วันนี้คุณแม่ไปเจอบทความดี ๆ เกี่ยวกับสิวมาค่ะ อยากจะเอามาแบ่งปันกัน
โดยส่วนตัวแล้วเ็ป็นคนที่รู้สึกไม่ดีกับยาเท่าไหร่ค่ะ เพราะ จากประสบการณ์หาหมอสิวมานานสิบกว่าปี ยาที่เรากินนั้น ส่งผลต่อร่างกายเราอย่างมากมายค่ะ
ที่เห็นชัดสุดคือ กระดูกบาง ซึ่งตรวจเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ถือว่าเด็กมากเมื่อเทียบกับมวลกระดูกที่เปราะบางแบบนั้น ขีดแดงเลยล่ะค่ะ
มาอ่านๆดู สาเหตุหนึ่งคือการรับประทานยาบางชนิด ตัวบีมเองไม่ค่อ่ยกินยา กินอย่างเดียวคือ ยารักษาสิว มีทั้งแก้อักเสบ และโรแอคค่ะ และยังมียาฆ่ายีสต์อีก
แต่พอหลังจากนั้น ก็เลิกหาหมอ เลิกกินยา เป็นไงเป็นกัน บีมไม่อยากพิการน่ะ อิอิ พอมารักษาเอง ก็เริ่มจับทางได้และดีขึ้นเรื่อยๆค่ะ เมื่อปีที่แล้ว ตรวจมวลกระดูกอีกครั้ง ผลเป็นบวกเลยค่ะ แข็งแรงสุด ๆ
เอาล่ะค่ะ มาดูเรื่องของคุณกอร์ดี้ดีกว่า ว่าเค้าดูแลตัวเองอย่างไรจึงหายขาดจากอาการสิวได้ ซึ่งเป็นบทความจากหนังสือ "ปั้นชีวิตใหม่ด้วยชีวจิต" ของดร.สาทิส อินทรกำแหง ค่ะ น่าสนใจมากค่ะ
นายแพทย์เออร์วิน ลูโบว์ ได้เขียนเล่าถึงคนไข้วัยรุ่นรูปหล่อคนหนึ่งชื่อกอร์ดี้ ดับเบิ้ลยู ในหนังสือชื่อ “A Teenage Guide to Healthy Skin and Hair” ว่ากอร์ดี้เป็นนักเรียนคนเก่ง ได้เกรดเอมาตลอด จนเมื่อสอบเข้าไฮสกูลได้ ซึ่งจะมีการถ่ายรูปนักเรียนทุกคนเพื่อลงในหนังสือต้อนรับนักเรียนใหม่ กอร์ดี้เป็นสิวอย่างรุนแรง หน้าของเขาเป็นผื่นบวมและไม่มีทีท่าว่ายุบง่าย ๆ
เขาถ่ายรูปครั้งแรก หน้าตาของเขาในรูปที่ออกมาดูไม่ได้ เขาจึงขอร้องกับแผนกถ่ายรูป ขอเลื่อนเวลาออกไปอีกสองสามวัน แล้วจึงถ่ายใหม่ รูปที่ถ่ายออกมาใหม่ หน้าเขายิ่งบวมแดงกว่าเก่า กอร์ดี้รู้สึกว่า ถ้าหน้าตาของเขาน่าเกลียดอย่างนั้น เขาจะทนเรียนต่อไปไม่ได้ เขาไปบอกกับพ่อแม่ว่า เขาจะขอลาออกจากโรงเรียนและไปหางานทำดีกว่า
ครอบครัวของกอร์ดี้ยากจนเหลือเกิน การไปหาแพทย์ผิวหนังนั้นต้องเสียค่ารักษาแพงเหลือประมาณ พ่อแม่ของกอร์ดี้จึงปรึกษากับหมอประจำบ้าน และหมอก็ปรึกษากับเพื่อนหมอด้วยกัน ตกลงแนะนำให้กอร์ดี้ใช้วิธีการแพทย์ทางเลือก คือให้ใช้สบู่สำหรับเด็ก ปรับเรื่องการกินอาหารให้ถูก ใช้วิตามินและแร่ธาตุ ทั้งหมดนี้ความสำคัญอยู่ที่ว่ากอร์ดี้ต้องเป็นคนทำเอง ปฏิบัติเอง จะไปหวังให้คนอื่นช่วยหรือจะเอายาแพงๆมากินไม่ได้
กอร์ดี้เปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างเข้มงวด เขาตื่นแต่เช้า ดื่มน้ำคั้นจากผักและผลไม้สด (เช่น แครอท แตงกวา ผักโขม สลับกันไป ไม่ปนกัน) เขาเปลี่ยนอาหารการกินเป็นอาหารแนวธรรมชาติ ข้าวและแป้งต่าง ๆ เปลี่ยนเป็นแป้งที่ไม่ขัดขาว เช่น ใช้ขนมปังโฮลวีท ข้าวซ้อมมือ และจะไม่แตะต้องพวกน้ำตาลขาวและผลิตผลจากน้ำตาลขาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งช็อกโกแล็ตของโปรดของหนุ่มกอร์ดี้นั้น แพทย์ที่แนะนำวิธีรักษาห้ามแตะต้องโดยเด็ดขาด และก็ห้ามอาหารประเภทมัน ๆ และของทอดเช่นกัน
เมื่อกอร์ดี้กลับบ้านในตอนเย็น แม่ของเขาจะเตรียมหัวแครอทสดปั่นแล้วทำเป็นแผ่นให้เขาพอกหน้า สลับกับแตงกวาหั่นเป็นแว่น ๆ แช่ในเหล้าริมวางพอกหน้าเช่นกัน และในบางครั้งก็จะใช้ไข่แดงดิบตีละเอียดพอกหน้า สลับกับการใช้ข้าวโอ๊ตหุงให้สุกด้วยนมพอกหน้าเช่นกัน
สิ่งซึ่งจะขาดไม่ได้ คือ กินวิตามินเอครั้งละ 1 เม็ด ทุกเช้าเย็น เม็ดละ 10,000 หน่วยสากล (I.U.) หรือถ้าเป็นเบต้าแคโรทีนเม็ดละ 25,000 I.U. ก็ได้
ในกรณีของกอร์ดี้ซึ่งผิวหน้าอักเสบและบวมแดงมาก จึงต้องให้วิตามินซี 3 มื้อ มื้อละ 1,000 มิลลิกรัม และให้แร่ธาตุสังกะสีวันละ 30 มิลลิกรัมด้วย
ในกรณีที่ใช้วิตามินเอเป็นประจำ แพทย์แนะนำให้ใช้วิตามินอีวันละ 2 มื้อ มื้อละ 400 I.U. ทั้งนี้เพราะวิตามินเออาจจะตกค้างทำให้มือหรือผิวเหลือง วิตามินอีจะช่วยแก้อาการตกค้างของวิตามินเอได้
กอร์ดี้ปฏิบัติตัวตามสูตรนี้อย่างเคร่งครัด สิวอักเสบของเขาหายขาดในไม่ช้า ปมด้อยของเขาจากการที่จะถูกเรียกว่า “ไอ้หน้าสิว” หรือ “ไอ้หน้าปูด” กลายเป็นปมเด่นขึ้นมาทันที เขากลายเป็นหนุ่มเรียนเก่ง แถมรูปหล่อ เรียนได้เกรดเอตลอดจนจบไฮสกูล แล้วก็เข้ามหาวิทยาลัย เรียนจบกฎหมายออกมาทำงานทำงานเป็นทนายชื่อดัง
และนี่คือสูตรซึ่งแพทย์ด้านการผสมผสานจะแนะนำให้หนุ่มสาวซึ่งเป็นสิวแบบอักเสบร้ายแรง (acne vulgaris และ acne rosacea) ใช้ในการรักษาตัวเอง และอย่างที่เรียนให้ทราบแล้วว่า ความสำคัญของการรักษาอยู่ที่ผู้เป็นสิวนั้นจะต้องดูแลรักษาตัวเองอย่างเคร่งครัด และส่วนดีของมันก็คือราคาถูก และผู้ที่รักษาตัวเองก็มีความภูมิใจและสบายใจว่าสามารถดูแลตัวเองได้
สิวอักเสบร้ายแรงแบบ acne vulgaris นั้นมักจะเกิดขึ้นกับวัยรุ่นและหนุ่มสาว สาเหตุเนื่องจากฮอร์โมนร่างกายไม่สมดุลกัน ส่วน acne rosacea นั้นเกิดกับผู้ใหญ่ ซึ่งส่วนมากเกิดจากการกินอาหารที่ผิด ๆ โดยเฉพาะกลุ่มแป้งขาว ของหวานของมันมากจนเกินไป
ถ้าหากเรามาดูการรักษาในด้านการแพทย์ปัจจุบัน จะเห็นว่าหนักไปในด้านการใช้ยา ซึ่งราคาค่อนข้างจะแพง นายแพทย์วินเตอร์ กริฟฟิธ ผู้เชี่ยวชาญแห่ง American Academy of Family Practice ได้สัมภาษณ์กลุ่มแพทย์ผู้เชี่ยวชาญผิวหนังหลายคน และอธิบายถึงสูตรการใช้ยารักษา (protocol) ตามแบบปัจจุบันไว้ดังนี้
1. ใช้ยาปฏิชีวนะ
2. ฉีดยาคอร์ติโซนหรือสเตอรอยด์
3. ใช้ยาทาผิวหนัง
4. ให้กินวิตามินเอ (ข้อนี้ปรับปรุงมาจากวิธีการของแพทย์ทางเลือก)
ไว้จะมาลงต่อครั้งหน้านะคะ
Free TextEditor