พระราชนิพนธ์พระเทพ




พระราชนิพนธ์พระเทพ



ที่มา : บทความ “ท่องโลกกว้างผ่านพระราชนิพนธ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี”
และ : บทความ “สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ธ ทรงเป็นรัตนนารีแห่งสยามประเทศ”
จาก น.ส.พ.แนวหน้า http://www.naewna.com
Sunday, April 02, 2006



ในการเสด็จพระราชดำเนินประเทศต่างๆ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี จะทรงมีพระราชนิพนธ์ถ่ายทอดเรื่องราวที่น่าสนใจของประเทศนั้นๆ ออกมาให้ประชาชนชาวไทยได้อ่านเป็นความรู้อยู่เสมอ


ประสบการณ์ความรู้เหล่านี้ แม้ผู้อ่านจะไม่ได้เดินทางไปด้วยตนเอง แต่ก็เสมือนได้ท่องไปในดินแดนแห่งนั้นๆอันเป็นการเปิดโลกกว้างไปด้วย





จะขอยกตัวอย่างบางส่วนของพระราชนิพนธ์ในประเทศต่างๆบางประเทศมาเสนอ


ทัวร์น้องโจ้ (เสด็จเยือนออสเตรเลีย ปี พ.ศ. 2527)

ทรงเขียนไว้ในคำนำว่า เคยศึกษาทราบว่าประเทศออสเตรเลียเป็นประเทศกว้างใหญ่ แต่มีพลเมืองน้อย เมื่อได้ไปเห็นจึงได้ทราบว่า ในบริเวณที่กว้างขวางนั้นส่วนหนึ่งเป็นดินแดนแห้งแล้ง ลำบากในการดำรงชีวิต จึงเห็นว่าผู้ที่ไปบุกเบิกดินแดนจนทำมาหากินได้ จะต้องมีความมานะอดทนอย่างน่าสรรเสริญ


และทรงเล่าว่า ก่อนลงจากเครื่องบินที่เมืองซิดนีย์ มีเจ้าหน้าที่ของเขาขึ้นมาพ่นยา เพื่อป้องกันแมลงต่างๆ ที่อาจหลงติดมากับเสื้อผ้าหรือสิ่งของต่างๆของผู้โดยสาร ซึ่งแมลงเหล่านี้เป็นอันตรายมากต่อผลผลิตทางการเกษตรของประเทศเขา จึงต้องมีมาตรการที่เข้มงวด...


จากพระราชนิพนธ์ในเล่ม ทำให้เราได้ทราบว่า แกะพันธุ์ เมอรีโน(Merino) เป็นแกะที่เลี้ยงไว้สำหรับตัดขนไปขาย และยังมีแกะประเภทอื่นที่ใช้เนื้อเป็นอาหาร นอกจากนี้แกะตัวที่ถูกตัดขนไปแล้ว ต้องมีเสื้อที่เรียกว่า "Sheepcoath" ให้ใส่ในฤดูหนาว มิฉะนั้นมันอาจจะหนาวตายได้ และต้องใส่เสื้อนี้ไปจนถึงฤดูร้อน


ระหว่างเดินทางพระองค์ท่านได้ทอดพระเนตรเห็นแกะนอนกลางแจ้ง ก็ถามเจ้าหน้าที่ว่า ถ้าฝนตกมันจะทำอย่างไร เขาก็ว่าไม่เป็นไร เพราะขนแกะนี้มีน้ำมันทำให้น้ำไม่ซึมเข้าตัวแกะ นอกจากฝนตกมากๆไปชุ่มอยู่ในขนแกะลุกไม่ขึ้นจึงจะตายได้


และที่ออสเตรเลียนี้ มีสุนัขต้อนแกะพันธุ์ Keith ซึ่งเป็นสุนัขพันธุ์ของที่นี่โดยเฉพาะ เช่นเดียวกับตัว วอมแบต(Wombat) ที่มีเฉพาะในออสเตรเลีย หน้าตาคล้ายหนูปนหมี มีกระเป๋าหน้าท้องคล้ายจิงโจ้แต่กลับคว่ำลง


วอมแบตเป็นสัตว์ชอบขุดคุ้ยชอบกินหญ้าและงุ่มง่ามมาก จึงมักถูกรถชนตายเสมอ



ไทยเที่ยวพม่า (เสด็จเยือนประเทศพม่า ปี พ.ศ. 2529)

ในคำนำทรงเขียนตอนหนึ่งว่า การที่ประเทศจะเป็นมิตรหรือข้าศึกนั้น ย่อมมีเหตุปัจจัยอันเป็นองค์ประกอบต่างๆ ถ้าผลประโยชน์ความต้องการขัดแย้งกัน ก็อาจเป็นอริพุ่งรบกันได้ แต่ถ้าเหตุปัจจัยเกื้อกูลกัน ก็จะเกิดความเป็นมิตร ถ้าเหตุปัจจัยเปลี่ยนแปลงไป รูปแบบความสัมพันธ์ก็จะเปลี่ยนไปด้วย

พม่าและไทยเป็นตัวอย่างที่ดี แม้จะเคยเป็นคู่สงครามกันมาก่อน บัดนี้ก็มีไมตรีต่อกัน


ในพระราชนิพนธ์เล่มนี้ได้เล่าว่า เวลาในพม่าช้ากว่าเวลาในไทยครึ่งชั่วโมง เจดีย์ชเวดากองไม่มีพระสงฆ์อยู่ มีแต่เจดีย์ และรอบๆจะเป็นรูปปั้น เทวอัฐเคราะห์ (อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์)


พม่ามีแจกันรูปกุ้ง ที่เขาใช้ในพิธีแต่งงานชาวพม่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกยะไข่ ถือว่ากุ้งเป็นมงคล สำหรับไทย พระองค์ท่านว่าเราใช้ กุ้ง ในพระราชพิธีลงสรงหรือใส่ในขันพระขันสาคร เวลาทำขวัญเดือนเจ้านาย โดยเอากุ้ง ปลา เป็นเครื่องหมายว่าเป็นแม่น้ำ ทะเล แต่ไม่ได้ถือว่าเป็นของศักดิ์สิทธิ์


ที่เมืองมัณทะเลย์ พระองค์ได้ไปดูระฆังที่เขาว่าใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งถ้าดูขนาดแล้ว จริงๆต้องอยู่ที่รัสเซีย แต่ที่นั่นตีไม่ดัง เพราะเมื่อหล่อแล้วแตก ดังนั้นระฆังของพม่าที่นี่ จึงเป็นระฆังที่ตีดังใบใหญ่ที่สุดในโลก หนัก 9 ตัน เจ้าปดุงเป็นผู้สร้าง

ซึ่งเจ้าปดุงนี้ พม่าเรียกว่า "โปโดปยา" (Bodopaya) ที่เรียกว่า ปดุง เพราะก่อนขึ้นครองราชย์กินส่วยเมืองปดุง


ซองเกาะ คือพิณ 16 สาย ของพม่า และระนาดเรียกว่า ปัตตหล่า เสียงคล้ายคลึงกับไทย แต่ไม้ตีสั้นๆ รูปร่างคล้ายไม้ตีฆ้อง แต่เล็กกว่า วิธีตีคล้ายกับตีระนาดทุ้ม





โรมันสัญจร (เสด็จฯเยือนประเทศอิตาลี ปี พ.ศ.2531)

ทรงเขียนในคำนำว่า อิตาลีเป็นแหล่งอารยธรรมตะวันตกหลายยุคหลายสมัยนับเป็นพันๆปี เป็นที่ก่อกำเนิดความเจริญในด้านต่างๆที่ยังมีหลักฐานตกทอดมาจนถึงทุกวันนี้ ในปัจจุบันเขาก็รักษาของเก่าเอาไว้ได้เป็นอย่างดี


ในพระราชนิพนธ์ทรงเขียนไว้ว่า สถาปัตยกรรมของเวนิสนั้น ถือได้ว่ากำเนิดมาจากน้ำ

เนื่องจากเป็นกลุ่มอาคารที่สร้างบนเกาะเล็กๆนับร้อยเกาะ ต้องผจญกับกระแสน้ำขึ้นน้ำลง บางทีกระแสน้ำก็แรงมาก ลมทะเลก็พัดแรง ทำให้เมืองเวนิสต่างจากเมืองภาคพื้นดิน ภูเขาหรือแม้แต่เมืองชายทะเลอื่นๆ ให้สังเกตว่า อาคารจะตกแต่งให้สวยงามเฉพาะด้านที่หันหน้าเข้าคลองใหญ่(เท่ากับด้านหน้าหันเข้าถนนในบ้านเรา) ส่วนที่หันหน้าเข้าหาถนน จะสร้างอย่างไม่ประณีตนัก


ซึ่งเขาอธิบายว่า เพราะชาวเวนิสเป็นพ่อค้า มักจะคิดเรื่องผลประโยชน์มากกว่าจะเพ้อฝันไปในเรื่องของความสวยงาม จะสร้างบ้านเรือนหรือแม้แต่วัด ก็จะคำนวนเป็นอย่างดีว่าคุ้มค่าแค่ไหน


หอเอนปีซ่า สร้างโดย Bononno Pisano ในค.ศ.1173 พอสร้างได้ถึงชั้นที่ 3 ก็ต้องหยุด เพราะว่าเริ่มจมลงไป เขาจึงทิ้งไว้อย่างนั้น 90 ปี แล้วก็เริ่มสร้างต่อโดย Giovanni di Simone และลูกของ Andrea Pisano ทำหอระฆังข้างบน รวมเป็น 8 ชั้น


หอเอนนี้ เป็นศิลปะแบบโรมาเนสก์(ศิลปะทางศาสนาของคริสศตวรรษที่ 11/12 ก่อนที่จะถึงศิลปะโกธิค) มีลักษณะลวดลายโค้งๆกลมๆ


และมีผู้เล่าว่าหอเอียงนี้ เอียงลงไปปีละ 1 มม.กะว่าจะล้มประมาณ ค.ศ. 2151 ซึ่งพระองค์ท่านว่าพวกเราคงตายไปแล้ว


ที่วาติกันพระองค์ท่านเล่าว่า การเข้าเฝ้าพระสันตะปาปานั้น ถ้าจะให้ถูกต้องตามระเบียบต้องแต่งชุดดำและมีผ้าคลุมหน้าด้วย แต่ภายหลังเปลี่ยนแปลงไปแล้ว และที่นี่มีทหารสวิสแต่งกายด้วยเครื่องแบบโบราณที่ไมเคิ้ลแองเจโล่ ออกแบบคอยรักษาการอยู่ด้วย

-

มุ่งไกลในรอยทราย (เสด็จฯเยือนจีน ปี พ.ศ.2533)

ในคำนำทรงกล่าวว่า การอธิบายปรากฏการณ์ธรรมชาติบางครั้งก็ยากยิ่ง ธรรมชาติมักจะก่อความพิศวงขึ้น ในจิตใจของมนุษย์ช่วยสร้างจินตนาการ อารมณ์ ความรู้สึกแปลกๆ


เมื่อได้ไปยืนอยู่บนพื้นทะเลทราย ความรู้สึกหลายอย่างได้เกิดขึ้นในห้วงคิด


อย่างหนึ่งคือ ความกว้างขวาง ความโดดเดี่ยว อิสระเสรี ซึ่งงดงามและมีความหมายท้าทายต่อชีวิตที่มุ่งเข้าไปข้างหน้าไกลแสนไกล

อีกอย่างหนึ่งคือ ความประทับใจต่อบุคคลที่ไปมาอยู่ในพื้นที่แถบนี้


ในพระราชนิพนธ์ได้เล่าถึง ภาพจตุโลกบาล หรือผู้พิทักษ์ทิศทั้ง 4 ซึ่งมีเกือบทุกวัดในจีน ได้แก่


ทิศเหนือ คือ ท้าวกุเวรมหาราช (เวชสัณ) จีนเรียก ตัวเหวิน แปลว่า ได้ยินมาก มือหนึ่งถือหนูเงิน อีกมือถือฉัตร เหยียบภูต ผี ปีศาจ เป็นเจ้าของพวกยักษ์

ทิศใต้ คือ ท้าววิรุฬหกมหาราช จีนเรียก เจิงจ่าง แปลว่า รากลึก ถือดาบ เป็นเจ้าแห่งกุมภัณฑ์

ทิศตะวันออก คือ ท้าวธตรฐมหาราช จีนเรียก ซือกว๋อ ถือพิณ เป็นเจ้าแห่งคนธรรพ์

ทิศตะวันตก คือ ท้าววิรูปักษ์มหาราช จีนเรียก กว่างมู่ แปลว่า สายตากว้างไกล ถืองู เป็นเจ้าแห่งนาค


พระองค์ท่านได้กล่าวถึงทะเลทรายโกบีว่า หลังจากที่ได้ทราบแต่จากคำอธิบายในหนังสือเรียน แต่เมื่อได้มาสัมผัสด้วยตัวเอง ทะเลทรายไม่เห็นจะเป็นทะเลทรายอย่างที่คิด มีแต่กรวดหิน ได้เก็บหินทะเลทรายมาเป็นที่ระลึกหลายก้อน และวิ่งไล่ถ่ายรูปจิ้งจก และแมงมุมทะเลทราย


และว่ามีพืช 2 ชนิด ที่เป็นอาหารอูฐในทะเลทราย คือหนามอูฐ และหญ้าอูฐ

อย่างแรกแข็งมาก มีหนามแหลมแทงเท้าเรา ไม่น่ากินเลย ส่วนอย่างหลัง ค่อยยังชั่วกว่าหน่อย ได้ความว่าเป็นยาจีนแก้ร้อนใน พืชเหล่านี้ทนร้อนมาก ไม่มีน้ำก็อยู่ได้

-

ยามลมหนาว (เสด็จฯเยือนประเทศโปแลนด์ ปี พ.ศ.2539)

ทรงเล่าว่า ได้ไปเที่ยวบ้านของ เฟรเดอริก โชแปง นักเปียโน และนักแต่งเพลง ที่มีชื่อเสียงของโปแลนด์ ที่เชลาโซวาโวลา


เพราะ โชแปง เป็นนักประพันธ์เพลงสมัยโรแมนติก ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตพระบรมราชินีนาถ ทรงโปรดมาก และว่าทรงเป็นเพราะ โชแปง ทำให้พวกเราพี่น้องได้เรียนเปียโน


ทรงเล่าว่าพ่อของ โชแปง เป็นชาวฝรั่งเศส มาสอนภาษาให้ลูกๆ ขุนนางตระกูล สการ์แบก

โชแปง เกิดที่บ้านที่ตั้งอยู่ในเขตของขุนนางตระกูลนี้ เมื่อ 22 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1810 แต่อยู่เพียง 8 เดือน ก็ย้ายไปอยู่กรุงวอร์ซอ แต่ก็มักมาพักผ่อนที่นี่ ครั้งสุดท้ายที่มาคือ ค.ศ.1830 เมื่ออายุได้ 20 ปี


ของที่มีชื่อเสียงที่สุดอีกอย่าง ของโปแลนด์ คือ อำพัน มีชื่อเสียงกว่าของรัสเซียเสียอีก อำพันที่มีชื่อมากที่สุดคือ ที่เมือง Gdansk ริมทะเลบอลติก


อำพัน เป็นยางไม้สนกลายเป็นหิน มีสีเหลืองทอง ก็เลยเรียกว่า เป็นทองของทะเลบอลติก ถือกันว่าอำพันเป็นหินนำโชค เวลามาประกอบเป็นเครื่องประดับ มักนิยมนำมาประกอบกับเงิน เพราะถือว่าอำพันเป็นทองอยู่แล้ว


แบบขุ่นๆจะราคาถูกกว่าแบบใสๆ ถ้าข้างในมีตัวยุง จะยิ่งแพง แต่ถ้ายุงบินเรียบร้อยเกินไป ก็ให้สงสัยว่าเป็นของปลอม



ที่ยกตัวอย่างมาข้างต้น แม้จะเป็นเพียงส่วนน้อยนิด จากพระราชนิพนธ์เสด็จฯเยือนต่างประเทศที่มีมากกว่า 40 เรื่อง แต่ก็ทำให้ผู้อ่านได้รับความรู้ความเพลิดเพลิน ทำให้ผู้อ่านได้รู้เรื่องราวของประเทศนั้นๆ ในมุมมองที่ได้ทั้งสาระและความสนุกสนาน ซึ่งหากอ่านจบเล่ม เต็มเล่ม ในแต่ละเรื่อง แต่ละเมืองก็ยิ่งเพิ่มพูนความรู้ยิ่งขึ้น





พระองค์ท่านได้เขียนร้อยกรองในพระราชนิพนธ์
"มุ่งไกลในรอยทราย" ว่า


แม้อีกสักร้อยปี ฉันยังไม่มีเวลา

พอเยือนเยี่ยมโลกา ทั่วขอบฟ้าท่องเที่ยวไป

ถึงวิ่งเร่งรีบรุด ถ้าไม่สุดลมหายใจ

อยากเห็นทุกสิ่งใน ผืนแหล่งหล้าจักรวาล

เปิดดวงใจให้กว้าง รับทุกอย่างอย่างเบิกบาน

เปิดหูตานานนาน เพื่อค้นคิดสัจธรรม

และเพื่อจะรักยิ่ง รักรู้จริง รักจะจำ

ด้วยรักร้อยถ้อยคำ เป็นลำนำจวบร้อยปี


ร้อยกรองดังกล่าว คงตรงใจกับผู้รักการท่องเที่ยว แต่สำหรับสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระองค์ท่านมิได้เสด็จฯ ไปต่างประเทศเพื่อเที่ยวอย่างเดียว แต่ทรงเขียนในคำนำเมื่อเสด็จฯไป
"ทัวร์น้องโจ้" ว่า


"การออกไปต่างประเทศ มีทั้งข้อดีและข้อเสีย

ที่ว่าเสีย คือตัวข้าพเจ้ารับราชการสนองพระเดชพระคุณอยู่ในเมืองไทย มีกิจธุระหลายอย่างพึงกระทำ เมื่อเที่ยวเล่นเสียเกือบเดือนเช่นนี้ ก็เสียเวลาในการทำกิจต่างๆ และยังเสียพระราชทรัพย์ที่พระราชทานเป็นค่าใช้จ่าย

ส่วนที่ดีนั้น คือ ประสบการณ์ต่างๆที่ได้รับ ทำให้ข้าพเจ้าได้รับความรู้ใหม่ๆมามากๆ ทุกวัน ที่อยู่ในต่างประเทศไม่ว่าจะไปถึงบ้านใดเมืองใด ข้าพเจ้าจะพยายามสอบถามและสังเกตความเป็นไปที่นั้น


....ข้าพเจ้าได้จดบันทึกมาเก็บไว้ เพื่อทราบว่าวันหนึ่งๆ ข้าพเจ้าได้รับความรู้ใหม่อะไรบ้าง ความทรงจำนี้เป็นของที่ระลึกมีค่ากว่าของอื่น จะได้จดจำไว้เล่าให้ลูกหลานฟังยามแก่เฒ่า และเพื่อเปรียบเทียบกับสิ่งที่มีในเมืองไทยที่ทราบกันอยู่แล้ว สิ่งใดที่เห็นว่าดี ถ้ามีโอกาสจะได้นำมาปรับปรุงใช้ในประเทศของเราบ้าง..."



ภาพสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ รวมทั้งพระราชจริยวัตรที่คุ้นตาประชาชนชาวไทยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา คงเป็นเครื่องยืนยันได้อย่างดีถึงพระราชปณิธานดังกล่าว

ดังนั้น ในโอกาสวันพระราชสมภพ วันที่ 2 เมษายน ศกนี้ จึงขอเชิญชวนชาวไทยร่วมใจกันถวายพระพรและเจริญรอยตามพระองค์ ในการนำความรู้ประสบการณ์ต่างๆ มาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อบ้านเมืองเรา.




สมเด็จพระรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระราชสมภพเมื่อ วันเสาร์ที่ 2 เมษายน พุทธศักราช 2498 ตรงกับวันขึ้น 10 ค่ำ เดือน 5 ปีมะแม สัปตศก จุลศักราช 1317 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต คณะแพทย์และพยาบาลที่เข้าไปถวายอยู่งานเมื่อครั้งทรงพระราชสมภพในคราวนั้น ส่วนใหญ่มาจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เกือบทั้งสิ้น


ศาสตราจารย์นายแพทย์ หม่อมหลวงเกษตร สนิทวงศ์ อดีตเลขาธิการสภากาชาดไทยและเป็นแพทย์ผู้ถวายการประสูติ เล่าความถึงเหตุการณ์ประทับใจในครั้งนั้นว่า

"ตอนเกิด วันพระราชสมภพ ทรงงดงามเหลือเกินอย่างไม่มีที่ติ ไม่ร้อง
ไม่อ้อนอะไร"


ทรงได้รับพระราชทานนามว่า “สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนสุดากิติวัฒนาดุลโสภาคย์”


ต่อมาในปีพุธศักราช 2520 ทรงได้รับพระราชโองการสถาปนาเฉลิมพระนาม ตามที่จารึกในสุพรรณบัฏว่า “สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี”


จากวันพระราชสมภพ พระราชกุมารีพระองค์น้อยได้เจริญพระชนมพรรษาขึ้น และทรงเป็นมิ่งขวัญปกเกล้าประชาชนชาวไทยอยู่ในบัดนี้




เมื่อยังทรงพระเยาว์ ชาววังทั้งหลายขานพระนาม สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ว่า "ทูลกระหม่อมน้อย" และทรงเป็น "สลาตัน" ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เนื่องด้วยเมื่อทรงพระเยาว์ โปรดการวิ่งเป็นที่สุด และทรงไม่ชอบอยู่เฉย


ทรงเป็นขวัญตาและขวัญใจของผู้คนทั้งใกล้ไกล ทรงมีพระราชจริยาวัตร ข้อที่ใครหลายคนจำได้อย่างแม่นยำก็คือ ทรงมีพระเมตากรุณาอยู่ในพระทัยไม่มีเสื่อมคลาย และในขณะเดียวกันก็ทรงร่าเริงแจ่มใสตามปกติวิสัยของเด็กทั่วไปด้วย


เมื่อปีพุทธศักราช 2501 พระชนมายุได้ 3 พรรษาเศษ ทรงเริ่มต้นการศึกษาระดับอนุบาล ที่โรงเรียนจิตรลดา ในบริเวณพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ทรงเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว โปรดฯที่จะเสด็จไปโรงเรียน พบอาจารย์และทรงเข้ากับพระสหายร่วมชั้นได้เป็นอย่างดี


ทรงเป็นผู้ที่เคารพกติกาในการอยู่ร่วมกันเป็นอย่างมาก ทรงมีคุณธรรมและเห็นอกเห็นใจผู้อื่นอย่างสูง พระองค์ได้รับการปฏิบัติจากครูอาจารย์ เช่นเดียวกับนักเรียนคนอื่นๆ ทำให้พระองค์ทรงเข้าพระทัยในกฎระเบียบ และมีวินัยในพระองค์อย่างสูง มาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์


สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงเคยมีรับสั่ง
เล่าว่า

"สมัยที่เป็นเด็กๆ ไม่ได้เรียนดนตรีไทย ในครอบครัวก็ไม่มีใครที่เล่นดนตรีไทย แต่ว่าได้เรียนรำละครที่โรงเรียน ก็เห็นวงศิลปากรไปเล่นประกอบการรำ ทีนี้เราเองก็รำไม่เอาไหน รำไม่ได้เรื่อง เต้นๆ รำๆ นี่ไม่มีพรสวรรค์เอาเสียเลย ทั้งๆที่ ก็สนใจ แต่พอมาถึงเพลงก็จำได้ ฟังที่เขามาเล่นประกอบการรำ ใจก็นึกอยากเล่น"


จะเห็นได้ว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นเอกลักษณ์และทรงเป็นหลักสำคัญแห่งการดนตรีของชาติอย่างแท้จริง แม้สิ่งใดที่เป็นศิลปวัฒนธรรมไทย ก็ดูเหมือนว่า "เจ้าหญิง" พระองค์นี้จะทรงกระทำพระองค์เพื่อให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่อนุชนรุ่นหลัง เพื่อสืบทอดวัฒนธรรมไทยตลอดไป


สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อยังทรงพระเยาว์ โปรดการละเล่นผาดโผน หวาดเสียว และซุกซนแบบเด็กชาย แม้กระทั่งการแต่งพระองค์ก็จะไม่ทรงพิถีพิถันเหมือนเด็กผู้หญิงทั่วไป


โปรดทรงฉลองพระองค์แบบสบายๆ สะดวกแก่การที่จะทรงวิ่งเล่น นอกจากนั้นยังทรงมีความอดทนเหมือนผู้ชาย ไม่กันแสงง่ายๆ เหมือนเด็กผู้หญิง เพราะความที่ทรงมีพระอารมณ์ดีอยู่เป็นนิจ จึงไม่กริ้วใครง่ายๆ




ทูลกระหม่อมน้อยทรงมีพระสิริโฉมและพระพักตร์ผุดผ่องงดงามแบบไทยๆ ทรงมีพระอุปนิสัยเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ไม่ตระหนี่ และไม่ถือพระองค์ว่า ทรงเป็นเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน ทรงมีพระทัยดีต่อคนทั่วไป และทรงให้อภัยแก่ทุกคน ไม่โปรดแข่งขันกับผู้ใด ไม่อิจฉาริษยาใคร มีน้ำพระทัยกว้างขวาง ไม่รังแกพระสหาย ไม่โปรดให้คนอื่นๆ โกรธและเข้าใจพระองค์ผิดๆ ทั้งทรงมีพระปัญญาที่เฉียบแหลม และมีความคิดริเริ่ม


สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นรัตนนารีแห่งสยามประเทศ ด้วยทรงมีพระมหากรุณาธิคุณแก่อาณาประชาราษฎร์เป็นล้นพ้น


กล่าวคือ ทรงรอบรู้ในด้านภาษา ประวัติศาสตร์ โบราณคดี วรรณคดี นาฏศิลป์ ดนตรี ฯลฯ และได้ทรงใช้ความรอบรู้และพระอัจฉริยภาพนั้น เพื่อฟื้นฟู สร้างสรรค์ และอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของชาติ จนได้รับการถวายพระราชสมัญญาว่า


ทรงเป็น "องค์เอกอัครราชูปถัมภกมรดกวัฒนธรรมไทย" ตั้งแต่ พ.ศ.2531 เป็นต้นมา และวันที่ 2 เมษายน ของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพ ถือเป็น "วันอนุรักษ์มรดกไทย" นับแต่นั้น






ปีพุทธศักราช 2515 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงตัดสินพระทัย สมัครสอบคัดเลือกเข้าศึกษาต่อที่ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

นับเป็นประวัติศาสตร์ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนว่า "สมเด็จเจ้าฟ้า" จะเสด็จฯ มาทรงสอบเข้าศึกษาในสถาบันที่ใครๆ ก็มีสิทธิ์เลือกสอบเข้าได้เท่าเทียมกัน


ทรงเป็นเจ้าฟ้าหญิงของไทยพระองค์แรก ที่สอบเข้าเรียนสถาบันอุดมศึกษาในประเทศอย่างสามัญชน ด้วยพระปรีชาสามารถของพระองค์เอง และทรงเป็นเจ้าฟ้าของไทยพระองค์แรกที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญตรี และปริญญาโท ในประเทศไทย





ตั้งแต่เริ่มแรกที่ทรงเข้าเป็น "เจ้าฟ้าน้องใหม่" ของจุฬาฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเข้าร่วมพิธีและกิจกรมต่างๆ ที่ทางคณะอักษรศาสตร์และมหาวิทยาลัยจัดขึ้นเช่นเดียวกับนิสิตทั่วไป เสด็จฯ มารับการปฐมนิเทศของคณะ และของมหาวิทยาลัย ทรงร่วมในพิธีไหว้ครู ตามประเพณีไทย


วันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ.2516 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ มาทรงร่วมกิจกรรมรับน้องใหม่ตั้งแต่เวลา 06.30 น. ทรงปฏิบัติตาม "ประเพณี" ของชาวจุฬาฯ เช่นเดียวกับนิสิตอื่นๆ ไม่ว่ารุ่นพี่จะให้ทรงทำอะไรก็ทรงทำตามนั้น เช่น ทรงร้องเพลง บูมจุฬาฯ แสดงลิเก และลอดซุ้ม ถึงแม้ว่าบางซุ้มจะมหาวิบาก ถึงกับต้องทรงคลาน ก็ทรงทำด้วยความสนุกสนาน และเต็มพระทัยอย่างยิ่ง


สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นเอตทัคคะในทางดนตรีไทย ทรงเครื่องดนตรีไทยได้ทุกชนิด แต่ที่ทรงได้อย่างเชี่ยวชาญ คือ ซอด้วงและระนาด


เหล่าอาจารย์ผู้ถวายบทเรียนไทยทั้งหลาย ยังเป็นแรงบันดาลพระทัยให้เกิดความศรัทธาอย่างแน่วแน่ที่จะทรงดนตรีไทย มาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์และต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน


พระองค์ทรงเล่าถึงสาเหตุของการทรงดนตรีไทยว่า ดนตรีไทยนี้เล่นแล้วติด

ที่ติดนั้น ไม่ใช่เพราะทรงสนุกสนานเท่านั้น แต่เพราะมีผู้ที่พระองค์ทรงถูกพระราชอัธยาศัย เข้าร่วมในกิจกรรมดนตรีนั่นเอง เช่น ทรงมีพระสหายที่ชอบดนตรีอย่างแท้จริงร่วมหัดซ้อมด้วย พระองค์ทรงมีพระอาจารย์ที่ไม่ได้ถวายการสอนอย่างเดียว แต่ถวายเรื่องอื่นๆ เป็นการบันเทิงพระทัย และก่อให้เกิดความสนพระทัยด้วย


นับตั้งแต่ทรงพระเยาว์ จนกระทั่งสำเร็จการศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พระองค์ทรงเครื่องสายมาโดยตลอด ทรงเล่นได้ทั้งซอด้วง ซออู้ จะเข้ แม้แต่ขลุ่ย ก็ทรงได้เอง


และเมื่อปี พ.ศ. 2528 ทรงเริ่มเรียนระนาดเอกอย่างมีแบบแผนแบบโบราณ เริ่มตั้งแต่การจับไม้ระนาด การตีระนาดแบบต่างๆ และท่าที่ประทับใจขณะที่ทรงระนาด ทรงทำการบ้านด้วยการไล่ระนาดทุกเช้าเมื่อตื่นบรรทมแล้ว การที่ทรงปฏิบัติพระองค์อย่างเคร่งครัดทำให้พระองค์ทรงดนตรีไทยได้ดี เป็นภาพลักษณ์และผู้นำของคนหนุ่มสาวให้หันมาสนใจดนตรีไทยมากขึ้น


สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงสนพระทัยในงานศิลปไทยประเภทต่างๆ มาตั้งแต่ยังทรงเยาว์ ทรงรอบรู้ด้านจิตรกรรมไทยด้านต่างๆ เช่น การเขียนภาพลายไทย การทำหัวโขน การเขียนปิดทองลายรดน้ำ และการเขียนภาพลายเส้น


นอกจากพระปรีชาสามารถในด้านวรรณศิลป์ สังคีตศิลป์ จิตรกรรม และงานประติมากรรมแล้ว ยังทรงมีพระอัจฉริยภาพในการวาดการ์ตูนอีกด้วย เมื่อครั้งทรงศึกษาอยู่ที่โรงเรียนจิตรลดา ได้ทรงเรียนวิธีการวาดการ์ตูนกับครูในชั้นเรียน และด้วยเหตุที่โปรดมาก จึงยังทรงฝึกฝนด้วยพระองค์เองมาโดยตลอด


สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงวาดการ์ตูนเพื่อความเพลิดเพลินจากจินตนาการหรือจากสิ่งต่างๆที่ได้ทรงพบเห็น ทรงสามารถวาดการ์ตูนได้อย่างรวดเร็ว ในทุกที่ทุกโอกาส พระปรีชาสามารถของพระองค์เป็นที่ประจักษ์ชัดในการใช้เส้นเพียงไม่กี่เส้น เพื่อถ่ายทอดอารมณ์และความรู้สึกนึกคิดได้ ภาพการ์ตูนที่โปรดวาดภาพหนึ่ง คือ ภาพช้าง การ์ตูนฝีพระหัตถ์หลายภาพ สอดแทรกอารมณ์ขันไว้อย่างสนุกสนาน เช่น ภาพเด็กหญิงแว่นแก้ว ภาพเด็กกินเลี้ยง ภาพช้างอ้วนกลม เป็นต้น






พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงไว้วางพระราชหฤทัย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นอย่างมาก


เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม พุทธศักราช 2520 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ ทรงดำรงตำแหน่งอุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย


สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในฐานะอุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการต่อสภากาชาดไทย ทรงพระราชอุตสาหะเสด็จพระราชดำเนินมาทรงรับผู้นำระดับสูงของประเทศที่เดินทางมาเยือนประเทศไทย ในฐานะพระราชอาคันตุกะ และเยี่ยมชมกิจการของสภากาชาดไทย ซึ่งเป็นที่แน่นอนว่าการมาเยี่ยมชมเช่นนั้น ย่อมมีประโยชน์อย่างใหญ่หลวงต่อการกระชับสัมพันธไมตรีระหว่างประเทศ ตลอดถึงความร่วมมือระหว่างสภากาชาดไทยกับชาติต่างๆ ด้วย


ทรงรับเป็นพระราชภาระในการสร้างอาคารหลังใหม่ขึ้น ภายในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ หลายครั้ง เช่น ตึกวชิรญาณวงศ์ ตึกวชิรญาณ-สามัคคีพยาบาล ซึ่งเป็นตึกรักษาพยาบาลพระภิกษุสงฆ์อาพาธ


ตั้งแต่ทรงรับตำแหน่งองค์อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทยจนถึงปัจจุบัน ทรงสนพระราชหฤทัยและได้พระราชทานพระราชวินิจฉัยนานัปการ อันมีคุณประโยชน์ยิ่งแก่การบริหารกิจการของสภากาชาดไทย ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ เรื่องการสร้างอาคารใหม่ ของสภากาชาดไทย ก็ได้พระราชทานพระราชวินิจฉัย ให้คำนึงถึงเรื่องการอนุรักษ์ประวัติศาสตร์อันมีค่ายิ่งไว้เป็นมรดกแก่คนรุ่นหลังด้วย


ได้พระราชทานพระราชดำรัสไว้คราวหนึ่งว่า "ในอนาคตหากมีการเปลี่ยนแปลงหรือปรับปรุงอาคารสถานที่ อนุรักษ์ไว้ให้มีสภาพที่ดี สมควรที่จะต้องคำนึงถึงการอนุรักษ์แบบโบราณสถานตามหลักสากลด้วย"


อาคารที่อนุรักษ์ตามพระราชดำริ ได้แก่ ตึกจักรพงษ์ ตึกอำนวยการ (โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์) ตึกสุธาทิพย์ (วิทยาลับพยาบาลสภากาชาดไทย) ตึกสถานเสาวภา (สถานเสาวภา) และตึกพระพันวัสสา (โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา)


ซึ่งตึกเหล่านี้ สร้างขึ้นตั้งแต่ครั้งรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งมีความสำคัญยิ่ง ในเชิงวิวัฒนาการของสถาปัตยกรรมในประเทศไทย.



เนื่องในโอกาสที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมพรรษา 51 พรรษา ในวันที่ 2 เมษายน 2549 ข้าพระพุทธเจ้าขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน มีพระพลานามัยสมบูรณ์ เป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยทั่วหล้าตลอดกาลนาน

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม



โดย yyswim



Create Date : 03 เมษายน 2549
Last Update : 3 เมษายน 2549 0:26:07 น. 42 comments
Counter : Pageviews.

 
ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ค่ะ


โดย: asariss วันที่: 3 เมษายน 2549 เวลา:1:06:12 น.  

 
ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

ทุกครั้งที่ผมได้ดูพระราชกรณียกิจหลังข่าวภาคค่ำ เวลาท่านไปเยือนประเทศไหน จะเห็นท่านจะมีสมุดจดติดตัวท่านตลอด อีกภารกิจหนึ่งที่เห็นปล่อยก็คือ ท่านได้เล่นเครื่องดนตรีของชนชาตินั้นๆได้หลายชนิด เป็นที่ถูกอกถูกใจของ ประชาชนนั้นมากครับ


โดย: merf1970 วันที่: 3 เมษายน 2549 เวลา:6:10:19 น.  

 
ขอพระองค์ทรงพระเจริญ



โดย: err_or วันที่: 3 เมษายน 2549 เวลา:7:48:08 น.  

 
Image hosting by Photobucket

ปลื้มท่านมากๆ ครับ


โดย: Marvel' Boy IP: 203.154.242.2 วันที่: 3 เมษายน 2549 เวลา:8:22:48 น.  

 
พระปรีชาสามารถ อะนะ


โดย: อินทรีทองคำ วันที่: 3 เมษายน 2549 เวลา:9:29:18 น.  

 
ผมชอบ..เดินตามรอยเท้าพ่อ..มากที่สุดครับ


โดย: กุมภีน วันที่: 3 เมษายน 2549 เวลา:10:25:39 น.  

 
เนื่องในโอกาสที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมพรรษา 51 พรรษา ในวันที่ 2 เมษายน 2549 ข้าพระพุทธเจ้าขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน มีพระพลานามัยสมบูรณ์ เป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยทั่วหล้าตลอดกาลนาน

ทรงพระปรีชาสามารถมากครับ
ทรงเป็นเจ้าหญิงที่เก่งที่สุดในโลก
ชอบทุกเรื่องเลยครับ


โดย: U2 IP: 61.90.184.240 วันที่: 3 เมษายน 2549 เวลา:11:14:22 น.  

 
ขอทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน พี่จำภาพท่านตอนนั้นได้ไม่เคยลืมเพราะสอบ Entrance ห้องเดียวกับท่านจ้ะ


โดย: พีเจี้ยวค่ะ (sutida_jeaw ) วันที่: 3 เมษายน 2549 เวลา:11:31:41 น.  

 
ขอบคุณคุณasariss…… Merf ….. ม๋าเอ๋อ …… เอก ….. คุณอินทรีทองคำ …. กุมภีณ ….. U2 …….และ พี่เจี๊ยว ที่เข้ามาถวายพระพร

ขอจงทรงพระเจริญ



โดย: yyswim วันที่: 3 เมษายน 2549 เวลา:11:57:37 น.  

 
พรุ่งนี้ผมไปราชการที่น่าน 3 วันครับ
จะไม่ได้เข้าBlog



โดย: yyswim วันที่: 3 เมษายน 2549 เวลา:11:58:53 น.  

 
ชอบงานงานของท่านค่ะ ท่านมีอารมณ์ขันดีค่ะ


โดย: กระจ้อน วันที่: 3 เมษายน 2549 เวลา:12:07:35 น.  

 
ไปราชการที่น่าน เดินทางดีดีหล่ะครับ ฝนฟ้าช่วงนี้คาดเดายากเหลือเกิน


โดย: ปอมปอม วันที่: 3 เมษายน 2549 เวลา:14:59:05 น.  

 
ขอให้เดินทางปลอดภัยนะคะ


โดย: HACKER HUNTING in The City วันที่: 3 เมษายน 2549 เวลา:20:55:36 น.  

 

วันจันทร์ ที่ 3 เมษายน พุทธศักราช 2549 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยเครื่องบินของบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) เที่ยวบินที่ ทีจี 614 ระหว่างวันที่ 3 ถึงวันที่ 13 เมษายน พุทธศักราช 2549

ในการนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จพระราชดำเนินเยือนกรุงปักกิ่ง มณฑลเจ้อเจียง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง มณฑลกวางตุ้ง และเมืองเซี่ยเหมิน

เพื่อทอดพระเนตรสถานที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ศาสนา และศิลปวัฒนธรรม อาทิ พิพิธภัณฑ์กรุงปักกิ่ง พิพิธภัณฑ์ไหม เจดีย์เหลเฟิง และวัดหลิงเยิ่น

ทอดพระเนตรกิจการอันเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศด้านต่างๆ เช่น สวนสาธิตวิทยาศาสตร์การเกษตรสมัยใหม่ เสี่ยวทังซานปักกิ่ง กิจกรรมของ มหาวิทยาลัยเจ้อเจียง มหาวิทยาลัยชนชาติกวางสี มหาวิทยาลัยการเกษตรจีนใต้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีจีนใต้ มหาวิทยาลัยภาษาและการค้ามณฑลกวางตุ้ง มหาวิทยาลัยซัวเถา มหาวิทยาลัยหัวเฉียว และมหาวิทยาลัยเซี่ยเหมิน

ซึ่งมหาวิทยาลัยดังกล่าว จะทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายตำแหน่งศาสตราจารย์กิตติมศักดิ์ประจำมหาวิทยาลัยให้พระองค์ด้วย.



โดย: yyswim วันที่: 3 เมษายน 2549 เวลา:21:55:12 น.  

 
ขอบคุณ คุณจุ… ปอมปอม… และคุณกอล์ฟ….ครับ
ที่น่าน อากาศคงจะร้อน



โดย: yyswim วันที่: 3 เมษายน 2549 เวลา:22:00:31 น.  

 
ตอนได้รับพระราชทานปริญญาบัตร จากพระองค์รู้สึกปลาบปลื้มมากๆครับ

ขอทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน


โดย: ตงเหลงฉ่า วันที่: 3 เมษายน 2549 เวลา:23:54:14 น.  

 
แปะไว้ก่อนง่วงครับ


โดย: ชายคา วันที่: 4 เมษายน 2549 เวลา:1:24:57 น.  

 
ขอจงทรงพระเจริญ เป็นมิ่งขวัญปวงชนชาวไทย ยิ่งยืนนาน


โดย: varissaporn327 วันที่: 4 เมษายน 2549 เวลา:6:36:51 น.  

 




โดย: โสมรัศมี วันที่: 4 เมษายน 2549 เวลา:13:00:48 น.  

 
ดีจังเลยครับ

ขอบคุณที่เอามาให้อ่านกันนะคร้าบบบบ


โดย: สะเทื้อน วันที่: 4 เมษายน 2549 เวลา:13:19:11 น.  

 
ขอบคุณที่เอามาให้อ่านค่ะ

อ่านไม่รู้จักเบื่อ ปลื้มมากๆๆๆ



โดย: กระบุงกระหนุงกระหนิง วันที่: 4 เมษายน 2549 เวลา:19:56:16 น.  

 
เข้ามาอ่านเรื่องราวดีๆแล้วก็จะมากล่าวคำขอบคุณสำหรับคำอวยพรวันเกิดเมื่อ 13 มีนาคมที่ผ่านมาด้วยค่ะ ขอบคุณมากๆนะคะ


โดย: SnowPatrol วันที่: 4 เมษายน 2549 เวลา:21:56:03 น.  

 

สวัสดีพี่ชายที่ รักและคิดถึงจ้า พี่ชายไปต่างจังหวัดเหรอค่ะ

ดูแลตัวเองเยอะ ๆ นะค่ะ น้องสาวไม่ค่อยได้มาหาเลยค่ะ

พักนี้งานยุ่งจริงๆ ค่ะ ไม่ได้มาแต่คิดถึงพี่ชายเสมอนะค่ะ

ขอบคุณเรื่องราวดี ๆ ที่พี่ชายนำมาฝากกันไม่ผิดหวังเลยสักครั้งค่ะ


โดย: NinG_CDC วันที่: 4 เมษายน 2549 เวลา:22:24:19 น.  

 
พระองค์ท่านทรงน่ารักจริงๆ ค่ะ


โดย: Malee30 IP: 193.90.236.37 วันที่: 5 เมษายน 2549 เวลา:4:27:22 น.  

 
แค่ได้ยลพระวรกาย
ก็ซึ้งใจน้ำตาริน

....


โดย: สุภาฯ IP: 210.246.64.225 วันที่: 5 เมษายน 2549 เวลา:20:36:46 น.  

 
จำมู๋เบนได้ป่าวคะ (อิงคยุทธ)


มู๋เบนกลับมาแย้วน้า อิงคยุทธโดนยึดไปแล้ว


แต่มีบ้านใหม่แล้วค่ะ ไปเยี่ยมกันบ้างนะ


ปล. จำได้ว่าตอนเด็กๆ เบน*จะกลัวมาก


เวลาที่ถูกบังคับให้ออกไปแสดงอะไรที่ไม่เคยทำก็อายอ่ะค่ะ


แต่ครั้งหนึ่งได้ดูข่าวของสมเด็จพระเทพฯเสด็จเยือนประเทศลาว


พระองค์ออกไปรำวงกับชาวลาวอย่างสนุกสนาน


ภาพนั้นติดตาและประทับใจมิรู้ลืม


ตั้งแต่นั้นเบน*ก็ไม่เคยกลัวที่จะก้าวออกมาข้างหน้า


แล้วทำในสิ่งที่ถูกต้องอีกเลยค่ะ


โดย: มู๋ เ บ น* (~ * D a I J i M a r U * ~ ) วันที่: 6 เมษายน 2549 เวลา:12:10:37 น.  

 
กลับมายังค๊า... แวะหอบเอาลมหายใจของความคิดถึงมาฝากค่า เชียงใหม่ก็ร้อนนะค่า สงกรานต์นี้ไปเที่ยวไหนคะ
สงสัยคงจะกลับมาถึงไม่วันนี้ก็พรุ่งนี้แน่ๆเลย แล้วจะแวะมาใหม่นะคะ ไปดีกั่ว... แล้วจะแวะมาทักทายใหม่ค่า


โดย: กอล์ฟเอง... (HACKER HUNTING in The City ) วันที่: 6 เมษายน 2549 เวลา:16:05:48 น.  

 
โอ้ว ว ว ยาวมาก ๆ เลย
ชอบรูปที่ลง a day จัง
เราชอบดูข่าวพระราชกรณียกิจเวลาพระเทพไปเที่ยว
เปิดหูเปิดตาดีค่ะ


โดย: อันปังแนน วันที่: 6 เมษายน 2549 เวลา:17:08:01 น.  

 
ตงเหลงฉ่า……ได้รับพระราชทานปริญญาจากมือพระเทพเหรอครับ
ขอปลาบปลื้มด้วย


ชายคา……มาเยี่ยมตอนตีหนึ่งกว่าๆ
ขอบคุณในความพยายาม



โดย: yyswim วันที่: 6 เมษายน 2549 เวลา:22:31:46 น.  

 
ขอขอบคุณ คุณวฤษสพร…. คุณโสมรัศมี….. คุณสะเทื้อน….. น้องกระบุงหนุงหนิง…… คุณSnowPatrol…… น้องNinG….. คุณMalee30……และ สุภาฯ…..
ที่มาร่วมถวายพระพร

ขอจงทรงพระเจริญ



โดย: yyswim วันที่: 6 เมษายน 2549 เวลา:22:36:41 น.  

 
คุณกอล์ฟ……ผมเพิ่งกลับมาถึงบ้านครับ (ซักผ้าและตากผ้าที่ราวเสร็จแล้วด้วย)

น่าน ตอนนี้อากาศร้อนครับ ผมไปงวดนี้ไปแบบนั่งรถไป ผมไม่เคยนั่งรถไป จ.น่านเลย ทั้งๆที่ไปบรรยายมาห้าครั้งแล้ว ครั้งนี้เป็นครั้งที่หก แต่ไปแบบไปให้คำปรึกษา

งานเสร็จเรียบร้อยครับ ให้คำปรึกษาแก่ผู้ประกอบการใหม่ราว 20 คน อาชีพที่เขาอยากทำ มีแตกต่างกันครับ ….

งวดหน้าจะไปที่ จ.สุรินทร์ครับ ไปราว 19-21 เมษายน

สงกรานต์นี้ ผมไปฮ่องกงครับ ไปกับเพื่อนและหลาน จะไปดิสนีย์แลนด์กัน




โดย: yyswim วันที่: 6 เมษายน 2549 เวลา:22:39:02 น.  

 
คุณอันปังแนน…..ผมก็ชอบรูป a day ครับ แต่ที่จริงผมชอบรูปที่พระองค์ท่านคล้องผ้าขะม้ามากที่สุด รอจังหวะดีๆผมจะนำรูปนั้นมาลงให้ครับ

ช่วงนี้ ข่าวของพระองค์ท่านที่เสด็จประเทศจีน ผมคงจะดูเวลาเดียวกับที่คุณดูนะครับ



โดย: yyswim วันที่: 6 เมษายน 2549 เวลา:22:39:42 น.  

 
มู๋เบน(คุณอิงคยุทธ)….. หวัดดีครับ ขอบคุณที่มาเยี่ยม จำได้ครับ เด๋วจะบินไปที่Blogคุณ

ชอบข่าวที่คุณบอก ที่ว่าสมเด็จพระเทพฯเสด็จเยือนประเทศลาว แล้วพระองค์ออกไปรำวงกับชาวลาวอย่างสนุกสนาน …. เป็นข่าวที่ฟังแล้วประทับใจครับ



โดย: yyswim วันที่: 6 เมษายน 2549 เวลา:23:04:02 น.  

 
ทรงเป็นที่ 1 ในใจ
เป็นเจ้าหญิงผู้ทรงพระเมตตา
มีพระปรีชาสามารถยิ่ง
ทรงเป็นดั่งร่มฉัตรปกเกล้าชาวไทย

ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน


โดย: หมิว IP: 203.113.76.74 วันที่: 8 พฤษภาคม 2549 เวลา:22:44:16 น.  

 
แนะนำหนังสือบันทึกเรื่องการเมืองการปกครองของไทยฯครับ สำหรับคนประวัติศาสตร์


โดย: ดนย์ วันที่: 3 มิถุนายน 2549 เวลา:0:57:09 น.  

 
ดิฉันรักและเทิดทูนพระเทพยิ่งกว่าชีวิต
สละได้ทุกสิ่งแม้กระทั่งชีวิต


โดย: จินตนา ชำนาญ IP: 58.10.71.189 วันที่: 27 กรกฎาคม 2549 เวลา:17:38:13 น.  

 

ทรงพระเจริญ


โดย: กิ๊กซ์ IP: 203.150.132.242 วันที่: 18 สิงหาคม 2549 เวลา:15:13:53 น.  

 
ทรงพระเจริญครับ


โดย: พีรจักร IP: 58.8.157.62 วันที่: 25 มกราคม 2550 เวลา:12:04:43 น.  

 
ทรงพระเจริญค่ะ


โดย: ยุ IP: 202.28.118.85 วันที่: 13 ธันวาคม 2550 เวลา:14:46:30 น.  

 

ทรงพระเจริญทรงพระเจริญทรงพระเจริญทรงพระเจริญทรงพระเจริญทรงพระเจริญทรงพระเจริญทรงพระเจริญทรงพระเจริญทรงพระเจริญทรงพระเจริญทรงพระเจริญทรงพระเจริญทรงพระเจริญทรงพระเจริญทรงพระเจริญทรงพระเจริญทรงพระเจริญทรงพระเจริญทรงพระเจริญทรงพระเจริญทรงพระเจริญทรงพระเจริญ


โดย: รักในหลวง IP: 124.120.44.143 วันที่: 19 ธันวาคม 2550 เวลา:21:07:53 น.  

 

src=http://www.bloggang.com/emo/emo6.gif>


โดย: รักในหลวง IP: 124.120.44.143 วันที่: 19 ธันวาคม 2550 เวลา:21:10:17 น.  

 
ขอขอบคุณมากเลยน่ะค่ะกำลังหาส่งอ.อยู่พอดีขอคุณจริงจริงค่า


โดย: แนน IP: 124.121.132.242 วันที่: 1 สิงหาคม 2551 เวลา:15:30:55 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
yyswim
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 26 คน [?]





บล็อกสรรสาระนี้ จขบ.ไม่ได้เขียน-ไม่ได้ถ่ายภาพ-ไม่ได้อัพโหลดคลิปเอง หากแต่ทำหน้าที่เป็นบรรณาธิการบล็อก เสาะหาเรื่องดีๆ รูปสวยๆ คลิปแปลกๆ มาไว้ในบล็อก


ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยม ขอเชิญชมหรืออ่านตามสบาย ไม่ต้องคอมเมนต์ก็ได้ จขบ.ชอบการเข้ามาเยี่ยม แบบกันเอง ง่ายๆ สบายๆ




เริ่มเขียนBlog เมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ.2548


เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ.2550 เวลา 23.30 น.


เริ่มนับจำนวนผู้เข้าเยี่ยมชม




Latest Blogs

New Comments
Group Blog
 
<<
เมษายน 2549
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
3 เมษายน 2549
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add yyswim's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friends


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.