Group Blog
  •   
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
มีนาคม 2560

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
11
12
13
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
รพ..หมอและพยาบาลในเยอรมัน ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ^^~






สืบเนื่องจากอาการกระดูกหัก ช่วงข้อเท้า (จากบล็อคที่แล้ว)

 แล้วก็ยังอยากเขียนเรื่องนี้เก็บไว้ต่อ


หมอสั่งให้นอน รพ เพื่อรอทำการผ่าตัดใส่เหล็กดามกระดูกในวันถัดไป

พร้อมสั่งว่า ห้ามกินหรือดื่มอะไร ฟังแล้วน้ำตาจะไหล 

ยังไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่เที่ยงนี่ก็จะสามทุ่มแล้ว

นอกจากจะปวดขาแล้วต้องอดทนกับความหิวอีก!!


เราไม่เคยเข้า รพ ที่เยอรมันมาก่อน (เคยแค่ไปทำฟันที่คลินิคครั้งนึง)

แต่บอกก่อนว่าในความคิดเราก่อนหน้านี้คือ 

คิดว่าหมอและพยาบาลไม่น่าจะเฟรนลี่กับคนไข้เท่าไหร่

บรรยากาศน่าจะดูกดดันๆไรงี้ คือมันเป็นแค่ความคิดแรกของเราเองนะคะ

แล้วอีกอย่างที่นี่ก็ไม่ได้เหมือนเมืองไทยที่จะมีญาติมาเฝ้ามาดูแลได้ตลอดด้วย

ตอนนั้นเลยบอกตัวเองว่า เราไม่ควรไปคิดลบเยอะ 

เพราะไงตอนนี้เราก็อยู่ รพ ละ แถมยังต้องอยู่อีกหลายวันด้วย 

เราควรทำตัวเป็นผู้ป่วยที่ดี ให้เกียรติเจ้าหน้าที่

 และ ควรขอบคุณทุกครั้งที่เขาเค้ามาตรวจมาดูแล

สำคัญที่สุดคือ ยิ้มเยอะๆ(อันนี้เพื่อตัวเองด้วย)


คืนแรก พยาบาลเข้ามาดูทุกๆสองชั่วโมงเลย 

มาถามว่าปวดไหม นอนหลับไหมไรงี้ พยาบาลใจดีมาก

 ห้องที่เราอยู่เป็นห้องสำหรับผู้ป่วย 2 คน เตียงข้างๆป็นคุณยายแก่ๆ

เห็นคุณยายแกหลับตลอดเลย อิจฉ้าอิจฉา 

ราไปหลับอีกที ตี 4โน้นนนเลยอะ หลับไป 2 ชั่วโมง 

6โมงเช้าเปะๆ พยาบาลมาปลุกค่าาาา

ได้ยินเสียง “ Guten Morgen ” (อรุณสวัสดิ์) มาอย่างดังอะ

พอเห็นเราลืมตา นางก็พูดเยอรมันสั้นๆกับเราว่า

 “ต้องเตรียมตัวเพื่อไปผ่าตัดนะคะ”

เราก็ยัง งงๆ ฟังเข้าใจอะ แต่ไม่รู้ว่า ”เตรียมตัว”นี่ต้องทำอะไรบ้าง 

สะลึมสะลือกระพริบตาพริบๆรอพยาบาลพูดไรต่อ แต่นางดันไม่อธิบายไรเลย

ยืนจ้องเราเฉย เราก็เลยเฉยๆมั่ง คือมันง่วงอะ

สักพักนางพยาบาลก็พูดต่อ

“ต้องตื่น เพื่อเตรียมตัวเพื่อไปผ่าตัดนะคะ”

เราก็งง นี่ก็ตื่นอยู่นะ จะให้ทำไรก็พูดมาสิ นางก็ไม่พูดอีก เราเลยถามไปว่า

 “ฉันต้องทำอะไร”

นางก็ตอบ “คุณต้องไปห้องน้ำคะ” สั้นๆ

เราก็เลยลุกขึ้นนั่งคะ คือรอให้เค้าเอารถเข็นมาให้

แต่นางพยาบาลก็ยังยืนเฉย เราเลยหันไปบอก 

“ขาฉันนะคะ มันเดินไม่ได้นะคะ”

เออ !! นางถึงได้สติ แล้วไปเข็นรถมาให้เรา 

เรายิ้มให้นางแล้วบอกขอบคุณนางที่เอารถเข็นมาให้

แค่นั้นเอง ดูนางอารมณ์ดีขึ้น เริ่มพูดเริ่มถามเราว่า 

จะให้ช่วยหยิบอะไรไหม ให้อยู่ในห้องน้ำด้วยไหม

เปลี่ยนชุดเองได้ไหม อะไรงี้  (สงสัยพยาบาลก็เพิ่งตื่น55)

หลังจากเตรียมตัว เปลี่ยนเสื้อผ้า เช็ดตัว ล้างหน้าแปรงฟันเสร็จ

ก็โดนย้ายไปที่ห้องผ่าตัดทันที

 หมอผ่าตัดก็ชวนคุยไม่หยุด 

พอหมอรู้ว่าเป็นคนไทย

 หมอเปิดเพลง ดูเธอทำ “ดู ดู๊ ดูเธอทำ ทำไมถึงทำกับฉันได้” ให้ฟังด้วย

 หมอบอกชอบเพลงนี้มาก55 ลูกสาวหมอไปเที่ยวไทยกลับมาเอามาเปิดให้ฟัง55

พร้อมกับถามนั่นถามนี่ เรื่องครอบครัว เรื่องแฟน สารพัด 

จนหมอในห้องอีกคนพูดว่า

 "นี่เธอเป็นแม่เค้าหรอถึงได้ถามอะไรเค้าเยอะแยะซอกแซกไปหมด"

แล้วหมอก็ขำ หันมาพูดกับเราว่า

“นี่เธอเธอต้องบอกฉันทุกอย่างที่ฉันอยากรู้นะ ฉันเป็นเหมือนแม่เธอแหล่ะ” 

พูดเสร็จนางก็หัวเราะชอบใจ เราก็ขำนะ เป็นหมอที่ตลก คุยเก่งมาก


ก่อนฉีดยาสลบ หมอก็บอกว่า หลับฝันดีน้า "เดี๋ยวฉันจะซ่อมขาให้เธอเอง"

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะหมอด้วยรึปล่าวทำให้เรารู้สึกว่า 

ครั้งนี้เป็นการหลับแบบอารมณ์ดีมาก

ตื่นมาอีกที ตอนที่พยาบาลมาปลุกว่าผ่าตัดเสร็จแล้ว

  จะพากลับไปที่ห้อง ไปถึงห้อง ก็เห็นแฟนมานั่งรออยู่แล้ว

 แต่เรายังสะลึมสะลือนะ พยาบาลมาอธิบายว่า ถ้าจะเข้าห้องน้ำกดปุ่มเรียกนะ 

ถ้าปวดขามากก็ให้เรียกจะมาเพิ่มยาให้ เราก็พยักหน้า งึกๆ

แฟนก็พยายามจะคุยด้วย แต่เราคุยไปได้สองสามประโยค เท่านั้นแหล่ะ

 ก็หลับ แต่หลับไปไม่กี่นาทีหรอก ก็ตื่น มาคุยอีก

แต่ถึงจะสะลึมสะลือ เราก็ยังอารมณ์ดีมาก

แฟนเล่าว่าตอนนั้นเราตื่นมาปุ๊บก็ยิ้มทันที

 ขนาดถามว่าปวดไหม เราตอบว่าปวดมาก แต่หน้าเรานี่ยิ้มนะ แล้วก็หลับ

มาตื่นแบบหมดฤทธิ์ยาก็ตอนหัวค่ำเลย พยาบาลเอาอาหารเย็นมาให้

หิวมากกก ไม่ได้กินไรเลยตั้งแต่เมื่อวานจนตกเย็นอีกวันคิดดู เกิน 24 ชั่วโมงแร่ะ

แต่เห็นอาหารแล้ว ก็ไม่ได้มีความอยากเท่าไหร่เลย 555


ต่อไปนี้เป็นการรีวิวอาหาร รพ 55




อาหารเช้ากับอาหารเย็นจะน่าตาประมาณนี้



อาหารกลางวัน



อันนี้ก็มื้อกลางวัน เป็นมื้อสุดท้ายก่อนออกจาก รพ 

ปกติไม่ค่อยแตะเนื้อสัตว์แต่มื้อนี้กินคะ แฟนบอกว่ากินไปสักครึ่งก็ยังดี 

เป็นคนป่วย มึงอย่าเรื่องเยอะ555 




จริงๆที่ รพ จะมี เจ้าหน้าที่มาถามคะว่า

 จะกินอะไร มีเมนูให้เลือกในแต่ละวันด้วย

แต่ถ้า จนท ครัวเค้ามาแล้วเห็นเราหลับเค้าก็ไม่ปลุกเราคะ 

เราเลยไม่ค่อยได้เลือกอาหารเองเลย จนท เลือกให้เองเลย

รู้สึกว่าอยู่ รพ สี่วัน ได้เลือกเมนูเองแค่วันเดียว


มื้อเช้ากับมื้อเย็นนี่ แทบจะเหมือนกันทุกวัน 

ขนมปังกับแฮมและ ชีส เราไม่ชอบกินแฮม ไรพวกนี้มันเค็ม และเป็นเนื้อสัตว์

แม่สามีรู้เค้าก็หอบผลไม้ และนูเทลล่ามาให้ กระปุกเบ้อเริ่ม






 แถมจะหุงข้าวทำอาหารมาให้ด้วย

 เราเลยต้องเบรคแม่ไว้ว่าไม่ต้องแค่นูเทลล่า ก็อยู่ได้ละ 

เราพอกินได้อยู่ไม่อยากเรื่องเยอะ 

แถมอาหารกลางวันเราว่าก็ไม่ได้น่าเบื่ออะไร






มาพูดถึงพยาบาลต่อบ้าง 

เวลาที่พยาบาลเปลี่ยนกะ แล้วเป็นคนใหม่ที่ยังไม่เคยเจอเรา

 เค้าก็จะมาแนะนำตัวคะ

"ฉันชื่อ...นี่นะๆ เป็นพยาบาลจะดูแลคุณช่วงเวลาเท่านั้นเท่านี้

ถ้าคุณต้องการความช่วยเหลือฉันจะเป็นคนดูแลคุณ"

ที่ไทยกับเกาหลีเราไม่เคยเจอแบบนี้อะ

 แต่เราชอบแบบนี้นะ มันรู้สึกอบอุ่นดี 

ทุกๆวัน เราว่าพยาบาลมาดูแลเราดีมาก พูดจาดีด้วย

ยิ่งพยาบาลที่อายุเยอะหน่อย เค้าจะเอ็นดูเรามากๆ 

มีอยู่คนนึงเวลาเข็นไปที่ห้องน้ำทีไร 

ชอบพยุงเรายืนพร้อมจับถอดกางเกงให้เรียบร้อย 

เอ่อ คืออันนี้ก็เอ็นดูเกินไปนะเราว่า

 ขนาดบอกว่า “ฉันจัดการเองได้คะ ไม่ต้องๆ” 

โดนดุคร่าาา นางบอกว่า “เด็กน้อย ฉันต้องดูแลเธอนะ!”

แต่สีหน้านางใจดีนะ แต่ถึงงั้นก็เถอะ

 เวลานางอยู่จะเข้าห้องน้ำนี่ไม่อยากเรียกนางเลยคะ




ต่อมาเป็นเรื่อง นักกายภาพ หลังผ่าตัดเสร็จ 1วัน 

หมอก็บอกว่า จะส่งนักกายภาพมาให้

นักกายภาพของเรามา 2 คน เราเดาคะว่า 

นนึงยังคงเป็นนักเรียน ausblidung 

อีกคนเป็นหัวหน้านักกายภาพหรือครูที่มาพร้อมใบประเมิณนักเรียน 

โดยตัวเราน่าจะเป็นเคสศึกษาพอดี 

โดยคนที่เป็นนักเรียนเนี่ยไม่ใช่คนเยอรมันอะคะ 

เพราะเยอรมันที่เค้าพูดกับเรา สำเนียงมันจะแปลกเพี้ยนมาก 

เราฟังไม่ถนัด เดาไม่ถูก แล้วตัวนักเรียนเค้าเกร็งมากคะเวลาคุยกับเรา 

นึกถึงตัวเองคะ เป็นเราก็คงตื่นเต้น กลัว 

เราก็อยากช่วยเค้าคะ เค้าถามไรมา ก็พยายามตอบพยายามเข้าใจสุดๆ 

แต่สุดท้ายครูนักกายภาพเค้าบอกว่า คุยภาษาอังกฤษกันก็ได้นะ 55

 เราเลยรีบพูดว่า “ขอโทษนะ ภาษาเยอรมันฉันไม่ค่อยดีนะ”

แต่พอเปลี่ยนมาคุยอังกฤษนางก็ยังเสียงสั่น ปากสั่น พูดติดๆขัดๆ

 ดูเกร็งกว่าเดิมอีกอะ  พอมาวัดการยืดเส้นของเท้าสองข้าง นางก็มือสั่น 

พอมานวดๆ คอและท้องให้เรามือยังก็สั่นไม่หยุดนะ

 เราเลยบอกว่า “รู้สึกดี ขอบคุณนะ” 

พยายามช่วยให้นางหายเกร็งและเผื่อได้คะแนนดีๆ55

จากนั้นนางก็บอกว่าจะสอนการเดินโดยใช้ไม้ค้ำ

 แต่ตอนนั้น นางนึกคำว่าไม้ค้ำไม่ออก

 อาจารย์เลยมาช่วยอธิบาย แต่ตัวอาจารย์ก็ลืมคะ 

ว่าภาษาอังกฤษเรียกว่าอะไร 555 

นางก็เลยวิ่งไปเอามาให้เราตอนนั้นเลย

 แล้วก็ถามเราว่าอันนี้เรียกว่าอะไรในภาษาอังกฤษ55

 บอกตามตรง ณ ตอนนั้น กูยังนึกภาษาไทยไม่ออกเลยคะ 

ในหัวยังคิดอยู่เลย ไม้ค้ำ ไม้ยัน ไม้อะไรวะ55 

อังกฤษตรูคงรู้ละมั่ง55 ก็เลยกลายเป็นหัวเราะขำขันกันไปคะ

 เราเลยถือโอกาสนี้บอกว่า 

ฉันเข้าใจที่เธออธิบายนะ

 บางคำพวกศัพท์แพทย์ศัพท์เฉพาะฉันก็ไม่รู้ในภาษาอังกฤษเหมือนกัน

 เพราะงั้นไม่ต้องซีเรียสนะ ก็พูดต่อหน้าอาจารย์นั่นแหล่ะ 

ก้ดูสถานการณ์ดีขึ้นมาก ฝึกเดิน ฝีกยืดเส้น 

เพราะยังต้องใช้ไม้ค้ำช่วยเดินไปอีก 4 อาทิตย์

วันต่อๆมา นางก็ได้มาดูแลเราแบบไม่ต้องมีอาจารย์ มาตามประเมิณแล้ว

ดูมีความมั่นใจ หายมือสั่น ปากสั่นละ 

แถมเค้าดูมีความตั้งใจในการดูแล เทคแคร์เราดีด้วย


-----



ช่วงอยู่ รพ จะมีแม่กับพ่อสามีมาอยู่เป็นเพื่อน 

เวลาแม่มา แม่จะไปขออนุญาติพาเราออกไปสูญอากาศข้างล่าง 

แต่แม่ชอบเข็ญเราออกไปนอก รพ ทุกที 

เขาบอกว่าอยู่แต่ใน รพ น่าเบื่อ 

เราออกไปสูญอากาศข้างนอกกันลูก55



ที่ รพ จะมีโซน Caffe Area มี เค้ก มีกาแฟ มีไอติม และมีหนังสือขาย

เราก็จะไปนั่งกินเค้กกับกาแฟที่นั่นกับแม่ คือช่วงบ่ายจะเป็นเวลาที่ชิลล์มาก

ตกเย็นแฟนเลิกงานก็จะมาหา มาอยุ่เป็นเพื่อนชั่วโมงสองชั่วโมงนางก็กลับบ้าน


ส่วนอาการหลังผ่าตัด

เห็นเค้าบอกว่าอาทิตย์แรกหลังผ่าตัดจะปวดที่แผลและกระดูกมาก

แต่เราปวดแค่วันเดียว คือวันที่ผ่าตัดเสร็จนอนเฉยๆยังปวด

แต่หลังจากวันแรกนั้นเราก็ไม่ปวดอีกเลย

แทบไม่ได้แตะยาแก้ปวดเลย 

แต่พยาบาลก็น่ารักเตรียมไว้ให้ตลอด คอยมาถามตลอด



หลังอยู่ รพ 4วัน บอกเลยว่า รพ ไม่ได้ดูน่ากลัวอย่างที่เราคิดไว้ตอนแรก

 หมอ และ พยาบาลน่ารักมาก

อาจจะด้วยเพราะเราให้เกียรติเค้า

 เค้าก้ให้เกียรติเรา ปฏิบัติกับเค้าดี 

ค้าก็ปฏิบัติกับเราดี บรรยากาศเลยดีไปหมด เรารู้สึกแบบนั้นจริงๆนะ


วันที่จะออกจาก รพ จำได้ว่า 

พยาบาลในชั้นที่เราอยู่จะเรียกเราว่า

 ”Nette Mädchen” (ความหมายน่าจะใจดี lovely girl ไรงี้ ) 

แล้วก็ได้ยินเวลาเค้าพูดถึงเรา

 อย่างเช่นตอนเราพยายาม ใช้ไม้ค้ำกระดึบๆไปลิฟท์  

ได้ยินพยาบาลคุยกันว่า Nette Mädchen ได้กลับบ้านแล้วนะ

 แล้วเค้าก็เดินมาที่เรานะ มาบอกบอกหายไวๆน้าไรงี้ ฟังแล้วรู้สึกดีอะ


ขนาดกลับมาบ้านแล้วมีเหตุต้องโทรไปถามข้อมูลกับทาง

 โรงพยาบาลเรื่องเอกสาร

พอแฟนโทรเสร็จ 

คุณแฟนบอก เธอๆเมื่อกี้ จนท ที่รับโทรศัพท์

แค่ฉันบอกชื่อเธอไปเค้าก็บอก 

“อ่า...Nette Mädchen เค้าฝากมาสวัสดีด้วย ถามด้วยว่าเธอเป็นไงบ้าง"

เราก็ยิ้มหน้าบาน มันอาจเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆที่เกิดขึ้น

แต่ยังไงเราก็รู้สึกดีนะ


ช่วงเวลาที่ดูแลตัวเองไม่ได้ เดินไม่ได้

 แถมอยู่ไกลบ้านเกิดเมืองนอน

ทั้งหมดทั้งมวลไม่ได้รู้สึกแย่อะไรมากมาย

 อาจจะเพราะไมใช่ครั้งแรกที่เข้า รพ เวลาอยู่ต่างประเทศ

สมัยอยู่เกาหลีก็เคยผ่าตัดชีส7-8ปีได้แล้วละ 

ตอนนั้นแฟนก็ไม่มี เพื่อนก็น้อย 

โดดเดี่ยวและหดหู่มากก็ยังผ่านมาได้สบายๆ55

เทียบกับตอนนี้ ตอนนี้โคตรสบาย

 มีแค่อาการหงุดหงิดที่เคลื่อนที่ช้า หยิบจับอะไรไม่ได้

เพราะมือและแขน ต้องวุ่นวายกับการใช้ไม้ค้ำ 

ต้องรอให้คนที่บ้านบริการ

ไอ้เราก็อยากช่วย อย่างเอาจานไปวางที่โต๊ะอาหารงี้ 

ถ้าเราถือ เราก็จะไม่มีมือใช้ไม้ค้ำช่วยเดิน

เราเลยกระโดดกระต่ายขาเดียวพร้อมถือจานไป 

สรุป ทั้งบ้านร้อง “Ohhh Yumi Neinnnnnnn” 

โดนสั่งห้ามเพราะเรานี่กระโดดๆ

ได้ตั้งแต่วันแรกที่ออกจาก รพ เลย 

เวลาอยู่คนเดียวก็แอบกระโดด 55 ดึ๊งๆ

จะได้หยิบนั่นหยิบนี่ได้ให้ตัวเองได้


------


ช่วงเวลาที่เกิดอาการนอยด์คืออาทิตย์แรกหลังผ่าตัด

อยากออกกำลังกาย อยากออกไปวิ่ง อยากออกไปช้อป 

แต่ทำไม่ได้ ต้องคลุกอยู่ในบ้าน

พราะขาบวมมากหมอสั่งให้เอาขาไว้สูงๆ

พยายามอย่าเดินเยอะและห้ามนั่งขาห้อยลง 

พอไม่ค่อยได้ขยับตัว ทำในสิ่งที่เคยทำ ความรู้สึก ลบๆก็มาเยือน 

เราเป็นคนที่เกลียดความรู้สึกแบบ nagative มาก 

วันที่อาการนอยด์มาเยือนมากๆ 

เลยหยิบสมุดกับปากกามาเขียนอะไรดีๆ 

ข้อดีหลังจาก ขาหัก สิ่งดีๆมันมีอยู่ตลอดเวลานั่นแหล่ะ 

เขียนไปเปิดเพลงมันส์ๆ ไปด้วย 

เชื่อมะ กลับมาอารมณ์คึกคัก หายนอยด์คะ

…แค่ความคิดเปลี่ยน บรรยากาศก็เปลี่ยนละ...








Create Date : 14 มีนาคม 2560
Last Update : 14 มีนาคม 2560 19:08:22 น.
Counter : 245 Pageviews.

3 comments
(โหวต blog นี้) 
  
สวัสดีค่ะ..

ขอให้หายป่วยไวไวนะคะ

ไปผ่าตัดซะไกลเลย แต่ก็ได้แม่สามีมาดูแล..อิอิ

น่ารักคะครอบครัวนี้..

หายปวดไวไวนะคะ

โดย: อ้อมแอ้ม (คนผ่านทางมาเจอ ) วันที่: 14 มีนาคม 2560 เวลา:19:20:33 น.
  
หายไวๆนะคะ
โดย: ถูกใจ ขำกลิ้ง ซึ้ง วันที่: 17 มีนาคม 2560 เวลา:3:15:16 น.
  
หมอฟันเคยส่งไปกายภาพ ขากรรไกร 6 ครั้ง
ตอนเครียด นอนกัดฟัน ...ต่อด้วยไคโรแพคติกจาก
หมอประจำตระกูลผู้อิ๊อ๊ะ ...ปวดท้องปรับอาหาร
ตอน 2เดือนแรกที่ย้ายไปเยอรมัน

นับถอยหลังอีก 5 วันกลับเยอรมันแล้ว คิดถึงสามีมากเทียว..
โดย: kueckieziegler วันที่: 19 มีนาคม 2560 เวลา:1:10:04 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
Clannad
Location :
  Germany

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



  :: อ่านบล็อคตามวันที่อัพ ได้ที่นี่คะ ::



 
 
 
 
 
 
New Comments