A Piece Of Love
Group Blog
 
All blogs
 
หัวใจหล่น ที่ท่าวุ้ง

หัวใจหล่นหาย ...ที่ ท่าวุ้ง
ปรารถนา รัตนะ







พี่แหม่ม กับพูจ๊ะ
เป็นยังไงบ้าง เคยหัวใจหล่นออกจากร่างกันบ้างไหม ที่ถามเพราะมีครั้งหนึ่งที่ไปท่าวุ้ง แล้วกลับมาตัวเบาๆ หัวใจหล่นหายไว้แถวนั้นแน่เลย

ด้วยความที่อยากเปลี่ยนสภาพแวดล้อมจากหน้าจอ ไปสู่ธรรมชาติ หลังจากที่เพื่อนแสนดี ถ่ายรูปมาให้ดู พร้อม ฟูล ออพชั่น แบบพอเพียง

มีเรือ โอเค
มีน้ำ เยี่ยมมาก
มีต้นไม้และหมา เพอร์เฟค

เพื่อนเก่าปลูกบ้านเล็กๆ น่ารักในสวน บนพื้นดินของบรรพบุรุษ ที่ ท่าวุ้ง ลพบุรี เพื่อนเอ้ชวนไปเที่ยวหลายครั้ง สุดท้ายกับครั้งล่าสุด
ไม่รู้จะปฏิเสธทำไม จึงตอบปากรับคำทันที เพราะถ้าไม่ว่าง มันก็คงไม่ว่างอีกทั้งชีวิต งั้นไปพักผ่อน แบบไม่มีงานดีกว่า จึงตั้งนาฬิกาปลุก 7 โมง ก่อนกระโดดขึ้นแท็กซี่ ไปมุดรถใต้ดิน เพื่อไปขึ้นรถไฟชั้นสาม ที่สถานีบางซื่อ

รถไฟชั้นสาม
การเดินทางโดยรถไฟ เป็นโจทย์ ที่เอ้ตั้งขึ้น เพราะอยากหาฉากใหม่ๆ ค่ะพี่แหม่ม เพราะรู้ว่าเราจะได้ฉากชีวิตที่หาไม่ได้ บนสายเอเชียหรือพหลโยธิน หรือบนรถสปรินเตอร์ แต่สิ่งที่ได้รับ แม้จะไม่สะดวกสบาย แต่ได้บรรยากาศชีวิต เอ้พบเด็กวัยรุ่นที่นั่งยกขาขึ้นมาชันเข่าตรงข้าม นุ่งกางเกงลายดอก แบบเด็ก วัยรุ่นบ้านเรา น้องชายเปิดเพลงไทยร่วมสมัยเสียงดังลั่น เพลงดังจากมือถือสายพันธุ์ฟินแลนด์ไว้บนหัวเข่า เขาดูไม่เหงา เขาจะไปไหน สักพักพอรถออกเขาเริ่มโทรศัพท์ จากกรุงเทพฯ – อยุธยา (ย้ำว่าคุยจนถึงอยุธยา) ที่สำคัญเขาคุยกับแม่
โธ่ ลูกแหง่นี่เอง
และ รถไฟ จอดอยู่เฉยๆ ที่ ชานชาลาบางซื่อ ครึ่งชั่วโมง ทำให้เพื่อน รอรับสถานีลพบุรี ต้องตระเวนกินของแถวศาลพระกาฬ ไปเรื่อยๆ

เพื่อนเก่า
หม่อน เป็นเพื่อนที่สนิทกันมาก แต่อยู่ดีๆ ก็ห่างหาย หลังจากเอ้ เปลี่ยนมหาลัย จนวันหนึ่งเอ้คิดถึงหม่อนขึ้นมา ตามหาไม่เจอ เลยลองเซิร์ช ชื่อเธอ ทางอินเทอร์เน็ตปรากฏว่า ชื่อเธอเป็นไกด์ขึ้นทะเบียนของการท่องเที่ยวฯ
พูเชื่อไหมว่า เราค้นพบเพื่อนที่สนิทที่สุดทางอินเทอร์เน็ต แต่เบอร์บ้านเธอยังเบอร์เดิม แต่เราเอ้ ที่ทำเบอร์เพื่อนหายไป
จึงโทรหาเธอทันที ด้วยความคิดถึง เราได้คุยกันหลังไม่ได้คุยกันมา 10 กว่าปี
ตอนแรกเพื่อนไม่ยอมรับ เราก็เลยบอกเด็กที่รับสายว่า บอกว่า เพื่อนเก่า ชื่อ เอ้ โทรมาแล้วกัน โมโหโว้ย ตอนแรก เด็กไปตาม แล้วดันกลับมาบอกว่า ไม่อยู่

สุดท้ายวันนั้น เรากรี๊ดกันโลกเกือบแตก ก่อนนัดเจอกันที่ห้างย่านสยาม
หน้าร้านหนังสือ นั่นเธอเดินมาแล้ว
เรากอดกันน้ำตาไหลพราก
“เอ้ หายไปไหนมา”
“หม่อน นั่นแหละหาย”
“หม่อนไม่ได้หาย เอ้นั่นแหละหาย”
เรากอดกัน หอมแก้มกันอยู่ที่นั่นกินเวลาหลายวินาที

บรรยากาศเหมือนหมุนกล้องหมุนวนไปรอบตัวเรา เรากุมมือกัน เดินไปหาอะไรกิน จึงได้รู้เธอป่วย เป็นโรคเลือด เกือบเอาชีวิตไม่รอด หลังชีวิตสนุกสนานกับการเป็นไกด์เดินทางทั่วโลก
แม้ประสบการณ์ที่ได้รับของเรา แตกต่าง การใช้ชีวิตที่ผ่านมา ไม่ได้มีอะไรร่วมกันเลย แต่วันเวลาแสนหวาน กลับมาพาเราไปสู่สิ่งเดียว ด้วยความที่เธอเป็นไกด์ ที่เคยป่วยจนหยุดหายใจ และเป็นโรคเลือด(และยังเป็นจนทุกวันนี้)
เธอเปิดให้ดูแขนที่เต็มไปด้วยจ้ำๆ ของเลือด เธอไม่สามารถใส่เสื้อแขนสั้นได้เลย
แม้สุขภาพจะไม่แข็งแรง แต่เธอยังเป็นคนเดิม เป็นหม่อนที่น่ารักของเอ้เสมอ
เธอช่างเอาอกเอาใจ และพูดเพราะ เธอเป็นคนละขั้วกับเอ้ ที่พูดน้อย และหยาบคาย สิ่งที่เราเหมือนกันคือ รักพื้นดิน รักน้ำ รักกองฟาง และอยากลงไปนอนอยู่ใต้พื้นดิน
เพื่อนเก่าและฉัน มาจากสถานที่ต่างกัน ชีวิตเรารับประสบการณ์มาต่างกัน แต่เรากำลังกลับสู่พื้นดิน

กินกาแฟในเรือ


พี่แหม่มจ๋า
เอ้ไม่ได้พูดเล่น ที่เอ้จะพเนจรนอนบ้านโน้นทีบ้านนี้ที
เอ้จะเขียนหนังสือเต็มเวลาในเวลาไม่ช้านี้ เพราะอะไรรู้ไหมคะ พี่แหม่ม เพราะเอ้หลงใหลกาแฟ บ้านพี่แหม่ม หลงใหลสวนพี่แหม่ม ที่ให้บรรยากาศเหมือนอยู่ในยุโรป
และเช่นกัน เอ้ได้ประสบการณ์ที่ดีในการดื่มกาแฟที่บ้านหม่อน ด้วยค่ะ อือ คือจะเรียกว่า เรือหม่อนดีกว่า

ด้วยเวลาอันน้อยนิด เอ้ รีบตักตวง หลังนั่งตากน้ำค้างที่ระเบียง ถึงตี 1 ก่อนจะตั้งนาฬิกาปลุกเวลา 6 โมงเช้า เพื่อไปลงเรือในบึงกว้างใหญ่
ในยามเช้าเราสองคนวิ่งกันวุ่น แม้ไม่ได้ต้องรีบไปขึ้นรถทัวร์ให้ทัน หม่อน รีบชงกาแฟ หยิบขนมปังปิ้ง ให้เอ้ไปนั่งดื่มในเรือ อย่างเร่งด่วน เพราะกลัวแดดจะร้อน
เอ้ชวนวุ้นเส้นหมาลูกผสมวัย 2 เดือน ไปเล่นเรือด้วย “ไปวุ้นเส้นไปลงเรือกัน”
กลิ่นไอ และความเยือกเย็นจากผิวน้ำทำให้เอ้คิดสวนนาฬิเก ที่สวนโมกข์ เอ้ลอยเรืออยู่นิ่ง นึกถึงตัวเองเป็น The old girl and the sea พลางมองต้นกล้วย มองต้นมะม่วงที่เพิ่งผลิดอกออกลูกเล็กๆ
ภาพในวัยเด็กลอยเข้ามา คิดถึงวันที่เก็บมะม่วงลูกเล็กๆ ไปให้แม่ ด้วยความที่เห็นมะม่วงเป็นครั้งแรกในชีวิต และ หวังคำชมจากแม่
แต่กลายเป็น โดนแม่ดุว่า เก็บมาทำไม มันกินไม่ได้ ใจที่ตกไปอยู่ตาตุ่มในวันนั้น ย้อนรำลึกในวันที่เราโตขึ้นว่า แม้ทำดีอย่าเพิ่งหวังผล และต้นไม้ให้ความร่มเย็นกับเราเสมอ แม้วันนี้ ต้นมะม่วงเหล่านั้นล้มตายไปหมดแล้ว
รู้สึกว่า เป็นกาแฟที่อร่อยที่สุด เอ้ตะโกนบอกหม่อนว่า กาแฟมื้อนี้อร่อยที่สุดที่เคยกินมาเลย เพราะรู้สึกวิเศษกับบรรยากาศจริงๆ แม้มันจะไม่สามารถเปรียบกับรสชาติหวานหอมจากกาแฟฝีมือคนรักที่บ้าน ที่บังเอิญเขาไม่ได้ยินที่เอ้ตะโกน เพราะเอ้เคยบอกกับเขาว่ากาแฟที่บ้านอร่อยที่สุดเช่นกัน แต่ที่สุดไม่ได้มีได้แค่ครั้งเดียว เป็นที่สุดที่ต่างกรรมต่างวาระ
ก่อนหม่อนจะรีบมากดชัตเตอร์ ทั้งรัวและซูม ยังกับเราจะตายจากกันอย่างนั้น ราวกับเอ้ เป็นโจรร้ายที่พลัดหลงมา แถมเป็นผู้กำกับบอกให้เอ้พายเรือไปย้อนแสงพระอาทิตย์ ทุกอย่างดูจัดฉาก อย่างตั้งใจ เอ้มีความสุขล้นอย่างเต็มใจเช่นกัน เอ้พายเรือห่างหม่อน ออกมา พลางนั่งจิบกาแฟสลับพายเรือ มองเห็นหม่อน ยังคงเล็งกล้องกดชัตเตอร์ อยู่ไกลๆ เหมือนเอ้เป็นคนพลัดบ้านพลัดเมืองมา



หวนสู่ พื้นดิน


สักพัก หม่อน ตะโกนถามว่า จะกินอะไรเป็นอาหารกลางวัน อารมณ์แบบเข้าค่ายของคุณเธอเลย
ผัดกระเพราไหม
ได้ๆ
เอาไข่ดาวๆไหม
เอา
อาหารกลางวันฝีมือหม่อนทำ ก่อนจะพาไปเที่ยวครัว หม่อนเด็ดพริกที่อยู่แถวนั้น ก่อนเอ้จะไปยกต้มจืดที่เธอปรุงเสร็จแล้ว สิ่งเดียวที่เอ้ช่วยหม่อนคือ ยกกะทะเทต้มจืดลงชาม
“เอ นี่เราไม่ได้จับกะทะมานานแค่ไหนแล้ว"

มื้อกลางวันที่เป็นอาหารแฮนด์เมด หม่อน ทำต้มจืด เราซดกันพลางมองน้ำมองสวนที่หม่อนและแม่ของเธอบุกเบิก สุนทรียะจริงๆ
อิ่มแล้ว เราพากันไปเดินหอบฟาง เพื่อนำมาคุมดินไว้ ค่อยๆ ห่มฟางให้กับดิน เอ้เผลอยัดฟาง ลงในซอกดินที่แตกระแหง ตกเย็นรดน้ำต้นไม้ ก่อนเอ้จะอยากเก็บเปลือกหัวปลีที่มีรูปร่างเหมือนเรือใบ

จนลงท้ายด้วยการกระโจนน้ำ ว่ายน้ำเกาะเรือท้องแบน ที่มีหม่อนเป็นคนพาย

ตอนกลับเอ้มารถตู้ มาจากปั้มแห่งหนึ่งในอำเภอท่าวุ้ง ขณะที่เอ้กำลังกระจายรายได้ด้วยการซื้ออินทผลัมท้องถิ่น และขาไก่ ท่าวุ้งที่อร่อยมาก รสชาติออกหวานๆ
คืนนั้น เอ้ ลาจากท่าวุ้งมาด้วยรถตู้ไฮสปีด ถึงถนนวิภาวดี ไม่รู้ตัว
จนลงจากรถตู้ ขึ้นแท็กซี่ ไปโชคชัย 4
ระหว่างนั่งรถภาพแห่งความสุขตามมาหลอกหลอน

เราไปหอบฟางมาคลุมดิน หม่อนบอกมีงูเห่าด้วยนะแถวนี้ แต่เอ้เรียนรู้มาแล้วว่า เจองูให้อยู่เฉยๆ แล้วงูจะคืบคลานผ่านไป โลกนี้ก็เป็นของงูด้วยเหมือนกัน

รู้สึกร่างกายเบาๆ โหวงๆ หัวใจหล่นหายไปไหนไม่รู้ สงสัยจะอยู่บนเรือที่ ท่าวุ้ง
ถัดจากวันกลับมาจากสวน 10 วัน วุ้นเส้นหมดลมหายใจ เพราะไม่กินข้าวหลังจากที่เรากลับมา
ร่างของวุ้นเส้นคงอยู่ใต้พื้นดิน ตรงไหนสักแห่ง อีกไม่นานฉันจะไปเยี่ยมเจ้าวุ้นเส้น ลูกหมามือใหญ่


ชมพูจ๋า รู้ไหมมีคนรอคอยโจมตีบ้านของชมพูอยู่นะจ๊ะ



Create Date : 25 มิถุนายน 2551
Last Update : 25 มิถุนายน 2551 21:35:12 น. 3 comments
Counter : 236 Pageviews.

 
พี่เอ้ กับพี่หม่อน เป็นเพื่อนกันตั้งแต่สมัยไหนเหรอครับ
มัธยมรึเปล่า

ผมเองก็มีเพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยมัธยมคบมา 7-8 ปีแล่ว

พอเรียนจบทำงาน ก็ไม่ค่อยได้ติดต่อกัน แต่ก็ยังคิดถึงพวกเพื่อนๆ อยู่เสมอ


โดย: julapang IP: 58.9.137.137 วันที่: 27 มิถุนายน 2551 เวลา:9:50:23 น.  

 
หวัดดีจ้ะจุล เป็นเพื่อนมหาลัยจ้ะ


โดย: พี่เอ้ IP: 124.120.177.209 วันที่: 29 มิถุนายน 2551 เวลา:22:56:50 น.  

 
บ้านหลังนี้อยู่ตรงใหนบ้านอยู่ที่ท่าวุ้งเหมือนกัน


โดย: กบ IP: 222.123.160.220 วันที่: 19 กันยายน 2551 เวลา:14:06:08 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

jangar
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




a piece of love เป็นพื้นที่สนทนาออนไลน์ เพื่อแลกเปลี่ยน ทัศนะ ความเป็นไปของชีวิตในทุกด้าน ของ ผู้หญิง 3 คน คือ สุมิตรา จันทร์เงา (แหม่ม) , อุรุดา โควินท์ (พู) และ ปรารถนา รัตนะ (เอ้)

และพร้อมแลกเปลี่ยนกับทุกท่านในทุกมุมมอง ไม่ว่าจะเป็นความรัก ชีวิต ความผิดหวัง สมหวัง ครอบครัว หรือปัญหาใดๆ เพื่อให้ทุกท่านรู้ว่า ในโลกอ้างว้าง มุมนี้เป็นดั่ง ชิ้นส่วนความรัก ความห่วงหา เป็นมิตรภาพแท้ บนโลกออนไลน์ ที่(เขาว่า)เป็นความลวง
Friends' blogs
[Add jangar's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.