Group Blog
 
All Blogs
 
Willy Wonka & Chocolate Fact

หลังจากบทประพันธ์เรื่องเอกของ โรอัลด์ ดาลห์ Chalie & Chocolate Factory ได้ถูกนำมาสร้างใหม่อีกครั้ง
โดยการนำเสนอของ ทิม เบอร์ตัน

หลังจากที่ผมผิดหวังกับ Planet of the ape มาแล้ว หนังของทิม เบอร์ตันเรื่องนี้ไม่ได้ทำให้ผมผิดหวังเลยจริงๆ

หนังเปิดเรื่องขึ้นมาคล้ายหนังสือ ทีเล่าถึงครอบครัวอันอัตคัดแต่เปี่ยมไปด้วยความรักของครอบครัวชาลี
พร้อมกับเรื่องเล่าของคุณปู่เรื่อง Mr. Wonka ผู้ลึกลับ

และแล้วเรื่องก็ดำเนินมาให้ชาลี และ คุณปู่ ได้มาเป็นแขกเยี่ยมโรงงานชอคโคเลต พร้อมๆกับคู่ครอบครัวแสบๆ อีก 4 แบบ 4 สไตล์ ซึ่งเป็นตัวแทนของเด็กและครอบครัวแย่ๆ

การดำเนินเรื่องในช่วงกล่างหลังจาก Mr. Wonka ปรากฏ ด้วยพลังทางการแสดงของ Johnny depp จึงเป็นเรื่องช่วยไม่ได้ที่ ผู้ชมก็จะต้องหันเหความสนใจไปที่เขา ซึ่งผู้กำกับเองก็เข้าใจตรงนี้ดี จึงให้เพิ่มเติมสิ่งที่ไม่มีในบทประพันธ์ดังเดิม โดยความสำคัญกับ ตัวตน และ ความเป็นมาของ Willy Wonka ค่อนข้างมาก

ในหนังแสดงให้เห็นว่า Willy Wonka แม้จะดูเป็นคนร่าเริงสนุกสนาน ร้ายกาจ แต่ดูเหงา ว้าเหว่ ชีวิตเขาครุ่นคิดถึงแต่ขนมหวาน เพื่อชดเชยบางอย่างที่เขาไม่มีคือ "ครอบครัว"

ในหนังทำเรื่องนี้ได้อย่างฉลาด ตอนที่ Willy Wonka ตัดสินใจออกจากบ้านเพื่อสู่หนทางการเป็นนักทำชอคโคเล็ต โดยขัดแย้งกับพ่อของเขา และถูกพ่อกล่าวสำทับไว้ว่า "ถ้าแกกลับมา ฉันก็ไม่อยู่รอแกที่นี่หรอก"

เพื่อเขาพบกับความผิดหวังแล้วเดินผ่านบริเวณที่เคยเป็นบ้านของเขา ในใจเขาไม่ได้คิดว่าที่นั่นคือบ้านอีกต่อไป เพราะพ่อคงไม่รอเขาอยู่ในนั้น โดยทิม เบอร์ตันเลือกที่จะสื่อออกมาเป็น ภาพตึกแถวที่มี ช่องโหว่ ณ จุดที่เคยเป็นบ้านของเขา และเมื่อเขากลับมาอีกครั้งหนึ่งโดนการนำของชาลี บ้านของเขาก็อยู่ที่นั่นอีกครั้ง แต่ไม่มีตึกแถวอื่นๆอยู่เคียงข้าง ก็เพราะเขามาก็เพื่อกลับบ้านที่มีพ่อของเขารออยู่ เหมือนที่มีคนกล่าวไว้ว่า คนเรามี House ได้หลายหลัง แต่มี Home เพียงหลังเดียวเท่านั้น ซึ่ง Willy Wonka ในขณะนั้นได้ Come back home แล้ว

นอกจากนี้ในหนังยังได้กล่าวถึงเรื่อง คุณค่า (Value)

อย่างตอนที่ ชาลี ได้ตั๋วทอง มานั้น ชาลีมีความคิดที่จะเอาตั๋วทองมาขาย เพื่อนำเงินมาจุนเจือครอบครัว แต่คุณตา คนที่ดูไม่อีกนังขังขอบเรื่องชอคโคเลตนัก (ผิดกับคุณปู่) กลับเรียกชาลีมาคุยใกล้ๆ แล้วบอกว่า เงินหนะเขาพิมพ์กันมหาศาล มีอยู่ข้างนอกมากมายแต่ตั๋วทองหนะมีเพียง 5 ใบเท่านั้น
และต่อมาในบ้านหลังเดิม ชาลี ก็ได้ตัดสินใจเลือกสิ่งที่มีคุณค่า 2 สิ่งอีกครั้งคือ ครอบครัวของเขา กับ โรงงานชอคโคเลต ซึ่งไม่ต้องให้ใครมาชี้แนะอีกแล้ว ชาลีก็ต้องเลือกสิ่งที่มีคุณค่าที่สุดคือ ครอบครัว


แต่ในชีวิตจริงของคนเรา บางคนอาจจะอยากได้ โรงงานชอคโคเลต ที่เห็นว่ามันหอมหวล ในรูปแบบต่างๆกัน ไป อาจจะเงินทอง ชื่อเสียง เกียรติยศ และบางคนอาจจะตกสู่หลุมพลางของโรงงานชอคโคเลต เหมือนๆกับเด็กๆทั้ง 4 ที่เจอกับดักแห่งความล้มแหลว บางคนอาจจะผ่านมาได้จนเจอหลุมกับดักสุดท้ายคือกับดักแห่งความสำเร็จเหมือนที่ชาลีเจอ (และ Willy Wonka ก็ตกอยู่ในกับดักนี้เช่นกัน) คือต้องแลกความสำเร็จกับครอบครัว และแล้วชาลีก็ผ่านกับดักนั้นมาได้อย่างงดงาม แถมยังช่วยดัง Willy Wonka ให้พ้นจากกับดักอันหอมหวลอีกด้วย

การมุ่งหวังความสำเร็จนั้นทุกคนก็แล้วแต่ที่จะทำเพื่อครอบครัวทั้งสิ้น แต่ไม่รู้ว่าจะมีซักกี่คนที่จะหลุดพ้นกับดักแห่งความสำเร็จไปได้เหมือนกับ ชาลี


Create Date : 20 กันยายน 2548
Last Update : 20 กันยายน 2548 12:53:49 น. 0 comments
Counter : 471 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Robin Sage
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Robin Sage's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.