W H I T E A M U L E T
Group Blog
 
All blogs
 
Coming of age day 2010 @Shibuya --> สาวญี่ปุ่นใน Furisode & Street performance



Credit: illustration searched from http://www.google.co.jp

------------------------------------------------------------------

Coming of age day หรือ 成人の日 (Seijin no hi) แปลเป็นภาษาไทยตรงตัวที่สุดก็คือ วันบรรลุนิติภาวะ ที่ญี่ปุ่นถือเป็นวันหยุดราชการแต่ก่อนจัดให้มีทุกวันที่ 15 มกรา แต่ตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมาถูกเปลี่ยนให้มาเป็นทุกวันจันทร์ที่สองของเดือน มค แทน (เพื่อให้หยุดทีหยุดยาวติดเสาร์อาทิตย์ไปเลย)

Credit: illustration searched from http://www.google.co.jp

วันนี้สำคัญยังไง? หลักๆก็คือเป็นวันเฉลิมฉลองสำหรับคนญี่ปุ่นที่ปีนี้จะมีอายุครบ 20 ปีนั่นเอง ตามกฏหมายญี่ปุ่นถ้าใครอายุครบยี่สิบปีแล้ว สามารถดื่มเหล้า สูบบุหรี่ และเลือกตั้งได้อย่างถูกกฏหมาย จริงๆ จขบ ก็แอบไม่เชื่ออยู่นะ เพราะว่า 20 ปีก็ราวๆมหาลัยปี1ปี2แล้วไม่อยากเชื่อหรอกว่าก่อนนั้นจะไม่เคยสูบบุหรี่และดื่มเหล้ากันเลย เห็นสูบบุหรี่ดื่มเบียร์กันหยั่งกะน้ำอย่างนี้ แต่เทียบไปแล้วก็คงเหมือนวันปล่อยผีแหล่ะ ว่าในที่สุดปีนี้เราก็จะทำมันได้อย่างถูกกฏหมายแล้วววววววววว

Credit: illustration searched from http://www.google.co.jp

แล้ววันนี้เค้าทำอะไรกันล่ะ? จริงๆ จขบ ก็ไม่ได้รู้ละเอียดหรอกนะอาศัยอ่านจากเว็บคร่าวๆเอา ที่รู้ก็คือ หนุ่มๆสาวๆที่(กำลังจะ)บรรลุนิติภาวะปีนี้ก็จะออกมารวมตัวกัน ถ้าเป็นผู้หญิงก็สวม furisode(กิโมโนแขนยาว สำหรับผู้หญิงที่ยังไม่แต่งงาน) งามๆได้ยินว่าราคามีจนถึงหลักหลายล้านเยนเลยทีเดียว แล้วแต่ฐานะของแต่ละคน ส่วนผู้ชายก็ใส่สูทหรือกิโมโนกัน (แต่เอาจริงๆ ไม่ค่อยเห็นผู้ชายใส่กิโมโนแฮะ เห็นแต่สูท)

Credit: illustration searched from http://www.google.co.jp

เท่าที่อ่านๆมาวันนี้เหมือนเป็นวัน reunion แต่งตัวสวยๆกันแล้วก็มานัดพบกับเพื่อนเก่าๆกัน ถ่ายรูปกัน ไปเที่ยวกัน เท่าที่เห็นตอนกลางคืนก็เหมือนจะมีไปกินเลี้ยงอะไรกันด้วย ยังสงสัยอยู่นะว่าไปดื่มกันเปล่าเนี่ย (แต่บางคนก็อาจยังไม่ทัน 20 ดีตอนวันนี้นา)

Credit: illustration searched from http://www.google.co.jp

บรรยายความรู้ดูภาพการ์ตูนกันมาพอแล้วคราวนี้กลับมาที่เรื่องของเราบ้างดีกว่า ว่าแล้วเราจะไปยุ่งอะไรกะเค้าล่ะเนี่ย ตัวเองก็เลยยี่สิบมานานโขแล้ว(แต่ยังไม่มากเท่าไหร่น้า) เพื่อนคนญี่ปุ่นก็ไม่มีใครที่ต่ำกว่ายี่สิบสักกะคน คำตอบก็คือไม่เกี่ยวอะไรกะเราหรอก แค่อยากจะขอแจมด้วยเท่านั้นล่ะ อีกอย่างคือเพิ่งถอยเลนส์ตัวใหม่มาหมาดๆ อยากเอามาลองใช้ดูก่อนไปออกสนามจริงตอนงานเทศกาลหิมะ จับพลัดจับผลูเผื่อได้รูปสาวญี่ปุ่นสวยๆใส่ furisode งามๆมาด้วย

วางแผนไว้อย่างดีแต่ไงล่ะ ตื่นสายตามเคยกว่าจะไปถึงชิบุยะได้ก็สี่โมงครึ่งแล้ว (จากการเซิร์ชหา ไม่รู้ว่าเค้ารวมตัวที่ไหนกันก็เลยพยายามไปที่ๆเป็นจุดรวมตัวหลักๆของวัยรุ่น) ตอนนี้กลางฤดูหนาวเลยสี่โมงครึ่งนี่นอกจากแดดหมดสนิทฟ้ายังเริ่มจะมืดลงนิดๆแล้วด้วย แสงไม่เคยพอสักทีแล้วอย่างนี้เมื่อไหร่เราได้รูปใสๆคมๆมากับเค้ามั่งเนี่ย ToT

มาถึงสถานีมือถือกล้อง(ตัวเบ้งเพราะเลนส์และฮู้ด) ตาก็สอดส่ายหาสาวกิโมโนไปเรื่อย โชคดีว่าไม่ผิดหวัง แม้จะไม่ถึงขนาดว่าเนืองแน่นไปด้วยสาวกิโมโน แต่มองไปรอบตัวก็ต้องเจออย่างน้อยหนึ่งคนล่ะ คนนี้เห็นหลังแว้บๆแอบซูมถ่ายเอาจากที่ไกลๆ (เลนส์นี้ก็ซูมได้พอควรเลยนะเนี่ย สำหรับคนเคยใช้แต่คิตตี้อย่างเรา)


คนนี้กำลังยืนรอใครไม่รู้(สงสัยรอแฟนมั้ง) furisode สีชมพูน่ารักเชียว ขออนุญาตมาสักช็อตนะค้า (ก่อนเราถ่ายเห็นมีฝรั่งคนนึง มาเนียนยืนข้างหลังเค้าแล้วให้เพื่อนถ่ายรูปให้ด้วย ดูก็รู้แหล่ะว่าอยากถ่ายกับชุดกิโมโน จริงๆเราก็อยากถ่ายนะแต่ไม่มีใครถ่ายให้นี่สิ)


ที่มากันเป็นกลุ่มๆก็มีบ้างอย่างนี้เป็นต้น ถึงจะกลุ่มไม่ใหญ่สะใจเราเท่าไหร่ก็ตาม


ที่ถูกใจมากก็กลุ่มนี้ล่ะ กำลังแอ็คท่ากันอยู่หน้า Hachiko พอดี ถือโอกาสเนียนถ่ายมาด้วยซะเลยจะได้รู้ว่างานนี้ถ่ายที่ชิบุยะ


candid ไปสักพัก ไหนลองทำใจกล้าเดินไปขอเค้าถ่ายรูปตรงๆเลยดูซิ รายแรกทำหน้าเหวอมากๆตอนเราไปขอถ่ายรูป เพื่อนๆเค้า(ผู้หญิงสองคนไม่ได้ใส่กิโมโน)ก็รีบหลบฉากไปยืนข้างๆอย่างรวดเร็ว เจ้าตัวก็พยักหน้าอย่างงงๆแล้วก็ยืนให้เราถ่ายรูปแต่โดยดี เห็นท่าทางเค้าตกใจๆเราก็พลอยลนๆไปด้วยเลย ออกมานี่เกือบได้เป็นรูปติดบัตรแล้ว T_T


ลองดูอีกสักที คราวนี้เค้ามากันเป็นกลุ่ม กลุ่มนี้ทำท่าตกใจน้อยๆแต่ถามกลับทันทีว่าจะถ่ายไปทำอะไร พูดเร็วอีกตะหากเกือบฟังไม่ทันแน่ะ อธิบายไปสั้นๆแล้วเค้าก็ชูสองนิ้วให้ถ่ายแต่โดยดีอย่างนี้แล (เพิ่งสังเกตว่าคนซ้ายสุดในภาพคือ คนที่เราถ่ายด้านหลังมาตอนภาพแรกๆนี่นา ผ้าพันคอเหมือนกันเป๊ะ)


นึกอยู่ว่าเราดูเป็นคนน่าสงสัยหรือเปล่านะเนี่ย หรือ เพราะกล้องดูใหญ่เลยไม่เหมือนคนถ่ายเล่นๆ หรือ เพราะเราดูไม่เหมือนนักท่องเที่ยว(ตราบใดที่ไม่เปิดปากพูดไม่เคยมีใครรู้ว่าเป็นต่างชาติ) เค้าก็เลยงงรึเปล่าว่าจะมาขอถ่ายรูปเค้าทำไม คราวหน้าคราวหลังทำตัวให้เหมือนนักท่องเที่ยวเข้าไว้ ปฏิกิริยาตอบกลับจะเปลี่ยนไปจากคราวนี้หรือเปล่าหนอ

สาวกิโมโนถ่ายมาเท่านี้ล่ะหมดแล้ว เสียดายวันนั้นไม่เจอคนที่สวยกระแทกใจเลยแฮะ ไปเดินอยู่ไหนกันหมดก็ไม่รู้ อีกอย่างเพิ่งรู้สึกตอนมาดูรูปว่าไม่เห็นผู้ชายเลยอ้ะ สงสัยผู้ชายแต่งสูทดูกลมกลืนกับคนปกติมากไปเลยไม่ทันได้สังเกต แต่ถ้าใครอยากดูรูปงานนี้เยอะๆกว่านี้หาได้ใน google มีรูปเยอะแยะมากมายสวยกว่าในบล็อคนี้หลายเท่า แถมได้เห็นหน้าเห็นตากันด้วยไม่ใช่เห็นแต่ด้านหลัง

ไม่ได้มาแถวนี้ซะนานไปเดินวนๆดูของหน่อย แต่แบบว่ากระเป๋าเพิ่งแฟบไปกับเลนส์ใหม่ อารมณ์อยากซื้อของเลยไม่ค่อยมี(คือ ยังไม่ทันหายเห่อเลนส์ใหม่ดีเลยนั่นเอง เลยยังไม่อยากได้อะไรใหม่เท่าไหร่) เดินกลับมาลาน Hachiko อีกทีก็เห็นเข้า เอ๊ะ เค้าทำอะไรอยู่


อ๋อ ที่แท้เป็น street performance นี่เอง เท่าที่ยืนดูอยู่ไม่มีการเก็บเงินหรือวางหมวกใดๆนะ คงเป็นกลุ่มที่รวมตัวกันแล้วอยากมาแสดงให้คนได้ชมกันนั่นแหล่ะ หลักๆจะเปิดเพลงและแสดงคล้ายๆการเต้นและกายกรรมเล็กๆกับลูกบอล ทั้งแบบลูกบอลลูกเดียว


หรือแบบลูกบอลสองลูก


ทั้งแบบโยนวาดมาด้านหน้า


และแบบโยนไขว้มาจากด้านหลัง


นานๆก็มีให้ตื่นตาตื่นใจ ผสมยิมนาสติกลีลาใหม่ทำนองนี้เข้ามาบ้าง


การแสดงจักรยานก็มีอยู่คนนึง


โชว์เหนืออีกหน่อย ปล่อยมันทั้งสองมือเลย (แต่จริงๆไม่แปลกใจมากนะ เพราะคนญี่ปุ่นทั่วๆไปเองก็ขี่จักรยานกันเก่งอยู่แล้ว ผู้หญิงจะใส่กระโปรงหรือส้นสูงแบบไหน ก็ยังปั่นจักรยานกันได้ เวลาฝนตกมือนึงถือร่ม อีกมือจับแฮนด์ก็ทำกันได้ ไอ้แบบที่ทั้งสองมือไม่จับจักรยานเลยก็เห็นได้บ่อยๆเหมือนกัน)


ยืนดูอยู่สักพักค่อยออกมา ช่วงไหนคนยืนดูเยอะๆเค้าก็จะแสดงตลอดเลยนะ ถ้าคนซาๆไปก็จะมีหยุดพักกันบ้าง การแสดงน่ะไม่ได้เร้าใจขนาดโชว์อมน้ำมันพ่นไฟ แล้วก็ไม่ได้เพอเฟ็คหรอก มีบอลหลุดมือ มีโดดแล้วล้มอยู่เป็นระยะๆ แต่เราชอบนะว่าเค้าดูสบายๆกันดี พลาดบ้างก็เล่นต่อได้เลย ไม่ได้กลัวที่จะิผิดหรือพลาด ตราบใดที่ยังมีคนยืนดูเค้าก็จะแสดงกันต่อไป ก็สนุกๆดีเราก็ยืนให้กำลัง(&จ่อเลนส์ตัวขนาดไม่เล็ก)เค้าอยู่นานพอควรเลยล่ะ คนเค้ามาแสดงก็คงอยากให้มีคนยืนดูนี่นะ

สุดท้ายก็ขึ้นรถไฟกลับบ้าน วันนี้มาชิบุยะแบบดีจังตังค์อยู่ครบ มื้อเย็นขอกินซูชิที่ไม่ได้กินมาเป็นปีๆสักหน่อย (หลังๆไปติดข้าวปลาดิบมากกว่า เพราะไม่ชอบทานข้าวเยอะ เน้นปลามากกว่า)


ร้านนี้เป็นซูชิรางหมุนธรรมดา ไม่ได้เกรดพิเศษเลิศเลออะไร จะมีพวกซูชิประยุกต์เยอะ ช่วงแรกๆที่ยังทานปลาดิบไม่ค่อยเก่งก็อาศัยร้านนี้แหล่ะหัดกินไปเรื่อย ก็หยิบพวกที่มีราดมายองเนสอะไรพวกนี้มากินก็กินได้ง่ายกว่าปลาดิบเพียวๆ(แถมร้านนี้ใส่วาซาบิไม่เยอะด้วย) อย่างกุ้งอันนี้ก็อร่อยดีเนื้อกุ้งกับมายองเนสแล้วก็อะไรสักอย่างฝานมาบางๆสีขาวไม่รู้ต้นหอมหรือหัวไชเท้า หวานๆมันๆเข้ากันได้โอเค


ขอจบทริปนี้แต่เพียงเท่านี้ ไม่ค่อยมีสาระอะไรเหมือนเคยๆ เรื่องของเรื่องคือคนอยากจะเขียนและอยากจะแปะรูปเท่านั้นเอง ถึงถ่ายมาห่วยก็ยังอยากจะแปะ เอาไว้ดูเป็นวิวัฒนาการ

------------------------------------------------------------------

ภาพทั้งหมดถ่ายจาก Canon Kiss X3 + เลนส์ใหม่แกะกล่อง EF-S 15-85mm F3.5-5.6 IS USM ย่อทีละ 500 pixels ด้วย USM เนื่องจากไม่มีแสงแดดเลยแม้แต่น้อยนิด ภาพจึงต้องถูกปรับแสงใน PS ภาพกลางคืนยิ่งแล้วใหญ่ทั้งมืดทั้งขยับเร็วขาตั้งกล้องก็ไม่มี(ถึงมีก็ใช้ไม่ได้อยู่ดี) ดัน ISO สุด 3200 แล้วก็ยังได้แค่นี้ (noise กระจาย)

ทุกภาพยังมี exif ติดอยู่เผื่อใครสนใจภาพจากเลนส์ออกใหม่ตัวนี้ แต่ต้องขอบอกไว้ว่าภาพส่วนใหญ่เน้นกดเพื่อให้ได้ภาพก่อนเป็นหลัก ช้านิดเดียวก็ไม่ได้ เลยไม่มีเวลามาระวังค่อยๆตั้งค่าให้เหมาะสม ดังนั้นภาพที่เห็นนี้ไม่ใช่ภาพที่ดีที่สุดที่รีดมาจากสมรรถภาพแท้จริงของเลนส์ตัวนี้แน่นอน


Credit: illustration searched from http://www.google.co.jp



Create Date : 13 มกราคม 2553
Last Update : 13 มกราคม 2553 23:19:48 น. 4 comments
Counter : 3111 Pageviews.

 
ทั้งภาพสวยๆ และคำบรรยาย.. ดูอิ่มตาอิ่มใจจิงๆเลย......

ว่าแต่ใช้กล้องดิจิตอลธรรมดารึป่าวอ่ะคะ??
สนใจมากเลย.. ชอบที่ภาพตรงกลางมันชัดๆ
และแบ็คกราวน์มันเบลอๆน่ะ.. เลือกฟังค์ชั่น
ไหนเหรอคะ??

(แอบหัวเราะ..ให้กับความเชยของตัวเอง..อิอิ)

^^


โดย: อิงค์ (coco-wine ) วันที่: 14 มกราคม 2553 เวลา:11:14:58 น.  

 
--> อิงค์ (coco-wine)

กล้องเราเป็น digital แต่เป็น Digital SLR น่ะค่ะ กล้องตัวใหญ่หน่อยไม่ใช่คอมแพ็ค จุดที่ถ่ายหน้าชัดหลังเบลอได้เป็นจุดนึงที่หลายๆคนหันมาเล่น DSLR กันเลย(โดยเฉพาะผู้หญิง ^_^ เอาไว้ถ่าย portrait ดูสวยดี)

จริงๆคอมแพ็คก็ถ่ายหน้าชัดหลังเบลอได้นะคะ ถ้าใช้โหมด Macro (โหมดรูปดอกไม้) แล้วซูมให้สุด จ่อกล้องถ่ายกันใกล้ๆก็ออกมาหลังเบลอกระจายค่ะ(ควรปิดแฟลชหน่อยนะคะไม่งั้นออกมาภาพสว่างจนมองอะไรไม่เห็นเลย)

แต่ถ้าจะถ่ายระยะถ่ายรูปเล่นกันปกติ ถ้าระยะห่างจากกล้องถึงตัวแบบ เทียบกับระยะห่างจากตัวแบบถึงฉากหลัง ไม่ต่างกันมากๆๆคอมแพคจะทำหลังเบลอยากหน่อยค่ะ


โดย: White Amulet วันที่: 14 มกราคม 2553 เวลา:13:31:53 น.  

 
--> อิงค์ (coco-wine)

บอกไม่หมดลืมไปอย่างค่ะ

>>ถ้าระยะห่างจากกล้องถึงตัวแบบ เทียบกับระยะห่างจากตัวแบบถึงฉากหลัง ไม่ต่างกันมากๆๆ

ต่างกันที่ว่าหมายถึง ระยะจากกล้องถึงตัวแบบ ต้องน้อยกว่า ระยะจากตัวแบบถึงฉากหลังมากๆๆๆ น่ะค่ะ ยิ่งน้อยกว่ามากยิ่งหลังเบลอได้มาก เพราะกล้องคอมแพ็คโดยปกติปรับขนาดรูรับแสงไม่ได้มากด้วยค่ะ ถ้า DSLR ปรับรูรับแสงได้ แม้ฉากหลังจะอยู่ใกล้ๆก็ละลายหลังได้ค่ะ


โดย: White Amulet วันที่: 14 มกราคม 2553 เวลา:17:38:15 น.  

 
แวะมา สวัสดีปีใหม่ค่ะ ^^

ภาพสวยคมมาก ภาพเคลื่อนไหวเหมือนหยุดเวลาไว้เลย
ถ้าใช้กล้องก๊องแก๊งแบบเราคงเบลอน่าดู


ที่ชอบสุดก็รูป ซูชิ อ่ะค่ะ
หยาดเยิ้มน่ากินมากกกกกก เห็นแล้วหิว
(ทั้งที่ก็กำลังกินข้าวอยู่ แหะๆ)


โดย: bubblebii IP: 58.8.238.110 วันที่: 19 มกราคม 2553 เวลา:18:12:51 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

White Amulet
Location :
Bangkok Thailand / Tokyo Japan

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 34 คน [?]




บล็อคนี้ถึงไม่ค่อยมีอะไรแต่ถ้าจะก๊อปปี้ข้อความหรือรูปอะไรไปโพสที่อื่น ก็รบกวนช่วยใส่เครดิตลิงค์บล็อคนี้ไว้ด้วยนะคะ

เราไม่สงวนลิขสิทธิ์การนำภาพและข้อความในบล็อคไปเผยแพร่(ในแบบที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์)แต่สงวนลิขสิทธิ์ความเป็นเจ้าของภาพถ่ายและเนื้อหาค่ะ

ค้นหาทุกสิ่งอย่างในบล็อคนี้

New Comments
Friends' blogs
[Add White Amulet's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.