เมื่อปฏิเสธงาน



เราหายไปนานมาก ก็เหมือนเดิมยุ่งเรื่องงาน เรื่องส่วนตัว นี่เพิ่งมาถึงเมลเบิร์นเมื่อวาน วันนี้ก็มีเรื่องมาให้คิด อยากเล่าให้ฟัง

มีลูกค้าอยากให้แปลจดหมายส่วนตัวจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษอ่านแล้ว ใช้สรรพนามหยาบคาย มากมายด้วยคำสบถ เราก็นึกอยู่ว่า ถ้าแปล จะแปลยังไง เพราะทำงานแปลมาเป็นสิบปีไม่เคยแปลเอกสารที่ใช้ระดับภาษาได้หยาบอย่างนี้ และไม่สบายใจที่จะต้องแปลเพราะเวลาแปลต้องเปิดพจนานุกรมไม่ว่าจะเป็นคำประเภทไหน อย่างคำว่า อีสัส ภาษาคนธรรมดา เขาตั้งใจจะด่าว่าอะไร ลองเปิด google มันแปลว่า circus (ใช่มั้ยเนี่ย) คำว่า ไอ้ควาย ถ้าแปลว่า buffalo ก็ไม่น่าจะใช่ แล้ว อีดอก มันคือดอกอะไร สรรพนาม มึง กู ภาษาอังกฤษใช้คำไหนถึงจะได้ equivalence ที่หยาบเท่ากัน เราว่ามันมีนักแปลทำวิจัยเรื่องการแปลเนื้อหาประเภทนี้แต่มันไม่ใช่หัวข้อที่เราอยากรู้ และไม่ได้คิดจะแปลงานเนื้อหาอย่างนี้อยู่แล้ว

สรุปคือเรามีคลังคำ (คำหยาบ)ไม่มากพอที่จะแปลเนื้อหาแบบนี้ได้ ฉะนั้นไม่รับงานดีกว่าและตัดสินใจบอกลูกค้าว่า ไม่สบายใจที่จะรับงานอย่างนี้ ก็นึกว่าลูกค้าจะเข้าใจ ลูกค้ากลับโทรมาถามด้วยน้ำเสียงโกรธว่าทำไมไม่รับงาน

เฮ้ย นี่เราเป็นพนักงานประจำของคุณตั้งแต่เมื่อไหร่ เราทำงานฟรีแลนซ์จะรับหรือไม่รับงานก็ได้ แล้วก็อธิบายเหตุผลแล้วว่าไม่รับเพราะไม่สบายใจ

ปลายสายขอให้เราเขียนอีเมลอธิบายหน่อยเพราะจะเอาไปส่งศาลว่านักแปลแปลไม่ได้เพราะอะไร เราตอบไปว่า นักแปลไม่ได้มีคนเดียว คนอื่นอาจจะรับแปล อย่างเพื่อนล่ามในเมลเบิร์นเขาก็ล่ามงานที่มีเนื้อหาหยาบคายได้ พวก c-word, f-word ชีพูดได้ไม่กระดาก ถ้าลูกค้าหา ก็น่าจะเจอคนที่รับงาน

เราพูดแบบไม่มีสคริปต์ไม่เก่งหรือไม่ถนัดเรื่องที่ไม่เคยคุยมาก่อน (ใครจะโทรมาคุยกับเรากรุณาส่งอีเมลมาบอกล่วงหน้า จะได้เตรียมตัว) พอวางสายแล้ว เลยอีเมลไปชี้แจงอีกครั้งหนึ่ง ว่าเราไม่เคยแปลเนื้อหาแบบนี้ปกติรับแต่งานกฎหมาย มีแต่ศัพท์กฎหมายและใช้ภาษาในระดับทางการ เนื่องจากเราไม่มีประสบการณ์แปลงานที่มีเนื้อหาหยาบคายถือว่าเราขาดความสามารถ (incompetent) หากรับงานนี้เท่ากับเราทำผิดจรรยาบรรณวิชาขีพ (รับงานที่ตัวเองไม่มีความสามารถ)

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ปฏิเสธงาน เราปฏิเสธงานบ่อยเพราะหลายเหตุผล เช่น คิวเต็ม (เหตุผลหลัก) ป่วย หรือเนื้อหาที่ส่งมาแปลไมใช่หัวข้อที่เราชำนาญ ซึ่งส่วนใหญ่ลูกค้าก็จะเข้าใจ ไม่เซ้าซี้ แต่ถ้าเป็นลูกค้าประจำและขอร้องให้ช่วยเบียดคิวก็จะรับมาช่วยส่วนหนึ่ง แต่ก็ไม่อยากทำโอทีบ่อยนะเพราะตอนนี้เริ่มแก่ อีกไม่กี่ปีก็จะ 40 อยู่แล้ว พอเลย 5 โมงเย็นปั๊บ ตาเริ่มลาย สมองคิดไรไม่ค่อยออก ขืนทำงานแปลต่อไปจนดึก คุณภาพมันไม่ดี วันรุ่งขึ้นต้องมาแก้งาน อาจจะเสียเวลามากกว่าทำทีเดียวให้ดีไปเลย

ลูกค้าที่เราไม่อยากปฏิเสธงานก็มีเพราะใช้บริการเราคนเดียว ไม่เคยเทียบราคาเรากับนักแปลคนอื่นเพื่อจ้างคนที่ถูกที่สุดเขาบอกว่า ถ้าเราไม่รับงานเขา เขาจะไม่รับงานจาก end-user เหมือนกันเพราะไม่อยากไปเสี่ยงเสียชื่อหากนักแปลหน้าใหม่ทำงานไม่ดี  ลูกค้าที่จ่ายเงินเร็วและส่งงานมาให้สม่ำเสมอ  ลูกค้าที่ให้งานไม่บ่อยแต่ให้อัตราค่าแปลสูงและไม่จุกจิก เรายินดีเลื่อนธุระออกไปเพื่อทำงานให้ลูกค้าที่น่ารักเหล่านี้ หรือหากสุดวิสัยจริงๆเราจะส่งต่อไปยังเพื่อนนักแปลที่ไว้ใจว่าทำงานมีคุณภาพได้ (วันนี้ก็เพิ่งส่งต่องานแปลผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้นักแปลที่เรารู้จักเพราะเชื่อมั่นในฝีมือ)

บางครั้งมีลูกค้าที่อยากได้นั่นอยากได้นี่แต่ไม่อยากจ่ายเงิน เราเชื่อว่านักแปลเคยเจอแบบนี้ถ้วนหน้า รุ่นน้องถามว่าถ้าเราไม่อยากทำ ทำไมไม่ส่งต่อให้เพื่อนทำ เราตอบไปว่า แล้วเราจะให้เพื่อนมาเจอปัญหาเดียวกับเราทำไม เผลอๆ มันจะโกรธด้วย

ครั้งหนึ่งเราเคยปฏิเสธลูกค้างานชิ้นไม่ใหญ่ อัตราค่าแปลก็ดี แต่เรามีงานท่วมหัว กำลังเคลียร์ ลูกค้าอีเมลมาว่า “ยินดีเพิ่มงบค่าแปลให้เท่าตัว” แหม่ คิดว่านักแปลเห็นแก่เงินทุกคนหรือไง

ลูกค้าประเภทส่งงานมาแล้วขอด่วนว่าต้องได้วันนี้นะ ถ้าเลยวันนี้ จะไม่ทัน เราดูตารางงานแล้ว เราทำให้ไม่ทันแน่ เลยปฏิเสธไป ลูกค้าดันตอบอีเมลกลับมาว่ารอได้ (แสดงว่า ด่วน แปลว่า ไม่ด่วน)

เขียนมาซะยาว ไม่ได้มี solution เป็นชิ้นเป็นอันแค่จะบอกว่า หากนักแปลจะปฏิเสธงาน ก็ควรปฏิเสธแบบ diplomatic ให้เหตุผลที่เหมาะสม ยามว่างลองทำ scenario ว่าถ้าเจอเหตุการณ์อย่างนี้ จะตอบยังไง ประมาณ emergency call tree มันต้องมีทางไป

*******************************

ใครที่มีเวลาว่างและชอบเรียนหนังสือแนะนำให้เรียนออนไลน์ที่ https://www.futurelearn.com/ เราเรียนเรื่อง Corporate Lawyers: Ethics เพิ่งจบ มีใบประกาศด้วย ตอนนี้กำลังเรียนเรื่อง Military Ethics (เพิ่งรู้ว่าเวลารบกันเขามีจรรยาบรรณด้วยนะเออ) อันหลังน่าสนใจมาก ให้ทฤษฎีใหม่ๆที่สามารถใช้พิจารณาเพื่อประกอบการตัดสินใจได้ มีตัวอย่างหนึ่งที่ผู้สอนถามแล้วให้นักเรียนตอบพร้อมเหตุผล คือ มีรถไฟขบวนหนึ่ง ขับมาด้วยความเร็วและกำลังจะเทียบชานชลา ปรากฏว่าพอจะถึง คุณในฐานะคนขับรถไฟเห็นว่ามีคนงานซ่อมทางรถไฟอยู่บนราง 5 คน บังเอิญรถไฟสลับรางไปทางซ้ายได้แต่รางที่แยกไปทางซ้าย มีคนเดินข้ามทางรถไฟอยู่ 1 คน คุณจะทำอย่างไร

เท่าที่เราถามเพื่อนและคนใกล้ตัวเลือกไปทางซ้าย ให้ตาย 1 คนดีกว่า 5 คน (เราก็เลือก option นี้) มีสามีเราที่บอกว่าดึงเบรกก่อนเลยแล้วปล่อยให้รถไฟแล่นไป ถ้าตาย 5 คนก็คือ 5คน ทำได้แค่นี้ อีกอย่าง คนที่ข้ามรางรถไฟ มันน่าจะข้ามผิดที่ ตรงที่ไม่ใช่ทางข้าม และถ้าไม่ใช่คนที่ได้รับมอบหมายให้ทำงานบนราง ก็ไม่มีสิทธิ์อยู่บนรางรถไฟอยู่แล้ว ใน discussion board มีคนท้วงเราว่าถ้าเลือกไปทางซ้าย นี่มันเจตนาฆ่าชัดๆ เพราะรู้อยู่แล้วว่าถ้าเลือกไปทางซ้าย ยังไง 1 คนนั้นก็ต้องตาย แต่เพื่อนเราแย้งว่า แล้วเลือกตรงไปมันต่างกันตรงไหน เพราะ consequence of your action is also known นั่นคือ มีคนตายอยู่ดี ตาย 5 คนด้วย เพื่อนอีกคนหนึ่งให้เหตุผลที่เลือกไปทางซ้ายเพราะจะได้บอกข่าวร้ายกับญาติ (immediate family) ของคนๆ เดียว (น่าจะ 4-5 คน) แทนที่จะต้องไปบอกญาติของ 5 คนที่ตาย (อย่างน้อยก็น่าจะ 15 คน)

สามีเรายกตัวอย่างของเขาเอง คือ คุณขับเครื่องบิน อยู่ดีๆเครื่องยนตร์ดับกลางอากาศ เครื่องโหม่งโลกแน่ๆ จุดที่เครื่องบินกำลังจะลง เป็นสนามฟุตบอล มีคนเล่นเต็มสนามเลย ทางซ้ายเป็นสนามกอ์ลฟ มีคนเล่นกอล์ฟอยู่ 1 คน คำถามคือคุณจะเลี้ยวไปลงทางซ้ายหรือคุณจะตรงไปจุดเดิม

มีอีกคำหนึ่งที่เกี่ยวข้องคือ test of integrity หมายถึงเหตุการณ์ที่รู้ว่าควรทำอย่างไร แต่ทำได้ยาก ในคอร์สยกตัวอย่าง ทหารคนหนึ่งลืมไฟฉายไว้ที่ด้านในปีกเครื่องบิน ปกติอุปกรณ์ทั้งหมดต้องนับให้ครบ ถ้าหายไปต้องหาให้เจอ ปรากฏว่าคุณเจออยู่ในปีกและรู้ว่าไฟฉายกระบอกนั้นเป็นของใคร คุณรู้ว่าตามระเบียบแล้วคุณต้องรายงานหัวหน้า และรู้ว่า คนที่ลืมไฟฉายไว้จะโดนทำโทษทางวินัย เพราะไฟฉายกระบอกเดียวสามารถทำให้เครื่องบินตกได้ คำถามคือ คุณจะนำเรื่องนี้ไปรายงานหัวหน้ามั้ย ใน discussion board มีอดีตทหารมาตอบว่าระเบียบคือระเบียบ ถ้าผิดก็ต้องรายงาน  

Future Learn มีอีกคอร์สหนึ่งคือ Construction Ethics ทั้ง 3 คอร์สนี้เนื้อหาไม่เหมือนกัน และกรณีตัวอย่างก็ไม่เหมือนกัน ประเด็นเรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพ มันมีอยู่ในทุกแขนงอาชีพ หมอ ทนาย ครู ถ้าอยากรู้ว่าแต่ละอาชีพตัดสินใจยังไงเวลาเจอประเด็นด้านจรรยาบรรณ ลองสมัครเรียนที่เว็บนี้

*******************************

เมื่อไม่กี่วันมีอีเมลมาขอแปะโฆษณาบริษัทในบล็อกของเราอ่านแล้วรู้ว่าแปลจากภาษาอื่นมาเป็นภาษาไทย แล้วใช้คนแปลด้วย (human translation)ไม่ใช่ machine translation อ่านๆ ไปก็เข้าท่า เผื่อได้ค่าโฆษณาแต่ดันมาเจอเขียนว่า “แปะลิงค์โฆษณาการพนันออนไลน์” อ้าว อีห่า หาคุกมาให้กูอีก (การพนันออนไลน์ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการเล่นเกมไพ่ สล็อต รวมถึงการพนันบอล ถือเป็นการพนันตามบัญชี ก.ที่ห้ามเปิดให้บริการ รวมถึงห้ามเล่นโดยเด็ดขาด แม้ว่าการตรวจสอบและจับกุมจะทำได้ยากเนื่องจากผู้เล่นๆอยู่ที่บ้าน แต่หากถูกจับกุมก็อาจได้รับโทษปรับหรือจำคุกด้วยเช่นเดียวกัน) (http://www.yetiintelligence.com/regulation.html)  

นักแปลที่แปลอีเมลฉบับนี้อาจจะมีความจำเป็นต้องใช้เงินเลยรับงานแปลชิ้นนี้ คงไม่ได้คิดไปไกลถึงขนาดว่าการพนันมันทำให้คนหมดตัว ครอบครัวแตกแยก ต้องกู้หนี้ยืมสินมา ฆ่าตัวตายก็หลายกรณี เห็นในข่าวเยอะแยะ นี่ไปช่วยโฆษณาการพนัน มันต่างกันตรงไหนกับโฆษณาขายยาเสพติด 

*******************************

วันที่ 18 มีนาคม จะมีงานจุฬาฯวิชาการ เป็นงาน open house ของศูนย์การแปลฯ ในงานนี้จะมีนักแปลมาบอกเล่าประสบการณ์ให้น้องๆและผู้สนใจอยากมาเรียนแปล รูปแบบจัดเป็นเสวนา ตั้งแต่เวลา 9.45-10.45 น.  อ.ยุ้ย ภาควิชาการแปล จุฬาฯเชิญเราไปขึ้นเวทีเสวนากับ ผศ. ดร. แพร   แต่เราบินมาเมลเบิร์น  เลยเสนอชื่อนักแปลรุ่นพี่กับนักแปลรุ่นน้องไปให้คณะทำงานพิจารณา   เราว่านิสิตปริญญาโทการแปลจุฬาฯ จบออกมาเก่งทุกคน แค่จะเก่งสาขาไหน ไปทางไหนยังไงก็มีเรื่องน่าสนใจมาเล่าให้รุ่นน้องฟังเสมอ  ใครที่ยังไม่แน่ใจว่าจะเรียนการแปลดีมั้ย  แนะนำให้ไปงานนี้ เผื่อจะตัดสินใจได้ 






Create Date : 20 กุมภาพันธ์ 2560
Last Update : 20 กุมภาพันธ์ 2560 19:50:14 น.
Counter : 329 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Natchaon
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 276 คน [?]



Sawaddee ka. My name is Nat. I am a certified translator. I have been in the translation industry since 2004.

I graduated a master degree in English-Thai translation from Chulalongkorn University, Thailand.

I have the following accreditation:
- NAATI Accreditation for EN < > TH translation (Australia)
- Court Expert Registration for EN < > TH translation (Thailand)
- Member (MCIL), Chartered Institute of Linguists (U.K.)

See details about my services here http://www.nctranslation.net
http://www.expertthai.net

For a quick quote, email your document to natchaon@yahoo.com.

รับแปลเอกสารวีซ่าออสเตรเลียพร้อมประทับตรา NAATI ปรึกษาฟรีที่ natchaon@yahoo.com หรือ Line: Natchaon.NAATI

See below my locations:
- Melbourne: Now - 31 May 2017
(Last update: 01 Mar 2017)

NAATI ออสเตรเลีย, NAATI เมลเบิร์น, NAATI ประเทศไทย, NAATI กรุงเทพ, แปลเอกสารพร้อมประทับตรา NAATI, แปลเอกสารโดยนักแปล NAATI, NAATI Australia, NAATI Melbourne, NAATI Thailand, NAATI Bangkok, NAATI translation, NAATI accredited translation, Australia Visa, Partner Visa, Fiance Visa, Prospective Visa, Skilled Migrant, Student Visa, Work Visa, Work and Travel Visa, Online Visa, วีซ่าออสเตรเลีย, วีซ่าแต่งงาน, วีซ่าคู่หมั้น, วีซ่าทำงาน, วีซ่านักเรียน, วีซ่าทำงานและท่องเที่ยว, วีซ่าออนไลน์
Thai – English translation, English – Thai Translation, แปลอังกฤษเป็นไทย, แปลไทยเป็นอังกฤษ

*บทความทั้งหมดในบล็อกนี้ สงวนลิขสิทธิ์ทุกประการ*
กุมภาพันธ์ 2560

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
21
22
23
24
25
26
27
28
 
 
20 กุมภาพันธ์ 2560
All Blog