ช้าง









ช้าง




ในสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช มีการพบช้างเผือก 21 ช้าง ปัจจุบันเหลือ 11 ช้าง


ขอเชิญอ่าน ‘ช้างเผือกคู่พระบารมี’









ช้าง เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม เป็นสัตว์บกขนาดใหญ่ที่สุด มีความสูงประมาณ 2 - 4 เมตร มีน้ำหนักประมาณ 3,000 - 5,000 กิโลกรัม พบได้ในป่า แถบประเทศลาว ประเทศพม่า ประเทศอินเดีย บนเกาะสุมาตราของประเทศอินโดนีเซีย และแถบทางตอนเหนือของประเทศไทย รวมทั้งแถบทางทวีปแอฟริกา แต่เป็นคนละสายพันธุ์กัน



เราจะไม่พบช้างในป่า แถบทวีปอเมริกา ทวีปยุโรป หรือในป่าแถบทางตอนบนของประเทศจีน หรือในประเทศเกาหลี ประเทศญี่ปุ่น เพราะช้างเป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่ในเขตร้อน










ช้างเอเชีย จะตัวเล็กกว่า ช้างแอฟริกา แต่หัวใหญ่ ใบหูเล็ก มีงาเฉพาะตัวผู้ งวงของช้างเอเชีย จะมีเพียงจะงอยเดียว หลังช้างจะโค้งนูนขึ้น ต่างจากช้างแอฟริกา ที่หลังจะแอ่นลงเล็กน้อย (ลองเทียบรูปบนกับรูปล่าง) และช้างแอฟริกา งวงจะมี 2 จะงอย ช้างแอฟริกา ตัวจะสูงใหญ่กว่า สีผิวเข้มกว่า ใบหูใหญ่กว่า แต่มีหัวเล็ก และมีงาทั้งตัวผู้และตัวเมีย




ช้างแอฟริกา






ช้างแอฟริกา จะชอบหากินตามทุ่งกว้าง ไม่ใช่ในป่าแบบช้างเอเชีย และจะหากินทั้งกลางวันกลางคืน ง่วงที่ไหนหลับที่นั่น ไม่เลือกเวลาไม่เลือกสถานที่ แต่ช้างเอเชีย จะหากินในป่ายามพลบค่ำ กินใบไม้ กินผลไม้ กินดินโป่ง ยิ่งกว่านั้นช้างแอฟริกา จะเลี้ยงให้เชื่องยากกว่าช้างเอเชีย ช้างเอเชีย สามารถนำมาฝึกเพื่อใช้เป็นพาหนะทำสงคราม ใช้ในพิธีการของพระมหากษัตริย์ ใช้ลากซุง ใช้โดยสาร ใช้ร่วมในการแสดงต่างๆ รวมทั้งสามารถฝึกให้วาดรูปได้ ช้างแอฟริกามีบ้างที่นำมาฝึกใช้ในละครสัตว์



ช้าง (ที่จะกล่าวถึงคือช้างไทย) เป็นสัตว์อายุยืน อายุประมาณ 70 ปี ตัวผู้เรียก ช้างพลาย จะมีงายาว ถ้าตัวผู้ที่ไม่มีงา จะเรียก ช้างสีดอ ช้างตัวเมียเรียก ช้างพัง ส่วนใหญ่จะไม่มีงา แต่ช้างตัวผู้หรือตัวเมียบางตัว ก็อาจจะมีงาสั้นๆ ที่เรียกว่า 'ขนาย' โผล่ออกมาเล็กน้อย



งาของช้าง แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ งาปลี มีลำใหญ่ วัดโดยรอบประมาณ 15 นิ้ว แต่ยาวไม่มาก กับประเภท งาหวาย หรือ งาเครือ วัดโดยรอบประมาณ 14 นิ้ว แต่ยาวกว่า



ช้างในป่ามักอาศัยอยู่เป็นโขลง โขลงละ 1 ครอบครัว ในโขลงมักประกอบด้วยช้างตัวเมีย และช้างตัวผู้อายุน้อย ส่วนช้างตัวผู้ที่โตเต็มวัย มักจะไปหากินตามลำพัง เรียกว่า ช้างโทน จะมาเข้าโขลงเฉพาะในช่วงฤดูผสมพันธุ์เท่านั้น



จ่าโขลง มักจะเป็นตัวเมียที่มีอายุมาก เรียกว่า แม่แปรก (อ่านว่าแม่ปะแหรก) เป็นผู้นำโขลงในการหากิน และในการหลบภัย








แม้ช้างจะมีรูปร่างใหญ่โต มีกำลังมาก มีงา มีหัวเป็นอาวุธ แต่ช้างกลับเป็นสัตว์ที่ไม่ดุร้ายและขี้อาย จะชอบซ่อนตัวอยู่ในป่ารกและเงียบในเวลากลางวัน และจะเริ่มออกหาอาหารกินในเวลาใกล้พลบค่ำ



ช้างเป็นสัตว์กินพืช และกินจุมาก เมื่อโตเต็มที่ช้างตัวหนึ่งๆ จะกินอาหารประมาณวันละ 200 กิโลกรัม ช้างชอบกินหญ้า กินใบและต้นของกล้วยป่า กินยอดไม้ หน่อไม้ อ้อย ข้าวโพด และผลไม้ โดยช้างจะหักกิ่งไม้จากยอดไม้ลงมากินและมักจะเหลือทิ้งไว้ ทำให้สัตว์อื่นๆ เช่น กวาง กระทิง วัวแดง ได้รับผลพลอยได้ตามมาเก็บกินด้วย ช้างจะกินผลไม้ได้ทุกชนิด ทั้งที่หล่นตามพื้นหรืออาจจะใช้หัวดันต้นไม้ ให้ผลไม้ตกลงมา



ยิ่งกว่านั้น ช้างจะชอบกินดินโป่งในช่วงฝนตกเพราะดินอ่อน แต่ในช่วงหน้าแล้ง หากช้างอยากจะกินดินโป่ง ช้างจะใช้งาขุดดินโป่ง ทำให้ดินโป่งร่วน ซึ่งเมื่อกินเสร็จแล้ว ยังจะทำให้สัตว์อื่นได้รับผลพลอยได้ ตามมาเก็บกินดินโป่งได้ง่ายอีกด้วย



ช้างเมื่อโตเต็มที่ จะต้องการน้ำ วันละประมาณ 200 ลิตร ในฤดูแล้งช้างสามารถหาน้ำกิน โดยใช้เท้าและงวง ขุดทรายท้องน้ำที่แห้ง ลึกลงไปอาจถึงประมาณ 50 - 100 เซนติเมตร (1 เมตร) ถ้าขุดลงลึกไปประมาณ 30 เซนติเมตรแล้ว แต่ทรายยังแห้ง ช้างจะเปลี่ยนที่ขุดใหม่



งั้น ช้างก็เป็นสัตว์ที่ฉลาด ซิ?



ก็คงจะใช่ เพราะช้างเป็นสัตว์ที่สามารถถูกสอนให้ทำงานได้หลายอย่าง ลากซุงได้ ออกรบได้ ใช้โดยสารได้ ถูกสอนให้วาดรูปได้ ให้เขียนตัวอักษรก็ได้








ช้างเมื่อมีประสบการณ์ในเส้นทางหาอาหาร น้ำ และดินโป่งแล้ว ต่อไปช้างจ่าโขลงจะนำโขลงไปยังแหล่งอาหาร น้ำ และดินโป่งนั้นโดยไม่หลง ในขณะที่มีการเคลื่อนย้ายโขลง ลูกช้างจะถูกขนาบข้างด้วยแม่ช้างและแม่รับเสมอ เพื่อป้องกันภัย (แม่รับคือช้างตัวเมียที่ช่วยแม่ช้างขณะคลอดลูก) โดยจะมีช้างตัวผู้ เดินตามโขลงอยู่ใกล้ๆ เพื่อคอยช่วยเหลืออีกชั้นหนึ่ง



ช้างมักจะยืนพักในร่ม โบกหูไปมา ช้างจะนอนหลับในเวลากลางคืนประมาณคืนละ 4 ชั่วโมง เวลาช้างนอนหลับ ปกติมักจะยืนหลับ แต่ก็มีบางตัวอาจจะนอนตะแคงข้างหลับ หัววางตะแคงบนดิน ขาทั้งสี่เหยียดยาวไปกับดิน และหากนอนท่านี้ ช้างมักจะกรนดัง



เชื่อหรือไม่? ช้างสามารถว่ายน้ำได้ ในอัตราความเร็วประมาณ 1.6 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และสามารถว่ายน้ำโดยที่เท้าไม่สัมผัสพื้นเลย ได้ติดต่อกันนานประมาณ 6 ชั่วโมง



ยิ่งกว่านั้น เพื่อเป็นการป้องกันแมลงกัดในฤดูฝน ช้างมักจะใช้งวงพ่นโคลนหรือฝุ่นใส่ตัวเอง ส่วนในฤดูร้อนช้างมักจะใช้งวงพ่นน้ำใส่ตัวเอง เพื่อคลายร้อน



ในปัจจุบัน จำนวนช้างในประเทศไทยมีจำนวนลดน้อยลงอย่างน่าใจหาย ในอดีตซึ่งกล่าวกันว่า ช้างเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองของประเทศ ถึงกับมีธงชาติเป็นรูปช้างนั้น เพราะมีช้างอยู่ทางภาคเหนือของประเทศมากตัว อาจจะมีจำนวนเทียบเท่าจำนวนช้างแถบเมืองล้านช้างซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศลาวด้วย เพราะในอดีตมีการใช้ช้างเพื่อการลากซุงกันมาก และทางภาคเหนือยังมีผืนป่าอุดมสมบูรณ์




ตราประจำจังหวัดเชียงใหม่ เป็นรูปช้างเผือกในเรือนแก้ว หมายถึงความสำคัญ 2 ประการ คือ ช้างเผือก เป็นช้างที่เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ นำไปทูลเกล้าถวายแด่สมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย และได้ขึ้นระวางเป็นช้างเผือกเอกในรัชกาล ส่วนเรือนแก้ว คือดินแดนที่พุทธศาสนารุ่งเรืองสูงสุด



ตราประจำจังหวัดกรุงเทพมหานคร เป็นรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ พระหัตถ์ทรงสายฟ้า ผู้ทรงออกแบบตราคือ สมเด็จกรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์



เมื่อ "กรุงเทพมหานคร" ถูกตั้งขึ้นโดยเปลี่ยนแปลงจาก "เทศบาลนครหลวง" ให้มีการปกครองและการบริหารรูปแบบพิเศษ โดยประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 335 พ.ศ. 2515 ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในขณะนั้น (นายชำนาญ ยุวบูรณ์) ได้ทำหนังสือถึงประธานกรรมการออกแบบเครื่องหมายของเทศบาลนครหลวง เพื่อขอใช้เครื่องหมายของเทศบาลนครหลวง ซึ่งเป็นรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณทรงเครื่องด้านหน้า ออกแบบโดยพลเอกสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์








ปกติ ช้างเอราวัณ ซึ่งเป็นช้างทรงของพระอินทร์ จะมีสามเศียร แต่พลเอกสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงออกแบบช้างเศียรเดียว เพื่อความสวยงาม แต่ให้มีงา 4 งา เพื่อประกาศว่าไม่ใช่ช้างธรรมดาทั่วไป ภาพพื้น ที่เท้าช้างจะเป็นลายเส้นก้อนเมฆ เพื่อให้เห็นว่าอยู่บนสวรรค์ มีเส้นรัศมีรอบๆ ทั้งซ้ายและขวาของช้างเอราวัณ และได้เปลี่ยนตัวอักษรข้างบนจากคำว่า ‘่เทศบาลนครหลวง’ เป็น ‘กรุงเทพมหานคร’










น่าเสียดายที่ปัจจุบัน มีช้างจำนวนลดน้อยลงมาก แม้ว่าจะมีการประกาศให้ช้างเป็นสัตว์คุ้มครองตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสัตว์ป่าแล้วก็ตาม บางคนบอกว่า เพราะเดี๋ยวนี้ช้างไม่ได้ถูกนำมาใช้ลากซุง หรือทำการรบ ช้างจึงหมดความสำคัญ



แต่จขบ.เชื่อว่า สาเหตุสำคัญน่าจะอยู่ที่ พื้นที่ป่าซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยและเป็นอาหารของช้าง ได้ถูกทำลายลงอย่างมาก สาเหตุรองลงมาอาจจะเป็นเพราะ การล่าช้างเพื่อเอางาและหนังไปขาย และสาเหตุสุดท้ายคือ การลักลอบส่งลูกช้างเป็นสินค้าออกนอกประเทศ









การอนุรักษ์ช้างไทยในปัจจุบัน นอกจากมีศูนย์ฝึกลูกช้างเพื่อฝึกหัดและดูแลลูกช้างที่จังหวัดลำปางแล้ว ยังมีหน่วยอนุรักษ์พันธุ์ช้างไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และมีกลุ่มอนุรักษ์ช้างที่ใช้ชื่อว่า ‘มูลนิธิเพื่อนช้าง’ เพื่อคุ้มครองดูแลปกป้องช้าง ช่วยเหลือรักษาช้างที่ป่วย ช่วยเหลือไม่ให้ช้างถูกทำทารุณกรรม เพื่อให้ช้างมีชีวิตอยู่อย่างเป็นสุข และเพื่อให้มีช้างเหลืออยู่คู่ประเทศต่อไปนานๆ



ช้าง สูงประมาณ 2.40 – 2.70 เมตร การขึ้นคอช้าง ควาญช้างจะเหยียบขึ้นทางงวงช้าง การขึ้นนั่งบนแหย่งช้างหรือบนกูบช้าง จะมีบันไดให้ขึ้น ช้างมีขา ในลักษณะกลมใหญ่ เท้าเป็นกีบ ใต้เท้าจะแบนตัน ไม่เว้า









ขอเชิญอ่าน ประสบการณ์ “นั่งช้าง” ของคุณสี่ตา กับลูก ใต้บันทัดสีแดงข้างล่าง


จขบ. อ่านแล้ว ขำกลิ้ง






“ คนละ 200 แพงไปป่าว แต่เราอยากนั่ง ได้ช้างมา 2 ตัว ตัวเล็กให้แม่บ้านนั่งคนเดียว ออกไปก่อน ตัวใหญ่เรากับลูกชายนั่งด้วยกัน



ไอ้หยา….พอช้างเริ่มเดินเท่านั้น…555…หายใจหมดเลย…ทำไมมันเป็น หยั่งงี้ วะ กระเด้ง หน้า กระเด้ง หลัง เด้งหน้า เด้งหลัง 2 เด้ง 3 เด้ง โยกไป โยกมา แรงซะด้วย สองมือ สองไม้ คว้าที่ยึดไว้แน่น ขืนตกลงไป ตายห่ะ แน่ รองท้อง รองเท้าหลุดหมด ไอ้ควาญช้าง ก็เร่งให้ช้างแซงตัวหน้า กูกับลูก นั่งเงียบกริบ หัว หู โยก ไปหมด แม่ง มันยังร้อง เฮ้ย เฮ้ย เร่งให้ช้าง เดินเร็วๆ อีก แม่ง มันจะรีบไปไหน วะ กูหายใจไม่ทันแล้วนะ พอถึงทางขึ้นเขา อิบหายแล้ว บอกไม่ถูก ว่าเป็นไง มันเหมือนกับ จะหงายท้องตีลังกากลับหลังลงมา แต่มันยังไม่เท่าตอนลงเขา ช้างมันเอาหัวทิ่มลงมา กูเกือบขอลงแน่ะ มึงเอ๊ย อย่าบอกใคร ไอ้ควาญช้าง มันยังเห็นว่า ช้างเดินช้าอีก แม่ง มันยังเร่งให้ช้างเดินเร็วๆ อีก ไอ้ เอี้ย เอ๊ย กูอยากถีบ แม่ง มันจริงๆ มึงจะเร่งมัน…เอ๊ย..มึงจะเร่งเขา ทำไม ให้เขาเดินช้า ๆ ก็ ได้ กูก็ไม่ได้รีบไปไหน แค่นี้กูก็เสียวจะ ตาย ห่า อยู่แล้ว



พอถึงทางเรียบ ค่อยยังชั่วหน่อย…แต่ไอ้ควาญช้าง ก็ยังเร่งให้ช้างเดินเร็วๆ อีก ช้างเดินไม่ทันใจ แม่ง มันเอาด้ามขอ ตีหัวช้าง ดังผัวะ กูใจหายหมดเลย…มึงตีเขา ทำไมอีกหล่ะ ไอ้ ห่า เดี๋ยวเขาโกรธมึงขึ้นมา แล้วกูอยู่บนนี้ ก็จะซวยไปด้วย ซิวะ



คราวนี้ถึง ตอนที่ช้างต้องพาลุยน้ำที่แควใหญ่ พ่อควาญตัวดี บอกว่า พี่จะถ่ายรูปไหม เอากล้องมาสิ ผมจะถ่ายให้ เราก็พาซื่อ ให้กล้องมันไป มันก็กระโดดลงจากคอช้าง แล้วถ่ายรูปให้เรา แต่ทีนี้แหละ มึงเอ๊ย แทนที่มัน จะขึ้นมานั่งอย่างเก่า มันกลับเดินเลียบตลิ่ง แล้วแหกปากตะโกนให้ช้างลงน้ำ ไอ้ห่ะ มึงนั่งอยู่ด้วย กูยังใจหาย แล้วนี่ มึงลงไปเป็นช่างภาพ กูว่ามึงขึ้นมาเป็นควาญอย่างเก่า ดีกว่านะ เชื่อกูเหอะ ช่างภาพไม่เหมาะ กะมึงหรอก นะ มาดิ…



พอถึงน้ำ ช้างก็ไม่ยอมลงน้ำ ส่วน ตัวของแม่บ้าน ควาญช้างพาลงไปยืนแช่น้ำ แต่ช้างก็ออกอาการว่า ไม่อยากลง ก็ ไอ้ ห่า เอ๊ยยย…น้ำเย็นเจี๊ยบแบบนั้นน่ะ ไอ้ควาญช้างตัวดี ยังแหกปากสั่งให้ช้าง พากูกับลูกลงน้ำอีก ช้างก็ หันรี หันขวาง กูต้องตัดสินใจ บอกมันว่า…ช่าง ช้างเขา เหอะนะ เขาไม่อยากลง ก็ไม่เป็นไร….ไอ้ เอี้ย เอ๊ย….กูก็ไม่อยากลง เหมือนมันแหละ….มึงเห็นใจกู มั่งเหอะ ตังค์กู ก็จ่ายแล้ว มึงอย่าให้กูตื่นเต้นมากกว่านี้ เลยนะ แค่เนี่ยะ กูก็ปวดฉี่จะแย่แล้ว…มันคงเห็นเราหน้าซีดจริงๆ จึงยอมให้ช้างขึ้นตลิ่งได้ เฮ้ออออ…โล่งอกไปที…



200 บาท ไม่แพงเลยครับ เสียเงินซื้อความตื่นเต้นสุด ๆ อย่างงี้ หงะนะ ……ต่อไปไม่ขอขึ้นช้างอีกแล้ว เข็ดจริงๆ “















ช้าง มีหัวโหนก เป็นลอน 2 อัน เรียกว่า 'โหนกน้ำเต้า' ..สมอง ของช้างหากเทียบกับขนาดของลำตัวช้าง จะถือว่าเล็ก คือ มีสมองกว้างประมาณ 15 เซนติเมตร ยาวประมาณ 20 เซนติเมตร และสูงประมาณ 12.5 เซนติเมตร มีน้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัม ในขณะที่น้ำหนักของช้างทั้งตัว มีประมาณ 3,000 - 5,000 กิโลกรัม สมองอยู่ในตำแหน่งกลางหัว ถ้าลากเส้นตรงจากกึ่งกลางรูหูข้างหนึ่งไปยังอีกข้างหนึ่ง จะผ่านกลางสมองพอดี



ช้าง มี ตา ขนาดเล็กมาก เมื่อเทียบกับขนาดของลำตัว ช้างเป็นสัตว์ที่สายตาไม่ดี เชื่อหรือไม่? ในระยะทางข้างหน้าประมาณ 15 - 20 เมตร ช้างอาจจะมองไม่เห็นสิ่งต่างๆและศัตรู แต่ช้างจะมีประสาทรับรู้ที่เร็วมาก จาก 'งวงช้าง'








งวงช้าง เป็นอวัยวะที่เจริญขึ้นมาจาก จมูกและริมฝีปากบน ซึ่งยืดยาวออกไปโดยมีรูจมูกอยู่ที่ปลายงวง 2 รู งวงช้าง ประกอบด้วยมัดกล้ามเนื้อหลายชั้น จึงมีความแข็งแรงและมีกำลังมาก บริเวณปลายงวง มีอวัยวะรับความรู้สึกเกี่ยวกับกลิ่นและสัมผัส ซึ่งทำให้ช้างรับรู้กลิ่นต่างๆได้ในระยะไกล ช้างสามารถรับรู้กลิ่นเสือและกลิ่นมนุษย์ที่อยู่เหนือลม ได้ไกลถึง 1 กิโลเมตร งวงช้าง นอกจากจะเป็นจมูกใช้ในการหายใจ และดมกลิ่นต่างๆแล้ว ยังใช้เป็นอวัยวะจับสิ่งของต่างๆ จับอาหารเช่น หญ้า ยอดไม้ ผลไม้เข้าปาก รวมทั้งใช้ในการพ่นน้ำเข้าปาก พ่นโคลนพ่นฝุ่นคลุมตัวเองได้ด้วย



งาช้าง เป็นฟันที่พัฒนาเจริญงอกยาวออกไปจากขากรรไกรบน ข้างละ 1 กิ่ง พบเฉพาะในช้างตัวผู้เท่านั้น ส่วนช้างตัวเมียและช้างสีดอ ซึ่งเป็นช้างตัวผู้ บางทีก็มี 'ขนาย' ซึ่งยาวไม่พ้นริมฝีปากหรือยาวพ้นริมฝีปากเล็กน้อยประมาณ 10 เซนติเมตร โคนงาและโคนขนายจะฝังอยู่ในขากรรไกรบน



ลักษณะงาช้างโดยทั่วไปจะเป็นโพรง ความลึกของโพรงขึ้นอยู่กับอายุของช้าง ช้างที่มีอายุมากแล้ว โพรงจะตื้น งาจะตัน ช้างจะเริ่มมีงาหรือมีขนาย เมื่อมีอายุประมาณ 2 - 5 ปี ปกติงาช้างจะมีสีขาว แต่จะแตกต่างจากสีขาวทั่วไป จึงเรียกว่า ‘สีงาช้าง’ นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า มีงาช้างสีดำ ซึ่งหายากมาก หาดูได้ที่ จังหวัดน่าน








ใบหูช้าง เป็นแผ่นใหญ่เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 65-85 เซนติเมตร ขอบใบหูของช้างไทยจะสูงไม่พ้นหัว โคนใบหูช้างจะหนาแล้วค่อยๆบางลงไปจนถึงขอบใบหู บริเวณปลายขอบใบหูมีลักษณะเว้าแหว่ง ช้างยิ่งมีอายุมากเท่าใด ลักษณะเว้าแหว่งของขอบใบหูจะยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น



ช้างตัวเมีย จะมี เต้านม 2 เต้าอยู่บริเวณหน้าอก ระหว่างขาหน้า 2 ข้าง ตามปกติหัวนมจะไม่พัฒนา ยกเว้นขณะเป็นแม่ลูกอ่อน



ช้างตัวผู้และช้างตัวเมียที่โตเต็มวัย จะมีอายุประมาณ 20 - 40 ปี และทุกปีจะมีช่วง การตกมัน ซึ่งเป็นช่วงที่ช้างมีร่างกายอ้วนท้วนสมบูรณ์



ก่อนเกิดอาการตกมัน ต่อมระหว่างตากับหู (บริเวณขมับ) จะบวมขึ้น และมีน้ำมันไหลออกมา น้ำมันนี้มีกลิ่นฉุนรุนแรง ช้างตัวผู้ มักมีการแข็งตัวของอวัยวะเพศ บางครั้งอาจจะมีน้ำเชื้อไหลออกมาด้วย 1 - 3 สัปดาห์หลังจากนั้น ช้างจะมีอาการหงุดหงิด ก้าวร้าว ควาญช้างมักจะลดปริมาณอาหาร หรือ งดให้อาหาร เพื่อให้ช้างลดความอุดมสมบูณ์ของร่างกาย การตกมันมักจะเกิดขึ้นทุกปีในช่วงฤดูหนาว แต่ก็อาจจะเกิดขึ้นในช่วงฤดูร้อนได้ อาการจะคงอยู่ 2 - 3 สัปดาห์ จึงสงบลง




ช้างจะผสมพันธุ์ได้ เมื่อช้างตัวเมียเป็นสัดเท่านั้น ส่วนช้างตัวผู้สามารถผสมพันธุ์ได้ตลอดเวลา ช้างจะตั้งท้องนานประมาณ 20 เดือน ปกติจะตกลูกครั้งละ 1 ตัว การตั้งท้องแต่ละครั้งห่างกันอย่างน้อย 3 ปี และในช่วงชีวิตของช้างตัวเมียตัวหนึ่งๆ จะมีลูกได้เฉลี่ย 3 - 4 ตัว เท่านั้น









ลูกช้าง ที่ออกมาใหม่ๆ จะมีน้ำหนักราว 200 ปอนด์ ลูกช้างเมื่อเกิดใหม่ๆ จะมีขนปกคลุมตามร่างกาย แต่ภายหลังขนจะค่อยๆ หลุดร่วงไป คงเหลือบ้างประปราย ขนตาของลูกช้างจะค่อนข้างยาว



ช่วงเวลา การเติบโตของช้างมีดังนี้


1 – 2 ปี จะอยู่กับแม่ช้าง กินนมแม่


5 – 10 ปี เริ่มฝึกหัดทำงาน


16 – 50 ปี เติบโตเต็มที่


51 – 60 ปี เริ่มทำงานช้าลง


60 ปีไปแล้ว ช้างจะถูกปลดระวางให้พักผ่อน ไม่ต้องทำงาน









ขอเชิญชมคลิป 'แม่ช้างออก ลูก' เป็นแม่ช้างบาหลี น่าสนใจ ไม่ควรพลาด


ทุกวินาทีที่รอคอย คือ ทุกวินาทีที่แม่ช้างเจ็บปวด ขอเชิญคลิก ลิ๊งก์ บันทัดข้างล่าง



http://www.fwdder.com/static/swf/video-player.swf?topic_id=184431&att_id=0








ขอขอบคุณที่ติดตาม



yyswim


yyswim@hotmail.com





Create Date : 25 เมษายน 2553
Last Update : 29 เมษายน 2553 17:57:17 น. 13 comments
Counter : Pageviews.

 
หวัดดียามค่ำครับพี่สิน

หมู่นี้ทำไมผมรู้สึกหงอยๆก็ไม่รู้ สงสัยอากาศร้อนมาก
บล๊อกนี้พี่ทำได้ยอดเยี่ยม(อีกแล้ว)
ปกติก็ชอบอ่านเรื่องสัตว์และพืช-ดอกไม้
ผมเคยขี่ช้างในป่าหน้าฝนที่เชียงใหม่...พาหลานลูกครึ่งจากUSไปเที่ยว
รู้สึกเหมือนที่คุณ "สี่ตา" บรรยายเลยครับ
หลานผมร้องไห้ตัวสั่น
ผมเคยเห็นรูปช้างนำเที่ยวแบบเนี้ย..กำลังติดสัด
ขึ้นทับตัวเมียทั้งๆที่ทั้งคู่กำลังทำงานกลางลำน้ำ
ลูกช้างตัวเล็กๆน่ารักมาก
แต่ตอนมันถูก "ผ่าจ้าน" ให้แยกจากแม่นี่ดูทารุณมากกก
นึกถึงตอนให้ลูกไปโรงเรียนครั้งแรก x 1,000 เท่าเลย


โดย: Dingtech วันที่: 25 เมษายน 2553 เวลา:20:18:58 น.  

 
สมัยปี 2537 ว่านเคยฝึกงานกับ อ.ส.ท. ที่เมืองกาญจน์ เขาให้นั่งช้างถ่ายรูป (ว่านนั่งเชือกเดียวกับตากล้องพอดีน่ะค่ะ)

ขอบอก ตอนมันเดินผ่านหน้าผา นึกอะไรไม่ออก นึกออกแต่พ่อก็ชื่อแก้ว แม่ก็ชื่อแก้ว ส่วนตัวว่านเปลี่ยนเป็นชื่อช้าง
(พ่อแก้วแม่แก้วช่วยลูกช้างด้วย) แหะๆ


วิชาที่พี่สินถามในบล็อกว่าน คือ วิชาคติชนวิทยา Folklore ค่ะ มีเพื่อนที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบสิ่งแวดล้อมมาช่วยบรรยายพิเศษให้ เขายกตัวอย่างกรณีศึกษาจากสิ่งก่อสร้างประเภท บ้านเรือนและที่อยู่อาศัย จากอำเภอใหม่ล่าสุดของจังหวัดเชียงใหม่ คือ อำเภอกัลยาณิวัฒนา ค่ะ

^^" วันที่ 5 พฤษภาคม นี้ เราก็จะพาเด็กๆ ไปทัศนศึกษาที่ อ.สันป่าตอง กับ อ.หางดง เพื่อเพิ่มเติมความรู้ด้วยค่ะ ฮี่ๆ

น่าสนุกใช่ไหมคะ ว่านยังว่าน่าสนุกเลย ขนาดเรียนกันมาจะจบเทอมแล้วนะคะ เนี่ย


โดย: มรกตนาคสวาท วันที่: 25 เมษายน 2553 เวลา:20:21:50 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่สิน

ช้างเป็นสัตว์ที่น่ารัก..แต่ฟี่กลัวค่ะ
โดยเฉพาะงวง ไม่รู้ทำไมแต่มันหยึย ๆ ในความรู้สึก

เกิดมาเคยนั่งช้างกับเค้าครั้งเดียว
อารมณ์ไม่ต่างกับที่พี่สินหามาให้อ่าน
เดินปุ๊ป โยกซ้ายโยกขวา
แถมควาญช้างพาเดินขึ้นสันเขาที่สูงกว่าเพื่อนร่วมก๊วนอีก
ตอนขึ้นก็กรี๊ดดกันแทบตายแล้ว ตอนลงไปสมทบเข้าแถวกับเพื่อนที่นั่งตัวอื่น ๆ
กลับกรี๊ดยิ่งกว่า .. ได้แต่ภานาอยู่ในใจ
พี่ช้างจ๋า อย่าเข่าอ่อนนะ ไหนจะดินที่ดูลื่น ไหนจะน้ำหนักตัวพี่ช้าง
และอีก 3 ชีวิตที่อยู่บนหลัง ถ้าพี่ช้างขาอ่อน หน้าทิ่มกันไปตามๆ กันเลยค่ะ
เรียกว่าขึ้นครั้งเดียวจำไปนานเลยค่ะความรู้สึกในวันนั้น
แอบกระซิบคนจัดทัวร์ .. บอก ฟี่ก็จ่ายราคาเท่าคนอื่นนะ
ทำไมต้องจัดให้พิเศษแบบนี้ ทีหลังไม่ต้องก็ด้ายยยยย


โดย: Paulo วันที่: 25 เมษายน 2553 เวลา:20:51:35 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับพี่สิน

ผมอยู่เชียงใหม่มาตั้งนาน
ยังไม่เคยไปปางช้างเลยครับ 5555

มีความคิดว่าอยากพาหมิงหมิงไปนั่งช้าง
แต่เค้าอาจจะยังเด็กไปสักนิดครับ

ส่วนตัวผมเองชอบถ่ายภาพแววตาช้างนะครับ
เมื่อเดือนที่แล้ว
ก็ได้ถ่ายภาพแววตาช้างในสวนสัตว์มาด้วย









โดย: กะว่าก๋า วันที่: 26 เมษายน 2553 เวลา:6:55:53 น.  

 
สวัดสดีคับพี่


ช่วงนี้ผมยุ่ง ๆ อ่ะคับเลยไม่ค่อยได้แวะมา
ขอบคุณนะค้าบ


โดย: อืม...ครับ เชิญตามสบาย วันที่: 26 เมษายน 2553 เวลา:9:11:29 น.  

 
เคยไปนอนที่ "ทรัพย์ไพรวัลย์ รีสอร์ท" พิษณุโลก
ที่นั่น ท่านเจ้าของรีสอร์ท เลี้ยงช้างไว้หลายตัวมาก
นำออกมาให้ชมที่ลานหน้ารีสอร์ท มีลูกช้างด้วยหลายเชือก
ช้างสมบูรณ์มาก น่ารักทุกตัว
ท่านเจ้าของยังมอบภาพลูกช้างที่กำลังตั้งท่า "อึ" ให้ด้วย ตลกดี
แถมด้วยช้างแกะสลักจากหินทรายอีก 1 ตัวเล็กๆ แต่หนักเหลือหลาย




โดย: addsiripun วันที่: 26 เมษายน 2553 เวลา:9:14:08 น.  

 
ขอบคุณที่แวะเวียนมาเยี่ยมเยียนกันอยู่เสมอครับ
ช่วงนี้ผมไม่ได้ update blog ของตัวเองเพราะดันทำกล้องถ่ายรูปตกลำคลองไปเมื่อเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา ยังไม่ได้ซื้อใหม่เลยครับ -_-"


โดย: papa_pepper วันที่: 26 เมษายน 2553 เวลา:10:23:45 น.  

 
ยอดเยี่ยมจริงๆไปเอาข้อมูลมาจากไหนคะ เยอะแยะขนาดนี้

คุณสินคอมเม้นท์ไม่ผ่านหรอคะ อาจจะเป็นเพราะเนทของทางพันทิพยังไม่เสถียรหรือเปล่าก็ไม่รู้นะคะ
เพราะบางทีย่าเม้นท์คุณสินก็ไม่ผ่านเหมือนกัน เลยเลิกเม้นท์ไปเลยก็มีค่ะ อิอิ


โดย: ดา ดา วันที่: 26 เมษายน 2553 เวลา:10:36:24 น.  

 
จ่าโขลง.. เข้าใจผิดมาโดยตลอดนะคะนี่ว่าเป็นชาย
แม่แปรก.. เพิ่งรู้ที่มานี่แหละค่ะ

โอยยย.. พี่สิน ป้าโซหัวเราะจนน้ำตาไหลกับเรื่องประสบการณ์นั่งช้างของคุณสี่ตา


เข้าใจความรู้สึกดีค่ะว่าเป็นไงตอนนั่งอยู่บนหลังช้างเพราะป้าโซเคยนั่งเหมือนกัน ตอนแรกๆที่เห็นคนอื่นเขานั่งกันก็ดูน่าสนุกเนอะ โขยกเขยกเนิบๆ น่าเพลิดเพลินเจริญใจยิ่งนัก ยิ่งนั่งชมวิวผ่านป่าด้วยละก็..

ที่ไหนได้มันเป็นการนั่งที่ทรมานเพราะต้องคอยระวังทำตัวให้เนียนไปกับจังหวะโยกของช้าง โยกไปเหอะหัวฟัดหัวเหวี่ยง เอวคดเอวอ่อน พอวันรุ่งขึ้นปวดหลังยันสะโพก



ขอแจมเรื่องเม้นท์ไม่ผ่านกับคุณย่าข้างบนหน่อยนะคะ ..

บางครั้งป้าโซก็มีปัญหาในการส่งเม้นท์ไม่ผ่านเหมือนกัน แรกๆก็หงุดหงิดมากเพราะบางบล็อกป้าโซจะเม้นท์ยาวๆอย่างบล็อกพี่สินเนี่ย ทีนี้มันส่งไม่ผ่านจะเสียอารมณ์มาก เพราะอารมณ์ในการเขียนเม้นท์ครั้งที่สองมันไม่สดเหมือนเขียนครั้งแรก..

หลังๆนี่พอรู้แกว อันไหนที่เม้นท์ยาวๆ ป้าโซจะก็อปปี้ไว้ก่อนกดส่งเม้นท์ ถ้ามันไม่ผ่านค่อยกดเข้าบล็อกอีกทีแล้วแปะอันที่เราก็อปไว้นั่นแหละลงไป ต่อให้ไม่ผ่านอีกแม่ก็จะทำอย่างนั้นอีก เอากะแม่ดิ หรือถ้ามันดื้อมากๆก็จะเซฟเม้นท์นั้นเข้าเวิร์ดแพ็ดไปเลย หุหุ.. มุ่งมั่นดีมั้ยล่ะ?


โดย: ป้าโซ วันที่: 26 เมษายน 2553 เวลา:14:12:22 น.  

 
ช้าง ช้าง ช้าง ช้าง ช้าง
น้องเคยเห็นหรือเปล่า
ช้างมันตัวโตไม่เบา จมูกยาวๆเรียกว่า งวง
มีเขี้ยวใต้งวงเรียว่างา มีหูมีตาหางยาว...

ในชีวิตข้าพเจ้าเคยขึ้นช้างครั้งเดียว ..ขึ้นครูก็ครั้งเดียวเช่นกัน (ฮา)
ถามว่าอันนตื่นเ้้ต้นกว่า?... ขอบอกว่า ไม่รุ! ลืมไปแร๊ะ


เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาก่อนดูรายการอะไรซักอย่าง
ที่เอาฝรั่งมาเป็นแขกร่วมรายการ พิธีกรชื่อเป็นชายรู้สึกจะชื่อ แอนดี้ คือเค้าจะเอาฝรั่งที่ชอบเมืองไทย มาร่วมดำเนินรายการ เห็นมีพาไปเที่ยวปางช้างด้วย เห็นช้างแสดงหลายอย่างที่ทำให้เห็นว่าช้างก็เป็นสัตว์ฉลาด
หนึ่งในนั้นก็คือ ช้างวาดรูป.. วาดสวยซ่ะด้วย

ทุกวันนี้นี้มีข่าวเกี่ยวกับช้างบ้านเราได้ยินอยู่บ่อยๆ
แต่มักจะเป็นข่าวร้ายซ่ะมากกว่า ทุกครั้งที่ดูข่าว
แล้วก็อดสงสารช้างไม่ได้ แต่ก็ดีใจที่เห็นกลุ่มคนรักช้างมากมายได้ร่วมมือร่วมใจกัน ...

ภาพแรกภาพสีน้ำสวยมากกก
อย่าบอกนะว่าช้างเป็นคนวาด....ไม่ใช่ที่ถูกต้องเป็นช้างวาดซิ


โดย: merf1970 วันที่: 26 เมษายน 2553 เวลา:14:17:54 น.  

 
ช้างไม่รู้จักทาโลชั่นเนาะ หนังเหี๊ยวเหี่ยว..


โดย: ซซ วันที่: 26 เมษายน 2553 เวลา:15:48:04 น.  

 
เพิ่งรู้นะเนี่ยว่างาช้าง คือฟัน
ไม่เคยรู้มาก่อนหรือว่ารู้แล้วไม่จำก็ไม่แน่ใจนะ

60 ปีไปแล้ว ช้างจะถูกปลดระวางให้พักผ่อน ไม่ต้องทำงาน
นั่นสิเหมือนคนเลย 60 ปี ก็ปลดระวางได้พักผ่อนได้แล้วนะ


โดย: หน่อไม้ดอง IP: 58.8.74.50 วันที่: 27 เมษายน 2553 เวลา:0:37:35 น.  

 
ทุกครั้งที่เห็นคนขี่ช้างขายอ้อย เรารู้สึกว่า มนุษย์ผู้นั้นไม่แตกต่างอะไรจาก เดรัชฉาน ผู้ซึ่งไม่รู้ถึงบุญคุณช้าง เราทราบดีว่า นั่นเป็นอาชีพ แต่อย่างไรเสีย หากท่านทุบตีช้าง อย่างไม่รู้ว่าเขาเจ็บปวดทรมานเช่นไร ท่านช่งบาปหนานัก เปรียบเสมือน ท่านมีชีวิตอยู่ในร่างของมนุษย์ผู้ประเสริฐ เท่านั้น


โดย: น้องหวาน เชียงใหม่ IP: 58.11.48.96 วันที่: 14 ธันวาคม 2554 เวลา:8:16:55 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
yyswim
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 32 คน [?]





บล็อกสรรสาระนี้ จขบ.ไม่ได้เขียน-ไม่ได้ถ่ายภาพ-ไม่ได้อัพโหลดคลิปเอง หากแต่ทำหน้าที่เป็นบรรณาธิการบล็อก เสาะหาเรื่องดีๆ รูปสวยๆ คลิปแปลกๆ มาไว้ในบล็อก


ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยม ขอเชิญชมหรืออ่านตามสบาย ไม่ต้องคอมเมนต์ก็ได้ จขบ.ชอบการเข้ามาเยี่ยม แบบกันเอง ง่ายๆ สบายๆ




เริ่มเขียนBlog เมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ.2548


เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ.2550 เวลา 23.30 น.


เริ่มนับจำนวนผู้เข้าเยี่ยมชม




Latest Blogs

New Comments
Group Blog
 
<<
เมษายน 2553
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
25 เมษายน 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add yyswim's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friends


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.