ibaz.org
Group Blog
 
All Blogs
 

เพิ่มผลผลิตแตงกวา

การเตรียมแปลง

การเตรียมดินควรมีการยกร่องลูกฟูกความสูงประมาณ 20-30 เซนติเมตร เพื่อให้สะดวกในการระบายน้ำโดยเฉพาะฤดูฝน และมีการคลุมฟางหน้าดิน เพื่อป้องกันผลแตงกวาสัมผัสพื้นดิน ซึ่งจะทำให้ผลมีสีเหลืองและไม่ได้ราคา

การปลูก

วิธีการปลูกแตงกวานั้น พบว่ามีการปลูกทั้งวิธีการหยอดเมล็ดโดยตรงและเพาะกล้าก่อนแล้วย้ายปลูก การหยอดเมล็ดโดยตรงนั้นอาจจะมีความสะดวกในการปลูก แต่มีข้อเสียคือสิ้นเปลืองเมล็ด หากใช้เมล็ดพันธุ์ลูกผสมซึ่งมีราคาแพงแล้ว จะเกิดความสูญเสียเปล่าและเป็นการเพิ่มต้นทุนการผลิต รวมทั้งวิธีการหยอดเมล็ดนี้จำเป็นที่จะต้องดูแลระยะเริ่มงอกในพื้นที่กว้าง ดังนั้นการใช้วิธีการเพาะกล้าก่อน จึงมีข้อดีหลายประการ อาทิเช่น ประหยัดเมล็ดพันธุ์ ดูแลรักษาง่าย ต้นกล้ามีความสม่ำเสมอ ประหยัดค่าแรงงานในระยะกล้า เป็นต้น

สำหรับการย้ายกล้าปลูกนั้น ให้ดำเนินการตามกระบวนการเพาะกล้าตามที่กล่าวแล้ว และเตรียมหลุมปลูกตามระยะที่กำหนด จากนั้นนำต้นกล้าย้ายปลูกลงในหลุม ตามระยะระหว่างต้นและระหว่างแถวตามที่ได้กำหนดไว้ โดยการฉีกถุงพลาสติกที่ใช้เพาะกล้าออกแล้วย้ายลงในหลุมปลูก ช่วงเวลาที่จะย้ายกล้านั้นควรย้ายช่วงประมาณเวลา 17.00 น. จะทำให้ปฏิบัติงานในไร่นาได้สะดวกและต้นกล้าสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดียิ่งขึ้น

การให้น้ำ

หลังจากย้ายกล้าปลูกแล้ว ต้องให้น้ำทันที ระบบการให้น้ำนั้นอาจจะแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่ แต่ระบบที่เหมาะสมกับแตงกวา คือการให้น้ำตามร่อง เพราะว่าจะไม่ทำให้ลำต้น และใบไม่ชื้น ลดการลุกลามของโรคพืชทางใบ โดยช่วงแรกให้ผสม ปุ๋ยและฮอร์โมนธรรมชาติ ไบโอเฟอร์ทิลฝาแดง(สูตรบำรุงต้น ไล่แมลง) ไปกับน้ำที่ให้ในอัตรา 1 ส่วนต่อน้ำ 200 ส่วน เพื่อให้ต้นเจริญเติบโตได้ดีขึ้น และสร้างภูมิป้องกันโรคราให้ต้น ช่วงเวลาการให้น้ำในระยะแรกควรให้ 1-3 วันต่อครั้ง โดยให้ในช่วงเช้าที่แดดยังไม่จัด และให้สังเกตจากผิวดินร่วมด้วย โดยไม่ให้ดินแฉะหรือแห้งจนเกินไป เมื่อ ต้นแตงกวา เริ่มเจริญเติบโตแล้วจึงปรับช่วงเวลาการให้น้ำให้นานขึ้น ข้อควรคำนึงสำหรับการให้น้ำนั้น คือ ต้องกระจายในพื้นที่สม่ำเสมอตลอดแปลง และตรวจดูความชื้นในดินไม่ให้สูงเกินไปจนกลายเป็นแฉะ เพราะจะทำให้รากเน่าได้
การใส่ปุ๋ย

การใส่ปุ๋ยในแตงกวานั้น อาจแบ่งเป็นระยะต่าง ๆ ดังนี้

1. ระยะเตรียมดิน หลังจากพรวนดินช่วงแรกใช้ สารปรับสภาพดิน ไดนาไมท์ ผสมน้ำ ในอัตรา 1 ส่วน ต่อน้ำ 100 ส่วน ราดผิวดินแล้วตากดินทิ้งไว้ 7-10 วัน เพื่อปรับสภาพกรดในดิน และกำจัดโรคพืชทางดินก่อนเพาะปลูก

2. ใส่ ยักษ์เขียว เกรด AAA สูตรเข้มข้น (แถบเขียว) อัตราประมาณ 20-30 กิโลกรัมต่อไร่ หรือ หลุมละ 1 ช้อนแกง

2. หลังย้ายลงปลูกหรือหว่านเมล็ดแล้วประมาณ 7 วัน ฉีดพ่นไบโอเฟอร์ทิล บาง ๆ บริเวณผิวดินรอบต้น อัตราส่วน 100 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร และ ใส่ยักษ์เขียว เกรด AAA สูตรเข้มข้น (แถบเขียว) ในอัตราประมาณ 20-30 กิโลกรัมต่อไร่

3. ฉีดพ่นไบโอเฟอร์ทิล สูตรบำรุงต้น ไล่แมลง(ฝาแดง)อัตรา 30-40 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร + อาหารเสริมรวม สูตรเข้มข้นพิเศษ คีเลท อัตรา 5-10 กรัม ทุก ๆ 7-10 วัน (สังเกตเมื่อแตงกวาออกดอก ๆ จะติดดีและดก รวมถึงสามารถยืดช่วงเวลาการใช้สารกำจัดแมลงได้ นานขึ้นกว่าเท่าตัว)

4. ระยะแตงกวาออกดอก ซึ่งจะใช้ระยะเวลาประมาณ 25 วัน หลังจากย้ายกล้า ใส่ยักษ์เขียว เกรด AAA สูตรเข้มข้น (แถบเขียว) อัตรา ประมาณ 30-50 กิโลกรัมต่อไร่ ในพื้นที่ดินทราย อาจเสริมด้วย ปุ๋ยเคมีสูตร 25-7-7 อัตรา 5 กก.ต่อไร่ เพื่อเพิ่มความสมบูรณ์ให้ดิน

***หลังใส่ปุ๋ยทางดินทุกครั้งให้พรวนดินหรือกลับดินกลบปุ๋ยที่หว่านเพื่อให้ธาตุอาหารไม่สูญเสียไป และพืชสามารถดูดซึมได้เต็มที่




 

Create Date : 25 มีนาคม 2560    
Last Update : 25 มีนาคม 2560 8:51:54 น.
Counter : 282 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

การปลูก แตงร้าน/แตงกวา

โดยปกติการเลือกพันธุ์ที่จะใช้ปลูกในประเทศมีเพียง 2 พันธุ์คือพันธุ์ที่ใช้ปลูกช่วงร้อน-ฝนและพันธุ์ที่ใช้ปลูกหน้าหนาวหรือช่วงอากาศเย็นและแต่ละพันธุ์ก้อแบ่งตามความยาวของผล
1.ลักษณะพันธุ์ที่ใช้ปลูกช่วงอากาศร้อนและร้อนฝนจะมีลักษณะไหล่ของ

ผลสีเขียวเข้ม ผลสีเขียวอ่อน มีความยาวตั่งแต่ 8-14 ซมในแตงกวา และ14-24ซ.มโดยประมาณสำหรับแตงร้าน เมื่อกระทบอากาศเย็นสีผลจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้ม-เขียวดำ ผลสั่นลง เหมาะที่ใช้ปลูกช่วง ปลายหนาว(หมดหนาว)-เก็บเกี่ยวไม่เกินเดือนตุลา หรือช่วงต้นพฤศจิกา
2.ลักษณะพันธุ์ที่ใช้ปลูกช่วงอากาศเย็น ลักษณะผลมีไหล่สีเขียวอ่อน-สีเขียวเข้ม ผลสีขาว-เขียวอ่อน เมื่อกระทบอากาศหนาวผลจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวนวล เมื่อกระทบอากาศร้อนผลจะขาวหรือที่เรียกว่า แตงเผือก เหมาะเพาะกล้าช่วงปลายเดือนตุลา ไม่เกินปลายเดือนพฤศจิกา หากเพาะกล้าเดือนธันวาคม ผลที่ออกช่วง กลางเดือนมกราคมผลที่ขาวเมื่ออากาศร้อน สรุปพันธุ์นี้ควรเก็บผลตั่งแต่ช่วงเดือนพฤศจิกา แต่ไม่ควรเกินกลางเดือนมกราคม
เทคนิคการเพาะเมล็ดพันธุ์ที่ถูกวิธี มีดังนี้
นำเมล็ดพันธุ์ ใส่ในผ้าขาวบาง หรือ มุ้งเขียว เตรียมน้ำร้อน หนึ่งส่วน ผสมน้ำเย็น(น้ำสะอาดทั่วไป) ในอัตรา 1ต่อ 1และน้ำเย็นหนึ่งส่วน(ขันน้ำทั่วไป)ที่ผสม ชุดเกราะเพชรอย่างละ 5-10 ซีซี นำเมล็ดที่ห้อด้วยผ้าขาวไปซาวน้ำอุ่น ซาวขึ้นลง สาม-ศีครั่งแล้วนำไปแช่ในน้ำเย็นที่เตรียมไว้ 3-6 ช.มแล้วนำไปผึ่งบนกระดาษหนังสือพิมม์ พอเมล็ดเริ่มแห้งหมาดๆให้บิดผ้าแล้วไปห่อเมล็ด แล้วนำไปใส่กระติกหรือถุงพลาสติกปิดปากหลวมๆ บ่มทิ้งไว้12 -24 ช.มแล้วค่อยนำไปปลูก เพากล้าต่อไป (ข้อดีของน้ำอุ่นอุณหภูมิประมาณ 50องศาจะช่วยกำจัดเชื้อราที่ติดมากับเมล็ดและช่วยละลายแว๊กซ์ที่เครือบอยู่ที่ปากของเมล็ด ช่วยทำให้เมล็ดงอกดี ปลอดโรค และชุดเกราะเพชรเข้าไปช่วยให้เม็ดที่ใกล้หมดอายุ ความงอกต่ำ ความแข็งแรงน้อยให้กลับมางอกดี เปอร์เซ็นต์รอดสูง รากยาว ต้นแข็งแรง ทนเพลี้ย ทนแล้ง ทนอากาศหนาว )

เทคนิคการดูแลพืชตระกูลแตงอย่างถูกวิธี
1.ช่วงหน้าร้อน-ฝนหลังจากแตงมีใบจริง 2-3 ใบให้ฉีดยาแปลงเพศ( ซิป)เพื่อแปลงเพศเพิ่มดอกตัว เพิ่มความดก อัตรา 20 ซีซีและแตงกวาในช่วงอากาศหนาว ให้สารจิ๊บเบอร์เรลิน( GA3)
2.เมื่อแตงมีใบจริง 13-15 ใบ(แตงขึ้นค้าง)ให้ตัดใบล่าง(ใบที่ 1-3)ออก เพื่อลดปัญหาเชื้อรา ทำให้ทรงพุ่มโปร่ง อากาศถ่ายเท ลดปัญหาใบเน่า ผลเน่า ราน้ำค้าง ฯลฯ
3.ในกรณีที่แตงเฝือใบ มีดอกตัวผู้ดอกตัวเมียน้อยหรือไม่มีให้ฉีด “ซิป”ยาแปลงเพศ และถ้าหากแตงมีแต่ดอกตัวเมียไม่มีดอกตัวผู้ ให้ใช้ปุ๋ย 15-0-0 อัตรา 20-30 กรัมผสมสารจิ๊บเบอร์เรลินตามอัตราแนะนำ
4.ในกรณีอากาศร้อนจัด ดอกแตงจะแห้งไม่ติดผลให้ใช้ “ซุปเปอร์-ซิงค์”ฉีดในอัตรา 20-30ซีซี 2-3ครั่ง หรือจนกว่าจะติดผล หรือใช้ชุดเกราะเพชร อัตราอย่างละ 20 ซีซีป้องกันดอกแห้ง แตงคอขวด แตงหัวโตตูดแหลม
5.ในการฉีดยาโรค หนอน แมลงทุกครั่งควรผสม ชุดเกราะเพชร สูตร”เพชรระย้า”ทุกครั่งโดย ชุดเกราะเพชร สูตรเพชรระย้า จะช่วยแตงสร้างเกราะป้องกัน โรค หนอน แมลง เพิ่มประสิทธิ์ภาพของสารป้องกันกำจัดศัตรูพืช ต้นแข็งแรง ใบหนา ใบเขียวเข้ม ทนโรค หนอน แมลง ออกดอกติดผลตรงเวลา ผลผลิตมีคุณภาพ ทนต่อการขนส่ง
6.ในการใช้สารป้องกันศัตรูพืช ควรสลับสารเคมีหลายชนิด เพื่อป้องกันศัตรูพืชสร้างความต้านทาน




 

Create Date : 13 มีนาคม 2560    
Last Update : 13 มีนาคม 2560 3:08:24 น.
Counter : 301 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ปลูกแตงกวาในกระถาง

วิธีการปลูกพืชในกระถางกัน รับรองว่าไม่ยากแต่ได้กินแน่ๆ แถมถ้าคุณดูแลดีทุกวัน ผลผลิตจะยิ่งโตและน่ากินสุดๆไปเลย จะต้องทำอย่างไรนั้น ตามมาดูเลยค่ะ

ผักสวนครัวที่จะชวนปลูกวันนี้ ก็คือ “แตงกวา” ผักกินง่ายที่เหมาะกับการจิ้มน้ำพริกกินเป็นที่สุด ถ้าพร้อมแล้วมาดูกันเลย

วัสดุอุปกรณ์มีอะไร
1. กระถางพลาสติกขนาด14นิ้ว
2. เมล็ดพันธุ์แตงกวา
3. ปุ๋ยสูตรเสมอ
4. ดินผสม ได้แก่ ดินร่วน, ปุ๋ยคอก, ปุ๋ยหมัก, แกลบดิบ, ใบไม้ผุ

วิธีการปลูก
1. เพาะต้นกล้าขึ้นมาก่อน โดยเพาะกระถางละ 2-3 เมล็ด
2. เมื่อโตได้ที่แล้วจึงค่อยย้ายมาปลูกในกระถาง14 นิ้ว โดยลงกล้ากระถางละ 2 ต้น
3. รดน้ำ และใส่ปุ๋ยสูตรเสมอทุกสัปดาห์ ใช้เวลาประมาณ 3-4 สัปดาห์ ก็จะได้ต้นแตงกวาที่พร้อมจะให้ผล ระหว่างนั้นเราก็ทำร้านให้เขาเกาะพยุงเถาไว้ โดยอาจจะใช้ไผ่ปักแล้วขึงลวด

เคล็ดลับการปลูกผักในกระถาง
1. การเตรียมดิน ดินที่ปลูกในกระถางต้องเป็นดินที่โปร่งระบายน้ำดี ดินที่เหมาะสำหรับปลูกไม้กระถางมีอัตราส่วนดังนี้ คือ ดินร่วน : ปุ๋ยคอก: ปุ๋ยหมัก: แกลบดิบ: ใบไม้ผุ ในอัตราส่วนละ 1 ส่วนเท่าๆกัน ผสมให้เข้ากัน และหากรดน้ำไปนานวันเข้าแล้วดินยุบ ก็ให้ใส่ดินผสมลงไปด้านบน
2. การใช้ปุ๋ย ปุ๋ยที่ใช้เป็นปุ๋ยสูตรเสมอ เช่น 16-16-16 ห่อกระดาษหนังสือพิมพ์ จากนั้นเจาะดินในกระถางปุ๋ย ใส่ปุ๋ยที่เตรียมไว้ลงไปในรูที่เจาะ กระถางละ 3 จุด ซึ่งควรเปลี่ยนทุกเดือน อย่าใส่ปุ๋ยโดยตรง เพราะจะทำให้ระบบรากของพืชเสียหาย และการเจริญเติบโตหยุดชะงัก
3. การรดน้ำผักในกระถาง อย่ารดน้ำจนล้นกระถาง แต่ควรรดทีละน้อยๆ แต่บ่อยๆ

เพียงเท่านี้ก็จะได้แตงกวาสดๆเอาไว้กินกันที่บ้านแล้ว และถ้าดูแลดีก็จะมีพืชผักที่เราปลูกไว้ให้กินได้ตลอดปี หรือถ้าใครอยากจะขายก็สามารถสร้างรายได้ได้ดีอีกทางหนึ่ง…ถ้ากระถางต้นไม้ที่บ้านยังว่างอยู่ หัวมาปลูปผักกินกันเถอะค่ะ


ที่มา - http://www.thaijobsgov.com/jobs=49352




 

Create Date : 02 มกราคม 2560    
Last Update : 2 มกราคม 2560 11:11:58 น.
Counter : 372 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ปลูกแตงกวาทำเงิน

แตงกวาเป็นอีกพืชหนึ่งที่มีการปลูกกันมาก เนื่องจากแตงกวาเป็นพืชที่ตลาดมีความต้องการตลอดทั้งปี ทำเงินได้เร็ว และมีโอกาสฟลุ๊คได้เงินก้อนโตหากเจอจังหวะแตงราคาดีกันได้ง่ายๆเลยทีเดียว ขอเพียงให้มีผลผลิตเก็บก็พอแล้ว แต่ที่ผ่านมาการปลูกแตงกวากลายเป็นพืชที่มีความเสี่ยงสูงเพราะแตงกวามีศัตรูรบกวนค่อนข้างมาก และยากที่จะชนะ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการใช้สารเคมีกันหนักหน่วงอย่างปากช่องจนทำให้โรค-แมลงเกิดการดื้อสารเคมีกันไปแล้ว โอกาสฟลุ๊คที่จะประสบความสำเร็จจึงไม่ง่าย



วันนี้เราจะไปดู แตงกวา ของเกษตรกรรายหนึ่ง ซึ่งเธอบอกว่า ความสำเร็จครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องฟลุ๊ค แต่เพราะเธอเอาชนะได้กับปัญหาโรค-แมลงที่รบกวนซึ่งเธอไม่เคยชนะสักที จึงทำให้ผลผลิตที่ได้ไม่เคยเต็มเม็ดเต็มหน่วย
มีอาชีพปลูกผักมาโดยตลอด โดยผักที่ปลูกก็จะหมุนเวียนสับเปลี่ยนชนิดกันไปโดยการประเมินว่าช่วงไหนที่ผักชนิดนั้นๆจะมีราคาดี แตงกวาเป็นอีกพืชหนึ่งที่คุณจตุพรจะปลูกค่อนข้างบ่อย ที่เลือกปลูกแตงกวาเพราะแตงกวาทำเงินเร็ว เพียง 30-40 วันก็สามารถเก็บขายได้แล้ว เมื่อเก็บผลผลิตได้แตงกวาก็เก็บขายได้ทุกวัน นานกว่า 1 เดือน อีกทั้งแตงกวายังเป็นพืชที่ให้ผลตอบแทนสูง ใช้พื้นที่ปลูกไม่มาก แต่ทำเงินก้อนโตได้

แต่ละครั้งที่ปลูกก็อยากจะปลูกเยอะแต่ด้วยแรงงานที่จำกัดรวมทั้งโอกาสเสี่ยงสูงจากความเสียหายของโรคแมลงที่เข้าทำลาย ทำให้คุณจตุพรจะปลูกเพียง 1-3 ไร่ ในแต่ละรอบเท่านั้น รอบนี้ลงปลูกแค่เพียง 1 ไร่ เพราะรอบที่แล้วเสียหายไปเยอะ

แตงกวาที่ปลูกเลือกพันธุ์ ไมเคิล ตราสิงโต ซึ่งคุณจตุพรบอกว่า พันธุ์นี้มีจุดเด่นตรงที่ รูปทรงผลสวย ดก และดอกแตงจะแห้งติดก้นผลซึ่งเป็นลักษณะที่ตลาดชอบ รสชาติกรอบ อร่อย

ที่มา : http://www.vigotech.co.th/index.php?lay=show&ac=article&Id=539813437&Ntype=8




 

Create Date : 16 ธันวาคม 2559    
Last Update : 16 ธันวาคม 2559 18:53:31 น.
Counter : 282 Pageviews.  

ปลูกมะเขือเทศไว้ทานเองง่ายๆ

การปลูกต้นมะเขือเทศ

สำหรับการปลูกมะเขือเทศนั้น อยู่ที่การเตรียมดิน การเพาะเมล็ด การดูแล และการเก็บเกี่ยว ซึ่งรายละเอียดของการปลูกมะเขือเทศมีดังนี้

การเตรียมดิน ดินที่เหมาะกับการเจริญเติบโตของ มะเขือเทศ ต้อง มีสารอาหารสำ หรับพืช มีความชื้น และอากาศถ่ายเทได้สะดวก ค่าความเป็นกรด ด่าง ควรอยู่ที่ 6.0-6.8 ph ยกแปลงสูง 20 ถึง 30 เซ็นติเมตร ป้องกันการเกิดโรครากเน่าโคนเน่า ระยะห่างระหว่างแปลง 1.5 เมตร
การเพาะต้นกล้า และการย้ายลงแปลงปลูก เริ่มจากการเตรียมกระบะเพาะเมล็ดพันธ์ ใส่เมล็ดพันธ์ 2-3 เมล็ดต่อหลุ่มเพาะ รดน้ำเช้าเย็น ให้ชุ่มน้ำอยู่เสมอ ภายใน 25 ถึง 30 วัน ต้นกล้าจะเจริญเติบโต มีใบแท้ขึ้น ประมาณ 4 ถึง 5 ใบ จากนั้นนำลงแปลงปลูก สำหรับการย้ายต้นกล้าลงแปลงปลูก ให้ทำในตอนเย็น เนื่องจากป้องกับต้นกล้าเฉา และตาย รดน้ำแปลงปลูกให้ชุ่มน้ำก่อนย้ายต้นกล้าลงแปลงปลููก 2 วัน
การเก็บเกี่ยวผลผลิตมะเขือเทศ สามารถเก็บเกี่ยวได้หลังจากนำต้นกล้าลงแปลง 60 วัน สังเกตุผลของมะเขือเทศเป็นสีแดง การเก็บเกี่ยวให้เก็บเกี่ยวช่วงเช้าหรือเย็น จะทำให้ผลของมะเขือเทศไม่เฉา
สรรพคุณทางสมุนไพรของมะเขือเทศ

ในผลของมะเขือเทศ มีสารสำคัญตัวหนึ่ง ที่ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อรา ป้องกันมะเร็งลำไส้และมะเร็งต่อมลูกหมากได้ ในมะเขือเทศ มีกรดอะมีโน ที่เป็นสารชนิดเดียวกันกับผงชูรส และที่สำคัญ ช่วยบำรุงผิวพรรณ รักษาสิวได้ดี เราขอนำเสนอ ประโยชน์ของมะเขือเทศ มีดังนี้

ในมะเขือเทศช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นของใบหน้า ทำให้ใบหน้าไม่แห้งกร้าน โดยนำมะเขือเทศมาฝานและวางบนหน้า
มะเขือเทศ มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอการเหี่ยวย่นของผิวพรรณ
มะเขือเทศ มีน้ำและน้ำตาล ช่วยเพิ่มความสดชื่นให้กับร่างกาย
มะเขือเทศ ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันร่างกาย
มะเขือเทศ ช่วยบำรุงสายตา เนื่องจากในมะเขือเทศ มีวิตามินเอสูง
มะเขือเทศ ช่วยในการรักษาสิว โดยการนำน้ำมะเขือเทศมาพอกใบหน้า หรือฝานผลมะเขือเทศบาง ๆ วางบนใบหน้า
มะเขือเทศ ช่วยให้ผิวพรรณแต่งตึง ด้วยวิธีเดียวกับการรักษาสิวด้วยมะเขือเทศ
ช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์หรือโรคสมองเสื่อม
มะเขือเทศ ใช้รักษาโรคในช่องปาก โรคเลือดออกตามไรฟัน
มะเขือเทศบำรุงเลือด ช่วยป้องกันหลอดเลือดแข็งตัว ช่วยปรับสมดุลย์ของความดันเลือด ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจวาย โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ช่วยบำรุงหัวใจ
มะเขือเทศ ช่วยขับปัสสาวะ รักษาโรคปัสสาวะขัด หรือ นิ่ว รวมถึงช่วยขับของเสียทางปัสสาวะ
มะเขือเทศ ช่วยบำรุงระบบขับถ่าย ช่วยในการย่อยอาหารและให้ขับถ่ายอุจจาระได้สะดวก
มะเขือเทศ ช่วยลดกลิ่นปาก เนื่องจากมะเขือเทศมีสารช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อรา
มะเขือเทศ ช่วยบำรุงเส้นผม ให้ผมมีความชุ่มชื่น ป้องกันผมแห้ง ไม่มีน้ำหนัก
มะเขือเทศช่วยบรรเทาอาการเจ็บและปวดจากการฟกช้ำได้




 

Create Date : 14 พฤศจิกายน 2559    
Last Update : 14 พฤศจิกายน 2559 21:51:14 น.
Counter : 301 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  

taurolar
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add taurolar's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.