ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Bloggang treranan.com

ถ้าคุณไม่ลอง 'ก้าว' จะไม่มีวันรู้เลยว่า 'ข้างหน้า' เป็นอย่างไร

ยิ่งบทเรียนยากขึ้น 'เท่าไหร่' ถ้าเราผ่านมันไปได้เราก็จะยิ่ง 'เก่งขึ้น' เท่านั้น

จุดที่ต่ำสุดของ 'ชีวิต' ที่ทุกคนมีโอกาส 'ประสบ' ..เป็นได้ทั้ง 'จุดจบ' และ 'บทเรียน' ที่ดี

อย่ากังวลกับสิ่ง ที่ยังมาไม่ถึง แต่ให้ คำนึงถึง สิ่งที่ 'กำลังทำ'

หนทางยาวไกลนับ 'หมื่นลี้' ต้องเริ่มต้นด้วย 'ก้าวแรก' ก่อนเสมอ

มารู้จักกับเรากันก่อนนะ...Treranan.com

เราเป็นฟรีแลนซ์ที่รักในงานและอาชีพ ทุกชิ้นงานเราเต็มใจทำ สรรค์สร้างออกมาเพื่อให้ลูกค้าได้ประโยชน์สูงสุดและ ในการทำงานนั้นก็ต้องมีหลักเกณฑ์ มีข้อตกลง มีความชัดเจน เพื่อสร้างความมีบรรทัดฐานในการผลิตชิ้นงานแต่ละชิ้นออกไป เรายินดีให้บริการโดยการทำงานนั่นจะเน้นถึงความต้องการของลูกค้าและหลักการทำงานที่สามารถสร้างประโยชน์ให้แก่ลูกค้าอย่างแท้จริง มีบริการหลังการขายในทุกบริการ "ไม่ว่าจะเป็นการดูแลเว็บไซต์หลังจากส่งมอบแล้ว ฟรี!! หรือจะเป็นการโปรโมทเว็บไซต์ให้ฟรี 3 เดือน" สิ่งสำคัญที่ทำให้เราแตกต่างคือ สามารถตรวจสอบการทำงานได้ออนไลน์ มีการขั้นตอนการทำงานชัดเจนเป็นระบบ ระยะเวลาการทำงานที่ทำให้ลูกค้าสามารถกำหนดแผนงานได้ เราเป็นฟรีแลนซ์ที่ทำงานออนไลน์ตัวจริง ตอบเมลล์เร็ว ตอบไลน์ว่องไว ไม่ขาดการติดต่อเพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่า เราจะไม่มีวันทิ้งงานแน่นอน

ฟรีแลนซ์บริการออกแบบเว็บไซต์(Web design) โปรไฟล์บริษัท(Company Profile) ตัด CSS และงานกราฟฟิค

สมาชิกหมายเลข 938363
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ออกแบบจัดทำเว็บไซต์

- รับจดโดเมนและโฮสติ้ง
- รับออกแบบเว็บไซต์ ทำเว็บไซต์
- รับออกแบบเว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์
- รับตัด CSS + HTML + SCRIPT

โปรโมทเว็บไซต์

- รับทำโฆษณาเฟสบุค Facebook
- รับทำโฆษณากูเกิ้ล Google
- รับโพสต์เว็บบอร์ด Webboard

ออกแบบโปรไฟล์บริษัท Company Profile

- รับตัดต่อ VDO พรีเซนต์บริษัท
- รับถ่ายภาพสินค้าและสถานที่
- รับทำโปรไฟล์บริษัท ออกแบบโปรไฟล์
- รับออกแบบโบว์ชัวร์ แผ่นพับ

ปรับปรุงเว็บไซต์

- บริการแต่งร้านค้าออนไลน์
- บริการลงข้อมูลสินค้า
- บริการดูแลแก้ไขปรับปรุงเว็บไซต์
- บริการลงข้อมูลเว็บไซต์

ออกแบบกราฟฟิค

- บริการออกแบบนามบัตรและพิมพ์
- บริการออกแบบตามความต้องการ
- รับออกแบบโบว์ชัวร์ แผ่นพับ
- ออกแบบโลโก้
- ออกแบบแบนเนอร์

TOP
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add สมาชิกหมายเลข 938363's blog to your web]
Links
 

 

เปิดเครื่อง ขึ้นข้อความ Pri Master Hard Disk:S.M.A.R.T. status BAD, Backup and Replace





เปิดเครื่อง ขึ้นข้อความ Pri Master Hard Disk:S.M.A.R.T. status BAD, Backup and Replace

Press F1 to Resume

อาการแบบนี้ คือ  Harddisk ของคุณกำลังจะพัง มี Bad หรือจุดเสียภายใน Harddisk ให้รีบทำการ Backup ข้อมูล หรือทำการเปลี่ยน Harddisk ใหม่

อาการ Harddisk ที่เกิด Bad นั้น อาจแก้ไขให้ใช้ได้ในระยะสั้นเท่านั้น ไม่สามารถทำให้หายขาด หากทำการกู้ข้อมูลได้แล้วให้รีบทำการ Backup ทันที โปรแกรมสำหรับซ่อมแซมจุด Bad มีหลายโปรแกรมด้วยกัน หากจะบอกว่าโปรแกรมไหนดีกว่ากัน คงยาก ขึ้นอยู่กับอาการ Bad ของ Harddisk ตัวนั้นเอง




 

Create Date : 06 ตุลาคม 2558    
Last Update : 5 พฤษภาคม 2560 13:46:12 น.
Counter : 117 Pageviews.  

Active Directory และ Domain Name Server



Active Directory และ Domain Name Server

Active Directory

ทำหน้าที่ให้บริการจัดเก็บไดเร็คทอรี่ของระบบเครือข่าย ซึ่งไดเรคทอรี่นี้ก็จะเหมือนกับเป็นแหล่งรวบรวมรายชื่อผู้ใช้และรายชื่อทรัพยากรต่างๆ ในระบบเครือข่ายเข้าไว้ด้วยกัน ทรัพยากรในที่นี้ครอบคลุมตั้งแต่บัญชีผู้ใช้(User Account) ของผู้ใช้เครือข่ายไปจนถึงรายชื่อเครื่องคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ ที่ทำงานอยู่บนเครือข่ายคอมพิวเตอร์ รายชื่อ Shared Folder บน Server และรายชื่อเครื่องพิมพ์ที่ได้ติดตั้งไว้บนเครือข่าย โดยที่ Active Directory จะมีฐานข้อมูลของมันเองสำหรับจัดเก็บไดเรคทอรี่ของระบบเครือข่าย

Active Directory ของ Window จะประกอบได้ 2 ส่วน

1. ส่วนที่เป็น Service เรียกว่า Active Directory Service ทำหน้าที่บริการผู้ใช้และผู้บริหารระบบ
2. ส่วนที่เป็นฐานข้อมูล เรียกว่า Active Directory Database เป็นฐานข้อมูลเก็บไดเรคทอรี่ระบบเครือข่าย

Domain Name Server (DNS)

คือสิ่งที่นำมาอ้างอิงถึงหมายเลขเครื่อง หรือ หมายเลข IP Address เพื่อให้ง่ายต่อการจดจำ DNS จะทำหน้าคล้ายกับสมุดโทรศัพท์ คือ เมื่อมีคนต้องการจะโทรศัพท์หาใคร คน ๆ หนึ่งก็จะต้องเปิดสมุดโทรศัพท์เพื่อค้นหาเบอร์ของคนที่ต้องการ คอมพิวเตอร์ก็เช่นกัน เมื่อต้องการสื่อสารกับคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นก็จะทำการสอบถามหมายเลข IP กับ DNS Server เพื่อทำการค้นหมายเลขดังกล่าว

ระบบ DNS แบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ

1. Name Resolvers
2. Domain Name Space
3. Name Server




 

Create Date : 06 ตุลาคม 2558    
Last Update : 5 พฤษภาคม 2560 13:46:58 น.
Counter : 61 Pageviews.  

เปลี่ยน Policy ของ Password ใน Active directory



เปลี่ยน Policy ของ Password ใน Active directory

ตั้งรหัสผ่าน User ใน Active directory ของ windows server 2003 หากตั้งไม่ตรงเงื่อนไขจะขึ้นข้อความเตือน ดังนี้

“Windows cannot set password for <ตามด้วย User ที่เราเพิ่งตั้ง> because : The password does not meet the password policy requirements check the minimum password length, password complexity and password history requirements”

วีธีแก้ไข

  1. เครื่อง Server > Start > Administrative Tools > Domain Secruity Policy > Account Policy > Password Policy

รายละเอียดมีดังนี้

-          Enforced Password History คือ จำรหัสผ่านได้กี่ตัว
-          Maximum Password คือ อายุสูงสุดของรหัสผ่านกี่วัน
-          Minimum Password คือ อายุต่ำสุดของรหัสผ่านกี่วัน
-          Minimum Password Length คือ ความยาวต่ำสุดของรหัสผ่านกี่ตัว
-          Password must meet complexity requements คือ รหัสผ่านต้องผสม ตัวอักษร ตัวเลขหรือไม่
-          Store Password using reversible encryption คือ เก็บรหัสผ่านโดยการเข้ารหัสเมื่อแก้เสร็จ

2. เมื่อทำการกำหนดค่าเรียบร้อยแล้ว ให้ไปที่ Start > run > พิมพ์ gpupdate /force   (เพื่อทำการ refresh policy)




 

Create Date : 06 ตุลาคม 2558    
Last Update : 5 พฤษภาคม 2560 13:50:45 น.
Counter : 246 Pageviews.  

Windows server 2003 มองไม่เห็น Harddisk อีกตัว



Windows server 2003 มองไม่เห็น Harddisk 

 1. คลิกขวาที่ My Computer > Manage > Storage > Disk management

2. เมื่อเห็นอุปกรณ์ที่ได้ทำการเพิ่มเข้าไป
3.  เลือก Change Driver Letter and Path
4. คลิกขวา > New Value > Next > Select Value Type  : Simple  > Next
5. Select Disk > Next > Assign Driver letter or path
6. Format Volume

To store data on this value You must format is first choose whether you want to format this volume , and if so what setting you want to use : format this volume with the foolowing setting




 

Create Date : 06 ตุลาคม 2558    
Last Update : 5 พฤษภาคม 2560 13:51:45 น.
Counter : 102 Pageviews.  

RAID (Redundant Array of Inexpensive Disk)

คือ การนำเอา Harddisk ตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไป มาทำงานร่วมกันให้ มีประสิทธิภาพสูงขึ้น หรือมีโอกาสที่จะสูญเสียข้อมูลน้อยลง ซึ่งมี 2 แบบด้วยกัน คือ Software RAID และ Hardware RAIDซึ่งระบบของ Windows Server สนับสนุน Software RAID ในระดับ 0,1 และ 5 แต่ไม่สามารถทำ hot swap(hot swap คือการที่เราสามารถ ถอดหรือเสียบอุปกรณ์นั้นๆ ตอนเครื่องกำลังเปิดอยู่)
สำหรับ Hardware RAID จะมีระบบ Fault tolerance(Fault tolerance คือ ความสามารถของระบบที่จะทำงานต่อไปได้ ใน สภาวะที่มีความเสียหายเกิดขึ้น) ในการทำงาน ซึ่งจะต้องมีคอนโทรลเลอร์ สำหรับ Disk Arrays และ สามารถทำ Hot Swap ได้เมื่อฮาร์ดดิสมีปัญหา

รูปแบบ RAID ที่นิยมใช้ในปัจจุบัน คือ
- ระดับ 0 Disk Striping
- ระดับ 1 Disk Mirroring
- ระดับ 3 Disk Striping whth a dedicate parity disk
- ระดับ 5 Disk Striping with parity distributed across multiple drive
- ระดับ 0+1 Disk Striping & Mirroring
- ระดับ 30 Disk Striping of Dedicate Parity Arrays
- ระดับ 50 Disk Striping of Distributed Parity Arrays

  • RAID 0 หรือ Disk Striping

คือ การนำ ฮาร์ดดิสตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไปมารวมเป็นตัวเดียวกัน และต้องกำหนดพื้นที่ ให้เท่ากันทุกก้อน โดยหลักการทำงานของ RIAD 0 คือ การเก็บไฟล์หลาย ๆ ไฟล์ลงไป ในแต่ละเซกเตอร์ของฮาร์ดดิสแบบกระจายข้อมูลไปทั่วทุกฮาร์ดดิส ข้อดีทำให้การอ่านและเขียนข้อมูลเป็นไปอย่างรวดเร็ว แต่ข้อเสียคือ ถ้ามีฮาร์ดดิสตัวใดตัวหนึ่งเสีย จะไม่สามารถกู้ข้อมูลกลับคืนมาได้เลย

RAID 0 จึงเหมาะสำหรับงานที่ต้องการ Bandwidth ในการรับ-ส่งข้อมูลใหญ่ และต้องการความเร็ว
RAID 0 จะมีขนาดความจุ จากการนำฮาร์ดดิสที่มีความจุน้อยที่สุด คูณ จำนวนไดร์ฟทั้งหมด

  • RAID 1 หรือ Disk Mirroring

คือการนำฮาร์ดดิส 2 ตัว มารวมเป็นตัวเดียวกันโดยการซิงโครไนซ์ ซึ่งข้อมูลจะถูกเขียนลงบน ฮาร์ดดิส ทั้ง 2 ตัวพร้อม ๆ กัน ถ้าหากฮาร์ดดิสตัวใดมีปัญหา อีกตัวก็จะทำงานแทนได้ ลักษณะคล้าย Virtual Disk คือการก๊อปปี้ข้อมูลที่ต้องการลงบนฮาร์ดดิสทั้ง 2 ตัว ให้ประสิทธิภาพด้านการอ่านข้อมูลมากกว่าการเขียนข้อมูล แต่การทำ Disk Mirroring จะต้องเสียเนื้อที่ 50% ของความจุฮาร์ดดิส

RAID 1 เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความปลอดภัยของข้อมูล การแบ็คอัพข้อมูล

  • RAID 3 หรือ Disk Striping whth a dedicate parity disk

RAID 3 จะมีการเก็บค่า Parity ไว้บนฮาร์ดดิส 1 ตัวต่างหาก ต้องใช้ฮาร์ดดิสก์อย่างน้อย 3 ตัว โดยใช้ 2 ตัวแรกในการเก็บข้อมูลแบบ RAID 0 คือ การกระจายข้่อมูลไปบนฮาร์ดดิสก์แต่ละตัว และเก็บค่า Parity เอาไว้ที่ฮาร์ดิส ตัวที่ 3  หลังจากที่มีการกระจายข้อมูลลงฮาร์ดดิสก์แต่ละตัวแล้ว จะใช้ฟังก์ชั่น Exclusive OR ในการหาข้อมูลสำหรับสร้าง Parity ของไดร์ขึ้น หากฮาร์ดดิสที่เก็บข้อมูลเสียก็จะใช้ข้อมูลจาก Parity และข้อมูลของฮาร์ดดิสที่เหลือมาสร้างไดร์ฟข้อมูลนั้นขึ้นมา

RAID 3 จะมีขนาดความจุ จากการนำฮาร์ดดิสที่มีความจุน้อยที่สุดคูณด้วยจำนวนไดร์ฟลบหนึ่ง เช่น ใช้ฮาร์ดดิสขนาด 80 GB จำนวน 3 ตัว จะมีความจุ 160 GB เพราะ (80 X (3-1) = 160GB การทำงานไม่เหมาะกับงานที่มีการสุ่มบ่อยครั้ง เพราะจะทำให้ Parity Disk มีการคำนวณหนักเกินไป

  • RAID 5 หรือ Disk Striped whit Rotation Parity

RAID 5 มีการเก็บข้อมูลฮาร์ดดิสแบบกระจายไปสู่ฮาร์ดดิสทุกตัว เมื่อกระจายข้อมูลแล้ว จะมีการแทรก Paryty ไว้บนฮาร์ดดิสทุกตัวแบบ Rotation Parity ทำให้พื้นที่ของ ฮาร์ดดิสหายไปแต่ไม่เกิน 30% การเก็บข้อมูลด้วยวิธีนี้เป็นการแก้ปัญหาคอขวดที่เกิดขึ้นกับ RAID3

RAID 5 ประกอบไปด้วย ฮาร์ดดิส 3 ตัวขึ้นไป โดยมีระบบ Fault Tolerance ที่มีประสิทธิภาพความเร็วในการอ่านข้อมูล เท่ากับ RAID 3 แต่จะเขียนข้อมูลช้ากว่า
RAID 5 มีขนาดความจุ จากการนำ((ฮาร์ดดิสที่มีความจุน้อยที่สุด X(ด้วยจำนวนไดร์ฟ - 1)) เช่น ใช้ฮาร์ดดิสขนาด 80 GB จำนวน 3 ตัว จะมีความจุ 160 GB เพราะ (80 X (3-1) = 160GB
RAID 5 ให้ค่าทรูพุต (Throughput) ตอบสนองดีมาก และไม่เกิดปัญหาคอขวด(Bottleneck)ในการอ่าน-เขียนข้อมูล เหมาะสำหรับงานที่้ต้องการความเสถียรภาพและความปลอดภัยของข้อมูล เช่น Application Server, Files Server, Mail Server , WebServer

  • RAID 0+1 หรือ Disk Striping & Mirroring

RAID 0+1 หรือ RAID 10 เป็นการรวมคุณสมบัติการทำงานของ RAID 0 และ RAID 1 คือ RAID 0 ในการจัดเก็บข้อมูลแบบกระจายไป ยังฮาร์ดดิสทุกตัว จากนั้นใช้ RAID 1 จัดการแบ็คอัพข้อมูลไปในต้ว ในการทำ RAID 10 จะต้องใช้ฮาร์ดดิสอย่างน้อย 4 ตัว

  • RAID 30 หรือ Disk Striping of Dedicate Parity Arrays

RAID 30 เป็นการรวมการทำงาน ของ RAID 0 และ RAID 3 เข้าด้วยกัน ต้องใช้ฮาร์ดดิสอย่างน้อย 6 ตัว RAID 30 จะมองโครงสร้างของฮาร์ดดิสทั้งหมดเป็น RAID 0 โดยจะแยกออกเป็น 2 ส่วน และแต่ละส่วนจะเก็บข้อมูลในแบบ RAID 3 และมีการสร้าง Parity ขึ้นในแต่ละฝั่ง
RAID 30 จะมีขนาดความจุ จากการนำ ฮาร์ดดิสที่มีความจุน้อยที่สุด คูณด้วยจำนวนฮาร์ดดิสที่น้อยกว่าอยู่ 2 ไดร์ฟ

  • RAID 50 หรือ Disk Striping of Distributed Parity Arrays

RAID 50 เป็นการรวมคุณสมบัติของ RAID 0 และ RAID 5 ต้องใช้ฮาร์ดดิสอย่างน้อย 6 ตัว RAID 50 จะมองโครงสร้างของฮาร์ดดิสทั้งหมดเป็น RAID 0 และมีการสร้าง Parity กระจายไปบนฮาร์ดดิสทุกตัว




 

Create Date : 06 ตุลาคม 2558    
Last Update : 6 ตุลาคม 2558 11:04:19 น.
Counter : 69 Pageviews.  

1  2  3  4  5  
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.