A Piece Of Love
Group Blog
 
All blogs
 

เมื่อนักเขียนไทยพานักเขียนเทศไปกินส้มตำ

เมื่อนักเขียนเทศพานักเขียนไทยไปกินส้มตำ

ปรารถนา

เมื่อธันวาคมปี 2550 ที่ผ่านมา ข้าพเจ้าได้มีโอกาสได้ต้อนรับ นักเขียน นิวซีแลนด์ ที่เดินทางมาเมืองไทย เพื่อเขียนสารคดีท่องเที่ยว เขียนถึงบรรยากาศแบ็คแพ็คเกอร์ ตลอดจนความเปลี่ยนแปลงในละแวกบางลำพู เธอส่งอีเมล์มาทักทาย บอกว่าอยากนัดพบกับข้าพเจ้า เพราะคิดว่า ข้าพเจ้าคงสามารถให้ข้อมูลกับเธอได้ เนื่องจากเคยเขียนสารคดีเกี่ยวกับ ถนนข้าวสาร และเรื่องราวแถวบางลำพูมาเหมือนกัน จึงมีชื่ออยู่ในการอ้างอิงของ บางกอก โพสต์

ตอนแรกข้าพเจ้าไม่ค่อยอยากไป เพราะงานยุ่ง และไม่ชอบนิสัยบางอย่างของพวกฝาหรั่ง แต่ก็ไปเพราะน่าจะดูมีมารยาทหน่อย ใช่ไหม ใครมาถึงเรือนชานต้องต้อนรับ โบราณว่าไว้
แต่ก่อนจะไปคุยต้องตรวจสอบประวัติอาชญากรรมก่อน ข้าพเจ้าจึงทำการบ้าน หาข้อมูลของเธอในอินเทอร์เน็ต โอ... เธอเป็นโต้โผจัดงานอ่านบทกวีของนักเขียนนิวซีแลนด์ และหาเงินบริจาคให้กับเหตุการณ์สึนามิ และยังมีชื่ออ้างอิงถึงการเดินทางในย่านเอเชียอาคเนย์อย่างโชกโชน เป็นคนติดดินและเคยไปเปิปพิสดารที่เขมร มาอีกต่างหาก

อือม์ โปรไฟล์โอเค ...ค่อยน่าไปคุยด้วยหน่อย

ข้าพเจ้าจึงส่งอีเมล์ นัดเธอที่ตึกเก่าคลาสสิคบนถนนข้าวสาร ที่ปัจจุบันกลายเป็นร้านกาแฟ นัดที่นี่เพื่อเป็นนัยยะบอกเธอว่า ครั้งหนึ่งอาคารนี้ ถูกสังกะสีปิดตายตั้งแต่ต้นซอย ประมาณว่าเราสุดแสนช่ำชอง เป็นเจ้าถิ่นโคตรๆ ว่างั้นเถอะ
แต่... ไม่เห็นน้ำ อย่าตัดกระบอก ไม่เห็นกระรอก อย่าโก่งหน้าไม้

กลายเป็นว่า เธอเองเคยมาย่านข้าวสาร ครั้งแรกตั้งแต่ 21 ปีที่แล้ว ก่อนข้าพเจ้าถึง 5 ปี และเคยไปพม่าด้วยเช่นกัน เธอบอกว่า รักข้าวสารในบรรยากาศเมื่อ 20 ที่แล้ว เธอไม่ชอบมากๆ ตอนนี้ที่ข้าวสารกลายเป็นที่ท่องเที่ยวอันแออัด เธอบอกว่า ฝาหรั่งหน้าตาคล้ายๆ จะเหมือนเดิม
แต่ไม่เหมือนเดิม ข้าพเจ้าแสดงความเห็นด้วย ยูนิฟอร์มของฝาหรั่งบนข้าวสารยังเหมือนเดิม แต่วิญญาณอิสระนั้นที่หายไป

ลองถามเธอว่า รู้สึกยังไงกับเมืองไทย รู้สึกปลื้มใจที่เธอชื่นชอบเมืองไทยมาก เธอรักเมืองไทยถึงขั้นเรียกว่าเป็นบ้านที่ 2 (my second home) เธอบอกคนไทยก็มีที่ไม่เป็นมิตร แต่มีส่วนน้อย ภาพรวมแล้วคนไทยพร้อมที่จะยิ้มจะคุย คนที่นี่ดีกว่าคนที่อื่น อย่างในฝรั่งเศส คุณไม่สามารถเดินไปพูดกับคนแปลกหน้าได้ เขาไม่คุยกับคุณ

ยิ่งคุยเหมือนเราสองคน ยิ่งถูกชะตากันมากขึ้น เรานั่งยิงคำถามใส่กันราวรัวกระสุน และเมื่อมีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดตอบคำถาม เราทั้งคู่ก็จะจดๆ จดๆ และจด เพราะข้าพเจ้าเองก็เตรียมคำถามไปเหมือนกัน เพื่อไม่ให้เสียดุลทางสติปัญญาและประสบการณ์

เราคงเรียนรู้กันและกัน ดังพอประมาณ ทำให้คนที่นั่งอยู่ร้านกาแฟแห่งนั้น ต่างชิ่งหนี ไปซะหมด เมื่อเจอการสัมภาษณ์ซ้อนสัมภาษณ์ ร้านกาแฟที่เคยเป็นร้านนั่งชิลล์ ชิลล์ กาแฟหนึ่งแก้ว แล้วนั่งคลิกๆ โน้ตบุ๊ค มีอันการเป็นกลายร้านตกแต่งใหม่ด้วยตัวอักษรลอยอยู่เต็มอัดแน่นทุกตารางนิ้ว
เพลงแจ็ซ เปิดไว้ ใครกันละจะฟัง ใครกันละจะมีอารมณ์ฟัง

เมื่อรู้ว่าเธอมาจากนิวซีแลนด์ ข้าพเจ้า จึงถามถึงหนังเรื่อง Whale Rider ซึ่งเป็นเรื่องของเด็กสาวชาวเมารี ที่ต้องการพิสูจน์ให้โลกเห็นถึงความมีอยู่ของเด็กผู้หญิงในเผ่าเมารี
“ฉันร้องไห้เลยนะ” ข้าพเจ้าบอกกับเธอ
“ฉันก็ร้องไห้เหมือนกัน” เธอพยักหน้าเห็นด้วย เป็นคำตอบที่ทำให้หัวใจของเราเปิดรับกันหนักยิ่งขึ้นไปอีก
เธอเล่าว่า เลือกดูหนังไทยในงานฟิล์มเฟส ที่นิวซีแลนด์ เธอมีโอกาสได้ดูเรื่อง นางนาก
“ทำไมไปดู”
“เพราะมันเป็นหนังไทย”

นั่งคุยกันสักพัก มีรุ่นน้องข้าพเจ้ามาสบทบ หลังจากนั้นเราพากันเดินเล่นบนถนนข้าวสารส่งท้ายปี 2007 เธอพยายามเข้าไปเก็บข้อมูลในซูซี่ ผับ(ผับดังบนข้าวสาร) เพิ่ม เพื่อพิสูจน์ว่า ยังต้องเสียค่าเข้าหรือไม่ ความเปลี่ยนแปลงกลายเป็นกึ่งภัตตาคารไปแล้ว
ข้าพเจ้าเคยเข้าไปเล่นๆ และไม่ชื่นชมบรรยากาศการเข้าไปอยู่เป็นปลากระป๋อง
ระหว่างเดินกันขึ้นไปทางถนนสามเสน ก็ถามเธอจะกินอะไรไหม เธอบอกว่า อยากกินอาหารอีสาน I-san ซึ่งขำมากๆ ที่รุ่นน้องข้าพเจ้าได้ยินเป็น Pizza



จนเธอรีบปฏิเสธลั่น “ไม่ใช่ ไม่ใช่พิซซ่า อาหารอิสานค่ะ” เธอพูดไทยได้มากพอสมควรเชียวละ และพาเราไปนั่งกินส้มตำร้านประจำ อันเป็นข้อตกลงตรงกันว่า เราต้องหาสถานที่นั่ง ที่ไม่ใช่ถนนข้าวสาร ระหว่างทางเดินเธอทักทายร้านหลายแห่ง

เราคุยกับถึงว่า อนาคตข้าวสาร จะเปลี่ยนไปอย่างไรอีก คำถามคือข้าวสารกลายเป็นที่เก็บกระเป๋าสัมภาระ ให้นักท่องเที่ยวที่ต้องการความสุขสงบ เดินทางไปที่อื่น




 

Create Date : 18 มิถุนายน 2551    
Last Update : 20 มิถุนายน 2551 17:38:26 น.
Counter : 147 Pageviews.  

1  2  3  4  5  

jangar
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




a piece of love เป็นพื้นที่สนทนาออนไลน์ เพื่อแลกเปลี่ยน ทัศนะ ความเป็นไปของชีวิตในทุกด้าน ของ ผู้หญิง 3 คน คือ สุมิตรา จันทร์เงา (แหม่ม) , อุรุดา โควินท์ (พู) และ ปรารถนา รัตนะ (เอ้)

และพร้อมแลกเปลี่ยนกับทุกท่านในทุกมุมมอง ไม่ว่าจะเป็นความรัก ชีวิต ความผิดหวัง สมหวัง ครอบครัว หรือปัญหาใดๆ เพื่อให้ทุกท่านรู้ว่า ในโลกอ้างว้าง มุมนี้เป็นดั่ง ชิ้นส่วนความรัก ความห่วงหา เป็นมิตรภาพแท้ บนโลกออนไลน์ ที่(เขาว่า)เป็นความลวง
Friends' blogs
[Add jangar's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.