Group Blog
 
All Blogs
 

แวมไพร์ทไวไลท์ 4 เปิดตัวยิ่งใหญ่ในแอลเอ

........

The Twilight Saga : Breaking Dawn Part 1

The Twilight Saga : Breaking Dawn Part 1

The Twilight Saga : Breaking Dawn Part 1


แวมไพร์ทไวไลท์ 4 เบรคกิ้ง ดอว์น ภาค 1 .. เปิดตัวยิ่งใหญ่ในแอลเอ ทีมนักแสดง แข่งแต่งสวย-หล่อ!! (มงคลเมเจอร์)

  เปิดตัวไปอย่างยิ่งใหญ่สำหรับงานเปิดตัวภาพยนตร์ที่คนทั้งโลกรอคอยสำหรับภาพยนตร์เรื่อง The Twilight Saga : Breaking Dawn Part 1 หรือ แวมไพร์ ทไวไลท์ 4 เบรคกิ้ง ดอว์น ภาค 1 เมื่อ
ช่วงเช้า ตั้งแต่ 08.00 น. ของวันที่ 15 พฤศจิกายน (ตามเวลาในประเทศไทย)
ทีมีแฟนคลับนับพันคนมาตั้งแคมป์รอล่วงหน้าเป็นเวลากว่า 4 วัน

 
     
  เพื่อรอคอยที่ชมว่านักแสดงขวัญใจพวกเขาจะแต่งตัวมางานด้วยเสื้อผ้าหน้าผม
แบบไหน ซึ่งเหล่านักแสดงก็ไม่ได้ทำให้แฟนคลับต้องผิดหวังเมื่อ
เมื่อจัดเต็มกันมาทั้ง ทีม แวมไพร์ และ ทีมหมาป่า
ในการเดินพรมแดงก่อนชมภาพยนตร์ โดยสาวสวยแวมไพร์ตระกูลคัลเลน แอชชีย์ กรีน

ปรากฏ
โฉมด้วยชุดสีแดง สุดร้อนแรง โดย อีกหนึ่ง แวมไพร์สาวสวยของตระกลูคัลเลน
นิคกี้ รีด ก็ไม่ยอมน้อยหน้า มาในชุดเขียว ส่วนหนุ่ม ๆ ทั้ง แจ็คสัน
รัทซ์โบน  เคลแลน ลัทส์ และ บูบู สจ็วต  ต่างมาในสูทดำเข้มเท่




The Twilight Saga : Breaking Dawn Part 1


          แล้วนาทีทุกคนรอคอยก็มาถึง เมื่อ โรเบิร์ต
แพททินสัน มาถึงงานในชุดสูทสีเทา ตามมาติด ๆ ด้วย คริสเตน สจ็วต
ในเดรสซีทรูสุดเซ็กซี่สีน้ำเงินเข้ม โชว์เรียวขาสวย
และหนุ่มฮอตที่ตามเข้างานมาเป็นคนสุดท้าย ที่ตามเข้างานมาเป็นคนสุดท้าย
เทย์เลอร์ เลาท์เนอร์ มาชุดสูทสีน้ำเงินไทสีแดงเข้ม
ก่อนที่ทีมนักแสดงทั้งหมดจะร่วมชมภาพยนตร์พร้อมกัน ณ โรงภาพยนตร์ โนเกีย
เธียเตอร์ โรงภาพยนตร์สุดหรูของ ฮอลลีวูด และมี
อาฟเตอร์ปาร์ตี้ต่อหลังจากภาพยนตร์จบ

 "ผม
ว่า เรื่อง The Twilight Saga : Breaking Dawn Part 1
คือตอนที่สนุกที่สุดในทุก ๆ ภาคที่ผ่านมา ทุก ๆ
ฉากทำผมตื่นเต้นมากยิ่งเมื่อได้เห็นบนจอบอกได้ว่า เกินกว่าที่หวังไว้ครับ"
เทย์เลอร์ เลาท์เนอร์ พูดถึงสิ่งที่เขาประทับใจหลังชมภาพยนตร์



The Twilight Saga : Breaking Dawn Part 1

The Twilight Saga : Breaking Dawn Part 1



          และ
ล่าสุด The Twilight Saga : Breaking Dawn Part 1
ก็ได้สร้างปรากฏการณ์อีกครั้งกับสถิติการขายตั๋วล่วงหน้า ที่ขายไปแล้วกว่า
3,000 รอบ โดยรายได้ของ Breaking Dawn – Part 1 ได้แซงภาคล่าสุดอย่าง
Eclipse ไปแล้วเรียบร้อย และยังแซงหน้า Avatar, The Dark Knight รวมถึง
Harry Potter and the Deathly Hallows - Part 1 อีกด้วย


 
    บทสรุปแห่งรักนิรันดร์ เป็นเพียงจุดเริ่มต้น The Twilight saga :
Breaking Dawn Part 1 (แวมไพร์ทไวไลท์ 4 เบรคกิ้ง ดอว์น ภาค 1) 1
ธันวาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์



The Twilight Saga : Breaking Dawn Part 1

The Twilight Saga : Breaking Dawn Part 1

The Twilight Saga : Breaking Dawn Part 1

The Twilight Saga : Breaking Dawn Part 1

The Twilight Saga : Breaking Dawn Part 1

The Twilight Saga : Breaking Dawn Part 1


..........




 

Create Date : 19 พฤศจิกายน 2554    
Last Update : 19 พฤศจิกายน 2554 3:57:40 น.
Counter : 505 Pageviews.  

พลาสเตอร์ยาสำหรับแฟชั่นเลิฟเวอร์






















เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก  brandages.com ,sugoilife.com

พลาสเตอร์ยาสุดชิคที่ออกแบบมาสำหรับคนรักแฟชั่นทุกลมหายใจเข้าออก ออกแบบโดยดีไซน์เนอร์จากเว็บไซต์ brandages.com เมื่อเกิดบาดแผลรอยขีดข่วนเล็ก ๆ บนร่างกาย และอาจต้องแปะพลาสเตอร์ยาทับไว้เพื่อช่วยให้เชื้อโรคไม่สัมผัสโดนบาดแผล

   
แม้พลาสเตอร์ยาสีเนื้อจะออกแบบมาให้ดูกลมกลืนไปกับผิว
ก็ยังถูกสะดุดตาได้ง่าย ๆ
ถ้าอย่างนั้นลองให้พลาสเตอร์ยาแผ่นจิ๋วเหล่านี้ดูสะดุดตาสุด ๆ
มีสไตล์แบบไม่ต้องอายใคร ด้วยการจับเอาโลโก้แบรนด์เสื้อผ้ายี่ห้อดังต่าง ๆ
ไม่ว่าจะเป็น เบอร์เบอรี่ ชาแนล กุชชี่ หรือ หลุยส์ วิตตอง สารพัดแบบ
สารพัดรุ่น มาเป็นลวดลายของแผ่นพลาสเตอร์ยาเอาใจสาวกแบรนด์ดังทั้งหลาย
(แต่ไม่สาวกก็ใช้ได้นะจ๊ะ) เรียกว่าเห็นแบบนี้แล้ว แทนที่จะแปะหลบ ๆ
ไม่ให้รู้ว่ามีแผลก็จะกลายเป็นแปะโชว์ได้แบบเก๋ ๆ เลยทีเดียว


       
สนนราคาที่วางขายออนไลน์ของเจ้าพลาสเตอร์ยาเก๋กู้ดเหล่านี้อยู่ที่ 7.95
ดอลลาร์ (235 บาท) ต่อ 12 ชิ้น สาวคนไหนสนใจลองหาซื้อดูได้นะคะ
แล้วรับรองว่าคราวนี้คงไม่มีอิดออดที่จะต้องแปะพลาสเตอร์ยาแผ่นนี้ลงไปบนผิว
เนื้อแน่นอน หรือแม้จะไม่มีแผลก็อาจจะมีแอบแปะเนียน ๆ ไปให้ดูชิค
กลายเป็นพร็อพการแต่งอีกชิ้นหนึ่งไปก็ได้นะ  ;)


........




 

Create Date : 17 พฤศจิกายน 2554    
Last Update : 17 พฤศจิกายน 2554 3:06:24 น.
Counter : 467 Pageviews.  

ใกล้ จะ เป็น จริง แล้ว

ที่รัก...จุ๊ฟฟฟฟฟ...






Free TextEditor

ตอนนี้ ชีวิตเรากำลังจะดีขึ้น และก็จะดียิ่งๆขึ้นไป
ตั้งแต่ที่เราตัดสินใจให้ผ้ชายคนนี้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
เราไม่เคยผิดหวัง ถึงแม้บางทีอาจจะขัดแย้งกันบ้างแต่เราก็ผ่านมันมาได้
ทั้งทุกข์และสุขที่เราฟ่าฟันมาด้วยกันมันทำให้เราเข้าใจกันมากขึ้น
จนวันนี้ เราตั้งใจหาเงินเก็บตังแต่งงานกันมาก็นานแล้ว มันน่าจะใกล้ได้เวลาแล้วแหละอีกนิดเดียวทุกอย่างก็จะพร้อม อิอิ อยากให้ถึงวันนั้นเร็วๆจัง


........




 

Create Date : 14 พฤศจิกายน 2554    
Last Update : 14 พฤศจิกายน 2554 2:50:33 น.
Counter : 368 Pageviews.  

9 ซูเปอร์คาร์สุดหรู ที่เตรียมตบเกียร์สู่งานโชว์มาเก๊า




ลัมโบกินี่ อเวนทาดอร์ (Lamborghini Aventador)


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

    
สำหรับใครที่ชื่นชอบในเรื่องความเร็ว รวมถึงเรื่องราวต่าง ๆ
ที่เกี่ยวข้องกับวงการรถยนต์นั้น
เชื่อได้ว่าจะต้องถูกใจกับเนื้อหาสาระที่เรากำลังจะนำเสนอทุก ๆ
ท่านอย่างแน่นอน เพราะช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนที่กำลังจะถึงนี้
ที่มาเก๊ากำลังจะรวมเอารถซูเปอร์คาร์สุดหรูจากค่ายดัง ๆ
ของโลกมาจัดแสดงให้เหล่าคนรักรถ ได้ชมกันแบบถูกตาต้องใจกันแล้ว


          งานรวมรถซูเปอร์คาร์ที่มาเก๊าในครั้งนี้ จัดขึ้นโดย "Top Marques"
นิตยสารรถชื่อดังของประเทศอังกฤษ
ซึ่งก่อนหน้านี้เคยนำซูเปอร์คาร์สุดหรูไปจัดแสดงที่ประเทศโมนาโกมาก่อนหน้า
นี้แล้ว เมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา
มาในคราวนี้ก็ถึงคิวของประเทศในเอเชียบ้าง ซึ่งพวกเขาได้เลือกมาเก๊า
เนื่องเป็นเมืองที่เคยได้จัดการแข่งขันรถสูตร 1 หรือที่เรียกกันง่าย ๆ ว่า
"เอฟวัน" (F1) มาแล้วนั่นเอง

  
ฉะนั้นแล้วเราลองมาดูกันว่า ที่มาเก๊านี้ ทาง Top Marques
จะนำซูเปอร์คาร์สุดหรูของค่ายไหนและรุ่นใดมาจัดแสดงกันบ้าง
ตามมาดูกันเลยคร้าบบบ..


ลัมโบกินี่ อเวนทาดอร์ (Lamborghini Aventador)

         
เมื่อพูดถึงซูเปอร์คาร์แล้ว หากจะไม่เอ่ยถึงค่ายดังจากเมืองมักกะโรนีอย่าง
"ลัมโบกินี่" (Lamborghini) เห็นทีคงจะไม่ได้
เพราะค่ายนี้ถือเป็นเจ้าประจำที่มีรถแรง ๆ มากมายหลายรุ่น
มานำเสนอกันอยู่เสมอ ๆ ทั้งนี้ หนึ่งในรถรุ่นใหม่ของลัมโบกินี่
ที่น่าสนใจมาก ๆ นั่นก็คือ "อเวนทาดอร์" นั่นเอง

         
อเวนทาดอร์ มาพร้อมกับประตูที่เปิดแบบสไลด์ขึ้น
มีโครงรถที่และตัวถังที่ทำขึ้นจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบา
ด้านส่วนของเครื่องยนต์ มีขนาด 6,500 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 700 แรงม้า
ส่งกำลังด้วยเกียร์กึ่งอัตโนมัติ "ISR" ทำอัตราเร่ง 0 - 100
กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 2.9 วินาทีเท่านั้น
และทำความเร็วสูงสุดำได้ถึง 350 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเลยทีเดียว






ปากานี่ ฮวยร่า (Pagani Huayra)

         
อีกหนึ่งรถแรงสัญชาติอิตาลีอย่าง "ปากานี่" (Pagani) ก็ภูมิใจนำเสนอ
"ฮวยร่า" (Huayra) ซุปเปอร์คาร์สุดแรง ที่มาพร้อมเครื่องยนตร์ขนาด 700
แรงม้า สามารถเร่งความเร็วจาก 0 - 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายในเวลาแค่ 4
วินาทีเท่านั้น ที่สำคัญไปกว่านั้น ฮวยร่าได้รับการผลิตออกมาเพียงแค่ 20
คัน ถ้ามีการสั่งซื้อครบทั้ง 20
คันแล้วก็จะไม่มีการผลิตรุ่นอีกออกมาอีกต่อไป






จากัวร์ เอ็กซ์เคอาร์ - เอส (Jaguar XKR-S)

         
เอ็กซ์เคอาร์ - เอส คันนี้เป็นรถสปอร์ตที่ใช้เทคโนโลยีสูง
ผสมผสานกับเรื่องของความเร็ว และหลักการทางพลศาสตร์ในแบบฉบับของจากัวร์
ด้วยเครื่องยนต์วี 8 ขนาด 420 แรงม้า ทำความเร็วได้สูงสุดที่ 280
กิโลเมตรต่อชั่วโมง ให้อัตราเร่ง 0-96 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลา 4.9
วินาที ส่วนภายในตกแต่งอย่างหรูหราด้วยหนังแท้อย่างดี ทั้งเบาะนั่ง คอนโซล
แผงข้างประตู และคอนโซลด้านหลัง ทั้งนี้ เอ็กซ์เคอาร์ - เอส
จะผลิตออกมาเพียงแค่ 200 คันเท่านั้น และมีให้เลือกเพียงสีเดียวคือ สีดำ






จีทีเอ สปาโน่ (GTA Spano)

         
อีกหนึ่งค่ายรถยนต์สุดแรงจากสเปนอย่าง "จีทีเอ" (GTA) ก็ส่ง "สปาโน่"
(Spano) ออกมาอวดโฉมให้เห็นด้วยเหมือนกัน
สำหรับสปาโน่เป็นซูเปอร์คาร์ที่มีน้ำหนักเบามาก
เพราะเลือกใช้วัสดุอย่างคาร์บอนไฟเบอร์ เคฟลาร์ และไททาเนียม
ในส่วนของโครงตัวถังรถ ด้านสมรรถนะของเครื่องยนต์ ใช้แบบซูเปอร์ชาร์จ 10
สูบ 8,300 ซีซี ให้กำลังสูงสุดที่ 820 แรงม้า สามารถเร่งความเร็วจาก 0 -
100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายในเวลาแค่ 2.9 วินาทีเท่านั้น ทั้งนี้
จีทีเอรุ่นนี้จะมีเพียงแค่ 99 คัน บนโลกนี้เท่านั้น





ฟิสเกอร์ การ์ม่า (Fisker Karma)

         
รถการ์ม่าของค่ายฟิสเกอร์คันนี้ เป็นรถซูเปอร์คาร์ซีดานสปอร์ทแบบไฮบริด
ที่เมื่อชาร์ตไฟแบบเต็ม ๆ นั้น สามารถวิ่งได้ไกลถึง 80 กิโลเมตร
ให้กำลังที่ 260 แรงม้า นอกจากนี้ ภายใน 6 วินาทีก็สามารถทำความเร็วได้ถึง
96 กิโลเมตร ขณะที่ความเร็วสูงสุดก็เหยียบทะลุได้เกิน 200
กิโลเมตรต่อชั่วโมงเลยทีเดียว และด้วยสมรรถนะที่มากขนาดนี้ ทางฟิสเกอร์
จึงตั้งราคาของการ์ม่าไว้ที่ 85,500 ยูโร หรือราว ๆ 4,275,000 บาท





เฟอร์รารี่ 458 อิตาเลีย (Ferrari 458 Italia)

         
เฟอร์รารี่ 458 อิตาเลีย
คันนี้ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงสุดจากสนามแข่งฟอร์มูล่าวัน พวงมาลัยแบบรถแข่ง
ใช้โครงสร้างตัวถังจากวัสดุที่เป็นอะลูมิเนียม ตามด้วยเครื่องยนต์วี 8
ไดเรกอินเจกชัน 570 แรงม้าพร้อมเกียร์แบบ 7 สปีด ทำอัตราเร่งที่ระยะ 0 -
100 กิโลเมตรที่เวลาเพียง 3.4 วินาที และทำความเร็วสูงสุดที่ 325
กิโลเมตรต่อชั่วโมง

          อย่างไรก็ตาม
ม้าลำพองรุ่นนี้จะผลิตออกมาตามยอดสั่งจองแบบคันต่อคันเท่านั้น
โดยมีราคาอยู่ที่ 580,000 ยูโร หรือประมาณ 25,665,000 บาท และด้วยสมรรถนะ
และชื่อของเฟอร์รารี่ด้วยแล้ว เลยทำให้เฟอร์รารี่ 458
อิตาเลียได้รับการยกย่องจากนิตยสาร "ออโต้ เอ็กซ์เพรส" (Auto Express)
ให้เป็นรถยนต์แห่งปีอีกด้วย





ไนท์ เอ็กซ์วี (Knight XV armored SUV)

         

นี่คือรถเอสยูวีหุ้มเกราะที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นรถที่มีความแข็งแกร่งและ
ใหญ่มาก ๆ แถมยังเป็นรถเอสยูวีที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย
ภายในมีความหรูหราแบบเรียบ ๆ และกว้างสบาย
อีกทั้งในเรื่องของสมรรถนะก็ไม่เป็นสองรองใครด้วยเหมือนกัน โดยไนท์
เอ็กซ์วี คันนี้ใช้เครื่องยนต์วี 10 ขนาด 6.8 ลิตร ใช้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ

พร้อมด้วยการติดตั้งกล้องที่สามารถมองเห็นได้ยามค่ำคืนไว้ที่ด้านหน้าและ
ด้านหลังของรถอีกด้วย

          ไนท์ เอ็กซ์วี ผลิตออกมาเพียงแค่
100 คันเท่านั้น และส่วนมากจะใช้ในงานอารักขาบุคคลสำคัญ ๆ อาทิเช่น
ประธานาธิบดีของสหรัฐฯ เป็นต้น ทั้งนี้ไนท์ เอ็กซ์วี มีราคาเริ่มต้นอยู่
500,000 ดอลล่าร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 15 ล้านบาทเลยทีเดียว





ออดี้ อาร์ 8 แอลเอ็มเอส (Audi R8 LMS)

         
อาร์ 8 แอลเอ็มเอสรุ่นนี้ เป็นความตั้งใจของออดี้
ที่ผลิตออกมาเพื่อใช้ในการแข่งขัน "GT3" โดยเฉพาะ
ซึ่งรุ่นนี้จะมาพร้อมด้วยเครื่องยนต์วี 10 ให้กำลังที่ 500 แรงม้า
ตามด้วยเกียร์แบบ 6 สปีด นอกจากนี้
ด้านรูปลักษณ์ภายนอกก็มีการปรับแต่งให้มีความโฉบเฉี่ยวมากขึ้น
ทั้งกระจกและปีกหลังแบบใหม่
แถมยังเลือกใช้วัสดุอย่างคาร์บอนไฟเบอร์ในการทำโครงรถอีกด้วย
นี่เองจึงทำให้ อาร์ 8 แอลเอ็มเอส
ยิ่งสามารถทำความเร็วได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย ทั้งนี้ทั้งนั้น ออดี้ตั้งราคา
อาร์ 8 แอลเอ็มเอส ไว้ที่ 260,000 ยูโร หรือเกือบ ๆ 12 ล้านบาท





กาเรีย มันโซรี่ (Garia Mansory)

         
เปลี่ยนบรรยากาศมาดูรถกอล์ฟกันบ้าง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น
นี่ไม่ใช่รถกอล์ฟธรรมดา ๆ แบบที่เคยเห็น ๆ กันอย่างแน่นอน เพราะนี่คือ
"มันโซ่รี่" (Mansory) รถกอล์ฟดีไซน์หรูหราของ "กาเรีย" (Garia)
ที่ผสมผสานความหรูหราทั้งภายในและภายนอก รวมเข้าด้วยกันกับเครื่องยนต์แรง ๆ
ที่ไม่เหมือนเครื่องยนตร์ของรถกอล์ฟคันอื่น ๆ อย่างแน่นอน
ที่สำคัญไปกว่านั้น มันโซรี่
ยังได้รับการผลิตมาจากโรงงานเดียวกันกับที่ผลิตรถสุดแรงค่ายดังอย่าง
"ปอร์เช่ บ็อกซ์สเตอร์" (Porsche Boxster) และ "ปอร์เช่ เคย์แมน" (Porsche
Cayman) อีกด้วย


         
เห็นรถเครื่องแรง ๆ ดีไซน์โดน ๆ พร้อมราคาแบบเจ็บ ๆ แบบนี้แล้ว
บอกได้เลยว่าอย่าให้ได้มีตังค์แบบรวยล้นฟ้าเลยนะ
รับรองว่าจะซื้อมาขับเล่นให้เพลิดเพลินอารมณ์ทุกคันเลย คอยดู!! ทั้งนี้
หากใครที่มีโอกาสได้เดินทางไปเยือนมาเก๊าในช่วงปลายเดือนนี้ล่ะก็
อย่าลืมไปสัมผัสหรือเก็บภาพบรรยากาศของงานและซูเปอร์คาร์ต่าง ๆ เหล่านี้
กลับมาฝากเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ชาวกระปุกดอทคอมกันด้วยนะคร้าบบบ..!!



........




 

Create Date : 14 พฤศจิกายน 2554    
Last Update : 14 พฤศจิกายน 2554 2:33:43 น.
Counter : 665 Pageviews.  

The Twilight Saga : Breaking Dawn Part I


















ตัวอย่าง The Twilight Saga: Breaking Dawn - Part I





The Twilight Saga : Breaking Dawn Part I (มงคลเมเจอร์)


กำหนดฉาย : 24 พฤศจิกายน 2554
แนว : รัก, แอ็คชั่น
นำแสดง : คริสเต็น สจ๊วต, โรเบิร์ต แพททินสัน, เทย์เลอร์ เลาท์เนอร์
กำกับ : บิล คอนดอน
อำนวยการสร้าง : วิค ก๊อดเฟรย์ (Eclipse, New Moon, Twilight)

 รัตติกาลดำเนินสู่จุดตัดสิน การตัดสินครั้งสุดท้ายของหัวใจ สงครามครั้งใหญ่ที่สุดแห่งรัตติกาลกำลังจะอุบัติ

เรื่องย่อ

  
       จากแฟรนไชส์ที่เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2008 ที่ทำรายได้รวมไปกว่า 1,800
ล้านเหรียญทั่วโลก The Twilight Saga: Breaking Dawn
คือบทสรุปของมหากาพย์แวมไพร์ ทไวไลท์
ที่จะเปลี่ยนรัตติกาลให้เป็นปรากฏการณ์ครั้งสุดท้าย
โดยจะถูกแบ่งเป็นสองภาคคือ The Twilight Saga: Breaking Dawn Part I
ที่มีกำหนดฉายในปี 2011 และ The Twilight Saga: Breaking Dawn Part II ในปี
2012

          เรื่องราวของความรักที่เป็นอมตะ
การต่อสู้ระหว่างกลุ่มแวมไพร์และเผ่าพันธุ์หมาป่า
ทุกอย่างถูกตัดสินในสองภาคสุดท้ายของมหากาพย์แวมไพร์ ทไวไลท์
เมื่อชีวิตคู่ของ เบลล่า (คริสเต็น สจ๊วต) และ เอ็ดเวิร์ด (โรเบิร์ต แพททินสัน) ต้องพบกับอุปสรรคสำคัญอย่าง เจคอบ (เทย์เลอร์ เลาท์เนอร์) ที่ไม่ยอมให้ผู้หญิงที่เขารักถูกเปลี่ยนเป็นแวมไพร์ ในขณะเดียวกันกลุ่มแวมไพร์โวลตูรี่ ก็กำลังหาเหตุผลกำจัดครอบครัวคัลเลนให้สิ้นซาก

The
Twilight Saga : Breaking Dawn Part I
เริ่มต้นหลังพิธีแต่งงานของเบลล่าและเอ็ดเวิร์ด
เดินทางไปฮันนีมูนที่กรุงริโอ เดอ จาเนโร
ทั้งสองมีช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุด
แต่ด้วยแรงปรารถนาของเบลล่าในการเปลี่ยนเป็นแวมไพร์
ก็กลายเป็นจุดแตกหักของครอบครัวคัลเลนและฝูงหมาป่าเผ่าควิลยูต
ที่เตือนไว้ว่าถ้าเอ็ดเวิร์ด เปลี่ยนเบลล่าเป็นแวมไพร์
สงครามระหว่างสองเผ่าพันธุ์จะต้องอุบัติขึ้น

        
 ไม่นานหลังจากกลับมาเมืองฟอร์คส เบลล่าพบว่าตัวเองงตั้งท้อง
ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นระหว่างมนุษย์และแวมไพร์ การกำเนิดของ เรเนสมี
ลูกครึ่งมนุษย์-แวมไพร์ ล่วงรู้ไปถึงกลุ่มแวมไพร์โวลตูรี่
ผู้ปกครองเผ่าพันธุ์แวมไพร์ทั้งหมด พวกเขาต้องการที่จะครอบครองเรเนสมี
และทำลายครอบครัวคัลเลน ทำให้ทุกคนไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเตรียมตัวรับมือ
โดยขอความช่วยเหลือไปยังกลุ่มแวมไพร์พันธมิตรทั่วโลก
เพื่อเข้ามาช่วยสนับสนุนในการต่อสู้ครั้งสุดท้าย


เกร็ดภาพยนตร์

          • Breaking
Dawn หนังสือเล่มที่ 4 และเป็นเล่มสุดท้ายของวรรณกรรมชุด Twilight
ที่เล่าถึงเรื่องของการแต่งงานระหว่างสองเผ่าพันธุ์ การเปลี่ยนเป็นแวมไพร์
การให้กำเนิดลูกที่เกือบคร่าชีวิตแม่
จุดแตกหักกับกลุ่มแวมไพร์ราชวงค์โวลตูรี่ รวมถึงฝูงหมาป่าแห่งเผ่าควิลยูต
โดยถูกวางจำหน่ายในปี 2008 และขายได้ถึง 1.3 ล้านเล่ม ในเวลาเพียงแค่ 24
ชั่วโมง
ซึ่งก็เป็นการเปิดตัวขายหนังสือในวันแรกที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์


  
       • ผู้กำกับที่มารับหน้าที่กำกับ Breaking Dawn ทั้งสองตอนก็คือ บิล
คอนดอน มีผลงานที่การันตีคุณภาพมาโดยตลอด
โดยเขาเคยได้รับรางวัลออสการ์จากการเขียนบทเรื่อง Gods and Monsters
และกำกับหนังเพลงอย่าง Dreamgirls ที่เข้าชิงถึง 8 รางวัลออสการ์
โดยคอนดอนมีความเชี่ยวชาญในการผลักดันความเข้มข้นออกมาจากเรื่องราว
ที่เต็มไปด้วยปมขัดแย้งมากมาย เพื่อให้สมกับเป็นบทสรุปของหนังชุดแห่งทศวรรษ

  
       • ด้วยเรื่องราวในหนังสือ Breaking Dawn มีความยาวถึง 754 หน้า
มันจึงถูกแบ่งเป็นสองภาค โดยคำถามของสาวก แวมไพร์ ทไวไลท์
ทั่วโลกก็คือเรื่องราวจะถูกแบ่งตรงไหน โรเบิร์ต แพททินสัน ผู้รับบทเป็นแวมไพร์หนุ่ม เอ็ดเวิร์ด มีคำตอบให้ "พวก
เราต้องการให้ผู้ชมเข้าใจความรู้สึกของ เบลล่า
ที่ต้องถูกเปลี่ยนเป็นแวมไพร์ เราจึงไม่ต้องการตัดส่วนไหนออกไปทั้งสิ้น
โดยใน Part I จะครอบคลุมพิธีแต่งงาน ฮันนีมูน  และการกำเนิดของ เรเนสมี
และสิ้นสุดก่อนที่ เบลล่า เริ่มต้นใช้ชีวิตหลังการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ"


          • คริสเตน สจ๊วต ผู้รับบทเป็น เบลล่า เล่าถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นใน Breaking Dawn ว่
"เรื่องราวใน Breaking Dawn จะไม่ใช่การช่วงชิงหัวใจ เบลล่าของเอ็ดเวิร์ด
หรือ เจคอบ อีกแล้ว เพราะเธอไม่ใช่เบลล่าคนเดิมที่เรารู้จักในสองภาคแรก
เพราะเธอมีความมุ่งมั่นในการตัดสินใจตั้งแต่ภาคที่แล้ว
จนมาถึงสองภาคสุดท้ายที่จะเป็นการเดินทางที่ยิ่งใหญ่และไม่มีทางหันหลังกลับ
ได้แล้วของเบลล่า"

          • ถ้าใครได้อ่าน Breaking Dawn
ก็จะรู้ว่าหนังสือถูกแบ่งออกเป็นสามส่วนใหญ่
โดยส่วนแรกและส่วนที่สามจะเป็นมุมมองของ เบลล่า
ในขณะที่ส่วนที่สองจะถูกเล่าผ่านมุมมองของหมาป่าหนุ่ม โดย เทยเลอร์ เลาท์เนอร์ ผู้รับบทเป็น เจคอบ เผยว่า "พวก
เราทำเหมือนในหนังสือ โดยหนังจะหยุดเล่าเรื่องจากมุมมองของ เบลล่า
และใช้เวลาเฝ้าติดตาม เจคอบ เมื่อเขาต้องดิ้นรนกับสถานะของตัวเอง
เกิดขึ้นเพราะเขารู้สึกเป็นห่วง เบลล่า ที่ต้องรับมือกับการตั้งครรภ์
ในขณะที่เขาก็ไม่สามารถให้อภัยได้เมื่อเธอต้องกลายเป็นแวมไพร์"












Twilight Saga Breaking Dawn

Twilight

Twilight

Twilight

Twilight

Twilight



Twilight

Twilight









Twilight

Twilight

Twilight

Twilight



........




 

Create Date : 09 พฤศจิกายน 2554    
Last Update : 9 พฤศจิกายน 2554 3:10:10 น.
Counter : 571 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  

Aoniiz
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Aoniiz's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.