แม่น้ำปากพนัง







แม่น้ำปากพนัง




ผมมีโอกาสได้นั่งเรือล่องแม่น้ำปากพนังกับเพื่อนๆ ได้ทานอาหารเที่ยงบนเรือด้วย เป็นเรือชั้นเดียว จุคนได้ราว 40-50 คน มีห้องน้ำภายในเรือ โต๊ะอาหารเป็นแบบง่ายๆ เก้าอี้เป็นเก้าอี้พลาสติก มีพนักหลัง นั่งโต๊ะละ 4 คน ...ผมคาดว่า อาหารคงจะปรุงมาก่อนจากข้างบนท่า แล้วตักใส่หม้อมาเสิร์ฟในเรือ เพราะด้านท้ายของเรือไม่มีครัว มีแต่ หม้อ ถ้วยชาม น้ำแข็ง และขวดเครื่องดื่ม เต็มไปหมด







ล่องเรือแม่น้ำปากพนังในวันนั้น ท้องฟ้าบางช่วงมีเมฆครึ้ม ดีที่ฝนไม่ตก ระหว่างทางที่ทานอาหารไป และชมสองฝากแม่น้ำไป...มีไกด์ 'คุณครูสาธร' ซึ่งเป็นครูสอนภาษาไทยที่โรงเรียนปากพนัง และมารับจ๊อบพิเศษเป็นไกด์ ก็เล่าเรื่องเมืองปากพนังในอดีตให้ฟังหลายเรื่อง เป็นเรื่องที่ผมไม่เคยรู้ ไม่เคยได้ยินมาก่อน



พอพวกเราลงเรือ เรือก็ลอยลำออกจากท่าทันที อาหารก็เริ่มเสิร์ฟ ไกด์ก็เริ่มเล่าเรื่อง บางตอน ไกด์จะพูดทับศัพท์เป็นภาษาใต้ แต่เพราะไกด์พูดชัด และจะแปลภาษาไทยกลางให้ด้วย พวกเราบนเรือซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนภาคอื่น (แต่ผมเป็นคนภาคใต้นะครับ) จึงค่อนข้างสนุกกับทุกเรื่องที่ไกด์เล่าให้ฟัง …. เสียดาย ที่ผมไม่ได้จดบันทึกข้อมูลเหล่านี้ไว้เลย




มังคุดคัด เสียบไม้แบบลูกชิ้นปิ้ง เริ่มเสิร์ฟก่อนอาหารอื่นใด กรอบ หวาน เย็น อร่อยชื่นใจ แต่เสียดาย ได้ทานน้อยไปหน่อย ได้ทานเพียงคนละไม้







ไก่กอและ....เป็นไก่หมักเครื่องแกง เสียบไม้แล้วนำไปย่าง รสชาติออกหวาน แต่อร่อย ไก่นี้หากใครทานแบบไม่ระวัง ปากจะมีสีอย่างกับสีไก่....ที่โต๊ะผม จึงใช้กลยุทธ์เอาช้อนส้อม ขูดไก่ออกจากไม้เสียบ ใส่จานเสียก่อน แล้วจึงใช้ส้อมจิ้มชิ้นไก่เข้าปาก 5 5 5 5 5 5 5 ทานแบบผู้ดี







แต่ สุดท้าย โต๊ะกาโพ้ม ก็ถูกแซวว่า ดูท่าทาง ทานแบบผู้ดีเชียวนะ แต่....ไง กวาดซะเกลี้ยงทุกจานชาม





ผัดหมี่ไชยา เป็นหมี่ผัดกับเครื่องแกง (เครื่องแกงอีกแล้ว) ใส่กะทิเล็กน้อย คิดว่าคงจะใส่กุ้งป่นลงไปด้วย ทานกับผักสดๆ







กับข้าวอื่นๆ ยังมีอีกมากหลาย ...ผัดสะตอก็มี ปลาทอดขมิ้นก็มี ต้มยำปลากระบอกก็มี น้ำพริกกะปิก็มี แต่ผมทานไม่ทันเพื่อนๆแล้วครับ มัวแต่ถ่ายรูปอยู่นั่นแหละ ขอ หยุด ถ่าย ก่อน นะคร้าบบบ…. เรื่องกิน เรื่องใหญ่กว่า









ไกด์ 'คุณครูสาธร'











อดีต ที่นี่คือ โรงสีข้าวด้วยเครื่องจักรไอน้ำ












นี่ ก็เป็นปล่องโรงสีข้าว หากสังเกตดีๆ บนปล่องนี้ในปัจจุบัน มีต้นไม้งอกขึ้นมาด้วย หม่อมราชวงศ์ คึกฤทธิ์ ปราโมช ท่านเคยเปรยแบบขำขำ เมื่อมาเยี่ยมเมืองปากพนังว่า “เออ ดี เมืองปากพนังมีกระถางต้นไม้ที่สูงที่สุดในโลก”







ไม่ใช่ ปล่องโรงสี แต่เป็นเมรุเผาศพ











ท่าน้ำ เรือข้ามฟาก













คอนโดของนกนางแอ่น น่าอัศจรรย์เป็นยิ่งนัก คนไม่อยู่บ้าน แต่ให้นกนางแอ่น มาอยู่บ้านแทน แถม บางบ้านสร้างตึกหลายชั้นให้นกนางแอ่นเข้ามามาพักอีกด้วย







หากตึกใด เพิ่งสร้างใหม่ เขาจะมีวิธีเรียกนกโดยการเปิดแผ่นซีดีเสียงนกนางแอ่นภายในตึก ชักชวนให้นกเข้าตึก เปิดแผ่นอยู่นั่นแหละจนกว่านกจะเข้ามากพอควร ....นกนางแอ่นนี่ก็แปลก หากเข้าพักในตึกหลังใดแล้ว จะไม่ย้ายออกจากตึกนั้นเลย เรียกว่าผูกขาดอยู่ตึกนั้นกันตลอดไป



















เห็นหลังคาบ้านสังกะสีขึ้นสนิม มั๊ย? เดิมทีเป็นโรงสีข้าวที่เป็นที่รู้จักกว้างขวางของคนเมืองปากพนัง แต่ตอนนี้กลายเป็นเพียงอดีตซะแล้ว ...ก็ นะ เทรนด์ สร้างคอนโดให้นกนางแอ่นอยู่ กำลังมาแรง….รังนกนางแอ่น น่ะ หากสีขาวสะอาด ราคารับซื้อกิโลละ ขึ้นหลักแสน!!! ว๊าว...



























แม่น้ำปากพนัง สายน้ำชีวิตของชาวบ้านแห่งที่ราบลุ่มฝั่งตะวันออกของจังหวัดนครศรีธรรมราช ...มีต้นกำเนิดมาจากเทือกเขานครศรีธรรมราช(เขาหลวง) ไหลมาบรรจบกับแควน้ำสาขาที่ไหลมาจากทะเลสาบสงขลา ที่ตำบลปากแพรก ทั้งยังมีลำน้ำสาขาอีกหลายสายที่ไหลมารวมกัน กลายเป็น แม่น้ำปากพนังสายใหญ่ ไหลขึ้นไปทางด้านทิศเหนือ ลงสู่อ่าวนครฯ ในเขตอ.ปากพนัง รวมความยาวของแม่น้ำ 147 กิโลเมตร ไหลผ่านอาณาบริเวณเกือบ 2 ล้านไร่ ใน 11 อำเภอ 1 กิ่งอำเภอของ 3 จังหวัดคือ จ.นครศรีธรรมราช จ.พัทลุง และจ.สงขลา รวมเรียกว่า “ลุ่มน้ำปากพนัง”



ภูมิประเทศของลุ่มน้ำปากพนัง ทางด้านตะวันตกเป็นภูเขาสูง ตอนกลางเป็นเนินเขาและเป็นที่ราบสูง แล้วค่อยๆทอดตัวลงสู่ที่ราบลุ่มอันกว้างขวางและอุดมสมบูรณ์ทางทิศตะวันออก




ในครั้งอดีตกาล แม่น้ำปากพนังมีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก เพราะเป็นเส้นทางคมนาคมระหว่างเมืองและชุมชนต่างๆตลอดสองฝั่งน้ำ แต่ที่สำคัญกว่านั้น ก็คือพื้นที่ราบกว่า 5 แสนไร่นี้ เป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวที่ใหญ่ที่สุดของภาคใต้



ข้าวสารปากพนัง มีคุณภาพสูง รสชาติดี ทั้งยังให้ผลผลิตปริมาณมากพอที่จะส่งเป็นสินค้าออก จนกล่าวกันว่า "ปากพนังคืออู่ข้าวอู่น้ำของภาคใต้"



เมืองปากพนังครั้งกระโน้นจะคึกคัก ท้องน้ำคับคั่งไปด้วยเรือสำเภาต่างชาติที่เข้ามาซื้อข้าวไปขาย นับเป็นศูนย์กลางการค้าทางทะเลที่สำคัญมาก มีการติดต่อกับอินเดีย ลังกา จีน ชวา และประเทศตะวันตก ทั้งยังเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ศาสนา และความเจริญต่างๆของภาคใต้




สงครามมหาเอเชียบูรพา คือ จุดหักเหที่สำคัญยิ่งต่อทุกชีวิตในลุ่มน้ำปากพนัง หลังสงครามมหาเอเชียบูรพา ประเทศไทยต้องทำสนธิสัญญากับชาติตะวันตก ซึ่งถูกควบคุมการส่งข้าวเป็นสินค้าออก รวมทั้งต้องปิดเมืองท่าต่างๆ เศรษฐกิจที่เคยเฟื่องฟูของลุ่มน้ำปากพนัง จึงเริ่มผันแปร



แม่น้ำปากพนัง ที่เคยคลาคล่ำไปด้วยเรือของพ่อค้าวานิชจากต่างประเทศ จึงกลายเป็นเมืองท่าค้าขายสำหรับภายในประเทศเท่านั้น ยิ่งเมื่อการคมนาคมทางบกพัฒนาขึ้น มีถนนสายใหม่ๆ มุ่งเข้าสู่ตัวจังหวัดนครฯจากหลายทิศทาง ความสำคัญของเมืองปากพนังก็ยิ่งลดน้อยความสำคัญลง



ผู้คน พากันโยกย้ายถิ่นฐานไปอยู่ถิ่นอื่น บ้างก็ไปแสวงโชคในเมือง และมีไม่น้อยที่อพยพขึ้นควนขึ้นเขาไปหักร้างถางพง หาที่ทำมาหากินใหม่ของตนเอง



กระทั่งป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ แหล่งกำเนิดของต้นน้ำลำธารอันเป็นพื้นที่รับน้ำฝนและเก็บกักน้ำฝนตามธรรมชาติ ได้ถูกบุกรุกจนกลายสภาพเป็นป่าเสื่อมโทรม ครั้นเมื่อฝนตกลงมา ผืนป่าจึงไม่อาจเก็บกักน้ำไว้ได้ เกิดเป็นน้ำป่าไหลหลากลงท่วมไร่นาอย่างที่เคยเกิดขึ้นแล้ว ที่ ต.กะทูน อ.พิปูน จ.นครศรีธรรมราช




จะพอมีใครจำเรื่องราวเหล่านี้ ได้บ้างมั๊ย?



“เมื่อราวตีสอง ของวันที่ 22 พฤศจิกายน 2531 (ประมาณ 20 ปีที่แล้ว) ชาวบ้าน ต.กะทูน อ.พิปูน จ.นครศรีธรรมราช ได้ยินเสียงดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณ พร้อมกับกระแสน้ำป่าไหลเชี่ยวกราก พัดพาเอาดินโคลน หิน และท่อนซุงยักษ์ ลงมาจากภูเขา เข้าถล่มบ้านเรือน จนราพณาสูร …เพียงแค่ข้ามคืน หมู่บ้านใน ต.กะทูน ก็กลายเป็นทะเลโคลน ท่ามกลางท่อนซุงยักษ์ที่ลอยเกลื่อน ปะปนอยู่กับซากปรักหักพังของบ้านเรือนนับพันหลัง ผลสรุปความเสียหายของทางการคราวนั้นพบว่า กว่า 700 ชีวิต ต้องสังเวยชีวิตให้กับภัยพิบัติธรรมชาติ”





ยิ่งกว่านั้น ยังมีการบุกรุกทำลายป่าพรุ และป่าชายเลนของแม่น้ำปากพนัง ซึ่งเป็นป่าพรุและป่าชายเลนที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ เพื่อหวังจะทำนากุ้งกุลาดำโดยขาดระบบการวางแผนและวิธีจัดการที่ถูกต้อง มีการระบายน้ำเสียจากนากุ้งลงสู่แม่น้ำปากพนังทุกวัน อันเป็นผลทำให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรงต่อพื้นที่เกษตรกรรมโดยรวม และต่อระบบนิเวศวิทยา



เหล่านี้เป็นจุดวิกฤติที่ทำให้ลุ่มน้ำปากพนัง ที่เคยรุ่งโรจน์ในอดีต พบกับปัญหาอย่างหนัก แต่ ไม่เพียงแต่เท่านั้น ยังมีปัญหาจากการรุกตัวของน้ำเค็มเพิ่มเข้าไปอีก ซึ่งแต่เดิมนั้นเมื่อภูเขายังมีป่าไม้สมบูรณ์ ปริมาณน้ำจืดในแม่น้ำปากพนังจะมีมากพอที่จะผลักดันน้ำเค็มที่รุกขึ้นมาจากปากอ่าวออกไปได้ น้ำจืดจะสามารถหล่อเลี้ยงราษฎรสองฟากฝั่งของแม่น้ำได้ ปีละประมาณ 9 เดือน แม้จะมีการบุกรุกของน้ำเค็มบ้างก็เป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ ไม่เกินปีละสามเดือนในหน้าแล้ง



แต่เมื่อสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไป ปัญหาการบุกรุกของน้ำเค็มก็ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น จนบางครั้งน้ำเค็มรุกล้ำเข้าไปเป็นระยะทางประมาณ 100 กม. และคงอยู่อย่างนั้นเป็นเวลานานๆถึงปีละ 9 เดือน อันทำให้น้ำในแม่น้ำปากพนัง มีสภาพเป็นน้ำกร่อย ...ประกอบกับการประปาและระบบชลประทานที่ไม่ดีพอ ราษฎรในลุ่มน้ำปากพนังจึงประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำจืด เพื่อใช้ในการอุปโภคและบริโภคอย่างรุนแรง






กระทั่งความทราบถึงพระเนตรพระกรรณในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยพระเมตตาธิคุณอย่างใหญ่หลวง ทรงได้พระราชทานแนวพระราชดำริอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2521 เป็นต้นมา เพื่อพลิกฟื้นคืนชีวิตให้กับแม่น้ำปากพนัง อันได้แก่ โครงการเก็บกักน้ำจืด ระบายน้ำท่วม ป้องกันน้ำเปรี้ยวและป้องกันน้ำเค็ม โดยดำเนินการก่อสร้างประตูระบายน้ำปากพนัง พร้อมอาคาร และโครงการสนับสนุนด้านอื่นๆจากหน่วยราชการอีกหลายหน่วยงาน



ทำให้ราษฎรในลุ่มน้ำปากพนัง ต่างพบกับชีวิตใหม่อันสดใส ได้รับความอุดมสมบูรณ์ของลุ่มน้ำปากพนังกลับคืนมา ต่างสามารถประกอบสัมมาชีพอย่างเป็นปกติสุขด้วยใบหน้าผ่องใส ยิ้มแย้มอย่างมีความสุข ทั้งนี้ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อันประมาณค่ามิได้





























ตลาดกลางกุ้งกุลาดำ มีกุ้งกุลาดำมาลงที่ตลาดแห่งนี้ จากหลายจังหวัดของภาคใต้ ประมาณเวลา 02.00 น.ของทุกคืน แล้วเรือประมงหรือรถบรรทุกก็จะนำกุ้งกุลาดำสดๆ ไปส่งที่กรุงเทพ







โรงงานผลิตปลาป่น เป็นโรงงานที่นำปลาทุกชนิด ส่วนใหญ่จะเป็นปลาตัวเล็กตัวน้อยที่เขาไม่รับซื้อ และเริ่มเน่าเสีย นำมาต้มให้สุก แล้วบีบเอาน้ำออก บรรจุถุง ส่งขายโรงงานผลิตอาหารสัตว์ ซึ่งในอันดับต่อไป ก็จะถูกแปลงเป็น เพ็ตดีกรี อาหารสุนัข อาหารแมว น่าน ละ








เครื่องมือจับปลาชนิดต่างๆ มีวางอยู่ตลอดลำน้ำปากพนัง บางแห่งวางซ้อนกัน ถึง 2 ชิ้น









































ไกด์ ถามพวกเราว่า... รู้ไหมว่า ทำไมหนุ่มๆฝั่งนี้ จึงอิจฉาหนุ่มๆฝั่งตรงข้าม ทั้งๆที่หน้าตา รูปร่าง ความรู้ ฐานะ ก็เหมือนๆกัน...ก็เพราะ หนุ่มๆฝั่งนี้ อิจฉา ที่หนุ่มๆฝั่งโน้นมีถนน แต่ฝั่งของตัวเอง ไม่มี ...อด ขี่มอเตอร์ไซค์อวดสาวๆ เล้ยยยย







เรือเริ่มออกปากน้ำปากพนัง











ตอนนี้ เรือจะต้องวิ่งภายในร่องน้ำเท่านั้น จะวิ่งออกนอกร่องน้ำไม่ได้ ไม่งั้น เรือจะติดโคลน…สุดแหลมทางขวามือ คือเขตแหลมตะลุมพุก แหลมวิปโยคด้วยวาตภัยในอดีต แต่เรือไม่ได้แล่นไปถึงที่นั่น เพราะปัญหาเรื่องเรือจะติดโคลน ด้วยต้องออกนอกร่องน้ำ ...สุดท้ายเรือก็วกกลับเข้าในตัวเมืองอีกครั้ง








เวที เดอะสตาร์ หรือ เอเอฟ ฤาจะสู้ เวทีนี้…. เพลงคาราโอเกะที่นำมาร้องทั้งหมด คัดสรรเพลงมาให้โดยคุณครูสาธร ไกด์ใจอารี อุ อุ อุ เพลงสนุกและคึกคัก พวกเราต่างร้องกันได้ หมดทุกเพลง!!!











เรือกลับเข้ามาถึงเขตตลาดแล้ว











ที่สุดเรือก็นำพวกเรา มาถึงท่า โดยสวัสดิภาพ








รักคนอ่านครับ





yyswim







Create Date : 06 พฤศจิกายน 2551
Last Update : 6 พฤศจิกายน 2551 21:14:54 น. 43 comments
Counter : Pageviews.

 
เข้ามาเจิมคนแรกค่ะ...อิอิ

เห็นลุ่มแม่น้ำปากพนัง ทำให้นึกถึงลุ่มแม่น้ำตาปีแถวบ้าน
เลยค่ะ ขอบคุณสำหรับเรื่องราวสาระดีๆ และภาพสวยๆ
ที่นำมาให้ดูนะคะ


โดย: เด็กแนวแถวชายแดน วันที่: 6 พฤศจิกายน 2551 เวลา:16:10:20 น.  

 
ตามมาเที่ยวด้วยคนค่ะ

อาหารน่ากินจัง


โดย: ความเจ็บปวด วันที่: 6 พฤศจิกายน 2551 เวลา:16:13:21 น.  

 
มังคุดน่ากินจังค่ะ เดี๋ยวมาอ่านใหม่นะ งานยุ้งยุ่ง ก็ยังแอบมา


โดย: butbbj วันที่: 6 พฤศจิกายน 2551 เวลา:16:36:53 น.  

 
ไก่กอและน่ากินมากมายครับคุณพี่
อร่อยป่าวไม่รุ๊
แดงแปร๊ดได้ใจเจงเจง


เอ่อรูปน้ำตกใช้ขาตั้งกล้องครับ
ม่ายงั้นไม่งาม


เอ่อพี่ครับ...เสาร์เน้พี่จะดูแต่แก้วอย่างเดียวเหรอครับ
ไม่คิดจะหยิบจะจับมันมาซัดโฮกมั่งเหรอครับพี่....


โดย: big-lor วันที่: 6 พฤศจิกายน 2551 เวลา:16:56:33 น.  

 
โอ่โหหหหหหหหหหหหหหหหหห


นี่มันงานเลี้ยงวัยรุ่นหลังเกษียณอ่ะป่าวครับ อิอิ

ผมจะโดนเคืองมั้ยหว่า


โดย: อืม...ครับ เชิญตามสบาย วันที่: 6 พฤศจิกายน 2551 เวลา:17:05:20 น.  

 
โห..

พักร้อนสองสามวันเนี่ย ได้ความรู้แบบเต็มๆเลยนะคะ

สมัยเด็กๆก็เคตยอยู่นคร . แต่จำรายละเอียดอะไรไม่ค่อยได้เท่าไหร่ นอกจาก... มังคุดคัด ..อิ อิ ชอบมากกกกกกกกกกก


โดย: blueschizont วันที่: 6 พฤศจิกายน 2551 เวลา:19:01:13 น.  

 
เสาร์นี้พบกันนะครับพี่ ร้านเดิม


โดย: พยัคฆ์ร้ายแห่งคลองบางหลวง วันที่: 6 พฤศจิกายน 2551 เวลา:19:05:38 น.  

 
ตามมาเที่ยวเมืองปากพนังด้วยคน


โดย: chanaw2485 (chanaw2485 ) วันที่: 6 พฤศจิกายน 2551 เวลา:20:07:29 น.  

 
emoemoemoemo
มาเยี่ยมบล็อกพื่สินที่ไร ได้ทั้งสาระบันเทิง
และความรู้รอบกลับไปพะเรอเกวียนเลย อิอิ


โดย: หอมกร วันที่: 6 พฤศจิกายน 2551 เวลา:20:42:44 น.  

 
เที่ยวแบบนี้น่าสนใจนะครับ
ได้ทานอาหารแล้วล่องเรือชมสองฝั่งแม่น้ำ
แต่ถ้าสั่งอาหารไว้ไม่พออิ่มคงต้องรอกลับเทียบท่าก่อนแน่
ภ้าไม่มีครัวบนเรือ


โดย: ลุงแอ๊ด วันที่: 6 พฤศจิกายน 2551 เวลา:20:48:55 น.  

 


ธ ร ร ม ะ ส วั ส ดี จ๊ ะ

ไม่ได้ไปแต่ก็เหมือนได้ไปด้วย
ดูทุกภาพ อ่านทุกตัวอักษรเลยนะ

สนใจคอนโดนก ชอบกระถางต้นไม้ที่สูงที่สุดในโลก

ความรุ่งเรืองของลุ่มน้ำปากพนังในอดีตซึ่งโรยราไปตามกาลเวลา
อาจเตือนผู้คนในวันนี้ทางอ้อมว่า
ทุกสิ่งล้วนไม่เที่ยงแท้แน่นอน
สูงอาจจะหล่นลงต่ำ หรือเตี้ยอาจจะพุ่งขึ้นสูงก็ได้
จึงไม่ควรประมาทกับชีวิต

รักษาสุขภาพ และทำงานอย่างมีความสุขนะจ๊ะ




โดย: ร่มไม้เย็น วันที่: 6 พฤศจิกายน 2551 เวลา:20:56:59 น.  

 
ภาพสวยจังเลยค่ะ

พี่ชายแสนดีไปทุกที่มีความสุขเสมอเลยค่ะ

รักษาสุขภาพด้วยนะค่ะ



โดย: catt.&.cattleya.. วันที่: 6 พฤศจิกายน 2551 เวลา:21:06:34 น.  

 

ถ้าเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับปากพนัง
จ.นครศรีธรรมราชล่ะก็อุ้มคุ้นเคยค่ะพี่สิน


โดย: อุ้มสี วันที่: 6 พฤศจิกายน 2551 เวลา:23:20:50 น.  

 
อ่านแล้วเหมือนไปเที่ยวด้วยตัวเองเลยค่ะ
มังคุดเสียบไม้น่าทานค่ะ

ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมนะคะ ฝันดีค่ะ


โดย: เป็นสมาชิกเมื่อวาน วันที่: 6 พฤศจิกายน 2551 เวลา:23:40:06 น.  

 


คิดถึงปากพนัง ครับ ไม่ได้ไปมานานแล้ว แต่ก่อนตอนเด็กๆไปบ่อย

ปากพนัง ถึงไม่มีมุมสวยๆให้ถ่ายรูปเท่าไหร่ แต่ผมเชื่อว่า ใครที่ไปแล้วต้องประทับใจ ครับ จริงมั๊ย

คอนโด นก ที่เค้ากล้าลงทุนสร้างก็ รังนก กิโลเป็นหมื่นนี่ครับ

สร้าง 10 ล้าน ถ้านกเข้าอยู่ไม่กี่ปีก็คืนทุน ทีนี้ก็รับทรัพย์

แต่ก็เจ๊งไปหลายรายที่นกไม่ยอมเข้าอยู่


*ค่าเรือ นี่ประมาณเท่าไหร่ ครับ ใช้เวลานานมั๊ย
ผมคนนครศรีฯ แท้ๆ ยังไม่เคย นั่งเลย อยากลองบ้าง


โดย: OFFBASS วันที่: 6 พฤศจิกายน 2551 เวลา:23:57:20 น.  

 
ไป นครศรีธรรมราช ไม่ได้ กินมังคุดคัด ถือว่าไปไม่ถึง

เค้าจะใช้ มังคุด ที่ยังไม่สุก คือลูกเขียวๆ มาทำ

อร่อยครับ


โดย: ปล.เป็นลืม (OFFBASS ) วันที่: 6 พฤศจิกายน 2551 เวลา:23:59:16 น.  

 


ว้าววววว
ชอบเที่ยวแบบนี้จังเลยค่ะ
นั่งเรือชมข้างทางไปเรื่อยๆ
ยิ่งมีอาหารด้วย เช้า-เย็น เลยค่ะ อิอิ


โดย: ข้ามขอบฟ้า วันที่: 7 พฤศจิกายน 2551 เวลา:1:52:43 น.  

 
มาเที่ยวด้วยคนอะคับเพ่สิน...

ปล..เดี๋ยวเข้ามาใหม่นะเคิ้บ เพิ่งกลับจากร้าน












โดย: ทะลึ่งเบ่เบ๋ วันที่: 7 พฤศจิกายน 2551 เวลา:3:42:42 น.  

 
ได้ไปปากพนังมาเมื่อปีที่แล้วครับ
ไปงานแต่งงานของน้องที่ทำงาน
อากาศดีเนอะครับ


โดย: เอก IP: 203.185.134.4 วันที่: 7 พฤศจิกายน 2551 เวลา:9:56:30 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


...แวะมาทักทายยามสายๆ ของวันศุกร์...

...ขอให้คุณสินมีความสุขกับชีวิตมากๆ นะครับ...


โดย: doctorbird วันที่: 7 พฤศจิกายน 2551 เวลา:10:30:16 น.  

 
Comment Hi5 Glitter

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

หวัดดีค่ะ แวะมาทักทายกันก่อนวันหยุดสุดสัปดาห์จ้า มาชมรูปบ้านพี่สินอีกรอบ


โดย: หอมกร วันที่: 7 พฤศจิกายน 2551 เวลา:10:32:09 น.  

 
...


น่าสนุกดีครับ

ว่าแต่...ฟ้าครึ้มใช่ป่าวครับพี่?

ไม่มีแดดเลย ถ้ามีภาพคงสวยกว่านี้นะครับ

แต่อาจจะร้อนได้





โดย: The Legendary Midfielder วันที่: 7 พฤศจิกายน 2551 เวลา:11:43:19 น.  

 
อารมณ์เหมือนได้ล่องเรือเที่ยวพร้อมกับ
คุณสินและเพื่อนๆ เลยอ่ะค่ะ ดูสิค่ะ มีหลากหลาย
ที่ชวนติดตามเลย สวย และเพลินๆ เลย
กับความเป็นบ้านเราเมืองไทยของเรา เพราะว่า
ไปชมสิ่งสวยงามตามริมน้ำอย่างนี้ เป็นสิ่งที่
โปรดเลยคะ แล้วยิ่งได้อาหารเตะตา .. ถึงกระเพาะ
รับรองว่าชอบสุดๆ เลยคะคุณสิน ...



.........

มังคุดเสียบไม้ มองตั้งนานแน่ะคะว่ามันคืออะไร
เพราะว่าเห็นเสียบไม้แล้วยังนึกถึงแต่ลูกชิ้นล่ะค่ะ ..
น่าอร่อยจัง หวานกรอบ ..พูดแล้วอยากกินน๊าเนี่ย


................

ที่คุณสินถามว่าไปจาการ์ต้าคนเดียวหรือว่ากับ
หมู่คณะ .. ครั้งนี้ไปกับหมู่คณะสื่อมวลชนของบ้านเรา
5 คนค่ะ บวกอีก 1คนจาก Nokia ของไทยคะ
กลับมาพร้อมกัน เหนื่อยแต่ก็เพลินและเกือบสลบเลยค่ะ


โดย: JewNid วันที่: 7 พฤศจิกายน 2551 เวลา:12:25:14 น.  

 

ดูภาพน้ำซะฉ่ำใจเลยค่ะพี่สิน เมืองปากพนังน่าไปจัง
มังคุดเสียบไม้ ปอเคยเห็นเพื่อนเอามาโพสฝากเหมือนกันค่ะ น่ารัก น่าทานดีนะคะ อิอิ




กาแฟมาฝากสำหรับเย็นวันศุกร์ค่ะ งุงิ ^ ^


โดย: Butterflyblog วันที่: 7 พฤศจิกายน 2551 เวลา:18:34:38 น.  

 


เอาภาพน้ำกระเพื่อมมาฝากค่ะ อิอิ


โดย: Butterflyblog วันที่: 7 พฤศจิกายน 2551 เวลา:18:40:55 น.  

 
เฮีย



อกหักอ่ะ



หาแฟนให้คนเดะ


โดย: สันดานเสีย วันที่: 7 พฤศจิกายน 2551 เวลา:19:20:13 น.  

 
+ โอยย โหลดรูปไม่รอดอ่ะคร้าบ พี่สิน มาไม่กี่รูปเองอ่า
+ แต่ถ่ายมาได้สวยหลายเน้อ ... วันนี้ดึกแล้ว ถ้าวันจันทร์หน้านี้ยังอยู่ เด๋วจะลองโหลดใหม่ดูนะครับผม


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 7 พฤศจิกายน 2551 เวลา:22:27:34 น.  

 
พอดีบ้านเราอยู่ตรงนั้นนะอยู่แถวท่าเรือที่ใช้ขึ้นกุ้งนะ
บรรยากาศที่บ้าน
เห็นแล้วคิดถึงบ้านมากๆ


โดย: บ้านบ้าน IP: 123.242.139.146 วันที่: 8 พฤศจิกายน 2551 เวลา:7:23:23 น.  

 

โอโห้ สวยงามมากๆค่ะ อยากไปจัง ไว้มีโอกาสจะไปเที่ยวให้ทั่วไทย ฮ๋าๆๆๆๆๆๆๆ

เห็นค่ะว่า เมืองไทยมีที่เที่ยวตั้งเยอะนะค่ะ
เที่ยวไทย ช่วยไทย ดีกว่านะค่ะ


โดย: ดอกหญ้าเมืองเลย วันที่: 9 พฤศจิกายน 2551 เวลา:3:59:57 น.  

 
เอเจล


โดย: เอเจล (mlmboy ) วันที่: 9 พฤศจิกายน 2551 เวลา:5:05:12 น.  

 
ภาพสวยจังค่ะ
อาหารน่ากินทุกอย่างเลยพี่สิน
หนูมองแต่อาหารเลย อิๆ
แต่อาหารตาก็สวยค่ะ(วิว)


โดย: kai (aitai ) วันที่: 9 พฤศจิกายน 2551 เวลา:12:20:41 น.  

 
เนื้อหาดีมากเลยค่ะ ปากพนังนี้สวยมากไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนเลย น่าสนุกนะ บรรยากาศบนเรือ อยากไปจัง


โดย: คนรักปากพนังฝั่งตก IP: 124.157.176.84 วันที่: 27 ธันวาคม 2551 เวลา:19:27:08 น.  

 
ค่าเรือ 1 บาทเอง อยากกลับปากพนังจัง ไม่ได้กลับนานแล้ว


โดย: เด็ก ป.น. IP: 125.25.78.51 วันที่: 3 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:15:42:26 น.  

 
อยากทำงาน ที่นคร มาก ย้ายกลับหลายทีแล้วเฉี่ยวไปเฉี่ยวมา ภูเก็ต มั่ง หาดใหญ่มั่ง ยะลามั่ง


โดย: เด็ก ร.ร. ชาย IP: 58.8.134.220 วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:13:14:00 น.  

 
ดีใจที่คนชอบบ้านเรา..
เอาภาพแม่น้ำปากพนังตอนเย็น ๆ มาฝาก...
http://dokdin.multiply.com/photos/album/11


โดย: คนปากพนัง IP: 125.27.175.239 วันที่: 17 มิถุนายน 2552 เวลา:19:30:32 น.  

 
บ้านเราเอง


โดย: phi IP: 58.147.25.219 วันที่: 9 กรกฎาคม 2552 เวลา:14:55:02 น.  

 
คิดถึงบ้านขึ้นมาอย่างฉับพลัน


โดย: ผ่านมา IP: 58.64.55.90 วันที่: 17 กรกฎาคม 2552 เวลา:10:25:34 น.  

 
ได้ดูภาพเยอะแยะมากมายและที่สำคัญเอาไปทำรายงานได้ด้วย


โดย: เพื่อนเรียกยัยโหด IP: 10.0.0.24, 118.173.151.73 วันที่: 28 กรกฎาคม 2552 เวลา:16:32:46 น.  

 
อยากให้ช่างภาพช่วยถ่ายภาพหลวงพ่อผูดและแท่นศิวลึงค์ในวัดนันทารามให้ดูหน่อยครับเป็นภาพแสดงถึงความเก่าแก่ของสถานที่แห่งนี้ครับ
จากคนบ้านท่าออก จาก ร.ร. นศ.3 มา34 ปี


โดย: รวม IP: 58.10.155.101 วันที่: 29 กันยายน 2552 เวลา:13:16:23 น.  

 
ปากพนังเดี๋ยวนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้วครับ สมัยก่อนปากพนังเป็นที่ค้าขายข้าวที่สำคัญของภาคใต้ เป็นเมืองท่าที่มีคนอาศัยอยู่มาก แม่เคยเล่าให้ฟังว่าข้าวที่ปลูกในอำเภอปากพนังสามารถเลี้ยงคนได้ทั้งภาคใต้เลยทีเดียว สังเกตุได้ว่าจะมีโรงสีข้าวอยู่เป็นจำนวนมาก เมื่อก่อนชาวจีนจะล่องเรือสำเภาจากเมืองจีนเพื่อมาซื้อข้าวจากปากพนังโดยตรงเลยครับ สมัยแม่ผมยังเด็กอายุ10 ขวบนะยังเห็นเรือสำเภาจีนอยู่เลย(ตอนนี้ 66 แล้วครับ) แต่ปัจจุบันนี้ปากพนังกำลังจะกลายเป็นเมืองร้างแล้วครับ ผู้คนก็น้อยลงไปทำมาหากินที่อื่น เมื่อก่อนตอนผมเด็กๆผมจะขี่รถตอนกลางคืนก็จะเห็นรถวิ่งสวนไปมาเยอะแยะ แต่เดี๋ยวนี้พอสองทุ่มก็แทบจะไม่เห็นรถวิ่งสวนมาสักคัน บ้านผมอยู่ในตลาดเช้า(ตลาดในปากพนังฝั่งตะวันออกจะมีสองตลาดครับคือตลาดเช้าและตลาดเย็น ตลาดเย็นคือตลาดท่าเรือนั่นเองซึ่งเป็นตลาดแห่งแรกของอำเภอปากพนังครับ) ปากพนังในสมัยก่อนจะสนุกสนานมาก เพราะมีผู้คนเยอะแยะเข้ามาอาศัยอยู่ในปากพนัง ตอนนี้กลับเงียบเหงา ...


โดย: คนปากนัง IP: 118.175.15.178 วันที่: 20 กันยายน 2553 เวลา:23:57:03 น.  

 
ผู้คนปากพนังได้หายไปเพราะ ว่าการสร้างประตูระบายน้ำ อุทกวิภาชประสิธิ์ ทำให้คนที่ จับปลาในลุ่มน้ำปากพนังต้องเดือดร้อน ต้องย้านถิ่นฐาน ไปอยู่ที่อื่น โดยที่ขอให้เปิดประตูระบายน้ำให้ประชาชน เพื่อให้ประชาชนได้หา ปู ปลา แต่ก็ไร้วี่แวว ปลาเลยหมด หรือว่ามีน้อย ปลาน้ำกร่อยที่มีราคาแพงได้หายไปหมดโดยที่ชาวบ้านเรียก ร้องอ่ะไรไม่ได้เลย เดือดร้อนมากครับตอนนี้ เปิดประตูให้ประชาชนด้วยครับ ปล.จากคนลุ่มน้ำปากพนัง คนคลองท่าพญา http://kronparkphanang.blogspot.com/


โดย: วิวัฒน์ IP: 115.67.92.8 วันที่: 24 กันยายน 2553 เวลา:1:31:20 น.  

 
คิดถึงบ้านจังเลย


โดย: เอ IP: 124.120.55.85 วันที่: 18 มีนาคม 2555 เวลา:23:54:17 น.  

 
เห็นภาพแล้วคิดถึงบ้าน คิดถึงพ่อแม่...คิดถึงความหลัง.... อยู่ที่ไหนไม่สุขใจเท่าอยู่ที่บ้าน...ปากพนังที่รัีก....


โดย: ตุ๊ก IP: 115.87.78.239 วันที่: 28 เมษายน 2555 เวลา:7:58:10 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
yyswim
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 26 คน [?]





บล็อกสรรสาระนี้ จขบ.ไม่ได้เขียน-ไม่ได้ถ่ายภาพ-ไม่ได้อัพโหลดคลิปเอง หากแต่ทำหน้าที่เป็นบรรณาธิการบล็อก เสาะหาเรื่องดีๆ รูปสวยๆ คลิปแปลกๆ มาไว้ในบล็อก


ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยม ขอเชิญชมหรืออ่านตามสบาย ไม่ต้องคอมเมนต์ก็ได้ จขบ.ชอบการเข้ามาเยี่ยม แบบกันเอง ง่ายๆ สบายๆ




เริ่มเขียนBlog เมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ.2548


เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ.2550 เวลา 23.30 น.


เริ่มนับจำนวนผู้เข้าเยี่ยมชม




Latest Blogs

New Comments
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2551
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
6 พฤศจิกายน 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add yyswim's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friends


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.