Group Blog
 
All Blogs
 

ขาวกับดำ

เศรษฐีคนหนึ่งชอบใจลูกสาวชาวนายากไร้ผู้หนึ่ง เขาเชิญชาวนากับลูกสาวไปที่สวนในคฤหาสน์ของเขา เป็นสวนกรวดกว้างใหญ่ที่มีแต่กรวดสีดำกับสีขาว

เศรษฐีบอกชาวนาว่า "ท่านเป็นหนี้สินข้าจำนวนหนึ่ง แต่หากท่านยกลูกสาวให้ข้า จะยกเลิกหนี้สินทั้งหมดให้"

ชาวนาไม่ตกลง

เศรษฐีบอกว่า "ถ้าเช่นนั้นเรามาพนันกันดีไหม ข้าจะหยิบกรวดสองก้อนขึ้นมาจากสวนกรวดใส่ในถุงผ้านี้ ก้อนหนึ่งสีดำ ก้อนหนึ่งสีขาว
ให้ลูกสาวของท่านหยิบก้อนกรวดจากถุงนี้ หากนางหยิบได้ก้อนสีขาว ข้าจะยกหนี้สินให้ท่าน และนางไม่ต้องแต่งงานกับข้า
แต่หากนางหยิบได้ก้อนสีดำ นางต้องแต่งงานกับข้า และแน่นอน ข้าจะยกหนี้ให้ท่านด้วย"

ชาวนาตกลง

เศรษฐีหยิบกรวดสองก้อนใส่ในถุงผ้า หญิงสาวเหลือบไปเห็นว่ากรวดทั้งสองก้อนนั้นเป็นสีดำ

เธอจะทำอย่างไร?

หากเธอไม่เปิดโปงความจริง ก็ต้องแต่งงานกับเศรษฐีขี้โกง
หากเธอเปิดโปงความจริง เศรษฐีย่อมเสียหน้า และยกเลิกเกมนี้ แต่บิดาของเธอก็จะยังคงเป็นหนี้เศรษฐีต่อไปอีกนาน

เราส่วนใหญ่ถูกสอนมาให้มองปัญหาแบบขาวกับดำ แต่ไม่ใช่ทุกปัญหาสามารถแก้ไขได้อย่างขาวกับดำเสมอไป
ในทางตรงข้าม หากเราลองมองต่างมุม จะพบว่าหนทางการแก้ปัญหามีมากกว่าหนึ่งสายเสมอ
และการยืดหยุ่นพลิกแพลงไปตามสถานการณ์เป็นวิธีการหนึ่ง

บางครั้งในการแก้ปัญหา เราอาจต้องสร้างเครื่องมือในการแก้ปัญหาขึ้นมาใหม่

ในยุคสงครามเย็นที่กินเวลานานหลายสิบปี สูญเสียชีวิตและทรัพยากรโลกมหาศาล
ไม่มีใครกล้าเชื่อว่า สงครามเย็นสามารถยุติลงได้ หรือเร็วเช่นนี้ ในยุคของ มิคาอิล กอร์บาชอฟ

กอร์บาชอฟ กล่าวว่า "เป็นเรื่องเขลาที่คิดว่า ปัญหาที่รุมเร้ามนุษยชาติในวันนี้ สามารถแก้ไขได้ด้วยเครื่องมือและวิธีการที่เคยใช้ได้ผลในอด ีต"

หากเขาไม่ได้คิดเช่นนี้ บางทีวันนี้สังคมนิยมโซเวียตยังไม่เปิดประเทศและสันติภาพระหว่างฝ่ายขาว-ฝ่ายแดงคงล้าหลังไปอีกหลายปี

โลกไม่ได้มีเพียงแค่สีขาวกับดำ

ลูกสาวชาวนาเอื้อมมือลงไปในถุงผ้า หยิบกรวดขึ้นมาหนึ่งก้อน พลันเธอปล่อยกรวดในมือร่วงลงสู่พื้น กลืนหายไปในสีดำและขาวของสวนกรวด

เธอมองหน้าเศรษฐี เอ่ยว่า "ขออภัยที่ข้าพลั้งเผลอปล่อยหินร่วงหล่น แต่ไม่เป็นไร ในเมื่อท่านใส่กรวดสีขาวกับสีดำอย่างละหนึ่งก้อนลงไปในถุงนี้
ดังนั้นเมื่อเราเปิดถุงออกดูสีกรวดก้อนที่เหลือ ก็ย่อมรู้ทันทีว่า กรวดที่ข้าหยิบไปเมื่อครู่เป็นสีอะไร"

ที่ก้นถุงเป็นกรวดสีดำ
"...ดังนั้นกรวดก้อนที่ข้าทำตกย่อมเป็นสีขาว"
ชาวนาพ้นสภาพลูกหนี้และลูกสาวไม่ต้องแต่งงานกับเศรษฐีขี้โกงคนนั้น

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า "หากเราพยายามมากพอที่จะแก้ไขปัญหา เราจะพบว่าทุกปัญหาย่อมมีวิถีทางแก้ไขเสมอ

ที่มา: Forward mail




 

Create Date : 25 มกราคม 2549    
Last Update : 25 มกราคม 2549 9:02:39 น.
Counter : 131 Pageviews.  

วิธีบอกรักที่ผ่าน ๆ มา

ผมมันคนใจแคบ ในนั้นเลยมีที่ว่างพอสำหรับคุณเพียงคนเดียว

ผมขอถามทางคุณหน่อยได้ไหมครับ? ทางไปหัวใจคุณ...

ช่วยกดลิฟท์ให้หน่อยครับ? ผมจะไป ชั้น..รักเธอ

คุณครับๆลายมือคุณสวยมั๊ยครับ จะขอยืมไปจดทะเบียนสมรสหน่อย

ผมว่าถอดสแควร์รูดมันยากแล้วนะ แต่ถอดคุณออกจากหัวใจมันผมมันยากกว่าอีก

เมื่อคืนที่บ้านไฟดับ แต่ผมไม่ต้องใช้ไฟฉาย หรือเทียนเลยครับ เพราะแค่นึกถึงคุณ โลกของผมก็สว่างไสวไปหมดแล้ว

ทำไมเธอไม่มีญาติเป็น สไปเดอร์แมน นะ........จะได้มีเยื่อใยให้กันบ้าง

เธอไม่เหนื่อยหรือไง ที่เข้ามาวิ่งวนอยู่ในหัวใจผมตลอดเวลา

สงสัยผมจะแก่จนสายตายาวซะแล้วล่ะ....เพราะผมได้แต่แอบมองเธออยู่ห่าง ๆ

โอ้ย......ช่วยด้วย หายใจไม่ออก ทำไมเธอต้องมาขโมยลมหายใจผมด้วย

ผมคงเป็นอมตะ ไม่มีวันตายแล้วล่ะ เพราะผมจะมีชีวิตอยู่เพื่อเธอตลอดไป

คุณหนาวหรอครับ เอาผมไปห่มแทนผ้าห่มก็ได้นะ

ไม่อยากให้เธอยืนอยู่ตรงนี้เลยนะ มายืนอยู่ในหัวใจฉันดีกว่า

อยากจะฆ่าผมหรอ ยิงเลยสิ ยิงมาที่กลางหัวใจผม
แต่คุณคงเจ็บหน่อยนะเพราะมีคุณอยู่ในนั้น

ถ้าพรุ่งนี้ผมตายไปก็คงไม่แปลก เพราะชีวิตผมที่เกิดมา
มีหน้าที่เพียงแค่มาพบคุณในวันนี้เท่านั้นเอง

ผมจะไปแจ้งความให้ตำรวจจับนางงามจักรวาล เพราะเธอขโมยมงกุฎไปจากคุณ

ผมอยากเรอใส่หน้าคุณจังเลย เรอทัก...รักเธอ

น้องเดินมาพี่ดีใจ ..น้องจากไปพี่คิดถึง

ไม่ว่าคุณจะใช้แชมพูยี่ห้อไร แต่ผมก้อรู้ว่าคุณรัก "ผม"

รู้สึกว่าผมจะเป็นเป็นโรคกะเพาะซะแล้วหละ กะ...เพราะ...รัก...เธอ

ตั้งแต่เจอเธอก็รู้ว่าชีวิตนี้เกิดมาเพื่ออะไร เพื่อรักเธอ

เป็นการยากที่จะเข้าใจในคำว่ารัก แต่ยากยิ่งนักหากจะรักอย่างเข้าใจ

ผมมันเป็นคนไม่มีหัวใจ ก็เพราะหัวใจของผมนั้นดันไปอยู่ที่คุณ

ความรักของเราเหมือนเส้นขนาน แม้จะไม่มีวันมาบรรจบกัน แต่ก็จะเคียงคู่กันตลอดไป

ถึงผมจะเป็นคนหลายใจ แต่ในทุก ๆ หัวใจก็มีแต่เธอ

โทรศัพท์มือถือยิ่งโทรยิ่งกินเงิน แต่โทรหาคุณยิ่งโทรยิ่งกินใจ

เดี๋ยวผมมานะครับ จะไปซื้อตะกร้า เอามาเก็บหัวใจไว้ให้คุณ

คุณได้ยินเสียงอะไรมั๊ยครับ....เสียงหัวใจผมมันบอกว่ารักเธอ

คุณรู้ไหมผมก็เป็นคนนะ.....คนที่รักเธอ
เอ่อ..ไม่ทราบว่าเราเคยเจอกันที่ไหนมาก่อนรึป่าวครับ อ๋อ คงจะเป็นในฝันของผม

ทำไมวันนี้ท้องฟ้าไม่สวยเหมือนทุกวัน คงเป็นเพราะคุณสินะ

ผมชักอึกอัดแล้วสิ ก็คุณเล่นเข้ามาเบียดอยู่ในใจผมตลอดเวลาเลย

เดินดีๆนะครับ...ระวังจะสะดุดรักผม

คุณเป็นลูกครึ่งแน่ๆ... ครึ่งคนครึ่งนางฟ้า

ว่าจะไปซื้อปืนสองอัน ผมเก็บไว้อันนึง แล้วก็เอาไปให้คุณอีกอันนึง
เราจะได้มีกันและกัน

โทษครับ ขอยืมปากกากับกระดาษหน่อยได้มั๊ยครับ อ่ะ แล้วเบอร์โทรหละครับ

เจ็บมั๊ยครับ ตอนที่คุณตกลงจากสวรรค์อ่ะ

ตั้งแต่ผมได้รู้จักกับคุณ ทำให้ผมได้เจออะไรบางอย่าง เจอละไม ใจละเมอ
ถึงผมจะเป็นคนหลายใจ แต่ในทุกๆหัวใจก็มีแต่คุณ

ในตัวคุณมีแม่เหล็กรึป่าวเนี่ย ถึงได้ดึงเอาหัวใจผมไว้ไม่ปล่อยเลย

วาเลนไทน์นี้ ไม่ต้องหาอะไรให้ผมหรอกนะ เพียงคุณคุยกับผม
ดอกไม้ก็บานเต็มหัวใจผมแล้ว

วาเลนไทน์นี้ไม่ว่างมาเจอกันใช่ไหม ไม่เป็นไรหรอก ทุกๆวันที่ผมได้เจอคุณ
มันคือวันวาเลนไทน์ของผม

ผมทำให้คุณได้ทุกอย่าง ยกเว้นแค่เหาะขึ้นไปบนฟ้า กับการไม่รักคุณ

ผมมันเป็นคนไม่มีหัวใจ... เพราะผมเอาให้คุณไปแล้ว ตั้งแต่วันที่เราพบกัน
ประทานโทษ... คุณเคยทำให้ใครหัวใจหยุดเต้น..ด้วยสายตามาบ้างหรือเปล่าครับ

ผมยอมอายุสั้นลงไป 1 ปี... แลกกับการคุยกับคุณ 1 นาที
โทษครับ ขอยืมปากกาหน่อยครับ จะมาเขียนชื่อคุณไว้ในหัวใจ

โทษครับ ผมว่าเราไม่เคยเจอกันมาก่อนใช่ไหมครับ ถึงว่าไม่ค่อยคุ้นหน้าคุณเลย
ไปกินข้าวกันมั๊ยครับ

ผมไม่หวังอะไร ขอแค่ได้เห็นหน้าคุณ ถึงต้องอายุสั้น ตายไปต่อหน้าคุณ ผมก็ยอม

รู้ตัวไหม ว่าคุณคือผู้หญิงคนแรก ที่เห็นแล้วผมนึกอยากปลูกต้นรัก
คุณทำให้ขาผมแพลง เพราะตกหลุมรักคุณไม่เป็นท่า

หน้าสวย ๆ ของคุณมันช่างเกะกะหัวใจผมเหลือเกิน

good night คนดี ขอให้นอนหลับฝันดี คืนนี้จะไปเข้าฝัน

ไม่สบายไป x-ray หัวใจมา หมอบอกว่าข้างในหัวใจมีแต่เธอ

ร้อนจัง อาบน้ำ ก็ยังไม่หาย นอนไม่หลับกระสับกระส่าย ก็ยังไม่หายคิดถึงเธอ

โทษครับ ความสวยของคุณ มันกีดขวางทางใจผมหนะครับ

โทษครับ กี่โมงแล้วครับ วันเวลาของผม มันหยุดไปหมดเมื่อพบคุณ

ถ้าคิดถึงคุณ..แล้วต้องเสียตังค์ครั้งละบาท ผมคงหมดเนื้อหมดตัวภายในวันเดียว

คุณท่าทางจะมีโชคนะ ผมเป็นหมอดู ดูดวงจากเบอร์โทรศัพท์ บอกเบอร์มาสิครับ
ผมจะทายให้

ผมคงต้องไปรับลอตเตอรี่มาขายซะแล้ว เพราะความรักของคุณมันทำให้ผมตาบอด

ถ้าเธอเป็นโคลน ฉันจะยอมเป็นควาย จะได้จมปลักรักเธอตลอดไป...

หวังว่าคุณคงมีวิธีบอกรักแบบใหม่ ๆ นะ

ที่มา: Forward e-mail




 

Create Date : 17 มกราคม 2549    
Last Update : 17 มกราคม 2549 8:31:37 น.
Counter : 142 Pageviews.  

วิธีถนอมดวงตา 7 ประการ

1. ครอบดวงตา ด้วยการโค้งอุ้งมือทั้งสองครอบดวงตาไว้เฉย ๆ ระวังอย่าให้อุ้งมือกดทับดวงตา นึกถึงบรรยากาศที่ผ่อนคลาย เช่น วันพักผ่อนสุดสัปดาห์ตามป่าเขาหรือชายทะเลอยู่ในท่านี้สักประมาณ 10นาที

2. ต่อจากท่าที่ 1 ยังคงครอบดวงตาอยู่แล้ว สร้างจินตภาพว่าตนเองกำลังมองวัตถุบางอย่างที่มีสีสันสดใส มีรายละเอียดต่าง ๆ ที่ชัดเจน เช่น มองเห็นดอกเบญจมาศสีเหลืองสวย เห็นกลีบดอกแต่ละกลีบละเอียดชัดเจน สายตาที่คมชัดจากจินตนาการของเราเองจะช่วยเยียวยาสายตาจริง ๆ ของเราได้เป็นอย่างดี

3. กวาดสายตา มองแบบไม่ต้องจ้อง เพราะคนที่สายตาสั้นมักจะจ้องและเขม้นตา กวาดสายตาไปตามวัตถุที่อยู่ไกล ๆ ทางโน้นบ้าง ทางนี้บ้าง ทำให้ตาของเราได้ผ่อนคลาย

4. กะพริบตา ฝึกนิสัยให้กะพริบตา 1-2 ครั้ง ทุก 10 วินาที ช่วยให้แก้วตาสะอาดและมีน้ำเหลืองหล่อเลี้ยง โดยเฉพาะคนที่สวมแว่นตาสะอาดและมีน้ำหล่อเลี้ยง โดยเฉพาะคนที่สวมแว่นหรือคอนแทคเลนส์ยิ่งจำเป็น

5. โฟกัสภาพที่ใกล้และไกล เหยียดแขนซ้ายไปให้ไกลที่สุด ตั้งนิ้วชี้มือซ้ายขึ้นเพื่อเป็นจุดโฟกัส ขณะเดียวกันตั้งนิ้วชี้มือขวา ให้ห่างจากใบหน้า สัก 3 นิ้ว โฟกัสภาพที่แต่ละนิ้วสลับกันไปมา ทำบ่อย ๆ เมื่อโอกาสอำนวย

6. หลังตื่นนอนทุกเช้าให้ใช้มือวักน้ำชโลมดวงตาด้วยน้ำอุ่นสัก 20 ครั้ง สลับกับการวักน้ำเย็นชโลมดวงตาอีก 20 ครั้ง ทั้งนี้เพื่อช่วยให้เลือดหมุนเวียนมาเลี้ยงดวงตาดีขึ้น การวักน้ำเย็นช่วยให้กล้ามเนื้อดวงตาและหนังตากระชับไม่หย่อนยาน ก่อนเข้านอนให้กวักน้ำชโลมดวงตาอีกครั้งหนึ่ง แต่คราวนี้ชโลมด้วยน้ำเย็นก่อนแล้วตามด้วยน้ำอุ่น จะทำให้กล้ามเนื้อตาและหนังตาได้ผ่อนคลายก่อนเข้านอน

7. แกว่งตัว ยืนแยกเท้าเท่ากับช่วงไหล่ แกว่งตัวไปมาจากซ้ายไปขวา ถ่ายน้ำหนักตัวบนขาแต่ละข้างสลับไปมา สายตามองไปไกลๆ แต่ไม่ต้องจ้อง ปล่อยให้จุดที่เรามอง แกว่งไปมาซ้ายขวาตามการแกว่งตัว ท่านี้จะทำให้ดวงตาได้พัก และมีการปรับตัวดีขึ้น ทำบ่อย ๆ เมื่อมีโอกาส เปิดเพลงคลอไปด้วยก็ได้

โดย พญ.กอบกาญจน์ ไพบูลย์ศิลป





 

Create Date : 25 พฤศจิกายน 2548    
Last Update : 25 พฤศจิกายน 2548 11:09:33 น.
Counter : 134 Pageviews.  

คำคม พ.ย. 48



- ไกลสุดปลายฟ้า ไม่มีเวลาใกล้ ส่งใจมาใกล้ใจ ยังมากมายเท่าเดิม

- รักมากไม่ได้ คิดถึงมากไม่ดี เอาเป็นว่าทุก ๆ นาที รู้สึกดีๆ กับเธอ"

- ความรักไม่ได้ทำให้คนตาบอด แต่คนต่างหากที่ยอมตาบอดเพื่อความรัก

- จุดเริ่มต้นของความรัก ไม่อาจนับว่าจะเกิดที่ใด หากแต่หัวใจเรียกหา

- ฝนเอยฝนรัก ตกหนักตรงใจ เหน็บหนาวหวั่นไหว ไม่หายคิดถึงเธอ

-ความรักเหมือนเข็มนาฬิกา ซึ่งจะหมุนมาชนกัน ณ ช่วงเวลาหนึ่ง

ที่มา: Foward e-Mail




 

Create Date : 01 พฤศจิกายน 2548    
Last Update : 1 พฤศจิกายน 2548 10:30:49 น.
Counter : 183 Pageviews.  

ริบบิ้นสีฟ้า มีความรู้สึกดีๆ มาให้

ริบบิ้นสีฟ้า มีความรู้สึกดีๆ มาให้


ครูคนหนึ่งที่นิวยอร์คตกลงใจจะแสดงความชื่นชมนักเรียนไฮสคูล
ชั้นปีสุดท้ายที่เธอสอน
ด้วยการบอกเขาเหล่านั้นว่าแต่ละคนมีคุณค่าพิเศษต่างจากคนอื่นอย่างไรบ้าง
เธอเรียกนักเรียนทุกคนไปหน้าชั้นทีละคน

แรกสุดเธอบอกแต่ละคนว่า...พวกเขามีคุณค่าเพียงใด
ทั้งต่อตัวครูและต่อเพื่อนร่วมห้อง
จากนั้นเธอก็มอบริบบิ้นสีฟ้าพิมพ์ด้วยตัวหนังสือสีทองเป็นของขวัญให้
ข้อความบนริบบิ้นมีว่า... "ฉันเป็นคนมีคุณค่า"


จากนั้นครูให้นักเรียนทำงานกลุ่มของชั้นขึ้นมาชิ้นหนึ่ง
ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อดูว่าการแสดงความชื่นชมยกย่องผู้อื่นส่งผลอย่างไรต่อคนใน
ชุมชน


เธอมอบริบบิ้นแก่นักเรียนคนละสามเส้น
ให้นักเรียนเผยแพร่การรับรู้และชื่นชมคุณค่าผู้อื่นในวงกว้างออกไป
จากนั้นนักเรียนจะต้องติดตามผลและ
ดูว่าใครยกย่องใครบ้าง
แล้วนำกลับมารายงานในห้องภายในหนึ่งสัปดาห์


นักเรียนชายคนหนึ่งเข้าพบผู้บริหารระดับรองที่ทำงานในบริษัทใกล้ๆ
เพื่อยกย่องที่ชายผู้นี้เคยช่วยเขาวางแผนอาชีพในอนาคต
แล้วมอบริบบิ้น ติดให้บนเสื้อเชิ้ต


จากนั้นก็มอบริบบิ้นอีกสองเส้นที่เหลือพร้อมกับกล่าวว่า....
"เรากำลังทำงานกลุ่มของชั้นเรียนเกี่ยวกับเรื่องการแสดงความยกย่องชื่นชมผู้
อื่นครับ
ผมอยากขอให้คุณช่วยหาใครสักคนที่คุณต้องการยกย่อง
แล้วให้ริบบิ้นเขา ส่วนอีกเส้นก็ให้เขาไว้สำหรับมอบให้คนต่อไป
เพื่อเผยแพร่การยกย่องชื่นชมนี้ให้กระจายต่อไป
แล้วช่วยกลับมาบอกผมด้วยครับว่าผลเป็นยังไงบ้าง"


ต่อมาในวันเดียวกัน ผู้บริหารท่านนี้เเข้าพบเจ้านายเขา
ซึ่งเป็นคนที่ใครๆ รู้กันดีว่าเกรี้ยวกราด อารมณ์ร้าย
เขานั่งลงคุยกับเจ้านาย บอกเจ้านายว่า... ลึกๆ
เขายกย่องชื่นชมเจ้านาย

ว่าเป็นผู้มีหัวคิดสร้างสรรค์ระดับอัจฉริยะ

ดูเหมือนเจ้านายเขาจะประหลาดใจอย่างยิ่ง
เขาถามเจ้านายว่าจะยินดีรับริบบิ้นสีฟ้าเป็นของขวัญแสดงความชื่นชม
และอนุญาตให้เขาติดริบบิ้นให้ได้หรือไม่
เจ้านายผู้ประหลาดใจตอบว่าได้


เขาจึงติดริบบิ้นสีฟ้าเส้นนั้นบนปกเสื้อนอก บริเวณเหนือหัวใจ
เมื่อเขามอบริบบิ้นเส้นสุดท้ายแก่เจ้านาย เขาบอกเจ้านายว่า...
ช่วยอะไรผมสักอย่างได้ไหมครับ
ผมอยากให้เจ้านายช่วยส่งต่อริบบิ้นเส้นสุดท้ายนี้
ด้วยการยกย่องชื่นชมใครสักคน พ่อหนุ่มที่ให้ริบบิ้นผมมาเป็นคนแรก
กำลังทำงานกลุ่มของชั้นอยู่
เขาอยากให้ช่วยกระจายการยกย่องชื่นชมนี้ให้เผยแพร่ในวงกว้างออกไป
แล้วดูว่าการทำแบบนี้ส่งผลต่อใครๆ ยังไงบ้าง



ค่ำวันนั้น ชายผู้เป็นเจ้านายกลับบ้านไปหาลูกชายวัยรุ่นอายุสิบสี่
เขาเรียกลูกชายให้นั่งลง แล้วกล่าวว่า
วันนี้เกิดเรื่องเหลือเชื่อที่สุดกับพ่อ ตอนอยู่ห้องทำงาน
ลูกน้องคนหนึ่ง
เข้ามาบอกว่าเขาชื่นชมพ่อ
แล้วให้ริบบิ้นเส้นหนึ่งเป็นการยกย่องว่าพ่อเป็นอัจริยะ
เรื่องความมีหัวคิดสร้างสรรค์

ลองนึกดูเขาคิดว่าพ่อมีหัวคิดสร้างสรรค์เข้าขั้นอัจฉริยะเชียวนะ
แล้วเขาก็เอาริบบิ้นเส้นนี้ที่เขียนว่าฉันเป็นคนมีคุณค่า
ติดให้บนปกเสื้อนอกตรงหัวใจนี่แล้วยังให้ริบบิ้นพ่อมาอีกเส้น
ให้พ่อมองหาใครสักคนที่จะยกย่องชื่นชมต่อ...

ระหว่างที่พ่อ ขับรถกลับบ้าน ก็คิดว่าริบบิ้นเส้นนี้จะให้ใครดี
แล้วพ่อก็นึกถึงแก พ่ออยากชื่นชมแกนะ วันๆ พ่อทำงานยุ่งเหยิงมาก
พอกลับมาบ้านก็ไม่ค่อยได้ใส่ใจแกสักเท่าไร

บางทียังอาละวาดอีก เรื่องแกเรียนได้เกรดไม่ดี เรื่องทำห้องนอนรก
แต่ยังไงไม่รู้สิ วันนี้พ่อกลับอยากนั่งลงตรงนี้กับแก
อยากบอกว่าแกมีค่ากับพ่อมากแค่ไหน นอกจากแม่แกแล้ว
ก็มีแกนี่แหละที่เป็นคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตพ่อ
แกเป็นเด็กที่ยอดเยี่ยมเลยแหละ แล้วพ่อก็รักแกนะ...



เด็กหนุ่มผู้ตื่นตะลึงเริ่มสะอื้น... แล้วก็สะอื้น...
เขาไม่อาจหยุดร้องไห้
ร่างสั่นเทาไปทั้งตัว
เขาเงยหน้ามองผู้เป็นพ่อแล้วกล่าวทั้งน้ำตา



พ่อครับ เมื่อตอนเย็น ผมอยู่บนห้อง นั่งเขียนจดหมายถึงพ่อกับแม่
เพื่ออธิบายว่าทำไมผมถึงฆ่าตัวตาย แล้วก็ขอให้พ่อยกโทษให้ผม
ผมตั้งใจจะฆ่าตัวตายคืนนี้ตอนพ่อหลับ ผมคิดว่าพ่อไม่เคยแคร์ผมเลย
จดหมายอยู่บนห้องครับ แต่ผมคิดว่าผมคงไม่ต้องการมันแล้วล่ะ"



พ่อของเด็กหนุ่มเดินขึ้นไปบนห้องพบจดหมายข้อความสะเทือนใจ
บรรยายถึงความเจ็บปวดและทุกข์ทรมาน
จดหมายฉบับนั้นจ่าหน้าถึงพ่อกับแม่

ชายผู้เป็นเจ้านายกลับไปที่ทำงานอย่างเปลี่ยนไปเป็นคนละคน
เขาเลิกเป็นคนขี้โมโหแต่จะพยายามทำทุกวิถีทาง
เพื่อให้พนักงานใต้บังคับบัญชารู้ว่าพวกเขามีค่าอย่างไรบ้าง



ส่วนชายผู้เป็นนักบริหารระดับรอง ก็ช่วยให้คำแนะนำเด็กหนุ่มอื่นๆ
ต่อมาอีกหลายคน
เรื่องการวางแผนอาชีพในอนาคต
แล้วก็ไม่เคยลืมบอกเด็กเหล่านั้นว่าแต่ละคนมีคุณค่าต่อชีวิตเขา
อย่างไรบ้าง

หนึ่งในนั้นก็คือเด็กหนุ่มลูกชายเจ้านายเขา
ส่วนเด็กหนุ่มกับเพื่อนร่วมชั้นก็ได้เรียนรู้บทเรียนที่มีค่าเรื่องหนึ่งนั่น
คือ
เราต่างเป็นคนที่มีคุณค่า...ด้วยกันทั้งนั้น

คุณไม่จำเป็นต้องส่งเมล์ฉบับนี้ต่อให้ใครแม้แต่คนเดียว..
อย่าว่าแต่สองคนหรือสองร้อยคนเลย สำหรับฉัน(ผู้เขียนเรื่องนี้)
คุณอาจจะลบเมล์ฉบับนี้ทิ้งแล้วไปเปิดดูเมล์ฉบับต่อไป
แต่ถ้าคุณมีใครสักคนที่มีความหมายกับคุณมาก
ฉันขอสนับสนุนให้คุณส่งข้อความนี้ ไปให้เขาหรือเธอผู้นั้น
เพื่อให้เขาได้รับรู้ความรู้สึกของคุณ คุณไม่มีทางรู้หรอกว่า...
การให้กำลังใจเล็กๆ น้อยๆ มีคุณค่าแค่ไหนกับคนสักคน


ส่งเรื่องนี้ไปยังคนทุกคนที่คุณเห็นว่ามีความหมายต่อคุณมีความสำคัญต่อคุณ
หรืออาจส่งไปให้คนหนึ่ง..สอง..หรือสามคนที่มีความหมายต่อคุณมากที่สุด
หรือคุณอาจจะแค่ยิ้ม
ที่ได้รู้ว่ามีใครบางคนคิดว่าคุณเป็นคนสำคัญ
ไม่งั้น คุณก็คงไม่ได้รับเมล์ฉบับนี้แต่แรก


จำไว้นะ ฉันให้ริบบิ้นสีฟ้าแก่คุณแล้ว....

ที่มา: Forward E-Mail




 

Create Date : 21 ตุลาคม 2548    
Last Update : 21 ตุลาคม 2548 8:24:03 น.
Counter : 113 Pageviews.  

1  2  

3 งง
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add 3 งง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.