รางวัลซีไรต์
รางวัลซีไรต์
หนังสือที่ได้รับรางวัลซีไรท์ ที่มา : จากเวปห้องสมุดโรงเรียนเทคโนโลยีภาคตะวันออก คลิกที่นี่
ปี ชื่อหนังสือ ผู้แต่ง ปีที่พิมพ์ ประเภท ราคาเป็นบาท 2548 เจ้าหงิญ บินหลา สันกาลาคิรี 2546 เรื่องสั้น 100 2547 แม่น้ำรำลึก เรวัตร์ พันธุ์พิพัฒน์ 2547 กวีนิพนธ์ 110 2546 ช่างสำราญ เดือนวาด พิมวนา 2546 นวนิยาย 170 2545 ความน่าจะเป็น ปราบดา หยุ่น 2544 เรื่องสั้น 125 2544 บ้านเก่า โชคชัย บัณฑิต 2544 กวีนิพนธ์ 65 2543 อมตะ วิมล ไทรนิ่มนวล 2543 นวนิยาย 120 2542 สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน วินทร์ เลียววารินทร์ 2542 เรื่องสั้น 190 2541 ในเวลา แรคำ ประโดยคำ 2541 กวีนิพนธ์ 99 2540 ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน วินทร์ เลียววารินทร์ 2540 นวนิยาย 155 2539 แผ่นดินอื่น กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ 2539 เรื่องสั้น 160 2538 ม้าก้านกล้วย ไพวรินทร์ ขาวงาม 2538 กวีนิพนธ์ 75 2537 เวลา ชาติ กอบจิตติ 2537 นวนิยาย 55 2536 ครอบครัวกลางถนน ศิลา โคมฉาย 2536 เรื่องสั้น 55 2535 มือนั้นสีขาว ศักดิ์สิริ มีสมสืบ 2535 กวีนิพนธ์ 45 2534 เจ้าจันทน์ผมหอม มาลา คำจันทร์ 2534 นวนิยาย 45 2533 อัญมณีแห่งชีวิต อัญชัน 2533 เรื่องสั้น 60 2532 ใบไม้ที่หายไป จิรนันท์ พิตรปรีชา 2532 กวีนิพนธ์ 35 2531 ตลิ่งสูง ซุงหนัก นิคม รายยาวา 2531 นวนิยาย 60 2530 ก่อกองทราย ไพฑูรย์ ธัญญา 2529 เรื่องสั้น 80 2529 ปณิธานกวี อังคาร กัลยาณพงศ์ 2529 กวีนิพนธ์ 60 2528 ปูนปิดทอง กฤษณา อโศกสิน 2525 นวนิยาย 110 2527 ซอยเดียวกัน วาณิช จรุงกิจอนันต์ 2526 เรื่องสั้น 45 2526 นาฏกรรมบนลานกว้าง คมทวน คันธนู 2526 กวีนิพนธ์ 45 2525 คำพิพากษา ชาติ กอบจิตติ 2524 นวนิยาย 40 2524 ขุนทองเจ้าจะกลับมาเมื่อฟ้าสาง อัศศิริ ธรรมโชติ 2524 เรื่องสั้น 60 2523 เพียงความเคลื่อนไหว เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ 2523 กวีนิพนธ์ 45 2522 ลูกอีสาน คำพูน บุญทวี 2518 นวนิยาย 30
หนังสือซีไรท์ประจำปี 2522 ชื่อหนังสือ ลูกอีสาน ประเภท นวนิยาย ผู้แต่ง คำพูน บุญทวี ปีที่พิมพ์ 2518 ราคา 30 บาท
ลูกอีสาน เป็นการนำเอาเรื่องราวจากประสบการณ์ที่ผู้เขียนพบเห็น ถ่ายทอดในรูปนวนิยาย โดยได้เขียนเป็นตอนๆ ประมาณ 36 ตอน เพื่อพิมพ์ลงในนิตยสารฟ้าเมืองไทย ช่วงปีพ.ศ.2518 - 2519
ลูกอีสาน ใช้วิธีการเล่าเรื่องราวโดยผ่านเด็กชายคูน ซึ่งใ ช้ชีวิตอยู่ในถิ่นชนบทของอีสาน แถบที่จัดได้ว่า เป็นถิ่นที่แห้งแล้งแห่งหนึ่งของไทย
ผู้เขียนได้เล่าถึงขนบธรรมเนียมประเพณี ตลอดจนความเชื่อของชาวอีสาน รวมไปถึงการบรรยาย ถึงสภาพความเป็นไปตามธรรมชาติ ของผู้คนและสภาพแวดล้อม เช่น การเกี้ยวพาราสีกันของทิดจุ่นและพี่คำกอง จนท้ายที่สุดก็ได้แต่งงานกัน การออกไปจับจิ้งหรีดของคูน การเดินทางไปหาปลาที่ลำน้ำชี เพื่อนำปลามาทำอาหาร และเก็บถนอมเอาไว้กินนานๆ ด้วยการทำปลาร้า เป็นต้น
นอกจากนั้น ยังแทรกความสนุกสนานเพลิดเพลิน จากการทำบุญตามประเพณี ไว้หลายตอนด้วยเช่นกัน ได้แก่ การจ้างหมอลำหนู ซึ่งเป็นหมอลำประจำหมู่บ้าน ลำคู่กับหมอลำฝ่ายหญิง ที่ว่าจ้างมาจากหมู่บ้านอื่น ทั้งกลอนลำ และการแสดงออกของหมอลำทั้งสอง สร้างความสนุกสนานครึกครื้น แก่ผู้ชมที่มาเที่ยวงานอย่างมาก
ลูกอีสาน เป็นการถ่ายทอดเรื่องราวจากประสบการณ์ ด้วยภาษาที่ตรงไปตรงมา และแสดงให้เห็นวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวอีสานว่า ต้องเผชิญกับความยากลำบากอย่างไร การเรียนรู้ที่จะอดทน เพื่อเอาชนะกับความยากแค้นตามธรรมชาติ ด้วยความมานะบากบั่น ความเอื้ออารี ที่มีให้กันในหมู่คณะ ความเคารพในระบบอาวุโส
สิ่งเหล่านี้ ปรากฏอยู่ในแต่ละตอนของลูกอีสาน รวมทั้งการแทรกอารมณ์ขันลงไปด้วย
หนังสือซีไรท์ประจำปี 2523 ชื่อหนังสือ เพียงความเคลื่อนไหว ประเภท กวีนิพนธ์ ผู้แต่ง เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ปีที่พิมพ์ 2523 ราคา 45 บาท
เพียงความเคลื่อนไหว เป็นหนังสือรวมบทร้อยกรอง 33 บท ที่เคยตีพิมพ์ลงในวารสารและหนังสือพิมพ์ หลังวันมหาวิปโยค 13 ตุลาคม 2516
เพียงความเคลื่อนไหว เป็นชื่อกลอนบทแรกของเล่มที่พรรณนา เหตุการณ์การปะทะกันระหว่างประชาชนกับทหาร ชี้ให้เห็นถึงความตื่นตัวต่อความเปลี่ยนแปลงของบ้านเมือง และชีวิตร่วมสมัย บทกวีที่เป็นแบบอย่างแฝงลักษณะพื้นบ้านไว้มาก ผู้แต่งเข้าถึงใจผู้อ่าน ความเอาจริงเอาจังของเขาในการเอาตัวผูกพันกับสังคม ความพร้อมที่จะรับปัญหา และประสบการณ์ของเพื่อนร่วมแผ่นดิน ตลอดจนสัจธรรม ความเที่ยงธรรม
เป็นบทกวีที่มีคุณค่า ประกอบด้วยฉันทลักษณ์ หนึ่ง ความไพเราะ อรรถรส สอง และสารทัศนคติ สาม เป็นบทกวีที่อ่านเข้าใจง่าย การใช้ถ้อยคำเร่งเร้าให้ตื่นตัวและเกิดความเคลื่อนไหวทางความคิด บทกวีได้ให้คำกลอนบางเรื่อง เล่าชีวิตชนบท บางเรื่องเล่าว่าด้วยสงคราม บางเรื่องแสดงออกถึงอารมณ์ ให้แนวคิดและทัศนคติต่อสังคม
หนังสือซีไรท์ประจำปี 2524 ชื่อหนังสือ ขุนทองเจ้าจะกลับมาเมื่อฟ้าสาง ประเภท เรื่องสั้น ผู้แต่ง อัศศิริ ธรรมโชติ ปีที่พิมพ์ 2524 ราคา 60 บาท
ขุนทองเจ้าจะกลับมาเมื่อฟ้าสาง เป็นชื่อของเรื่องสั้นเรื่องหนึ่งใน 13 เรื่อง ซึ่งผู้เขียนได้รับแรงกระตุ้นจากเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 คือช่วงที่มีการประกาศเรียกร้องให้ ผู้ที่หลบหนีเข้าป่ากลับมารายงานตัว เน้นให้คนสำนึกในเรื่องของ ภูมิหลังทางประวัติศาสตร์และสังคม
เนื้อหาส่วนใหญ่มีแนวทางไปในทางวรรณกรรมเพื่อชีวิต ความกดดันและความขัดแย้งทางการเมือง ผู้แต่งสามารถตีปัญหาสังคมได้อย่างลึกซึ้ง สามารถสร้างตัวละครอันมีมิติเหมือนคนจริงๆ ที่มีเลือดเนื้อให้จับต้องได้ มีความเศร้าที่อ่อนโยน สามารถสกัดกั้นอารมณ์ ลักษณะการเขียน ผู้เขียนพยายามให้รายละเอียดในการพรรณนา เพื่อให้เกิดความรู้สึกที่รุนแรง แต่เขาก็มีทางแก้ด้วยการสร้างอารมณ์ชดเชย ซึ่งเป็นการเขียนที่มีคุณค่ายิ่ง
หนังสือซีไรท์ประจำปี 2525 ชื่อหนังสือ คำพิพากษา ประเภท นวนิยาย ผู้แต่ง ชาติ กอบจิตติ ปีที่พิมพ์ 2524 ราคา 40 บาท
คำพิพากษา เป็นหนังสือที่เสนอเรื่องราวแนวคิดของคนมีฐานะเป็นปัจเจกชน ที่มักตกเป็นเหยื่อของความเชื่อและคำตัดสินของสังคม ไม่ว่าเรื่องนั้นจะเป็นความจริงหรือไม่ก็ตาม ส่งผลให้บุคคลนั้น ต้องอ้างว้างโดดเดี่ยวทุกข์ทรมาน ทั้งร่างกายและจิตใจ
ผู้เขียนได้สร้างเรื่องราวโดยใช้สังคมชนบทไทย เป็นฉากมีตัวละครชื่อ ฟัก เป็นตัวเอกของการดำเนินชีวิต ปัญหารุมเร้า ฟัก มากมาย จนดิ้นไม่หลุด เขาพยายามต่อสู้เมื่อไม่มีทางออก จึงหนีออกจากโลกของความเป็นจริง สร้างโลกใหม่ที่เขาหลงคิดว่าเป็นหนทางออกไปสู่อิสรภาพ และท้ายที่สุด เขาได้รับอิสรภาพที่แท้จริง นั่นคือ "ความตาย"
หนังสือซีไรท์ประจำปี 2526 ชื่อหนังสือ นาฏกรรมบนลานกว้าง ประเภท กวีนิพนธ์ ผู้แต่ง คมทวน คันธนู ปีที่พิมพ์ 2526 ราคา 45 บาท
นาฏกรรมบนลานกว้าง เป็นวรรณกรรมประเภทร้อยกรอง โดดเด่นด้วยความหลากหลายของฉันทลักษณ์ และทำนองเสียง ที่แตกต่างจากบทกวีร่วมสมัย
เขียนเป็นกลอนแปด 11 บท และแทรกร่วมกับฉันทลักษณ์อื่น อีก 11 บท นอกจากนี้ยังประกอบด้วยโคลงสาร สารโศลก 6 เพลงขอทาน เพลงช้าเจ้าหงส์ เพลงโคราช กลอนลำอิสาน และพญา
เป็นเรื่องร่วมสมัยที่ย้อนยุคประวัติศาสตร์มาพรรณนา เนื้อหาของบทกวีคือการประณามชนชั้นสูงหรือผู้มีอำนาจในสังคม โดยโยงภาพความทุกข์ทรมาน และความแค้นของคนยากจน ผู้ด้อยโอกาส กับเหตุการณ์จลาจล 13 ตุลาคม 2513 และ 6 ตุลาคม 2519 เข้ามาเปรียบเทียบเชิงอุปมา
ผู้เขียนสามารถประสมประสานถ้อยคำ สำนวนทั้งเก่าและใหม่เข้า ในโครงสร้างอันสมดุลแบบเก่า คำที่เลือกใช้ มีเสียงและความหมายเหมาะกับปริบทเป็นอย่างมาก
หนังสือซีไรท์ประจำปี 2527 ชื่อหนังสือ ซอยเดียวกัน ประเภท เรื่องสั้น ผู้แต่ง วาณิช จรุงกิจอนันต์ ปีที่พิมพ์ 2526 ราคา 45 บาท
ซอยเดียวกัน เป็นหนังสือรวมเรื่องสั้น ที่ผู้เขียนเลือกสรรแล้วจำนวน 16 ชื่อเรื่อง โดยที่เรื่องสั้นเรื่องแรกของผู้เขียน ชื่อ "มิชิแกนเทสต์" ซึ่งเป็นเรื่องแนวขบขัน ส่วนเรื่องอื่นๆนั้น ผู้เขียนกล่าวว่า เป็นเรื่อง "ซ้าย-ขวา-โศก-ตลก-ผี กวีนิพนธ์"
ทุกๆ เรื่องที่นำมารวบรวม เป็นเรื่องที่ผู้เขียนภาคภูมิใจที่จะเสนอแก่ผู้อ่าน เช่น เรื่องเพลงใบไม้เมืองหลวง ที่นี่มหาวิทยาลัยผาติกรรม และบ้านเราอยู่ในนี้...ซอยเดียวกัน
และที่หนังสือเล่มนี้ชื่อว่า"ซอยเดียวกัน " ก็ได้มาจากชื่อของเรื่องสั้นเรื่อง "บ้านเราอยู่ในนี้...ซอยเดียวกัน" ท้ายเล่มมีประวัติชีวิตและผลงานของผู้เขียนด้วย
หนังสือซีไรท์ประจำปี 2528 ชื่อหนังสือ ปูนปิดทอง ประเภท นวนิยาย ผู้แต่ง กฤษณา อโศกสิน ปีที่พิมพ์ 2525 ราคา 110 บาท
ปูนปิดทอง เป็นหนังสือนวนิยายที่เกี่ยวกับปัญหาของครอบครัวในสังคมไทยส่วนใหญ่ ที่มีตัวละครเอกคือ สองเมืองและบาลี ทั้งสองคนมีปัญหาครอบครัวที่เหมือนกัน ซึ่งต่างก็มาจากครอบครัวที่พ่อแม่แยกทางกัน ทั้งสองคนมีความขมขื่นใจมาก
เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ บาลีพยายามทำความเข้าใจในปัญหาดังกล่าว และชักจูงให้สองเมืองลืมความขมขื่นใจในวัยเด็ก ให้โอกาสแก่พ่อแม่และสมาชิกในครอบครัว กลับมาเริ่มต้นชีวิตใหม่
ด้วยเหตุนี้สองเมืองจึงรักบาลี และมั่นใจว่าชีวิตคู่ของเขาและเธอจะไม่ล้มเหลว เช่นเดียวกับชีวิตของพ่อแม่ เขาตั้งใจว่าเขาจะเป็นพ่อแม่ที่เป็นตัวอย่างที่ดี ีไม่ใช่เป็นเพียงรูปหล่อด้วยปูน ที่ปิดทอง ซึ่งย่อมไร้ค่าเพราะเป็นได้เพียง ปูนปิดทอง เท่านั้น
หนังสือซีไรท์ประจำปี 2529 ชื่อหนังสือ ปณิธานกวี ประเภท กวีนิพนธ์ ผู้แต่ง อังคาร กัลยาณพงศ์ ปีที่พิมพ์ 2529 ราคา 60 บาท
ปณิธานกวี เป็นหนังสือรวมกวีนิพนธ์ของ อังคาร กัลยาณพงศ์ แต่ละบท ร้อยกรองด้วยคำประพันธ์ที่มีลักษณะเฉพาะตัวของผู้เขียน ซึ่งรักความอิสรเสรี รักธรรมชาติ และมีศรัทธาในรสพระธรรม
บทประพันธ์ทุกบท จะสะท้อนชีวิต วิญญาณ คติชีวิต ปรัชญา และสัจธรรม ด้วยกลวิธีของศิลป
ปณิธานกวี เป็นบทประพันธ์บทหนึ่ง ที่ผู้เขียนได้ฝากความคิดแก่ผู้อ่านว่า "แย่งแผ่นดินอำมหิตคิดแต่ฆ่า เพราะกิเลสบ้าหฤโหดสิง ซากผีลืมป่าช้า คุณธรรม ความดี เสียศรีสวัสดิ์ ค่าแท้วิญญ"
อีกทั้งทางมูลนิธิ เสถียรโกเศสและนาคะประทีป ยกย่องให้อังคารเป็น กวีดีเด่น เมื่อปี2515 และ ปณิธานกวี มีภาพประกอบงดงามโดย ผู้เขียน และมีภาคผนวกสัมภาษณ์ชีวิต และผลงานอีกด้วย
หนังสือซีไรท์ประจำปี 2530 ชื่อหนังสือ ก่อกองทราย ประเภท เรื่องสั้น ผู้แต่ง ไพฑูรย์ ธัญญา ปีที่พิมพ์ 2529 ราคา 80 บาท ก่อกองทราย เป็นหนังสือที่ประกอบด้วยเรื่องสั้นรวม 12 เรื่อง ของไพฑูรย์ ธัญญา มีลักษณะที่แสดงให้เห็นถึงชีวิตและธรรมชาติของมนุษย์ที่เป็นสากล ดังเช่นมนุษย์ทั่วไปในโลก พึงจะเป็น
และในขณะเดียวกันก็มีสีสันของท้องถิ่นและความเป็นไทย ทั้งในด้านถ้อยคำ และการใช้ฉากอันเป็นท้องเรื่อง เนื้อเรื่องมีความหลากหลายแสดงปัญหาและแง่มุมต่างๆ ของชีวิต หลายเรื่อง เช่น คนบนสะพาน บ้านใกล้เรือนเคียง และเพื่อนบุณย์ ได้สะท้อนธาตุแท้ของคน ส่วนเรื่อง คำพยากรณ์ และนกเขาไฟ ได้เน้นความคิด ความเชื่อของคนในชนบท ที่แสดงถึงสัจธรรมของชีวิตโดยแท้จริง
ตลอดจนถึงสำนวนที่ใช้ สามารถให้ผู้อ่านได้สัมผัสอย่างสมจริง เช่น หากก่อกองทรายให้เท่าเจดีย์ในวัด มันคงจะไม่พังง่ายๆ ถึงพังก็ไม่หมด เพราะทรายไม่เคยหมด
หนังสือซีไรท์ประจำปี 2531 ชื่อหนังสือ ตลิ่งสูง ซุงหนัก ประเภท นวนิยาย ผู้แต่ง นิคม รายยาวา ปีที่พิมพ์ 2531 ราคา 60 บาท ในตลิ่งสูง ซุงหนัก คำงายเป็นควาญช้างของพลายสุด เขารักพลายสุดมาก เพราะเคยเลี้ยงมันมาตั้งแต่เล็ก แต่เนื่องจากความจำเป็นในครอบครัวเขา จึงต้องเสียพลายสุดไป
เมื่อเขามาพบพลายสุดอีกครั้งหนึ่ง เขาก็พบว่าพลายสุดได้สูญเสียงาไปหมด เหลือแต่งวงที่ใช้งัดและยกซุง นอกจากจะเป็นควาญช้างแล้ว คำงาย ยังแกะสลักช้างไม้ ได้ด้วย แต่เขาไม่ชอบงานนี้
ตอนจบของเรื่อง เขาได้ตกลงกับนายของเขา โดยเอาช้างไม้แกะสลัก ไปแลกกับพลายสุด แต่ทั้งคำงายและพลายสุด ไม่มีโอกาสที่จะได้พบความสุขอย่างแท้จริง เพราะ ขณะที่กำลังขนซุงขนาดหนัก พลายสุดได้พลาดท่าตกจาก ตลิ่งสูง ทั้งสองเสียชีวิตพร้อมกัน
ผู้เขียนต้องการจะเน้นให้เห็นว่า คนส่วนมากชอบติดอยู่กับซากมากกว่าสิ่งมีชีวิต และทุกคนมีการเกิดและตายอย่างละหนึ่งครั้งเท่านั้น แต่สิ่งที่อยู่ระหว่างสิ่งนั้น เราต้องหาเอง ชีวิต คือ การรับส่วนแบ่งที่ต้องเฉลี่ยกัน ไม่ว่า ความทุกข์ ความสุข ความดี ความเลว แต่ละคนมักจะแย่งกัน รับความดีไว้มากกว่า ส่วนด้านไม่ดีไม่อยากจะยอมรับกัน
หนังสือซีไรท์ประจำปี 2532 ชื่อหนังสือ ใบไม้ที่หายไป ประเภท กวีนิพนธ์ ผู้แต่ง จิรนันท์ พิตรปรีชา ปีที่พิมพ์ 2532 ราคา 35 บาท
ใบไม้ที่หายไป เป็นกวีนิพนธ์ที่รวบรวมความรู้สึกนึกคิดของผู้เขียนจำนวน 35 ชิ้น มาเรียงร้อยตามเหตุการณ์ที่ผ่านเข้ามาสู่ชีวิตเธอ โดยแบ่งออกเป็น 5 ช่วงเวลา คือ
ระหว่าง พ.ศ. 2513 - 2515 เธอคือสาวน้อย วัยเยาว์ผู้มองโลกอันสวยงาม
ระหว่าง พ.ศ. 2516 - 2519 เธอคือผู้พลิกภาพลักษณ์ของดาวจุฟัา ฯ ไปสู่ผู้มีอุดมการณ์มุ่งมั่นที่จะแก้ปัญหาสังคม
ระหว่าง พ.ศ. 2520 -2522 เธอคือทหารป่า ที่เชื่อมั่นว่าการตัดสินใจถูกต้องแล้ว ที่จะอุทิศตนเพื่อต่อสู้กับความอยุติธรรมต่างๆ
ระหว่างพ.ศ. 2522 2523 เธอคือกรวดเม็ดร้าว ที่เจ็บซ้ำด้วยความพ่ายแพ้ และเธอได้รับบทบาทของการเป็นแม่
ช่วงสุดท้าย ระหว่าง พ.ศ. 2523-2528 เธอคือ นักศึกษาวิชาประวัติศาสตร์ของมหาวิทยาลัย ชั้นนำในอเมริกา เป็นช่วงเวลาของการรักษาบาดแผลชีวิต ด้วยความสุขุม พร้อมกับเข้าใจธรรมชาติ และสัจจะแห่งชีวิตดีขึ้น
หนังสือซีไรท์ประจำปี 2533 ชื่อหนังสือ อัญมณีแห่งชีวิต ประเภท เรื่องสั้น ผู้แต่ง อัญชัน ปีที่พิมพ์ 2533 ราคา 60 บาท
อัญมณีแห่งชีวิต เป็นหนังสือรวมเรื่องสั้นที่ผู้เขียนได้มา จากประสบการณ์ของตนเองบ้าง จากคำบอกเล่าบ้าง เพื่อให้ผู้อ่านได้ทราบถึงมนุษย์ที่มีชีวิตจิตใจ กิเลส อารมณ์ ความรัก ความกลัว และความชิงชัง
สิ่งเหล่านี้จะอยู่ในตัวละครในเรื่อง ที่เผชิญกับความทุกข์ที่มองเห็นบ้าง ไม่เห็นบ้าง ผู้เขียนจะมีวิธีจัดการกับเหตุการณ์นั้นๆ อย่างไร และจะทำตัวอย่างไร
ในเรื่องขอทาน ก็อยากให้ผู้อ่านตัดสินว่า ตากุลและยายเหล่า เป็นขอทาน หรือคนที่อยู่รอบข้างเขา เป็นขอทานกันแน่
หนังสือซีไรท์ประจำปี 2534 ชื่อหนังสือ เจ้าจันทน์ผมหอม ประเภท นวนิยาย ผู้แต่ง มาลา คำจันทร์ ปีที่พิมพ์ 2534 ราคา 45 บาท
เจ้าจันทน์ผมหอม เป็นนวนิยายที่เสนอเรื่องราวเกี่ยวกับเจ้าหญิงล้านนา ฉะนั้น ภาษาที่ใช้ส่วนใหญ่จะเป็นล้านนา เพื่อให้เหมาะสมกับเนื้อเรื่อง แต่ผู้เขียน ได้บอกความหมายของคำเหล่านั้นไว้ด้วย
โครงเรื่อง เป็นเรื่องของเจ้าหญิงล้านนา ที่ต้องโดนบังคับให้แต่งงานกับผู้ชายที่นางไม่ได้รัก แต่นางมีความศรัทธา ในองค์พระธาตุอินทร์แขวน นางจึงเดินทางไปนมัสการและอธิษฐานว่า ถ้านางจะสมหวังในความรัก ก็ขอให้นางลอดพระธาตุได้ แต่ถ้านางจำเป็นต้องแต่งงานกับชายที่ไม่ได้หมายปอง ก็เป็นอันว่านางลอดพระธาตุไม่ได้
ในตอนจบนั้น นางไม่สามารถลอดได้ จึงได้ปฏิสังขรณ์องค์พระธาตุนั้น และตัดสินใจแต่งงานกับชายที่ไม่ได้หมายปอง
หนังสือซีไรท์ประจำปี 2535 ชื่อหนังสือ มือนั้นสีขาว ประเภท กวีนิพนธ์ ผู้แต่ง ศักดิ์สิริ มีสมสืบ ปีที่พิมพ์ 2535 ราคา 45 บาท มือนั้นสีขาว เป็นหนังสือรวมบทกวีนิพนธ์ไทยสมัยใหม่ ที่มีลักษณะสร้างสรรค์ทั้งความคิดและวิธีการนำเสนอ มุ่งแสดงอุดมคติอันเชิดชูคุณค่าความบริสุทธิ์ และความมีน้ำใจของมนุษย์
กวีถ่ายทอดความคิดเป็นรูปธรรมที่เข้าใจง่าย ผ่านบุคคลและเหตุการณ์สมมุติ ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ในชีวิตจริงและสังคมจริง แสดงความแตกต่างระหว่างสภาวะอันบริสุทธิ์ ไม่เสแสร้งของเด็ก กับสภาวะของผู้ใหญ่ ที่ถูกครอบงำด้วยกรอบสังคม
ในแต่ละบท กวีได้เสนอแง่ความคิดอย่างประณีตหลายนัย ตีความได้กว้างขวางลึกซึ้ง ด้วยกลการประพันธ์ที่เฉียบคม การประพันธ์ลักษณะของฉันทลักษณ์ มีรูปแบบเป็นธรรมชาติ สอดคล้องกับเนื้อหา คำที่ใช้เป็นคำง่ายๆ เรียงร้อยอย่างมีลีลาจังหวะ สร้างลำนำอันทรงพลัง ให้จินตนาการภาพชัด สื่อความคิดของกวี กระทบอารมณ์และเร้าความคิดผู้อ่าน เป็นการจรรโลงความหวังให้เห็นว่า โลกอาจสงบงดงามได้ด้วยน้ำใจ อันบริสุทธิ์ของมนุษย์ด้วยกันเอง เป็นวรรณกรรมที่มีความดีเด่นสมควรได้รับการยกย่อง เป็นวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยม
หนังสือซีไรท์ประจำปี 2536 ชื่อหนังสือ ครอบครัวกลางถนน ประเภท เรื่องสั้น ผู้แต่ง ศิลา โคมฉาย ปีที่พิมพ์ 2536 ราคา 55 บาท
ครอบครัวกลางถนน เป็นหนังสือรวมเรื่องสั้น ที่ผู้เขียนใช้ความหลักแหลมแยบยล สร้างสรรค์งานขึ้น จากความเข้าใจชีวิตและสังคมรอบตัว
มีลีลาการเขียน ที่สมบูรณ์ด้วยกลวิธีทางวรรณศิลป์ ใช้สำนวนโวหาร ที่สร้างบรรยากาศและจินตภาพ ทำให้ผู้อ่านสามารถสัมผัสอารมณ์ ความรู้สึกนึกคิดของตัวละครได้อย่างแนบเนียน
นอกจากนี้ยังมีเรื่องสั้นอีก 12 เรื่องด้วยกัน ส่วนใหญ่แสดงภาพชีวิตของคนชั้นกลางในเมืองหลวง ที่กำลังต่อสู้ดิ้นรนท่ามกลางความผันแปรของสังคมปัจจุบัน
ผู้เขียนได้ดึงปัญหาต่างๆ หลากหลายแง่มุม มาร้อยเป็นเรื่องราว ที่สะท้อนสภาพชีวิตของคนในสังคมปัจจุบัน ที่กำลังเผชิญกับปัญหาครอบครัว เศรษฐกิจและการเมือง
ผู้เขียนได้สร้างสรรค์ภาพชีวิตด้วยภาษาที่กระชับ ก่อให้เกิดจินตนาการ ทำให้รู้สึกสะเทือนใจ และสำนึกถึงบทบาทของตนเอง ในฐานะสมาชิกของสังคม
หนังสือซีไรท์ประจำปี 2537 ชื่อหนังสือ เวลา ประเภท นวนิยาย ผู้แต่ง ชาติ กอบจิตติ ปีที่พิมพ์ 2537 ราคา 55 บาท
เวลา เป็นหนังสือประเภทนวนิยาย ที่เป็นเรื่องราวของผู้กำกับคนหนึ่ง เขาได้ไปดูละครเวทีเรื่องหนึ่ง ที่มีแต่ผู้คนให้คำวิจารณ์ว่า "เป็นละครที่น่าเบื่อที่สุดในรอบปี" แต่เขาต้องการไปดู เพราะจุดสนใจของเขาคือ คนที่ทำละครนั้นมีอายุเพียงยี่สิบกว่าๆ เท่านั้น
โดยเป็นละคร ที่มีฉากเกี่ยวกับเรือนพยาบาล ตึกผู้ป่วยชรา ซึ่งมีคนชรา อาศัยพักฟื้นอยู่มาก และหนึ่งในจำนวนนั้นก็มี ยายแก่ๆคนหนึ่งชื่อ "ยายสอน " แกมักจะพูดมีความหมายแอบแฝงอยู่ในคำพูดเสมอ แกพูดไปตามที่ใจแกคิดได้ และไม่มีใครรู้เลยว่า ทุกๆวันยายสอนแกกำลังรออะไรอยู่
หนังสือซีไรท์ประจำปี 2538 ชื่อหนังสือ ม้าก้านกล้วย ประเภท กวีนิพนธ์ ผู้แต่ง ไพวรินทร์ ขาวงาม ปีที่พิมพ์ 2538 ราคา 75 บาท
ม้าก้านกล้วย เป็นหนังสือรวมบทกวีนิพนธ์ไทยร่วมสมัย ที่สะท้อนให้เห็นพลังชีวิตและจิตใจของคนชนบท ที่เข้ามาสู่เมืองด้วยความใฝ่ฝัน และความหวังถึงชีวิตที่ดีกว่า และได้กลายเป็นพลังสำคัญอันสร้างสรรค์สังคม
ผู้เขียนใช้กลวิธีทางวรรณศิลป์ สร้างความกลมกลืนของรูปแบบและเนื้อหา ด้วยการสรรคำกวีโวหาร และลำนำแห่งเสียง ถ่ายทอดอารมณ์สะท้อนใจ ให้ผู้อ่านได้ร่วมรับความรู้สึกนึกคิด และสาระที่สื่ออย่างสมบูรณ์งดงาม
หนังสือซีไรท์ประจำปี 2539 ชื่อหนังสือ แผ่นดินอื่น ประเภท เรื่องสั้น ผู้แต่ง กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ ปีที่พิมพ์ 2539 ราคา 160 บาท แผ่นดินอื่น เป็นหนังสือรวมเรื่องสั้น ประกอบด้วยเรื่องสั้น 8 เรื่อง ที่สะท้อนปัญหาของชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่น ทั้งในระดับปัจเจกบุคคล ครอบครัว สังคม
นำเสนอชีวิตหลากหลายด้วยแนวธรรมชาตินิยม สะท้อนความคิด ความเชื่อ คุณค่า และคตินิยมพื้นถิ่นอย่างลึกซึ้งและแหลมคม ชี้ให้เห็นว่าสังคม แม้ต่างวัฒนธรรม ต่างความเชื่อ มนุษย์ก็สามารถอยู่ร่วมกันได้โดยไมตรีสัมพันธ์
เป็นเรื่องสั้นที่มีคุณค่าทางวรรณศิลป์ การนำเสนอรายละเอียดประณีต เปิดโอกาสให้ผู้อ่านได้ใช้จินตนาการที่เป็นอิสระ ผู้เขียนใช้ภาษาถ่ายทอดเหตุการณ์และความรู้สึกได้อย่างงดงาม
หนังสือซีไรท์ประจำปี 2540 ชื่อหนังสือ ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน ประเภท นวนิยาย ผู้แต่ง วินทร์ เลียววารินทร์ ปีที่พิมพ์ 2540 ราคา 155 บาท ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน เป็นหนังสือนวนิยายประเภทบันทึกเหตุการณ์จริง ของประวัติศาสตร์การเมืองไทย ในระยะเริ่มเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2375 - 2535
ผู้เขียนใช้จินตนาการ สร้างตัวละครเอกขึ้น 2 ตัว เป็นแกนกลางร่วมรับรู้เหตุการณ์ เฝ้าดูวิกฤตการณ์ต่อสู้ทางการเมือง โดยกำหนดให้ตัวละครตัวหนึ่งเป็นผู้อยู่ในระบบ และ ตัวละครอีกตัวหนึ่งอยู่นอกระบบ ตัวละครทั้งสองตัว ต่างต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยตามอุดมการณ์ของตน ภายในกรอบจำกัดและเงื่อนไขของสังคม แต่ผลสุดท้ายเมื่อล่วงกาลผ่านวัย ผ่านประสบการณ์ที่เข้มข้น ขมขื่นมายาวนาน ทั้งสองต่างยอมรับว่า แม้จะอยู่บนวิถีทางที่เป็นเส้นขนานกันก็ตาม แต่ก็มุ่งร่วมกันไปสู่อุดมการณแห่งประชาธิปไตยอย่างแท้จริง
หนังสือซีไรท์ประจำปี 2541 ชื่อหนังสือ ในเวลา ประเภท กวีนิพนธ์ ผู้แต่ง แรคำ ประโดยคำ ปีที่พิมพ์ 2541 ราคา 99 บาท
ในเวลา เป็นหนังสือกวีนิพนธ์ที่แสดงความคิดเห็นด้วยเนื้อหาหลากหลาย โดยสามารถจับจังหวะลีลา โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน ร่าย มาเรียงร้อยให้เห็น อัจฉริยะลักษณ์ของกวีนิพนธ์ไทยอย่างช่ำชอง สร้างจินตนาการกระทบอารมณ์และให้ความรู้สึกลึกซึ้ง ปลุกเร้าจิตสำนึกให้ผู้อ่านเห็นว่า ท่ามกลางกระแสแห่งกาลเวลาและมายาคติในโลกปัจจุบัน และ "ในเวลา" นำเสนอความคิดอันเป็นสากล เป็นอกาลิโก และมีสุนทรียรสแห่งวรรณศิลป์
หนังสือซีไรท์ประจำปี 2542 ชื่อหนังสือ สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน ประเภท เรื่องสั้น ผู้แต่ง วินทร์ เลียววารินทร์ ปีที่พิมพ์ 2542 ราคา 190 บาท
สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน เป็นหนังสือรวมเรื่องสั้นที่ผู้เขียนเสนอแนวคิดเชิงวิเคราะห์ เกี่ยวกับความเป็นคน ซึ่งมีพฤติกรรมแตกต่างกันไป อันเป็นผลจากปัจจัยทั้งภายในและภายนอก ตามสภาวะธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม
งานเขียนแบ่งออกเป็นสองส่วน คือ บทความ และเรื่องสั้น ที่นำความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ทางด้านเนื้อหา และกลวิธีการนำเสนอที่คงความเป็นศิลปะของความเป็นเรื่องสั้น ที่สามารถสื่อเรื่องราวและความคิดที่ซับซ้อนลึกซึ้ง ด้วยอรรถรสที่สร้างอารมณ์และความรู้สึก กระตุ้นให้ผู้อ่านตระหนักถึงปัญหา และเข้าใจแง่มุมต่างๆ ของพฤติกรรมมนุษย์ เป็นแง่มุมการเรียนชีวิตเพื่อปรับปรุงชีวิต
เรื่องสั้นทั้ง 17 เรื่องล้วนให้แง่คิดในการดำเนินชีวิตได้อย่างดี นับเป็นวรรณกรรมที่มีคุณค่ายิ่ง
หนังสือซีไรท์ประจำปี 2543 ชื่อหนังสือ อมตะ ประเภท นวนิยาย ผู้แต่ง วิมล ไทรนิ่มนวล ปีที่พิมพ์ 2543 ราคา 120 บาท
อมตะ เป็นหนังสือนวนิยายสะท้อนสังคม ที่ปัจจุบันมีความเจริญก้าวหน้าทางด้านการแพทย์ เทคโนโลยี และแสดงให้เห็นถึงความเห็นแก่ตัวของมนุษย์ ที่ต้องการจะเอาชนะธรรมชาติและทำลายสัจธรรมของชีวิต คือ การเกิด แก่ เจ็บ ตาย โดยการนำเอาเทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์มาใช้ในการแก้ปัญหา ซึ่งก็คือการโคลนนิ่งมนุษย์ และการเปลี่ยนถ่ายอวัยวะ
เป็นการเปรียบเทียบระหว่าง ศาสนากับวิทยาศาสตร์ หรือคุณค่าของความเป็นมนุษย์กับคุณค่าทางวัตถุ ผ่านตัวละคร คือ พรหมมินทร์ อรชุน และชีวัน ที่มีความคิดเห็นแตกต่างกัน
พรหมมินทร์ คือตัวแทนของวิทยาศาสตร์ อรชุนและชีวันเป็นตัวแทนของศาสนา
โดยพรหมมินทร์ ได้นำวิธีการโคลนนิ่งมนุษย์มาโคลนนิ่งชีวันและอรชุน มาเปลี่ยนถ่ายอวัยวะเพื่อตนเองจะได้เป็นอมตะ แต่ชีวันและอรชุนต่างพยายามดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดในชีวิตของตนเอง
ดังนั้นพรหมมินทร์ คือตัวละครที่พยายามนำเอาวิทยาศาสตร์มาแสวงหาความเป็นอมตะให้กับชีวิต โดยขาดจริยธรรม คุณธรรมที่ดีงาม สุดท้ายแล้วตัวละครแต่ละตัว จะมีความเป็นอมตะหรือไม่ พรหมมินทร์ อรชุน และชีวัน จะมีจุดจบเป็นอย่างไร สามารถหาอ่านและค้นพบความเป็นอมตะที่อยู่บนเส้นขนาน ระหว่างเทคโนโลยีและศีลธรรมได้ ในหนังสือเล่มนี้
หนังสือซีไรท์ประจำปี 2544 ชื่อหนังสือ บ้านเก่า ประเภท กวีนิพนธ์ ผู้แต่ง โชคชัย บัณฑิต ปีที่พิมพ์ 2544 ราคา 65 บาท
บ้านเก่า เป็นหนังสือรวมบทกวีนิพนธ์ที่สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตคนในชนบทที่กำลังเปลี่ยนไป พร้อมกระแสบริโภคนิยม และเทคโนโลยีสมัยใหม่ ความแตกต่างระหว่างสังคมเมืองและสังคมชนบท คุณค่าทางจิตใจและคุณค่าทางวัตถุ ที่กำลังเป็นปัญหาหลักที่สำคัญ
บ้านเก่า ได้นำเสนอเรื่องคุณค่าที่แท้จริงของมนุษย์ โดยผ่านมุมมองของบทกวี ที่เกิดจากการมองสังคม และการดำเนินชีวิตประจำวันที่ผู้เขียนได้พบเห็นมา โดยผู้เขียนได้นำภาพบ้านเก่าซึ่งแสดงถึงวิถีชีวิตดั้งเดิมเป็นพื้นฉาก และกระแสบริโภคนิยม และเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาลบภาพทีละน้อย ซึ่งผู้เขียนได้พยายามสื่อให้ผู้อ่านได้เห็นสภาพบ้านเมืองที่กำลังเปลี่ยนแปลงในปัจจุบันผ่านบทกวีได้อย่างชัดเจน
หนังสือซีไรท์ประจำปี 2545 ชื่อหนังสือ ความน่าจะเป็น ประเภท เรื่องสั้น ผู้แต่ง ปราบดา หยุ่น ปีที่พิมพ์ 2544 ราคา 125 บาท ความน่าจะเป็น เป็นหนังสือรวมสิบเรื่องสั้นจากแพรวสุดสัปดาห์ บวกสามเรื่องใหม่ ปราบดา หยุ่น เป็นคนรุ่นใหม่ไฟแรงจำนวนไม่กี่คนที่มองโลกในมุมกลับ ปราบดา เป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ ที่กำลังยิงคำถามพร้อมตั้งคำถามไว้มากมาย ที่คนทั่วไปไม่เคยถาม
แต่ละคำถาม เป็นคำถามที่ผู้คนก็ไม่เคยคิดจะตอบ และเขาเองก็ไม่ต้องการคำตอบ ปราบดา เป็นคนไม่เชื่อเรื่องอะไรง่ายๆ เหมือน 1 ในจำนวนเรื่องสั้นทั้ง 13 เรื่อง ที่เขาเขียนไว้
"อย่าเชื่อคำที่ออกมาจากปากคนอื่นจนเกินไปนัก เพราะมันจะไม่ตรงกับความเป็นจริง" ดังนั้นโปรดอย่าเชื่อในคำร่ำลือถึงความวิเศษวิโสของหนังสือเล่มนี้ จนกว่าจะได้เริ่มอ่านด้วยตัวคุณเอง
หนังสือซีไรท์ประจำปี 2546 ชื่อหนังสือ ช่างสำราญ ประเภท นวนิยาย ผู้แต่ง เดือนวาด พิมวนา ปีที่พิมพ์ 2546 ราคา 170 บาท
ช่างสำราญ นวนิยายเรื่องนี้แสดงภาพชีวิตของเด็กบ้านแตก คือเด็กชาย (เจ้าของกระทู้จำชื่อไม่ได้) นามสกุลช่างสำราญ ที่ทำให้ผู้อ่านต้องคาดเดาว่า เนื้อเรื่องจะเป็นอย่างไร
โดยเริ่มจากการเปิดเรื่องด้วยเหตุการณ์ที่รุนแรง ทั้งการกล่าวถึงแม่เด็กที่มีชู้ และพ่อเด็กที่ไม่มีเงินเช่าบ้าน ต้องหอบหิ้วเด็กไปอาศัยในสังคมใหม่ ที่มีชาวบ้านชอบยุ่งเรื่องของเพื่อนบ้าน
ดังนั้นเนื้อหาของเรื่องส่วนหนึ่ง จึงเป็นการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องของชาวบ้าน ที่ชอบยุ่งเรื่องของเพื่อนบ้าน แม้ว่าเหมือนจะทำให้เรื่องราวยุ่งยาก แต่ในความเป็นจริงแล้ว ลักษณะนี้เป็นรากเหง้าทางวัฒนธรรมของไทย ที่แม้จะเป็นการยุ่งสอดรู้สอดเห็น แต่ก็แฝงไปด้วยความเอื้ออาทรที่มีต่อ เด็กชายคนนี้
ซึ่งในแง่นี้ก็คือ ผู้เขียนใช้รากเหง้าทางวัฒนธรรม และความเอื้ออาทรในหมู่ชาวบ้าน มาช่วยเด็กชายคนนี้นั่นเอง
นวนิยายเรื่องนี้ มีทั้งความสนุก ตลก (ที่อาจจะหัวเราะไม่ออก) ภาพความสะเทือนใจ อย่างไรก็ตาม แม้เนื้อหามีลักษณะไม่เครียดทั้งเรื่อง แต่ก็แฝงความสะเทือนอารมณ์เอาไว้ในขณะ เดียวกัน ซึ่งทำให้มีความน่าสนใจ
หนังสือซีไรท์ประจำปี 2547 ชื่อหนังสือ แม่น้ำรำลึก ประเภท กวีนิพนธ์ ผู้แต่ง เรวัตร์ พันธุ์พิพัฒน์ ปีที่พิมพ์ 2547 ราคา 110 บาท แม่น้ำรำลึก เป็นกวีนิพนธ์ที่นำเสนอเรื่องราวของการย้อนทวนความคิดของชายชรา กลับไปสู่ชีวิตช่วงวัยเยาว์ ให้ภาพของการฟื้นความหลังได้อย่างงดงาม ทั้งภาพที่สร้างขึ้นมาจากจินตนาการ และจากประสบการณ์ หรือทั้งสองส่วนผสมผสานกัน
บทกวีสี่สิบบทโดยประมาณ เล่าถึงเรื่องราวของความฝัน ความสุข และความรู้สึกสะทกสะเทือนที่จบในตัว เหมือนหยิบภาพแต่ละภาพมาต่อกัน จนเป็นภาพใหญ่ของชีวิต เรื่องราวทั้งหมดปรากฏอยู่ในภาค "ปฐมบท" และสรุปปิดฉากในภาค "ปัจฉิมบท" ซึ่งเป็นภาพของชายชราบนเก้าอี้โยกริมระเบียงที่บ้านชายน้ำในเวลาพลบค่ำ ย้อนพินิจไปถึงเรื่องราวกึ่งสุขกึ่งเศร้าเหล่านั้น แล้วทิ้งค้างไว้ให้ผู้อ่านได้จินตนาการต่อไป
หนังสือซีไรท์ประจำปี 2548 ชื่อหนังสือ เจ้าหงิญ ประเภท เรื่องสั้น ผู้แต่ง บินหลา สันกาลาคิรี ปีที่พิมพ์ 2546 ราคา 100 บาท
เจ้าหงิญ เป็นหนังสือ รวมเรื่องสั้น 8 เรื่อง ซึ่งอาจอ่านแยกกันเป็นเรื่องๆ แต่ด้วยวิธีการจัดเรียงอย่างมีระเบียบ เรื่องสั้นทั้ง 8 เรื่อง กลายเป็นเรื่องสั้นในเรื่องยาว เป็นนิทานซ้อนนิทาน ที่เรื่องต้นกับเรื่องท้ายมาบรรจบกันอย่างแนบเนียน ชวนให้ยิ้มและขันในความช่างคิดของผู้เขียน
ผู้เขียนเล่าเรื่องในรูปของนิทาน ซึ่งอิงกับประสบการณ์ การอ่านการฟังนิทานของคนในสังคม ทั้งเรียบง่ายและงดงาม เรียบง่ายด้วยเรื่องเล่าที่แฝงนัย เสียดสีความเขลาของมนุษย์ งดงามด้วยกวีโวหาร และจินตภาพที่อาจปลุกจินตนาการผู้อ่านให้บรรเจิดเพริดพราย
| Create Date : 19 เมษายน 2549 |
| Last Update : 19 เมษายน 2549 12:25:41 น. |
|
102 comments
|
| Counter : Pageviews. |
|
|
ซีไรต์ทับศัพท์มาจากคำว่า S.E.A. Write ซึ่งย่อมาจาก Southeast Asian Writers' Award
หมายถึงรางวัลวรรณกรรมที่มอบ ให้แก่ นักเขียน 10 ประเทศอาเซียน ได้แก่ บรูไน กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย พม่า ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม
ชื่อเต็มในภาษาไทย คือ "รางวัลวรรณกรรมดีเด่นอาเซียน" แต่มักจะเรียกย่อๆ ว่า รางวัลซีไรต์ อันเป็นชื่อซึ่งรู้จักกันทั่วไปในวงการประพันธ์ของประเทศไทย
กำเนิดซีไรต์
เมื่อต้นปี พ.ศ. 2522 ฝ่ายบริหารของโรงแรมโอเรียนเต็ลได้ริเริ่มรางวัลนี้ เนื่องจากโรงแรมโอเรียนเต็ล มีประวัติเกี่ยวข้องกับนักเขียนชั้นนำของโลกมาเป็นเวลาช้านาน
จะเห็นได้จากการที่จัดส่วนหนึ่งเป็น "ตึกนักเขียน" (AUTHORS' RESIDENCE) ขึ้น ประกอบด้วย ห้องชุดพิเศษโดยใช้ชื่อนักเขียนคนสำคัญที่เคยมาพัก ได้แก่ ซอมเมอร์เซ้ท มอห์ม, โนเอล โคเวิด, โจเซฟคอนราด และเจมส์มิเชนเนอร์ นอกจากนี้ยังมีห้องชุดเกรแฮม กรีน, จอห์นเลอ คาร์เร่ และบาบาร่า คาร์แลนด์ ในตึกริเวอร์วิง
ฝ่ายบริหารของโรงแรมโอเรียนเต็ล จึงได้ร่วมปรึกษากับบริษัท การบินไทย และกลุ่มบริษัทในเครืออิตัลไทย จัดตั้งรางวัลวรรณกรรมนี้ขึ้น โดยมีพระวรวงค์เธอ พระองค์เจ้าเปรม บุรฉัตร ทรงเป็นประธาน และได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี จากสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย และสมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทย
ต่อมา มูลนิธิจิมทอมป์สัน ได้เข้าร่วมในปี พ.ศ. 2523 แต่ถอนตัวออกในปี 2530 ธนาคารกรุงเทพ เข้าร่วมในปี พ.ศ. 2527 และ บริษัทริชมอนเด้ (ประเทศไทย) จำกัด เข้าร่วมในปี พ.ศ. 2531
หัวข้อในการหารือ คือ การส่งเสริมนักเขียนในกลุ่มอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ และการเผยแพร่ให้โลกรู้ถึงวัฒนธรรมทางวรรณกรรมของภูมิภาคนี้
วัตถุประสงค์
1. เพื่อให้เป็นที่รู้จักถึงความสามารถด้านสร้างสรรค์ของนักเขียนในกลุ่มประเทศอาเซียน
2. เพื่อให้ทราบถึงโภคทรัพย์ทางวรรณกรรม ทรัพย์สินทางปัญญาวรรณศิลป์แห่งกลุ่มประเทศอาเซียน
3. เพื่อรับทราบ รับรอง ส่งเสริมและจรรโลงเกียรติ อัจฉริยะ ทางวรรณกรรมของนักเขียนผู้สร้างสรรค์
3. เพื่อส่งเสริมความเข้าใจและสัมพันธภาพอันดีในหมู่นักเขียนและประชาชนทั่วไปใน
กลุ่มประเทศอาเซียน.