ใต้ฟ้าเดียวกัน.... ForGet mE nOt
Group Blog
 
All blogs
 
กายนครคำกลอน (หน้า 46-50 ค่ะ)



ข้าศึกสี่นี่แหละหนาฝ่าพระบาท
มันร้ายกาจพาวางเดินทางอ้อม
รวมทั้งที่ขุนสติทูลประนอม
นับเข้าพร้อมแปดข้อคิดต่อกัน


ขอปิ่นปักจักรพงศ์จงให้หา
ขุนศรัทธาต้นหนคนขยัน
ทั้งขุนปัญญาด้วยได้ช่วยกัน
เร่งจัดสรรสำเภาทรงอลงการ

บรรทุกเครื่องอุปากาโรฬารึก
ได้หนีศึกข้ามวัฏฏสงสาร
ขอพระองค์ฟังข้าโหราจารย์
อย่านิ่งนานไว้พระทัยแก่ไพรี ฯ

จิตราชภูวไนยเจ้าไตรจักร
ฟังโหรชักใจให้สงบรีบหลบหนี
ทรงลังเลพระทัยใช่พอดี
พระภูมีอัดอั้นตันพระทรวง ฯ

47
เอกอำมาตย์มนตรีสิบห้า
ล้วนปรีชาเห็นภัยอย่างใหญ่หลวง
ทูลพระปิ่นนครังขึ้นทั้งปวง
ว่าโหรล่วงรู้จริงสิ่งสัจจัง

ขอพระองค์ทรงทำตามคำเถิด
จะประเสริฐสมในพระทัยหวัง
จงทรงยึดรัตนะปนสรณัง
โดยพลังเดชาห้าประการ

คือศรัทธาวิริยะและสติ
สมาธิปัญญาล้วนกล้าหาญ
พร้อมทั้งบุญญ์กิริยาเมตตาณาน
ข้ามกันดารหลีกลับทัพชรา

ผลทานท่านอุปมาเสบียงมาก
แก้ลำบากเปลื้องทุกข์ให้สุขา
ผลศีลเป็นเสาใบในเภตรา
ภาวนาเป็นอาวุธยุทธยง

48
เกล้ากระหม่อมพร้อมยี่สิบห้านั้น
จะผายผันตามเสด็จดังประสงค์
ไม่หวาดหวั่นย่นย่อต่อณรงค์
ขอเชิญองค์ภูบาลเตรียมการจร ฯ

ลำดับนั้นทรงธรรมจิตราช
ฟังอำมาตย์พรั่นอุราสะท้อนถอน
ทรงคล้อยตามถ้อยแถลงแห่งนิกร
พระภูธรจึงบัณฑูรแก่ขุนคลัง

ให้เบิกจ่ายราชทรัพย์ออกนับขน
เตรียมกุศลปาไถยเหมือนใจหวัง
ฝ่ายขุนมัจฉริยะกรมพระคลัง
ฟังคำสั่งอาวรณ์ให้ร้อนใจ

จึงทูลอวิชชาพระยาหญิง
ให้ประวิงการรับสั่งเบิกคลังใหญ่
โดยอ้างว่าถ้ามิห้ามตามพระทัย
ทรัพย์ที่ในคลังเราคงเบาบาง ฯ

49
ฝ่ายโฉมศรีอวิชชาตัณหานุช
ได้ทราบสุดเคืองจิตคิดหมองหมาง
ต่างรีบรัดไคลคลามาจากปรางค์
เสด็จทางม่านทองท้องพระโรง

ประสานเสียงทูลสนองต้องทำเนียบ
ภิปรายเปรียบเลียบเคียงส่งเสียงโผง
โหรมนตรีดีนักช่างชักโยง
คลังจะโล่งแล้วทีนี้ไม่มีเกลือ

อันธรรมดาสินทรัพย์สำหรับใช้
ยิ่งเก็บไว้เต็มที่ยิ่งดีเหลือ
คราวขัดสนสิ่งไรได้หาเจือ
หากหลงเชื่อเขาหลอกออกอุบาย

ลงถึงความย่อยยับอัปยศ
ทรัพย์เสื่อมหมดเมืองล่มจมฉิบหาย
ต้องยากจนทนทรมานกาย
ซ้ำได้อายขายหน้าประชาชน

50
อนึ่งเงินทองในท้องพระคลัง
สิ่งทั้งปวงสารพัดไม่ขัดสน
เพราะหม่อมฉันทั้งสองต้องดิ้นรน
สู้อดทนแส่หาชั่วตาปี

และทรัพย์ซึ่งเก็บไว้ไม่วิบัติ
ก็เพราะมัจฉริยะเขาตระหนี่
มิใช่เพราะโหรเฒ่าเจ้าวาที
ซึ่งอวดดีคอยประจบเฝ้ารบกวน

ยุให้แต่ทำบุญอุดหนุนพระ
ไม่เห็นจะมีจิตคิดสงวน
คราวสิ้นทรัพย์อัปภาคย์หากแจจวน
ก็จะชวนกันหลีกคิดปลีกตัว

อันภรรยาข้าเก่าสองเหล่านั้น
ถึงชั่วดีแม้นวิบัติลงขัดสน
ไม่ทอดทิ้งคงอยู่ยอมสู้จน
ไม่เหมือนคนภายนอกดอกเพคะ





การเปิดประตู้หน้าต่างให้กว้างก็คือ
การยอมที่จะดูตัวเอง พิจารณาตัวเอง
พิจารณาสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในตัวเองให้มาก
และยอมที่จะรับฟังของจริง เรื่องจริง สิ่งที่เป็นจริง
และทำตามให้ได้จริงๆ



Create Date : 02 เมษายน 2550
Last Update : 7 พฤษภาคม 2550 8:03:16 น. 2 comments
Counter : 273 Pageviews.

 
มาเปิดใจให้กว้าง...ยอมรับความจริงของชีวิต

ที่เกิดขึ้น-ตั้งอยุ่และดับไป

ตามธรรมะหรือธรรมชาติของชีวิต



โดย: gripenator วันที่: 2 เมษายน 2550 เวลา:22:23:53 น.  

 
สวัสดีคะ..
การเปิดประตู้หน้าต่างให้กว้างก็คือ
การยอมที่จะดูตัวเอง พิจารณาตัวเอง
พิจารณาสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในตัวเองให้มาก
และยอมที่จะรับฟังของจริง เรื่องจริง สิ่งที่เป็นจริง
และทำตามให้ได้จริงๆ

ความจริงของชีวิตเราคะ..( ถ้าพี่ทำได้คงดีมากคะ.)


โดย: พิจักษณา วันที่: 4 เมษายน 2550 เวลา:13:40:20 น.  

วนารี
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




หัดเขียนเพื่อเรียนรู้ค่ะ
^^^^^^^^^^^^
ความรัก เสลาสลักสวยใส
งามใดเล่า งามใด
เทียบได้งดงาม ความรัก
จรดลึก ในความทรงจำ
ลึกล้ำ ย้ำรอยสลัก
นิรันดรนั้น นานหนัก
แต่รักเรา นานกว่านั้น
^^^^^^^^^^^^

เขาว่าเรา เราอย่าโกรธ ลงโทษเขา
ในเมื่อเรา นั้นไม่เป็น เช่นเขาว่า
หากเราเป็น จริงจัง ดังวาจา
เมื่อเขาว่า อย่าโกรธเขา เราเป็นจริง
Friends' blogs
[Add วนารี's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.