--- คนเรายอมล้ม เพื่อเรียนรู้ที่จะลุก ---> [ว่าด้วยสิ่งเล็กให้กลายเป็นใหญ่] ***บล็อกที่รีวิว/วิจารณ์หนังตามเจตนารมณ์
<<
มกราคม 2560
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
15 มกราคม 2560

Riddick (2013) ริดดิค 3




Riddick (2013)
ริดดิค 3
David Twohy

"กลับสู่รากเหง้า มาทางไหนกลับทางนั้น เผชิญหน้ากับความมืด"

ริดดิค (Vin Diesel) ตัวละครประเภทแอนตี้ฮีโร่ที่สุดแสนจะร้ายกาจกลับมาอีกครั้งเป็นครั้งที่สามหลังจากหนก่อนใน The Chronicles of Riddick (2004) โดนบ่นขนานหนักในทางเนื้อเรื่องว่าออกทะเลมากเกินไปจนแทบจะทิ้งเอกลักษณ์เช่นในภาคแรกแบบ Pitch Black (2000) ที่เป็นหนังแจ้งเกิดตำนานนักฆ่าผู้ถูกตามหมายหัวระดับจักรวาลที่มีค่าหัวแสนแพงและแพงยิ่งขึ้นหากจับตาย ทว่าชีวิตของริดดิคไม่เคยจะพบสุขสบายเลยแม้สุดท้ายจะขึ้นเป็นผู้นำเนโครมองเกอร์สในท้ายที่สุดก็ตามที เนื่องจากเขาเริ่มตระหนักในสิ่งที่ไม่คุ้นเคยว่านี้ไม่เหมาะกับชีวิตที่เขาควรจะเป็นอีกต่อไปแม้จะอยู่เป็นสุขในฐานะผู้นำที่มีการบริการถึงใจในแบบที่ใครได้ก็ล้นสุข สุดท้ายริดดิคยังคงเป็นริดดิควันยังค่ำและเขาชักอยากกลับบ้านเกิดของตัวเองเพื่ออย่างน้อยที่นั้นยังเป็นดาวที่ตัวเองได้เคยอยู่และใช้ชีวิตตั้งแต่เกิด ถึงแม้จะห่างไกลมานานและบ้านเกิดที่มีนามว่าดาวฟิวรี่จะถูกมองว่าโดนลบไปจากจักรวาลแต่เขาก็อยากเห็นกับตาตัวเอง จนใช้ฐานะผู้นำนี้เองสั่งให้ไปยังบ้านเกิดเมืองนอนเพราะหน่ายกับชีวิตเช่นนั้น เมื่อมาถึงทว่าสถานที่แห้งแล้งดังกล่าวกลับไม่ใช่ดาวบ้านเกิดของตัวเองและถูกทรยศจนพลาดท่าโดนทิ้งร้างบนดาวที่ไม่รู้จัก ตอนนี้เขาโดดเดี่ยวและเสื่อมสภาพหลังจากใช้ชีวิตในฐานะผู้นำเนโครมองเกอร์สมาสักระยะหนึ่งจนฝีมือกับสัญชาตญาณไม่ได้เก่งกาจเช่นก่อนอีกแล้ว ฉะนั้นเมื่อเขาต้องอยู่คนเดียวบนดาวที่ไม่รู้จักกับเอเลี่ยนที่แปลกหน้าตา สิ่งสำคัญคือปลุกริดดิคคนเดิมออกมา ปลุกความดิบตัวเองอีกครั้ง



สไตล์ออกแล้วคล้ายๆภาคแรกที่เน้นการเอาตัวรอดบนดาวที่ไม่รู้จักทั้งสภาพแวดล้อม สิ่งมีชีวิต การพึ่งพาตัวเองแบบคนละพวก กระนั้นสิ่งที่แตกต่างออกไปคือจุดเล่าเรื่องที่เริ่มจากตัวริดดิคเสมือนเป็นการเริ่มต้นใหม่กับตัวละครนี้ที่ไม่ว่าจะเป็นการปูปมในใจหลังจากสู้ศึกที่ไม่น่ามีเอี่ยวกับเนโครมองเกอร์สจนแล้วจนรอดฝ่าไปถึงผู้นำที่เก่งกาจก่อนจะลงเอยด้วยความประมาทของอีกฝ่ายกลายเป็นริดดิคฆ่าผู้นำเนโครมองเกอร์สคนก่อนจนตัวเองต้องรับตำแหน่งแทน ถึงแบบนั้นตัวหนังได้บอกด้วยว่าถึงแม้ริดดิคจะมีอำนาจเป็นผู้ครอบครองชนเผ่าที่มีอิทธิพลนี้แต่ใช่ว่าคนที่อยู่ข้างเขาจะยอมรับและน้อมบัญชาง่ายๆ ตัวอย่างตัวละครเก่าที่โดดเด่นในภาคสองอย่างวาโก้ (Karl Urban) ที่ยังไม่รู้สึกพอใจที่ริดดิคได้ครองตำแหน่งสูงสุดเท่าไหร่นักซ้ำยังทำเป็นไม่ให้ความร่วมมือโดยง่ายในฉากเริ่มเรื่องที่ริดดิคขอให้ไปยังดาวฟิวรี่บ้านเกิด กระนั้นวาโก้ปฏิเสธท่าเดียวเพราะดาวฟิวรี่เคยโดนล้างบางไปแล้ว แถมด้วยความที่ไม่ถูกคอจึงปฏิเสธจนสุดท้ายก็พาไปดาวแห่งหนึ่งที่ห่างไกล ทว่าไม่ใช่ดาวฟิวรี่และจุดนี้เองที่ทำให้ริดดิคผู้เก่งกาจต้องพลาดท่าโดนทิ้งโดยหารู้ไม่ว่าเขายังไม่ตายและกำลังมีความแค้นอยู่ในใจที่ถูกผลักไสอย่างไม่เห็นหัว กระนั้นเมื่อพิจารณาตั้งแต่ภาคสองจวบจนภาคนี้สิ่งที่บอกปฏิเสธไม่ได้คือวัฒนธรรมของชาวเนโครมองเกอร์สที่ระบุชัดเจนว่า"ฆ่าได้ก็ได้ครอง" ถ้าไม่เก่งจริงยังไงก็ต้องถูกกำจัดเข้าสักวันอย่างไม่ลังเล



คือภาคแรกเกี่ยวกับกลุ่มนักล่าที่จับริดดิคได้แต่ก็ต้องพบปัญหาชุดใหญ่ทำยานตกบนดาวที่ไม่รู้จักและพบกับเอเลี่ยนค้างคาวฉลามที่ขย้ำเล่นงานในตอนกลางคืนอย่างไม่ปราณี โดยส่วนตัวแม้ช่วงแรกจะแตกต่างอยู่บ้างเพราะเล่าเรื่องต่างกันแม้จะคอนเซ็ปต์มีตัวละครที่อยากฆ่าริดดิคกับริดดิคต้องฆ่ากลับ กระนั้นมันดูจะเหมือนเกินไปหน่อยตรงที่หลายสิ่งหลายอย่างคล้ายกับหยิบของเก่าจากภาคแรกมาใช้แบบปรุงแต่งใหม่ ไม่ว่าจะตัวละครที่มีนักล่าค่าหัว เอเลี่ยนจากดาวที่ไม่รู้จัก การปรากฎตัวของเอเลี่ยนที่จัดหนักมาเป็นฝูงในตอนกลางคืน สุดท้ายร่วมมือกันทั้งนักล่าและริดดิค ก็เหมือนตลกร้ายที่มาเอาฮาตอนไคล์แม็กซ์เพราะต่างฝ่ายต่างฆ่ากันเองโดยที่อีกฝ่ายรู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นตามด้วยเอเลี่ยนบุกทั้งที่ควรจับมือร่วมหัวหนีออกจากดาวหายนะนี้แต่แรกก็จบ พอมาภาคนี้ก็เช่นกันเลยเพียงช่วงแรกต้องมาทำความเข้าใจับตัวละครริดดิคใหม่ราวกับทำมาเพื่อให้ผู้ชมที่ยังใหม่ยังไม่ได้ดูของเก่าหรือเป็นไม่ใช่แฟนพันธุ์แท้ได้เข้าใจกันบ้าง(แต่เอาเข้าจริงใครไม่เคยดูภาคก่อนๆคงเกิดคำถามว่าก่อนหน้านี้ล่ะเกิดอะไรขึ้น) ซึ่งจัดว่าดีที่เริ่มแรกกับตัวละครริดดิคอย่างใกล้ชิด ได้เข้าใจได้รับรู้ว่ากำลังคิดอะไร ต้องทำอะไรบ้างเพื่อความอยู่รอด เนื่องจากทุกทีเป็นตัวละครที่ไม่ค่อยให้ผู้ชมได้รับรู้มิติอะไรมากนักนอกจากความเก่งกาจและปมในใจนิดหน่อย นั้นยิ่งทำให้กลายเป็นว่าภาคนี้ริดดิคมีประเด็นมากที่สุด จะไม่ออกมาดูแข็งกระด่างอย่างคราวก่อนอีกต่อไปโดยเฉพาะเมื่อต้องอยู่คนเดียวซึ่งผู้ชมจะได้มีโอกาสเห็นเขาใช้ชีวิตยังไงด้วยตัวเอง จึงเป็นคำอธิบายได้ไม่ยากว่าคนอย่างริดดิคนั้นเก่งตรงไหนทำไมถึงมีทักษะเยี่ยมยอด นั้นเพราะประสบการณ์จากการการใช้ความคิดรู้จักพัฒนาตัวเองกับสิ่งใหม่ๆเพื่อให้ตัวเองเหนือกว่า



การเป็นริดดิคไม่ใช่เรื่องง่ายที่ต้องรู้จักเผชิญหน้ากับความกลัวและรู้จักกับสิ่งที่ตัวเองไม่เคยรู้ สังเกตได้จากช่วงแรกที่ปูทางตัวละครอย่างริดดิคให้เจอกับเอเลี่ยนตัวฉกาจประจำดาวนี้ในแบบที่ยังกล้าๆเกร็งๆเพราะไม่รู้ว่ามีพิษสงอะไรบ้าง ซึ่งแน่นอนว่าต้องมาพร้อมกับความใจเย็นกับสมองที่ต้องรู้จักสังเกตเพื่อรับมือกับเอเลี่ยตัวนี้ด้วยวิธีไหนดี จุดนี้ยอมรับว่าทำออกมาได้ดีทำให้เข้าใจทันทีว่าทำไมริดดิคคือคนที่ยังรอดได้ทุกสถานที่แม้จะแตกต่างราวฟ้ากับเหวก็ตาม เหตุเพราะเขารู้จักปรับตัวอย่างรวดเร็วนั้นเอง

ขณะเดียวกันเป็นข้อสังเกตเกี่ยวกับกลุ่มนักล่าค่าหัวที่ไม่รับรู้อะไรเลยนอกจากมาตามเก็บเพื่อหวังเงินรางวัลก้อนโต ตัวอย่างกลุ่มนักล่าที่มาเป็นกลุ่มแรกจากเครื่องส่งสัญญาณที่ริดดิคส่งไปหลังจากพบฐานร้างแห่งหนึ่งท่ามกลางความว่างเปล่า อย่างน้อยเราก็มีโอกาสเห็นความเจ้าเล่ห์อย่างหนึ่งของริดดิคที่ไม่ใช่แค่ส่งสัญญาณหากจะยอมเปิดเผยตัวเองเพื่อเรียกความสนใจจากค่าหัวที่สูงในการหลอกล่อ และก็เป็นไปตามนั้นเมื่อมีนักล่ามาด้วยกันถึง 2 กลุ่มระหว่างกลุ่มของซานตาน่า (Jordi Molla) และกลุ่มของจอห์น (Matt Nable) ซึ่งเป้าหมายหลักของริดดิคไม่ใช่ต้องการฆ่าเพื่อฉกยานแล้วหนีเพราะมีการส่งข้อความเป็นนัยๆด้วยว่าขอยานลำหนึ่งเพียงแค่นั้น แน่นอนว่าเป็นถึงกลุ่มนักล่าถึงแม้จะรู้ประวัติความร้ายกาจแค่ไหนก็ใช่จะหยุดความโลภได้ง่ายๆ กรณีนี้เป็นกลุ่มแรกเพื่อมาฆ่าริดดิคโดยเฉพาะแต่ในขณะที่กลุ่มหลังไม่ได้มาเพื่อฆ่าหากจะต้องการคำตอบที่ค้างคาใจโดยอย่างยิ่งกับจอห์นที่ดูจะมีความสัมพันบางอย่างที่มีเพียงริดดิคเท่านั้นที่รู้(สำหรับประเด็นนี้จะเข้าใจกระจ่างมากขึ้นหากย้อนกลับไปดู Pitch Black) ด้วยความแตกต่างนี้เองทำให้เนื้อเรื่องชวนมีมิติที่หนาลึกมากขึ้นจากตัวละครที่หลากหลายจากที่ทีแรกน่าจะเป็นเพียงการมาฆ่าริดดิคและริดดิคต้องการยานออกจากดาว



จุดไหนที่ทำให้ Riddick ภาคนี้สนุกคงไม่พ้นการใกล้ชิดริดดิคมากกว่าภาคก่อนๆจนไม่แปลกใจถ้าการกลับมาจะถูกอกถูกใจให้บรรดาแฟนๆที่หนังกลับมาเป็นตัวของตัวเอง กระนั้นในสายตาผู้ชมทั่วไปอาจไม่รู้สึกว่าสนุกเกินไปกว่าภาคแรกแต่อย่างใดเนื่องด้วยมันซ้ำอย่างเห็นได้ชัดไม่ว่าจะเป็นเรื่องตัวละคร พล็อตเรื่อง ตลอดจนไคล์แม็กซ์ของเรื่องที่ยังทำออกมาคล้ายกันเลย แม้จะมีความคล้ายกันจนเป็นสูตรที่จำจเแต่การเล่าเรื่องยังออกมาสนุกได้ไม่เปลี่ยนแปลงตามฉบับแอ็คชั่นน้อยเน้นสถานการณ์

ดูเหมือนว่าผู้กำกับ David Twohy จะมาถูกทางแล้วอย่างหนึ่งที่สร้างริดดิคจนกลายเป็นไตรภาคเล่าเรื่องราวการผจญภัยได้อย่างไม่ขาดสาย ประจวบกับบรรยากาศของหนังเองยังคงไว้ซึ่งความแห้งแล้ง หดหู่ และแผงไปด้วยภัยอันตรายจากแหล่งสถานที่แปลกใหม่ ถึงจะรักษาภาพลักษณ์กลับมาเป็นริดดิคมากขึ้นเพียงใดจากการหันมาเป็นหนังทุนต่ำ 38 ล้านเหรียญนั้นดูจะเป็นการทำร้ายตัวเองด้วยอย่างหนึ่งจาก CGI ที่บางทีไม่มีความแนบเนียนแต่อย่างใดในบางฉาก ทว่าอย่างน้อยการมาใช้เอฟเฟคแบบเก่าๆดูจะสมจริงไม่ใช่น้อย ในขณะที่เนื้อเรื่องดูจะไม่ยิ่งใหญ่เกินตัวอะไรเพราะยังจำกัดวงไม่ออกทะเลจนทำให้รู้สึกว่ามีความต่อเนื่อง ดูสนุก และเร้าใจไปกับการซุ่มของริดดิคที่เก่งกาจจนไม่แปลกใจว่าต่อให้มาสิบก็เอาอยู่ได้สบายๆ



ในที่นี้มีอยู่ตัวละครหนึ่งที่ตัวเองรู้สึกชอบ คือดาห์ล (Katee Sackhoff) ที่มักเป็นของตายตัวไปแล้วเกี่ยวกับไตรภาคริดดิคที่ต้องมีหญิงแกร่งอย่างน้อยหนึ่งคนเพื่อให้เรื่องราวดูตื่นเต้นพร้อมกับเสน่ห์บางอย่างที่ไม่ได้ออกมาแบบโรแมนติกก็รู้สึกได้ว่าเป็นที่สะดุดตาเสียจริง แต่ที่เห็นจะเด่นไม่แพ้กันคือ Dave Bautista ที่ดังมาจากนักมวยปล้ำ WWE ที่บอกได้เลยว่าท่าทางในหนังออกจะกวนโอ๊ยอยู่ไม่น้อยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศเอยตัวละครเอยต่างเรียกอารมณ์ความรู้สึกแบบเก่าๆมาได้เกือบหมดทั้งนั้น

น่าเสียดายที่เทียบภาคแรกไม่ได้เลยในเรื่องความสดที่ดูยังไงมันก็เหมือนจะมีจุดไม่สมเหตุสมผลอยู่ไม่น้อยโดยเฉพาะในตอนท้ายเรื่องที่ยังสับสนกับตัวละครในเรื่องว่ากำลังไปได้ดีทำไมถึงมีตัวละครที่แสดงความงี่เง่าสร้างความรำคาญมาจนได้ จะบอกว่ามาเพื่อสร้างความสนุกให้มีแอ็คชั่นปิดท้ายแต่บางทีก็รู้สึกมันไม่ใช่นะ ในขณะที่ตัวครผู้น่าเกรงขามอย่างจอห์นก็กลายเป็นตัวละครที่ทำออกมานิ่งไปหน่อยแถมในตอนท้ายเรื่องเกี่ยวกับปมที่มีต่อริดดิคก็ถูกคลี่คลายอย่างว่องไวและไร้อารมณ์ราวกับมันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนทั้งที่ควรจะเข้มข้นกว่านี้ และอีหรอบเดิมคือตอนท้ายเรื่องไม่ได้รู้สึกสนุกหรือตื่นเต้นเท่าไหร่เลยทั้งที่พยายามทำดีมาตลอด แต่อย่างน้อยการได้เห็นริดดิคจนตรอกถือเป็นของกำนัลที่หาดูยากเหมือนกันที่สู้กับเหล่าเอเลี่ยนที่แม้จะออกแบบไม่ไม่ถูกใจแต่ก็พิษสงร้ายพอตัว เอาเป็นว่าสนุกพอตัวและถูกปากกับบรรดาแฟนๆที่รอคอยมานาน


IMDB 6.4/10

http://www.imdb.com/title/tt1411250/
แต่ผมให้ B-

ตัวอย่างหนัง


เขียนโดย : ณัฐพล จุ้ยใจเย็น



Create Date : 15 มกราคม 2560
Last Update : 16 มกราคม 2560 20:10:27 น. 0 comments
Counter : 278 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

แผ่นพิมพ์เขียว
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 13 คน [?]




งานอดิเรกเขียนรีวิว-หนัง อ่านแล้วไม่พอใจหรือไม่ชอบ ขออภัย ณ ที่นี่
เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคลครับโปรดเข้าใจ (ที่สำคัญระวังอาจมีสปอยด์)

บทความทั้งหมดในบล็อกนี้ สงวนลิขสิทธิ์ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539

********ดาว/เกรด/คะแนน********

★★★★★ = S (Success) = 10
- มีแต่ความยอดเยี่ยมที่สักครั้งในชีวิตสมควรหามาชมให้ได้
★★★★☆1/2 = A+ = 9.5 , A = 9
★★★★☆ = A- = 8.5 , B+ = 8
- ผลงานเยี่ยม ไม่มีเบื่อ ให้ความน่าตื่นเต้น น่าติดตามตลอด
★★★☆☆1/2 = B = 7.5 , B- = 7
★★★☆☆ = C+ = 6.5 , C = 6
- ดูสนุก พอใช้ได้ มีดีกรีความน่าดูอย่างหนึ่ง แต่ยังไม่สุด
★★☆☆☆1/2 = C- = 5.5 , D+ = 5
★★☆☆☆ = D = 4.5 , D- = 4
- ดูเอาเพลิน ก่ำกึ่งแย่กับพอใช้ แล้วแต่บุคคลจะชอบ
★☆☆☆☆1/2 = F = 3.5
★☆☆☆☆ = F = 3-1
- หนังห่วย!!!

***กับบางเรื่องต้องพิจารณาการรับชม***

"DANGER" - หนังอันตรายเนื้อหารุนแรง ใช้วิจารณญาณในการชมสูง
"18+" - อีโรติค ฉากเปลือยและเพศสัมพันธ์ เนื้อหาล่อแหลม

เจสัน วอร์ฮีส์

สร้างลิงค์ของโปรไฟล์ในแบบที่เป็นตัวคุณเอง

New Comments
[Add แผ่นพิมพ์เขียว's blog to your web]