Group Blog
 
All Blogs
 
เรื่องต้องรู้ของเด็กคลอดก่อนกำหนด

.......
คลอดก่อนกำหนด

เรื่องต้องรู้ของเด็กคลอดก่อนกำหนด
(modernmom)
เรื่อง : รศ.พญ.พิมล วงศ์ศิริเดช

        
สำหรับพ่อแม่ 32 คือตัวเลขที่พ่อแม่หวังสำหรับลูกน้อยเมื่อเกิดมาให้ครบ 32
แต่สำหรับคุณหมอแล้ว 38 เป็นเลขที่อยากให้สำหรับหนูในท้องคุณแม่
เพราะคืออายุครรภ์ที่คุณแม่ควรจะอุ้มท้องเจ้าหนูให้ถึง 38 สัปดาห์
เพราะหากเด็กคลอดก่อน 38 สัปดาห์นั้น ย่อมมีปัญหาสุขภาพตามมา
แต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้การเข้าใจในภาวะของเด็กคลอดก่อนกำหนด
ก็จะช่วยให้พ่อแม่รับมือได้ดีขึ้น


สาเหตุคลอดก่อนกำหนด

ทารกเกิดก่อนกำหนด คือ
ทารกที่เกิดมาในขณะที่อายุครรภ์น้อยกว่า 37 สัปดาห์
ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีใครสามารถสรุปได้แน่ชัดว่าสาเหตุโดยตรงของการคลอดก่อน
กำหนดคืออะไร
ข้อมูลทางวิชาการพบปัจจัยมากมายที่ร่วมกันเป็นความเสี่ยงต่อการคลอดก่อน
กำหนด ซึ่งอาจแบ่งกลุ่มดังนี้

ปัจจัยจากคุณแม่ คุณ
แม่ที่มีภาวะรกเกาะต่ำ หรือมีรกลอกตัวก่อนกำหนด
หรือมีถุงน้ำคร่ำแตกก่อนกำหนด อาจกระตุ้นให้เกิดการคลอดก่อนกำหนดได้
โดยปกติบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์และทวารหนักของผู้หญิงมีเชื้อแบคทีเรียหลาย
ชนิดอาศัยอยู่ ซึ่งส่วนใหญ่ไม่มีปัญหาอะไร
ยกเว้นเมื่อคุณแม่มีถุงน้ำคร่ำแตกก่อนกำหนด
เชื้อเหล่านี้อาจฉวยโอกาสเข้าไปในถุงน้ำคร่ำ
เกิดการติดเชื้อในครรภ์แล้วกระตุ้นให้คลอดก่อนกำหนดได้

นอก
จากนี้มีเชื้อแบคทีเรียบางชนิดที่ชอบไปอาศัยอยู่ในช่องคลอดหรือทวารหนักของ
คุณแม่ตั้งครรภ์ด้วยซ้ำ บางครั้งเชื้อเหล่านี้ทำให้เกิดการอักเสบในช่องคลอด
กระตุ้นให้คลอดก่อนกำหนด
หรือกระตุ้นให้เกิดถุงน้ำคร่ำแตกแล้วคลอดก่อนกำหนดตามมาได้เหมือนกัน
และมักมีคนถามว่า ความเครียดของคุณแม่อาจเป็นสาเหตุได้หรือไม่ จริง ๆ
แล้วมีงานวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้พอสมควร
ซึ่งผลสรุปได้เพียงแต่ว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง โดยมักพบปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น
คุณแม่ที่มีฐานะทางครอบครัวยากจน คุณแม่ที่ทำงานหนัก คุณแม่ที่สูญบุหรี่
หรือแม้กระทั่งติดยาเสพติด
แต่ปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญระดับชาติคือการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น
แม้จะมีการรณรงค์เรื่องการคุมกำเนิดอย่างแพร่หลาย
แต่การตั้งครรภ์ในวัยรุ่นกลับยังคงเป็นปัญหาที่แก้ไม่ตก
เห็นตัวเลขจากข้อมูลสาธารณสุขแล้วน่าเป็นห่วงอย่างยิ่งว่า
ในจำนวนการเกิดทารกมีชีพทั้งประเทศ มีถึงร้อยละ 15
ที่เกิดจากแม่ที่มีอายุน้อยกว่า 20 ปี และในทารกกลุ่มนี้ ร้อยละ 14
เป็นทารกเกิดก่อนกำหนด


ปัจจัยจากตัวทารกเอง
ทารกที่มีความพิการบางอย่าง
หรือมีโรคทางพันธุกรรมบางชนิดก็อาจเป็นปัจจัยให้เกิดการคลอดก่อนกำหนดได้
ทารกบางรายเจริญเติบโตช้าในครรภ์ อาจเป็นเพราะสุขภาพแม่ไม่แข็งแรง
โภชนาการไม่ดี หรือรกเสื่อมสภาพ มีโอกาสเกิดก่อนกำหนดได้เช่นกัน
ซึ่งอาจเกิดเองหรือเกิดจากการที่แพทย์จำเป็นต้องยุติการคลอดเพื่อช่วยชีวิต
คุณแม่หรือชีวิตทารกไว้ก็ได้

ปัจจัยไฮเทค ปัจจัย
อีกอย่างหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือผลพวงจากการแพทย์ที่ทันสมัยขึ้น
โดยเฉพาะเทคโนโลยีการช่วยเหลือทางการแพทย์ในคู่สมรสที่มีบุตรยากที่แพร่หลาย
มากขึ้น ทำให้อุบัติการณ์การตั้งครรภ์แฝดเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ในกระบวนการการผสมเทียมนั้น
จำเป็นต้องมีการใส่ตัวอ่อนที่ผสมแล้วเข้าไปในโพรงมดลูกของฝ่ายหญิง
และเพื่อเพิ่มโอกาสสำเร็จสูติแพทย์มักใส่ตัวอ่อนประมาณ 2-4 ฟอง
ทำให้มีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดครรภ์ แฝดได้สูงขึ้น
เป็นที่ยอมรับกันมานานแล้วว่าการตั้งครรภ์แฝดนั้นเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่
ทำให้เกิดการคลอดก่อนกำหนด
ประมาณมากกว่าครึ่งหนึ่งของหญิงที่ตั้งครรภ์แฝดมักคลอดทารกเมื่ออายุครรภ์
น้อยกว่า 37 สัปดาห์ และมีถึงร้อยละ 13-14 ที่คลอดทารกที่อายุครรภ์น้อยกว่า
32 สัปดาห์

ปัญหาสุขภาพที่พบ

คราว
นี้เรามาดูกันว่าเมื่อทารกเกิดมาก่อนกำหนด จะต้องเผชิญปัญหาอะไรบ้าง
ถ้าจะพูดกันไป อยากตอบว่ามีปัญหาได้ทุกระบบเลย ปัญหาทางระบบหายใจ
ปัญหาหลักของทารกในสัปดาห์แรกของชีวิต คือเรื่องการหายใจ
ยิ่งอายุครรภ์น้อยเท่าใด ทารกก็จะเสี่ยงต่อการหายใจลำบากหลังคลอด
และรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น ทารกที่เกิดก่อนอายุครรภ์ 32
สัปดาห์มีโอกาสหายใจลำบากรุนแรงจนส่วนใหญ่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจหลังคลอด
กว่าจะสมบูรณ์พอที่แพทย์สามารถถอดเครื่องช่วยหายใจออกได้
บางรายกินเวลาหลายสัปดาห์เลยทีเดียว

ปัญหาการรักษาสมดุลด้านต่าง ๆ ของร่างกาย
ทารกกลุ่มนี้จะไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิร่างกายตนเองได้ดี
เปลี่ยนแปลงได้ง่ายมากตามอุณหภูมิของสิ่งแวดล้อม จึงเห็นกันเสมอ ๆ
ว่าทารกต้องอยู่ในตู้อบตั้งแต่แรกเกิด นอกจากนี้น้ำตาล
เกลือแร่บางอย่างในเลือดมักต่ำจากที่ร่างกายมี
เนื่องจากมีเวลาสะสมระหว่างอยู่ในครรภ์คุณแม่ได้น้อย
แม้กระทั่งการรักษาสมดุลน้ำก็ไม่ดี ได้สารน้ำมากเกินก็มีปัญหาบวม
น้อยเกินก็อาจทำให้ไตล้มเหลว

ปัญหาระบบหัวใจ

ทารกคลอดก่อนกำหนดยังไม่สามารถปรับเปลี่ยนระบบและทิศทางการทำงานของระบบไหล
เวียนเลือดได้ตั้งแต่ระยะแรก ทำให้หัวใจอาจทำงานหนักกว่าปกติ มีภาวะปอดขึ้น
ยิ่งซ้ำเติมให้หายใจลำบากเพิ่มขึ้นอีก
ถ้ามีอาการมากอาจต้องให้ยาหรือทำการผ่าตัดเพื่อแก้ไข
ผลกระทบของการไหลเวียนเลือดที่ไม่พอ
ก็อาจทำให้อวัยวะอื่นทำงานบกพร่องไปด้วย เช่น
ไตทำหน้าที่น้อยลงทางเดินอาหารเคลื่อนไหวหรือดูดซึมอาหารน้อยลง

ปัญหาทางระบบประสาท
ใน 2-3 วันแรกของชีวิต ทารกที่มีอาการหายใจลำบากรุนแรง
หรือมีปัญหาของหัวใจหรือระบบไหลเวียนเลือด
อาจเสี่ยงต่อการมีเลือดออกในโพรงสมอง
ซึ่งอุบัติการณ์จะสูงในทารกน้ำหนักตัวน้อยกว่า 1,500 กรัม
ทารกที่เกิดภาวะนี้จะมีโอกาสเสี่ยงต่อความพิการระบบประสาทระยะยาวได้

ปัญหาการติดเชื้อ
ทารกเกิดก่อนกำหนดมีความบกพร่องของภูมิคุ้มกันด้านต่างๆ
เกราะป้องกันตามธรรมชาติของร่างกาย ได้แก่ ผิวหนังและเยื่อบุต่างๆ
ทั้งในทางเดินหายใจและทางเดินอาหารก็ไม่แข็งแรง
ซึ่งเป็นทางเข้าของเชื้อโรคที่สำคัญที่สุด
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทารกได้รับเชื้อเข้าไปในร่างกายมากที่สุดคือการสัมผัส
กับคนรอบข้าง เป็นธรรมดาของมนุษย์ทุกคนที่จะมีเชื้อสะสมตามมือและตามร่างกาย
โดยไม่ได้ก่อเรื่องอะไร แต่เมื่อมาสัมผัสกับทารกโดยไม่ได้ล้างมือ
ไม่ว่าจะโดยตรง หรือผ่านทางอุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ
โดยเฉพาะถ้าเกราะธรรมชาติของร่างกายมีช่องทางเข้าได้ง่าย เช่น
ผิวหนังที่บางหลุดลอกเป็นแผล
หรือบริเวณให้น้ำเกลือเข้าเส้นเลือดหรือที่สะดือของทารก
เชื้อก็จะเข้าไปเพิ่มจำนวนแล้วก่อโรคได้

ปัญหาการมองเห็น
ทารกเกิดก่อนกำหนด มีการเจริญพัฒนาของเส้นเลือดที่จอประสาทตายังไม่เต็มที่
เมื่อมีปัญหาของระบบอื่น ๆ ข้างต้น โดยเฉพาะระบบหายใจ
ทำให้ส่วนใหญ่จำเป็นต้องได้รับการรักษา
ด้วยการให้ออกซิเจนเพื่อรักษาชีวิตให้รอดการเปลี่ยนแปลงของระดับออกซิเจนใน
เลือดมีผลต่อการตึงตัวของเส้นเลือดที่จอประสาทตา
โดยระดับออกซิเจนที่สูงขึ้นจะทำให้เส้นเลือดหดตัว
เกิดการขาดเลือดของจอประสาทตาบริเวณที่เส้นเลือดยังงอกไปไม่ถึง
เส้นเลือดใหม่ที่งอกใหม่จะมีลักษณะที่ผิดปกติ
และมีเยื่อพังผิดดึงรั้งทำให้จอประสาทตาหลุดลอกได้
ยิ่งน้ำหนักน้อยยิ่งมีโอกาสที่จะเป็นโรคนี้มากขึ้น
นอกจากนี้ยังพบความผิดปกติทางการมองเห็นซึ่งความรุนแรงน้อยกว่า ได้แก่
สายตาสั้นหรือยาวผิดปกติ ตาเหล่หรือตาส่าย

พัฒนาการเด็กคลอดก่อนกำหนด

เมื่อ
ทารกเหล่านี้รอดชีวิตจนกลับบ้านได้แล้ว สิ่งที่พ่อแม่มักเป็นกังวล
ก็คือลูกจะมีพัฒนาการอย่างไร บางคนถามว่าลูกจะเรียนหนังสือได้หรือไม่
จะปัญญาอ่อนหรือเปล่า
คงต้องตอบว่าทารกเกิดก่อนกำหนดเหล่านี้มีโอกาสเสี่ยงต่อความพิการทางระบบ
ประสาทระยะยาวไม่มากก็น้อย ที่มักพบได้แก่ ภาวะสติปัญญาบกพร่อง สมองพิการ
ชัก ความบกพร่องของทักษะการเรียนรู้โรคซนจากสมาธิสั้น เป็นต้น
แต่พ่อแม่สามารถช่วยส่งเสริมพัฒนาการลูกน้อยที่เกิดก่อนกำหนดได้ไม่ยากค่ะ

อ้อมกอดของพ่อแม่

คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกเกิดก่อนกำหนดควรพยายามทำตัวไม่ให้เครียดหรือเครียด
กังวล ท่านที่ยังปรับตัวไม่ได้ หรือกลัวที่จะเข้ามาเยี่ยม
ยิ่งทำให้ลูกขาดปฏิสัมพันธ์กับครอบครัว สถานพยาบาลใหญ่ ๆ
หลายแห่งยินดีให้คุณพ่อคุณแม่มาเยี่ยมลูกได้อย่างสม่ำเสมอ
บางแห่งมีห้องให้คุณแม่นอนค้างคืนได้
เพื่อให้คุณแม่ได้เรียนรู้และฝึกการดูแลลูกด้วยตนเองแม้ขณะที่ลูกอยู่ในตู้
อบ คุณพ่อคุณแม่ก็สามารถสัมผัสลูกได้ด้วยการลูบไล้ลูกที่ลำตัวหรือแขนขา
สัมผัสรักจากพ่อแม่จะเป็นการถ่ายทอดความรักความอบอุ่นให้ลูกรับรู้ได้
ช่วยให้ลูกมีพัฒนาการทางร่างกายและพฤติกรรมอารมณ์ระยะยาวได้ดีอีกด้วย

นอก
จากนี้คุณพ่อคุณแม่ก็ได้เรียนรู้ คือพฤติกรรมของลูก
สังเกตและเข้าใจภาษากายของลูก
ก็จะทำให้คุณพ่อคุณแม่เลี้ยงลูกได้อย่างมีความสุขมากขึ้น กังวล
เครียดน้อยลง หากลูกสามารถออกจากตู้อบได้
แพทย์และพยาบาลมักส่งเสริมให้คุณพ่อคุณแม่
โดยเฉพาะคุณแม่ให้นั่งเก้าอี้โยกและอุ้มลูกไว้แนบอก
ให้ผิวกายของลูกนอนแนบชิดกับผิวกายส่วนหน้าอกของคุณแม่
โดยตรงปราศจากเสื้อผ้าหรือสิ่งเกิดขวางอื่น ๆ
ใส่เฉพาะหมวกกับผ้าอ้อมเท่านั้น
แล้วห่มแล้วลูกพร้อมกับอกแม่ด้วยผ้าห่มที่หนาพอเหมาะหันศีรษะลูกไปด้านข้าง
เพื่อให้ใบหูแนบกับเสียงหัวใจแม่ อาจพูดคุยหรือร้องเพลงกล่อมลูกเบา ๆ
วิธีนี้รู้จักกันดีในชื่อว่า Kangaroo Care
ซึ่งไม่ว่าจะทำโดยคุณพ่อหรือคุณแม่ ทำให้ลูกน้อยอบอุ่น หลับได้นานขึ้น
หายใจสม่ำเสมอ รับนมได้ดี น้ำหนักตัวเพิ่มเร็ว
เป็นการกระตุ้นการเจริญเติบโต
และพัฒนาการทางระบบประสาทและพฤติกรรมอารมณ์ของลูกได้ดียิ่ง
นอกจากนี้ยังมีผลดีต่อคุณแม่ทำให้คลายกังวล น้ำนมไหลดีขึ้นอีกด้วย


หลับดีสุขภาพดี
เวลาลูกอยู่ที่บ้านต้องระวังเรื่องอุณหภูมิของสิ่งแวดล้อม
อากาศเย็นเกินไปก็ทำให้ลูกตัวเย็น
อากาศร้อนหรือห่มผ้าหนาเกินไปก็ทำให้ลูกมีใช้ได้
ถ้าบ้านอยู่ในตัวเมืองหรือคอนโดมิเนียมติดเครื่องปรับอากาศ
ควรตั้งอุณหภูมิไว้ระหว่าง 26-28 องศาเซลเซียส
อาจให้ลูกใส่เสื้อผ้าเด็กแขนสั้นหรือแขนยาวที่เนื้อผ้าไม่ต้องหนามากใส่หมวก
ถุงมือถุงเท้าขณะนอนหลับ แล้วห่มผ้าสำลีทับอีกหนึ่งชั้นก็พอ
สำหรับบ้านที่ที่อยู่ในที่โล่ง เปิดหน้าต่าง ช่วงกลางคืนอากาศมักเย็นลงอีก
ควรห่มผ้าให้ลูกเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งชั้น
ต้องระวังไม่วางที่นอนลูกไว้ใกล้หน้าต่าง หรือพัดลมที่เป่าลมโดนตัวลูก

ลูก
ที่เกิดก่อนกำหนดจะมีพฤติกรรมการนอนที่ต่างจากทารกครบกำหนดบ้างในช่วง 1-2
เดือนแรก คุณพ่อคุณแม่อาจจะรู้สึกว่า ในวันหนึ่ง ๆ
ลูกจะใช้เวลากับการนอนค่อนข้างมากกว่าช่วงตื่น
แต่ในขณะเดียวกันก็จะเห็นว่าการนอนแต่ละครั้งของลูกก็จะไม่นาน เช่นเดียวกัน
เพราะไม่สามารถทนกับสิ่งเร้าต่อประสาทสัมผัสพร้อมกันหลาย ๆ
ด้านที่มากเกินไปได้ แสงและเสียงรบกวนมีผลต่อการหลับของลูกค่อนข้างมาก
การกอดลูกในอ้อมอก ลูบตัวเบา ๆ เปิดเสียงเพลงในจังหวะช้า ๆ และเบา ๆ
น่าจะเป็นวิธีที่ช่วยให้ลูกนอนหลับได้สนิท
หากให้นอนบนเตียงอาจใช้ผ้าห่มผืนใหญ่ม้วนตามยาวโอบล้อมตัวลูก
โดยให้แขนขาของลูกงอเข้ามาชิดลำตัวจะช่วยทำให้ลูกสงบและหลับได้
คุณพ่อคุณแม่ควรฝึกให้ลูกรับรู้การเปลี่ยนแปลงของกลางวันและกลางคืน
โดยเปิดม่านให้แสงเข้าพอควร พูดคุยหรือร้องเพลงเบา ๆ กับลูก
เท่าที่ลูกจะรับได้ในเวลากลางวัน ส่วนกลางคืนควรใช้ไฟสลัว ๆ
พยายามจัดให้ลูกนอนในที่ที่มีเสียงรบกวนน้อยที่สุด
อาจมีเสียงเพลงกล่อมได้เบา ๆ
ต้องระวังเป็นพิเศษอย่าให้ลูกนอนบนหมอนหรือที่นอนที่นุ่มและยวบตัวง่าย
เพราะจะเสี่ยงต่อการกดใบหน้าลูกขัดขวางการหายใจได้

         
เป็นอย่างไรบ้างคะ อ่านมาถึงตรงนี้แล้วคงรู้สึกเหมือนหมอนนะคะ
ว่าการมีลูกเกิดก่อนกำหนดนั้นไม่สนุกเลย เหนื่อยน่าดูทั้งพ่อแม่และหมอ
ถ้าเช่นนั้น เราช่วยกันหาทางป้องกันกันดีกว่าค่ะ
หากท่านใดกำลังวางแผนจะตั้งครรภ์หรือกำลังตั้งครรภ์
อย่าลืมไปฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลนะคะ อ้อ! ที่สำคัญ ดูแลตนเองให้ดี ๆ ด้วยค่ะ





Create Date : 27 ธันวาคม 2554
Last Update : 27 ธันวาคม 2554 3:12:43 น. 0 comments
Counter : 441 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะ VIP Friend
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Aoniiz
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Aoniiz's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.