การเคี้ยวอาหาร



การเคี้ยวอาหาร



เชื่อหรือไม่ว่า มีอาจารย์ท่านหนึ่งป่วยด้วยโรคกระเพาะอาหารมาตั้งแต่ท่านหนุ่ม ท่านกลัดกลุ้มและทรมานเป็นอย่างมาก

แต่หลังจากที่ท่านได้ข้อมูลเกี่ยวกับการเคี้ยวอาหารมา แล้วท่านได้ปฏิบัติตาม โดยท่านเคี้ยวอาหารคำละ 100 ที ปรากฏว่าท่านหายจากโรคกระเพาะอาหารในเวลาเพียง 1 สัปดาห์


การเคี้ยวอาหารไม่เพียงแต่จะมีผลต่อสุขภาพเท่านั้น ยังจะมีผลต่อสมรรถนะของสมองของคนเราด้วย





เพราะการเคี้ยวอาหารจะไปกระตุ้นต่อมน้ำลาย (SALIVARY GLAND) และต่อมใต้หู (PAROTID GLAND) ให้หลั่งฮอร์โมนออกมา ยิ่งเคี้ยวนานก็จะยิ่งหลั่งมาก

และการเคี้ยวอาหารซึ่งจะไปทำให้ฟันบนกับฟันล่างกระทบกันนั้น ยิ่งเคี้ยวนาน ก็จะยิ่งไปกระตุ้นสมองใหญ่เป็นเวลานาน ทำให้สมองใหญ่ปราดเปรื่อง ช่วยเพิ่มพลังการวินิจฉัยขบคิด ความมีสมาธิ และความจำ
มากยิ่งขึ้น



ข้างล่างนี้คือผลที่ได้จากการทดลอง จำนวนที ที่เคี้ยวอาหาร


ผลที่ได้จากการกินอาหารแต่ละคำ เคี้ยวอย่างน้อย 30 ที จะช่วยให้เหงือกฟันแข็งแรง และช่วยรักษาอาการขี้หงุดหงิด


ผลที่ได้จากการกินอาหารแต่ละคำ เคี้ยวอย่างน้อย 50 ที จะช่วยลดอาการกลัดกลุ้ม ใจร้อนเจ้าอารมณ์ จะช่วยให้ลืมเรื่องเครียด และยังจะช่วยลดความอ้วนอีกด้วย


ผลที่ได้จากการกินอาหารแต่ละคำ เคี้ยวอย่างน้อย 60 ที ซึ่งเหมาะกับการกินอาหารที่มีกากใยมากๆหรือย่อยสลายยาก จะช่วยลดอาการท้องผูก กระตุ้นสมรรถนะของสมอง ช่วยทำให้สมองใหญ่คิดอะไรได้โลดแล่น และมีความจำดี


ผลที่ได้จากการกินอาหารแต่ละคำ เคี้ยวอย่างน้อย 80 ที จะช่วยให้ประสาทสัมผัสไวยิ่งขึ้น ต่อไปจะสามารถจำแนกรสชาติและสารปรุงอาหารที่มีพิษในอาหารได้อย่างรวดเร็ว


ผลที่ได้จากการกินอาหารแต่ละคำ เคี้ยวอย่างน้อย 100 ที จะช่วยทำให้ใจคอหนักแน่น สามารถวินิจฉัยจัดการปัญหาได้อย่างสงบเยือกเย็น กินน้อยแต่ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้มาก กระเพาะอาหารและลำไส้มีสมรรถนะสูงขึ้น ช่วยให้หายจากโรคเรื้อรังบางอย่างโดยไม่ต้องพึ่งยา
และยังจะช่วยลดความอยากอาหารประเภทเนื้อได้ด้วย



ผู้เป็นมารดาหากเอาแต่ป้อนอาหารที่อ่อนเหลวแก่ลูกน้อย ลูกน้อยก็จะโตขึ้นโดยติดนิสัยที่ชอบกลืนอาหารโดยไม่ต้องเคี้ยว และไม่มีทางได้สัมผัสความรู้สึกอิ่มในการกินอาหาร แล้วท้ายที่สุด ก็จะติดนิสัยความเคยชิน ชอบกินอาหารจำนวนมากเกินไป ซึ่งเป็นสาเหตุให้อ้วนมากนั่นเอง


การเคี้ยวอาหารที่ไม่ถูกหลัก จึงไม่เพียงแต่จะมีผลต่อสภาพฟันที่ไม่แข็งแรงแล้ว แม้แต่สมอง อวัยวะภายใน สุขภาพของร่างกาย ความฉลาด
สมาธิ อารมณ์ และความจำก็จะพลอยได้รับผลกระทบตามไปด้วย


“การเคี้ยวอาหารน้อยครั้งต่อคำ จะทำให้อ้วน เกิดโรคภัยโดยไม่จำเป็น ทำลายสมาธิ และเป็นคนไม่ฉลาด”




โดย yyswim



Create Date : 01 เมษายน 2549
Last Update : 1 เมษายน 2549 11:30:54 น. 22 comments
Counter : Pageviews.

 
การเคี้ยวหมากฝรั่ง


หลายคนมองว่า การเคี้ยวหมากฝรั่งเป็นแค่การทำให้ลมปากสดชื่นเท่านั้น

แต่จากผลของการวิจัยพบว่า การเคี้ยวหมากฝรั่ง จะช่วยทำให้สมองได้รับออกซิเจนอย่างต่อเนื่อง ทำให้สมองดี ฉลาดขึ้น จำแม่นขึ้น ช่วยทำให้คนเราจำแม่นมากขึ้นกว่าปกติถึง 35 %




ทั้งนี้เพราะการเคี้ยวหมากฝรั่งจะไปทำให้หัวใจเต้นแรงขึ้น ซึ่งจะทำให้มีออกซิเจนและสารอาหารไปเลี้ยงสมองมากขึ้น การเคี้ยวหมากฝรั่งไปกระตุ้นให้เกิดการผลิตอินซูลินมากขึ้น ซึ่งจะไปเลี้ยงสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับความจำมากขึ้นนั่นเอง


จากการทดลองกับอาสาสมัคร พบว่าผู้ที่เคี้ยวหมากฝรั่ง หัวใจจะเต้นแรงขึ้นกว่าผู้ที่ไม่ได้เคี้ยวหมากฝรั่ง นาทีละ 3 ครั้ง

หมากฝรั่งที่เคี้ยวจะเป็นรสสะระแหน่ รสเมนทอล หรือรสอะไรก็ได้ ข้อสำคัญก็คือ ขอให้ได้เคี้ยวเอื้องเท่านั้น ต่างจะช่วยทำให้มีความจำระยะสั้นดีขึ้นทั้งนั้น.



โดย: yyswim วันที่: 1 เมษายน 2549 เวลา:11:33:32 น.  

 

เคล็ดลับลับสมองให้คม


1. ออกกำลังกาย มีคำยืนยันจากศูนย์สุขภาพ ของมหาวิทยาลัยดยุค ในรัฐแคโรไลน่า สหรัฐอเมริกาว่า การออกกำลังกายครั้งละ 30 นาที อาทิตย์ละ 3 ครั้ง จะช่วยทำให้สมองปลอดโปร่ง ทำงานได้ดีขึ้น เพราะเมื่อเราออกกำลังกาย ระบบหมุนเวียนโลหิตจะดี ทำให้สมองส่วนหน้า ที่ทำงานเกี่ยวกับการวางแผน การจัดการ หรือการคิดอย่างเป็นระบบ
มีการตื่นตัวขึ้น


2. เคี้ยวหมากฝรั่ง มีการศึกษาจากญี่ปุ่นพบว่า สมองส่วนความจำที่เรียกว่า ฮิพโพแคมปัส จะทำงานได้ดีขึ้น เมื่อเราเคี้ยวหมากฝรั่ง


3. ฟังเพลงคลาสสิก ไม่ว่าจะเป็นของบาสค์ บีโธเฟน หรือโมซารท์ เปิดฟังก่อนนอน จะช่วยปรับคลื่นความคิดของเราให้เป็นปกติ


4. กินอาหารเช้า ไม่ใช่แค่ร่างกายของเราเท่านั้นที่ขาดอาหารมาทั้งคืน สมองของเราก็เป็นด้วยเช่นกัน ไม่อยากให้สมองเฉื่อยชา ต้อง
กินอาหารเช้าให้เป็นนิสัย


5. อ่านหนังสือและดูหนัง มุมมองของชีวิตบางอย่างที่เราไม่เคยคิด อาจจะมีคนอื่นเห็นมากกว่าเรา ศึกษาโลกให้กว้าง มองทุกอย่างให้ไกลจากหนังสือที่เขาเขียน หนังที่เขาสร้าง ความคิดดีๆใหม่ๆ
จะเกิดขึ้นกับตัวเราเอง


6. วาดรูป แค่วาดรูปประกอบลงไป เวลาที่เราจดบันทึกหรือจดคำอธิบายต่างๆ รูปภาพประกอบจะช่วยทำให้เราจำรายละเอียดต่างๆได้ง่ายขึ้น เวลาที่เราวาด เราต้องมอง แล้วแปลทุกอย่างออกมาเป็นภาพวาด เป็นการใส่ความจำเข้าไปในสมองอย่างจงใจ


7. คุยกับผู้อื่น เปิดความคิดให้กว้าง รับฟังความคิดเห็นใหม่ๆจากผู้อื่น จะสามารถทำให้เราได้แนวคิดดีๆขึ้นมาด้วย ขอเพียงแต่ว่าเราต้องเปิดใจให้กว้างเสียก่อน อย่ารีบขัดแย้ง อย่ารีบรังเกียจคนที่คิดแตกต่าง คนที่วัยแตกต่าง คนที่แต่งกายแตกต่าง หรือคนที่มีสำเนียงแตกต่างจากเรา.



โดย: yyswim วันที่: 1 เมษายน 2549 เวลา:11:34:10 น.  

 
มาช่วยรณรงค์ให้เคี้ยวอาหารถึง 100 ทีค่ะคุณสิน


โดย: ซออู้ วันที่: 1 เมษายน 2549 เวลา:11:39:48 น.  

 
เห็นด้วยกับสิ่งที่เขียนค่ะ

การเคี้ยวอาหารช้า ๆ จะทำให้อาหารละเอียด กระเพาะทำงานน้อยลง ข้อสำคัญทำให้เป็นคนใจเย็นขึ้น นี่เห็นชัดเลย เพราะซออู้ทำเป็นประจำ

แล้วเวลาขับรถ ชอบเคี้ยวหมากฝรั่ง เพราะทำให้ไม่ง่วง นี่ก็พิสูจน์มาแล้ว

แต่การเคี้ยวหมากฝรั่งจะทำให้ความจำดีขึ้นหรือไม่ ยังไม่แน่ใจ แต่รู้สึกว่าความจำจะดีกว่าตอนเรียนนะ เรียกว่ายิ่งแก่ยิ่งจำแม่นขึ้น นี่จริง ๆ นะคะคุณสิน

ส่วนเคล็ดลับ 7 ข้อน่ะ ทำประจำอยู่หรอก ยกเว้นวาดรูป เพราะวาดไม่เป็นเลย

ขอบคุณค่ะคุณสิน ที่การย่อง ๆ เข้ามาแล้วได้ข้อมูลกลับไป ขอ save เอาไว้เลยละ จะไปบอกเด็กต่อตอนเปิดเทอม



โดย: ซออู้ วันที่: 1 เมษายน 2549 เวลา:11:47:11 น.  

 
ดิฉันมีข้ออ้างอยู่เรื่อยที่จะไม่สามารถเคี้ยวละเอียดได้
สมัยก่อน ก็เพราะอยู่แก๊งค์ปอบ....ต้องรีบแย่ง ไม่งั้นของอร่อยหมด
ตอนนี้...รีบกิน รีบไปเลี้ยงลูก
เฮ้อ...อนาถ


โดย: มรรคณิชา วันที่: 1 เมษายน 2549 เวลา:12:55:13 น.  

 
แง่มๆๆ


โดย: ปลาทูน่าในบ่อปลาพยูน วันที่: 1 เมษายน 2549 เวลา:13:56:48 น.  

 
สิบทีเนี่ย...
คนที่ไปกินข้าวเค้าจะรอเรามั้ยน้อ
กินหกโมงเสร็จซัก 2 ทุ่ม


หมอบอกเราเป็นคนนอนกัดฟันมาก
ตื่นมาเลยไม่อยากเคี้ยวอะไรเลย มันเมื่อย
ต่อไปนี้ต้องเคี้ยวอาหารให้มากขึ้นซะแล้ว


โดย: อันปังแนน วันที่: 1 เมษายน 2549 เวลา:16:21:22 น.  

 
อืม.ม.ม อ่านแล้วต้องไปสั่งอาหารเย็นมากินหน่อยและ เด๋วจาค่อยๆ เคี้ยวดูจ๊ะ
เคี้ยวหมากฝรั่งเหรอ ไม่เลวๆ จากได้งดกินของจุบจิบด้วย
กอบกุนสำหรับข้อความจ้า


โดย: ladybear วันที่: 1 เมษายน 2549 เวลา:18:39:47 น.  

 
เหมือนจะง่าย...แต่จริงๆก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยเนาะ กับเรื่องเคี้ยวๆกลืนเนี่ย


โดย: กุมภีน วันที่: 1 เมษายน 2549 เวลา:18:42:24 น.  

 
พอเคี้ยวนาน ๆ อ๊วกเลยเรา ทำไงดี


โดย: ชายคา วันที่: 1 เมษายน 2549 เวลา:22:42:22 น.  

 
ต้องเคี้ยวเร๋วๆ ไหมนี่
เดี๋ยวโดนเพื่อนแย่งหมด
..
..
..
จิงๆแล้ว เห็นด้วยครับ ควรเคี้ยวละเอียดๆ จะดีกว่า


โดย: แร้ไฟ วันที่: 1 เมษายน 2549 เวลา:23:52:03 น.  

 
เวลารีบๆทีไร ลืมเคี้ยวทุกที เลย ผม
สงสัยต้องแก้ไขซะแล้ว


โดย: สะติมม๊อนโสสะโตเบ้ว วันที่: 2 เมษายน 2549 เวลา:1:10:52 น.  

 
คุณซออู้ครับ……ผมเห็นด้วยกับคุณครับ
“การเคี้ยวอาหารช้าๆ จะทำให้อาหารละเอียด กระเพาะอาหารทำงานน้อยลง”

ขอบคุณนะครับที่เข้ามาอ่านเป็นคนแรก และเมนต์ถึงสองครั้ง
ยินดีด้วยที่คุณจะนำไปถ่ายทอดให้น้องนักศึกษา
แล้วรายการ ”กบนอกกะลา – มะพร้าวเกาะสมุย” ไม่เอาด้วยเหรอครับ อัดให้เสร็จแล้วนะครับ


คุณมรรคณิชา…..ข้ออ้างเหมาะสมแบบนี้ น่าเห็นใจนะครับ
ยังไงเสีย น้องมรรคณิชา ต้องมาเป็นอันดับแรกอยู่แล้ว



โดย: yyswim วันที่: 2 เมษายน 2549 เวลา:13:20:57 น.  

 
คุณปลาทูน่า…..ท่าทางคุณจะเคี้ยวอาหารอยู่
ขอให้กินให้อร่อย


คุณอันปังแนน……กินกะคนอื่น คงจะต้องเข้าเมืองตาหลิ่วล่ะครับ
แต่ถ้ากินคนเดียว อิอิ ไม่ต้องรีบ เด๋วจะสำลัก



โดย: yyswim วันที่: 2 เมษายน 2549 เวลา:13:22:09 น.  

 
คุณlady bear……ทานอาหารเย็นคนเดียว หรือกะแฟน ทานช้าๆนะครับ ไม่ต้องเร่งรีบ


กุมภีณ…….คุณย่า คุณยาย กว่าท่านจะประดิษฐ์และปรุงมาให้หลาน ภูมิปัญญาไทยจะใช้เวลานาน
โฮะโฮะ สมควรที่คนรุ่นหลังจะเคี้ยวนานๆหน่อย ให้สมกับความตั้งใจของท่าน



โดย: yyswim วันที่: 2 เมษายน 2549 เวลา:13:25:24 น.  

 
ชายคา…….เคี้ยวนานพอประมาณแบบคิดเรื่องดีนะครับ
แต่ถ้าทำไม่ได้ ก็เคี้ยวแบบปกติก็ได้ ขอให้กินอาหารให้อร่อยก็แล้วกัน


แร้……กินกะเพื่อน ก็ต้องอีกแบบหนึ่ง
แต่กินคนเดียว ควรเคี้ยวนานๆ ใช่เลย ไม่จำเป็นต้องรีบ



โดย: yyswim วันที่: 2 เมษายน 2549 เวลา:13:26:15 น.  

 
คุณสะติมม๊อน….คนคล่องแคล่ว ก็ยังงี้แหละครับ เป็นเรื่องธรรมดา
แต่เคี้ยวรีบๆ กระเพาะจะทำงานหนักแน่นอน

ถ้าสามารถเคี้ยวนานขึ้นสักนิด จะเป็นผลดีต่อร่างกายหลายอย่าง




โดย: yyswim วันที่: 2 เมษายน 2549 เวลา:13:27:01 น.  

 
อืม จะพยายามเคี้ยวมากขึ้นครับ
ปกติสักสองสามทีก็กลืนแระ เหอๆ


โดย: นางาเสะ ไลท์ วันที่: 2 เมษายน 2549 เวลา:17:11:26 น.  

 




จ๊ะเอ๋ๆๆ
หนี่ฯเคยใด้ยินมาเหมือนกันคะ

สบายดีนะคะ




โดย: หนี่หนีหนี้ (แพรวขวัญ ) วันที่: 2 เมษายน 2549 เวลา:18:30:21 น.  

 


โดย: พีเจี้ยวค่ะ (sutida_jeaw ) วันที่: 12 เมษายน 2549 เวลา:3:28:31 น.  

 
แล้วทำไม ควายมานเคี้ยวตั้งนาน ไม่ฉลาดซักทีอ่ะ บอกหน่อย


โดย: .... IP: 58.8.23.129 วันที่: 20 กันยายน 2550 เวลา:21:29:02 น.  

 
มาช่วยกันเคี้ยวเพื่อสุขภาพกันเถอะค่ะ


โดย: น้องแนน IP: 118.174.136.24 วันที่: 3 พฤษภาคม 2551 เวลา:18:15:12 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
yyswim
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 32 คน [?]





บล็อกสรรสาระนี้ จขบ.ไม่ได้เขียน-ไม่ได้ถ่ายภาพ-ไม่ได้อัพโหลดคลิปเอง หากแต่ทำหน้าที่เป็นบรรณาธิการบล็อก เสาะหาเรื่องดีๆ รูปสวยๆ คลิปแปลกๆ มาไว้ในบล็อก


ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยม ขอเชิญชมหรืออ่านตามสบาย ไม่ต้องคอมเมนต์ก็ได้ จขบ.ชอบการเข้ามาเยี่ยม แบบกันเอง ง่ายๆ สบายๆ




เริ่มเขียนBlog เมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ.2548


เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ.2550 เวลา 23.30 น.


เริ่มนับจำนวนผู้เข้าเยี่ยมชม




Latest Blogs

New Comments
Group Blog
 
<<
เมษายน 2549
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
1 เมษายน 2549
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add yyswim's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friends


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.