ใต้ฟ้าเดียวกัน.... ForGet mE nOt
Group Blog
 
All blogs
 
กลายนครคำกลอน (หน้า 91-100 ค่ะ )



ช่วยระวังระไวไว้ให้มั่น
สองนางนั้นอย่าให้มาถึงหน้าฉาน
ทั้งตัณหาอวิชชาคนสาธารณ์
ไล่รุกรานไปให้พ้นมณฑลเรา

ขุนนางพวกอีกาลีสิบสี่นั้น
อย่าให้มันมาได้ในที่เฝ้า
ทั้งร้อยแปดพันห้าคอยฆ่าเรา
อย่าให้เข้าอาศัยในนคร

เจ้าเป็นพวกรักษาองค์จงอุตส่าห์
คอยตรวจตราอย่าพลั้งดังพระสอน
อย่าคบค้าจงขจัดรีบตัดทอน
เหมือนช่วยถอนหนามรกที่อกเรา

ฝ่ายมนตรียี่สิบห้าอุรารื่น
ต่างชุ่มชื่นอารมณ์กราบก้มเกล้า
รีบออกมาเกณฑ์ทำตามสำเนา
ระวังเฝ้าล้อมวงมั่นคงดี

92
ส่วนพระองค์ทรงฤทธิ์จิตราช
พักตร์ผุดผาดหายหมองจิตผ่องศรี
ปรารภทานการสร้างพระบารมี
สั่งเสนีจาคะเจ้ากระทรวง

ว่าเรามอบอาญาสิทธิ์ดังจิตหวัง
ไปไล่มัจฉริยังขุนคลังหลวง
แล้วขนเอาเงินทองของทั้งปวง
แม้นใครล่วงว่าขานผลาญให้ยับ

เราจะพาท่านไปให้ทั่วทิศ
อย่าได้คิดเสียดายให้กลายกลับ
เดชะบุญหนุนส่งคงไม่ลับ
เครื่องสินทรัพย์จะให้ผลตามตนไป

ขุนจาคะสดับอภิวาท
รีบคลานคลาดตรงมาหาช้าไม่
ไล่ขุนมัจฉริยังจากคลังใน
พลางเข้าไขกุญแจพลันมิทันนาน

93
ฝ่ายขุนมัจฉริยังคั่งแค้นนัก
โกรธฮึกฮักตอบโต้ด้วยโวหาร
ไฉนเองอาจอุกไล่รุกราน
พนักงานคือเราเคยเฝ้ามา

พระเทวีมเหสีสิ้นทั้งคู่
นับถือกูเป็นพระญาติวงศา
วางพระทัยให้ระวังคลังนานา
ไยเองมาบุกรุกไล่คุกคาม

กูก็ดีมีฝีมือเขาลือร่ำ
รู้เก็บงำขวายขวนออกล้นหลาม
เองอย่าเสือกสู่รู้ท่าวู่วาม
จะเกิดความฉิบหายตายด้วยนา ฯ

ขุนจาคะโต้ตอบประกอบแก้
เองถือแต่รับสั่งนางตัณหา
กูรับสั่งจิตราชกระษัตรา
มิดีกว่ามึงหรืออย่าถือตัว

94
ที่กูถือคือพระแสงอาญาสิทธิ์
ใครถือผิดแข็งขัดให้ตัดหัว
จนไสคอก็ไม่ไปหรือไม่กลัว
ไม่รักตัวรักคอก็ว่ามา

ตวาดพลางง้างกุญแจแร่เก็บของ
ทั้งเงินทองแก้วแหวนแสนมีค่า
เอาออกกองเกลื่อนกลาดดาษดา
เที่ยวค้นคว้าหาทั่วไม่กลัวใคร

มัจฉริยังแค้นอุราหน้ากระหมวด
แสนเจ็บปวดแทบว่าเลือดตาไหล
จะดึงดื้อถือเคร่งก็เกรงภัย
แสนอาลัยใจละเหี่ยสุดเสียดาย

เห็นทรัพย์สินเครื่องสุวรรณหิรัญรัตน์
สารพัดจะไกลน่าใจหาย
เสียแรงเก็บแต่ปู่ย่าชั่วตายาย
ต้องแจกจ่ายจากคลังเสียครั้งนี้

95
จะหวังไว้ใช้ของตัวก็กลัวผิด
เป็นจนจิตด้วยอาญาจำล่าหนี
มานะเถียงเสียงเกนพอเป็นที
ได้ดูดีซีวะอย่าทะนง

จะทูลสองนงลักษณ์อรรคเรศร์
ให้ทราบเหตุเรื่องคลังดังประสงค์
เองรักษาศีรษะไว้ให้มั่นคง
คลังหมดลงแล้วจะต้องร้องขอทาน ฯ

ขุนโลโภนายรองเห็นของเกลื่อน
วิ่งหน้าเฝื่อนมาช่วยเถียงเสียงฉาดฉาน
ชะ ! เจ้าขุนบริจาคอยากให้ทาน
ไม่กลัวกาลเมื่อจะอดยามหมดม้วย

อันในคราวจะหายของมาไว้
ไม่มีใครผูกจิตคิดจะช่วย
หากเราขนเข้ามาใส่จึงได้รวย
จะมาฉวยเอาไปข้าไม่ยอม





96
ทั้งขุนมัจฉริยังเขาตั้งเก็บ
สู้เหนียวเหน็บยากแค้นแสนถนอม
บัดนี้เจ้าจะเอาไปเสียให้พร้อม
ใครจะยอมให้นั่นขันสิ้นดี ฯ

ขุนจาคะได้ฟังพลางตรองตริ
ว่ามัจฉริย์ชาติชั่วตัวตระหนี่
ทั้งโลโภอยากได้ใช่คนดี
จะพาทีตอบวาจาก็ช้าการ

นึกพลางง้เงื้อดาบวะวาบแสง
ทำทีแผลงฤทธิไกรไล่ประหาร
เจ้าขุนคลังสองคนวิ่งลนลาน
ไม่ต่อต้านร้องด่าหนีคลาไคล

มาทูลองค์อวิชชาตัณหาสมร
ตามเรื่องร้อนย่อยยับต้องขับไล่
ขุนจาคะทำคุมเหงไม่เกรงใจ
เข้าปฺดไขคลังทำตามจำนง

97
ทั้งกล่าวอ้างแอบรับสั่งตั้งกระทู้
ตะคอกขู่ทุ่มเถียงจนเสียงหลง
ว่าไม่เกรงนวลละอองทั้งสององค์
ซ้ำไล่ส่งข้านี้ต้องหนีมา ฯ

สองอนงค์ทรงฟังขุนคลังบอก
ดังหนามยอกแทงกายทั้งซ้ายขวา
วิ่งทะลึ่งตึงตังประดังมา
ถึงชาลาปราสาทชัยดังใจปอง

เห็นพวกรักษาองค์ล้อมมวงไว้
จะขึ้นไปไม่ถนัดเขาขัดข้อง
นางชี้นิ้วกริ้วโกรธพิโรธร้อง
อย่าจองหองเกเรอ้ายเสนี

มากางกั้นปั้นล่ำทำสู่รู้
บังคับกูผู้เป็นมเหสี
มึงเป็นไพร่ตัวต่ำทำถือดี
จะข่มขี่ฉันใดกูไม่เกรง

98
พลางร้องทูลภัสดานราราช
ว่าอำมาตย์มันรุมกันคุมเหง
ตั้งกระทู้ขู่ตะคอกออกครื้นเครง
มิได้เกรงอาญาฝ่าละออง

บ้างทะลึ่งอึงอื้อถือรับสั่ง
ไล่ขันคลังคนดีหนีทั้งสอง
ขอเอาสิ้นทรัพย์สินและเงินทอง
รื้อเข้าของเกลื่อนกลาดทำอาจอง

ทูลเท่าไรท้าวไทจิตราช
ไม่ประภาษซ้ำให้ขับไล่ส่ง
ปิดทวารดาลลั่นเสียมั่นคง
ไม่พะวงคำสนองของนงคราญ ฯ

ฝ่ายพวกเหล่ายี่สิบห้าเสนามาตย์
ได้โอกาสจากท้าวเจ้าสถาน
ต่างสองอรทัยไล่รุกราน
สองเยาวมาลย์หยาบช้าด่าว่าพลาง

99
พวกเสนาว่าอุเหม่มเหสี
มาเซ้าซี้อุทัจจ์คอยขัดขวาง
ขืนเข้ามาจะทุบถองทั้งสองนาง
จะต้องครางออดออดไม่รอดตน

จงรีบไปให้พ้นนางคนถ่อย
อย่าตะบอยด่าว่าเป็นบ้าบ่น
สองนางเถียงเสียงขรมเหมือนลมวน
หมู่ขุนพลไล่ขว้างวิ่งวางไป ฯ

ฝ่ายจาคะเห็นใครไม่มาห้าม
พยายามเก็บของล้วนผ่องใส
เลือกสรรที่ดีล้นให้ขนไป
ถวายไทธิบดินทร์รินทร ฯ

จักรพงศ์ได้ทรงทอดพระเนตร
ภูธเรศสุดแสนสโมสร
ให้ร้องป่าวชาวพาราประชากร
ราษฎรถ้วนหน้ามาทั้งนั้น

100
ทรงทำทานจะประมาณนับมิได้
คนยากไร้ได้ดีมีมหันต์
เลี้ยงพระสงฆ์ทรงอุทิศเป็นนิจรันดร์
สารพันถวายของเนืองนองครบ

แล้วแจกปันรางวัลหมู่อำมาตย์
ทั้งนักปราชญ์ผู้แสดงรู้แจ้งจบ
ที่เป็นจิตมิจฉาไม่ค้าคบ
ทรงปรารภแต่กำจัดพวกศัตรู ฯ

ฝ่ายขุนโหรสองศรีผู้วิเศษ
ได้ทราบเหตุทรงศักดิ์ประจักษ์หู
ยินดีด้วยภูวดลเป็นพ้นรู้
ต่างมาสู่ที่เฝ้าเจ้าพารา ฯ

กรุงกระษัตริย์ทอดทัศนาเห็น
ว่าเพื่อนเข็ญไม่ลับกลับมาหา
ทรงต้อนรับปราศรัยอยู่ไปมา
เรียกเสื้อผ้าเงินทองของประทาน ฯ



Create Date : 07 พฤษภาคม 2550
Last Update : 7 พฤษภาคม 2550 7:54:05 น. 0 comments
Counter : 321 Pageviews.

วนารี
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




หัดเขียนเพื่อเรียนรู้ค่ะ
^^^^^^^^^^^^
ความรัก เสลาสลักสวยใส
งามใดเล่า งามใด
เทียบได้งดงาม ความรัก
จรดลึก ในความทรงจำ
ลึกล้ำ ย้ำรอยสลัก
นิรันดรนั้น นานหนัก
แต่รักเรา นานกว่านั้น
^^^^^^^^^^^^

เขาว่าเรา เราอย่าโกรธ ลงโทษเขา
ในเมื่อเรา นั้นไม่เป็น เช่นเขาว่า
หากเราเป็น จริงจัง ดังวาจา
เมื่อเขาว่า อย่าโกรธเขา เราเป็นจริง
Friends' blogs
[Add วนารี's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.