แม่กลองที่รัก

ที่ปรึกษาบริษัท เคยดูดวงของทะเบียนรถคันนี้ว่า เป็นรถที่จะได้เข้าป่า เข้าเขา บ่อย ๆ คงจริง
ผู้ร่วม Trip นี้ ประกอบด้วย คุณตา คุณยาย น้าเนส พ่อ แม่ พี่ไวร์ และโอเค รวม 7 คน



ความจริงแล้วการมาเที่ยวสมุทรสงครามครั้งนี้อยู่นอกแผน
เพราะว่า พ่อกับแม่ติดประชุมวันเสาร์เช้า ทำให้ต้องเลื่อนเดินทางออกไปครึ่งวัน
ครั้นจะบังคับให้ขับรถรวดเดียวให้ถึงหัวหิน ก็สงสารพ่อเค้า
ประกอบกับที่พักเย็นวันเสาร์ ที่เราจองไว้เต็ม ค้าง 2 คืนไม่ได้
เลยตกลงกับน้าเปรว่า เอาชิลชิล เนาะ แวะพักที่แม่กลองก่อนสักคืน เช้า ๆ วันอาทิตย์ค่อยไปต่อ
ว่าแล้วก็หาที่พักล่วงหน้า อาทิตย์กว่า ๆ ก็หายากเหมือนกันแฮะ จองผ่าน Agoda ได้น้อยที่กว่าหัวหิน หรือปราณฯ อีก
ด้วยบุญ ต้องเรียกว่าบุญนะ ทำให้แม่หาที่พักดี ๆ และว่างที่แม่กลองได้ทาง Net น่ะ

นั่นคือ บ้านสิรีน สมุทรสงคราม (Click เพื่อชมเว็บไซท์ค่ะ)



เราไปถึง ราว ๆ 5 โมงกว่า ไปตามแผนที่หน้าเว็บได้เคลียร์ไม่ต้องโทรถามเลย
เจ้าของรีสอร์ทชมว่าเก่ง แต่แม่ว่าแผนที่เค้าโอเคน่ะ คุณสัญชัยใจดี ช่วยเรายกของด้วย

บ้านไม้หลังใหญ่กว่าหลังอื่นนี้ พ่อแม่ลูกนอนด้วยกันครับ
ให้อารมณ์บ้านเรือนไทยจริง ๆ ทั้งการปูฟูกบนพื้นเล่นระดับสูงกว่าทางเข้าสัก 10 ซ.ม.
ตกแต่งด้วยว่าวจุฬา (ซึ่งเป็นช่วงที่ลูก ๆ กำลังอินนิทาน "ลมเย็นเล่นว่าว" อีกด้วย)
ห้องน้ำเป็นพื้นไม้ แม่ยังกลัวว่า กลัวไม้อืดเมื่อเปียกน้ำ แต่ไม่เป็นแบบนั้นแฮะ ทุกอย่างโอเคนะ
ชอบไอเดีย อ่างล้างมือจัง น่ารัก (แรก ๆ ก็แอบกลัวไม้อืดเหมือนกัน)
เดี๋ยวนี้รีสอร์ทไหน ๆ ก็ ฟรี Wifi กระทั่งที่นี่ ถึงจะเงียบสมชื่อ Serene (แปลว่า เงียบ) แต่ก็ไวไฟเร็วฉิวค่ะ



(สองหนุ่ม ไม่พลาดใส่เสื้อ "อัมพวา" มาด้วยล่ะ)



ส่วนตายายและน้าเนส พักหลังเล็กสามเหลี่ยม กับห้องน้ำ และมุ้งน่ารัก (สามรูปล่าง)

เก็บของกันเสร็จ ออกมาที่ล็อบบี้ เป็นอาคาร 8 เหลี่ยมหลังคามุงจากน่ารักมากเลย
คุณสัญชัยบอกว่า วันนี้กลิ่นปุ๋ยคอกสวนข้าง ๆ เพิ่งมาส่ง กลิ่นแรงหน่อยนะครับ
แม่บอกว่าไม่เป็นไร (คิดเงียบ ๆ ในใจแล้วแอบยิ้มว่า เราก็คนบ้านนอกเหมือนกัน มีแต่ทะเบียน กทม.555)
แม่ถาม ว่าเด็กเล็กไปดูหิ่งห้อย อันตรายมั๊ย เค้าว่าไม่อันตราย ถ้าเป็นเรือใหญ่ขึ้นที่ตลาดน้ำอัมพวา
หรือว่าจะให้เรียกมารับที่บ้านเรา (เรียกรีสอร์ทว่า "บ้าน") เลยก็ได้ แตจะเป็นเรือเล็ก แต่ก็มีชูชีพให้เหมือนกัน
แต่แม่ยังไม่ตัดสินใจ ไว้ดูอีกที ใจนึงก็อยากให้ลูกได้ดู อีกใจก็ยังห่วงลูก ถึงจะมีชูชีพให้ก็เถอะ
ส่วนที่เที่ยวคุณเค้าบอกว่า พรุ่งนี้ค่อยอธิบายทางครับ





จากนั้นแม่ก็ขอให้คุณเจ้าของเค้าแนะนำที่กินข้าวให้เรา
เค้าแนะนำร้านอาหารบ้านทิพย์สวนทอง ย้อนข้ามสะพานบางคนทีลงไป
เลี้ยวซ้ายไม่ถึง 700 เมตร (มุ่งหน้าอัมพวา) จะอยู่ซ้ายมือ อ่อ ที่นี้มีที่พักด้วย ที่จะจองแล้วเต็มนั่นเอง
รายการอาหาร วันนี้ ข้าวผัดปูของเด็ก กุ้งแช่น้ำปลา ปลาทูย่างน้ำปลานหวาน-สะเดา ยำถั่วพลู
แกงเลียง แกงส้ม อะไรอีก 2-3 อย่างไม่ได้ถ่ายรูป (อย่าแปลกใจที่แม่นกต้องกลับมาเติมน้ำเกลือ)



น้าเนสบอกว่า มาเที่ยวอัมพวา หลายครั้ง ไม่รู้จักที่กินดี ๆ แบบนี้เลย มัวแต่ไปแนวอยู่ในตลาดน้ำ
โดยเฉพาะตานู ชอบอาหารมื้อนี้ที่สุดเลยครับ ค่าอาหารกว่า 10 อย่างนี่ ประมาณ 1,3xx บาท (กินหลายมื้อ ขึ้นด้วย13 ตลอด)
แหม่ สมคำแนะนำ "อร่อย ราคาสบายกระเป๋า"



(น้าเนส แค่แกล้งเมา เหมือนที่แกล้งรักสาว ๆ ไปทั่วนั่นแหละครับ)




สรุปว่า เราไม่ได้ไปนั่งเรือดูหิ่งห้อย เพราะมัวแต่คุยกันจนดึก กลับมาที่สิรีน
คุณสัญชัยบอกว่า ที่บ้านเราก็มี ต้นลำพูตันสุดท้ายในสวน มีนิดหน่อย แต่แม่กลัวอ่ะ ดึกละเลยไม่เดินไปดู



(ความที่เอามาแต่กล้องมือถือ จึงไม่อาจถ่ายพาโนรามาได้ดีกว่ารูปนี้ มีตำหนินิด แจกรางวัลคนหาเจอก็จะง่ายไป 555)

เช้ามาเดินสำรวจรอบ ๆ รีสอร์ท มีบ้านทรงนี้ทั้งหมด 5 หลัง หลังใหญ่ที่เรานอน 1 หลัง
ข้าง ๆ มีท้องร่อง เช้ามาน้ำแม่กลองขึ้น ดันน้ำใส ๆ มาเต็มท้องร่อง ชอบอ่ะ ใสแจ๋วเลย



จักรยานมีไว้บริการแขกของบ้านสิรีน น่าเสียดาย แม่นกอยากใส่กระโปรงขึ้นมา เลยไม่ได้พาลูกซ้อนเลยอ่ะคับ
ไปสำรวจต้นลำพูด้านหลัง เจอพืชสวนครัวด้วย (เห็นแล้วคิดถึงบ้านเชียงใหม่)
และวิถีคนริมน้ำ ระหว่างที่แม่นกเดินเก็บรูปอยู่ ก็มีชาวบ้านสวนข้าง กำลังอาบน้ำ ซักผ้าโดยใช้น้ำในท้องร่องนี้เลย

เช้านี้บ้านสิรีนมีข้าวต้มทรงเครื่อง (ใส่เห็นนางฟ้า) ให้พวกเราครับ
(ลูก ๆ กินขนมปังปิ้งทาเนย-แยมเข้าไปอีกคนละ 2 แผ่น)
แล้วพิเศษ วันนั้นมีมะพร้าวอ่อน ส้มโอ และฝรั่ง แถมด้วย



เช้านี้ได้มีโอกาสคุยกัน อย่างเป็นกันเองมาก คุณเจ้าของรีสอร์ทเป็นคนวิชาชีพเดียวกันกับพ่อแม่ และน้าเนส
แต่เค้าปอกมะพร้าวได้สวยมาก เร็วด้วย สมเป็นชาวสวนจริง ๆ อย่างทึ่ง
ที่ได้ชื่อว่า Serene เพราะว่าเงียบมาก เดิมปลูกหลังเดียว แต่ด้วยความที่มีเพื่อนมาก เลยมีไปถึง 6 หลัง
แต่เพิ่งเปิดให้เป็นที่พักของนักท่องเที่ยวได้ 2 ปีมานี้เองค่ะ ตอนนี้ก็ใช้เป็นที่เงียบ ๆ คิดงานด้วย
(ถ้าทำเป็น Commercial แค่นี้ไม่คุ้มหรอกครับ ถึงได้บอกให้เรียกว่า มีบุญด้วย)
จากนั้นก็อธิบายว่า การขับรถเที่ยวแม่กลอง ก็ต้องรู้จักกับ 3 สะพานหลักที่ห่างกันราว 3-4 กม.
ที่แนะนำให้ไปคราวนี้ก็จะมีวัดเจริญฯ โบสถ์คริสต์ เพราะแม่บอกว่าครั้งก่อนมาวันจันทร์ ปิด
กับตลาดน้ำอีก 2-3 ที่ นอกเหนือจากตลาดน้ำอัมพวา (ซึ่งคนเยอะมาก แต่แนว เพราะโปรโมทเยอะ)
.
.
แม่นก จึงวาดออกมาตามคำบอกได้อย่างนี้ครับ



(Not on Scale) เค้าก็ขับรถบนถนนขนานน้ำแม่กลองสองข้างนี้อ่ะครับ

อธิบายจบ เก็บของ Chk out พี่สัญชัย (ตอนนี้ลำดับญาติกันเรียบร้อย) ก็ถามว่ามีกล้วยน้ำว้า เอาไปมั๊ย
แม่ก็ "ดีค่ะ เจ้าคนเล็กชอบมากกกก" ก็จริงนะ หวานอร่อย 2 หวี หมดเมื่อวานนิ
(กระโปรงหลังรถก็แบบว่า ของเยอะมากกกกก อายจัง แต่ก็เอานะน่ะ)
very nice person อะไรจะปานนี้ "กันเอง เงียบ อบอุ่น" สมชื่อ Serene หวังว่าจะมีโอกาสไปอีกค่ะ





พ่อ กับน้าเนสติดคาเฟอีน รีบไปหามาใส่เส้นกันใหญ่ เมื่อคืนเล็งร้านเบเกอรี่ของบ้านทิพย์เอาไว้
เช้านี้ไปอีกครั้ง ไม่ทำให้ผิดหวังจริง ๆ ชื่อ "ร้านทองแท้" อยู่ภายในบ้านทิพย์สวนทอง
จากนั้นก็ Request จากพ่อโย ว่าอยากกินวุ้นเป็ดธนัน ก็ตรงต่อจากบ้านทิพย์ไปอีกนิดหน่อย
ได้เห็นเค้าขูดมะพร้าวจะจะ มะพร้าวอ่อนสุด ๆ ลูกเท่ากำปั้นเอง มิน่านุ่มมาก
ไม่โทรมาสั่งก่อน ได้ติดมือกลับไปแค่ 2 กล่อง (ในโรงงาน กำลังแคะกันมันมือเลย)




ออกจากวุ้นเป็ด ย้อนขึ้นไปทิศเหนือ ผ่านตลาดน้ำบางนกแขวกและโบสถ์พระแม่บังเกิด เลี้ยวซ้ายเข้าซอยไป
วัดเจริญสุขาราม อยู่ติดกับประตูน้ำบางนกแขวก คุณสัญชัยเล่าว่า เป็นพระศักดิ์สิทธิ์เพราะเมื่อสมัยสงครามโลก
ระแวกนี้ถูกระเบิดลง ราบคาบ เหลือแต่วิหารที่ประดิษฐานหลวงพ่อโตไว้เท่านั้นเองที่เหลืออยู่
จึงเป็นที่เคารพของชาวบ้าน และผู้คนก็มากราบไหว้สักการะ จนเป็นวัดชั้นวรวิหาร



เราพากันถวายสังฆทาน ทำบุญทำทาน จากนั้นก็ไปที่ท่าน้ำ
เอ็นไวร์กับโอเค ก็สนุกกับการหยอดเหรียญซื้ออาหารปลา (จากตู้อัตโนมัติ) และให้อาหารปลาเป็นที่สุด น้ำใสจริงๆ
จนแม่นกอยากจะมีบ้านริมน้ำขึ้นมาเลย


(รูปนี้ให้ดูบ้านข้างหลังแม่นกเท่านั้นครับ หัวฟู ๆ นี่อย่าทัก)



ที่ท่าน้ำนี้ ใครใคร่ทำบุญ สะเดาะเคราะห์โดยการปล่อยสัตว์น้ำ มีให้เลือกเยอะมากตามแต่สิ่งที่อยากแก้ อยากปล่อย
และด้วยความที่น้ำดี ดินสมบูรณ์ ผลไม้จึงเยอะสุด ๆ น่าอยู่เนอะ แม่กลอง
(ท่าน้ำยังมีเน็ต TOT ฟรีเลยอ่ะ แรงงงงงงส์)
อ่อ ตรงประตูน้ำนี้ มีบริการเรือถีบด้วยนะแต่ลูกเล็กเลยไม่พากันลง หนุ่มสาวท่าจะชอบ


(รูปเราจะชัด ๆ คือ กล้องเทพน้าเปร ส่วนรูปไม่ชัด มืด ๆ คือกล้องมือถือ)



ช่วงนี้แม่นกจะเครซี่กระโปรงมาก เพราะมีคนให้ข้อคิดว่า ไม่ใส่ตอนนี้จะใส่ตอนแก่หรือไง คนดูทน ๆ ดูไปนะ




ย้อนกลับหัวรถลงมาทางใต้ แวะอาสนวิหารแม่พระบังเกิด (ซึ่งครั้งก่อน พลาด มาวันจันทร์เค้าปิด)



ครั้งนี้นอกจากไม่ปิดแล้วยังได้รับการบรรยายจากอาจารย์ที่ประจำที่นี่ด้วย ว่า
โบสถ์แห่งนี้ก่อสร้างมาตั้งแต่ 116 ปีก่อน ด้วยเทคนิค ไร้เสาเข็ม แต่ใช้วิธีขุดบ่อใต้พื้นโบสถ์
แล้วเรียงซุงต้นใหญ่ ๆ เรียงตั้ง-นอนสลับกัน และเสากลางไม่มี
เพราะต้องการใช้พื้นที่เป็นโถงขนาดใหญ่ คานแต่ละอันทำจากไม้ซุงต้นเดียวทั้งนั้น
เป็นโบสถ์คริสต์นิกายโรมันคาทอริก (เหมือนพระทัย มงฟอร์ต) และที่เรียกว่าเป็น อาสนวิหาร
เพราะว่าเป็นโบสถ์ที่พระสังฆราชของมณฑลนี้ ใช้ประกอบพิธีทางศาสนานั่นเอง



ต่างจากโบสถ์พระหฤทัยเชียงใหม่ (ซึ่งเป็นอาสนวิหารเหมือนกัน) ตรงที่
ที่นี่จะมีธรรมมาสน์ซึ่งเป็นจุดที่เอาไว้ให้พระขึ้นไปเทศน์ ซึ่งต้องทดสอบว่า
เป็นจุดที่เทศน์แล้วเสียงดังที่สุดในโบสถ์ เนื่องจากแต่ก่อนไม่มีเครื่องขยายเสียง
แต่โบสถ์พระหฤทัยเชียงใหม่ สร้างภายหลัง ซึ่งสมัยนั้นมีเครื่องขยายเสียงแล้วจึงไม่มีธรรมมาสน์



ส่วนที่เป็นจุดน่าสนใจของโบสถ์แม่พระบังเกิดคือ กระจก Jigsaw ที่สีสันสวยงาม
อ.เล่าว่า ที่เห็นเป็นรูปนี้ไม่ได้เกิดจากการวาด แต่เกิดจากการหลอมกระจกเป็นชิ้น ๆ อยากได้สีไหน ก็เติมสีลงไปขณะหลอม
ลวดลายพริ้ว ๆ ของเสื้อผ้าก็เช่นกัน ไม่ได้เกิดจากการวาด แต่เกิดระหว่างการหลอมทั้งสิ้น
แต่เดิมเมืองไทยไม่สามารถทำกระจกเทคนิคนี้ได้ การบูรณะถอดออกมาล้างทำความสะอาดจรึงต้องส่งไป ตปท.ทั้งหมด
แต่ปัจจุบันทำได้แล้วที่เมืองไทย แต่ก็จะมีการถ่ายรูปก่อนส่งไปโรงงานอย่างละเอียด
เพื่อให้เรียงกระจกแต่ละชิ้นได้ถูกต้อง และสวยงามเหมือนของเดิมมากที่สุด



มีรูปนี้เหนือประตูทางเข้า ที่ถ่ายได้ด้วยมือถือ เพราะไม่ย้อนแสง
รอยต่อระหว่าง Jigsaw แต่ละแผ่นดูแล้วคล้าย ๆ สีดำตัดเส้นทำให้เข้าใจว่าเป็นการวาดบนกระจก
แต่จริง ๆ แล้ว เส้นนั้นคือกาว หรือ ตัวประสาน Jigsaw กระจกนั่นเอง

แววตา สีหน้า น้ำเสียง และเรื่องราวจากผู้เล่า บอกเราถึงศรัทธาที่เค้ามีต่อศาสนาอย่างเต็มเปี่ยม
(เค้าบอกว่า เล่าเยอะเพราะเราถามเยอะ บางคนไม่ถามก็จะไม่เล่า เพราะกล้วรำคาญและรบกวนการถ่ายรูป)





(เลยกำหนดเวลามานาน เลยตกลงกันว่าจะไม่แวะไหนแล้ว แต่ที่นี่ต้องไป เพราะความที่คุณตาเป็นทหาร)
เราออกจากโบสถ์คริสต์ มาทางเดิม ข้ามสะพานบางคนที ผ่านปากซอยบ้านสิรีนอีกครั้ง แล้วมาแวะค่ายบางกุ้ง
ซึ่งเคยใช้ที่ข้างวัดบางกุ้งมาเป็นที่ฝึกซ้อมทหารสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสิน

เด็ก ๆ เริ่มงอแง เลยให้น้าเปรพาคุณตาคุณยายลงดู แต่แม่นกเคยมาแล้วเลยงัดเอารูปเก่่าออกมาเล่าใหม่

ข้าง ๆ ในบริเวณเดียวกันก็จะมีโบสถ์ซึ่งคลุุมไปด้วยต้นไม้ใหญ่ ทั้งต้นโพธิ์ ต้นไทร ต้นไกร ต้นกร่าง ทั้ง 4 มุม
ดูจากภายนอกจะคิดว่า เป็นเพียงต้นไม้ใหญ่มาก ๆ กลุ่มหนึ่งเท่านั้น
แต่ภายในประดิษฐานหลวงพ่อนิลมณี ซึ่งเป็นที่เคารพ ขอพร ของชาวบ้านและคนทั่วไป





ภาพเขียนพุทธประวัติที่ฝาผนังด้านในโบสถ์ปรกโพธิ์




พอได้เอารูปโบสถ์ปรกโพธิ์มาลง ก็เกิดเสียดายรูปที่เคยไปอุทยาน ร๒ ขึ้นมา
ครั้งนั้นแอบไปเที่ยวไม่บอกที่บ้าน เลยออกอากาศไม่ได้
ถ้าน้าๆ จะไปเที่ยวสมุทรสงคราม แวะด้วยเลยครับร่มรื่นมากครับ




(เค้าเพิ่งมีแสดงโขนกลางแจ้ง ในงานประจำปีผ่านไปเมื่อ 26 ก.พ.นี่เอง อยากไปเนาะ)


บางตำหนัก เค้าไม่ให้ถ่ายรูปเพราะกล้องเดี๋ยวนี้ซูมได้เยอะมาก
บางคนที่ไม่ดี ก็ออร์เดอร์ของเก่าผ่านคราบนักท่องเที่ยวนี่แหละ
(จากนั้นก็จะมีคนขโมยไปขายให้)
ตำหนักไหนมีแสดงของใช้ไม้สอยโบราณ (ซึ่งเป็นส่วนใหญ่) เค้าจึงห้ามถ่ายรูปด้านใน



เก็บไปแต่ความประทับใจก็คุ้มมากแล้วนะ ว่ามั๊ย
จากตรงนี้เรามุ่งหน้าสู่หัวหิน (พบกันรีวิวหน้านะคะเพื่อนบล็อก)
มาที่นี่ มาอยู่ มากินข้าวริมน้ำ คิดถึงใครที่เคยชวนมาเมื่อสิบกว่าปีก่อน
(แต่ไม่มีโอากาสได้มา) จริงวุ้ย แม่กลอง..ที่รัก
กลายเป็นว่า Trip เมืองผ่าน นี่เป็นที่ ๆ ทุกคนประทับใจมากที่สุดเลย





Create Date : 28 กุมภาพันธ์ 2555
Last Update : 12 มิถุนายน 2556 12:55:49 น. 16 comments
Counter : 1506 Pageviews.

 
นกสุดยอด อัพเร็วมากกกก

ไว้ไปเที่ยวกันใหม่ คิดถึง ทุกคนเลย

ที่นี่หนาวมาก เหงาด้วย


โดย: เนสเปรเล่ IP: 124.213.231.99 วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:22:39:17 น.  

 
แม่นกหน้าตาสดใส ไปกับครอบครัว พร้อมหน้าพร้อมตา แค่นี้ก้อสุขมากๆ แล้วเนาะ


โดย: Pomm IP: 58.11.69.240 วันที่: 29 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:7:29:49 น.  

 
เห็นแล้วอยากไปเที่ยวกะครอบครัวชิวๆ แบบนี้บ้างอ่ะค่ะ น่าจะกระชับความสัมพันธ์ได้ดี


โดย: ผึ้งหวาน IP: 10.137.67.73, 1.20.0.137 วันที่: 29 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:8:51:15 น.  

 
สวยมากเลยค่ะพี่นก อยากไปเที่ยวบ้าง


โดย: บุ๋มบิ๋ม IP: 182.93.177.187 วันที่: 29 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:9:17:28 น.  

 
เค้าชอบนกใส่กระโปรงอ่ะ น่ารักดี ตกลงไปเที่ยวแม่กลองสนุกกว่าไปหัวหินอีกเหรอเนี่ยะ ไว้วันหลังต้องไปมั่งซะแล้วว


โดย: toeihomm IP: 100.1.89.139 วันที่: 29 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:9:40:59 น.  

 
ไม่ได้เข้ามาเยี่ยมชมบล๊อคซะนาน หุ้ยๆๆคิดถึงเน๊อะ มาคราวนี้แม่นกร่ายยาวมากทริปคราวนี้อบอุ่นเช่นเคยตายายกับหลานๆแถมเนสเปรมาด้วย ไปไหนไปกันอบอุ่นสุดๆ บรรยายได้ละเอียดมากอยากไปซะแล้วซิไม่รู้จะแม่กลองจะมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าเที่ยวอีกเยอะเลยเน๊อะ ชอบบ้านไม้บรรยากาศแบบไทยๆจัง ขอติดตามบล๊อคหน้าด้วยคนนะจร้า!!!


โดย: erina แม่เซยะ IP: 121.101.102.122 วันที่: 29 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:10:07:04 น.  

 


โดย: Kavanich96 วันที่: 29 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:11:18:11 น.  

 
หนูแอบเห็นที่ไม่เนียนพี่นกแล้ว ต้นมะพร้าวใช่ก่อ

NY OK น่าร๊ากๆๆๆ เหก็นพี่นกเที่ยวแล้วอยากพาแม่เที่ยวบ้าง

ปล.พี่นกใส่กระโปรงงามแต้ก่ะ


โดย: ปลา IP: unknown, 180.183.94.179 วันที่: 29 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:20:54:44 น.  

 
รูปเยอะ เที่ยวเยอะ อ่านสนุกอีกแล้ว พ่อแม่ท่าจะม่วนขนาด :)


โดย: เอมม่า IP: 110.77.148.51 วันที่: 29 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:23:10:03 น.  

 
ลืมลงชื่อว่าอ่านแล้ว ฮ่า ๆ ๆ ๆ

ปลายปีนะ จะไปตามรอย หึหึหึ


โดย: นุ่น IP: 180.183.185.155 วันที่: 2 มีนาคม 2555 เวลา:22:11:56 น.  

 
รออีก 1 ปี ก็จะถึงคิวเราม่าง ง ง ง .....โช คร๊าบ...แม่อยากเที่ยวแร้ว ว ว ...


โดย: แม่แมว IP: 171.5.34.168 วันที่: 3 มีนาคม 2555 เวลา:13:33:54 น.  

 
ออกมาแสดงตัวค่า หลังจากตามอ่านมานาน ...เหมือนอ่านนิตสารท่องเที่ยวเลย ...อ่านแล้วอยากออกเดินทาง อยากมีครอบครัวที่อบอุ่น และที่สำคัญสาวชุดน้ำเงินลายจุดคนนั้น เลอโฉมมากค่า า า


โดย: junsorn IP: 101.109.151.179 วันที่: 3 มีนาคม 2555 เวลา:16:13:39 น.  

 
นี่...ถ้าทำรีสอร์ทเอง คงรวยเละ เขียนสะอยากไปเลย รูปก็สวยๆทั้งนั้น ยังติดตามตอนต่อไปอยู่นะจร้า..


โดย: พี่ตั๊ก IP: 101.109.151.179 วันที่: 3 มีนาคม 2555 เวลา:16:43:58 น.  

 
เล่าละเอียด แต่ไม่เยิ่นเย้อ อ่านเพลินดี
ทำแผนที่ด้วย เซฟล่ะ หุหุ
ขำที่ว่าแอบครอบครัวเที่ยว อารมณ์ไหนหละนั่น ; )


โดย: p_tham IP: 124.122.127.219 วันที่: 14 มีนาคม 2555 เวลา:17:01:45 น.  

 
น่าไปมาก อะไรๆ เปลี่ยนไปเยอะมากแถวนั้น
หากได้มีโอกาสไปจะขอคำแนะนำ


โดย: พี่อ้อย IP: 68.47.26.73 วันที่: 21 มีนาคม 2555 เวลา:23:57:46 น.  

 
กลับมาอ่านอีกรอบ เห็นแล้วอยากไป T^T


โดย: ผึ้งหวาน IP: 10.128.97.157, 1.20.0.157 วันที่: 31 มีนาคม 2555 เวลา:16:30:21 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Envi_NY
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 19 คน [?]




คุณแม่ลูกสอง ทำงานนอกบ้าน เวลาน้อย นาน ๆ จะมีเวลาเขียนบล็อก
add facebook นก โดยClick ที่รูปนี้
ชื่อ log in - -> Varissaporn Opapongpan



บ ล็ อ ก ที่ เ ขี ย น ล่ า สุ ด บ ล็ อ ก ท่ อ ง เ ที่ ย ว บ ล็ อ ก เ ก่ า - เ ก่ า ม า ก

Credit
New Comments
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2555
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
26272829 
 
28 กุมภาพันธ์ 2555
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Envi_NY's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.