Group Blog
 
All Blogs
 

Samsung Galaxy Note ออกมาให้ชมกันแล้ว ยังไม่มีราคา

$$$$$


Samsung Galaxy Note โชว์ตัวจริงแต่ไม่ยอมบอกราคา


Samsung Galaxy Note   สมาร์ทโฟนที่หลายคนลุ้นกันว่าจะเปิดตัวกันในราคาโหดตามข่าวลือจริงหรือไม่ ในตอนนี้ได้มาปรากฎตัวแบบชัดๆที่ไต้หวันแล้ว โดยทาง Samsung ได้เผยตัวพร้อมโชว์ลูกเล่นแบบเต็มๆให้สื่อในไต้หวันได้ลองสัมผัสก่อน แต่เรื่องของราคาเมื่อถูกถามแล้วถามอีกทาง Samsung
ก็ยังไม่ยอมปริปากแง้มราคาให้ทราบกัน บอกเพียงแต่ว่าให้รอจนถึงเดือน พ.ย
ก่อน โดยเครื่องรุ่นนี้ได้ฤกษ์เปิดตัวออกจำหน่ายเรียบร้อยแล้วในเดือน พ.ย
อย่างแน่นอน เพียงแต่ว่าราคาจะเป็นเท่าไรนั้นคงต้องรอลุ้นกันอีกที


Samsung Galaxy Note


Samsung Galaxy Note


สำหรับ ข่าวบางกระแสได้บอกว่า Samsung
คงไม่น่าจะกล้าสวนทางกับตลาดที่รุนแรงด้วยราคาค่าตัวแตะที่เลขสามตตามข่าว
ลือ เพียงแต่ Samsung
ยอมปล่อยให้ข่าวเรื่องราคามหาโหดนี้ลือต่อไปจนกว่าจะเปิดตัว
ซึ่งอาจะจเป็นการพลิกเกมส์ด้วยการทำราคาที่ต่ำกว่าเลขสาม
เพื่อสร้างแรงจูงใจให้กับลูกค้าที่อยากได้ เพื่อการตัดสินใจที่ง่ายขึ้น
ซึ่งสื่อในต่างประเทศเองก็วิเคราะห์กันครับว่า ราคาที่ Samsung
น่าจะเปิดตัวสำหรับราคาเครื่องรุ่นนี้ น่าจะอยู่ในช่วงราคาไม่น่าจะเกิน
24,000- 27,000 บาท แม้ว่า Samsung จะฉีกแนวทำเครื่องในขนาดหน้าจอ 5
นิ้วที่ในตลาดเวลานี้แทบไม่มีคู่แข่งก็ตาม


Samsung Galaxy Note  จะมาในขนาดหน้าจอที่ 5.3 นิ้ว
พร้อมกับปากกา Stylus เพื่อความสะดวกในการป้อนข้อมูล ทำงานด้วย CPU Exynos
1.4GHz แบบ dual - core, กล้องหลัง 8MP  กล้องหน้า 2MP , หน่วยความจำภายใน
16GB, RAM 1GB และการสนับสนุนสำหรับการเล่นวิดีโอ 1080p




ทาง Samsung
เองได้ออกทำการสำรวจตลาดก่อนที่จะผลิตเครื่องรุ่นนี้ออกมาเพื่อตอบสนองความ
ต้อง ซึ่งพบว่าลูกค้าส่วนใหญ่ใน 9 ประเทศนั้น
ใช้งานเครื่องสมาร์ทโฟนสำหรับการท่อง Web 89% และ e-mail  85%, เล่นเกมส์ 
79% ซึ่งคนส่วนใหญ่ยังต้องการเครื่องที่มีหน้าจอขนาดใหญ่
แต่ยังสามารถพกพาได้สะดวก จึงเป้นจุดลงตัวของ
สมาร์ทโฟนรุ่นนี้ที่มีขนาดหน้าจอ 5.3 นิ้ว


สเปค Galaxy Note


 • CPU Dual-Core ความเร็ว 1.4 GHz

 • ระบบปฏิบัติการ Android 2.3.4 Gingerbread

 • หน้าจอ  ขนาด 5.3 นิ้ว Super AMOLED ที่ความละเอียด WXGA 1280x800 พิกเซล

 • มี Stylus สามารถใช้ Stylus เขียนบนจอได้

 • ด้านหลัง 8 ล้านพิกเซล , กล้องหน้า 2 ล้านพิกเซล

 • 3G HSPA+ 21 Mbps, Wi-Fi 802.11n, GPS, Bluetooth 3.0

 • น้ำหนัก 178 กรัม, หนา 9.63 mm มิลลิเมตร

 • แบตเตอรี่ 2500 mAh ถอดเปลี่ยนได้


Samsung Galaxy Note


หน้าจอใหญ่สะใจที่ 5.3 นิ้ว แทบจะไม่มีคู่แข่งในเวลานี้


Samsung Galaxy Note


ยังมีขนาดที่พอพกพาได้แบบไม่เกะกะ ลองเทียบกับขนาดอุ้งมือในภาพดูครับ


Samsung Galaxy Note


แผ่นหลังเรียบๆสุภาพ


Samsung Galaxy Note


เป็นฝาแบบพลาสติกแต่มีพื้นผิวแบบลายผ้า


Samsung Galaxy Note


ปุ่ม Home แบบมาเดี่ยวๆ




Samsung Galaxy Note โชว์ตัวจริงแต่ไม่ยอมบอกราคา


Samsung Galaxy Note


บางแค่ 9.63 mm เท่านั้น


Samsung Galaxy Note


ภาพด้านขวาของตัวเครื่อง


Samsung Galaxy Note


รูหูฟัง 3.5 mm


Samsung Galaxy Note


micro USB slot, สนับสนุน  USB OTG (USB host) ส่วนขวาสุดคือช่องเก็บ Stylus


Samsung Galaxy Note


2500 mAh lithium-ion battery


Samsung Galaxy Note


สไตรัสสำหรับหน้าจอแบบ Capacitive


Samsung Galaxy Note


เรียกชื่อมันว่า S Pen


Samsung Galaxy Note


มีปุ่มกดด้วยนะครับ


Samsung Galaxy Note


ว่ากันว่าเอาไว้จดขีดเขียนได้แบบสะดวกและแม่นกว่าใช้นิ้ว




Samsung Galaxy Note โชว์ตัวจริงแต่ไม่ยอมบอกราคา



Samsung Galaxy Note


Samsung Galaxy Note


กล้องหลัง 8 ล้าน ปรับ ISO ได้มากถึง 800 แต่ไม่แน่ใจว่าถ้าปรับสุด Noise มันจะเยอะแค่ไหน


Samsung Galaxy Note


กล้องหน้าที่ 2 ล้าน


Samsung Galaxy Note


ราคาหนูไม่บอกค้าาาาาาา รับรองว่า เอาอยู่ค้าาาาาา ไม่ปล่อยให้บานปลายแน่ รอชมเดือน พ.ย เดี๋ยวจะแจ้งให้อพยพเงินในกระเป๋าอีกทีนะค่ะ








 

Create Date : 27 พฤศจิกายน 2554    
Last Update : 27 พฤศจิกายน 2554 1:26:37 น.
Counter : 488 Pageviews.  

BlackBerry Bold 9900 ที่ได้ชื่อว่าเป็น BlackBerry ที่ดีที่สุดในตอนนี้


แรกสัมผัสกับ BlackBerry Bold 9900 ที่ได้ชื่อว่าเป็น BlackBerry ที่ดีที่สุดในตอนนี้



BlackBerry Bold 9900


BlackBerry Bold 9900 เป็น BlackBerry
ระดับเรือธงรุ่นล่าสุดจาก RIM ที่หลายสื่อจากทั่วโลกได้ยกย่องให้เป็น
BlackBerry ที่ดีที่สุดในขณะนี้ ตัวเครื่องถูกพัฒนาต่อยอดมาจาก BlackBerry
Bold 9000 ที่เคยเป็นรุ่นยอดนิยมมาก่อนหน้านี้ จึงทำให้สาวก BlackBerry
ในบ้านเราจับตามองรุ่นนี้กันมากที่สุด จุดเด่นของ BlackBerry Bold 9900
จะอยู่ที่หน้าจอได้เปลี่ยนมาเป็นระบบสัมผัสและ BlackBerry OS7
ระบบปฏิบัติการเวอร์ชั่นล่าสุดที่มาพร้อมตัวเครื่องนั่นเอง
ครั้งแรกที่ได้เห็นรู้สึกได้เลยว่าตัวเครื่องสวยงามสมกับการรอคอยและพอได้
สัมผัสตัวจริงก็ทำให้ถูกใจทันทีกับความบางเบา
จับแล้วรู้สึกไม่เทอะทะเหมือนรุ่นพี่อย่าง BlackBerry Bold 9000
ทางด้านเส้นสายก็ถูกออกแบบมาได้อย่างลงตัวคงความเป็น BlackBerry
ได้เป็นอย่างดี แถมรุ่นนี้ยังมีฟังค์ชั่น NFC
มาให้ด้วยถึงแม้ในบ้านเราจะยังไม่ค่อยมีให้ใช้งานก็ตาม


BlackBerry Bold 9900 มาพร้อมกับ CPU ความเร็ว 1.2 Ghz
ช่วยในการประมวลผลได้รวดเร็วขึ้น แรมถูกเพิ่มขนาดเป็น 768 MB
เพื่อรองรับการใช้งานร่วมกับระบบปฏิบัติการ BlackBerry OS7
หน่วยความจำภายในก็มีพื้นที่ให้ใช้งานมากถึง 8 GB
และสามารถเพิ่มเติมหน่วยความจำด้วย microSD การ์ดรองรับความจุสูงสุดถึง
32GB ตัวเครื่องได้รับการออกแบบมาอย่างเรียบหรูตามสไตล์ BlackBerry
มีความหนาเพียง 10.5 มิลลิเมตร
เรียกว่าเป็นรุ่นที่บางที่สุดในขณะนี้เลยก็ว่าได้ ทางด้านวัสดุ RIM
เลือกใช้สเตนเลสสตีลมาเป็นส่วนประกอบทำให้ตัวเครื่องนอกจากมีความแข็งแรงทน
ทานแล้วยังได้ความหรูหราติดตัวมาด้วย



ด้านหน้ามาพร้อมกับจอ Touch Screen ขนาด 2.8 นิ้ว มีความละเอียด 640 x 480 พิกเซล



หน้าจอรองรับการใช้งานแบบ Multi-Touch



Trackpad ถูกนำมาใช้งานแทน Trackball ที่มักจะมีปัญหาจุกจิกกวนใจ
ทางด้านคีย์บอร์ด QWERTY ยังคงสไตล์ BlackBerry Bold ไว้
ภาษาไทยสามารถมองเห็นได้ชัดเจน



ด้านซ้ายมีช่องเสียบหูฟังหรือสมอลทอร์คขนาด 3.5 มิลลิเมตรและช่องต่อ Micro USB สำหรับโอนถ่ายข้อมูลและชาร์จแบตเตอรี่



ทางด้านขวามีปุ่มปรับระดับเสียง ปุ่มตรงกลางจะเป็นปุ่ม Mute
ถัดลงมาจะเป็นปุ่ม Convenience Key ที่สามารถตั้งค่าการใช้งานได้
(ค่าเดิมคือปุ่มชัตเตอร์กล้อง)



ด้านบนมีเพียงปุ่มล็อคตัวเครื่องเท่านั้น



ทางด้านหลังจะมีกล้องความละเอียด 5 ล้านพิกเซล (2592×1944 พิกเซล)
มาพร้อม LED
แฟลชช่วยเพิ่มความสว่างขณะถ่ายภาพในที่มืดและรองรับการถ่ายวีดีโอระดับ HD
(720p) ฝาหลังเป็นลายเคฟล่าเข้ากับเส้นสายของตัวเครื่องได้เป็นอย่างดี



กล้องถ่ายรูปใน BlackBerry Bold 9900 จะเป็นกล้อง EDOF (Extended Depth Of Field) หรือก็คือกล้องแบบ Fixed-Focus นั่นเอง




การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตสามารถใช้งานผ่านเครื่อข่าย 2G GPRS/EDGE
850/900/1800/1900 MHz และ 3G HSDPA 850/900/1700/1900/2100/800 MHz
หรือใช้งานผ่านทาง WiFi



BlackBerry OS7 จะมีไอคอนที่สวยงามมากขึ้น ทำงานได้เร็วขึ้น เสถียรมากขึ้น การใช้งานดูลื่นไหลและมี BlackBerry Protect ติดมาให้เลย



หลังจากที่ได้คลุกคลีอยู่กับ BlackBerry Bold 9900
มาได้ซักพักรู้สึกถูกใจกับคีย์บอร์ด QWERTY มากๆ
เพราะปุ่มใหญ่ทำให้กดพิมพ์ได้ง่าย ใช้แล้วทำให้นึกถึง BlackBerry Bold 9000
เครื่องเก่าขึ้นมาทันที
โดยส่วนตัวคิดว่าเป็นรุ่นที่เหมาะกับมือของผู้ชายมากที่สุดในรุ่นที่เปิดตัว
ใหม่ทั้งหมด หน้าจอ Touch Screen ก็สามารถตอบสนองได้เป็นอย่างดี
เพิ่มความสะดวกสบายในการเข้าถึงแอพพลิเคชั่นต่างๆและลดภาระของ Trackpad
ไปได้พอสมควร โดยรวมแล้วถือว่าสอบผ่านสมราคา BlackBerry ที่ดีที่สุด
แม้กล้องถ่ายรูปจะมีความละเอียดน้อยไปซักหน่อย แต่ก็อย่างว่าคนใช้
BlackBerry ส่วนใหญ่จะเน้นการใช้งานทางด้านอื่นกันมากกว่า
ราคาค่าตัวก็อยู่ในระดับที่ไม่เกินเอื้อมสนนราคาอยู่ที่ 19,900 บาท (รวม
VAT แล้ว) สามารถหาจับจองเป็นเจ้าของกันได้แล้ววันนี้




 

Create Date : 26 พฤศจิกายน 2554    
Last Update : 26 พฤศจิกายน 2554 14:07:22 น.
Counter : 512 Pageviews.  

15 สถานที่ท่องเที่ยว หนาวนี้เที่ยวไหนดี...อยากรู้คลิก

........

แม่ฮ่องสอน


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก คู่หูเดินทาง, คุณ 3seasons, คุณ ลุงแบกเป้, คุณ P r i m t a a, คุณ Phitchaphat, คุณ ป๋อหลาง, คุณ tatatube, คุณ Memories pink, คุณ chaoswalker, คุณ oaddybeing

เมื่อ
สายลมเย็น ๆ โชยมากระทบผิวกาย เสมือนส่งสัญญาณเป็นนัย ๆ
ว่ากลิ่นอายของฤดูหนาวกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว
ภาพความงดงามของทะเลหมอกขาวโพลน สีเขียวชะอุ่มของขุนเขาสลับซับซ้อน
ท้องฟ้าสีครามตัดกับเมฆขาวไม่ไกลเกินเอื้อม คงผุดขึ้นภายมาในใจของใครหลาย ๆ
คน


          แหม ๆ
เสน่ห์ของธรรมชาติมันช่างเย้ายวนให้เราเดินทางไปสัมผัสซะเหลือเกิน อิอิ
แต่เอ...แล้วจะไปเที่ยวหน้าหนาวที่ไหนดีล่ะ
ขึ้นเหนือไปสัมผัสอากาศเย็นยะเยือกบนยอดเขายอดดอย
ล่องใต้ไปเล่นน้ำทะเลให้ฉ่ำปอด แวะไปทัวร์อีสานหาของอร่อย ๆ กิน
หรือไปผจญภัยแถวภาคตะวันตกดี โอ้ย! ไม่ต้องคิดเยอะขนาดนั้นจ้า เพราะวันนี้กระปุกดอทคอมหยิบเอา 15 สถานที่เที่ยวหน้าหนาว มาแนะนำกัน เริ่มกันที่...




ภูกระดึง


ภูกระดึง


ภูกระดึง

         
เรียกได้ว่าเป็น ภูกระดึง จังหวัดเลย เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันดับต้น ๆ
ที่เหล่านักเดินทางคิดถึงเสมอ เพราะความสวยงามของทิวทัศน์
บวกกับสภาพธรรมชาติที่สมบูรณ์ ทั้งทุ่งหญ้า ป่าสนเขา ป่าดิบ
น้ำตกและหน้าผาชมทิวทัศน์ ผสมผสานกับความยากลำบากในขึ้นไปพิชิต ทำให้ใคร ๆ
ต่างก็อยากลิ้มลองสัมผัสกับภูกระดึงสักครั้งในชีวิต

         
ส่วนจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจบนภูกระดึง ได้แก่ ผานกแอ่น
เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่งดงามมากแห่งหนึ่ง
สามารถมองเห็นทิวทัศน์เบื้องล่างซึ่งเป็นท้องทุ่งและเทือกเขา
ริมทางเดินใกล้ผานกแอ่นมีดอกกุหลาบป่าขึ้นเป็นดงใหญ่
ซึ่งบานสะพรั่งในเดือนมีนาคม-เมษายน, ผาหล่มสัก เป็นลานหินกว้าง
และมีสนต้นใหญ่อยู่ใกล้กับชะง่อนหินที่ยื่นออกไปจากหน้าผา
เป็นสถานที่ชมพระอาทิตย์ตกได้ชัดเจนที่สุด จึงทำให้นักท่องเที่ยว
ช่างภาพนิยมไปถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ผาแห่งนี้ถือเป็นสัญลักษณ์ของภูกระดึง

         
นอกจากนี้ ยังมี ผาหมากดูก น้ำตกวังกวาง น้ำตกเพ็ญพบใหม่ น้ำตกโผนพบ
น้ำตกเพ็ญพบ น้ำตกถ้ำใหญ่ น้ำตกธารสวรรค์ น้ำตกถ้ำสอเหนือ น้ำตกถ้ำสอใต้
สระอโนดาต เป็นต้น

          ทั้งนี้ บริเวณที่ทำการอุทยานฯ
มีด่านเก็บค่าธรรมเนียม ผู้ใหญ่คนละ 40 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างประเทศ
ผู้ใหญ่ 400 บาท เด็ก 200 บาท และบริการลูกหาบสัมภาระ กิโลกรัมละ 15 บาท
นักท่องเที่ยวสามารถเช่าเต็นท์และบ้านพักได้ที่ที่ทำการอุทยานฯ โทรศัพท์ 0
4287 1333, 0 4287 1458 ระหว่างเวลา 07.00-18.00 น.
หรือติดต่อกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรุงเทพฯ โทรศัพท์ 0 2562
0760 หรือ http://www.dnp.go.th
หมายเหตุ : อุทยานแห่งชาติภูกระดึง
จะปิดระหว่างเดือนมิถุนายน-กันยายนทุกปี
เพื่อให้สภาพธรรมชาติฟื้นตัวและปรับปรุงสถานที่พักสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับ
นักท่องเที่ยว อีกทั้งยังจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว 5,000 คน ต่อวัน
และกางเต็นท์บนอุทยานฯ 200 หลัง ต่อวัน


The Scenery Resort & Farm


สวนผึ้ง รีสอร์ท


น้ำตกเก้าโจน

สวนผึ้ง

         
สวนผึ้ง เป็นอำเภอหนึ่งของ จังหวัดราชบุรี
ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก
เพราะมีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ ทั้งป่าไม้ ภูเขา และน้ำตก
พื้นที่ส่วนใหญ่จะเป็นที่ราบสูง
ภูมิประเทศของสวนผึ้งนั้นขนาบด้วยเทือกเขาตะนาวศรี
ซึ่งเป็นพรมแดนทางตะวันตกกั้นระหว่างประเทศไทยกับพม่า การเดินทางสะดวก
ใช้เวลาเดินทางเพียง 2 ชั่วโมงกว่า ๆ จากกรุงเทพฯ ก็ถึงแล้ว

         
เสน่ห์ที่ทำให้ใคร ๆ ก็อยากไปเยือน สวนผึ้ง ราชบุรี นั่นก็คือ แกะ
สีขาวขนปุย และ รีสอร์ต สวย ๆ ที่ประดับประดาตกแต่งไปด้วยไอเดียแจ่ม ๆ
หลากแบบหลายสไตล์ ให้นักท่องเที่ยวเลือกสรรได้ตามความชอบใจ
และนอกจากไปพักผ่อนกายพักผ่อนใจที่รีสอร์ตสวย ๆ แล้ว สวนผึ้ง
ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น โป่งยุบ
ปรากฎการณ์แผ่นดินยุบตัวลง และถูกน้ำกัดเซาะดินทำให้เกิดเป็นหน้าผาสูง
ชันเป็นหลุมเป็นบ่อ ลักษณะคล้ายกับแพะเมืองผีที่จังหวัดแพร่

         
ธารน้ำร้อนบ่อคลึง เป็นธารน้ำร้อนที่ไหลออกจากซอกหินเชิงเขาตะนาวศรี
มีความร้อนประมาณ 50-57 องศาเซลเซียส ไหลลงสู่สระใหญ่ เเวดล้อมด้วยธรรมชาติ
ทิวทัศน์สวยงาม มีบริการให้น้กท่องเที่ยวเข้าพักผ่อนและอาบน้ำร้อน,
น้ำตกเก้าโจน หรือ น้ำตกเก้าชั้น เป็นน้ำตกขนาดใหญ่สูง 9 ชั้น
ตั้งอยู่ในหุบเขาที่สมบูรณ์ แวดล้อมรอบด้วยธรรมชาติ

         
เขากระโจม เป็นพื้นที่ที่สูงที่สุดในจังหวัดราชบุรี ประมาณ 1,045 เมตร
จากระดับน้ำทะเล การเดินทางสู่ยอดเขาต้องใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อเท่านั้น
สองข้างทางยังเป็นป่าเขาสภาพสมบูรณ์ พบกล้วยไม้ป่าหลากหลายอยู่ทั่วไป
ทัศนียภาพโดยรวมคล้ายทางภาคเหนือ บนจุดสูงสุดเป็นเส้นแบ่งเขตแดนไทย-พม่า
มีลานกว้างสำหรับกางเต็นท์พักแรม สามารถชมทัศนียภาพได้รอบบริเวณ
ระหว่างทางมีน้ำตกผาแดง จุดพักชมวิว และทางเดินศึกษาธรรมชาติที่สวยงาม และ
น้ำตกบ้านบ่อหวี เป็นน้ำตกขนาด 7 ชั้น มีความเป็นธรรมชาติอยู่มาก
น้ำใสสะอาด เหนือขึ้นไปบนน้ำตกจะเป็นชายแดนไทย-พม่า มีฐานทหารรักษาการอยู่
เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบเดินป่าศึกษาธรรมชาติ


ดอยอินทนนท์

ดอยอินทนนท์

ดอยอินทนนท์

         
ฮอตฮิตไม่มีตกเทรนด์สำหรับ ดอยอินทนนท์ หรือ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์
จังหวัดเชียงใหม่ เพราะไม่ว่าจะรักการเที่ยวแบบชิล ๆ หรือลุย ๆ
สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตแห่งนี้
ก็พร้อมต้อนรับด้วยความงดงามของธรรมชาติอย่างแท้จริง
รวมถึงมีอากาศที่หนาวเย็นตลอดทั้งปี
โดยเฉพาะในฤดูหนาวจะมีหมอกปกคลุมเกือบทั้งวัน สิ่งต่าง ๆ
เหล่านี้เป็นเสน่ห์ดึงดูดให้มีผู้มาเยือนที่นี่อย่างไม่ขาดสาย

         
ส่วนสถานที่น่าสนใจ ณ ดอยอินทนนท์ ได้แก่ น้ำตกแม่ยะ
เป็นน้ำตกขนาดใหญ่และสวยงามมากแห่งหนึ่ง
เพราะน้ำซึ่งไหลลงมาจากหน้าผาที่สูงชัน 280 เมตร ลงมากระทบโขดหินเป็นชั้น ๆ
เหมือนม่าน แล้วลงไปรวมกันที่แอ่งน้ำเบื้องล่าง
น้ำใสเย็นเหมาะสำหรับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ, น้ำตกแม่กลาง
เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ชั้นเดียว สูงประมาณ 100 เมตร ต้นน้ำอยู่บนดอยอินทนนท์
มีน้ำไหลตลอดปี มีความสวยงามตามธรรมชาติ, น้ำตกวชิรธาร เดิมชื่อ
“ตาดฆ้องโยง” น้ำจะดิ่งจากผาด้านบนตกลงสู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง 
ในช่วงที่มีน้ำมากละอองน้ำจะสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณรู้สึกได้ถึงความเย็นและ
ชุ่มชื้น

          ถ้ำบริจินดา ภายในถ้ำลึกหลายกิโลเมตร
เพดานถ้ำมีหินงอกหินย้อย หรือชาวเหนือเรียกว่า “นมผา” สวยงามมาก
มีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ในถ้ำด้วย นอกจากนั้น ยังมีธารหิน
เมื่อมีแสงสว่างมากระทบจะเกิดประกายระยิบระยับดังกากเพชรงามยิ่งนัก,
น้ำตกสิริภูมิ  ไหลมาจากหน้าผาสูงชัน เป็นทางยาวสวยงามมาก
สามารถมองเห็นได้จากบริเวณที่ทำการอุทยานฯ เป็นสายน้ำตกแฝดไหลลงมาคู่กัน

         
โครงการหลวงดอยอินทนนท์ ตั้งอยู่ในบริเวณดอยอินทนนท์
เป็นสถานีวิจัยดอกไม้เมืองหนาวเป็นหลัก
นอกจากนั้นยังมีโครงการวิจัยสตรอว์เบอรรี
โครงการศึกษาและรวบรวมพันธุ์เฟินชนิดต่าง ๆ โครงการวิจัยกาแฟ
โครงการวิจัยฝรั่งคั้นน้ำ ไม้ผล เช่น สาลี่ พลับ กีวี ทิบทิมเมล็ดนิ่ม ฯลฯ
ไม้ดอก เช่น แกลดิโอลัส กุหลาบ เยอบีรา ฯลฯ ผัก เช่น พริกหวาน มะเขือเทศ
เซเลอรี ฯลฯ อีกทั้งยังมีพืชผักสมุนไพร และไม้ผลขนาดเล็ก
ซึ่งจัดจำหน่ายภายใต้ตรา "ดอยคำ" นอกจากนี้
ยังมีประเพณีและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่น่าสนใจ ได้แก่
การทำนาข้าวขั้นบันไดของเผ่ากะเหรี่ยง
ประเพณีกินวอของชาวเผ่าม้งบ้านขุนกลาง

         
พระมหาธาตุนภเมทนีดล และ พระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ
สร้างถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
เนื่องในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ เมื่อ พ.ศ. 2530
และพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ สร้างถวายสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
ในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ เมื่อ พ.ศ. 2535
รอบบริเวณสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของดอยอินทนนท์ได้อย่างสวยงาม,
ยอดดอยอินทนนท์ จุดสิ้นสุดของทางหลวงหมายเลข 1009
เป็นยอดดอยที่สูงที่สุดในประเทศไทย (2,565 เมตร) มีสภาพอากาศหนาวเย็นตลอดปี

เป็นที่ตั้งสถานีเรดาร์ของกองทัพอากาศไทยและเป็นที่ประดิษฐานสถูปเจ้าอิน
ทวิชยานนท์ เจ้าเมืองเชียงใหม่องค์สุดท้าย

         
น้ำตกห้วยทรายเหลือง น้ำตกขนาดกลาง มีน้ำไหลแรงตลอดปี
และไหลจากหน้าผาลงมาเป็นชั้น ๆ เข้าทางเดียวกับน้ำตกแม่ปาน, น้ำตกแม่ปาน
นับว่าเป็นน้ำตกที่ยาวที่สุดของเชียงใหม่ก็ว่าได้
น้ำจะตกลงมาจากหน้าผาซึ่งสูงกว่า 100 เมตร เป็นทางยาว
ถ้ามองดูแต่ไกลจะเห็นสายน้ำยาวสีขาวตัดกับสีเขียวของต้นไม้ทำให้ดูเด่น
น้ำที่ตกลงมายังเบื้องล่างกระทบโขดหินแตกเป็นฟองกระจายไปทั่วบริเวณทำให้มี
ความชุ่มชื้น เบื้องล่างมีแอ่งน้ำรองรับอยู่ สามารถพักผ่อนลงอาบเล่นได้

         
เส้นทางศึกษาธรรมชาติบนดอยอินทนนท์ กิ่วแม่ปาน ระยะทางเดิน 3 กิโลเมตร
ใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 3 ชั่วโมง
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติแท้จริง
แต่การใช้เส้นทางนี้ต้องลงทะเบียนขอรับใบอนุญาตให้ใช้เส้นทาง
โดยติดต่อที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์อุทยานฯ และควรจัดกลุ่มละไม่เกิน 15 คน,
อ่างกาหลวง เส้นทางนี้มีระยะทาง 1,800 เมตร
พื้นที่นี้เป็นหนองน้ำซับในหุบเขา จุดเด่นที่น่าสนใจ คือ
ป่าดิบเขาระดับสูง 
ลักษณะของพรรณไม้เขตอบอุ่นผสมกับเขตร้อนที่พบเฉพาะในระดับสูง

         
ทั้งนี้ ก่อนการเข้าไปท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติ
นักท่องเที่ยวควรมีการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับอุทยานแห่งชาติ
หรือติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์
จังหวัดเชียงใหม่ โทรศัพท์ 0 5326 8550 ตลอด 24 ชั่วโมง และ โทรศัพท์ 0
5326 8577 ระหว่าง 08.00-17.00 น. หรือ http://www.doiinthanon.comhttp://www.doiinthanon.com/


ดอยอ่างขาง


ดอยอ่างขาง

ดอยอ่างขาง

         
เพราะอากาศบน ดอยอ่างขาง จังหวัดเชียงใหม่ หนาวเย็นตลอดปี
โดยเฉพาะในช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม อากาศเย็นจนน้ำค้างกลายเป็นน้ำค้างแข็ง
จึงไม่แปลกหากนักเดินทางจะแวะเวียนไปท่องเที่ยว
อีกทั้งบนดอยยังมีสถานที่น่าสนใจมากมาย ได้แก่ สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง
มีโครงการวิจัยผลไม้ ไม้ดอกเมืองหนาว งานสาธิตพืชไร่ พืชน้ำมัน
สามารถชมแปลงทดลองปลูกไม้ผลเมืองหนาว ได้แก่ ท้อ บ๊วย พลัม สตรอเบอร์รี่
สาลี่ ราสเบอรี่  พลับ กีวี  ลูกไหน เป็นต้น พืชผักเมืองหนาว เช่น แครอท
ผักสลัดต่าง ๆ ฯลฯ แปลงไม้ดอก เช่น คาร์เนชั่น กุหลาบ แอสเตอร์ เบญจมาศ ฯลฯ
จำหน่ายผลิตผลตามฤดูกาลที่ปลูกในโครงการฯ และมีที่พักบริการ เปิด
06.00-18.00 น. กิจกรรมท่องเที่ยวบนดอยอ่างขาง มีหลายอย่าง เช่น
เดินเท้าศึกษาธรรมชาติ ขี่ฬ่อชมธรรมชาติ เป็นต้น สอบถามรายละเอียด โทรศัพท์
0 5345 0107-9

          สวนบอนไซ อยู่ในบริเวณสถานีฯ
เป็นแหล่งรวบรวมพันธุ์ไม้เขตอบอุ่นและเขตหนาวทั้งในและต่างประเทศ ปลูก ดัด
แต่ง โดยใช้เทคนิคบอนไซ สวยงามน่าชม และในบริเวณเดียวกันยังมีสวนสมุนไพร
ฤดูท่องเที่ยวอยู่ระหว่างเดือนพฤศจิกายน-มกราคม, หมู่บ้านคุ้ม
ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีฯ เป็นชุมชนเล็ก ๆ
ประกอบด้วยผู้อยู่อาศัยหลายเชื้อชาติอยู่รวมกัน  อาทิ ชาวไทยใหญ่
ชาวพม่าและชาวจีนฮ่อ
ซึ่งได้ตั้งถิ่นฐานอยู่ในบริเวณนี้และเปิดร้านค้าบริการแก่นักท่องเที่ยว,
จุดชมวิวกิ่วลม
อยู่ทางด้านซ้ายมือก่อนถึงทางแยกซึ่งจะไปหมู่บ้านปะหล่องนอแลทางหนึ่ง
และบ้านมูเซอขอบด้งทางหนึ่ง สามารถชมทะเลหมอกและวิวพระอาทิตย์ทั้งขึ้นและตก
มองเห็นทิวเขารอบด้านและหากฟ้าเปิดจะมองเห็นสถานีเกษตรหลวงอ่างขางด้วย

         
หมู่บ้านนอแล ตั้งอยู่บริเวณชายแดนไทย-พม่า
คนที่นี่เป็นชาวเขาเผ่าปะหล่องเชื้อสายพม่า
แต่เดิมคนกลุ่มนี้อยู่ในพม่าและพึ่งอพยพมา  มีภาษาและวัฒนธรรมเป็นของตนเอง
นับถือศาสนาพุทธ ทุกวันพระผู้คนที่นี่หยุดอยู่บ้านถือศีล
จากหมู่บ้านนี้สามารถมองเห็นทิวทัศน์สวยงามของธรรมชาติบริเวณพรมแดน
ไทย-พม่า, หมู่บ้านขอบด้ง
เป็นที่ที่ชาวเขาเผ่ามูเซอดำและเผ่ามูเซอแดงอาศัยอยู่ร่วมกัน
คนที่นี่นับถือผี มีวัฒนธรรมและความเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย
หมู่บ้านแห่งนี้ได้รับการส่งเสริมจากโครงการหลวงในด้านการเกษตรและด้าน
หัตถกรรมพื้นบ้าน
บริเวณหน้าหมู่บ้านจะมีการจำลองบ้านและวิถีชีวิตของชาวมูเซอ, หมู่บ้านหลวง
ชาวหมู่บ้านหลวงเป็นชาวจีนยูนานที่อพยพมาจากประเทศจีนในสมัยสงครามโลกครั้ง
ที่ 2 และประกอบอาชีพด้านเกษตรกรรมเป็นหลัก อาทิ ปลูกผักผลไม้ เช่น พลัม
ลูกท้อ และสาลี่

          พิพิธภัณฑ์โรงงานหลวงที่ 1 (ฝาง) หมู่ 12
บ้านยาง แสดงนิทรรศการจำลองโรงงานหลวงแห่งแรก
เพื่อสื่อให้เห็นถึงการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาประเทศแบบบูรณาการของพระบาท
สมเด็จพระจ้าอยู่หัวฯ เปิดวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 08.30-16.30 น. โทรศัพท์ 0
5329 3630 หรือ www.firstroyalfactory.org
บริเวณรอบ ๆ เป็นหมู่บ้านที่ราบเชิงเขาลุ่มแม่น้ำงอน
มีบ้านดินที่สื่อถึงวิถีวัฒนธรรมดั้งเดิม แหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง เช่น
น้ำตกบ้านยาง แปลงสมุนไพร โรงไฟฟ้าพลังน้ำ วัดเจ้าแม่กวนอิมพระราชทาน
ตลาดสด ทั้งนี้ การเที่ยวชมโครงการหลวงในพื้นที่ต่าง ๆ
ศึกษารายละเอียดได้ที่ www.thairoyalprojecttour.com



ดอยเสมอดาว


ดอยเสมอดาว

ดอยเสมอดาว

         
ดอยเสมอดาว อยู่ในอาณาบริเวณของ อุทยานแห่งชาติศรีน่าน จังหวัดน่าน
เป็นจุดชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นและตก
ซึ่งตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าฝั่งขวาของแม่น้ำน่านตอนใต้
ซึ่งถือเป็นเสน่ห์ดึงดูดให้นักเดินทางแวะเวียนไปท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก

         
โดยเฉพาะบริเวณ จุดชมวิวดอยเสมอดาว และ ผาหัวสิงห์
ที่เป็นจุดที่ชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าและตกยามเย็น
ซึ่งท่านสามารถมองเห็นได้รอบทิศทาง
เห็นวิวทิวทัศน์ของแม่น้ำน่านที่ทอดยาวในหุบเขา และเห็นยอดผาชู้ที่ตั้ง
ตระหง่านอยู่ข้างหน้า และสามารถมองเห็นตัวเมืองนา น้อย ไร่ นา ของชาวบ้าน
รวมถึงมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติให้ท่านได้เดินเที่ยวชมกัน บรรยากาศสวยงาม

         
ทั้งนี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติศรีน่าน ตู้ ปณ.14
อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน 55150 โทรศัพท์ 081-224-0800


ม่อนแจ่ม

ม่อนแจ่ม



ม่อนแจ่ม


ม่อนแจ่ม

ม่อนแจ่ม

         
ม่อนแจ่ม ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อำเภอแม่ริม จ.เชียงใหม่ เป็นส่วนหนึ่งของ
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย
กำลังกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตของอำเภอแม่ริมไปซะแล้ว
ด้วยทัศนียภาพที่สวยงาม มองเห็นวิวทิวเขาซับซับซ้อน
แถมยามค่ำคืนฟากฟ้าแวดล้อมไปด้วยดวงดารา ส่องแสงประกายระยิบระยับ

         
อีกทั้งยังเป็นสถานที่พักแห่งใหม่ของโครงการหลวง
เพิ่งเปิดตัวไม่เมื่อปลายปี พ.ศ. 2552 ในรูปแบบ "แคมปิ้ง รีสอร์ท"
ที่กลมกลืนกับธรรมชาติได้อย่างลงตัว
พร้อมชูความเป็นส่วนตัวและความสะดวกสบาย เช่น ในเต้นท์มีบริเวณส่วนตัว
มีห้องน้ำส่วนตัว น้ำร้อน ไฟฟ้า และเครื่องใช้ครบครัน
ประหนึ่งอยู่ในห้องพักโรงแรม
แต่พิเศษกว่าตรงที่ได้สัมผัสกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด
เพราะเพียงแค่คุณเปิดหน้าต่าง สายลมเย็น ๆ วิวขุนเขา สายหมอก
ก็โผล่รอต้อนรับ แถมยามค่ำคืนดาวน้อยใหญ่จะค่อย ๆ
ส่องประกายแวววับให้มองเพลิน ๆ

          นอกจากนี้
หลังดื่มด่ำกับความงดงามของทัศนียภาพกันพักใหญ่
ท้องไส้ก็เริ่มร้องหาอาหารอร่อย ๆ อะ ๆ ไม่ต้องมองไปไหนไกล ที่ ม่อนแจ่ม
มีร้านอาหารที่นำผลิตผลท้องถิ่นที่ปลูกเอง มาปรุงให้รับประทานกันด้วย ผัก ๆ
สด ๆ หวานกรอบ และถ้ากินอิ่มแล้วอยากยืดแข้งขืดขา
ก็สามารถไปเดินชมแปลงสตรอเบอร์รีผลสีแดงสด หรือไปเดินเล่นรอบเขาที่มีวิวสวย
ๆ ก็ได้


ดอยปุย

ดอยปุย

ดอยปุย

         
ดอยปุย เป็นส่วนหนึ่งของ อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย จังหวัดเชียงใหม่
สภาพภูมิอากาศส่วนใหญ่จะหนาวเย็นและชุ่มชื้น
เนื่องจากได้รับไอน้ำจากเมฆหมอกที่ปกคลุมอยู่เกือบตลอดปี
อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุดในพื้นที่อยู่ระหว่าง 10-12 องศาเซลเซียส
ส่วนสถานที่ท่องเที่ยว ได้แก่ ยอดดอยปุย สูง 1,658 เมตร จากระดับน้ำทะเล
บนยอดดอยปกคลุมด้วยป่าสนเขาผืนใหญ่ และเป็นแหล่งดูนกที่น่าสนใจแห่งหนึ่ง
ใกล้กับยอดดอยปุยมีสถานที่สำหรับกางเต็นท์
ซึ่งสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ประมาณ 250 คน

         
พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์
เป็นที่ประทับแปรพระราชฐานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์
ในโอกาสที่เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐาน มาประทับแรมที่จังหวัดเชียงใหม่
เพื่อทรงงานและเยี่ยมเยียนราษฎรในเขตภาคเหนือ มีลักษณะเป็นแผนผัง
แบบเรือนไทยภาคกลางที่เรียกว่า "เรือนหมู่" มีรูปแบบสถาปัตยกรรม
เป็นไทยประเพณีประยุกต์ ก่ออิฐถือปูน ยกพื้นสูงหลังคาทรงไทย
และเปิดจำหน่ายบัตรเข้าชม 2 ช่วงเวลา ได้แก่ ช่วงเช้า (08.30 - 11.30 น.)
และช่วงบ่าย (13.00 - 15.30 น.) ปิดพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ เวลา 16.30
น. อัตราค่าธรรมเนียมเข้าชม สำหรับชาวไทย 20 บาท ชาวต่างชาติ 50 บาท

         
หมู่บ้านชาวเขาเผ่าม้ง (แม้ว) ดอยปุย
บริเวณหมู่บ้านจำหน่ายของที่ระลึกจำนวนมากซึ่งมีทั้งที่ผลิตภายในหมู่บ้าน
และนำมาจากที่อื่นวางขายให้แก่นักท่องเที่ยว มีพิพิธภัณฑ์ม้ง
สวนดอกไม้ซึ่งมีบริการถ่ายรูปแต่งชุดชาวเขา บริเวณรอบ ๆ
หมู่บ้านมีทิวทัศน์ที่สวยงาม สามารถมองเห็นดอยอินทนนท์ได้
นักท่องเที่ยวสามารถไปเยี่ยมชมได้สะดวกเพราะอยู่ใกล้ตัวเมือง, สันกู่
ตั้งอยู่บริเวณเส้นทางไปลานกางเต็นท์ดอยปุย
ห่างจากพระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ประมาณ 4 กิโลเมตร
เส้นทางค่อนข้างคดเคี้ยว และลาดชัน ควรขับรถด้วยความระมัดระวัง
สันนิษฐานว่าโบราณสถานสันกู่มีอายุระหว่างพุทธศตวรรษที่ 19-22

         
สถานีวิจัยดอยปุย หรือเรียกว่า สวนสองแสน ตั้งอยู่ที่ถนนศรีวิชัย
ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง เป็นแปลงทดลอง 74 ไร่ 1 งาน 97.5 ตารางวา
สวนนี้นับเป็นสวนประวัติศาสตร์ของการเกษตรบนที่สูง
คือเป็นสวนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ จำนวน 200,000 บาท
เพื่อทรงสนับสนุนการดำเนินงานวิจัยและพัฒนาบนที่สูง
เพื่อการจัดหาพื้นที่เพิ่มเติมให้แก่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ดำเนินการศึกษาวิจัยขอองมูลนิธิโครงการหลวง
ในการดำเนินการวิจัยทดลองและขยายพันธุ์พืชเขตหนาว

          ทั้งนี้
สอบสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย
จังหวัดเชียงใหม่ โทรศัพท์ 0 5329 5041 ตลอด 24 ชั่วโมง และ 0 5321 0244
ระหว่าง 08.00-17.00 น.




ดอยแม่สลอง

ดอยแม่สลอง


ดอยแม่สลอง

ดอยแม่สลอง

         
เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านสันติคิรี เดิมชื่อบ้านแม่สลองนอก
เป็นชุมชนผู้อพยพจากกองพล 93 จากสหภาพพม่าเข้ามาในเขตไทย จำนวนสองกองพันคือ
กองพันที่ 3 เข้ามาอยู่ที่อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ และกองพันที่ 5
อยู่ที่บ้านแม่สลองนอก ตั้งแต่ พ.ศ. 2504 ในเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์
ดอกนางพญาเสือโคร่ง ซึ่งเป็นซากุระพันธุ์ที่เล็กที่สุด
สีชมพูอมขาวจะบานสะพรั่งตลอดแนวทางขึ้นดอยแม่สลอง
เป็นพันธุ์ไม้ที่หาชมได้ยากในเมืองไทย
เพราะเจริญเติบโตอยู่แต่เฉพาะในภูมิอากาศหนาวจัดเท่านั้น

         
จุดน่าสนใจบนดอยแม่สลอง ได้แก่ ชมไร่ชาและศึกษาวิธีการผลิตชา
ขี่ม้าชมทิวทัศน์รอบหมู่บ้านเจียงจาใส
และอนุสรณ์สถานอดีตทหารจีนคณะชาติภาคเหนือ ประเทศไทย ศึกษาเรื่องราว
ประวัติของชาวดอยแม่สลอง มีไกด์นำชม และเปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00-17.00
น. ค่าเข้าชม 30 บาท โทรศัพท์ 0 5376 5170, 0 5376 5180
ศูนย์ประสานงานนำเที่ยวชุมชุน Homestay และกางเต็นท์ โทรศัพท์ 0 5371 0024,
08 5038 6362 อบต. แม่สลองนอก โทรศัพท์ 0 5376 5129

         
การเดินทาง ใช้เส้นทางเชียงราย-แม่จัน 28 กิโลเมตร เลยจากอำเภอแม่จันไป 1
กิโลเมตร มีทางแยกซ้ายไป 23 กิโลเมตร ผ่านหมู่บ้านผาเดื่อ
ซึ่งเป็นจุดแวะชมและซื้อหัตถกรรมชาวเขา จากนั้นเดินทางจากบ้านอีก้อสามแยก
(ทางขวาไปหมู่บ้านเทิดไทย) ตรงไปดอยแม่สลอง ระยะทาง 10 กิโลเมตร
รวมระยะทางจากเชียงราย 64 กิโลเมตร เป็นทางลาดยางตลอดสาย
และจากดอยแม่สลองมีถนนเชื่อมต่อไปถึงบ้านท่าตอน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่
ระยะทาง 45 กิโลเมตร
ในกรณีไม่ได้ขับรถมาเองให้ขึ้นรถประจำทางจากตัวเมืองเชียงรายไปต่อรถสองแถว
ที่ปากทางขึ้นดอยแม่สลอง


ภูชี้ฟ้า


ภูชี้ฟ้า

ภูชี้ฟ้า

         
ภูชี้ฟ้า หรือ วนอุทยานภูชี้ฟ้า ตั้งอยู่ที่ตำบลทับเต่า อำเภอเทิง
จังหวัดเชียงราย เป็นจุดชมวิวทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้น
อยู่ห่างจากดอยผาตั้ง 25 กิโลเมตร
มีลักษณะเป็นยอดเขาที่แหลมชี้ขึ้นไปบนท้องฟ้า อยู่สูงจากระดับทะเลประมาณ
1,628 เมตร โดยมีหน้าผาเป็นแนวยาวยื่นไปทางฝั่งประเทศลาว
บนยอดภูชี้ฟ้าเป็นทุ่งหญ้ากว้าง ภูชี้ฟ้าอยู่ห่างจากผาตั้ง 26 กิโลเมตร

         
การเดินทาง ใช้เส้นทางเชียงราย-เทิง ระยะทาง 64 กิโลเมตร
และจากเทิง-บ้านปี้ ระยะทาง 6 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1155
ผ่านบ้านปางค่า บ้านเชงเม้ง เป็นทางลาดยาง ถึงภูชี้ฟ้าระยะทาง 42 กิโลเมตร
หรือใช้ทางหลวงหมายเลข 1021 สายเทิง-เชียงคำ-บ้านฮวก ก่อนถึงเชียงคำ 6
กิโลเมตร มีทางแยกไปอุทยานแห่งชาติน้ำตกภูซาง อีก 19 กิโลเมตร
แล้วเดินทางต่อไปยังภูชี้ฟ้าอีก 30 กิโลเมตร
นักท่องเที่ยวสามารถนำรถไปจอดไว้ที่ลานจอดรถวนอุทยานภูชี้ฟ้าแล้วเดินเท้าไป
จุดชมวิวประมาณ 700 เมตร

          ทั้งนี้
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ วนอุทยานภูชี้ฟ้า โทรศัพท์ 08 1883 4510
และ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว โทรศัพท์ 0 5371 0195-6


แม่ฮ่องสอน


ปาย

ปาย

         
ปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เมืองเล็ก ๆ ที่ถูกโอบล้อมไปด้วยขุนเขาสูงตระหง่าน
เป็นรอยต่อชายแดนไทย - พม่า ฤดูหนาวอากาศเย็นจัด
ที่แห่งนี้มักปกคลุมด้วยสายหมอก ละอองน้ำจาง ๆ ยามเช้า
และด้วยวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของผู้คน ทำให้เมือง ปายยังคงความเป็นธรรมชาติ
ไว้สูง ความเจริญทางวัตถุยังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงที่นี่ได้มากนัก
เอกลักษณ์เหล่านี้ดึงดูดนักเดินทางให้มาสัมผัสมนต์เสน่ห์ของ
เมืองปายได้นักต่อนัก

          ในอดีต
เมืองปายมักรู้จักเฉพาะกันเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ซึ่งต่อมา
ก็เป็นที่นิยมท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวไทย
และเมืองปายถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับต้น ๆ ของเมืองไทย
ซึ่งนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวในเมืองปาย มักจะไม่พลาดเที่ยวชม ถนนคนเดินปาย
ซึ่งจัดขึ้นในถนน ชัยสงคราม บริเวณท่ารถปาย ทั้งถนนจะปิดการจราจร
ให้นักท่องเที่ยวเดินเลือกซื้อสินค้า
ทั้งจากสินค้าหัตถกรรมท้องถิ่นของชาวเขา ตลอดจนสินค้าอื่น ๆ ทั่วไป
โดยเฉพาะของฝาก ของที่ระลึก เสื้อผ้า รูปภาพ โปสการ์ด ตลอดจนร้านอาหาร
ที่พัก แหล่งบันเทิงต่าง ๆ จะมีอยู่เรียงรายในถนนเส้นนี้
และกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวยอดนิยม คือการเขียนโปสการ์ด ส่งไปจากปาย
เมืองปายจึงมีร้านโปสการ์ดและร้านกาแฟ มีอยู่ทั่วไปในถนนคนเดิน

เขาค้อ

         
เขาค้อ เป็นชื่อเรียกรวมทิวเขาน้อยใหญ่ของเทือกเขาเพชรบูรณ์
ในเขตอำเภอเขาค้อ เหตุที่เรียกกันว่า "เขาค้อ"
เพราะป่าบริเวณนี้เดิมมีต้นค้อซึ่งเป็นไม้ตระกูลปาล์มขึ้นอยู่มาก
ภูมิอากาศบนเขาค้อเย็นสบายตลอดปีแม้ในฤดูร้อน และค่อนข้างเย็นจัดในฤดูหนาว
รวมทั้งมีทัศนียภาพสวยงาม
จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งของเพชรบูรณ์
ประกอบด้วยภูเขาสลับซับซ้อนมากมาย ยอดเขาค้อมีความสูงประมาณ 1,174 เมตร
เหนือระดับทะเล เขาย่าสูง 1,290 เมตรและเขาใหญ่ สูง 865 เมตร
นอกจากนั้นยังมีเขาตะเคียนโง๊ะ เขาหินตั้งบาตร เขาห้วยทรายและเขาอุ้มแพ

         
จุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจบริเวณเขาค้อมีหลายแห่ง
โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์การสู้รบกับคอมมิวนิสต์ ได้แก่
อนุสาวรีย์จีนฮ่อ พิพิธภัณฑ์อาวุธ อนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ นอกจากนี้
ยังมีพระบรมธาตุเจดีย์ พระตำหนักเขาค้อ น้ำตก ส่วนที่พักบนเขาค้อ
มีให้เลือกหลายแห่ง ส่วนใหญ่จะอยู่บริเวณตำบลทุ่งสมอและแคมป์สน
ห่างจากสถานที่ท่องเที่ยวบนเขาค้อประมาณ 30 กิโลเมตร
ที่พักที่อยู่ใกล้ที่สุดได้แก่ บ้านพักทหารม้า กิโลเมตรที่ 28
ทางหลวงหมายเลข 2196 กองพลทหารม้าที่ 28
และเรือนพักผู้ติดตามอยู่ใกล้กับพระตำหนักเขาค้อและเขาย่า นอกจากนี้
ยังมีรีสอร์ทต่าง ๆ ที่ตั้งอยู่ตามเส้นทางขึ้นเขาค้ออีกหลายแห่ง


ภูทับเบิก

ภูทับเบิก

ภูทับเบิก

ภูทับเบิก

         
ภูทับเบิก อยู่ห่างจากตัวจังหวัดเพชรบูรณ์ประมาณ 90 กิโลเมตร
มีความสูงจากระดับทะเลประมาณ 1,768 เมตร เป็นจุดที่สูงที่สุดของเพชรบูรณ์
มีสภาพภูมิประเทศที่สวยงามด้วยธรรมชาติแบบทะเลภูเขา มีอากาศบริสุทธิ์
สภาพภูมิอากาศเย็นสบายตลอดปี
เนื่องจากร่องลมเย็นจากเทือกเขาหิมาลัยและอยู่บนที่สูง
จึงสามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้กว้างไกล ตอนเช้ามีกลุ่มเมฆ
และทะเลหมอกตัดกับยอดเทือกเขาเพชรบูรณ์

         
ปัจจุบันภูทับเบิกเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง
ซึ่งได้อพยพมาอาศัยอยู่ที่บ้านทับเบิก หมู่ 14 และหมู่ 16
โดยอยู่ในความดูแลของศูนย์พัฒนาสงเคราะห์ชาวเขาจังหวัดเพชรบูรณ์
ในราวเดือนธันวาคม-มกราคม
จะมีดอกซากุระหรือนางพญาเสือโครงสีชมพูบานสะพรั่งไปทั้งภูเขา นอกจากนี้
ในยามค่ำคืนยังมองเห็นแสงไฟระยิบระยับจากบ้านเรือนในอำเภอหล่มสักที่อยู่
เบื้องล่าง เปรียบได้กับ "ดาวบนดิน" จากสภาพดังกล่าว
ทำให้ภูทับเบิกเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ
และดึงดูดนักท่องเที่ยวที่นิยมสัมผัสบรรยากาศหนาวเย็น วิถีชีวิตชาวเขา
และแหล่งธรรมชาติบริสุทธิ์ ภายใต้คำกล่าวที่ว่า "นอนทับเบิก สัมผัสความหนาว
ดูดาวบนดิน"

          นอกจากนี้
ยังไม่ควรพลาดไปชมแปลงปลูกกะหล่ำปลีที่ใหญ่ที่สุดในโลกและหมู่บ้านชาวเขา
เพราะในช่วงปลายฝนต้นหนาว ภูทับเบิก จะสวยงามมาก
เนื่องจากจะมีแปลงปลูกกะหล่ำที่ใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งชาวไทยภูเขาเผ่าม้งปลูก
รวามถึงสถานีวิจัยเพชรบูรณ์ แปลงทดลองทับเบิก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
เป็นสถานีสาธิตปลูกพืชเกษตรเมืองหนาว เช่น สตรอเบอร์รี่ สาลี่ พลัม ท้อ
และจำหน่ายผลผลิตสด ๆ ที่แปลง ตามฤดูกาล
และจุดชมวิวดูดาวบนดินและลานกางเต็นท์
เป็นจุดที่สามารถดูดาวบนดินได้ครบทั้ง 4 กลุ่ม คือ
จุดยอดภูทับเบิกมีระดับความสูงประมาณ 1,768 เมตร
จึงสามารถมองเห็นทิวทัศน์และดูดาวบนฟ้า และจุดดูดาวบนดินทั้ง 4 กลุ่ม
ได้อย่างสวยงามตลอดค่ำคืน และมีห้องน้ำไว้บริการนักท่องเที่ยว


ภูเรือ

ภูเรือ

ภูเรือ

ภูเรือ

         
ภูเรือ หรือ อุทยานแห่งชาติภูเรือ ตั้งอยู่ในเขตตำบลหนองบัว อำเภอภูเรือ
จังหวัดเลย เป็นภูเขาสูงใหญ่ บนยอดเขาเป็นที่ราบกว้างใหญ่
มีต้นสนขึ้นสลับซับซ้อน มีลักษณะแปลกคือ
มีส่วนหนึ่งเป็นผาชะโงกยื่นออกมาเหมือนหัวเรือสำเภาใหญ่
ลักษณะภูมิประเทศเป็นทิวเขา อากาศเย็นตลอดปี
และเป็นอุทยานที่มีอากาศหนาวเย็นที่สุดของประเทศ
โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวจะหนาวเย็นมาก
จนกระทั่งน้ำค้างบนยอดหญ้าจะแข็งตัวกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง ภาษาพื้นเมือง
เรียกว่า "แม่คะนิ้ง" มีเนื้อที่ประมาณ 75,525 ไร่
ช่วงเดือนที่เหมาะที่จะมาเที่ยวคือเดือนตุลาคม-มีนาคม

         
สถานที่น่าสนใจในเขตอุทยานฯ ได้แก่ จุดชมทิวทัศน์เดโช
เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้น ในวันที่อากาศดีนักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นภูต่าง ๆ
ของเมืองเลยได้, ผาโหล่นน้อย อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 3
กิโลเมตร เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามมาก จากจุดนี้จะมองเห็นภูหลวง
ภูผาสาด ภูครั่ง และทะเลภูเขาสลับซับซ้อน, ผาซับทอง หรือ ผากุหลาบ
อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 2.5 กิโลเมตร เป็นหน้าผาสูงชัน
และแหล่งน้ำซับที่มีพืชน้ำไลเคนสีเหลืองคล้ายสีทองขึ้นเต็มไปทั่ว

         
น้ำตกห้วยไผ่ ตั้งอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 2 กิโลเมตร
เป็นน้ำตกที่ไหลลงมาจากหน้าผาสูงชัน มีความสูงประมาณ 30 เมตร
น้ำตกแห่งนี้นำไปใช้ทำน้ำประปาในอำเภอภูเรือด้วย, ยอดภูเรือ
เป็นจุดที่สูงที่สุดในอุทยานฯ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 1,365
เมตร บริเวณโดยรอบเป็นลานหินที่มีทุ่งหญ้าขึ้นแซมสลับกับป่าสน
มีทั้งสนสองใบที่ขึ้นตามธรรมชาติและสนสามใบ ที่เป็นสนปลูก
จากจุดนี้ในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใสนักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นแม่น้ำเหืองและ
แม่น้ำโขงที่กั้นพรมแดนระหว่างไทย-ลาวได้

          ทั้งนี้
อุทยานฯ มีบริการบ้านพักไว้สำหรับนักท่องเที่ยว
ติดต่อขอรายละเอียดและสำรองที่พักล่วงหน้าได้ที่ ที่ทำการอุทยานฯ โทรศัพท์ 0
4280 1716, 0 4280 7625 หรือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
โทรศัพท์ 0 2562 0760 หรือ http://www.dnp.go.th

          ส่วนการเดินทาง
จากตัวเมืองเลยใช้ทางหลวงหมายเลข 203 เส้นทางเลย-ภูเรือ ระยะทางประมาณ 54
กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 49-50
ตรงที่ว่าการอำเภอภูเรือ เข้าไปประมาณ 4 กิโลเมตร รถยนต์สามารถขึ้นได้
และมีทางเดินเท้า 700 เมตร  ก็จะถึงยอดภูเรือ




เชียงคาน

         
เชียงคาน เป็นอำเภอเล็ก ๆ ริมฝั่งแม่น้ำโขงสงบเงียบ
ในย่านชุมชนยังคงมีห้องแถวไม้ บ้านไม้เก่าแก่ที่ยังคงได้รับการอนุรักษ์ไว้
เป็นเสน่ห์ที่สุดคลาสสิกของเชียงคาน บางแห่งตกแต่งทำเป็นที่พัก ร้านอาหาร
ร้านค้าสำหรับรองรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักผ่อนแบบสบาย ๆ
ใกล้ชิดกับชุมชน

          ซึ่งกิจกรรมที่น่าสนใจ
คือตักบาตรตอนเช้า ชมวัด และล่องเรือชมทิวทัศน์สองฝั่งโขง
สินค้าที่ขึ้นชื่อของเชียงคานคือผ้านวม  มะพร้าวแก้ว
ซึ่งนักท่องเที่ยวที่ไปเยือนไม่ควรพลาดที่จะซื้อเป็นของฝาก ทั้งนี้
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ททท.สำนักงานเลย โทรศัพท์ 0-4281-2812,
0-4281-1405




เขาใหญ่

เขาใหญ่


เขาใหญ่


เขาใหญ่

         
เขาใหญ่ หรือ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มีอาณาเขตครอบคลุม 4 จังหวัด คือ
จังหวัดสระบุรี  นครราชสีมา ปราจีนบุรี และนครนายก 
ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของต้นน้ำลำธารที่สำคัญหลายสาย
อุดมสมบูรณ์ด้วยพันธุ์ไม้และสัตว์ป่านานานาชนิด
อีกทั้งยังได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก ในปี พ.ศ. 2548

         
มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี
เหมาะแก่การเดินทางท่องเที่ยวและประกอบกิจกรรมนันทนาการต่าง ๆ
แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ได้แก่ ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ ตั้งอยู่ กิโลเมตรที่
24 ถนนธนะรัชต์ เส้นทางขึ้นเขาใหญ่ด้านอำเภอปากช่อง สร้างขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ.
2505 ประชาชนมักแวะไปกราบไหว้ขอโชคลาภและขอพรอยู่เสมอ, น้ำตกกองแก้ว
เป็นน้ำตกเตี้ย ๆ ในฤดูฝนดูสวยงามมาก เหมาะแก่การเล่นน้ำ, น้ำตกผากล้วยไม้
เป็นน้ำตกขนาดกลางในห้วยลำตะคอง บริเวณน้ำตกมีกล้วยไม้หวายแดงขึ้นอยู่
ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของน้ำตกแห่งนี้

          น้ำตกเหวสุวัต
เป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงมากเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไป
มีจุดชมน้ำตกในระยะไกลที่สามารถมองผ่านแมกไม้เห็นภาพของน้ำตกทั้งหมดในมุม
สูงได้สวยงาม หรือหากต้องการสัมผัสกับสายน้ำตกและแอ่งน้ำด้านล่าง
ก็มีทางเดินลัดเลาะลงไปได้ แต่ในช่วงฤดูฝนน้ำจะมาก ไหลแรง
และเย็นจัดควรระมัดระวังอันตราย, น้ำตกเหวนรก
เป็นน้ำตกขนาดใหญ่และสูงที่สุดของอุทยานฯ น้ำตกมีทั้งหมด 3 ชั้น
ชั้นแรกสูงประมาณ 60 เมตร
เมื่อน้ำไหลผ่านหน้าผาชั้นนี้จะพุ่งลงสู่หน้าผาชั้นที่ 2 และ 3
ที่อยู่ถัดลงไปใกล้ ๆ กันในลักษณะชันดิ่ง 90 องศา รวมความสูงไม่ต่ำกว่า 150
เมตร ในฤดูฝนสายน้ำที่ไหลทะลักไปสู่หุบเหวเบื้องล่างจะแรงมากจนน่ากลัว

         
หอดูสัตว์ เป็นสถานที่จัดทำขึ้นสำหรับการดูสัตว์ป่า
ผู้ที่สนใจสามารถเข้าใช้บริการได้ตั้งแต่เวลา 06.00 – 18.00 น.  นอกจากนี้
ในบริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ขญ.4 (คลองปลากั้ง)
ยังได้จัดให้มีหอดูสัตว์ชมกระทิง โดยอยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ
ประมาณ 2 กิโลเมตร ตั้งอยู่ในทุ่งหญ้าติดชายป่า เชิงสันเขากำแพง
ในเวลาเย็นจะมีฝูงกระทิงออกหากินบริเวณใกล้ ๆ

          ทั้งนี้
อุทยานฯ มีการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว วันละ 2,000 คน ดังนั้น
ผู้ประสงค์จะเข้าไปเที่ยวในอุทยานฯ กรุณาสอบถามหรือติดต่อล่วงหน้าที่
โทรศัพท์ 0 3736 5033, 08 1877 3127, 08 6092 6531 (ตลอด 24 ชั่วโมง)
และเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและไม่เป็นการรบกวนการดำรงชีวิตสัตว์ป่า
ห้ามนำสัตว์เลี้ยงขึ้นไปบนอุทยาน และห้ามรถยนต์ขนาดมากกว่า 40 ที่นั่ง
รถสองชั้นหรือมีความสูง 3.50 เมตร ขึ้น – ลงเส้นทางระหว่างด่านศาลเจ้าพ่อ
อำเภอปากช่อง ถึงที่ทำการอุทยานฯ สำหรับการขึ้น
–ลงเส้นทางระหว่างด่านเนินหอม อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี
ถึงที่ทำการอุทยาน ห้ามขึ้น – ลง ระหว่างเวลา 16.00 – 06.00 น.

         
และนี่เป็นเพียงที่เที่ยวหน้าหนาวเพียงไม่กี่แห่งที่เราหยิบมาบอกกัน
แต่จริง ๆ แล้วสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทยที่สวยงามยังมีเพียบ
ใครอยากออกไปสัมผัสสายลมหนาวก็ต้องออกไปเที่ยวเมืองไทยกันนะจ๊ะ




Free TextEditor




 

Create Date : 25 พฤศจิกายน 2554    
Last Update : 25 พฤศจิกายน 2554 7:08:22 น.
Counter : 2661 Pageviews.  

หญ้าหนวดแมว สมุนไพรแก้นิ่ว










ขอขอบคุณภาพประกอบจาก รายการภัตตาคารบ้านทุ่ง

หลายคนอาจจะเคยได้ยินชื่อของสมุนไพร "หญ้าหนวดแมว" มาบ้างแล้วใช่ไหมค่ะ เพราะสรรพคุณของ "หญ้าหนวดแมว" โด่งดังจนโกอินเตอร์ไปสกัดเป็นยาแผนปัจจุบันหลายต่อหลายประเทศแล้วเลยล่ะ ส่วนประเทศไทยก็มีการใช้ "หญ้าหนวดแมว" ในการรักษามานมนาน แต่เพิ่งจะยอมรับอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2528 นี่เองล่ะ วันนี้ทางรายการ "ภัตตาคารบ้านทุ่ง" ก็
เลยนำเอาเจ้า "หญ้าหนวดแมว" นำมาสร้างสรรค์เมนูตามสโลแกนของรายการคือ
"สารคดีความรู้ เคียงคู่กับความอร่อย" แต่ก่อนจะไปปรุงอาหารกัน
เรามาทำความรู้จักกับ "หญ้าหนวดแมว" กันสักหน่อยดีกว่าค่ะ 



   สำหรับสรรพคุณของ "หญ้าหนวดแมว" นั้น
มีสรรพคุณแก้นิ่วแบบชะงักงันเลยนะ
เพียงแค่ต้มดื่มก็ทำให้ก้อนนิ้วสลายไปได้ โดยคุณยาย ชาวดงขี้เหล็ก อ.เมือง
จ.ปราจีนบุรี ได้เล่าให้ฟังว่า
มีคนป่วยเป็นโรคนิ่วก้อนโต หมอจึงนัดผ่าตัดในสัปดาห์ต่อมา แต่ผู้ป่วยคนนั้นได้พบว่า ที่นี่มี "หญ้าหนวดแมว" ปลูกเยอะ จึงมาหาตนแล้วตนก็แนะนำวิธีต้ม "หญ้าหนวดแมว" ไปให้

โดยให้ต้มกับหม้อดินกินเช้าเย็น หรือต้มกินจนกว่าสีน้ำของยาจางเป็นสีขาว
ซึ่งผู้ป่วยดังกล่าวก็ทำตาม ต้มหญ้าหนวดแมว ดื่มเช้า-เย็นติดกันสองวัน
พอถึงวันนัดผ่าตัด ปรากฎว่า คุณหมอตรวจไม่พบก้อนนิ่ว เอ็กซเรย์ก็แล้ว
ส่องกล้องก็แล้ว แต่ก็ไม่พบ ผู้ป่วยจึงไม่ต้องผ่าตัด
และหายจากการเป็นโรคนิ่วในที่สุด



ว่าแล้วก็มารู้จักกับโรคนิ่วกันสักเล็กน้อย... โรคนิ่วแบ่งออกเป็น 2 ชนิดใหญ่ ๆ คือ นิ่วกรด หรือที่เรียกกันว่า นิ่วคนรวย และนิ่วด่างคือ นิ่วคนจน สำหรับนิ่วด่างนั้นจะพบมากในชาวบ้านแถวภาคอีสาน เพราะแหล่งน้ำหาดื่มได้ยาก อีกทั้งยังมีหินปูนสะสมอยู่ ทำให้เกิดโรคนิ่วได้ง่าย โดย
นิ่วจะมีลักษณะเป็นเม็ดแข็ง ๆ ขนาดประมาณเม็ดมะละกอ หรือเม็ดถั่วเขียว
ส่วนนิ่วกรดนั้น เป็นนิ่วของคนที่กินดีอยู่ดีมากเกินไป
โดยเฉพาะคนที่ชอบกินเนื้อสัตว์ ไม่ค่อยดื่มน้ำ และอั้นฉี่
ซึ่งลักษณะของนิ่วกรดจะแตกต่างกับนิ่วด่างคือ
นิ่วค่อนข้างร่วนคล้ายเนื้อทราย แพทย์ตรวจพบได้ยาก
และเมื่อปัสสาวะออกมาจะเป็นสีเหลืองเข้ม ค่อนข้างข้น ปัสสาวะกระปิดกระปรอย
หรือรู้สึกว่าปัสสาวะไม่สุดเสียที 



          นอกจากนี้ "หญ้าหนวดแมว" ยัง
มีสรรพคุณในการขับปัสสาวะ แถมยังต้านอนุมูลอิสระได้ด้วยอีกนะ
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจ
ควรปรึกษาแพทย์ก่อนที่จะรับประทาน
เพราะว่าฤทธิ์ของหญ้าหนวดแมวจะขับปัสสาวะให้ออกมามากกว่าปกติ
อาจจะส่งผลกระทบต่อโรคหัวใจก็เป็นได้...



เอ้า... ทราบสรรพคุณพร้อมสรรพแล้ว เรามาเปลี่ยนจากสมุนไพรขม ๆ ให้เป็นอาหารรสเด็ดกันดีกว่า... 



 
แต่ก่อนอื่นต้องไปเก็บหญ้าหนวดแมวเสียก่อน โดยเลือกเอาเฉพาะต้นที่แข็งแรง
ใบหนา ๆ มีสีเขียวเข้ม และเป็นมัน ตัด ฉับ ฉับ ฉับ ออกมา
เสร็จแล้วก็ทำการเด็ดใบแล้วล้างน้ำให้สะอาด
เพียงเท่านี้ก็ได้สมุนไพรหญ้าหนวดแมวไว้ปรุงอาหารแล้วล่ะค่ะ 


 เริ่มเมนูแรกกับเมนูที่มีชื่อว่า "อ่อมแซ่บปูนาใส่หญ้าหนวดแมว"
แหม... ได้ยินชื่อก็น้ำลายสอกันแล้วใช่ไหมค่ะ วิธีทำก็ไม่ยาก
เพียงแค่มีปูนาตัวโต ๆ กับหญ้าหนวดแมว เท่านี้เอง เริ่มแรกก็ล้างปู
นำส่วนมันปูออกมา แล้วตำปูให้แหลก เสร็จแล้วก็ใส่น้ำเปล่ากรองจนได้น้่ำปู
จากนั้นก็มาทำเครื่องแกงกันค่ะ
โดยการนำ พริกแห้ง หอมแดง กระชาย
ตะไคร้ ใส่น้ำเปล่า ตำผสมกัน
เสร็จแล้วนำเครื่องปรุงทั้งหมดใส่หม้อต้มจนเดือด ปรุงรสชาติ ด้วยน้ำปลา
น้ำปู และมันปู ถ้าจะให้ดีใส่ปูลงไปทั้งตัวเพื่อความอร่อย
ปิดท้ายด้วยหันบวบชิ้นพอดีคำใส่ลงไป หญ้าหนวดแมว
เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย 



       ส่วนเมนูที่ 2 เป็นเมนูที่น่าจะถูกใจวัยรุ่น เพราะวัยรุ่นเด็กแนวย่านนั้นมาช่วยกันคิดช่วยกันทำ โดยได้ร่วมกันตั้งชื่อเมนูว่า "หญ้าหนวดแมวแนวกรุ๊บกรอบ" ซึ่ง
เมนูนี้ก็ทำง๊ายง่าย เพียงแค่เตรียมแป้งเพื่อทอดกรอบ โดยการใส่แป้ง
ผสมน้ำเย็น ใส่ไข่แล้วตีผสมกัน จากนั้นนำตะไคร้ซอย พริกไทดำตำละเอียด
ปลาหมึกแห้งหันพอดีคำ และหมูสับ ใส่ลงไปในแป้งทอดกรอบ
เสร็จแล้วก็ใส่พริกแก้งคนให้เข้ากัน ปิดท้ายด้วยการนำหญ้าหนวดแมวใส่เข้าไป
ตั้งน้ำมันร้อน ๆ ในกระทะ  ตักทอดเป็นชิ้น ๆ ทอดจนเป็นสีเหลืองทอง
ทิ้งให้สะเด็ดน้ำมัน
เพียงเท่านี้เราก็จะได้ "หญ้าหนวดแมวแนวกรุ๊บกรอบ" ไว้ทานแล้ว
ใครจะเพิ่มรสชาติด้วยการทานกับน้ำจิ้มไก่ หรือซอสมะเขือเทศ
ก็อร่อยกันไปคนละแบบ ^ ^




  จากหญ้าหนวดแมว รสชาติขม ก็ถูกแปรรูปจนมีรสชาติที่กินง่ายแถมหน้าตา
น่ารับประทานอีกด้วย ... เอ้าเพื่อน ๆ
คนไหนสนใจอยากสร้างสรรค์เมนูจากสมุนไพร ก็สามารถติดตามชมรายการ
"ภัตตาคารบ้านทุ่ง"
 กันได้นะคะ รายการนี้มีเมนูเด็ด ๆ
แต่สรรพคุณเยี่ยมมาให้เราได้ดูได้ชมกันทุกสัปดาห์เลยล่ะ
ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา  17.30 น. - 18.00 น. นะจ้ะ 











 

Create Date : 24 พฤศจิกายน 2554    
Last Update : 24 พฤศจิกายน 2554 5:24:54 น.
Counter : 610 Pageviews.  

ฮอนด้า เตรียมเปิดตัวรถต้นแบบพลังไฟฟ้า 7 รุ่นรวด

........




เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก world.honda.com

           ใกล้เข้ามาแล้ว สำหรับงาน "โตเกียว มอเตอร์โชว์ 2011"
(Tokyo Motor Show 2011) ครั้งที่ 42 ซึ่งจะจัดขึ้นที่โตเกียว บิ๊กไซต์
(Tokyo Big Sight) ประเทศญี่ปุ่น ในระหว่างวันที่ 3 - 11
ธันวาคมที่จะถึงนี้ โดยไฮไลท์หลัก ๆ ก็คือการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ ๆ
ของค่ายต่าง ๆ ที่เตรียมพารถรุ่นใหม่ ๆ
มาให้ผู้ที่ชื่นชอบในเรื่องของยานยนต์ได้สัมผัสกันอย่างใกล้ชิด

          
แต่ไม่ว่าค่ายรถยนต์ไหนจะมีรถรุ่นใหม่ ๆ ที่จ่อเปิดตัวกันยังไง
ก็คงไม่เป็นที่สนใจเท่า "ฮอนด้า" (Honda) แน่นอน เพราะว่าบริษัท ฮอนด้า
มอเตอร์ จำกัด ได้ประกาศอย่างชัดเจนเลยว่า
ในงานนี้พวกเขาพร้อมแล้วที่จะเปิดตัวรถต้นแบบที่ใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นหลักที
เดียวถึง 7 รุ่นรวด ทั้งในส่วนของรถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์

          
โดยทางฮอนด้าออกคอนเซ็ปต์มาอย่างชัดเจนเลยว่า
ในงานนี้ฮอนด้าจะนำเสนอชีวิตแห่งความเคลื่อนไหวที่น่าตื่นเต้นของโลกอนาคต
ภายใต้แนวคิด "What makes people feel good?" (อะไรที่ทำให้คนเรารู้สึกดี?)

ซึ่งจะเป็นการสะท้อนวิสัยทัศน์ในฐานะผู้ผลิตนวัตกรรมแห่งการเคลื่อนที่ส่วน
ตัวให้แก่ผู้คนทั่วโลก
โดยจะใช้ทั้งพลังงานไฟฟ้าและพลังงานธรรมชาติอย่างพลังงานแสงอาทิตย์
มาเป็นจุดเด่นหลัก ๆ ในการพัฒนาและสร้างรถรุ่นใหม่ ๆ ของฮอนด้าต่อไปในอนาคต


          
ด้วยเหตุนี้เอง ฮอนด้าจึงได้คิดรถต้นแบบที่ใช้ระบบไฟฟ้าต่าง ๆ มาถึง 7
คันเน้น ๆ ซึ่งแต่ละรุ่นแต่ละแบบนั้น
ต้องบอกเลยว่าเป็นคอนเซ็ปต์คาร์ที่น่าสนใจมาก ๆ
ฉะนั้นแล้วเราลองไปดูกันดีกว่าว่า ทั้ง 7 รุ่นที่ว่านั้น
จะมีอะไรบ้างและจะน่าสนใจเหมือนที่ฮอนด้าได้ตั้งคอนเซ็ปต์เอาไว้หรือเปล่า
ตามมาดูกันเลย





AC-X

          
เริ่มกันที่รถยนต์ไฮบริดแบบ "ปลั๊ก-อิน" (Plug-in) แห่งอนาคต
ที่จะตอบโจทย์ด้านความสนุกสนานและความสะดวกสบายที่มากขึ้นในทุกสภาพการขับ
ขี่ ทั้งในเมืองและการเดินทางระยะไกล AC-X มาพร้อมกับ 2 โหมดการขับขี่เด่น ๆ
ทั้ง "โหมดการขับด้วยเครื่องยนต์" เพื่อการขับขี่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
และ "โหมดการขับแบบอัตโนมัติ" เพื่อให้คนขับสามารถผ่อนคลายกับการเดินทางได้
โดยที่ไม่ต้องกังวลในเรื่องการขับขี่อีกต่อ ซึ่งจะเหมาะมาก ๆ
สำหรับผู้ที่ต้องเดินทางไกลหรือต้องใช้เวลาอยู่ในรถเป็นเวลานาน ๆ





MICRO COMMUTER CONCEPT

          
รถคันนี้จะเป็นรถพลังงานไฟฟ้าขนาดกะทัดรัด กับรูปทรงภายนอกที่แหวกแนว
ล้ำสมัย
แถมผู้ที่เป็นเจ้าของยังสามารถเพิ่มหรือตกแต่งรถได้ตามที่ต้องการอีกด้วย
ซึ่งจะเน้นใช้งานในเมืองเป็นหลัก
และด้วยการร่วมมือระหว่างศูนย์วิจัยและพัฒนารถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้า
ช่วยให้รถรุ่นนี้สามารถบรรทุกรถมอเตอร์ไซค์ "MOTOR COMPO " ได้อย่างสบาย ๆ
เลยทีเดียว





SMALL SPORTS EV CONCEPT

          
นี่จะเป็นรถสปอร์ตแบบระบบ EV
ที่จะให้ความสนุกแก่การขับขี่อย่างที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน
ทั้งความสะดวกสบายและเรื่องของอัตราเร่งความเร็วต่าง ๆ อีกทั้ง
ยังเป็นรถที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย





MOTOR COMPO

          
รถมอเตอร์ไซค์แบบระบบ EV คันนี้มีขนาดที่เล็ก น่ารัก ๆ กำลังดี ขับขี่ง่าย
สามารถบรรทุกใส่ในรถ MICRO COMMUTER CONCEPT ได้อย่างสบาย ๆ
นอกจากนี้ยังสามารถถอดแบตเตอร์รี่ออกมาเพื่อเป็นแหล่งพลังงานที่ใช้ในชีวิต
ประจำวันด้วย





E-CANOPY

          
รถสกู้ตเตอร์แบบสามล้อนี้ พัฒนาขึ้นมาจากการระบบ EV
ไปติดตั้งบนตัวรถให้เกิดเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของฮอนด้า
เหมาะสำหรับใช้งานส่วนตัวและงานธุรกิจ เช่น การส่งของ
โดยสามารถติดตั้งที่เก็บของเพิ่มเติมในด้านหลังของตัวรถได้





RC-E

          
นี่คือรถมอเตอร์ไซค์ซูเปอร์สปอร์ตรุ่น EV
ที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองการขับขี่อย่างเต็มที่ RC-E
มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 250 ซีซี
ซึ่งอยู่บนตัวถังที่มีการดีไซน์ให้มีขนาดกะทัดรัด
นอกจากนั้นแล้วยังมีจุดเด่นตรงที่ให้สมรรถนะที่แรงและทรงพลัง
แต่แฝงความนุ่มนวลในทุก ๆ ที่ขับขี่อีกด้วย





TOWNWALKER

          
ปิดท้ายกันที่ รถเล็กที่ลักษณะคล้ายกับรถกอล์ฟคันนี้
ที่มีการดีไซน์มาเพื่อใช้ในเใองโดยเฉพาะ
แถมยังเหมาะสำหรับคุณพ่อบ้านแม่บ้าน ในการใช้งานเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น
จ่ายตลาด หรือขนของนิด ๆ หน่อย ๆ ขณะที่อีกหนึ่งจุดเด่นของ TOWNWALKER
ก็คือสามารถบรรทุกใส่ในรถยนต์ได้ง่าย ๆ
เพียงแค่พับแผงคันบังคับที่อยู่ด้านหน้าและส่วนของที่นั่งเข้าหากันแค่นั้น
เอง



ทั้งนี้ทั้งนั้น ทั้ง 7 รุ่นของฮอนด้าที่เตรียมจะเปิดตัวพร้อม ๆ
กันในงานโตเกียว มอเตอร์โชว์ 2011 นี้ ยังคงเป็นเพียงรถต้นแบบเท่านั้น
ยังไม่มีการผลิตออกมาในเชิงพาณิชย์อย่างทางการแต่อย่างใด แต่ที่แน่ ๆ
คือเราได้เห็นแล้วว่า ทิศทางด้านยานยนต์ในอนาคตข้างหน้า
ดูแล้วจะมีแต่การใช้พลังงานไฟฟ้าทดแทนพลังงานน้ำมันที่รอวันหมดจะโลกอย่าง
เป็นทางการแน่นอน..






 

Create Date : 21 พฤศจิกายน 2554    
Last Update : 21 พฤศจิกายน 2554 7:26:56 น.
Counter : 450 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  

Aoniiz
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Aoniiz's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.