ฉันยังไม่แน่ใจว่าตัวเองเป็นอะไร แต่ฉันจะตามหามันให้เจอ...ELIZABETH GILBERT
Group Blog
 
 
กุมภาพันธ์ 2560
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728 
 
22 กุมภาพันธ์ 2560
 
All Blogs
 
...บทเรียนนี้คืออะไร...



ชีวิตฉันมีเสียงเพลงในหัวใจมาตลอดฉันโตมาฟังแต่เพลงผู้ชายเสียส่วนใหญ่ ฉันปล่อยให้บทเพลงครอบงำฉันเมื่อฉันปิดฉากรักข้างเดียว ฉันหยุดฟังเพลงไทย-ฝรั่ง เพราะเราซึมซับความหมายของพวกมันมากเกินไปฉันหันไปฟังเพลงญี่ปุ่น ภาษาที่ฉันไม่เข้าใจ แต่ที่เป็นญี่ปุ่นเพราะฉันชอบซีรี่ส์สัญชาตินี้เข้าแล้ว ตอนนั้น อาราชิคือวงโปรดของฉัน หน้าใสใสของจุน มัสซึโมโตะ ช่วยคลายความเศร้าไปมากทีเดียว ฉันมีโอกาสได้ดู Kimi wa Petto ที่จุนแสดง ฉันชอบอพาร์ตเมนท์ของนางเอกมาก

ตลอดเวลาช่วงอยู่บ้านที่ฉันเล่ามาเป็นระยะฉันเป็นฟรีแลนซ์แพทเทิร์นเสื้อผ้า ช่วงไม่มีงาน ม้าก็ไล่ให้เข้าครัวหัดเป็นแม่บ้านแม่เรือน ตั้งแต่อาม่าป่วยหนัก ก็ขาดแม่ครัวใหญ่กลายเป็นต้องช่วยกันดูแลอาม่า โดยมีลูกจ้างที่บ้านสองคน สลับกันส่วนฉันก็คอยดูห่างๆ ฉันเคยพลั้งมือใส่อาม่าตอนนั้นฉันยังไม่เข้าใจว่าอาการหลงของคนแก่เป็นยังไง ฉันอารมณ์ร้อนและหงุดหงิดบางครั้งที่ต้องช่วยอาม่า ฉันจึงทำโดยใช้อารมณ์และใส่ความไม่พอใจลงไปด้วย

ต่อมาเฮียของฉันตั้งใจว่าจะไปเปิดร้านสะดวกซื้อ เฮียและม้าหวังว่าจะให้ฉันไปช่วยทำงานหลังจากเซ็นสัญญากับเจ้าของลิขสิทธิ์ เฮียดันป่วย หาสาเหตุไม่เจอตอนนั้นเฮียเชื่อมั่นในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ถึงขั้นขอม้าไปนอนแอดมิทให้หมอตรวจฉันไม่เห็นด้วยเลย แต่ม้าก็ยอม ไปนอนสองคืน หมดไปห้าหมื่นได้คำวินิจฉัยว่าเฮียเป็นโรคลำไส้แปรปรวน


ช่วงนั้น ที่บ้านตึงเครียดมาก เฮียไม่เคยเป็นอะไร อยู่ดีๆมาป่วยเฮียร้อนใจและใจร้อนด้วย หมอจ่ายยามาให้ กินคืนเดียวก็เลิก หาที่ใหม่ ไปหาหลายที่ได้ยามาเยอะ ก็เหมือนเดิม คือกินเต็มที่คืนเดียว

เฮียเริ่มเพี้ยนในสายตาฉันเฮียคลำชีพจรตัวเองทั้งที่ข้อมือและลำคอ บางทีก็ยืนหน้าบ้านพึมพำอะไรก็ไม่รู้บางทีพูดพึมพำเสร็จก็กดมือถือเหมือนเสี่ยงทายอะไรบางอย่างเฮียชอบล้มตัวลงนอนแล้วเรียกม้ามาสั่งเสียโน่นนี่นั่น ฉันสังเกตพฤติกรรมเฮียและสอบถามอาการเฮีย เมื่อฉันหาข้อมูล มันใกล้เคียงกับอาการวิตกจริต

ตอนนั้นฉันนึกขึ้นได้ว่ามีเพื่อนคนนึงที่มีอาการวิตกกังวลฉันจึงโทรขอความเห็น ฉันหวังว่าเฮียจะคุยกับเพื่อนฉันแต่พอฉันบอกว่าอาการเฮียคือวิตกกังวล เฮียไม่ยอมรับอาการของเฮียทำให้น้ำหนักลดไปเกือบสามสิบโลและเฮียทำพฤติกรรมแบบที่ฉันพูดถึงอยู่ประมาณสี่เดือนฉันเริ่มรำคาญและขึ้นกูมึงกับเฮีย ในขณะที่ม้าไม่รู้จะทำยังไง เพราะเฮียไม่รับอะไรทั้งนั้น

ฉันคิดว่าตอนนั้นม้าคงแอบร้องไห้หลายครั้งเฮียคือลูกชายคนเดียวในบ้าน แต่เล็กจนโต ถึงเฮียจะเป็นยังไง ฉันแทบไม่ได้ยินม้าบ่นใส่เฮียเลยลึกๆม้าหวังพึ่งเฮียนะ ฉันจนใจ จนปัญญา แอบสงสารม้า

ในที่สุดม้าไม่สามารถทนรับอาการที่เฮียเป็นม้ามีอาการความจำเสื่อมไปชั่วขณะของเช้าวันหนึ่ง วันนั้นพอเกิดเรื่องกับม้าเฮียมาบอกฉัน ฉันเงียบไป ฉันมองม้าที่นั่งนิ่งอยู่ในครัวฉันบอกเฮียให้ดูอาการม้าซักพักแต่เฮียซึ่งตอนนั้นลืมเรื่องตัวเองไปชั่วขณะเหมือนกันยืนกรานกับฉันว่าต้องพาม้าไปหาหมอ ฉันจึงโทรหาเพื่อนเพื่อขอคำปรึกษาเธอเห็นด้วยกับความคิดของเฮีย เราสองพี่น้องจึงพาม้าไปโรงพยาบาล

หลังจากที่พาม้าไปโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งพอทำบัตร วัดความดัน ชั่งน้ำหนักแล้ว ปรากฏว่า ม้าความดันสูงมาก ระหว่างรอตรวจฉันกับเฮียปล่อยให้ม้านั่งรอหมอ เราสองคนออกมาข้างนอกหาอะไรกินรองท้องเฮียดูยังงงๆกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น “ทำไมอยู่ดีๆ ม้าเป็นยังงี้” นั่นคือคำถามฉันนี่ตอบแบบไม่ต้องคิด “นี่ยังไม่รู้ตัวอีกเหรอ”ฉันได้บรรยายพฤติกรรมเฮียเป็นฉากๆ ตลอดสี่เดือนที่ผ่านมาฉันตั้งคำถามใส่เฮียกลับไปบ้างว่าถ้าเป็นเฮีย จะเป็นอย่างไร หลังจากวันนั้นเฮียหยุดพฤติกรรมทั้งหมด

อาการของเฮียมันเริ่มจากปวดแปลบแถวชายโครงเฮียบอกว่า เคยโดนสามล้อเฉี่ยว พอเฮียบอกแบบนี้ ม้าก็ฟันธงว่าเรื่องนี้ต้องมีส่วนแน่ๆ ฉันไม่รู้หรอก ฉันเห็นแต่คนวิตกจริต ฉันพยายามทำใจเป็นกลางกับเรื่องเฮียว่าอาการปวดที่เฮียบอกคงมีอยู่ แต่พฤติกรรมมันสะท้อนมาอีกทาง อะไรก็ตามที่เฮียเป็นส่งผลให้ฉันหันมาสนใจเรื่องจิต และศาสนาอยู่พักหนึ่ง...

ม้าอยู่โรงพยาบาลสองวันคืนแรกที่ฉันนอนเป็นเพื่อนม้า ตัวฉันเองก็ปวดเมื่อยไปทั้งตัวน่าจะเป็นอาการของไข้หวัดใหญ่ ฉันขอยาจากนางพยาบาล รู้สึกจะไม่ได้นะฉันทนปวดเมื่อยจนถึงเช้า...วันรุ่งขึ้น เฮียพาอาม่ามาเยี่ยมแม่อาม่าเองตอนนั้นก็มีคนดูแลคือฉันกับลูกจ้างที่กินนอนที่บ้านอีกสองคนตอนนั้นอาม่าไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่สายตาที่อาม่ามองม้าแฝงไปด้วยความเป็นห่วงไม่น้อยพวกเราบอกอาม่าว่าม้าไม่เป็นไร เดี๋ยวก็กลับบ้านแล้ว

สิ่งที่ฉันกังวลที่สุดในตอนนั้นคืองานของแม่“ม้าจำงานตัวเองได้มั้ย” ฉันถาม “จำได้น่ะ” นั่นคือคำตอบฉันคอยถามย้ำอีกสองสามครั้ง ฉันไม่ได้เตรียมตัวรับมือเรื่องนี้ อาม่าก็คนเฮียก็คน...ให้ตายสิ! ฉันเพิ่งเข้าใจบางอย่างตอนที่กำลังจะส่งมันออนไลน์จักรวาลส่งบทเรียนมาให้ฉันหลังจากฉันออกจากมโนแลนด์ แต่มันคืออะไรล่ะ พวกคุณช่วยบอกได้ไหม...

หลังจากม้าออกจากโรงพยาบาลเธอยังคงห่วงเฮีย ฉันเสนอม้าให้พาเฮียไปหาหมอ เราปรึกษาหมอโดยที่เฮียไม่ได้ยินเพื่อขอให้หมอจ่ายยาคลายกังวลด้วย ฉันกำชับม้าว่าต้องให้เฮียทานยาตัวนี้ไปซักพักโดยไม่ต้องบอกว่ามันคืออะไร แล้วทุกอย่างก็ค่อยๆคลี่คลาย...เฮียยกเลิกเรื่องคิดทำร้านสะดวกซื้อโดยปริยาย 


Create Date : 22 กุมภาพันธ์ 2560
Last Update : 22 กุมภาพันธ์ 2560 11:02:57 น. 1 comments
Counter : 117 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

 
ฉันใช้ความพยายามอยู่นานเพื่อสรุปบทเรียนนี้

ที่ผ่านมา ฉันทำเรื่องผิดพลาด และชีวิตก็แสนหดหู่
แต่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ยังเมตตาฉันบ้าง
สิ่งที่เกิดกับเฮียและม้า
ชวนให้ฉันต้องดึงสติกลับมาอยู่กับสถานการณ์ที่ไม่ปกติ
ทำให้ฉันเป็นคนที่ไม่มองอะไรด้านเดียว
ฉันกลายเป็นพวกครุ่นคิด วิเคราะห์ เข้าขั้นหมกมุ่น
แต่ฉันจะคำนึงถึงสถานการณ์จริงด้วย

สิ่งเหล่านี้คือ สิ่งที่ฉันเป็น ณ ปัจจุบัน จริงๆ


โดย: Ruchy วันที่: 8 เมษายน 2560 เวลา:2:01:20 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Ruchy
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




แม่ลูกหนึ่ง ที่ยังไม่รู้ว่าชีวิตจะไปทางไหน ขอบคุณในมิตรภาพที่มอบให้กันนะคะ
Friends' blogs
[Add Ruchy's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.