Group Blog
 
 
พฤศจิกายน 2552
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
19 พฤศจิกายน 2552
 
All Blogs
 

สัมผัสอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิในแบบเชิงอนุรักษ์

อันที่จริงแล้วทริปนี้ผมเคย Post ไว้ในเวปของ Bikenet แต่บังเอิญมีเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ทุกอย่างก็เลยสลายไป ก็เลยขอนำมาให้เพื่อน ๆ ได้สัมผัสกันที่นี่อีกครั้งหนึ่ง

ภาพแผนที่เส้นทางที่เราปั่นกันจาก อำเภอทองผาภูมิ มุ่งขึ้นสู่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ โดยเส้นทางถนนสาย 3272




ประมาณเดือน ตุลาคม อยู่ ๆ ก็ได้รับโทรศัพท์ จาก ปรมาจารย์ป้อม ที่เป็นทั้งเพื่อนและน้องสุดเลิฟ พี่ ๆ ออกมาหาอะไรกินกันหน่อย จะขอนัดคุยกัน หาทริปปั่นเที่ยวกันดีกว่า อ้าวจัดไป พอไปถึงที่นัดหมาย ก็เห็น เพื่อน ๆ คนหน้าเดิม พ่อเลี้ยงสุบิน น้าหนึ่ง อาจารย์ป้อม แล้วใครต่อใครอีกคน พอได้ที่ก็เริ่มคุยกันว่าจะไปไหนกันดี สรุปได้ว่า ทองผาภูมิ ก็แล้วกัน งานนี้มีน้าหนึ่งเป็น ผู้นำทริปก็แล้วกันเพราะบอกเคยไปมาแล้ว น้าหนึ่งสรุปทริปคร่าว ออกจากศรีราชาประมาณ 3 ทุ่มคืนวันที่ 23 พฤศจิการยน กะว่าไปถึงทองผาภูม ประมาณสักตี 3 แล้วหาที่พักนอนกันตามปั้มน้ำมันใกล้ ๆ จะตลาด หลังจากนั้น เช้า ๆ ก็ปั่นไปตลาดหาข้าวกิน แล้วก็ มุ่งไป อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิระยะทางประมาณ 50 กม. มีขึ้นเขาสูงชันประมาณ 10 กว่า กม. พอสรุปได้ก็แจ้งเพื่อน ๆ คนอื่น มีคนตอบรับมาประมาณ 20 คน ก็ต้อง จัดรถยนต์เพื่อรองรับกัน ทีแรกกะ จะต้องมีรถตู้ 1 คัน รถกระบะ 2-3 คัน ทุกอย่างลงตัว หลังจากนั้นก็รอเวลา จนถึงวันที่ 22 พ.ย. ก่อนเดินทาง 1 วัน

น้าหนึ่งโทรมา “ พี่ เอางัยดี ตอนนี้เหลือ เรา 5 คน แล้ว คนอื่นติดธุระหมด “ ผมรีบตอบทันที “The show must go on น้าหนึ่ง 5 คนก็ 5 คน” ว่าแต่เหลือใครบ้าง มีพี่ มีผม จารย์ป้อม เจ้าแบน พ่อเลี้ยง โอเค ขาโจ๋ ทั้งนั้นเลย เป็นอันว่ายุบรถยนต์เหลือ รถตู้พ่อเลี้ยงคันเดียวเลยก็แล้วกัน สำหรับ เรา 5 คน บวกผู้ติดตามอีก 4 คน มีคุณต่าย น้องหมอก คุณวรรณ และน้องเต้

ทุกอย่างยังคงเป็นกำหนดการเดิม ออกเดินทางสามทุ่ม จากศรีราชา มุ่งหน้าทางบางนาตราด ขึ้นถนนกาญจนาภิเษก ตอนนนั้นยังวิ่งฟรี พ่อเลี้ยงขับเป็นมือหนึ่งพอถึงเมืองกาญจน์ ก็แวะทานข้าวต้มกัน หลังจากนั้น มือสอง ช่างแบนรับอาสา ผมก็หลับ ๆ ตื่น ๆ แต่ความรู้สึกรู้ว่า รถมันพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว สักพัก ก็ต้องตื่นกันทั้งคัน เมื่อชางแบน บอกว่า “ทำไมหมอกเยอะจัง มองไม่เห็นทางเลย” งานเข้าแต่ละคนตาสว่าง ช่วยกันมาลุ้นทางด้านหน้า ตลอดเส้นทางหมอกจัดมาก ลุ้นไปลุ้นมาก็มาถึง ปั้ม ปตท. ก่อนถึงตลาดทองผาภูมิสัก 1 กม. ที่ปั้มนี้มี้ร้าน 7-11 เปิดไฟสว่างโร่เลย เราเลยตัดสินใจนอนพักกันหน้า 7 นั่นแหละ กางเตนท์ตรงที่จอดรถด้านหน้าเลย

บรรยากาศ เมื่อไปถึง คืนนี้มองพระจันทร์แล้วดูเงียบเหงาจัง



กว่าจะนอนกันก็เกือบ ๆ ตี่สี่แล้ว ระหว่างนอนก็ ได้ยินเสียง เครื่องยนต์ของรถที่แวะเข้ามาซื้อของ แต่ไม่มีเสียงอะไรที่เร้าใจไปว่าเสียงของเจ้า Isuzu TFR เลย ขอบอก แม่เจ้า ไม่เชื่อลองดูก็ได้ หาที่เงียบ ๆ แล้วสตาร์ทเครื่องแล้วนอนฟังเสียงคำรามมันดู สมฉายา มังกรของมันเลย เท่านั้นไม่พอ ผู้คนที่มากับรถ มีการ มาชะโงกตามเตนท์ แบบตื่นเต้นอีก “นี่ ๆ เต้นท์นี้นอนสามคน อันนั้น สองคน ดูน่าสบายจัง น่านอนจังเลย” อ้าว พวกเรากลายเป็นสวนสัตว์ให้เค้าชมกันแล้ววุ้ย เสียงช่างแบนบ่นแต่เช้า

ในที่สุดก็ต้องตัดสินใจไม่นงไม่นอนกันแล้ว ทนเสียงรบกวนไม่ไหว เลยลุกขึ้นมานั่งคุยเล่นกันดีกว่า กะว่าเดี่ยวสัก 6 โมงเช้าก็ ทำธุระ แต่งตัวแล้วปั่นจักรยานไปหาอะไรกินในทองผาภูมิกันเลย พอได้เวลา พวกเรา 5 คนก็เริ่มปั่นออกจากปั้ม ปตท. มุ่งไปตลาดทองผาภูมิ หมอกขาวโพลน ทำให้ทัศนวิสัยไม่ดี ต้องเปิดท้าย เพื่อให้รถยนต์เห็นเรา หนาว ก็หนาว ในใจ ได้แต่รำพัน “นอนอยู่บ้านดี ๆ ไม่ชอบไม่น่าเลย”

ฝูงเสือภูที่เตรียมพร้อมรอเวลา ทะยานขึ้นสู่ขุนเขา 5 คันนี้ ราคารวมกัน เกือบซื้อรถเก่งเล็ก ๆ ได้คันหนึ่งเลยที่เดียว




ประมาณ 7.30 น. ก็เริ่มเดินทางออกจากร้านครัวเงาะป่า มุ่งไป อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ บนเส้นทางสาย -3272 ตอนนี้ พวกเรามีแต่ น้ำดื่ม เท่านั้น ส่วนอาหาร ไม่ได้เตรียมไว้ เพราะกะว่าจะต้องไปถึงจุดหมายก่อนเที่ยง ให้ได้

ผมปั่นไป ถ่ายรูปไป แป๊บเดียวเพื่อน ๆ ทิ้งห่างไปข้างหน้าแล้ว เลยต้องรีบเพิ่มความเร็วไล่ตามเพื่อน ๆ ลมหนาวก็ยิ่งหนาวขึ้น ๆ เรื่อย ๆ สักพักพอร่างกายเริ่มปรับตัว ความหนาวก็หายไปหมด ความเหนื่อยก็เริ่มเข้ามาแทนที่



ในยามเช้าบนเส้นทางสายนี้ ดูเหมือนจะมีเพียงพวกเราเพียง 5 คน เท่านั้นเอง รถยนต์ที่แล่นผ่านเรามีน้อยมาก ความเร็วที่เราใช้อยู่ในช่วง 25-35 กม. ต่อชั่วโมง ไปกันแบบเรื่อย ๆ ในตอนแรก ผมตั้งใจว่าจะแวะเที่ยวที่เขื่อน ....... แต่น้าหนึ่ง ผู้นำทริปเราบอกว่า เดี่ยวไปไม่ทันเที่ยงนะ อ้อเหรอ ไม่แวะก็ไม่แวะ ครับท่าน พอสักพัก ผมสังเกตด้านขวามือเริ่มมีท้องน้ำแล้ว มีรีสอร์ท ซึ่งเป็นแพลอยน้ำ อยู่เป็นระยะ สักพัก ผมก็ต้องบอกเพื่อน ๆ "แวะหน่อยครับพี่น้อง" และเพื่อมิให้ ผู้นำทริปเราต้องบอกซ้ำ ผมรีบพูดต่อ "ผมปวดฉิ้งฉ่องครับพี่น้อง" อิอิ จะไปก่อนก็ไปเถอะ ว่าแล้วผมก็ทิ้งรถจักรยานพุ่งเข้าข้างทางทันที หลังจากนั้นก็เก็บภาพแถว ๆ นั้นไว้เป็นที่ระลึกสึกหน่อย

ใครเห็นภาพนี้แล้วจำได้ช่วยบอกหน่อยครับว่าแถวนี้เรียกว่าอะไร เพราะผมไม่มีเวลาอ่านป้ายอะไรเลย น้าหนึ่งผู้นำเราก็เร่งเหลือเกิน



หลังจากออกตัวจากจุดที่ผมไปทำพิกัดไว้ ช่างแบน ปั่นมาข้าง ๆ ผม พี่ ๆ ถ้าจอดถ่ายภาพแบบนี้สงสัยพี่ไม่ทันแน่ ผมว่า พี่ใช้วิธีผมดีกว่า พี่ หันกล้องมาด้านหลังเดี่ยวพวกผมจะหามุมกล้องเอง ความคิดอันนี้เข้าท่าว่าแล้วก็ลองกันเลย

ภาพจากแนวคิดช่างแบนออกมาแบบนี้แหละ



หนึ่งชั่วโมงผ่านไป ระหว่างทาง พวกเราเห็นคล้ายเป็นแม่น้ำอยู่ด้านขวามือของพวกเรา ซึ่งภายหลัง มาดูแผนที่แล้ว ผมคาดว่าน่าจะเป็นลำน้ำของ "ห้วยเขย่ง" ผมออก ไอเดียอีกแล้ว ผมว่า เราน่าจะลองไปเล่นน้ำตรงนั้นสักหน่อยนะ " เดี๋ยวไม่ทันเที่ยงนา " ว่าแล้วน้าเค้าก็เร่งสปีดนำหน้าไปก่อนเลย โดยนัยว่า ข้าไปแล้เอ็งต้องตาม เสียงพวกเราในกลุ่ม ลอยมา ก.........รู ว่า น้าหนึ่งหนึ่งนี้ พอ ๆ กันน้าดันเลย คงต้องให้ฉายาน้าเค้าเป็นน้าดัน 2 ซะแล้ว ได้ยินชื่อน้าดันเนี่ย ผมต้อง อมยิ้มเลยครับ เป็นฉายาของพี่เราคนหนึ่ง ที่สุดยอดในเรื่องความ ดันทุรัง จะปั่นท่าเดียว

พวกผม 4 คนเริ่ม วางแผนดัดหลังผู้นำทริปแล้ว ใครคนหนึ่งออกความเห็น พี่ ๆ เราแว็บเข้าทางนั้นเลยดีกว่าหัวโค้งด้านขวา ผมว่าน่าจะเป็นทางเข้าไปที่แม่น้ำที่เห็น ปล่อยน้าดัน แกไปก่อนเลย เดี๋ยวหันมาไม่เจอใคร ก็ปล่อยให้ตามหาเราซะให้เข็ด

เฮ้ยจะดีเหรอ ไปแกล้งน้าเค้าอย่างนั้น เลี้ยวไปเลยพวกเรา อิอิอิ

ไปตามทางนี้แหละ เห็นทางแล้วก็ปลื้ม ทางแบบนี้ชอบจริง ๆ


ถึงแล้ว จอดตรงนี้แหละ หาที่ลงเล่นน้ำได้แล้ว ส่วนน้าหนึ่งไหวตัวทัน หันมามองหลัง คงรู้ในใจ โดนหักหลังแน่ เลยรีบกลับรถกลับมาหากลุ่มทันที อิอิ

จากซ้ายไปขวา น้าหนึ่ง(น้าดัน) อาจารย์ป้อม ช่างแบน พ่อเลี้ยง



ขอตัวเองสักภาพ


ดูสีหน้าช่างแบนภาพนี้แล้ว ดัชนีความสุข คงอยู่รับ 99%


ดูสายน้ำครับ ใสปิ้ง



หลังจากเล่นน้ำเย็น ๆ เหมือนโดนน้ำแช่น้ำแข็งราดตัวกัน น้าดันคนเดิมครับ ไปเถอะ เดี๋ยวไม่ทัน โอย น้าเค้าหวงแต่เรื่องไม่ทันนี่จริง ๆ วุ้ย

หลังจากนั้นเราก็ถึงแยกบ้านไร่ ก็ต้องเลี้ยวซ้าย น้าดันของเราบอกว่า เดี๋ยวจะเป็นทางขึ้นเขาสูงชันตลอดที่เหลือเกือบ 30 กม. ฟังแล้ว ดีใจจนน้ำตาแทบไหลเลย พอหลังจากนั้น เส้นทางเริ่มขึ้น ๆ ลงก่อน ในใจผมก็คิดว่า ไม่เท่าไหร่ แต่สักพัก เอทำไม รถมันหนักจัง จากที่ขึ้น ๆ ลง ๆ มันเป็นแต่ขึ้นกับขึ้น หักโค้งซ้ายทีขวาที เจอของจริงเข้าแล้วงานนี้ เพื่อน ๆ เริ่มห่างผมไปเรื่อย ๆ อันเนื่องจาก ทริปนี้ ผมไม่ค่อยได้ซ้อมเหมือนคนอื่น ๆ ช่างแบน ก็คอยลงมาตีคู่ คอยให้กำลังใจ โน่น พี่ เค้าอยู่กันนบยอดนู้น...นนนนนน


ตอนนี้ หมดอารมย์ถ่ายภาพแล้วครับ เพื่อน ๆ ไปถึงจุดพัก ชมวิวแล้ว ผมยังอยู่ห่างประมาณ 1 กม. เลยต้อง ก้มหน้าก้มตาปั่น อย่างเดียว เฮ้อ ถึงจนได้ พอถึงจุดพักรถชมวิว รถตู้ของพวกเราก็มารอให้เสบียงแล้ว ใครส่งอะไรมาตอนนี้ รับหมด อิอิ

น้าดันของเราบอกจากจุดพักรถไม่ไกลแล้วก็จะถึงที่ทำการอุทยานแล้ว ว่าแต่พวกเราจะเลยไปเหมืองปิล๊อก กันหรือเปล่า อะจึยย์... ที่แท้น้าดันเร่งแทบตายมีวาระซ่อนเร้นนี่เอง แทนที่จะให้เราพัก เล่นจะไปต่อกะให้ ถึงขั้นกระอักโลหิตเลยนี่หว่า..... แต่ เราต้องรักษาฟอร์มไว้ก่อน เดี๋ยวค่อยว่ากัน น้าหนึ่ง ขอแวะกินข้าวที่อุทยานก่อน ปากว่างั้นแต่ตาผมส่งซิกให้เพื่อน ๆ รู้แล้วว่า งานนี้ เราไม่ต่อแน่ อิอิ

หลังจากนั้นก็ไปกันต่อเรื่อย ๆ เส้นทางยังคงเป็นเนินสูงชันเรื่อย ๆ จนผมจะถอดในหลายรอบ กะโบกรถตู้ขึ้นดีกว่า แต่ ในที่สุด ก็มาถึงปากทางอุทยานฯ จนได้ เวลาตอนนั้นก็ประมาณ 11 โมงเช้า เท่ากับว่า เราใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง หักแวะเล่นน้ำสักครึ่งชั่วโมงก็เท่ากับ 3 ชั่วโมงจาก ตลาดทองผาภูมิ ขึ้นถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ

ขอเดี่ยวหน่อย


น้าหนึ่งผู้นำทริปของเรา



ช่างแบน


พ่อเลี้ยงขอบ้าง


ผมเอง งานนี้ไม่เน้นสวยงาม ขอมีภาพก็พอ ทริปแบบนี้ พกมือถือตัวเดียวดูจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด


ในที่สุดก็เป็นไปตามแผนครับ พวกผมหักหลัง น้าดัน ได้เป็นรอบที่สอง หลังจากทานข้าวเสร็จ น้าดันผมก็พยายามชวนไปปิล๊อก ต่อให้ได้ แต่ ถึงหัวจะส่าย แต่หางอย่างพวกเราไม่มีวันกระดิกตาม อิอิ เลยได้นอนพักกันที่บ้านริมผา แบบนี้ครับ



ผู้นำทริปเรายังไม่ละความพยายาม เดี๋ยวเย็นนี้ขึ้นไปชมวิวที่ต่องปะแลกัน ต้องเดินขึ้นกันไปหน่อย แล้วผมจะชี้ให้ดูว่าพรุ่งนี้เราจะไปตรงยอดเขาฝั่งโน้นกัน ซึ้งจนน้ำตาแทบไหลอีกรอบแล้ว พอตกเย็น น้าหนึ่งเราก็มาตามนัดครับไป ชมวิวกัน



ตอนเห็นภาพนี้ทีแรกกะว่าคืนนี้มีลุ้น เผื่อน้าดันเค้าจะเปลี่ยนความตั้งใจ หลังจากปลีกวิเวกไปนอนเต้นท์กันสองคน



มีอะไรให้ชมเพลินตาเยอะจริง ๆ


น้าหนึ่งผู้นำทริปเรา ชี้ไปยอดเขาอีกฝั่งหนึ่ง นั่นตรงยอดเขาที่มีธงพรุ่งนี้เราจะไปตรงนั้นกัน

อ้อเหรอ รถตู้ไปได้มั้ยครับน้า

ไปได้ครับ

งั้นเราก็ไปรถตู้กันใช่มั้ย

จักรยานดิจักรยาน

พวกเรา 4 คนหันมามองหน้ากันเลิกลั่ก น้าแกดันจริง ๆ เอาไว้วางแผนกันคืนนี้ เพื่อรับมือน้าดันกันดีกว่า พอกลับถึงบ้านพัก ผม 4 คนก็วางแผนทันที่ สรุปได้ว่า พรุ่งนี้เราจะแกล้งหลับไม่ยอมตื่นกัน รอสาย ๆ แล้วค่อยตื่น เผื่อน้าจะเปลี่ยนความตั้งใจ


พระอาทิตย์กำลังจะลับฟ้าแล้วรีบลงดีกว่าเดี๋ยวจะมืด ว่าแล้วก็เผ่นกันลงมา


จั้งซี่ แบบนี้ต้องมีภาค 2 โปรดติตตามตอนต่อไปครับ




 

Create Date : 19 พฤศจิกายน 2552
0 comments
Last Update : 25 พฤศจิกายน 2552 11:59:05 น.
Counter : 1749 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Kent
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




มุมมองการท่องเที่ยวในแบบที่บางท่านอาจจะไม่เคยสัมผัส ยามเมื่อไปกับรถยนต์ เผื่อจะเป็นแรงใจให้เพื่อน ๆ หันมาสนใจที่จะท่องเที่ยวในรูปแบบนี้บ้าง ไม่ได้ยากอย่างที่คิดครับ
Friends' blogs
[Add Kent's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.