W H I T E A M U L E T
Group Blog
 
All blogs
 
1/1/11 ปีใหม่สุดท้ายของชีวิตนักเรียนในญี่ปุ่น::บรรยากาศคืนสิ้นปีและวันปีใหม่ ณ Yushima Tenjin @Tokyo



เครดิตภาพจาก google.co.jp
แอบรักพี่เสียดายน้อง ขอใส่ลิงค์น้องกระต่ายตัวโตๆอีกตัวไว้ ตรงนี้ แทน



>> คลิกเพื่อดูอัลบั้มภาพใน skydrive


ก่อนอื่นขอสวัสดีปีใหม่แด่ทุกคนที่หลงคลิกเข้ามาด้วยกระต่ายน้อยตัวโตๆข้างบนนี้นะคะ ปีใหม่ปีกระต่ายแล้ว เผื่อจะเป็นลางอันดีให้เลิกดองบล็อคท่องเที่ยวปีก่อนเสียทีเลยมาอัพบล็อคใหม่รับปีใหม่กันเสียหน่อย (แต่เอาจริงๆคงเลิกดองยากกก ปีที่แล้วเดินทางบ่อย ถ่ายรูปเยอะมาก หลักๆคือ ดองภาพไว้สี่ทริป และยังมีภาพทั่วไปเล็กๆน้อยๆที่เคยคิดอยากจะเขียนบล็อคอีก 2-3 ชุด รวมๆแล้วนับเป็นจำนวนหลายพันภาพ ถ้าไม่ว่างสักหนึ่งเดือนเต็มๆคงยากจะทำเสร็จ แหะๆ)

ปีใหม่นี้เป็นปีใหม่สุดท้ายของชีวิตนักเรียนที่ญี่ปุ่น และก็คงเป็นปีใหม่สุดท้ายของชีวิตนักเรียนแล้วด้วย (จบปริญญาเอกใบนี้แล้วก็ไม่คิดจะไปเรียนเอาปริญญาอื่นอีกแล้วล่ะ) จริงๆน่าจะคึกคักกว่านี้หน่อยเพราะอยู่นี่ปีสุดท้ายทั้งที แต่เนื่องจากยังเหนื่อยแสนเหนื่อยจากทริปเมื่อช่วงคริสมาสต์ ประกอบกับอากาศโตเกียวที่หน๊าวหนาว(ขนาดว่านี่หนาวในระดับปกตินะเนี่ย) จนแทบไม่อยากออกจากผ้าห่มนวมอันแสนอุ่นเลยแม้แต่วินาทีเดียว สุดท้ายเลยเคาท์ดาวน์อยู่ที่ห้องนั่นเอง

ยังดีว่าโลเกชั่นของห้องมองลงไปเห็น Yushima Tenjin 湯島天神 เอากล้องประกอบเข้ากับเลนส์ 70-200 ซะหน่อยก็พอจะซูมเห็นบรรยากาศข้างล่างได้อยู่เหมือนกัน เทียบไปแล้วศาลเจ้านี้ดังสู้ Meijijingu @Harajuku หรือ Sensoji @Asakusa ไม่ได้ก็จริง แต่ก็ใช่ว่าจะโนเนม มีชื่อเสียงอยู่พอตัวในแง่นักเรียนมาขอพรให้สอบเข้าได้(โดยเฉพาะเข้าโตได ก็โลเคชั่นอยู่ใกล้ๆกันนี่เอง) ทุกปีคืนวันที่ 31 ธันวาก็จะมีคนมาต่อคิวเพื่อไหว้พระขอพรแถวยาวเหมือนกัน

มาปีนี้ก็ไม่เปลี่ยนแปลง พอฟ้ามืดมองลงมาอีกทีก็เห็นรถตำรวจมาจอดรอเตรียมรักษาการแต่เนิ่นๆแล้ว


งานนี้ไม่ต้องดูนาฬิกาก็รู้ได้ว่าเมื่อไหร่เข้าปีใหม่อาศัยฟังเสียงจากข้างนอกเอา 0:00 เมื่อไหร่มีเสียงเฮเข้ามาทันที เข้าปีใหม่ปุ๊บ จขบ ก็ไม่พูดพล่ามทำเพลง ประเดิมภาพแรกของปีกันเลย ก่อนอื่นส่องตรงโซนร้านอาหารที่มาเปิด(ชั่วคราว)ข้างวัดก่อนยังไม่ค่อยมีคนเลยแฮะ


นอกจากร้านที่ตั้งเป็นซุ้มดีๆแล้ว ปีนี้เห็นร้านเล็กๆตั้งอยู่หน้าบ้านแถวนั้นด้วย แอบช่วยลุ้นให้ขายได้อยู่ในใจ แบบว่าเห็นใจคนทำมาหากินน่ะนะ (อากาศก็หนาวจะแย่ ต้องมายืนขายข้างนอก บรื๋ออออ)


ที่แท้ตอนเข้าปีใหม่หมาดๆคนไปกระจุกกันอยู่ที่ศาลเจ้านั่นเอง ภาพนี้ส่องห่างๆพอจะเห็นกันไหมว่ากลุ่มคนกำลังรอไหว้พระกันอยู่ (แน่นอนว่าตามระเบียบญี่ปุ่น ต้องมีคุณตำรวจมาคอยกั้นคนให้เข้าไปทีละชุดๆ)


ต้นไม้บังทางเลนส์อ่ะ ซูมสุดแล้วเห็นในบริเวณศาลเจ้าแค่นี้เอง ศาลเจ้านี้ไม่ได้ใหญ่โตหรือมีพื้นที่มากมายนัก แม้คนจะน้อยกว่าที่ศาลเจ้าดังๆที่อื่นแต่แค่นี้ก็ต้องต่อคิวกันเป็นชั่วโมงกว่าจะได้ไหว้


ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง ตอนประมาณตีหนึ่งมาดูอีกทีในบริเวณศาลเจ้าคนโล่งแล้วเหลือแค่นี้เอง ถ้าใครไม่อยากต่อคิวนาน(กลางอากาศหนาวๆ)ก็รอพ้น prime time ช่วงเที่ยงคืนไปแล้วค่อยมาไหว้ก็โออยู่นะ แต่ส่วนตัวว่ามาตอนเที่ยงคืน ร่วมเคาดาวน์กับคนเยอะๆก็ได้บรรยากาศดีไปอีกแบบ


ช่วงนี้คนเปลี่ยนมาแน่นตรงโซนขายอาหารแทน หลักฐานตามในภาพ ก็เป็นธรรมเนียมแบบญี่ปุ่นๆนะ ยืนหนาว(มากถึงมากที่สุด)รอคิว ปีใหม่ไหว้พระ กินอาหารอุ่นท้องแล้วค่อยกลับไปนอนบ้าน (ร้านที่แอบส่องมาในรูปแรกๆก็หายห่วง คนมุงเยอะเชียว ไปแอบดูมาแล้วขายหลายอย่างทั้งคาเร โอเด้ง และอื่นๆ กลางคืนหนาวๆแบบนั้นของน้ำๆร้อนๆนี่เรียกลูกค้าดีนักแล)


จริงๆ จขบ ก็กะจะเดินลงไปหาอะไรกินอยู่เหมือนกันนะ แต่ด้วยความหนาว+ความขี้เกียจ ลงท้ายเลยฉลองอยู่กะบ้านแทน คนญี่ปุ่นเค้ากินโซบะรับปีใหม่กัน(จริงๆเค้ากินกันตอนวันสิ้นปีตะหาก) มองซ้ายมองขวาหาของที่พอทดแทนกันได้เลยมาจบมื้อแรกของปีด้วยมาม่ารสหมูสับชามนี้ เส้นๆเหมือนกันพอถูไถไปได้ล่ะน่า


อุ่นท้องด้วยมาม่าเสร็จก็มุดผ้าห่มนอนรับปีใหม่ (หน้าหนาวนี่ ใต้ผ้าห่มเป็นสถานที่ที่สุขและสบายที่สุดเลย พ้นออกมาเมื่อไหร่นี่ทั้งหนาวทั้งชาทั้งอากาศแห้ง) ตื่นมาอีกทีก็แต่งตัวลงไปข้างล่างกะจะไปไหว้พระที่ศาลเจ้าและหาของกินเสียหน่อย บรรยากาศวันปีใหม่โซนขายอาหารข้างศาลเจ้านี่คึกคักดีจริงๆ (แปลกแต่จริง ไม่มีวันปีใหม่ปีไหนที่ฝนตกเลย อากาศดีทุกปี)


รอบศาลเจ้านี้ร้านอาหารมาเปิดไม่เยอะเท่าที่ศาลเจ้าดังๆที่เคยไปปีก่อนๆก็จริง แต่รวมๆแล้วก็มีอาหารหลักๆของเทศกาลครบถ้วนอยู่นะ (ปีที่แล้วไป Meijijingu @Harajuku มา คนเยอะอลังการล้านแปดแค่ไหนอ่านได้ที่ บล็อคนี้)


เดินต่อมุ่งหน้าไปทางเข้าศาลเจ้าเพื่อไหว้พระ ยิ่งเดินไปยิ่งเริ่มแปลกใจว่า ทำไมคนมันเยอะขนาดนี้ล่ะเนี่ย? สี่ปีก่อนหน้านี้หลังไหว้พระปีใหม่ตอนกลางคืนแล้ววันที่ 1 มกราก็ไม่เคยออกไปไหนเลย เพิ่งรู้เอาปีที่ห้านี่เองว่าขนาดตกบ่ายมาแล้ว วันที่ 1 คนก็ยังออกมาไหว้พระกันเยอะขนาดนี้


เดินยังไม่ทันถึงทางเข้าศาลเจ้าเลย ก็มีอันแวะเถลไถลซะแล้ว ปลาย่างถ่านนี่เป็นของโปรดคุณแฟน สมัยอยู่ญี่ปุ่นนี่เค้ากินทุกปีเลย ปีนี้เค้าไม่อยู่ จขบ เลยช่วยซื้อกินแทนให้ ^^ หนึ่งไม้ราคามาตรฐาน(เห็นราคานี้ทุกที่) 500 เยน (ว่าก็ว่านะ ร้านนี้นี่เดินผ่านกี่ทีก็ดูคนโล่งๆ)


ทุกปี จขบ แอบกัดของคุณแฟนสองสามคำก็อร่อยดี มาปีนี้ถือเองกินเองหมดเพิ่งรู้ว่ากินปลานี่มันลำบากลำบนขนาดนี้ กินๆไปเดี๋ยวส่วนหางก็หลุดออกจากไม้ เดี๋ยวกัดเจอกับดัก น้ำข้างในตัวปลาไหลหกออกมาจะเลอะเสื้อโค้ตอีก นึกสภาพ จขบ ยืนกิน(ที่นี่ไม่มีโต๊ะให้นั่ง) มือนึงถือไม้เสียบปลา อีกมือประคองส่วนหางปลาไม่ให้ขาดร่วงลงพื้น แขนซ้ายมีกระเป๋าถือ(ใบใหญ่ด้วย)ห้อยอยู่ แขนขวามีกล้อง DSLR แขวนโตงเตง ยืนแทะปลาอยู่คนเดียว สรุปคือสภาพกินอนาถมาก ตอนคุยกันคุณแฟนก็ไม่มีเตือนกันเล้ยยยว่ามันกินยากกินเย็นแบบนี้


กินปลาเสร็จอย่างทุลักทุเล ได้เวลาเดินต่อไปถึงตรงหน้าทางเข้าศาลเจ้าจนได้ เห็นคุณตำรวจยืนกั้นอยู่นี่แสดงว่าใช่เลย ตรงนี้แหล่ะ


เดินมาเจอคิวหน้าทางเข้าแล้วตกใจเล็กน้อย ขนาดบ่ายแก่ๆแล้วคนยังขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย


มองไล่ตามคิวไปเรื่อยๆ เห็นแถวแล้วเปลี่ยนใจ คนขนาดนี้ไม่ไหว้แล้วดีกว่าขี้เกียจรอ หนาวด้วย แถมหิวอีกตะหากกะจะมาฝากท้องกับร้านแถวนี้เต็มที่เลยนะเนี่ย


เดินย้อนกลับไปทางโซนขายอาหาร ยิ่งเย็นลงไหงคนยิ่งเยอะขึ้นล่ะเนี่ย เอ๊ะ มันยังไง


ปีนี้ Doner Kebab เจ้าดัง(เสียงคนขายก็ดัง)จากอาเมโยโกะก็มาเปิดขายตรงนี้กะเค้าด้วย เสียงเรียกลูกค้ายังคงดัง และฮาเป็นเอกลักษณ์เหมือนเดิม เรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะจากคนเดินผ่านไปมาและคนขายร้านใกล้เคียงได้พอตัว


จขบ นั้นเล็งไว้แล้วว่าจะกินอะไร แน่นอนต้องเป็นของโปรด Buttered Potato じゃがバター (เผื่อมีใครเข้าใจผิด อันนี้ไม่ใช่มันเผานะ เป็นมันนึ่ง แล้วมาผ่ายัดเนยลงไป ราดมายองเนสและโรยเกลือกินกัน) นั่นเองกินทุกปีเหมือนกัน ว่าแล้วก็มาต่อที่หางแถวเลย ร้านนี้นี่คนต่อคิวยาวเชียว น่าจะ work more


ยืนต่อคิวผ่านไปประมาณเกือบยี่สิบนาที โดยที่แถวไม่มีการขยับเลย -"- ฟังคนรอบๆเอาดูเหมือนว่าต้องรอนึ่งมันชุดใหม่ให้สุก ร้านนี้มันลูกใหญ่คงจะสุกช้าหน่อยก็เข้าใจได้ ยืนรอกันต่อไป เพิ่งยี่สิบนาทีเอ๊ง สำหรับที่ญี่ปุ่น รอแค่นี้อ่ะจิ๊บๆ (แต่ยืนเฉยๆกลางหน้าหนาวนี่มันหนาวทรมานไม่เบาเหมือนกันนะ ให้เดินยังจะดีกว่าซะอีก ยืนเฉยๆนิ้วมือนิ้วเท้ามันชาไปหมด)

หลังจากยี่สิบนาที ในที่สุดแถวก็ขยับ จขบ จากหางแถวขยับมาจนอยู่เป็นหัวแถวเห็นซึ้งนึ่งมันควันโขมงอยู่ข้างหน้าแค่เอิ้อมนี้แล้ว


แต่แล้วโชคดีก็หมดลงกะทันหัน โควต้ามันหมดอีกเป็นคำรบที่สอง T___T จขบ ตอนนี้จ่ออยู่เป็นคิวที่ 3 อีกนิดเดียวกำลังจะได้กินแล้วแท้ๆอ้ะ แต่ยืนรอมาขนาดนี้ ได้คิวจ่อขนาดนี้ ใครจะยอมถอนตัวกันล่ะเนอะ สรุปคือยังไงก็จะรอต่อไป (คิวหน้า จขบ เป็นเด็กผู้ชายคนนึงประมาณชั้นประถม คุณแม่ก็ถามหลายหนแล้วว่าไปกินอย่างอื่นไหม แต่เด็กก็บอกอยากกิน อุตส่าห์รอมาขนาดนี้แล้วยังไงก็อยากกินให้ได้ อารมณ์เดียวกับ จขบ นั่นล่ะ)

ยืนรอว่างๆเบื่อๆก็เลยแอบส่องร้านอื่นๆมานิดหน่อย ร้านทางซ้ายเป็นข้าวโพดย่าง คนไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ แทบไม่ต้องต่อคิว


ร้านทางขวาเป็น Osaka Yaki 大阪焼き ช่วงที่ยืนรอตรงหน้าซึ้งนึ่งมันเนี่ยเห็นร้านนี้ทำเสร็จไปสามกะทะแล้ว (ว่างจนยืนนับมาด้วยว่า หนึ่งกะทะเค้าทำได้ 32 ชิ้น แต่ถ้าชิ้นไหนขาดเละมาก เค้าก็โยนทิ้งไป อืมนะ ขนาดขายงานแบบนี้ก็ยังอุตส่าห์มี QC ให้ อันนี้ขอตบมือชื่นชม)


ระหว่างยืนรอก็เริ่มเข้าใจสัจธรรมว่าร้านไหนที่เห็นคิวยาวๆน่ะ ไม่ใช่เพราะอะไรหรอกแต่เพราะเตามันมีจำกัด หนึ่งร้านก็มีแค่หนึ่งเตา พอของหมดทีนึง การขายก็สะดุดเพราะต้องรอ นึ่ง/ผัด/ย่าง/ปิ้ง ใหม่ทั้งหมด ร้าน Osaka Yaki นี้ก็ชะตาเดียวกันเตามีแค่นี้ล่ะ ย่างไม่เสร็จก็ต้องรอกันไป ยังดีว่าร้านนี้เตานึงได้หลายชิ้นและย่างไม่นานมากแต่แค่นี้ก็คิวยาวแล้ว


มองถัดไปทางซ้ายอีกสองร้านชะตาเดียวกันเปี๊ยบ แถวยาวเฟื้อยพอๆกับแถวที่ จขบ ต่ออยู่เลย คุณลุงผัดอยู่คนเดียว กะทะก็มีอันเดียวแต่คนต่อคิวรองี้เพียบ (แต่ถ้าเป็นงานที่ศาลเจ้าอื่นที่ใหญ่กว่านี้พื้นที่เยอะๆกว่านี้ การขายจะไม่ค่อยมีขาดตอนแบบนี้นะ เพราะแต่ละร้านมีพื้นที่มาก มีคนทำหลายคน มีเตาหลายเตาให้ใช้)


และแล้วก็ถึงเวลาที่ทุกคนรอคอย ในที่สุดมันเจ้ากรรมก็สุกและเจ้าของร้านมายกซึ้งลงเสียที สิริรวมแล้วต่อคิวรอเกือบ 1 ชั่วโมง -*- (ถ้ารู้แต่แรกคงไม่ต่อเพราะตอนนั้นหิวมาก แต่พอต่อไปครึ่งทางแล้วก็ไม่อยากถอนตัวอ้ะ) เจ้าของร้านเค้าก็คงดีใจนะว่าได้ขายเสียที ลูกค้าหลายสิบยืนชะโงกคอกดดันมาเป็นชั่วโมงแล้วเนี่ย


ถ้าจะว่าไปส่วนตัวคิดว่าเจ้าของร้านนี้กดดันยิ่งกว่าร้านอื่นๆนะ ร้านอื่นมันต้องผัดต้องพลิกต้องทำโน่นทำนี่อยู่ตลอดในระหว่างที่รอ แต่ร้านนี้นี่นอกจากนั่งจ้องซึ้ง รอให้มันมันสุกแล้วก็ไม่มีอะไรอย่างอื่นให้เจ้าของร้านต้องทำหรือต้องเตรียมเลย ชั่วโมงนึงที่รอนี่เห็นแค่เจ้าของร้านเอาถังน้ำอะไรสักอย่างไปเททิ้งหนนึงเท่านั้นเองอ่ะ (แถมจะนึ่งไว้เยอะๆล่วงหน้าก็ไม่ได้ อากาศหนาวอย่างนี้ถ้ามันอยู่นอกซึ้งร้อนๆเมื่อไหร่เย็นเจี๊ยบเมื่อนั้น)


โชคยังดีนะว่าที่นี่ญี่ปุ่น ที่ผู้คนคุ้นเคยและเข้าใจดีถึงความสำคัญในการต่อคิวเวลาที่ต้องการอะไรสักอย่าง ทุกคนต่อคิวกันเรียบร้อยดีโดยไม่ต้องมีคนคุม ไม่มีการแซงคิว ไม่มีใครเนียนมาแทรกคิวแต่อย่างใด ใครอยากกินก็รอกันดีๆไม่มีคนไหนออกมาโวยวายว่าทำไมปล่อยให้รอนาน(เพราะทุกคนก็ต้องรอเท่าเทียมกันหมด) ใครที่รอไม่ไหวก็ออกจากแถวไปเท่านั้นเอง แบบนี้เจ้าของร้านไม่ต้องปวดหัวดี

แอบคิดว่าถ้าเหตการณ์แบบนี้เกิดที่ไทยน่ากลัวจะมีการเอาไปด่าประจานในเน็ตทีหลัง โทษฐานไม่ยอมเตรียมทรัพยากรให้เพียงพอ ทำให้คนต้องมายืนรอกันเงกกลางอากาศหนาวๆ (แต่ เอ คนไทยก็มาเที่ยวญี่ปุ่นกันเยอะแยะ แถมมากันช่วง high season ด้วย จะไปไหนหรือกินอะไรที่ดังๆก็ต้องต่อคิวชัวร์อยู่แล้ว ทีงี้ไม่ยักมีใครเอากลับไปบ่นกันเลยแฮะ เอ หรือ จขบ ไม่เคยไปอ่านเจอเอง)

นอกเรื่องไปนิด(เยอะ) เผอิญนึกถึงดราม่า Krispy Kreme ในห้องก้นครัวขึ้นมา เอาเป็นว่าในที่สุดก็ถึงคิว จขบ จะได้กินแล้ว จ่ายเงินมือไม้สั่นไปหมด (ไม่ได้สั่นเพราะดีใจนะ สั่นเพราะหนาวอ่ะ รอนานจนนิ้วมือชาไปหมดแทบไม่มีความรู้สึก ขนาดว่าใส่ถุงมือแล้วนะเนี่ย) ถือโอกาสแชะภาพซึ้งเจ้ากรรมมาด้วย หนึ่งชั้นใส่มันได้เกือบ 20 ลูกมั้ง ทั้งหมดมีประมาณ 4-5 ชั้นได้


เนื่องจากหนาวและหิวมากเลยไม่ทันได้ถ่ายรูปมันที่อุตส่าห์ยืนรอมา นึกได้อีกทีก็สับกินจนเละไปหมดแล้ว(แถมลืมบีบมายองเนสราดมาด้วยอีกตะหาก) แต่มีรูปสาว Furisode (กิโมโนแขนยาวสำหรับผู้หญิงยังไม่แต่งงาน อยากลองใส่ดูสักครั้งเหมือนกันนะแต่มันแพ๊งงงง) ที่ร่วมชะตากรรมต่อคิวร้านเดียวกันมาให้ดูแทน เท่าที่ดูคนที่ต่อคิวรอก็ได้กินกันหมดนะ นึ่งทีนึงก็ขายได้ยาวอยู่เหมือนกันหนิ จขบ ซวยจริงๆดันมาตอนหมดพอดี


ยืนๆกินไปเห็นคู่ข้างหน้าแล้วก็อดอิจฉาไม่ได้ มาคนเดียวนี่ไม่มีคนช่วยถือ ช่วยจับ ช่วยป้อนอะไรๆให้เล้ยยย พะรุงพะรังมือปลาหมึกอยู่คนเดียว (สรุปว่าบ่นเพราะไม่มีคนช่วยถือสมบัติต่างๆให้นั่นเอง )


เกิดเป็นสาวญี่ปุ่นนี่ต้องมีความสามารถใส่ส้นสูงลุยได้ทุกสถานการณ์ ทั้งเดินขึ้นลงรถไฟเป็นกิโลๆ ขี่จักรยานกลางฝนตก และอื่นๆอีกมากมาย จะนั่งบนพื้น นั่งบนรั้วอะไรยังไงก็ต้องทำได้ทิ้งๆที่จิกส้นสูงถึงจะใช่สาวญี่ปุ่นของแท้ (คนในภาพนี่ยังส้นเตี้ยๆ ไม่เท่าไหร่ๆ)


กินเสร็จ จขบ ก็ไม่ไหวแล้วหนาวและชาไปหมด รีบเดินหนีไปที่อื่นมั่ง ผ่านร้านนี้เป็น Buttered Potato じゃがバター เหมือนกัน แต่ใช้มันลูกเล็กสุกง่าย เลยขายได้ลื่นไม่ค่อยขาดตอน จริงๆก็เห็นร้านนี้ก่อนแล้วแหล่ะแต่อยากกินแบบมันลูกใหญ่อ่ะ เลยรอเงกเลย


บรรยากาศร้านอื่นๆในงานนั้นใครสนใจรบกวนตามไปดูภาพใน skydrive แทนยังมีอีกเยอะ เท่าที่ส่องๆดูจากบนห้อง ร้านอาหารชั่วคราวพวกนี้มีจนถึงวันที่ 3 มกราก่อนจะโดนเก็บซะเหี้ยนไม่เหลือแม้แต่ร่องรอย แต่ช่วงวันที่ 2 และ 3 มกรา พอฟ้ามืด ส่องลงมาดูอีกทีก็เห็นปิดร้านกันไปแล้ว เดาว่าช่วง prime time ที่ขายตลอดคงเป็นตั้งแต่คืนวันที่ 31 ธันวา จนถึง คืนวันที่ 1 มกราน่ะนะ

ตอนนี้ขอย้ายวิกไปเดินต่อที่อาเมโยโกะกัน ในภาพเป็นภาพจากฝั่งสถานีรถไฟ JR Okachimachi ถ้าออกทาง North Exit ก็จะมายืนรอข้ามถนนเพื่อไป Ameyoko ตรงนี้นี่ล่ะ (ป้ายไฟที่อยู่ใต้นาฬิกาสีน้ำเงิน คือ ป้ายไฟทางเข้า アメ横 Ameyoko)


นับว่าเป็นอาทิตย์แล้วนะ ที่ จขบ ไม่ได้กินข้าวปลาดิบร้านโปรด Minatoya เหตุเพราะตั้งแต่ช่วงสิ้นปีเค้าเปลี่ยนมาขายพวกปลาดิบเซ็ตของขวัญปีใหม่กันหมด ไม่มีข้าวปลาดิบให้ จขบ กินเลย T___T (จขบ กินร้านนี้อย่างน้อยๆอาทิตย์ละครั้ง แถมทุกครั้งยังซื้อปลาดิบกลับมากินต่อที่บ้านด้วย คนขายจำหน้าได้เรียกว่า Salmon-don no Onesan サルモン丼のお姉さん แปลไทยคงประมาณว่า พี่สาวข้าวหน้าปลาแซลมอน ก็แบบว่าชอบกินแซลมอนอ้ะ ของร้านนี้ทั้งอร่อยกว่าที่อื่น ทั้งถูกกว่าและให้เยอะด้วย)


เมื่อช่วงก่อนสิ้นปีแถวนี้คึกคักกันเว่อร์ๆ แต่ละร้านตะโกนแข่งกันขายเซ็ตปีใหม่ เรียกลูกค้าและตัดราคากันสุดฤทธิ๋ ทุกปีไม่สังเกตเพิ่งรู้ปีนี้เหมือนกันว่าขนาดของสดพวกนี้(ขาปูเอย ปลาดิบเอย ไข่ปลาเอย)ก็ยังอุตส่าห์จัดเป็นเซ็ตของขวัญปีใหม่กะเค้าได้เหมือนกัน


มาวันที่ 1 มกราแถวนี้ดูคึกคักน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด หลายๆแผงที่ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นหยุดก็หยุดปีใหม่กัน เพราะงี้เองสินะช่วงสิ้นปีถึงเต็มที่กันซะขนาดนั้น ปิดการขายประจำปีกันนั่นเอง (ในภาพล่างเป็นร้านขายผลไม้เสียบไม้ของโปรดคุณแฟน หยุดปีใหม่กะเค้าเหมือนกัน)


แต่ส่วนใหญ่ก็ใช่ว่าจะหยุดกันเปล่าๆ หน้าร้านที่หยุดไปก็มีร้านอื่นๆที่ไม่คุ้นหน้ามาเปิดขายอย่างอื่นแทนชั่วคราว มีทั้งขายผลไม้ เสื้อผ้า เครื่องประดับสารพัด แต่รวมๆแล้วก็รู้สึกว่ายังไม่คึกคักเท่าเวลาปกติของถนนนี้ในวันเสาร์อาทิตย์อยู่ดี


เห็นร้านนึงคนขาย(ผู้ชายอายุประมาณ 40-50 ได้)ยืนเหงาๆอยู่ เลยช่วยอุดหนุนมาหนึ่งชิ้นถือเป็นการสนับสนุนคนทำมาหากิน ของไม่ได้แพงอะไร 500 เยนเองเป็นกระจกแมวนางกวัก น่ารักดี การตัดเย็บก็เรียบร้อยแข็งแรงไม่ก๋องแก๋ง


เดินชมบรรยากาศอาเมโยโกะในช่วงปีใหม่ที่เปลี่ยนไป(ไม่เหมือนบรรยากาศปกติ)มาเรื่อย จนมาเจอร้านขนมทั้งหมด 1000 เยนนี่ จะปีไหนๆก็ไม่เคยเปลี่ยน คงเส้นคงวาจนน่าให้รางวัล ห้าปีก่อนตอนมาญี่ปุ่นครั้งแรกเป็นยังไง ปัจจุบันก็ยังเป็นอย่างนั้น (แต่ จขบ ก็ไม่เคยซื้อนะ ขนมตั้งเยอะซื้อมาไม่รู้จะกินไงหมด)


ขากลับบ้านเดินกลับทางถนนใหญ่(ที่ผ่าน Keisei Ueno Station) ผ่านห้าง Ueno ABAB (อาบุอาบุ) แปลกใจนิดๆว่าห้างนี้เปิดวันปีใหม่ด้วยแฮะ เพราะปกติห้างในโตเกียวจะปิดวันปีใหม่กันแล้วเปิดขายถุงโชคดีทีเดียวตอน D-day วันที่ 2 มกรา แต่ ABAB นี่นอกจากจะเปิดวันขึ้นปีใหม่ ก็ยังเริ่มเซลล์ปีใหม่แล้วอีกด้วย ในภาพล่างคือร้านชื่อ Bye Bye อีกหนึ่งยี่ห้อประจำของ จขบ พนักงานกำลังตะโกนเรียกลูกค้ากันสุดพลังเสียงเลย แถวจ่ายเงินก็คิวยาวนับสิบคน (ในรูปคือ จขบ กำลังเดินช้อปอยู่ในร้านแล้ว)


แอบแคนดิตพนักงานขายมาได้รูปนึง ราวตรงนั้นสองชิ้น 3000 เยนเท่าน้านนนนน


หลังจากช้อปเอาฤกษ์เอาชัยได้เสื้อลดราคามาตัวนึงก็ได้เวลากลับบ้านเสียที วันนี้กะแค่มาเดินเล่นเก็บบรรยากาศเฉยๆ เห็นว่าอยู่นี่ปีสุดท้ายแล้ว ขอถนอมแรงไว้ก่อนสำหรับวันพรุ่งนี้ 2 มกรา ที่กะจะไปลุยฝูงคนในวัน D-day เซลล์ถุงโชคดีในเมือง

ระหว่างเดินกลับอากาศก็ยิ่งหนาวขึ้นเรื่อยๆ แต่พอได้ขยับแข้งขยับขาบ้างก็ยังรู้สึกดีกว่าตอนยืนรอเฉยๆ ยังไงไม่รู้นะ แต่เดินหนึ่งชั่วโมงกับยืนหนึ่งชั่วโมงนี่ทรมานต่างกันเลย อย่างหลังนี่ไม่ว่าทำยังไงก็นิ้วมือนิ้วเท้าหนาวจนชาถึงขั้นหมดความรู้สึกไปเลยทุกที (ถ้าไม่มีไคโระหรือถุงร้อนช่วย)

เท่านี้ก็เป็นอันจบเรื่องเล่าวันปีใหม่สุดท้ายของ จขบ ในญี่ปุ่นแล้ว ไหนๆเริ่มบล็อคด้วยกระต่ายแล้วก็ขอจบบล็อคด้วยกระต่ายน้อยน่ารักอีกสักที และขอกล่าวสวัสดีปีใหม่อีกครั้ง สำหรับผู้มีอุปการะคุณประจำบล็อคร้างๆแห่งนี้ทุกคน

เครดิตภาพจาก http://www.melon-net.jp/brakan/

ครึ่งปีโค้งสุดท้ายของชีวิตในญี่ปุ่นจากนี้ไปคงเที่ยวหนักยิ่งขึ้น แต่ยังไงก็จะพยายามแวะมาอัพบล็อคเป็นระยะๆ เพราะบล็อคนี้ถือเป็นไดอารี่สำคัญของ จขบ เหมือนกัน มีไว้ค่อยๆเก็บสะสมเรื่องราวความรู้สึกต่างๆจากประสบการณ์ครั้งนึงในชีวิตที่ได้มาใช้ชีวิตคนเดียวอยู่ในประเทศนี้

----------------------------------------------------------

ภาพทั้งหมดถ่ายด้วย Canon EOS Kiss X3 ภาพแรกจนก่อนถึงมาม่าใช้ EF 70-200mm f4L IS ถือมือส่องเอาไกลๆผ่านกระจก มืดมากมายแถมถ่าย jpeg ด้วยก็เลยออกมามัวๆนัวๆอย่างนี้เอง ภาพที่เหลือทั้งหมดใช้ EF 35mm f/1.4L ตัวเดียว

บล็อคนี้เอาภาพมาแค่บางส่วนและเป็นเวอร์ชั่นถูกย่อพอควรภาพเลยไม่ค่อยคมชัด เวอร์ชั่นเต็มๆภาพคมๆ(กว่านี้)ตามไปดูได้ที่ skydrive ค่า ลิงค์อยู่ข้างล่างนี้เลย


>> คลิกเพื่อดูอัลบั้มภาพใน skydrive
>> คลิกเพื่อดูรายการบล็อคอัพใหม่ทั้งหมด



Create Date : 06 มกราคม 2554
Last Update : 6 พฤษภาคม 2556 1:44:03 น. 7 comments
Counter : 2725 Pageviews.

 
ชอบปลาย่าง ชอบมันเผา ชอบกิโมโน แต่ไม่ขอไปไหว้พระขอพรในเทศกาลแล้วกันเนาะ แค่เห็นคนก็เหนื่อยแล้ว พระคงเหนื่อยกว่า


โดย: เชิญจุติ วันที่: 6 มกราคม 2554 เวลา:22:10:40 น.  

 
เห็นแล้วอยากไปญี่ปุ่นบ้างจังค่ะ ใฝ่ฝันมานานอยากจะกินอาหารญี่ปุ่นให้จุใจ แล้วก็เดินช้อปของน่ารักคิคุ

ถ้าปีนี้แลกตั๋วการบินไทยได้ คงได้สมหวังสักที


โดย: สกุลลัน วันที่: 6 มกราคม 2554 เวลา:23:52:54 น.  

 
แวะเข้ามาดูบรรยากาศปีใหม่แบบในเมืองๆคร่า

คนเยอะ..น่าหนุกดีจังเลยยยย


โดย: coco-wine วันที่: 11 มกราคม 2554 เวลา:0:41:55 น.  

 
ตามมาเที่ยวค่า
อยากจะบอก จขบ ว่า เราติดบล็อกนี้ไปแล้ว
คลิ๊กเข้ามาดูบ่อยมากว่า จขบ อัพหรือยัง 555
ชอบญี่ปุ่น ชอบรูปสวยๆด้วย
เดี๋ยวจะตาม multiply แล้ว add ไปนะคะ


โดย: Cherry (Shiny Christmas ) วันที่: 12 มกราคม 2554 เวลา:1:29:59 น.  

 
^
^
ความเห็นบนนี้ เล่นเอาคนทำบล็อคปลื้มไม่เสร็จไปเลยค่า


โดย: White Amulet วันที่: 12 มกราคม 2554 เวลา:16:34:37 น.  

 
สวัสดีปีใหม่ค่าคุณWhiteAmulet
ขอให้มีความสุขมากมากนะค้า


โดย: PandaSatoshi IP: 223.24.117.243 วันที่: 12 มกราคม 2554 เวลา:22:52:13 น.  

 
^
^
เช่นกันค่า เมื่อปีก่อนคุณแพนด้าก็มาโพสรับปีใหม่ให้บล็อคเราเหมือนกัน ยังจำได้แม่นค่ะ ไม่ทันไรผ่านมาอีกปีนึงแล้ว


โดย: White Amulet วันที่: 13 มกราคม 2554 เวลา:14:16:50 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

White Amulet
Location :
Bangkok Thailand / Tokyo Japan

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 34 คน [?]




บล็อคนี้ถึงไม่ค่อยมีอะไรแต่ถ้าจะก๊อปปี้ข้อความหรือรูปอะไรไปโพสที่อื่น ก็รบกวนช่วยใส่เครดิตลิงค์บล็อคนี้ไว้ด้วยนะคะ

เราไม่สงวนลิขสิทธิ์การนำภาพและข้อความในบล็อคไปเผยแพร่(ในแบบที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์)แต่สงวนลิขสิทธิ์ความเป็นเจ้าของภาพถ่ายและเนื้อหาค่ะ

ค้นหาทุกสิ่งอย่างในบล็อคนี้

New Comments
Friends' blogs
[Add White Amulet's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.