Group Blog
 
All Blogs
 

คัดเน้น ๆ กับบรรดารถรุ่นใหม่ ในงานมอเตอร์โชว์ 2012



เรียบเรียงช้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก city.honda.co.th, mazda.com.au

  เปิดฉากกันไปอย่างสวยสดงดงาม ทั้งรอบสื่อมวลชนและรอบประชาชนทั่วไป สำหรับ "บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 33" (33rd Bangkok International Motorshow) หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า "มอเตอร์โชว์ 2012" (Motor show 2012) ซึ่งมาคราวนี้จัดเต็มกันทุกค่ายรถ โดยเฉพาะเหล่าบรรดารถรุ่นใหม่ ๆ ที่หลาย ๆ คนให้ความสนใจทั้งในเรื่องของการดีไซน์ สมรรถนะ รวมไปถึงราคาที่ดูจะเป็นสิ่งที่น่าสนใจมาก ๆ เพราะบางคันบางรุ่น ยังเข้ากับโครงการคืนภาษีรถคันแรกของทางรัฐบาลอีกด้วย

          ด้วยเหตุนี้เอง เราจึงขอพาทุกท่านไปชมรถรุ่นใหม่ ๆ จากหลากหลายค่ายที่มีความน่าสนใจอย่างมากในงานมอเตอร์โชว์ 2012 นี้หน่อยดีกว่า ซึ่งจะมีค่ายไหนและรุ่นใดมานำเสนอกันบ้างนั้น ตามมาดูกันได้เลยครับ

มิตซูบิชิ (Mitsubishi)






          มาเริ่มกันที่ "มิตซูบิชิ" (Mitsubishi) ที่ขอเริ่มต้นปี 2012 นี้ด้วยการลุยตลาดรถอีโคคาร์แบบเต็มตัว โดยพวกเขาได้ส่ง "Mirage" มานำเสนอให้เป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภค แถมยังควงคู่มากับหนุ่มหล่อมากความสามารถอย่าง "นิชคุณ หรเวชกุล" ที่เจ้าตัวมาเป็นพรีเซ็นเตอร์รถยนต์ให้ด้วย

          สำหรับ Mirage เป็นอีโคคาร์ ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 1.2 ลิตร DOHC MIVEC 12 Valve ใช้ระบบเกียร์ CVT ใหม่ พร้อมตัวถังผ่านมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก ด้วยคอนเซ็ปท์ของการเป็นรถยนต์นั่งขนาดเล็ก ที่เน้นการประหยัดทรัพยากร พลังงาน พื้นที่ใช้สอย และประสิทธิภาพของรถ สามารถประหยัดน้ำมันได้ถึง 22 กิโลเมตรต่อลิตร เรียกได้ว่าเหมาะกับยุคน้ำมันราคาแพง ณ ตอนนี้จริง ๆ

          มิตซูบิชิ ตั้งราคาของ Mirage รุ่นนี้ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 380,000 บาท และมีราคาสูงสุดไม่เกิน 550,000 บาท ซึ่งใครที่สนใจ สามารถเข้าชมพร้อมทดลองขับได้ในงานมอเตอร์โชว์ครั้งนี้ได้เลย


ฮอนด้า (Honda)

          มาถึงอีกหนึ่งเจ้าประจำที่ขาดไม่ได้อย่าง "ฮอนด้า" กันแล้ว มาคราวนี้ มีรุ่นใหม่ ๆ ที่น่าสนใจถึง 2 รุ่นรวด ไม่ว่าจะเป็น "Civic" รุ่นปี 2012 และ "City" รุ่นปี 2012 ที่หลายต่อหลายคนรอคอยและพูดถึงกันมากมายเลยทีเดียว

Motor show 2012

Motor show 2012

Motor show 2012

Civic 2012

          สำหรับ Civic ตัวล่าสุดนี้ ดูจะแปลกตาจากรุ่นปัจจุบันไปไม่น้อย แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของ Honda Civic โดยใช้เครื่องยนต์ R18 เหมือนเดิม แต่จะเน้นความพิเศษของระบบ Eco Assist ที่จะวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมการขับขี่และส่งฟีดแบ็คไปให้ผู้ขับเพื่อการขับขี่ที่ประหยัดน้ำมันมากขึ้น อีกทั้งยังมีการดีไซน์ภายนอกที่ดูน่าสนใจมากขึ้นด้วยอีกต่างหาก ซึ่งแว่ว ๆ มาด้วยว่า ราคาของซีวิครุ่นใหม่ จะใกล้เคียงกับรุ่นปัจจุบันหรือเพิ่มขึ้นในบางรุ่น แต่ไม่เกิน 20,000 บาทแน่นอน

Honda City Minor change 2012

Honda City Minor change 2012

Honda City Minor change 2012

City 2012

          ส่วน City 2012 นี้ จะเน้นในสไตล์สปอร์ต ทั้งกระจังหน้าใหม่ กันชนหน้า-หลัง ใหม่ ไฟท้ายดีไซน์ใหม่ และล้ออัลลอยใหม่ดีไซน์สปอร์ต รวมถึงห้องโดยสารที่ปรับให้ดูสปอร์ตมากขึ้น ซึ่งมาพร้อมกับเครื่องยนต์ i-VTEC 1.5 ลิตร กำลังสูงสุด 120 แรงม้า ระบบเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด และระบบควบคุมการเปิด-ปิดลิ้นปีก ผีเสื้อแบบอิเล็กทรอนิกส์ อีกทั้ง City 2012 ยังได้ชื่อว่าเป็นรถรุ่นใหม่คันแรกที่เข้าหลักเกณฑ์นโยบายรถคันแรกด้วย โดยทางฮอนด้า ตั้งราคา City ตัวใหม่นี้เริ่มที่ 559,000 บาท สำหรับรุ่นเริ่มต้น S ไปจนถึง 704,000 บาท ในรุ่นท็อป SV


โตโยต้า (Toyota)

          ไม่พูดถึงไม่ได้เช่นกัน สำหรับยักษ์ใหญ่ของแดนซามูไรอย่าง "โตโยต้า" ที่มางานนี้ก็ไม่น้อยหน้าค่ายไหนเหมือนกัน ส่งรุ่นใหม่ ๆ มาเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็น

Motor show 2012

Motor show 2012

Motor show 2012

Camry 2012

          กับมีจุดเด่นต่าง ๆ มากมายที่เห็นได้ชัด ทั้งเรื่องของเครื่องยนต์และการออกแบบที่ดูหรูหรา สง่างาม ทั้งภายนอกและภายใน และมีให้เลือกหลัก ๆ เลยคือ เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2 ขนาด ทั้ง 2.0 ลิตรและ 2.5 ลิตร โดยมีราคาตั้งแต่ 1,290,000 บาท ไปจนถึง 1,860,000 บาท โน่นเลย

Motor show 2012

Motor show 2012

Motor show 2012

Prius 2012

          ตามมาติด ๆ กับ Prius 2012 ที่มีการปรับโฉมกันมากมาย ตั้งแต่กระบวนการผลิตไปจนถึงเรื่องของการพัฒนาเทคโนโลยีที่ทันสมัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยใช้ระบบการขับเคลื่อนรถแบบไฮบริด ที่สามารถเรียกพลังงานไฟฟ้ากลับมาเพื่อขับเคลื่อนได้อีก 5 ครั้ง มีให้เลือก 5 สี ซึ่งทุกสีนั้น มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 1,199,000 บาท 1.8 สำหรับรุ่น Standard, ราคา 1,299,000 บาท 1.8 สำหรับรุ่น Top และ ราคา 1,369,000 บาท 1.8  สำหรับรุ่น Top Option

Motor show 2012

GT 86

          นอกจากทั้ง 2 รุ่นที่ได้กล่าวไปแล้ว ยังมี GT 86 หรือ FT - 86 ที่ โตโยต้า ได้ร่วมมือกับ ซูบารุ ในการพัฒนาภายใต้แนวคิดและสไตล์การออกแบบที่ดัดแปลงมาจากต้นแบบรุ่นล่าสุดคือ FT - 86 โดยรถจะเป็นสปอร์ตแบบ 2+2 ที่นั่ง ใช้เครื่องยนต์บ็อกเซอร์รุ่นใหม่แบบ 4 สูบ ส่งกำลังออกมาได้ถึง 197 แรงม้า จากเกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ ส่วนเรื่องของราคาก็เป้นที่น่าเซอร์ไพรซ์ไม่น้อย เพราะเปิดตัวมาที่ 2.4 ล้านบาทซะด้วยสิ


นิสสัน (Nissan)


          ยังมาแรงอย่างต่อเนื่องกับค่าย "นิสสัน" หลังประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีกับยอดขายที่ถล่มทลายของ "March" จนเป็นรถยอดนิยมของคนไทยไปแล้วนั้น นิสสันได้ส่ง March รุ่นปี 2012 มาให้จับจองเป็นเจ้าของกันแล้ว ซึ่งรุ่นใหม่ตัวใหม่นี้ ได้รับการปรับปรุงและเพิ่มอุปกรณ์อเนกประสงค์ให้มากขึ้น คือ เพิ่มช่องเก็บของพร้อมฝาปิดบริเวณคอนโซลหน้า, หมอนรองศรีษะเบาะหลัง และเบาะหลังปรับให้พับได้ 60:40 นอกจากนี้ ยังมีสีภายนอกใหม่ คือ "สีม่วง พลัม" อีกต่างหาก

          ทั้งนี้ ในส่วนของราคานิสสัน March 2012 จะเริ่มต้นที่  380,000 บาท ไปจนถึงรุ่น Top Sports version ในราคา 563,800 บาท


ซูซูกิ (Suzuki)

Motor show 2012

Motor show 2012

Motor show 2012

          อีกหนึ่งค่ายดังอย่าง "ซูซูกิ" ก็ไม่น้อยหน้า ส่ง "Swift" รุ่นใหม่ ที่เป็นการพัฒนาต่อยอดมาจากรุ่นก่อน ซึ่งเคยทำยอดขายได้อย่างดีเมื่อหลายปีที่ผ่านมา มาลุยตลาดอีโคคาร์ด้วยเช่นกัน Swift มาพร้อม เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 16 วาล์ว รหัส K12B ความจุ 1,242 ซีซี หัวฉีด MPI มาพร้อมระบบวาล์วแปรผัน ทั้งไอดีและไอเสีย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการการประหยัดน้ำมันในช่วงความเร็วต่ำ - กลาง แถมยังมีการตกแต่งสไตล์สปอร์ต ตามด้วยด้วยคอนโซลโทนดำตัดเงิน จอแสดงผลบริเวณมาตรวัดบอกข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่ผู้ขับขี่ รวมถึงคันเกียร์และสวิทช์ต่าง ๆ ถูกจัดวางอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม

          Swift แบ่งออกเป็น 3 เกรด คือ GA, GL และ GLx โดยมีราคาตั้งแต่ 469,000 บาท 507,000 บาท และ 559,000 บาท ไล่ไปตามลำดับเกรดที่ได้กล่าวมา


มาสด้า (Mazda)

Motor show 2012

Motor show 2012

Motor show 2012

          มาต่อกันที่ "มาสด้า" อีกหนึ่งค่ายรถที่คนไทยเราให้ความสนใจกันอยู่ไม่น้อย โดยรุ่นที่จะขอพูดถึงก่อนใครเพื่อนเลยก็คือ "BT-50 PRO" รถกระบะต้นแบบพันธุ์แกร่งตัวใหม่ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีการดีไซน์ใหม่ ๆ ที่ล้ำยุค และโดดเด่นไม่เหมือนใครตามสไตล์ของมาสด้ากับเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 3.2 และ 2.2 ลิตร ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 589,000 บาท และฟรีประกันภัยชั้น 1

Motor show 2012

Motor show 2012

          นอกจากนั้นแล้ว ก็มีหลาย ๆ รุ่นที่น่าสนใจ ทั้ง มาสด้า 3 ที่แต่งแบบสปอร์ต ที่หวังว่าจะเป็นที่ถูกตาต้องใจของกลุ่มวัยรุ่นมากขึ้น ก่อนจะขอปิดท้ายกับค่ายนี้ด้วย "Minagi" ยานยนต์นัมเบอร์ล่าสุดของค่าย ซึ่งข้ามน้ำข้ามทะเลจากประเทศญี่ปุ่น มาเพื่องานมอเตอร์โชว์ครั้งนี้โดยเฉพาะ ซึ่งหากใครที่มีโอกาสไปที่งานแล้ว ต้องไม่พลาดที่จะแวะไปชมคันเป็น ๆ ของ Minagi คันนี้


ฮุนได (Hyundai)

Elantra

Elantra

          แวะมาชมค่ายรถจากดินแดนกิมจิกันบ้าง เพราะฮุนไดได้ส่ง "Elantra" มาท้าชนกับค่ายอื่น ๆ ด้วย โดย Elantra เป็นคอมแพกต์ซีดานทรงสปอร์ตโฉบเฉี่ยว มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 1.8 ลิตร 150 แรงม้า รวมถึงการดีไซน์ทั้งภายนอกและภายในที่โดดเด่นและมีความน่าสนใจมาก ๆ เลยทีเดียว แถมในเรื่องของราคายังเป็นที่ถูกอกถูกใจของใครหลาย ๆ คนอีกด้วย เพราะมีราคาเริ่มต้นที่ 899,000 บาท ซึ่งเมื่อเทียบกับคู่แข่งรายอื่น ๆ ด้วยแล้ว ราคาของ Elantra จึงเป็นที่น่าสนใจไม่น้อย


เชฟโรเล็ต (Chevrolet)






TrailBlazer

          เมื่อพูดถึงค่ายรถสัญชาติมะกันค่ายนี้ ณ เวลานี้แล้วล่ะก็ ชื่อของเอสยูวีพันธุ์แกร่งอย่าง TrailBlazer จัดได้ว่ามาแรงไม่มียั้งจริง ๆ ทั้งนี้ TrailBlazer เป็นรถเอนกประสงค์สไตล์เอสยูวีขนาด 7 ที่นั่ง ใช้เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ 2,800 ซีซี มีกำลังสูงสุด 180 แรงม้า ส่วนระบบขับเคลื่อนก็มีให้เลือกทั้งแบบล้อหลัง และ 4 ล้อ รวมถึงการตกแต่งใหม่ภายนอกที่รับการดีไซน์มาเป็นอย่างดีเลยด้วย





Sonic

          หลังจากที่ประสบความสำเร็จกับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการมาแล้วกว่า 60 ประเทศทั่วโลก มางานใหญ่ในบ้านเราแบบนี้ ทางเชฟโรเล็ตจึงไม่พลาดที่จะพา Sonic มาเปิดตัวที่บ้านเราด้วย ซึ่ง Sonic จะเน้นตอบโจทย์การใช้งานในเมืองเป็นหลัก อีกทั้งการดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยวทันสมัย จนเป็นที่ดึงดูดสายตาของใครต่อใคร รวมไปถึงการเลือกใช้วัสดุโครงสร้างตัวถังที่มีความทนทานสูงนั้น จึงทำให้ Sonic เป็นที่ฮือฮาให้กับบูทของเชฟโรเล็ตได้มากใช่เล่น


ฟอร์ด (Ford)



Fiesta

          มาคราวนี้ ฟอร์ดพารุ่นใหม่ ๆ มาให้จับจองด้วยเช่นกัน เริ่มตั้งแต่ Fiesta ที่ทางฟอร์ส่งรุ่น 1.5 ลิตร มานำเสนอ โดยเปิดราคาขายที่ 6.44 แสนบาท ที่สำคัญไปกว่านั้น ยังได้โครงการรถคันแรกมาช่วยดึงลูกค้าด้วย เพราะ Fiesta มาพร้อมกับการได้ภาษีสรรพสามิตคืนเต็ม ๆ ถึง 100,000 บาทเลยทีเดียว






New Focus

          Focus รุ่นนี้ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด ทั้งเรื่องของเครื่องยนต์ การดีไซน์ รวมถึงอุปกรณ์ภายในต่าง ๆ ที่สะดวกและทันสมัยมากขึ้น โดย New Focus รุ่นนี้ติดตั้งเครื่องยนต์ดูราเทค 2.0 ลิตร Ti-VCT GDi เพิ่มพละกำลังได้มากขึ้นถึง 20% เมื่อเทียบกับ Focus รุ่นก่อนหน้านี้ และยังใช้น้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่าเดิมด้วย


วอลโว่ (Volvo)

V60 DRIVe

V60 DRIVe

          เปลี่ยนบรรยากาสมาดูรถจากฝั่งประเทศยุโรปกันบ้าง สำหรับวอลโว่แล้ว ได้ส่ง "V60 DRIVe" สปอร์ตแวก้อน ทรงพลังด้วยเครื่องยนต์ความจุ 1.6 ลิตร ที่ให้พลังแรงเกินตัวที่ 180 แรงม้า นอกจากนั้น ในเรื่องของดีไซน์ยังได้รับการออกแบบที่บ่งบอกถึงวิถีชีวิต รสนิยม ความชอบ สถานะทางสังคมด้วย ซึ่งใครที่ชื่นชอบรถค่ายนี้ก็ต้องไม่พลาด โดย V60 DRIVe มีราคาอยู่ที่ 2.249 ล้านบาท

XC 90

          ยังไม่หมดแค่เพียง V60 DRIVe เท่านั้น หากแต่ยังมีอีกหนึ่งรุ่นสำคัญอย่าง "XC 90" รถเอสยูวีโฉมใหม่ล่าสุดที่ดูทันสมัย แข็งแรง และน่าลองใช้มาก ๆ ด้วยเครื่องยนต์ดีเซล D5 ขนาด 2.4 ลิตร พร้อมแรงม้าสูงสุดที่ 200 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติแบบ 6 สปีด รวมถึงระบบความปลอดภัยที่วอลโว่เน้นมากเป็นพิเศษ ส่งผลให้ XC 90 เข้าป้ายเป็นรถที่มีคุณสมบัติเข้าตากรรมการมากมาย และด้วยความที่เป็นรุเอสยูวีแบบนี้ ยิ่งทำให้เป็นที่ถูกใจของคนที่กำลังมองหารถครอบครัวมาก ๆ


เปอโยต์ (Peugeot)


          เปอโยต์ ได้พา "408" รถที่ได้รับการพัฒนามาจากพื้นฐานของรุ่น 308 ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในยุโรป มาปรับเปลี่ยนให้เป็นรถเก๋ง 4 ประตู ด้วยเครื่องยนต์ที่มีให้เลือก 2 รุ่น ทั้งขนาด 1,600 ซึ่งส่งกำลังผ่านเกียร์ 6 สปีด และ 2,000 ซีซี ที่ใช้เกียร์แบบ 4 สปีด โดยทั้ง 2 ขนาดเครื่องยนต์นี้ มีระบบ Porsche Tiptronic ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนเกียร์เองได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำมากขึ้นกว่าเดิม


เมอร์เซเดส เบนซ์ (Mercedes-Benz)


          มาดูรถสวย ๆ จากค่าย "ดาวสามแฉก" เมอร์เซเดส เบนซ์ กันสักนิด เพราะพวกมีรถที่น่าสนใจและเป็นไฮไลท์หลักของบูธ นั่นก็คือ "A-Class" รถยนต์ต้นแบบของรถยนต์นั่งแบบคอมแพ็คคาร์ เจเนอเรชั่นใหม่ ด้วยรูปลักษณ์ที่ดูโฉบเฉี่ยว โดยผู้ออกแบบที่ได้นำความพริ้วไหวของธรรมชาติ สายลม มาผสมผสานจนเกิดเป็นไอเดียของดีไซน์ภายนอกที่เตะตา

          ขณะที่ในส่วนของเครื่องยนต์ ก็ใช้เป็นครื่องเบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตร ทำกำลังได้ถึง 210 แรงม้า และมีระบบเตือนภัยอุบัติเหตุด้วยระบบเรดาร์ที่ทำงานร่วมกับระบบเบรค ซึ่งช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุที่มักจะเกิดขึ้นบ่อยครั้ง เช่น การชนท้าย โดยระบบที่ว่านี้จะส่งสัญญาณเตือนในรูปแบบของภาพและเสียงให้ผู้ขับขี่ได้ทราบ


ลัมบอร์กินี่ (Lamborghini)


          ถ้าจะพูดถึงรถสปอร์ตสุดหรูที่ฮอตฮิตไปทั่วโลกแล้ว ไม่มีใครไม่นึกถึงแบรนด์ดังอย่าง "ลัมบอร์กินี่" แน่นอน ในงานนี้ที่บูธของ ลัมบอร์กินี่ มี "Aventador LP 700-4" ที่มีความเร็วและแรงใช่เล่น โดย Aventador LP 700-4 มีอัตราเร่งจาก 0 - 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในเวลาเพียง 6.3 วินาที ด้วยเครื่องยนต์ V12 ขนาด 6,500 ซีซี พร้อมระบบเกียร์อัจฉริยะ "ISR" (Independent Shifting Rods) ประมวลผลฉับไวกับการปรับเปลี่ยนเกียร์ในแต่ละเกียร์เพียง 0.05 วินาที

         ที่สำคัญ ยังมีการนำเอาเทคโนโลยีของรถแข่งฟอร์มูล่าวัน มาใช้กับ Aventador LP 700-4 อีกด้วย เพราะตัวรถมีระบบช่วงล่างที่ออกแบบมาอย่างซับซ้อน เพื่อลดแรงกระแทกและถ่ายทอดกำลังของเครื่องยนต์ รวมถึงระบบสปริงแบบ "Push Rod" ลิงก์หลายจุด นี่เองเลยทำให้ Aventador LP 700-4 ยิ่งมีความดุดันมากขึ้นเป็นทวีคูณ



Gallardo LP 570-4 Superleggera

          "Gallardo LP 570-4 Superleggera" อีกหนึ่งรุ่นสำคัญของ ลัมบอร์กินี่ ที่จัดเป็นไฮไลท์แบบเน้น ๆ เพราะนี่คือรถสปอร์ตที่มีการวางกำลังม้ามากถึง 570 ตัว สามารถออกตัวจาก 0 - 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ด้วยเวลาเพียง 3.4 วินาทีเท่านั้น ใช้เกียร์แบบ E-Gear 6 สปีด ตามด้วยการใช้ชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์เข้าไปเต็มคัน เลยทำให้ Gallardo LP 570-4 Superleggera กลายเป็นรถที่เร็ว แรง และมีน้ำหนักเบามากกว่ารถสปอร์ตคันอื่น ๆ หลายเท่าตัว

ปอร์เช่ (Porsche)


"911 Carrera S" คือรุ่นใหม่ที่ ปอร์เช่ ภูมิใจนำเสนออย่างมาก เพราะ 911 Carrera S ได้รับการพัฒนาทั้งตัวรถ การดีไซน์ และสรรมถนะในการขับขี่ขึ้นใหม่หมดทั้งคัน ไม่ว่าจะเป็น การใช้เหล็กอะลูมิเนียมมาทำเป็นตัวรถเพื่อให้ลดมีน้ำหนักที่เบาขึ้น การเพิ่มขนาดของฐานล้อ ขณะที่ในส่วนของเครื่องยนต์ ใช้เครื่องขนาด 3.4 ลิตร 6 สูบ มีขุมกำลังถึง 350 แรงม้า และมีอัตราการบริโภคน้ำมันรวมถึงการปล่อยมลพิษที่ลดลง 16% เลยด้วย จึงไม่น่าแปลกใจเลยจริง ๆ ว่าทำไม่ปอร์เช่ถึงภูมิใจกับ 911 Carrera S คันนี้ซะเหลือเกิน

อย่างไรก็ดี นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของรถรุ่นใหม่ ๆ จากค่ายดังต่าง ๆ ที่เราหยิบยกมานำเสนอให้คุณ ๆ ได้ทราบกัน ยังคงมีรถรุ่นอื่นอีกมากมายที่มีความน่าสนใจและรอให้คุณได้ไปสัมผัสและชมคันเป็น ๆ กันถึงที่

          เอาเป็นว่าคุณผู้อ่านท่านไหนมีเวลาว่างหรืออยากจะไปเห็นรถเหล่านี้และคันอื่น ๆ เพิ่มเติม ก็เชิญไปกันได้ที่งาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 33 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 3 อิมแพค เมืองทองธานี โดยงานจะมีไปจนถึงวันที่ 8 เมษายนนี้


* หมายเหตุ: กระปุกดอทคอมได้แก้ไขข้อมูลและคำผิดต่าง ๆ ไปเมื่อเวลา 10.25 น. ของวันที่ 3 เมษายน 2555 ขอขอบคุณสำหรับทุกคำแนะนำครับ *




 

Create Date : 05 เมษายน 2555    
Last Update : 5 เมษายน 2555 1:06:13 น.
Counter : 1453 Pageviews.  

เจ๋งอ่ะ! A Bug's Life เวอร์ชั่น(มด)ตัวจริงมาเอง



A Bug's Life01






เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก lensart.ru



          ยังพอจำการ์ตูนอนิเมชั่นเรื่อง A Bug's Life กัน ได้ไหมเอ่ย หนังการ์ตูนแสนน่ารักว่าด้วยเรื่องราวของอาณาจักรแมลงที่มีตัวเด่นเป็นมดตัว สีฟ้าผู้ไม่เคยท้อถอย มาคราวนี้ลองล้างตาจากภาพอนิเมชั่น มาเป็นภาพของจริงตัวเป็น ๆ มาทำท่าทางที่ดูแล้วราวกับมีแอคติ้งเหมือนมนุษย์ยังไงยังงั้นเลยล่ะ









A Bug's Life02






A Bug's Life03






A Bug's Life04






A Bug's Life05






A Bug's Life06






A Bug's Life07






A Bug's Life08






A Bug's Life09






A Bug's Life10






A Bug's Life11






A Bug's Life12






A Bug's Life13






A Bug's Life14






A Bug's Life15






          ทั้งหมดนี้เป็นผลงานของช่างภาพรุ่นเก๋าจากแดนหมีขาว อองเดรย์ พาโลฟ ที่ใช้เทคนิคการถ่ายภาพระยะใกล้ หรือมาโคร (macro) รอคอยจังหวะดี ๆ อย่างใจเย็น ก่อนจะถ่ายแชะ บันทึกภาพน่ารัก ๆ ที่สามารถนำมาถ่ายทอดเป็นเรื่องราวของบรรดามดทั้งหลายได้เป็นอย่างดี ส่วนที่เห็นอุปกรณ์ประกอบฉากมากมายจนทำให้แอบสงสัยว่าในเจ้ามดตัวน้อยนั้น รู้จักใช้ของอย่างนี้เป็นเรื่องเป็นราวกันแล้วหรือ ความจริงแล้วก็เป็นของประกอบฉากที่คุณลุงตากล้องเตรียมเอาไว้ล่วงหน้าก่อน แล้วนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นลูกไม้ ใบไม้ใบจิ๋ว รถเล็กที่ประกอบขึ้นมากจากเปลือกลูกไม้ กิ่งไม้ สนามฟุตบอลจำลอง และของจิ๋วอีกต่าง ๆ นานา เรียกได้ว่ารูปของคุณลุงอองเดรย์เซ็ตนี้ ทั้งดูเพลิน ทั้งเป็นเรื่องเป็นราวอย่างกับกำลังดู A Bug's Life เวอร์ชั่นใช้ตัวจริงแสดงอยู่เลยล่ะ :P





 

Create Date : 15 มีนาคม 2555    
Last Update : 15 มีนาคม 2555 2:52:15 น.
Counter : 1279 Pageviews.  

20 คำคมกำลังใจ สำหรับคนอกหัก



20 คำคมกำลังใจ สำหรับคนอกหัก


 



          คนทุกคนเวลาที่มีความรัก ก็มักจะรู้สึกไม่ต่างกันว่าเราช่างเป็นคนโชคดีซะเหลือเกิน ที่ได้มีโอกาสสัมผัสกับความรู้สึกดี ๆ และมีคนรักที่ทำให้เรารู้สึกมีความสุขที่สุด แต่ถ้าหากวันหนึ่ง ความรักได้เดินทางมาถึงจุดจบ หลายคนก็จะพบว่า จริง ๆ แล้วตัวเองก็ไม่ได้โชคดีอย่างที่เคยรู้สึกเลยแม้แต่น้อย ยิ่งถ้าหากใครถูกบอกเลิกทั้งที่ยังรักเขาอยู่เต็มหัวใจแล้วล่ะก็ ยิ่งรู้สึกว่าชีวิตตัวเองช่างเลวร้ายกว่าใครเหลือเกิน แต่จะให้พยายามฉุดรั้งคนรักที่หมดใจให้อยู่ต่อก็คงไม่ไหว เพราะยิ่งรั้งก็ยิ่งพบว่าหัวใจยิ่งเจ็บปวดเกินจะทนได้ และเป็นความพยายามที่สูญเปล่าจริง ๆ

 


          แต่จะทำอย่างไรดี ให้หัวใจเจ็บปวดนั้นข้ามผ่านช่วงเวลาเลวร้ายนี้ไปได้ ในเมื่อยังรักเขาหมดหัวใจจนไม่กล้าตัดใจอยู่อย่างนี้ เรื่องแบบนี้คงต้องเริ่มต้นจากความคิดของเรานั่นแหละค่ะ ว่าเอาความคิดไปจมอยู่กับวันเวลาเดิม ๆ หรือคิดหวังความสุขที่รออยู่ในวันพรุ่งนี้กันแน่ วันนี้กระปุกดอทคอมก็เลยรวบรวมคำคมเพื่อคนอกหักโดยเฉพาะมาฝากกัน เพื่อให้คนอกหักได้มีกำลังใจในการใช้ชีวิตและหัวใจต่อไปในวันพรุ่งนี้อย่าง เข้มแข็ง ซึ่งหวังว่ามันคงช่วยให้ใครหลาย ๆ คนก้าวต่อไปได้เลยทีเดียวล่ะ

 


"Giving up doesn't always mean you are weak; 


sometimes it means that you are strong enough to let go."


 



บางครั้ง การยอมปล่อยใครสักคนไปก็ไม่ได้หมายความว่าเราอ่อนแอ 


แต่มันแสดงให้เห็นว่าเราเข้มแข็งพอที่จะปล่อยเขาไปต่างหาก





 




 




"Don't cry when the sun is gone, because the tears 


won't let you see the stars." - Violeta Parra


 



อย่าร้องไห้เมื่อตะวันลับฟ้า เพราะน้ำตาจะทำให้เรามองไม่เห็นดาวนับพันที่กำลังจะปรากฎ





 




 




"He who has never experienced hurt, 


cannot experience true love." - Tristan J. Loo


 



คนที่ไม่เคยเจ็บปวดเพราะความรัก ไม่อาจสัมผัสได้ถึงรักแท้





 




 




"Trying to forget someone you love is like trying 


to remember someone you never knew."


 



การพยายามลบลืมคนบางคนที่เรารัก มีค่าเท่ากับการพยายามจดจำคนบางคนที่เราไม่เคยรู้จัก





 




 




"Relationships are like glass. Sometimes it's better to leave them 


broken than try to hurt yourself putting it back together." 


 



ความรักก็เหมือนแก้ว บางครั้ง การปล่อยให้มันแตกไป 


ก็ดีกว่าการพยายามหยิบมันขึ้นมาต่อใหม่ทั้งที่หัวใจเจ็บปวด





 




 




"The greatest pain that comes from love is loving someone you can never have."


 



ความเจ็บปวดที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือการรักคนบางคนที่ไม่มีทางเป็นไปได้





 




 




"Sometimes the person you really need is the one you didn't think you wanted."


 



บางครั้ง คนที่เราต้องการจริง ๆ คือคนคนเดียวกับคนที่เราไม่เคยคิดว่าเราต้องการเขา





 




 




"You can close your eyes to things you don't want to see, 


but you can't close your heart to things you don't want to feel." 


 



คุณอาจจะหลับตาเพื่อให้มองไม่เห็นสิ่งที่ไม่อยากเห็นได้ 


แต่คุณไม่อาจปิดหัวใจไม่ให้รู้สึกในสิ่งที่ไม่อยากรู้สึกได้หรอก





 




 




"The walls we build around us to keep 


out the sadness also keep out the joy." - Jim Rohn


 



กำแพงหัวใจที่เราสร้างขึ้นเพื่อปิดกั้นตัวเองจากความเศร้า มักจะปิดกั้นเราจากความสุขเช่นกัน





 




 




"Nothing hurts more than realizing he meant 


everything to you, but you meant nothing to him."


 



ไม่มีอะไรเจ็บปวดมากไปกว่า การพบความจริงว่า 


"เขาเป็นทุกอย่างในชีวิตเรา แต่สำหรับเขา เราไม่มีความหมายอะไรเลย"





 




 




"You don't realize how much you care 


about someone until they don't care about you."


 



คุณจะไม่รู้ตัวเลยว่าคุณแคร์ใครบางคนมากแค่ไหน จนกว่าคนคนนั้นจะไม่แคร์คุณเลย





 




 




"The best thing one can do when it is raining 


is let it rain." - Henry Wadsworth Longfellow 

 



ทางที่ดีที่สุดที่คนคนหนึ่งจะทำได้เมื่อฝนตก ก็คือปล่อยให้ฝนเปียกปอน





 




 




"No man is worth your tears. 


And when you find the one who is, 


he will never make you cry."


 



ไม่มีใครมีค่าพอที่เราจะเสียน้ำตาให้หรอก 


และหากคุณได้พบคนที่มีค่าพอแล้ว 


เขาจะไม่มีวันทำให้คุณเสียน้ำตาได้เลย





 




 




"No matter who broke your heart, or how long it takes to heal,

you’ll never get through it without your friends.
"


 



 ไม่ว่าใครจะทำให้หัวใจคุณเจ็บปวด และไม่ว่าจะต้องใช้เวลารักษาหัวใจนานแค่ไหน

แต่ "เพื่อน" ก็ยังคงอยู่เคียงข้างคุณเสมอ





 




 




"The mind can create many worlds. 


If one world ends, a new world shall rise. 


You’ve got to be excited about it. Plan and build a better map."

 



ความคิดสามารถสร้างโลกหลายใบขึ้นมาได้ 


แต่เมื่อโลกใบหนึ่งสิ้นสุดลง โลกอีกใบจะปรากฎขึ้น 


จงสนุกไปกับมัน และสร้างแผนที่ชีวิตใหม่ที่ดีกว่าเดิม





 




 




"If people are hurting you, don’t hurt yourself too. 


If you want to love people, learn to love yourself first." 


If you cannot do good things to yourself, how much more to others?

 



หากใครสักคนทำร้ายคุณ จงอย่าทำร้ายตัวเองไปด้วย 


หากคุณอยากรักใครสักคน จงเรียนรู้ที่จะรักตัวเองเสียก่อน 


เพราะหากคุณไม่รักตัวเองแล้ว คุณจะเอาความรักที่ไหนไปรักคนอื่น?





 




 




"If you can't save the relationship, at least save your pride."

 



ถ้าหากคุณรักษาความรักไว้ไม่ได้ อย่างน้อยก็รักษาศักดิ์ศรีของตัวเองไว้เถอะนะ





 




 




"A lot of girls keep their feelings to themselves because 


they’re tired of pouring their hearts out to the wrong guy."

 



มีหญิงสาวมากมายเก็บความรักไว้กับตัวเอง เพราะพวกเธอเหนื่อยกับการทุ่มเทความรักให้กับคนผิดคน





 




 




"When someone breaks your heart, someone else is waiting to fix it."

 



เมื่อใครสักคนทำหัวใจคุณเจ็บช้ำ จงรู้ไว้เถอะว่า ยังมีใครอีกคนกำลังรอรักษามันอยู่





 




 




"Telling someone not to break your heart is like telling the rain not to fall."

 



การบอกใครสักคนว่า อย่าทำร้ายหัวใจกันเลยนั้น มันมีค่าเท่ากับการห้ามฝนไม่ให้ตก





 




 




          เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับ 20 คำคมสวย ๆ ที่เราเลือกมาฝากกันวันนี้ หวังว่าคงจะทำให้คนอกหักที่กำลังอ่อนแอและหาทางออกไม่เจอได้มีกำลังใจในการ ใช้ชีวิตใช้หัวใจต่อไปในวันพรุ่งนี้อย่างเข้มแข็งนะคะ และไม่ว่าจะเป็นอย่างไร อย่าลืมค่ะว่าชีวิตคนเรามีทั้งสุขและทุกข์ปะปนไปอย่างนี้เสมอ ถึงแม้ว่าวันนี้จะอกหัก แต่ใครจะไปรู้ล่ะว่าช่วงเวลาอีกไม่นานต่อจากนี้ อาจมีใครสักคนที่รักและแสนดีกว่าเดิมรอเราอยู่ข้างหน้าก็เป็นได้ ดังนั้น ลุกขึ้นเปลี่ยนตัวเองให้สดใส ต้อนรับวันพรุ่งนี้ที่ดี ๆ ดีกว่าเนอะ :)




 

Create Date : 14 มีนาคม 2555    
Last Update : 14 มีนาคม 2555 4:41:01 น.
Counter : 714 Pageviews.  

มนต์เสน่ห์แห่งความสุข...ไม่เคยหยุดที่ เขาใหญ่



เขาใหญ่


 




มนต์เสน่ห์แห่งความสุข...ไม่เคยหยุดที่ "เขาใหญ่" (คู่หูเดินทาง)



          "เขา ใหญ่" ถือว่าเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไทย และนับว่าเป็นผืนป่าใหญ่ที่อยู่ใกล้กรุงเทพมหานครมากที่สุด เป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่มีความหลากหลาย มากสไตล์ ทั้งทางธรรมชาติ สถาปัตยกรรม และเกษตรกรรม ซึ่งรวบรวมสถานที่กิน เที่ยว ช้อป ไว้อย่างสมบูรณ์ แล้วแต่ความชื่นชอบของแต่ละบุคคล โดยมีถนนเส้นหลักที่มุ่งหน้าขึ้นสู่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ หรือ "ถนนธนะรัชต์" ที่เป็นเส้นทางแห่งความสุข มีเสน่ห์ดึงดูดใจและสร้างสีสันความบันเทิงให้แก่นักท่องเที่ยวผู้มาเยือนได้ ตลอดเส้นทาง และไม่ว่าคุณจะเคยมาเที่ยวที่เขาใหญ่แห่งนี้สักกี่ครั้ง เราเชื่อว่าคุณก็จะได้พบกับความแปลกใหม่ของสถานที่แห่งนี้อยู่ตลอดเวลา



          อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มีอาณาบริเวณครอบคลุมพื้นที่คาบเกี่ยวใน 4 จังหวัด คือ อำเภอมวกเหล็ก อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี, อำเภอปากช่อง อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา, อำเภอนาดี อำเภอกบินทร์บุรี อำเภอประจันตคาม อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี และ อำเภอปากพลี อำเภอบ้านนา อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก เมื่อปี 2548 ได้รับการประกาศให้เป็น "มรดกโลกทางะรรมชาติ" จากองค์การยูเนสโก พร้อมได้รับการบันทึกสถิติว่า เป็นแหล่งที่มีอากาศบริสุทธ์ 1 ใน 7 ของโลก และด้วยสภาพภูมิอากาศที่เย็นสบายตลอดปีของที่นี่ จึงมีผู้นำองุ่นพันธุ์ไวน์ต่าง ๆ มาเพาะปลูกเป็นไร่ขนาดใหญ่ ทำอุตสหกรรมไวน์หลายแห่ง และเปิดเป็นรีสอร์ทให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาดื่มด่ำกับบรรยากาศไร่องุ่น สไตล์เมดิเตอเรเนียน หรือยุโรปตอนใต้นั่นเอง



          และแล้วแหล่งท่องเที่ยวทางการเกษตรอื่น ๆ อาทิ ร้านอาหาร ร้านกาแฟ แหล่งช็อปปิ้งพักผ่อนหย่อนใจในสไตล์ยุโรปอีกมากมายก็เกิดขึ้นตามมาเป็นทิว แถวตลอดแนวถนนธนะรัชต์ และถนนรอบ ๆ เขาใหญ่เกือบทุกสาย คู่หูเดินทางฉบับนี้จึงอยากจะขออัพเดทมนต์เสน่ห์แห่งความสุข ณ เขาใหญ่ สถานที่ที่มีมนต์ขลังแห่งนี้































          จุดหมายแรกของเราบนเส้นทางแห่งความสุขเริ่มต้นที่ Sheep Land ตั้งอยู่บริเวณริมถนนธนะรัตน์ กม.ที่ 4 ฝั่งซ้ายมือ ซึ่งเป็นที่ตั้งของฟาร์มแกะชีพแลนด์ ที่นี่คุณจะได้สัมผัสกับความน่ารักของแกะตัวเล็กตัวน้อยไปถึงตัวใหญ่ ที่สามารถลูบ จับ สัมผัสได้ จะอุ้ม จะกอด ทำได้หมด ไม่เสียค่าเข้าชมแต่อย่างใด เพียงแค่คุณเดินผ่านประตูรั้วเข้าสู่สนามหญ้า พวกมันก็จะวิ่งเข้ามารุมล้อมรอบตัวคุณแล้ว เป็นการออดอ้อนให้คุณซื้อนมสดหรืออาหารเม็ดมาป้อนให้พวกมัน ช่างเป็นภาพที่น่ารักน่าเอ็นดูจริง ๆ แถมมันยังชอบทำตัวเป็นดาราหน้ากล้องให้คุณถ่ายรูปคู่กับมันอีก เมื่อชื่นชมความน่ารักของลูกแกะน้อยกันจนพอใจแล้ว ก่อนจากไปก็อย่าลืมแวะชิม เจลลาโต้ไอศครีมไขมันต่ำแบบโฮมเมด แล้วเลือกซื้อสินค้าแฮนด์เมดจากผลิตภัณฑ์ขนแกะต่าง ๆ ไปฝากคนที่บ้านด้วย ชีพแลนด์ เปิดทุกวัน 11.00 – 20.30 น. (หยุดทุกวันอังคาร) โทร. 08-8071-2012

 





















 




 


          ออกจากชีพแลนด์มาอีกนิดเดียว ประมาณ กม.ที่ 6 เราก็มาถึง The Smoke House ร้านอาหารยุโรป และอาหารไทยสไตล์ฟิวชั่น ซึ่งเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมากในช่วงนี้ โดยสร้างเป็นปราสาททรงยุโรปโบราณออกมาได้อย่างโดดเด่นสะดุดตาเป็นสง่ากับถนน สายนี้มาก ใครที่ผ่านไปมาต่างก็อดใจไว้ไม่ได้ที่จะต้องแวะถ่ายรูปกันไว้เป็นที่ระลึก ไว้แอ๊คอาร์ตกับเพื่อนฝูงประหนึ่งว่าได้ไปเยือนดินแดนยุโรปแห่งใดแห่งหนึ่ง มาก็มิปาน อาหารที่นี่รสชาติดี แต่ขอแนะนำว่าควรสั่งมาหลาย ๆ เมนู แล้วแชร์กันทานจานโน้นคำจานนี้คำ รับรองได้อิ่มกันทั้งวงแน่นอน ราคาอาจจะดูค่อนข้างสูงแต่ก็คุ้มค่า เพราะของเค้าจานใหญ่จัดเต็มสมราคา



          และถ้ามานั่งทานตั้งแต่ 1 ทุ่ม เป็นต้นไป ท่านก็จะได้ทานข้าวเคล้าเสียงเพลงจากจาก 3 หนุ่มหล่อ บนเวทีแสดงสด ที่สามารถมองผ่านออกไปเห็นทุ่งกว้างและขุนเขาเบื้องหลัง ก็นับได้ว่าเป็นมื้อค่ำที่โรแมนติคไม่เบาเลยทีเดียว มีบริการไวน์รสเลิศและเบอเกอรี่รสละมุม สำหรับผู้ที่ชื่นชอบ เวลาที่เหมาะสำหรับการมาเยือนที่นี่ก็น่าจะประมาณช่วงแดดร่มลมตก จนถึงช่วงหัวค่ำ เพราะเมื่อยามพระอาทิตย์เริ่มอัสดง เราก็จะเริ่มเห็นแสงไฟประดับที่ทางร้านจัดแต่งไว้เพื่อเสริมความสง่างามให้ กับเดอะสโมกเฮ้าส์แห่งนี้มากยิ่งขึ้น เรียกได้ว่าเป็นที่ที่สวยทั้งกลางวันและกลางคืนจริง ๆ เดอะสโมกเฮ้าส์ เปิดบริการทุกวัน 10.00 – 22.30 น. โทร. 0-4436-5222

 



























          ผ่านเดอะสโมกเฮ้าส์มา เพียงไม่กี่นาที ช่วง กม.ที่10.6 ฝั่งซ้ายมือ เราจะได้เห็นเห็ดปูนปั้นน้อยใหญ่ สีสันน่ารัก เรียงรายอยู่ในสนามหญ้า เป็นสถานที่เที่ยวเชิงเกษตรแห่งใหม่ที่เปิดมาได้เพียงไม่นาน เขาใหญ่พานอราม่า ฟาร์ม ที่เปิดให้เข้าชมวิธีการเพาะเห็ด และสามารถเลือกเก็บเห็ดมากมายหลายสายพันธุ์ด้วยมือของคุณเอง เสร็จแล้วนำมาชั่ง จ่ายเงิน นำกลับไปปรุงอาหารที่บ้านได้เลย หรือจะเลือกสั่งอาหารเมนูเห็ดนั่งทานกันสักมื้อ ก็อิ่มอร่อยได้สุขภาพดี ซึ่งมีให้เลือกอยู่หลายเมนู อาทิ ลาบเห็ด ยำเห็ดสามอย่าง เห็ดทอด เห็ดย่าง ทำได้หมด แถมเห็ดสด ๆ ที่เพิ่งเก็บไปจะได้รสชาติหวานอร่อยดีด้วย



          นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์เห็ดแปรรูปให้เลือกซื้อกลับบ้านทั้งของสดของแห้งหลายรายการ เช่น ไส้อั่วเห็ด แหนมเห็ดโคนญี่ปุ่น น้ำพริกเผา น้ำพริกตาแดง เห็ดสวรรค์ ทองม้วน ทองพับ น้ำเห็ด 5 อย่างเพื่อสุขภาพ สมุนไพรเห็ดอัดแคปซูล ฯลฯ  เป็นที่ถูกอกถูกใจในกลุ่มคนรักสุขภาพอย่างมาก เขาใหญ่ พานอราม่า ฟาร์มเห็ด เปิดทุกวัน 8.00 – 17.00 น. หยุดทุกวันอังคาร โทร. 0-4475-6234


 



















          มุ่งหน้าตรงมาอีกประมาณ 2 กิโลฯ ฝั่งซ้ายมือ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความเร็วและความตื่นเต้นไม่ควรพลาดกับสนามขับรถโกคาร์ ทประลองความเร็วกันเล่นที่ เขาใหญ่ สปีดคาร์ท ที่นี่เขามีบริการรถโกคาร์ททั้งของเด็กและผู้ใหญ่ รวมทั้งรถโกคาร์ทแบบ 2 ที่นั่ง รถเอทีวีของเด็กก็มีให้เช่าขับ พร้อมไฟส่องสนามยามค่ำคืน เพื่อความปลอดภัย ในราคาชั่วโมงละ 300 บาท  และสำหรับสาว ๆ ที่ไปด้วย แต่ไม่อยากแข่งรถกับหนุ่ม ๆ เค้า ก็มีที่นั่งชมทีวีถ่ายทอดสดพร้อมทานอาหารรอหนุ่ม ๆ ไปพลาง ๆ เพราะเค้ามีอาหารและเครื่องดื่มไว้บริการพร้อมสรรพทุกสิ่ง แถมยังรับจัดงานปาร์ตี้สังสรรค์ สัมมนา ในโอกาสพิเศษต่าง ๆ อีกด้วย เปิดทุกวัน 9.00 – 21.00 น. โทร. 08-6660-8060

 











          จากเขาใหญ่สปีดคาร์ทมาถึง กม.13 เราลองหันมามองฝั่งขวามือกันบ้าง ก็จะเห็น Cottages @ Hill Resort รีสอร์ทสีสันสวยหวานน่ารักราวกับหมู่บ้านเทพนิยายในการ์ตูนฝรั่ง สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักกับรีสอร์ทใหม่แกะกล่องแล้วไม่ผิดหวัง ลองเข้าเลือกชมดู มีบ้านขนาด S M L XL ให้เลือกตามความเหมาะสมกับหมู่คณะ หรือจะเพียงเข้ามาแวะนั่งพักดื่มกาแฟทอดอารมณ์ก่อนขึ้นชมเขาใหญ่ หรือจะจัดหนักกับสเต๊ก ต่อด้วยไอศครีม อิ่มแล้วเกิดจะง่วงกับเข้านวดแผนไทยได้อีก ที่นี่เค้ามีพร้อม สอบถามรายละเอียดโทร. 08-1120-6008

 



































          ก่อนถึงอุทยานฯ เขาใหญ่ ที่ กม.17 ฝั่งซ้าย จะเห็นอาคารสไตล์อิตาเลี่ยนโบราณสีน้ำตาลอมส้มเรียงราย เป็นที่รู้จักกันในนาม Palio Khao Yai สถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งช้อปปิ้งของเขาใหญ่ ในคอนเซ็ปต์ถนนคนเดิน กับสินค้าอันหลากหลายที่มีมากมายกว่า 120 ร้านค้า รวมทั้งอาหาร เครื่องดื่ม สปา เสริมสวย ตลอดจนที่พักในแบบบูติคโฮเทลที่นับว่าอยู่ใกล้สะดวกสบายต่อการขึ้นเที่ยวชม อุทยานฯ เขาใหญ่มากที่สุดแห่งหนึ่งด้วย ที่นี่นอกจากคุณจะสนุกกับการช็อปปิ้งสินค้าต่าง ๆ แล้ว ยังมีมุมสวย ๆ มากมายให้ถ่ายภาพเล่นเป็นที่ระลึก เสมือนหนึ่งว่าคุณไปเยือนเมืองอิตาลีมาอวดเพื่อนฝูงให้ดูกันอย่างตื่นตาตื่น ใจเลยทีเดียว ปาลิโอ เขาใหญ่ เปิดทุกวัน  8.00 – 20.00 น. โทร. 0-4436-5899

 
























          เสร็จสรรพจากการโพสต์ท่าสวยกันแล้วก็มาสัมผัสธรรมชาติและอากาศบริสุทธิ์อย่างแท้จริงที่ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ก่อนจะผ่านด่านของอุทยานฯ เข้าไป สิ่งแรกที่ควรจะทำก็คือการแวะกราบนมัสการ เจ้าพ่อเขาใหญ่ กันเสียก่อน เพื่อเป็นสิริมงคลในการมาเยือนถิ่นนี้ สำหรับเจ้าพ่อเขาใหญ่นั้น ท่านมีตัวตนจริง เคยเป็นบุคคลที่มีชีวิตอยู่ในโลกนี้มาก่อน เดิมท่านชื่อ นายจ่าง นิสัยสัตย์ รับราชการเป็นปลัดกองทัพไทย เมื่อเสร็จศึกสงครามท่านมักจะออกเยี่ยมเยือนลูกน้องเก่าของท่าน เมื่อท่านทราบว่าลูกน้องเก่าของท่านไปตั้งตัวเป็นโจรบนเขาใหญ่และถางป่าบน เขาใหญ่จนเตียนโล่ง ก็เสียใจมาก ท่านจึงขอร้องให้ลูกน้องท่านเลิกและอพยพมาอยู่ข้างล่าง แต่ก็มีกลุ่มโจรกลุ่มหนึ่งไม่ยอมเชื่อ เมื่อตกลงกันไม่ได้ จึงเกิดการต่อสู้กันขึ้น ปรากฏว่าหัวหน้าโจรกลุ่มนั้นถูกยิงเสียชีวิต ท่านจึงเป็นบุคคลที่ชาวบ้านให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างมาก  นอกจากนั้นท่านมีจิตใจโอบอ้อมให้ความช่วยเหลือชาวบ้านทุก ๆ ด้าน ต่อมาท่านได้จบชีวิตลงด้วยไข่ป่า ด้วยวัย 75 ปี ชาวบ้านจึงพร้อมใจกันตั้งศาลเพียงตาไว้ที่ในบริเวณวัดหนองเคียม จังหวัดนครนายก เรียกว่า "ศาลเจ้าพ่อปลัดจ่าง"



          ต่อมาหลังจากที่รัฐบาล ฯพณฯ จอมพลสฤษดิ์  ธนะรัชต์ ได้จัดตั้งให้ป่าเขาใหญ่ เป็นอุทยานแห่งชาติ ได้เกิดนิมิตรถึงเจ้าผู้คุ้มครองสรรพสัตว์และผืนป่า จึงได้มีการจัดตั้งศาลเจ้าพ่อขึ้นที่บริเวณกิโลเมตรที่ 23 ถนนธนะรัชต์ และได้อัญเชิญดวงวิญญาณของท่านมาสถิตย์ไว้ แล้วขนานนามว่า "ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่" นักท่องเที่ยวที่แวะกราบไหว้อธิษฐานขอโชคลาภ และให้การเดินทางเป็นไปอย่างปลอดภัย ท่านก็มักจะเมตตาให้สมความปรารถนาอยู่เสมอ





          เมื่อนมัสการเจ้าพ่อเขาใหญ่ และผ่านด่านเข้ามาแล้ว เราควรแวะไปที่สำนักงานของอุทยานเสียก่อน เพื่อดูว่ามีแผนกใดบ้างที่เราต้องการติดต่อสอบถามข้อมูลที่น่าสนใจว่าเราจะ ทำกิจกรรมใดบ้างที่นี่ หรือศึกษาเส้นทางไปสู่จุดเที่ยวชมต่าง ๆ เช่น หน่วยกู้ภัย ศูนย์ปฎิบัติการบิน ฝ่ายวิชาการ ( พืชพรรณสัตว์ป่าและอากาศ ) ฝ่ายนันทนาการและบ้านพัก ร้านจำหน่ายของที่ระลึก หน่วยงานบริการพาส่องสัตว์ สำนักงานจองที่พักกางเต๊นท์ ฯลฯ












          สำหรับเรา เลือกที่จะแวะชม น้ำตกเหวสุวัต โดยขับผ่านศูนย์บริการนักท่องเที่ยวมาประมาณ 200 เมตร ก็จะพบกับ อ่างเก็บน้ำสายศร ซึ่งเป็นแหล่งเก็บน้ำ เพื่อใช้ภายในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ สำหรับทั้งบ้านพักเจ้าหน้าที่และบ้านพักนักท่องเที่ยว และยังเป็นแหล่งน้ำสำหรับสัตว์ป่าด้วย บริเวณสันอ่างเก็บน้ำจะมีทางเดิน ไปออกที่หอดูสัตว์หนองผักชีได้ โดยต้องติดต่อเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่ามานำทาง เพราะทางอุทยานฯ ไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเดินเอง เนื่องจากสภาพพื้นที่ป่าเป็นป่าทึบมีโอกาสหลงทางได้ง่าย อ่างเก็บน้ำสายศร ยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่ดีจุดหนึ่งในอุทยานฯ เพราะพระอาทิตย์จะตกหลังแนวเขาพอดี ซึ่งเป็นภาพที่น่าประทับใจมาก



          ในระหว่างทางที่เราขับรถไปเที่ยวยังน้ำตกเหวสุวัต ก็อาจจะเห็นกวาง ช้าง หรือ ลิง ลงมากินน้ำหรือหาอาหารบ้าง แต่ต้องใช้ความระมัดระวังในการขับรถพอสมควรเพราะทางค่อนข้างลดเลี้ยวและชัน บ้างในบางช่วง โดยจุดหมายปลายทางของเราในครั้งนี้คือ น้ำตกเหวสุวัต เป็นน้ำตกแห่งหนึ่งที่สวยงามของอุทยานฯ เขาใหญ่ โดยเกิดจากห้วยลำตะคองไหลตกผ่านหน้าผาสูงราว 25 เมตร และมีแอ่งน้ำทางด้านล่าง ทางอุทยานฯ ห้ามลงเล่นน้ำ เนื่องจากกลัวอันตรายจากน้ำป่าไหลหลากเฉียบพลัน หากมาในฤดูน้ำน้อย จะสามารถเดินลัดเลาะเพื่อเข้าไปยังโพรงถ้ำเล็ก ๆ ใต้หน้าผาน้ำตกได้ สำหรับห้วยลำตะคองนี้ หลังจากผ่านน้ำตกเหวสุวัตแล้ว ยังมีน้ำตกเหวไทรและน้ำตกเหวประทุนที่อยู่ลึกเข้าไปอีก แต่จะต้องเดินผ่านป่าลึกฝ่าดงทากเข้าไป ควรมีเจ้าหน้าที่นำทางไปด้วยเนื่องจากในป่าลึกนั้นเส้นทางไม่ชัดเจน อาจพลัดหลงได้ง่าย


 







          สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการใกล้ชิดธรรมชาติมากยิ่งขึ้น ก็สามารติดต่อของกางเต้นท์ได้ที่ จุดกางเต๊นท์น้ำตกผากล้วยไม้ มีห้องน้ำ ลานจอดรถ และลานกางเต้นท์ ที่สะดวกสบาย และจากจุดนี้หากเดินเท้าลัดเลาะไปตามห้วยลำตะคอง ผ่านป่าดงดิบตลอดทาง ประมาณ 1.2 กิโลเมตร ก็จะถึงน้ำตก ซึ่งมีลักษณะเป็นผาไม่สูงนัก น้ำตกแห่งนี้มีกล้วยไม้หลายชนิดเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะกล้วยไม้หวายแดง ซึ่งจะออกดอกช่วงเดือนเมษายน หากเดินเลาะไปตามโขดหินอีกประมาณ 100 เมตร ก็จะพบน้ำตกชั้นใน ซึ่งมีความสวยงามไม่แพ้กัน และหากเดินเลาะมาตามห้วยลำตะคองเรื่อย ๆ ก็จะมาทะลุถึงน้ำตกเหวสุวัตได้



          สำหรับสถานที่กางเต็นท์นั้น มีลานกางเต็นท์ตามจุดต่าง ๆ และมีเต็นท์ให้เช่า การสำรองที่พักเต็นท์สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้กับอุทยานฯ โดยตรง นอกจากที่กางเต๊นท์แล้ว ทางอุทยานฯ ยังมีบริการ ที่พัก มีบ้านพักเดี่ยว บ้านพักเรือนแถว ให้บริการแก่นักท่องเที่ยว จำนวน 4 โซน ได้แก่ โซนศูนย์บริการนักท่องเที่ยว โซนบนเขา-จุดชมวิว โซนค่ายสุรัสวดี และโซนบ้านธนะรัชต์ ในการมาพักแรมที่อุทยานฯ นี้ นักท่องเที่ยวไม่จำเป็นต้องเตรียมอาหารมาเอง เพราะมีร้านอาหารให้บริการ ตั้งแต่เวลา 07.00 - 18.00 น. ในวันจันทร์ - ศุกร์ และเวลา 07.00 - 21.00 น. ในวันเสาร์ - อาทิตย์ ถึง 5 แห่งด้วยกัน คือ บริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยว, บริเวณจุดกางเต็นท์ผากล้วยไม้, บริเวณจุดกางเต็นท์ลำตะคลอง, บริเวณน้ำตกเหวสุวัต, บริเวณน้ำตกเหวนรก พร้อมสุขาสาธารณะบริการตามจุดบริการนักท่องเที่ยว และบริเวณลานกางเต็นท์



          นอก จากนี้อุทยานฯ เขาใหญ่ ยังมีจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมากมาย เช่น เขาร่ม เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เขาแหลม เขาเขียว เขาสามยอด เขาฟ้าผ่า เขากำแพง เขาสมอปูน เขาแก้ว น้ำตกเหวนรก จุดชมวิวผาเดียวดาย จุดชมวิวผาตรอมใจ หอดูสัตว์หนองผักชี หอดูสัตว์คลองปลากั้ง จุดชมวิว กม.30

 





 




 














 




          เมื่อชื่มชมธรรมชาติบนอุทยานฯ กันเต็มอิ่ม ก็ถึงเวลากลับ โดยเมื่อออกจากอุทยานฯ เข้าสู่เส้นทางถนนธนะรัตช์ ถึงจุดตัดกับถนนผ่านศึก- กุดคล้า ประมาณ กม.ที่ 23 ให้เลี้ยวซ้ายแล้วมุ่งหน้าไปประมาณ 10 กว่ากิโลฯ เพื่อเยี่ยมชม ไร่องุ่นไวน์กราน-มอนเต้ ตั้งอยู่ในหุบเขาอโศก ใกล้อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ โอบล้อมไปสีเขียวสดเรียงเป็นแนวของต้นองุ่นไวน์อันเลื่องชื่อหลากหลายสาย พันธุ์ สามารถหาซื้อหาผลองุ่นสด และผลิตภัณฑ์จากองุ่นเป็นของฝาก ได้ที่ "ร้านมอนติโน" ที่ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าทางเข้าไร่แห่งนี้หรือหากอยาก หรือจะลิ้มลองอาหารสเลิศสไตล์ตะวันตกที่ "ร้านวิคคอตโต้" ก็ได้ ไร่กราน-มอนเต้ เปิดทุกวัน 11.00 – 21.00 น. โทร. 0-3622-7334-5

 











          ช่วงเวลาแห่งความสุขยัง ไม่หมดเพียงเท่านี้ เมื่อท่านมุ่งหน้าเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยใช้เส้นทางถนนมิตรภาพ ประมาณ กม. ที่ 155 – 156 ก็จะได้พบกับ ไร่ข้าวโพดสุวรรณ อันสวยงาม โดยการันตีได้ว่า เป็นฉากประกอบในละครทีวีมาแล้วหลายเรื่อง ไร่นี้อยู่ภายใต้การดูแลของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ด้วยบรรยากาศเย็นสบาย พร้อมวิวทิวทัศน์ของทุ่งข้าวโพด ดอกผักเสี้ยนสีชมพู ดอกดาวกระจายหลายหลากสี กลางหุบเขา บนเนื้อที่กว่า 400 ไร่ มีข้าวโพดหวาน ทั้งแบบต้มและแบบดิบ รวมทั้งน้ำนมข้าวโพดและสินค้าการเกษตรจำหน่าย สามารถหาซื้อของขวัญของฝากเพื่อนฝูง ญาติสนิท มิตรสหายกันได้ที่นี่ เปิดบริการทุกวัน เวลา 8.00 – 20.00 น. โทร. 0-4436-1770-4



          การเดินทางท่องเที่ยวที่ดี คือ การเก็บเกี่ยวประสบการณ์ต่าง ๆ ที่เราได้พบเจอระหว่างทาง ไม่ว่าจะเป็นผู้คน สถานที่ สิ่งของ บรรยากาศ ฯลฯ เพราะทุกอย่างคือประสบการณ์แห่งความสุขที่คุณได้รับและสัมผัสได้เพียงคน เดียวเท่านั้น กับ "ความเป็นส่วนตัวในโลกของส่วนรวม" สนุกและมีความสุขกับชีวิตในทุกย่างก้าวที่คุณออกเดินทางนะคะ...มิตรรักนัก เดินทาง

 







TIPS การเดินทาง



รถยนต์ส่วนตัว



          เส้นทางที่ 1 คือ จากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าไปทางสระบุรี บนทางหลวงหมายเลข 1 เลี้ยวขวาตรงทางแยกเข้าอำเภอเมือง 1 โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 2 ถนนมิตรภาพ กิโลเมตรที่ 56 เลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนธนะรัชต์



          เส้นทางที่ 2 คือ จากกรุงเทพฯ - แยกหินกอง แล้วไปตามทางหลวงหมายเลข 33 (นครนายก-ปราจีนบุรี) ถึงสี่แยกเนินหอมใช้ทางหลวง 3077 ไปถึงเขาใหญ่



รถโดยสารประจำทาง



          มีรถออกจากสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักรฯ) ทุกวัน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center โทร.1490 เรียก บขส.





 

Create Date : 13 มีนาคม 2555    
Last Update : 13 มีนาคม 2555 3:55:41 น.
Counter : 1357 Pageviews.  

เที่ยวอุทยานใต้ทะเล เกาะขาม ชลบุรี


เกาะขาม

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก คุณ 3KKK, คุณ 3KKK, คุณ 3KKK และ คุณ j_areerob

เกาะขาม
เป็นเกาะเล็ก ๆ ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
ห่างออกไปจากฝั่งประมาณ 9 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางด้วยเรือประมาณ 45 นาที
และอยู่ทิศตะวันตกของเกาะแสมสารห่างจากท่าเรือแสมสาร 3 กิโลเมตร
ใช้เวลาเดินทางด้วยเรือประมาณ 15 นาที เกาะขามมีรูปร่างคล้ายตัว H
มีพื้นที่ประมาณ 61 ไร่ อยู่ภายใต้การดูแลของกองเรือป้องกันฝั่ง


         
ความสวยงามของท้องทะเลบริเวณเกาะขาม รวมถึงธรรมชาติบนเกาะ
ทำให้นักเดินทางต่างแวะเวียนไปท่องเที่ยวเกาะขามอยู่เสมอ ๆ
โดยชายหาดของเกาะขามมีสองหาดใหญ่ ๆ คือหาดด้านทิศเหนือและทิศใต้
ชายหาดด้านทิศเหนือเป็นทรายค่อนข้างละเอียด
เหมาะสำหรับการว่ายน้ำและสันทนาการทางน้ำ
ด้านทิศใต้เป็นหาดทรายหยาบมีหินกรวดและซากปะการังทับถมเต็มชายหาด

ที่มาของเกาะขาม...

         
เมื่อปี 2536
กองทัพเรือได้มอบหมายให้ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการเป็นประธานคณะกรรมการ
อำนวยการอนุรักษ์ และฟื้นฟูสภาพแวดล้อมในทะเล
พร้อมทั้งให้ผู้บัญชาการกองเรือป้องกันฝั่ง
เป็นประธานคณะอนุกรรมการดำเนินงานโครงการอุทยานใต้ทะเลพื้นที่สัตหีบและ
บริเวณใกล้เคียง ซึ่งในเบื้องต้นได้กำหนดพื้นที่เกาะขามเป็นเป้าหมายแรก
ในการจัดทำเป็นอุทยานใต้ทะเล
เนื่องจากเกาะขามประกอบด้วยระบบนิเวศน์ที่เหมาะสม
และลักษณะทางอุทกศาสตร์สมบูรณ์ในระดับที่เอื้ออำนวยต่อการเจริญเติบโตของ
ปะการัง และเป็นพื้นที่ที่ไม่ห่างไกลจากฝั่งมากนัก มีความสะดวกในการเดินทาง


เกาะขาม


          ลึกลงไปในน้ำของเกาะขามจะพบ
แนวปะการังอันอุดมสมบูรณ์กระจายตัวอยู่รอบ ๆ เกาะ
บริเวณที่สวยงามและอุดมสมบูรณ์ของปะการังอยู่ทางทิศใต้
ซึ่งแนวปะการังในบริเวณนี้จะเป็นปะการังเขากวาง ปะการังโต๊ะ และปะการังสมอง
ในระดับความลึกของน้ำประมาณ 3 - 6 เมตร จึงเหมาะสำหรับการดำน้ำท่องเที่ยว
ทั้งแบบผิวน้ำและแบบน้ำลึก นอกจากนี้ ยังพบปลาทะเลที่สวยงาม ได้แก่
ปลาผีเสื้อ ปลาสลิดหิน ปลาอมไข่ ปลากะรัง และ ปลารวมฝูง เช่น ปลาหางเหลือง
อีกทั้งยังพบสัตว์ทะเลอื่นๆ ได้แก่ หอยมือเสือ หอยมือแมว ดอกไม้ทะเล
กับปลาอินเดียแดง กุ้งและปูชนิดต่างๆ ดาวขนนก เม่นทะเล
และปลิงทะเลที่มีความสวยงามโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ เฉพาะตัวของเกาะขาม

จุด
เด่นของอุทยานใต้ทะเลเกาะขาม นอกจากอุดมไปด้วยแนวปะการังน้ำตื้นแล้ว
ยังเป็นสถานที่แห่งแรกของ ประเทศไทย
ที่ได้มีการเคลื่อนย้ายปะการังที่กำลังจะเสื่อมโทรมจากมลภาวะบริเวณเกาะเตา
หม้อมาลงไว้ที่เกาะขาม
เพื่อพัฒนาและเสริมสร้างแนวปะการังในบริเวณที่เสื่อมโทรมและตายไปให้ดียิ่ง
ขึ้น และปรากฏว่าปะการังส่วนใหญ่ยังคงดำรงชีวิตอยู่ได้และเจริญเติบโต
เพื่อสร้างแนวปะการังที่เสื่อมโทรมให้ฟื้นคืนสู่สภาพที่สมบูรณ์เหมือนเดิม


         
โดยพื้นที่ปะการังรอบเกาะขาม มีพื้นที่ปะการังทั้งสิ้น 83,000 ตารางเมตร
โดยแยกเป็นประเภทปะการัง เขากวาง 50,000 ตารางเมตร ปะการังก้อน 30,000
ตารางเมตร ปะการังโต๊ะและอื่น ๆ 3,000 ตารางเมตร จากการสำรวจในเบื้องต้น
มีปะการังที่ดีราว 20,000 ตารางเมตร และปะการังเสียหายประมาณ 60,000
ตารางเมตร
โดยในส่วนที่เสียหายนี้ได้รับการพัฒนาและเสริมสร้างปะการังแล้วเป็นพื้นที่
14,300 ตารางเมตร แต่อย่างไรก็ตาม ปะการังในส่วนที่ดีพื้นที่ 20,000
ตารางเมตร นั้นได้รับความเสียหายตายไปเป็นบางส่วน
ทำให้เหลือปะการังที่ไม่ได้รับผลกระทบและยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์เต็มที่ประมาณ
4,000 ตารางเมตร


เกาะขาม

แนะนำการท่องเที่ยวเกาะขาม

         
เป็นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ภายใน 1 วัน ไปเช้ากลับเย็น (09.00 – 16.00
น.) เนื่องจากไม่อนุญาตให้พักแรมค้างคืนที่เกาะ
และจะหยุดให้บริการในวันอังคารและวันศุกร์

กิจกรรมการท่องเที่ยวประกอบด้วย...

          • การชมปะการังด้วยการดำน้ำแบบผิวน้ำ

          • การชมปะการังด้วยเรือท้องกระจก

          • การเดินชมพืชพรรณไม้ และทัศนียภาพบนเกาะ

          • การพักผ่อนหรือตกปลาบนเกาะ

การเดินทาง

         
การเดินทางจากฝั่งไปเกาะขามขึ้นเรือได้ที่ท่าเทียบเรือเขาหมาจอ ต.แสมสาร
อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี (ใกล้กับ อบต.แสมสาร และศาลสมเด็จพระเจ้าตากสิน )

          • เรือออกจากฝั่งเที่ยวแรกเวลาประมาณ 09.00 น.

          • เรือรับกลับจากเกาะขามเที่ยวแรก เวลาประมาณ 13.00 น.


เกาะขาม

ค่าเข้าเยี่ยมชม คนละ 200 บาท ซึ่งเป็น…

          • ค่าเรือเดินทาง ไป-กลับ ระหว่างฝั่งกับเกาะ

          • ค่าเรือท้องกระจก

          • ค่าสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ บนเกาะ เช่น ห้องสุขา ห้องอาบน้ำจืด เก้าอี้ผ้าใบ

          • ยกเว้น! อุปกรณ์ดำน้ำ ต้องเช่าเป็นชั่วโมง ๆ ละ 20 บาท

ข้อจำกัดการเยี่ยมชม

          • การเดินทางอาจยกเลิกได้ เพื่อความปลอดภัยเมื่อสภาพอากาศไม่อำนวย

จำกัดจำนวนผู้เข้าเยี่ยมชมวันละไม่เกิน 300 คน

การชมปะการังถูกจำกัดด้วยระดับน้ำ ถ้าน้ำทะเลลดลงมากไม่สามารถชมปะการังได้


เกาะขาม

ข้อแนะนำการเข้าเยี่ยมชม


การเข้าเยี่ยมชม เป็นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
ความสะดวกสบายจึงมีไม่มากนัก
ผู้เข้าเยี่ยมชมต้องตั้งใจไปชื่นชมธรรมชาติอย่างแท้จริง


          • การชมปะการังห้ามสัมผัส จับต้อง หรือเหยียบย่ำปะการัง

          • ห้ามเก็บเปลือกหอย ซากหินปะการังหรือพืชพรรณไม้บนเกาะ

         
• ช่วยกันรักษาสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติโดยไม่นำวัสดุที่มีผลต่อสภาพแวดล้อม
(เช่น โฟมและถุงพลาสติก)
ขึ้นไปบนเกาะและเก็บขยะสิ่งของเหลือใช้ที่ท่านนำไปด้วยกลับมาทิ้งบนฝั่ง

การติดต่อเข้าเยี่ยมชม


         
• ติดต่อเจ้าหน้าที่ โทรศัพท์ 0 - 3843 - 7927 โทรภายใน 74460
กองกิจการพลเรือน ทัพเรือภาคที่ 1, 08 - 0061 - 9139 น.ต.ธีระพล พงษ์สระพัง
และ 08 - 7004 - 8512 น.ท.วิโรจน์ อินทร์สุข


เกาะขาม

หมายเหตุ : ข้อควรคิด


การเดินทางไปเกาะขามคือการเดินทางไปกับเรือในทะเล
สภาพอากาศและคลื่นลมมีผลต่อความปลอดภัยของชีวิต ดังนั้น กองเรือป้องกันฝั่ง
จึงขอสงวนสิทธิในการเดินทางไปเกาะซึ่งอาจมีการงดการเดินทาง
บางครั้งไม่สามารถแจ้งล่วงหน้าได้


         
• เกาะขามมีลักษณะชายหาดและน้ำทะเลเหมือนกับทะเลของบางแสน พัทยา หัวหิน
ฯลฯ แต่ข้อแตกต่างที่สำคัญคือ มีปะการังที่สามารถชมได้ด้วยเรือท้องกระจก
(ตัวไม่เปียกน้ำ)
หรือว่ายน้ำลอยตัวชมโดยมีอุปกรณ์ดำน้ำแบบผิวน้ำให้เช่าที่เกาะในราคาถูก
แต่ถ้าท่านมีความคิดจะไปนั่งทานอาหารเครื่องดื่มชายหาด
ขอเสนอแนะว่าอย่าไปเกาะขามโดยเด็ดขาด
เพราะจะเป็นการสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายที่ไม่คุ้มค่า


         
• การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติจำเป็นต้องมีคำแนะนำ ข้อห้าม
ที่จะทำให้ท่านขาดความเป็นไท คือ ไทยแท้ เพื่อดูแลระวัง รักษา
ธรรมชาติให้ลูกหลานคนไทย ได้ชื่นชมต่อไป


         
• ในการดำน้ำชมปะการังจึงพึงละเว้นการสัมผัสจับต้อง
หรือเหยียบย่ำปะการังเพราะปะการังจะแตกหักเสียหาย
ท่านทราบหรือไม่ว่าปะการังกว่าจะเติบโตได้ 1 เซนติเมตร
นั้นต้องใช้เวลานับปี


         
• บางท่านอาจรักปะการังมากอยากเก็บเป็นที่ระลึกกลับบ้าน
ขอเรียนว่าปัจจุบันกฎหมายกำหนดให้ ซากปะการังเป็นหนึ่งในสัตว์สงวนหวงห้าม
การมีไว้ในครอบครองถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย


         
• บางท่านเห็นเปลือกหอยสวย เห็นก้อนหินรูปร่างแปลกตาอยากเก็บเป็นที่ระลึก
ถ้าทุกคนคิดเหมือนท่าน วันนี้ท่านคงไม่ได้เห็นเปลือกหอย
หรือก้อนหินที่กำลังเห็นอยู่ก็ได้


         
• การท่องเที่ยวแบบรักธรรมชาติ คือไม่ทำร้ายธรรมชาติ
เศษขยะจากวัสดุที่บรรจุอาหารและเครื่องดื่ม
ควรเก็บติดตัวไปทิ้งบนฝั่งไม่ควรทิ้งไว้บนเกาะ เพราะเกาะเล็กๆ ทุกๆ
วันจะมีเศษขยะลอยมากับน้ำทะเล ติดที่ชายหาดมากมายหากท่านทิ้งขยะไว้
คนต่อไปที่มาเที่ยวชมก็คงเห็นกองขยะแทนที่จะได้ชื่นชมธรรมชาติของเกาะอันสวย


         
• การแต่งกายของนักเดินทางท่องเที่ยว ขอแนะนำให้แต่งกายในชุดรัดกุม
สุภาพสตรีไม่ควรใส่กระโปรง
รองเท้าควรเป็นรองเท้าสานหรือรองเท้าผ้าใบแบบสวมแล้วถอดง่าย (ไม่ผูกเชือก)
ควรมีหมวกใบใหญ่ๆ กันแดดร้อน เสื้อแขนยาว ครีมกันแดด
สิ่งของมีค่ามากไม่ควรติดตัวไปเที่ยวเกาะ
ยกเว้นเงินติดตัวบ้างเผื่อซื้อของเล็กๆ น้อยๆ
ที่สำคัญต้องเตรียมเสื้อผ้าและผ้าเช็ดตัวไปเล่นน้ำด้วย





 

Create Date : 03 มีนาคม 2555    
Last Update : 3 มีนาคม 2555 12:18:05 น.
Counter : 332 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  

Aoniiz
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Aoniiz's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.