็นลายขีดขวาง นกเอี้ยงหงอนก้นขาว ก็เป็นสีขาวเลย ตามชื่อฝรั่ง White-vented

นกใหม่อีกสองตัวของวันที่สามและสี่ ขอต่อ Blog หน้าครับ
Blog นี้ยาวแล้ว กลัวแฮงก์ (คนเขียนนะครับ ไม่ใช่เครื่อง T_T)



ภาพนกเครดิตจาก Oriental Bird Image และมีการปรับแต่งจากต้นฉบับ
กราบขออภัยเจ้าของภาพที่ไม่ได้ขออนุญาติก่อนล่วงหน้านะครับ


ทริปนี้ผมถ่ายมาแต่วิดิโอคลิปครับ เลยไม่มีภาพให้ดูกัน จืดชืดชะมัด




 

Create Date : 28 สิงหาคม 2550    
Last Update : 28 สิงหาคม 2550 16:27:01 น.
Counter : 604 Pageviews.  

โครงการดีๆ Birds Come First (และCOD ในแบบของฉัน)

ขอประเดิม blog แรก อย่างเป็นทางการด้วยการร่วมด้วยช่วยโปรโมต โคดอภิมหาเมกะโปรเจคเจ็ดหมื่นล้าน"Birds Come First" ...เวอร์ไปไหมเนี่ย -_-"

โครงการนี้เริ่มต้นจากเหล่าพี่ๆ กลุ่มเซฟเบริ์ด เป็นผู้ริเริ่มโครงการโดยได้รับการสนับสนุนจากสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย(BCST)และกลุ่มดูนกต่างๆ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อรณรงค์และเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการทำรังเลี้ยงลูกของนก รวมทั้งการปฎิบัติตนเมื่อพบนกกำลังทำรัง แก่นักดูนกและนักท่องเที่ยวทั่วไป ทั้งนี้ก็เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับตัวนกและลูก โดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม



อ่านวัตถุประสงค์ แผนงาน และหลักแนวคิดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.birdscomefirst.com

ผมเชื่อว่านักดูนกหลายๆท่าน คงจะผ่านตากับ code of conduct ทั้ง 10 ข้อ เกี่ยวกับ BCF มาบ้างแล้ว ทั้งจากในเว๊ปไซด์ดูนกหลายๆแห่งรวมทั้งวรสารของBCST ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่น่าเบื่อจนเกินไปหาจะคัดลอกมาไว้ในที่นี้อีก

ด้วยเหตุนี้ ผมขออนุญาตรวบรัดไว้เพื่อเตือนตัวเอง เมื่อพบกับสถานการณ์ที่เรากำลังตั้งคำถามอยู่ในใจ "นี่กรูกำลังรวบกวนนกอยู่หรือเปล่าฟะ"

ข้อหนึ่ง ...ความสุขของนกย่อมมาก่อน อันนี้ชัวร์ดั่งสโลแกน the walfare of birds must come first.

ข้อสอง ...ท่องไว้ในใจเสมอว่าชาตินี้เราไม่ได้ดูนกตัวนี้เป็นตัวสุดท้าย หรือเป็นครั้งสุดท้ายซักหน่อย ฉะนั้นเมื่อพบกับน้องนกกำลังทำรัง ก็ดูแต่พองาม พอไอเดนได้ อย่านานจนทั้งนกและคนเกินบรรยากาศแบบมาคุ

ข้อสาม ...อ้างจากข้อสอง ยิ่งหากเราเป็นมือเอสแอลอาร์ มือดิจิสโคป หรือ มือดิจิจ่อ(สโคปของชาวบ้าน)ด้วยแล้ว มันเป็นเรื่องยากเสียยิ่งกว่าที่จะหักห้ามใจไม่ให้ถ่ายซักกะแชะ ...ก็อย่าลืมปิดแฟลชก่อน ดีไม่ดีอย่างไร กลับบ้านค่อยมาสวยด้วยแพทย์ PS ก็ยังไม่สาย และที่สำคัญถ่ายแต่พอเพียง ระยะห่างระหว่างคุณกับนกก็เป็นสิ่งที่ควรคำนึงเช่นกัน

ข้อสี่ ...ดูอย่างพอเพียง เพราะใครๆก็รู้ว่าจะห้ามดูเลยนั้นเป็นเรื่องโคดยากในทางปฎิบัติ อย่างน้อยก็ขอสักนิดน่า ถ่ายรูปไว้สักหน่อยก็ยังดี อะไรประมาณนี้
ที่นี้ถ้าเราดูแบบพอเพียง ใช้เวลาดูมันน้อยที่สุด(ตัวเด็ดๆ รอเราอยู่ข้างหน้าอีกทั้งป่า) มันก็จะรบกวนน้องนกแต่น้อยและเราก็ได้เห็นด้วย

ทั้งสี่ข้อข้างบนคือสี่ข้อที่ผมใช้เตือนตัวเองอยู่เสมอเวลาเข้าป่าไปหาน้องนก แน่นอนว่าในทางปฎิบัติจริงมันก็เป็นเรื่องที่ทำได้ยากอยู่ดี เพราะกิเลสคนเรามันตัดไม่เคยขาด
ก็นั่นแหละ เมื่อเจอนกกำลังทำรังก็ท่องไว้เหอะ BCF BCF BCF ดูอย่างพอเพียง ถ่ายอย่างพอเพียง เพราะเชื่อเถอะว่าผลบุญที่เรายอมรบกวนแต่น้อย หรือไม่รบกวนเลยในวันนี้ ก็เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับน้องนกทำรัง เลี้ยงลูก ออกลูก ออกหลานให้เราได้ดูเยอะๆ ต่อไปในวันข้างหน้า

อดเปรี้ยวไว้กินหวานว่างั้นเหอะ

อ่าน COD ทั้ง 10 ข้อแบบต้นฉบับได้ที่นี่ http://members.thai.net/savebirds/BCF/code

ขอขอบคุณสำหรับ birdscomefirst.com และ savebird.com สำหรับแรงบัลดาลใจในการเขียน blog นี้





ข้อความข้างต้นทุกอักขระเป็นข้อความส่วนตัว ไม่ได้มีเจตนาพาดพิงถึงบุคคล กลุ่ม หรือใครและใคร ในทางลบ ...ถ้ามีข้อมูลส่วนใดผิดพลาดหรือมีข้อความส่วนใดไม่เหมาะสม กรุณาเมล์มาบอกได้ที่ mesia_82@yahoo.com หรือหลังไมค์ผ่านทางเว๊ปของพันธุ์ทิพย์ก็ได้ ขอบคุณครับ




 

Create Date : 09 สิงหาคม 2549    
Last Update : 10 สิงหาคม 2549 16:18:16 น.
Counter : 412 Pageviews.  


Mesia_82
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Mesia_82's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.