W H I T E A M U L E T
Group Blog
 
All blogs
 
บันทึกจากโตเกียว > 6วันในเหตุการณ์แผ่นดินไหว ซึนามิ และ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ > จันทร์ 14 มีนา 2011


เริ่มวันด้วยกำลังใจและการฮึดสู้ แต่จบวันด้วยสัญญาณอันตราย

คำเตือน บล็อคนี้เน้นบรรยาย ภาพไม่ค่อยจะมี อีกอย่างคือบล็อคนี้เป็นแค่บันทึกเรื่องที่ผ่านมาแล้ว ไม่ใช่บล็อครายงานสถานการณ์สดจากโตเกียวแต่อย่างใดนะ

นี่เป็นเช้าวันที่สามแล้วที่ตื่นมาเพราะโดน morning quake ปลุกเข้าอย่างจัง โชคดีอีกครั้งว่าหนนี้ก็ยังไม่ต้องออกวิ่งกันจริงๆ เท่าที่อ่านจากหลายๆกระทู้ หลายคนพูดเหมือนว่าอาหารเริ่มขาดแคลน แม้แต่ในโตเกียว จากที่ออกจากบ้านไปวันก่อนๆ แม้ว่าจะไม่รู้สึกถึงความขาดแคลนอาหารระดับนั้นในโตเกียวเลยก็ตาม แต่เพื่อความชัวร์วันนี้เลยตั้งใจจะไปซื้อของสดมาตุนในตู้เย็นสักหน่อยก่อนจะไปแล็บ จากที่เช็คเว็บ TEPCO(การไฟฟ้า) ซุปเปอร์ที่ไปจ่ายตลาดบ่อยๆน่าจะโดนดับไฟตอนบ่ายๆตื่นแล้วเลยต้องรีบไปกัน

เนื่องด้วยช่วงนี้ไม่มีอารมณ์แต่งหน้า(ไม่อยากเสียเวลาและทรัพยากรในการล้างด้วย) ชุดก็ชุดง่ายๆกะว่าวิ่งสะดวกๆ เลยออกจากบ้านได้เร็วหน่อย แต่ในขณะเดียวกันขอบอกว่าสาวญี่ปุ่นที่เราเห็นบนท้องถนนยังแต่งตัวแบบจัดเต็ม เสื้อผ้าหน้าผม พร็อบครบตามปกติเลยนะ เดินๆไปแอบเสียเซลฟ์นิดๆเหมือนกัน

หลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวนี่ได้ออกจากบ้านทีไรรู้สึกสดชื๊นสดชื่น บรรยากาศชาวญี่ปุ่นดูไม่ได้ผิดแปลกแตกต่างไปจากวันปกติก่อนที่จะเกิดภัยธรรมชาติอันแสนสาหัสครั้งนี้เลย แปลงดอกไม้หน้าแมนชั่นใกล้เคียงก็ออกดอกบานสวยรับฤดูใบไม้ผลิที่กำลังจะมาถึง


แต่ทั้งๆที่เป็นเช้าวันจันทร์ไม่ใช่เย็นวันศุกร์ แต่ซุปเปอร์ขายของสดกลับคนเพียบ คนต่อแถวกันเต็มหมดทุกแถว (ในภาพอาจเห็นไม่ชัดเท่าไหร่ ไม่กล้าไปถ่ายเจาะๆใกล้ๆเค้า เสียมารยาทแย่เลยเวลาอย่างนี้)


ยังไงก็ตามเท่าที่กะด้วยสายตาแล้ว ที่นี่ยังห่างไกลจากคำว่าขาดแคลนอาหารอยู่โขนัก ทั้งเนื้อทั้งผักทั้งผลไม้ก็ยังเห็นมีขายเยอะเลย เอ๊ะ!หรือว่าเค้าหมายถึงเฉพาะพวกขนมปังที่ขาดแคลน? หรือจะเฉพาะเขตเราแถวๆนี้ที่ไม่ขาดแคลนอาหารเหมือนคนอื่นเค้า? ก็เห็นร้านอาหารก็ยังเปิด ถ้าไม่มีอะไรกินก็ยังเดินเข้าไปใช้บริการได้ในราคาปกติไม่ได้ขึ้นราคาแต่อย่างใด (จริงๆอาเมโยโกะอยู่ใกล้ๆนะ แต่ไม่ได้เดินไปเช็คดู อารมณ์นั้นขอสะดวกรวดเร็วไว้ก่อน แพงกว่านิดหน่อยช่างมัน)

ออกมาทั้งทีก็ต้องประหยัดข้าวบ้านด้วยการทานข้างนอกซะหน่อย อุตส่าห์เลือกร้านเทนด้งร้านโปรด 天丼てんや Tendon-tenya แล้วเชียวนะเผื่ออาหารอร่อยๆจะช่วยให้รู้สึกดีขึ้นบ้างจากสถานการณ์เครียดๆช่วงนี้ อันนี้นี่ไม่รู้ว่าเกี่ยวกับวัตถุดิบขาดแคลน หรือ เกี่ยวกับมาตรการดับไฟกันแน่ แต่ ณ วันนั้นเมนูร้านจำกัดเหลือแค่สี่เมนูเท่านั้น ตั้งใจเลือกเมนู All Stars รวมดาวเด่นของร้านมาเลย แต่แล้วอาการนอนไม่พอก็ตามมาส่งผลให้กินไม่ค่อยจะลงอีกจนได้ ใช้เวลาอยู่นานมากกกก กว่าจะกินได้เสร็จหมด


ขากลับผ่านห้าง Matsuzakaya ที่ยังคงเปิดบริการตามปกติ ส่องเข้าไปก็เห็นพนักงานเคาเตอร์เครื่องสำอางยืนประจำที่กันอยู่ไวๆ แต่ที่รอบๆห้างจะมีป้ายประกาศบอกว่า วันนี้ปิดทำการเร็วกว่าปกติเพื่อช่วยกันประหยัดไฟตามนโยบายของรัฐบาล


กลับมาถึงบ้านก็รีบมาตามข่าวก่อน คุณเพื่อนที่ออกไปทำงาน(ที่บริษัท)ตามปกติเพิ่งจะกลับถึงบ้านเพราะได้เมลกระทันหันจากเจ้านายว่าวันนี้ให้หยุด ไปๆมาๆเห็นใครๆเค้าก็ยังกบดานอยู่บ้านกัน ลงท้ายเลยเปลี่ยนใจอยู่บ้านไปอีกวันกะเค้าบ้าง

ดูข่าวของวันนี้แล้วก็รู้สึกโล่งใจแทนคนญี่ปุ่น ที่รัฐบาลและทีมช่วยเหลือเค้าทำงานกันจริงจัง แค่ไม่กี่วันก็เข้าไปกรุยทางช่วยผู้ประสบเหตุในทุกพื้นที่แล้ว กระทั่งที่หมู่บ้าน minami-sanriku ที่เป็นภาพ before-after ว่อนไปทั่วอินเตอร์เน็ตว่าโดนซึนามิพัดถล่มจนหายไปทั้งหมู่บ้าน จากหลักฐานภาพดาวเทียมเห็นรอดมาได้แค่ 1-2 ตึกเท่านั้น

ในข่าววันนี้ก็เห็นว่าผู้รอดชีวิต(ได้ยินประกาศแล้วหนีขึ้นที่สูงทัน)ได้รับการช่วยเหลือมารวมบนเนินที่ปลอดภัยแล้ว สภาพหมู่บ้านก็มีการกรุยทางเป็นถนนชั่วคราว ให้คนและรถของทีมช่วยเหลือลงไปสำรวจกันได้ รถเครนก็กำลังรื้อซากต่างๆอยู่ จริงอยู่ว่าที่นี่มีคนสูญหายขาดการติดต่อไปเป็นหมื่น(ก็โอกาสสูงที่จะเสียชีวิตไปแล้วน่ะนะ ซึนามิท่วมมิดซะขนาดนั้น) สูญเสียมหาศาล แต่ได้เห็นภาพข่าวว่ายังมีผู้รอดชีวิต และความช่วยเหลือก็เข้าถึงแล้วด้วย ก็ค่อยรู้สึกโล่งอกขึ้น

ภาพข่าวในช่วงเที่ยงๆที่เห็นจะมีแต่ข่าวประมาณนี้ คือ เป็นภาพข่าวการให้ความช่วยเหลือในพื้นที่ต่างๆ สภาพของสถานที่ต่างๆหลังเหตุการณ์(เห็นภาพที่สถานีเซนไดแล้วก็เศร้า ร้านลิ้นวัวของโปรดตรงนั้นน่ากลัวจะไปแล้ว ทั้งๆที่ตั้งใจว่าจะกลับไปกินให้ได้ในเร็วๆนี้ เพราะลองลิ้นวัวที่ไหนก็ยังไม่ถูกใจเท่าที่นั่นเลย) และ สัมภาษณ์ชาวญี่ปุ่นในพื้นที่ประสบภัยที่ต้องลี้ภัยมาอยู่รวมกันตามโรงยิมของโรงเรียนต่างๆ โดยมากก็จะมีการสอบถามว่าต้องการอะไรเพิ่มเติมบ้าง (ก็มักจะเป็น น้ำ -> อาหาร -> ผ้าห่ม เพราะจุดที่ประสบภัยอยู่ทางเหนือขึ้นไป ยังหนาวกันอยู่ ณ ตอนนี้) นอกจากนั้นก็เป็นภาพการต่อคิวเข้าแถวกันเพื่อรับอาหารบ้าง รับน้ำบ้าง(หลายพื้นที่โดนตัดน้ำในตอนนี้ ต้องหาภาชนะมารองน้ำกลับบ้านตามจุดที่มีแจกจ่าย)

ดูข่าวความคืบหน้าการช่วยเหลือที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว(สมเป็นคนญี่ปุ่น) กับฟังการสัมภาษณ์ผู้ประสบภัยแล้ว ความรู้สึกหนึ่งที่เกิดขึ้นกับเราคือ กำลังใจและการฮึดสู้ ก็ดูสิขนาดคนที่เจอซึนามิพัดซะบ้านเมืองราบเป็นหน้ากลอง แต่เค้าก็ยังสามารถอยู่ในที่พักชั่วคราวใกล้ๆกับจุดเกิดเหตุได้เลย(แต่อยู่สูงหน่อย) แถมยังมีใจสู้พอที่จะออกไปช่วยเหลือเพื่อนผู้ประสบภัยด้วยกันได้ ไม่เห็นมามัวกลัว aftershock เล็กๆน้อยๆจนไม่เป็นอันทำอะไร ทั้งๆที่อยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุตั้งไกลอย่างเราเลย

ในเวลาอย่างนี้ สิ่งสำคัญคือแต่ละคนต้องทำตามหน้าที่ของตัวเองอย่างดีที่สุดและทำอย่างเต็มที่ หน่วยกู้ภัยก็ทำงานของเค้าไป รัฐบาลก็ทำงานของเค้าไป(เสียงนายกประกาศตอนเย็นฟังดูเหนื๊อยเหนื่อย แอบลุ้นอยู่ว่าจะพูดได้จบไหมเนี่ย) ไม่มีใครไม่เหนื่อยและไม่มีใครไม่รู้สึกตกใจอะไรเลยกับเรื่องที่เกิดขึ้น

แต่ถ้าแต่ละคนมัวกลัวและใช้เป็นข้ออ้างจนละทิ้งหน้าที่ของตัวเองไปล่ะ อะไรมันจะเกิดขึ้น ความช่วยเหลือมันจะไปถึงผู้ประสบภัยได้รวดเร็วอย่างนี้ไหม ถ้าไม่มีคนมาทำหน้าที่เปิดร้าน มาขายของ ขายสินค้า ไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่มีเจ้าหน้าที่สถานีรถไฟ ไม่มีเจ้าหน้าที่สนามบินมาทำงานตามปกติ จนทำให้การเคลื่อนตัวไปของสังคมปกติหยุดชะงัก มันจะทำให้อะไรดีขึ้นได้เหรอ..ก็ไม่ แถมยังจะพลอยไปเพิ่มปัญหาไร้สาระที่ไม่ควรจะเป็นปัญหาเข้าไปในระบบให้ยุ่งยากเพิ่มอีก

ชีวิตยังไม่สิ้นมันก็ต้องดิ้นกันต่อไป อย่างนี้แล้ว แล้วเราล่ะ หน้าที่ของเราคืออะไร คือการเป็นนักเรียนและทำวิจัย มัวแต่นั่งกลัวจนงานการไม่ทำอย่างนี้มันใช้ไม่ได้เลยจริงๆ ถ้าคิดว่าไม่อยากจะสร้างปัญหาหรือความยุ่งยากอะไรให้กับชาวญี่ปุ่นในตอนนี้ อย่างน้อยๆที่สุดเราก็เริ่มทำได้ตอนนี้เลย ด้วยการทำตามสิ่งที่เป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของเราให้ดีที่สุดไม่ใช่มามัวนั่งหมดอารมณ์ทำงานไปวันๆแบบนี้

ฮึดสู้ขึ้นมาได้แล้ว(ประกอบกับวันนี้ aftershock ถี่น้อยลงจนรู้สึกได้)ก็ค่อยรวบรวมสมาธิได้และหันมานั่งทำงานจริงๆจังๆเตรียมสไลด์ที่นัดจะเอาไปปรึกษากับอาจารย์ในวันพรุ่งนี้ แถมด้วยการรีบไปเอาของสดที่ซื้อมามาทำอาหารแช่ตู้เย็นเตรียมไว้ด้วย (แต่ก็ยังไม่กล้าใช้แก๊สกระป๋อง เพราะกลัวแผ่นดินไหวขึ้นมาแล้วจะพลาดเกิดไฟไหม้) ตอนนั้นเริ่มทำใจขึ้นได้แล้วว่าถ้ามีแผ่นดินไหวใหญ่มาเราก็คว้าแล้ววิ่งเท่านั้นเอง จะวิ่งทันหรือไม่ทันก็ยังไม่รู้หรอกและก็ไม่มีทางรู้ด้วย เอาเป็นว่าตอนนี้รู้แค่นี้ก็เตือนตัวเองไว้แค่นี้พอว่าให้หยิบให้ครบก่อนออกวิ่ง เรื่องอื่นคิดไปล่วงหน้าก็เปล่าประโยชน์

ข่าวจากทีวีเห็นว่าสุดท้ายวันนี้ก็ยังไม่มีการดับไฟจริง คนที่เตรียมตัวโดนดับไฟไว้ก็เลยเก้อกันเลย ที่โตเกียวอยู่มาป่านนี้ไม่เคยเลยที่จะเกิดเหตุการณ์ไฟดับโดยไม่แจ้งล่วงหน้ามาก่อน อย่างที่แมนชั่น ก็นานๆจะมีดับไฟเพื่อตรวจเช็คหรือซ่อมอะไรสักอย่าง แต่เค้าก็มักจะเลือกช่วงวันธรรมดาที่คนอยู่แมนชั่นน้อย แล้วก็ดับแค่ 1-2 ชั่วโมงเอง ไม่มีผลกระทบอะไร

รู้สึกทาง TEPCO เค้าจะยังเตรียมตัวกันไม่ทัน(มั้ง) อย่างซุปเปอร์หรือคอมบินี่ถ้าไฟดับพวกของที่ต้องแช่เย็นจะทำไง? ไฟดับแล้วไฟแดงตามสี่แยกล่ะ? คนจะข้ามถนนรถจะวิ่งกันยังไง? รถไฟยิ่งไม่ต้องพูดถึง จะวิ่งหรือไม่วิ่งล่ะเนี่ยงานนี้? ดูงุนงงวุ่นวายดีแท้ คนญี่ปุ่นคงไม่ชินกันน่ะเนอะ ก็ปกติระบบสาธารณูปโภคเค้าเนี้ยบกริ๊บเพอร์เฟ็คซะขนาดนั้นหนิ ตรวจเช็คกันทุก(ครึ่ง)ปี ไม่เคยพัง ไม่เคยเจ๊ง (ไม่เหมือนเรา บ้านที่ไทยแต่ก่อนฟ้าผ่าที หม้อแปลงหน้าหมู่บ้านระเบิดตู้ม ไฟดับประจำโดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า)

แต่ยังไงเรื่องกำลังผลิตไฟฟ้าไม่เพียงพอก็เป็นเรื่องจริง ทาง TEPCO เลยมีการพิจารณาจัดแบ่งกรุ๊ปใหม่อีกครั้งและออกเป็นประกาศฉบับใหม่ คราวนี้รอบนึงถูกดับไป 3 ชั่วโมง 40 นาทีเลย โชคดีอีกแล้วว่าที่บ้านไม่โดนเลย ไม่งั้นคงนึกไม่ออกเหมือนกันว่าจะทำไงกับพวกของสดที่ซื้อมาดี

วันนี้ฮึดขึ้นมาจนมานั่งทำงานได้ เริ่มสบายใจว่าแผ่นดินไหวน้อยลงเยอะแล้ว แถมจากแผนภาพเปรียบเทียบความแรงของแผ่นดินไหวที่แชร์กันใน FB ทำให้รู้ว่า M0.1 นี่คือแรงต่างกัน 1 เท่าเชียวนะ ดังนั้น M7(= Destructive) ที่ทำนายไว้ว่าอาจเกิดได้เร็วๆนี้เทียบกับ M9(= Catastrophic) ที่เกิดไปก่อนหน้านี่ต่างกัน 20 เท่าเลยทีเดียว แล้วก็ตบท้ายด้วยข่าวดีว่าทางทีวีประกาศสถิติใหม่ว่าในสามวันหลังจากนี้ โอกาสที่จะเกิดไหวขนาด M5 มีประมาณแค่ 40% อย่างนี้ก็คงไม่เลวร้ายไปกว่าที่โตเกียวเคยเจอไปแล้วนั่นล่ะ ไม่(น่าจะ)มีอะไรที่เลวร้ายไปกว่าเดิม เย้ๆๆ

คืนนั้นทำท่าว่าจะเป็นคืนแรกที่ได้กลับไปหลับแบบสบายใจและเต็มอิ่มซะที แต่ก่อนนอนก็เริ่มมีสัญญาณแปลกๆจากคนรอบข้าง คนไทยรอบตัวที่ยังยืนหยัดอยู่โตเกียว(และใกล้เคียง)มาได้จนถึงป่านนี้ ทำไมอยู่ดีๆถึงพร้อมใจกันย้ายด่วนไปทางแถบคันไซกันชั่วคราว? (น้องคนไทยบางคนไปขออาจารย์ไปคันไซชั่วคราว อาจารย์เค้าบอกว่าถ้าจะไปให้รีบไปเลย เดี๋ยวรถไฟหยุดวิ่ง) ทำไมเพื่อนใน FB บอกว่าสถานการณ์รุนแรงมาก ไม่ไหวแล้ว ตัดสินใจกลับไทย?? ทำไมถามน้องๆแล้วเค้าบอกว่าไม่ได้หนีแผ่นดินไหวแต่หนีรังสี??? อ้าว ก็ไหนว่ามากสุดก็ meltdown ซึ่งไม่น่าจะมีผลถึงโตเกียวไม่ใช่เหรอไง? เอ๊ะหรือเพราะเราไม่ค่อยได้เจอทางบ้านที่ไทยโทรมาไซโคสถานการณ์จนเกินจริง(จากการดูข่าวที่นำเสนอที่ไทย) เลยไม่ค่อยตื่นตกใจอะไรกะเค้าเท่าไหร่?

ว่าแล้วก็เพิ่งเริ่มสังเกตข่าวในทีวี ว่าเออนะช่วงหลังๆนี่เป็นข่าวจาก TEPCO ตลอดเลย ทีแรกก็เป็นเรื่องตารางการดับไฟ แต่หลังๆนี่เหมือนจะไม่ใช่แล้วมั้งเนี่ย ช่อง NHK เปลี่ยนมาเกาะติดข่าวทางนี้ตลอดเวลาเลยสงสัยต้องมีเรื่องทางนี้แน่แล้วล่ะ แต่ก็อนิจจาคำอธิบายเรื่องกัมมันตภาพนี่มันเกินเลเวลภาษาญี่ปุ่นเราไปเยอะ ถึงพยายามจะฟังแต่ก็แทบไม่เข้าใจเลยว่าตอนนี้มันเกิดอะไรยังไงขึ้น

จนกระทั่งได้เพื่อน(อยู่ที่ไทย)แต่เก่งภาษากว่าช่วยแปลให้ว่า ตอนนี้สถานการณ์ที่เตา 1.2 (= โรงไฟฟ้าเบอร์ 1 เตาปฏิกรณ์ที่ 2) กำลังเข้าแย่(มาก) น้ำที่หล่อเย็นแท่งปฏิกรณ์อยู่ลดลงจนอยู่ในระดับต่ำมากแล้ว ท่อควบคุมแรงดันก็ดันมาเสียอีก ทำให้แรงดันในเตาขึ้นสูงจนไม่สามารถฉีดน้ำทะเลเข้าไปช่วยหล่อเย็นเหมือนที่ทำกับสองเตาก่อนหน้าได้

เอาล่ะสิ คราวนี้ไม่ใช่สาเหตุจากแก๊สไฮโดรเจนติดไฟจนระเบิดเหมือนหนก่อนๆแล้ว เคสใหม่นี้ยังไม่มีผู้เชี่ยวชาญมาช่วยอธิบายให้ด้วยว่าผลมันจะเป็นยังไงต่อไปได้บ้าง เห็นแต่ความเห็นคนไทยกันเองว่าว่า "ถ้าร้อนมากๆมันก็ระเบิดน่ะสิ" เอ๊ะ! อ้าว!แล้วมันจะไม่ใช่ meltdown อย่างที่พูดๆกันไว้ทีแรกหรอกเหรอ? เอ๊ะ ตกลงยังไงกันแน่ ถ้า worst case หนนี้นี่คือจะระเบิดตู้มต้าม หรือ จะ meltdown กันแน่เนี่ย?

ข้อมูล ณ ตอนนั้นก็ได้อ่านแต่ความเห็นคนไทย(ที่ไทย)ด้วยกันที่ร้องแสดงความตกใจถึงสถานการณ์ปัจจุบันจนเราเองก็ชักจะหวั่นไหว ประกอบกับอยู่ๆคนไทยรอบตัวก็ตัดสินใจอพยพหนีไปที่อื่นกันหมด เล่นเอาจากคนอารมณ์ดีๆคิดจะนอนหลับให้สบายเมื่อตะกี้ถึงกับมึน ตั้งตัวไม่ถูก ว่าตกลงจะอะไรยังไงดีเนี่ย แต่คืนนี้ดูท่าทางแล้วว่ายังไงๆคงไม่สามารถหาความคืบหน้าหรือคำอธิบายละเอียดๆใดๆได้ ก็เลยตัดสินใจเข้านอนไปทั้งอย่างนั้น

ก็ได้แต่หวังว่าทาง TEPCO เค้าจะสามารถแก้ไขปัญหาครั้งนี้ไปได้อีกหนเหมือนหนก่อนๆ เราเองนั้นก็ไม่สามารถทำอะไรอื่นได้แล้วจริงๆ ตอนนี้นอกจากเพื่อนคนไทยที่ทำงานบริษัทแล้ว คนที่เป็นนักเรียนเหมือนกันแทบจะไม่เหลือใครเลย ทุกคนถ้าไม่ออกจากโตเกียวแล้ว ก็กำลังจะออกกันทั้งนั้น โหย เจอเข้าแบบนี้ มันใจแป้วจริงๆนะ คนอยู่ข้างๆก็ไม่มีอยู่แล้ว นี่แค่อยู่เมืองเดียวกันให้พอได้อุ่นใจก็ยังจะไม่มีอีกเหรอ

จากวันที่เหมือนจะดี แต่สุดท้ายก็จบลงด้วยอารมณ์หวิวๆยังไงไม่รู้ ชะตากรรมวันพรุ่งนี้จะเป็นไงต่อไปโปรดติดตามตอนต่อไป แต่อยากจะบอกว่าสิ่งที่น่ากลัวที่สุดในสถานการณ์อย่างนี้คือ คำพูดจากคนรอบตัวเรานี่เอง แม้ว่าจะพูดเพราะเป็นห่วงเราก็เถอะ แต่ผลที่ออกมามันออกจะแนวตรงกันข้าม ทำให้เราหมดกำลังใจ และ ตื่นกลัวเกินกว่าเหตุไปซะมากกว่านี่สิ

----------------------------------------------------------------------

รวมบันทึกทั้งหมดของเหตุการณ์นี้

1. บันทึกจากโตเกียว > 6วันในเหตุการณ์แผ่นดินไหว ซึนามิ และ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ > ศุกร์ 11 มีนา 2011
2. บันทึกจากโตเกียว > 6วันในเหตุการณ์แผ่นดินไหว ซึนามิ และ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ > เสาร์ 12 มีนา 2011
3. บันทึกจากโตเกียว > 6วันในเหตุการณ์แผ่นดินไหว ซึนามิ และ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ > อาทิตย์ 13 มีนา 2011
4. บันทึกจากโตเกียว > 6วันในเหตุการณ์แผ่นดินไหว ซึนามิ และ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ > จันทร์ 14 มีนา 2011
5. บันทึกจากโตเกียว > 6วันในเหตุการณ์แผ่นดินไหว ซึนามิ และ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ > อังคาร 15 มีนา 2011
6. บันทึกจากโตเกียว > 6วันในเหตุการณ์แผ่นดินไหว ซึนามิ และ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ > พุธ 16 มีนา 2011

----------------------------------------------------------------------

ทั้งหมดถ่ายด้วย Sony NEX-5 + Sony Alpha E 18-55 OSS โหมด P โลด ค่า ISO, WB ทุกอย่างจัด auto ไปให้หมด ถือกล้องมือเดียวแล้วกดทุกภาพ (รู้สึกว่ามือไม่นิ่งเอาซะเลย ภาพหาความคมแทบไม่ได้) ย่อเอาง่ายๆด้วย photoscape


>> คลิกเพื่อดูรายการบล็อคอัพใหม่ทั้งหมด



Create Date : 24 มีนาคม 2554
Last Update : 12 เมษายน 2554 23:28:01 น. 5 comments
Counter : 926 Pageviews.

 
อ่านแล้วก็เสียวไส้แทน ยังไงก็ตามสถานการณ์ใกล้ชิดนะคะ ไม่ตระหนก แต่ก็อย่าประมาทนะคะ

เอาใจช่วยค่ะ


โดย: gluhp วันที่: 24 มีนาคม 2554 เวลา:1:47:26 น.  

 
ดีที่เป็นญี่ปุ่น ถ้าเป็นบ้านเราคงเละน่าดู


โดย: ตามใจ IP: 115.67.22.4 วันที่: 24 มีนาคม 2554 เวลา:2:32:41 น.  

 
เป็นกำลังใจให้นะครับ


โดย: คนเคยผ่านมหาสมุทร วันที่: 24 มีนาคม 2554 เวลา:10:33:31 น.  

 
เพิ่มเป็นเพื่อนทำไงคะ อยากติดตามต่อไปค่ะ


โดย: pimas วันที่: 25 มีนาคม 2554 เวลา:12:22:26 น.  

 
^
^
เอ ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ น่าจะต้องคลิกมาดูเองมั้งคะ เรามีรวบรวมรายชื่อบล็อคอัพใหม่ไว้ที่หน้าแรก http://whiteamulet.bloggang.com น่ะค่ะ

ถ้าดูจากหน้านั้นแล้วยังไม่มีอะไรใหม่ก็คือยังไม่ได้อัพต่อค่ะ


โดย: White Amulet วันที่: 25 มีนาคม 2554 เวลา:14:57:55 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

White Amulet
Location :
Bangkok Thailand / Tokyo Japan

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 34 คน [?]




บล็อคนี้ถึงไม่ค่อยมีอะไรแต่ถ้าจะก๊อปปี้ข้อความหรือรูปอะไรไปโพสที่อื่น ก็รบกวนช่วยใส่เครดิตลิงค์บล็อคนี้ไว้ด้วยนะคะ

เราไม่สงวนลิขสิทธิ์การนำภาพและข้อความในบล็อคไปเผยแพร่(ในแบบที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์)แต่สงวนลิขสิทธิ์ความเป็นเจ้าของภาพถ่ายและเนื้อหาค่ะ

ค้นหาทุกสิ่งอย่างในบล็อคนี้

New Comments
Friends' blogs
[Add White Amulet's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.