ลูกค้าจ่ายเงินค่าแปลช้า จะทำยังไง






สวัสดีค่ะ

ขออนุญาตเรียกพี่แนทนะคะ หนูขอรบกวนขอคำปรึกษาจากพี่แนทหน่อยได้ไหมคะเรื่องลูกค้าไม่จ่ายเงิน บริษัทนี้เป็นบริษัท Localization ค่ะ เค้าค้างค่าแปลรอบกลางเดือนพอทวงถามไปเค้าบอกว่าจะจ่ายให้วันที่ 1 หรือ 2 มีนา หนูทวงไปตั้งแต่วันที่ 3 แต่ถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้รับค่าแปลเลยค่ะ วันที่ 4 นี่เมลไปไม่มีคนตอบเลย พอเมลไปหา vendor management ที่เคยตามให้ก็ปรากฎว่าเค้าลาออกไปแล้ว

ตอนนี้ยอมรับว่าใจเสียมากเลยค่ะเพราะมีความจำเป็นทางบ้านที่ต้องรีบใช้เงิน แต่ทางบริษัทก็จ่ายช้าซ้ำแล้วซ้ำอีก ยิ่งพอเค้าไม่ตอบเมลยิ่งไม่รู้ว่าเค้าจะจ่ายให้เมื่อไหร่ แล้วจะจ่ายหรือเปล่า หนูเลยอยากจะมาขอคำปรึกษาพี่แนทว่าพอจะมีเทคนิคอะไรที่จะช่วยให้เค้าจ่ายเงินให้เร็วที่สุดไหมคะ

ขอบคุณมากค่ะ

*************

(ตอบไปสั้นๆ ว่าเดี๋ยวจะไปถามรุ่นพี่ในสมาคมนักแปลฯเพราะช่วงก่อนเห็นแกประกาศเตือนคนอื่นว่าบริษัทนี้จ่ายเงินช้า แต่ก็ยังไม่ทันได้ตอบอีเมลน้องคนนี้ก็ส่งอีกฉบับมาอัพเดทสถานการณ์)

“ถ้าลูกค้าเป็นบริษัทใหญ่น่าจะมี code of conduct นะคะ ในนั้นจะระบุหน่วยงานภายในและภายนอกที่เราสามารถร้องเรียนเรื่องเหตุการณ์ที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดไว้ นี่หนูก็เพิ่งนึกออก เพราะเคยแปล code of conduct เลยนึกถึงตรงนี้ขึ้นมาได้ พอลองใช้วิธีนี้แล้วก็ได้ผลจริงๆ ค่ะ  ฝ่ายตรวจสอบภายในดำเนินการให้รวดเร็วมาก ตอนรายงานไปทางบริษัทดูเหมือนกังวลเหมือนกันว่ามีบุคคลภายนอกทราบเรื่องนี้หรือเปล่า เพราะเค้าก็กังวลว่าชื่อเสียงของบริษัทจะมาเสียหายเพราะเงินแค่นี้”

*************

เรื่องวิธีทวงค่าแปลเคยเขียนแนวทางไว้แล้วเมื่อเดือน ก.ค. 2556 หัวข้อ “สารพัดวิธีทวงค่าแปล” อ่านได้ที่ http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=workingwoman&month=01-2013&date=08&group=1&gblog=51

เมื่อกี้อ่านทวนที่เคยเขียนไว้ก็รู้สึกว่าเป็นการทวงออกแนว hardcore ทีนี้มาดูการทวงแบบเป็นกิจลักษณะกัน

ปีที่แล้วถ้าใครได้อ่านบอร์ด ส.ป.ล.ท. ในหน้า FB จะเห็นช่วงหนึ่งที่
คุณสุรพันธ์ วิโรจนดุลย์ กรรมการสมาคมโพสต์เตือนเรื่องบริษัทแปลจ่ายเงินล่าช้า ทวงแล้วทวงอีกก็ไม่จ่าย (ปัจจุบันจ่ายแล้ว)

ที่มาคือ ตอนคุณสุรพันธ์เซ็นสัญญารับงานสัญญาระบุเงื่อนไขการชำระเงินภายใน 30 วันแต่สองงานหลัง ได้รับเงินภายใน 2 เดือนถึง 2 เดือนครึ่ง ต้น ก.พ.  คุยกับล่ามเวียดนามที่ทำงานเดียวกันเมื่อเดือนส.ค.และ ต.ค. ล่ามเวียดนามบ่นว่ายังไม่ได้เงินเลย

“นักแปลส่วนใหญ่ทวงหนี้ไม่สำเร็จเพราะกลัวจะไม่ได้งาน แต่ผมไม่เป็นอย่างนั้น แถมขู่ด้วยว่าถ้าไม่ปรับปรุงจะยุติความสัมพันธ์ เลิกรับงาน หลังจากไม่ได้คำตอบที่น่าพอใจ 2-3 ครั้งและให้โอกาสนานแล้ว ...วิธีการนี้จะได้ผลก็ต่อเมื่อคุณมี leverage และความน่าเชื่อถือมากพอสมควรมาตรฐานการทำงานก็ต้องสูงด้วย ทั้งตอนสื่อสารทางอีเมลและเวลาทำงาน 

ทักษะการเขียนก็มีส่วนมากผมมีลีลาการเขียนแบบนักทวงหนี้ ไม่ทวงแบบบ้าดีเดือดตั้งแต่ครั้งแรก ให้โอกาสมีเหตุผล ....ฉบับแรก อ้างสัญญา สัญญาระบุว่า 30 วัน ถามเหตุผลถามวันที่ตั้งใจจะโอนเงิน ถ้าบ่ายเบี่ยง พูดกำกวม ไม่ระบุวันโอน ก็อ้าง track record ทำงาน 2 ปีแล้วตรงเวลาตลอด ทำไมสองครั้งหลังช้า ถ้ายังไม่ได้เรื่องได้ราวก็อ้างว่าบริษัทได้งานเพราะข้อเสนอของผม ...ถ้าสองเดือนยังไม่ได้เงิน เปลี่ยน tone อ้างบริษัทกำหนดเงื่อนไขให้ล่ามทำตามสัญญาหลายอย่างบริษัทก็มีหน้าที่ปฏิบัติตามสัญญาเช่นกัน ....ถ้าจับโกหกของฝ่ายโน้นได้ก็ช่วยได้เยอะ ถ้ายังไม่ได้เรื่องได้ราวอีกขู่ยุติความสัมพันธ์และโทรทวงหนี้

ครั้งสุดท้าย ผมขอ assurance จากฝ่ายบริหารว่าจะโอนเงินตรงเวลาและปรับปรุงระบบการทำงานถ้ายังไม่ได้ assurance ก็จะไม่รับงานอีก....ปรากฏว่าผมได้ assurance จากผู้บริหารระดับสูง

เคยขู่ว่าจะแฉแต่เป็นมาตรการสุดท้าย ..การแฉทำให้เกิดผลเสียหลายอย่าง ผมคิดแล้วคิดอีกก่อนทำ”

*************

ด้านบนคือแนวทางจัดการอีกแบบหนึ่ง โดยใช้มาตรการเบาไปหาหนัก ปกติเราก็เขียนทวงดีๆแบบนี้ อย่างปลายปีที่แล้ว ทวงหนี้ค่าแปลจากบริษัทแปลในเมลเบิร์น บริษัทนี้เขามีประวัติจ่ายล่าช้าตลอด เช่นช้าไป 3-4 สัปดาห์ และมักจะบอกว่า มีปัญหาที่ระบบบัญชี พอเราอีเมลทวงบ่อยๆ ก็รำคาญตัวเอง เสียเวลาทำงาน ก็มีขู่บ้างว่าจะแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

น้องคนที่เขียนมาถามเขาบอกว่าลูกค้ากังวลเรื่องชื่อเสียง ถ้ามองอีกด้านหนึ่ง เมื่อนักแปลทวง (โวยวาย) แล้วได้เงิน ก็จะไม่มีการมาเขียนประจานลูกค้า (ก็เหมาะสมอยู่นะ) แต่ใครจะรู้ว่าก่อนที่น้องคนนี้จะเจอลูกค้าเจ้านี้จ่ายเงินล่าช้า ลูกค้าเคยทำอย่างนี้กับนักแปลมาแล้วกี่คนในเมื่อมันไม่เคยเป็นข่าว

Blue Board ของ proz.com มีพื้นที่ให้นักแปลและบริษัทแปลเข้ามาเขียนรีวิวบริการ เป็นการแสดงความเห็นอย่างเป็นอิสระ แต่หลายคนก็เลือกที่จะไม่เขียน ข้อดีของการไม่เขียนวิจารณ์ในทางลบก็มีเพราะคนอื่นไม่รู้ว่าคนเขียนวิจารณ์เล่าเรื่องครบหรือเปล่า  อาจจะเล่าเฉพาะส่วนที่เข้าทางตัวเองอย่างเดียวก็ได้ และถ้าอีกฝ่ายไม่ได้มาอ่านก็จะไม่ได้ชี้แจงถึงเหตุผลที่ให้คนเขียนวิจารณ์ไม่พอใจ หรือคนเขียนอาจจะมองเฉพาะมุมของตัวเอง ไม่ได้พิจารณาถึงข้อเท็จจริงของอีกฝ่าย

อย่างช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ลูกค้าโทรศัพท์มาสอบถามบริการแปลกับเราพร้อมกับบ่นเรื่องนักแปลคนก่อนที่ใช้บริการ ว่าจำนวนคำไม่ตรงกับที่ตกลงไว้เพิ่มขึ้นเล็กน้อย นักแปลขอให้โอนเงินเพิ่ม ลูกค้าขอดูงานที่แปลไปแล้วก่อน (ต่างฝ่ายต่างไม่ยอม) นักแปลไม่ให้ ลูกค้าจะไปแจ้งความ ตำรวจไม่รับเพราะเป็นคดีแพ่ง ค่าจ้างหมื่นกว่าบาทแต่ค่าทนายเริ่มต้นก็สองหมื่นบาท ฟ้องก็ได้แต่ความสะใจพ่วงมากับการเสียเวลา  พอถามลูกค้าว่าติดต่อบริษัทต้นสังกัดของนักแปลได้มั้ย ให้จัดการ ลูกค้าบอกว่า นักแปลทำงานฟรีแลนซ์ มีแต่เบอร์โทร เราบอกลูกค้าว่า “ลูกค้าควรโทษตัวเองด้วยที่ไม่เช็คประวัตินักแปลลูกค้า  หลายคนชอบของถูก พอมีปัญหา ก็ไม่รู้จะพึ่งใคร เวลาแปลให้เลือกที่เป็นบริษัทจดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์ให้ถูกต้องไป จะได้ตามตัวได้ มีปัญหาอะไรยังเหลือหัวหน้างาน ตามไปได้จนถึงตัวกรรมการบริษัท”

ปัญหาอย่างหนึ่งคือ นักแปลฟรีแลนซ์ไม่ต้องจดทะเบียนธุรกิจ แค่ใช้เลขประจำตัวผู้เสียภาษีในการยื่นแจ้งรายได้ (ซึ่งหลายคนก็ไม่ยื่นแจ้งรายได้)  เวลารับเงินจากลูกค้าบุคคลธรรมดา มักไม่ออกเอกสารรับเงินที่ถูกต้อง (มีชื่อที่อยู่และเลขประจำตัวประชาชน)  ลูกค้าเลยไม่มีเอกสารอะไรไว้ใช้อ้างอิงเวลามีปัญหา

อีกรายลูกค้าโทรมาบอกว่า นักแปลคนเก่า แปลเอกสารผิดหลายที่ ไปหานักแปลที่ออฟฟิส 4-5 ครั้งเพื่อให้แก้เอกสาร อันนี้เราก็งง ว่าลูกค้าไปหานักแปลถึงออฟฟิสแล้วทำไมไม่นั่งดูเอกสารตรงนั้นเลย ถ้าผิดก็ให้นักแปลแก้เดี๋ยวนั้นก็ได้ เรามองว่าเหมือนติดต่อราชการ เวลาทำเอกสารราชการ ก็รู้อยู่ว่ารอนานคิวเยอะ เวลาได้เอกสารเจ้าหน้าที่จะเตือนให้เช็คความถูกต้องเดี๋ยวนั้น ถ้าผิดเขาจะแก้ให้เลยประโยชน์ของลูกค้า แต่ลูกค้ามักจะไม่มองอย่างนี้

อีกประเภทที่เจอบ่อยคือส่งร่างคำแปลให้ดูแล้วลูกค้าไม่ดู ตอบกลับมาว่าส่งได้เลย กรณีเรารับงานจากเอเจนซี่แปลพอส่งร่างคำแปลให้เอเจนซี่ เอเจนซี่ส่งให้ลูกค้า ผ่านไป 7 วัน ลูกค้าไม่ตอบเอเจนซี่จะถือว่าตัวแปลถูกต้อง ให้นักแปลรับรองคำแปลส่งไปรษณีย์ได้เลย หรือบางทีส่งให้ลูกค้าดูลูกค้าดูหรือเปล่าไม่รู้แต่ตอบกลับมาว่าโอเค รับรองคำแปลเลย พอลูกค้าได้รับเอกสารจริงบอกว่ามีแก้ไขตรงโน้นตรงนี้ คือก็งงว่าลูกค้ารับรู้เงื่อนไขการว่าจ้างแต่ไม่รับทราบ เอกสารที่แปลรับรองเพื่อใช้ในศาลนี่เราก็ให้ลูกค้าที่เป็นทนายดูก่อนทุกครั้งเผื่ออยากแก้ตรงไหนเพราะเขาเป็นคนเอกสารไปใช้ในศาล  เป็นคนตอบคำถามในศาล เราไม่ได้อยู่ด้วย แล้วยิ่งเอกสารส่งไปใช้ในศาลต่างประเทศถ้ารับรองคำแปลไปแล้ว อยากจะแก้ไขโน่นนี่ มันต้องเริ่มกระบวนการใหม่ ทำโนตารีใหม่ ส่งเอกสารข้ามประเทศใหม่

ฉะนั้นเวลาลูกค้าโทรมาบ่นเรื่องคนโน้นคนนี้เราจะฟังเฉยๆ ไม่ออกความเห็น หรือถ้ารู้จักนักแปลคนนั้นอยู่แล้วเราก็จะช่วยอธิบายถึงสาเหตุที่นักแปลไม่รับงานหรือทำได้ไม่เต็มที่

คุณสุรพันธ์บอกว่าการทำสัญญาว่าจ้างก็เป็นเครื่องรับประกันที่ดี แต่ไม่ใช่ลูกค้าทุกรายที่จะส่งสัญญามาให้เซ็น ครูหนอนฯ บอกว่าทำงานเป็นบรรณาธิการให้หลายสำนักพิมพ์เป็นเวลาหลายปี ไม่เคยทำสัญญาก็ทำงานด้วยกันเรื่อยมาไม่มีปัญหา (เอ่อจริงๆ หนูว่า อันนี้ก็มีสัญญา เรียกว่า “สัญญาใจ” ไงคะครู)




Create Date : 06 มีนาคม 2560
Last Update : 6 มีนาคม 2560 6:23:55 น.
Counter : 497 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Natchaon
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 278 คน [?]



Sawaddee ka. My name is Nat. I am a certified translator. I have been in the translation industry since 2004.

I graduated a master degree in English-Thai translation from Chulalongkorn University, Thailand.

I have the following accreditation:
- NAATI Accreditation for EN < > TH translation (Australia)
- Court Expert Registration for EN < > TH translation (Thailand)
- Member (MCIL), Chartered Institute of Linguists (U.K.)

See details about my services here http://www.nctranslation.net
http://www.expertthai.net

For a quick quote, email your document to natchaon@yahoo.com.

รับแปลเอกสารวีซ่าออสเตรเลียพร้อมประทับตรา NAATI ปรึกษาฟรีที่ natchaon@yahoo.com หรือ Line: Natchaon.NAATI

See below my locations:
- Melbourne: Now - 22 Dec 2017
(Last update: 03 Jul 2017)

NAATI ออสเตรเลีย, NAATI เมลเบิร์น, NAATI ประเทศไทย, NAATI กรุงเทพ, แปลเอกสารพร้อมประทับตรา NAATI, แปลเอกสารโดยนักแปล NAATI, NAATI Australia, NAATI Melbourne, NAATI Thailand, NAATI Bangkok, NAATI translation, NAATI accredited translation, Australia Visa, Partner Visa, Fiance Visa, Prospective Visa, Skilled Migrant, Student Visa, Work Visa, Work and Travel Visa, Online Visa, วีซ่าออสเตรเลีย, วีซ่าแต่งงาน, วีซ่าคู่หมั้น, วีซ่าทำงาน, วีซ่านักเรียน, วีซ่าทำงานและท่องเที่ยว, วีซ่าออนไลน์
Thai – English translation, English – Thai Translation, แปลอังกฤษเป็นไทย, แปลไทยเป็นอังกฤษ

*บทความทั้งหมดในบล็อกนี้ สงวนลิขสิทธิ์ทุกประการ*
มีนาคม 2560

 
 
 
2
3
4
5
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
23
24
25
26
28
29
31
 
 
All Blog