>>>        ชาวพุทธแท้ หรือชาวพุทธในทะเบียนบ้านต่างกันอย่างไร ?       อลัชชีคืออะไร ?        เงินกับพระอย่างไรเหมาะควร ??        กรรมของชาวไทย ปัจจุบันและวิธีแก้ไข            หนทางสู่การปฏิบัติ            อานาปานสติอย่างที่ท่านเข้าใจจริงหรือ ?และFAQ อานาปานสติ
ข้อสังเกตสำคัญเรื่องการถวายเงินพระกับการระวังเตือนคนรอบข้าง

ไม่ควรกล่าวว่า "อย่าถวายยเงินพระ"  และไม่ควรกล่าวว่า"เงินถวายพระได้อนุโมทนา"

  • "อย่าถวายเงินพระ"ไม่ควรกล่าว เพราะเป็นการห้ามทานบุคคลอื่นพระองค์ตรัสการห้ามทานบุคคลอื่นชื่อว่า อมิตร

    •  "เงินถวายพระได้อนุโมทนา "  ไม่ควรกล่าว เพราะถ้าพูดอย่างนั้นเท่ากับค้านพุทธพจน์  เป็นวาจาที่มีโทษกร่อนพุทธดำรัส(คือทำให้เลือนลงๆ)
    ฉะนั้นจะพูดอย่างไร  ก็ต้องบอกเป็นกลางๆ ถึงหลักว่าพระองค์ตรัสไว้ว่าอย่างไรมีทางออกอย่างไร  และมีวัดท่านที่ชัดเจนในศีลเรื่องนี้ท่านทำอย่างไรส่วนในท่าที ถ้าหากรณรงค์ในแง่ความรู้ปริยัติข้อนี้ได้เป็นดีที่สุดแต่ไม่ใช่ไป พูดว่าห้ามหรืออย่าถวายเงินพระ  อันนี้สังเกตได้ว่า เรื่องเดียวกันวินัยเดียวกัน แต่มีรายละเอียดแยบคายแตกต่างกันดังนี้

    ส่วนประเด็นหากจะกล่าวว่า  ไทยเกือบไม่ใช่เถรวาทแล้วไม่เป็นไรหรอกอันนี้ก็ถูก  เพราะโดยพฤตินัยเป็นอย่างนี้จริงๆ หลายๆ ที่  ประหนึ่งว่ากายเป็นมหายานใจเป็นมหายาน แต่วาจาเป็นเถรวาท  คือพูดอย่างเดียวว่าเป็นเถรวาท

       
    หากทว่าในแง่หลักมหภาค(นโยบาย)ของชนในชาติแล้วพูดอย่างนั้นไม่ได้เมืองไทยเป็นเถรวาทเต็มตัว  เพราะอะไร ? เพราะโดยศีลข้อนี้แล้วทั้งมหานิกายและธรรมยุติก็ยังมีคณะสงฆ์ รักษาอยู่อย่างเข็มงวด  เช่น มหานิกายสาขาหนองป่าพง(200 กว่าสาขา)  ท่านพระผู้ใหญ่อย่างพระพรหมคุณาภรณ์รวมทั้งคณะธรรมยุติ(ส่วนมากที่ไม่รับ) อีกหลายหมื่นวัด


    ส่วนมายาคติที่ว่า เกจิท่านนี้ ท่านนั้น หลวงปู่นี้ หลวงปู่นั้น  ยังรับเงินเลยไม่เห็นเป็นอะไร  ก็ต้องยกตัวอย่างว่าท่านเทวทัตต์เนี่ยเหาะได้น่ะขอรับ  ฉะนั้นจะเอาฤทธิ์มาวัดไม่ได้ ต้องวัดกันที่พุทธดำรัส พอถึงตรงนี้ก็จะมีผู้กล่าวอีกว่า กาลามสูตรเขาจะอ้างว่า  เอก็ที่เป็นพุทธดำรัสเนี่ยเอามาจากพระไตรปิฎกไม่ใช่เร่อพระพุทธองค์ไม่ให้เชื่อไม่ใช่เร่อ  ก็ต้องอธิบายว่าไม่ใช่ทรงไม่ให้เชื่อแต่ทรงให้ตรวจสอบก่อนจึงเชื่อที่นี่ที่พระองค์ตรัสว่าให้ตรวจสอบก่อนนี่คืออะไรเพราะก็จะมาอ้างว่าพระไตรปิฎกเชื่อถือไม่ได้ ดูอย่างในจีน ในญี่ปุ่นสิ นั้นมันเป็นอย่างนั้น เป็นงูกินหาง ด้วยอำนาจโมหะและในมี่สุดโดยอธิบายหนักเข้า ๆ ก็ห่างจาก ผู้รู้และความจริงมากขึ้นเรื่อยๆ เข้าสู่ความเป็นไสย คือมืดบอดในที่สุด

    จริง ๆ เรื่องนี้ไม่ต้องการกล่าวถึงอีกแล้วแต่ด้วยเหตุว่าจำเป็นต้องแถลงความแตกต่างของวลี วลีดังกล่าวคือ

    • อย่าถวายเงินพระ"  ไม่ควรกล่าวเพราะเป็นการห้ามทานบุคคลอื่น พระองค์ตรัสการห้ามทานบุคคลอื่นชื่อว่าอมิตร

    •  " เงินถวายพระได้อนุโมทนา "  ไม่ควรกล่าว เพราะถ้าพูดอย่างนั้นเท่ากับค้านพุทธพจน์เป็นวาจาที่มีโทษ กร่อนพุทธดำรัส(คือทำให้เลือนลงๆ)

    ด้วยความเคารพทุกท่าน







    Free TextEditor


    Create Date : 24 พฤศจิกายน 2553
    Last Update : 3 ธันวาคม 2553 21:23:15 น. 0 comments
    Counter : 320 Pageviews.

    ชื่อ :
    Comment :
      *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
     
    รหัสส่งข้อความ
    กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

    aero.1
    Location :


    [Profile ทั้งหมด]

    ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
    ฝากข้อความหลังไมค์
    Rss Feed
    Smember
    ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]





    .

    ************************** [Add aero.1's blog to your web]
    Links
     

     Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.