Group Blog
 
All Blogs
 

ได้ตั๋วแล้วก็มาหาห้องที่พักกันดีกว่า...

ต้องบอกก่อนนะครับ ว่าผมหาข้อมูลเพราะ Hostel หรือ guest house เท่านั้น ด้วยความที่ผมต้องการประหยัดค่าเดินทาง ค่าที่พัก เพื่อเอาเงินไปเที่ยว กิน และ ซื้อของบ้าง เลยคิดว่า นั่งเครื่องไม่ต้อง เสริฟอาหารหรอก เพราะกะไปกินฮ่องกงดีกว่า นั่งคุยกัน หลับๆ คงแป๊บเดียวถึง แรกๆ ก็ไม่เ้ข้าใจว่ามันต่างจากโรงแรมอย่างไร แต่พอหาข้อมูลก็ได้ความว่า hostel หรือ guest house ก็จะเหมาะสำหรับ backpacker หรือนักท่องเที่ยวที่ต้องการที่พักราคาประหยัด โดยอาจจะพักห้องรวม ที่มีเตียงเยอะๆ เพื่อใช้สำหรับผักผ่อนเท่านั้น ห้องน้ำก็ต้องออกมาใช้ห้องน้ำรวมด้านนอก หรือ ห้องพักที่มีเครื่องอำนวยความาสะดวกไม่มากนัก อาจจะมีแค่ ทีวี แอร์ เป็นต้น ส่วนน้ำดื่ม กาแฟ บางที่อาจจะมีบริการด้านนอก หรือ internet เครื่องซักผ้า ก็พอจะขอใช้กับ hostel ได้นะครับ

ที่พักที่คนไทยนิยม เห็นจะไม่พ้นตึก Sincere House ซึ่งอยู่ฝั่งเกาลูน ย่านหมงก๊ก ครับ

ตึกนี้เพื่อนที่ไปมาบอกว่า ชั้นล่างๆ จะคล้ายมาบุญครองมีขายพวกมือถือ เยอะแยะไปหมด แล้วชั้นที่สูงขึ้นไปหน่อย จะถูกแบ่งห้องเป็นห้องเล็กๆ เพื่อทำเป็นที่พัก แต่ละชั้นก็จะมี hostel แต่ละเจ้า เจ้าที่ได้รับความนิยมและถูกแนะนำก็จะมีประมาณนี้นะครับ

1. Dragon hostel : http://www.dragonhostel.com
2. Free walker : http://www.freewalker501.com
3. Oi Suan : (หาเว็บไม่เจอ แต่ถ้าใครเจอที่บอกันนะครับจะได้เป็นประโยชน์ต่อเืพื่อนๆ)

ยกมาแค่สามที่ ที่ฮ๊อตๆ นะครับ ทั้งสามอยู่ ตึก Sincere House แต่ต่างชั้นกัน ตึกนี้มีลิฟท์สองตัว ซ้ายขวาจอดเลข คู่ และ คี่นะครับ เลือกให้ถูกตัว ว่าคุณอยู่ชั้นไหน เท่าที่ฟังความเห็นคนที่เคยพัก สามที่นี้ได้รับความนิยมเพราะขึ้นชื่อเรื่องของความสะอาดของสถานที่ และ อุปกรณ์เครื่องนอน ห้องน้ำ แล้วตึกนี้อยู่ห่างจากรถไฟฟ้า MTR ประมาณ สองร้อยเมตร ถ้าคุณเดือนทางด้วยรถไฟฟ้า MTR ออกตรงสถานีหมงก๊ก เดินออกทางออก D2 เดินตรงข้ามถนนไปหนึ่งที่ก็จะถึง ตึก Sincere House แล้วแต่ต้องสักเกตุดีๆ เพราะ ป้ายเล็กมาก
ศึกษาการเดินทางตั้งแต่ออกจากสนามบินมาเก๊าไป ที่พักย่านหมงก๊กได้จาก review คุณหนุ่มเมืองกรุงได้เลยครับ

http://www.hflight.net/forum/b-travel_hongkong/m-1161858363/s-all/


นอกจากความสะอาด หมงก๊ก เป็นย่านช๊อปปิ้งที่คนพลุกพล่านจึงทำให้ดูคึกคักและรู้สึกปลอดภัยเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนั้นราคาก็อยู่ในเร้ง สี่ร้อยกว่าบาท จนถึง พันนิดๆ สำหรับห้องเดียวและมี ห้องน้ำในตัว

อ้อ สาวๆครับ ห้องน้ำฮ่องกง เขาบอกว่าไม่มีสายยางฉีดก้นนะครับ แล้วห้องน้ำในบาง hostel ก็ไม่มี ล๊อค บางที่เป็นประตูกระจกฟ่า

ข้อเสียอีกจุดของ hostel ก็คือห้องค่อนข้างแคบ ทั้งห้องนอน ห้องน้ำ บางห้องไม่มีหน้าต่าง บางท่านอาจรู้สึกอึดอัด แต่เด็กหอ คงชิน บางอย่างก็ต้องเทรดออฟนะครับ แลกกับราคา

เรื่องของความพลุกพล่านที่ผมบอก ข้อเสียที่เพื่อนบ่นมาสำหรับห้องคนไหนที่ติดหน้าต่าง ก็จะได้ยินเสียงแตร รถตู้รถเมล์ตลอดคืน คนที่นอนยากอาจจะหลับๆ ตื่นๆ ห้องที่ติดหน้าต่างจะทำให้คุณรู้สึกตัวว่าเช้าแ้ล้ว (รีบอาบน้ำออกไปเที่ยวต่อได้แล้ว) แต่คนที่จองห้องไม่มีหน้าต่าง ก็อาจจะเก็บเสียงได้ดีกว่านิดหน่อย แต่ถ้าคุณนอนขี้เซา อาจจะตื่นสาย(ตายแล้ว... โปรแกรมที่ตั้งไว้อาจไปไม่ทัน)

เพื่อนๆ หลายๆ คนจะชม Oi Suan ว่าเจ๊เจ้าของ hostel ใจดีคุยง่าย แต่ Free walker จะเป็นคนไทย ชื่อคุณแอน ก็สะดวกสำหรับคนไทยเพราะคุยกันง่าย คนที่ต้องการจองห้องล่วงหน้า สามารถจองผ่านเว็บเจ้าของได้เลย หรือผ่าน ตัวแทนอย่างเว็บต่างประเทศด้านล่าง เลือก ฮ่องกง แล้วเลือก เกาลูนนะครับ จะเจอ Dragon hostel ลิส อยู่ในนั้นและที่อื่นๆ อีกซึ่งไม่ค่อยได้ยินคนพูดถึงเท่าไหร่ ส่วนคนที่ต้องการอุดหนุนคนไทยก็ลองดู http://www.hflight.net นะครับ ในนั้นมีจองห้องได้เช่นกัน (ซึ่งเป็น engine การจองห้องอันเดียวกันกะ http://www.hostelworld.com) แถม มี review ดีๆ ให้คุณได้ศึกษา และยั่วน้ำลายก่อนไปด้วย

http://www.hostelworld.com/

ส่วนผมจอง Free walker ไว้ครับ อันนี้ต้องขอบคุณ ป้านิดที่เอา review มา show และ ให้คำแนะนำครับ

วันนี้แค่นี้ก่อนนะครับ เดี๋ยวมาต่ออีกที




 

Create Date : 29 พฤษภาคม 2550    
Last Update : 29 พฤษภาคม 2550 21:55:30 น.
Counter : 368 Pageviews.  

มาจองตั๋วเอาไว้ โปรมาเร้าใจ (ใครๆ ก็บินได้)

เห็นขึ้นหัวข้อ สโลแกน แล้วเดาได้เลยใช่ไหมครับว่าผมจองตั๋วของสายการบินไหนไว้... แน่นอนครับ แอร์เอเชีย หรือ เพื่อนๆ ห้อง BP เรียก หางแดงนั่นเอง ด้วยโปรโมชั่น 0 บาท ลงนั่ง refresh หน้าจอทั้งแต่ตอน ห้าทุ่มของวันเริ่มโปร จนบายอีกวัน แต่ด้วยความที่ไม่เคยไปเองโดยไ่ม่มีไกด์ ผสมกับ ยังไม่มีข้อมูล (เพิ่งจะเข้าห้อง BP) ไม่กี่ที เลยไม่กล้าไปคนเดียว ต้องไปหาเพื่อนร่วมชะตากรรม ลากได้ได้ อีกสามคน ทำให้ โปรไป 0 กลับ 0 ผมกลายเป็น ไป 0 กลับ 999 และขาไปก็พลาดเที่ยว 10 โมงเช้า เลยต้องใช้อีกไฟล์ท 12.25 ได้ ฤกษ์ดีดังนี้คือ 14-18 Dec 07 (จองไง้อย่างไกลเลย แฮ่ๆ แต่คิดว่าจะว่างงานไปได้)
ค่าตั๋ว จาก สองพันสี่นิดๆ เลยกลายเป็น 3749 (เอาว่ะ ก็คนมันอยาก ยังไงก็ถูกกว่าสายการบินอื่นตอนนี้) ว่าแล้วก็สนองตันหาตัวเอง (แถมยังทำให้เพื่อนเสียตังค์ไปด้วยอีก) ผลก็ออกมาตามด้านล่างนี้แหละครับ




ณ. ตอนที่ผมจองจะมีเที่ยวบินวันละสามรอบนะครับสำหรับหางแดง ใครสะดวกเวลาไหนก็ลองคำนวนเวลากันดีๆ

อย่างที่ผมเกริ่นก่อนหน้านี้ว่าเราเดินทางได้สองรูท สายการบินส่วนใหญ่จะลงที่ ฮ่องกง แล้วอีกที่ก็มาเก๊าซึ่งต้องต่อเรือ Ferry เพื่อข้ามจากเกาะมาเก๊าไปยังเกาะฮ่องกง ท่านที่มีตังค์ หรือ ไม่ได้เที่ยวฮ่องกงช่วง พีคก็นั่งไปลงฮ่องกงก็ได้นะครับ บางช่วงสายการบินจะมีโปรเด็ดๆ ถ้าแพงกว่ากันไม่มากผมว่า ลงฮ่องกงสบายกว่าเพราะต่อรถไฟฟ้า MTR จาก airport ไปยังที่พัก หรือ เข้าเมืองได้สบายๆ มีอาหาร น้ำดื่ม พร้อม เพลงและเกมให้เล่นบนเครื่อง

แต่ผมเลือกลงมาเก๊านะครับ แฮ่ๆ แบบว่าจะเอาตังค์ไป เที่ยว อาจจะมีเอาไปฝาก outlet adidas, boshini, esprit.. แต่เดือนที่ผมไปเป็นช่วงหนาว หลายคนบอกเสื้อผ้าที่เซลไม่ใช่แบบของฤดูร้อน อาจจะไม่ค่อยได้ซื้อครับ
สายการบินที่ลงฮ่องกที่น่าสนใจดังนี้นะครับ

TG - Thai Airways : http://www.thaiair.com
CX - Cathay Pacific : http://www.cathaypacific.com
AI - Air India : http://www.airindia.com
EK - Emirates Airline : htpp://www.emirates.com
CI - China Airlines : http://www.china-airlines.com
OX - ORIENT THAI : http://www.orient-thai.com
GF - Gulf Air : http://www.gulfairco.com
AY - Finnair : http://www.finnair.com

ส่วน มาเก๊าที่ผมไปก็เข้าไปที่นี้เลยครับ
FD - Air Asia : http://www.airasia.com

save ไว้ก่อนนะครับ เดี๋ยวมาต่อ




 

Create Date : 27 พฤษภาคม 2550    
Last Update : 29 พฤษภาคม 2550 21:52:29 น.
Counter : 142 Pageviews.  

ต้องทำอะไรก่อนดีถ้าจะไปฮ่องกง

โชคชะตานี้แปล๊กๆ นะครับ ผมนะตั้งใจตั้งแต่เด็กแล้ว ว่าอยากไปต่างประเทศ โดยเฉพาะฮ่องกง เนี่ย เห็นเขาคุยกัน แ้ล้วก็อยากไป ส่วนหนึ่งก็หนังที่เราดู แต่ไปๆ มาๆ อยู่ดีๆ ก็ได้ไป Singapor อะ ไม่เป็นไรเดี๋ยวไปฮ่องกง ปีถัดมาได้ไป Malaysia ก็ไม่รู้เนื้อรู้ตัวอีกแหละ ถัดมาอีกที ดันได้ไปญี่ปุ่น (อันนี้ เหมือนถูกหวยครับ) ไม่คาดไม่ฟันแล้วประทับใจญี่ปุ่นมากๆ แล้วไม่ต้องอิจฉานะครับ ถ้าจะบอกว่า ทั้ง 3 ทริปไปฟรี กินอย่างดี อยู่อย่างหรู... นึกแล้วก็เสียดายที่ตอนนั้น ยังไม่ได้เป็นสมากชิกห้อง BP เพราะไม่งั้นคงได้ใช้โอกาสให้เกิดคุณค่ามากกว่านี้ อะไหนๆ ฮ่องกงที่ตั้งใจจะไป บริษัท ดันส่งคนอื่นไป (ทั้งที่ผมอะอยากไป อยากไป) ก็เลยตั้งใจว่าไม่เป็นไร จะทุบกระปุกหมู แล้วบินไปเที่ยวเองงงงง

จากความตั้งใจเลยเข้ามาสิงในห้อง BP ทุกวันเพื่อหาข้อมูล คุณหนุ่มเมืองกรุง ยุ่งชะมัด... Lyfah พี่หลิว แห่ง Hfligh.net และคนอื่นๆ... มีข้อมูลเยอะมาก (แอบให้เครดิต เซียนๆ เขานิดนะครับ) และท่านๆ อื่นๆ ที่เข้ามาทำ Review เรื่อยๆ ทำให้ได้ความรู้และข้อมูลในการเที่ยวเองโดยไม่ต้องพึ่งทัวร์ โม้มาซะนาน มาเริ่มตัวเตรียมกันเลยครับ


ฮ่องกงเป็นประเทศที่เที่ยวได้ตลอดปี แต่ที่นิยมจะเริ่มตั้งแต่ กลางเดือนกันยา ถึง ปลายเดือนกุมภาพันธ์ เพราะอากาศกำลังเย็นสบาย อากาศจะอยู่ประมาณ 10-28 องศา (แล้วแต่เดือนที่ไป) นอกจากนั้นช่วงหน้าฝน ฤดูพายุใต้ฝุ่น ฮ่องกงจะจัดลดทั้งเกาะ เหมาะกับขา shop ที่ไม่เน้นเที่ยวแต่เน้นเสียตังค์ ก็ กรกฏาคม - สิงหาคมเลยครับ
ที่มา : http://www.discoverhongkong.com/thai/mustknow/information/index.jhtml

นักท่องเที่ยวไทยสามารถเดินทางไปเที่ยวฮ่องกงโดยไม่ต้องทำ VISA ครับ โดยถือ passport บินเข้าฮ่องกงได้เลย โดยนักท่องเที่ยวสามารถ ท่องเที่ยวฮ่องกงโดยไม่ต้องใช้ VISA ได้สูงถึง 30 วัน แต่หากเกิน 90 วันต้องมีการทำ VISA
ที่มา : http://www.chinaembassy.or.th/eng/lsfw/qzxk/t164568.htm

ข้อมูลอื่นๆ ฮ่องกง...
ระบบไฟฟ้า : 220 Volt เหมือนบ้านเราแต่ต้องเตรียมหัวแปลงไปนะครับเพราะขาเสียบไม่เหมือนบ้านเรา


สกุลเงิน : Hongkong Dolar (HKD) อัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยนเกือบ 5 บาทต่อ 1 เหรียญฮ่องกง เรามักจะใช้ 5 คูณเข้าไปเพื่อให้ง่ายต่อการคิดราคาเป็น บาทไทย

ความปลอดภัย : ฮ่องกงได้รับการยอมรับว่าเป็นประเทศที่ปลอดภัยจากโจร อันตราย เพราะเมืองท่องเที่ยวคึกคักตลอดคืน แต่ก็อย่าประมาทกันนะครับ ยังไงเสียก็ให้ระวังไว้หน่อย

การเดินทาง
1. บินตรงจากเมืองไทย (สุวรรณภูมิ) ไปยังสนามบิน สนามบินฮ่องกง (เช๊ปแหลบก๊ก)
2. รูทที่สองได้รับความนิยมมาก ในกลุ่ม เที่ยวเองไม่เกรงใจทัวร์ ก็คือ กรุงเทพฯ มาเก๊า แล้วต่อด้วยเรือ ferry ซึ่งมีให้บริการอยู่ 2 เจ้าเดี๋ยวคงได้เล่าให้ฟังในหัวข้อการเดินทางละเอียดอีกทีครับ

มีเรื่องสำคัญที่อาจจะต้องจำกันไว้นะครับผมใส่รายละเอียดไว้นึกอะไรได้ เห็นอะไรสำคัญจะมาให้เพิ่มให้เรื่อยนะครับ

แบงค์พัน จะใช้กับร้านค้าค่อนข้างยาก ถ้าคุณไม่ใช่ขอ shop อย่าแลกไปเยอะเพราะเห็นบอกว่าร้านข้างทางอาจจะไม่ค่อยรับ แล้วที่สำคัญช่วงนี้มีเงินแบงค์พันปลอมเยอะมากโดยเฉพาะรุ่นปี 2000 และ 2001 ผมอ่านเจอใน BP ไม่แน่ใจว่า มาเก๊า หรือ เซินเจิ๊นนะครับที่ไม่รับแบงค์พันเลย และเค้าใจว่าเศษเหรียญไม่สามรถแลกกลับเป็นเงินไทยได้ (น่าจะเหมือน สิงคโปร มาเลย์ ญี่ปุ่นที่ผมเคยไป ต้องใ้ช้เหรียญให้หมดในวันสุดท้าย กดน้ำมั่ง ซื้อเบียร์มั่ง แฮ่ๆ ญี่ปุ่นอากาศเย็นครับต้องได้เบียร์อาซาฮี ทำให้อุ่น)

เนื่องจากสนามบินเข้มงวดกับของเหลว เจล หรือ สิ่งของเข้าข่าย เข้าใจว่าเขาห่วงเรื่องความปลอดภัย เพราะวัตถุระเิบิดแบบของเหลว นะครับ การจะนำขึ้นเครื่องห้องโดยสารมีข้อจำกัดอยู่ว่าไม่เกิน 100 ml. แล้วต้องบรรจุในถุงซิปแพค (ลักษณะเหมือนซองยานะครับ ใสๆ แล้วปิดได้) ขนาดไม่เกิน หนึ่งลิตร หรือ ไซท์ตามรายละเอียดด้านล่างลิงค์นี้นะครับ เข้าใจว่า ทุกสนามบินทั่วโลกน่าจะใช้นโยบายที่คล้ายกัน สาวๆ ที่ห่วงสวย ครีม โลชั่น ทั้งหลาย ระวังดีๆ นะครับ หลายๆ คน เศร้ามาแล้วว่าเขาจับโยนลงถึงขยะแบบไม่ได้ดูหรอกว่า ยี่ห้ออะไร ราคาเท่าไหร่ ของที่ซื้อจาก duty free สามารถนำผ่านไปได้แต่ ต้องถูก pack จาก duty ด้วยวิธีที่ถูกต้องและไม่มีรอยแกะนะครับ คนที่เน้น shopping อ่านไว้หน่อยนะครับตาม ด้านล่าง

http://www.aviation.go.th/Thailaw/ord_gelSpray.pdf




 

Create Date : 27 พฤษภาคม 2550    
Last Update : 29 พฤษภาคม 2550 20:54:33 น.
Counter : 524 Pageviews.  


@นำหน้า
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




กินง่าย อยู่ง่าย เที่ยวไหนเที่ยวกัน อยู่ว่างๆ ไม่เป็น... มีโอกาส ก็ซื้อของ ดูหนัง กะเที่ยวๆๆๆๆๆๆๆ ดีกว่า... แก้เหนื่อย
Friends' blogs
[Add @นำหน้า's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.