บริหาร การจัดการ การตลาด พัฒนาตนเอง พัฒนาความคิด กลยุทธ์ ธรรมะ จักรราศี ฯลฯ
จัดตั้งธุรกิจ ปรับปรุงกิจการ | ไขความลับสมองเงินล้าน | การเขียนแผนธุรกิจ | บริหารคน บริหารงาน | พัฒนาความคิด
พระไตรปิฎกฉบับหลวง | แด่องค์กรที่แสนรัก | สุขใจกับเด็กสมาธิสั้น
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2552
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
24 มีนาคม 2552
 
All Blogs
 
แนวความคิดธุรกิจ - อย่ากลัวกับการสร้างธุรกิจ

อย่ากลัวกับการสร้างธุรกิจ


โดย วิบูลย์ จุง : Wiboon Joong (wbj)


มีชายคนหนึ่ง เป็นคนเมืองที่เรียนน้อย แต่มีฝีมือทางด้านการทำขนมชนิดหนึ่ง

ซึ่งเขาเป็นคนที่หูตึง ดังนั้น เขาจะไม่ฟังวิทยุใดๆทั้งสิ้น
ตาของเขาก็ไม่ดีเท่าไหร่นัก ดังนั้น เขาจึงไม่มีโทรทัศน์ในบ้าน
และแน่นอนว่า เขาไม่มี คอมพิวเตอร์ ไม่มีอินเทอร์เน็ต

ชาย คนนี้ทำขนมได้อร่อยมาก ถึงกับเปิดร้านขายขนมซึ่งเขาใช้ของที่ดีที่สุดที่เขาจะหาได้ มาทำขนมของเขา เพื่อให้ผู้ทานได้ลิ้มรสกับขนมที่เขาชืนชอบ และ เมื่อมีลูกค้าตำหนิ หรือ ต้องการให้ปรับปรุงในส่วนใด เขาก็จะทำแยกต่างหาก ในสิ่งที่ลูกค้า แต่ละกลุ่มชอบกัน ทำให้สินค้าของเขามีหลากหลาย และ คนทานก็ชื่นชอบมากด้วย จนร้านของเขาได้ขยายกิจการ ออกไปยังเมืองต่างๆ มากยิ่งขึ้น พนักงานในสังกัดก็มีมากขึ้น ขายจากคนทำเพียงคนเดียว กลายมาเป็นองค์กรที่มีคนทำงานมากกว่า 60 ชีวิต และ เขากำลังเปิดสาขาที่ 10 ในอีกไม่นาน แต่เมื่อหลานที่เรียนจบจากสถาบันชื่อดัง บอกกับเขาว่า

" ลุง ในสภาวะเศรษฐกิจอย่างนี้ ไม่มีใครลงทุนกันหรอก ไม่มีคนซื้อเพราะว่าพวกเขาเริ่มไม่มีเงิน คนมีเงินเขาก็เก็บเงินเอาไว้ใช้เฉพาะสิ่งที่จำเป็น ร้านค้าต่างๆมีการปลดพนักงานออก ลดต้นทุนค่าใช้จ่ายกันทั้งนั้น"

ชายผู้เป็นเจ้าของร้านได้ฟัง ก็คิดว่า หลานเรียนจบมาสูง คำพูดของหลานก็น่าจะเชื่อถือได้ อย่ากระนั้นเลย เราทำตามที่หลานเราพูดดีกว่า

เขา หยุดการเปิดสาขาที่ 10 เพื่อที่จะเก็บเงินสดเอาไว้ ลดค่าใช้จ่ายโดยการลดคุณภาพของสินค้าลง ของประดับขนมต่างๆก็มีน้อยลง กล่องใส่ขนมก็ใช้กล่องคุณภาพที่ถูกๆ เขาลดค่าใช้จ่ายในด้านต่างๆลง ลดคนงานลงบางส่วน

และเหตุการณ์ตามที่หลานเขาบอกก็เกิดขึ้น ลูกค้าประจำของเขาลดลงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ลูกค้ารายใหม่ๆก็ไม่มี รายได้ของเขาลดลง กำไรก็ลดลงตาม เขาไม่เคยพบเหตุการณ์ย่ำแย่เช่นนี้มาก่อน เขายังนึกในใจเลยว่า

"ดีนะที่หลานของเราเรียนสูง จึงสามารถแนะนำแนวทางป้องกัน สภาพเศรษฐกิจที่เลวร้าย ที่เกิดขึ้น ณ ปัจจุบันได้..."




ใน มุมมองของเรื่องเล่าข้างต้น การรับรู้สื่อมากไป ก็จะทำให้เกิดการกลัว และทำตามๆกัน เป็นเหตุให้เศรษฐกิจของบ้านเมืองเสียหายตามๆกันไปด้วย เหมือน หลานที่รู้จากสื่อ เรียนมาก เสพสื่อมาก ก็จะเข้าใจไปตามสื่อด้วย

ถ้า มองในมุมของผู้ดำเนินธุรกิจ ที่มุ่งเน้นถึงลูกค้าเป็นสำคัญ เจ้าของกิจการที่พยายามตอบสนองความต้องการของลูกค้า เพื่อสร้างสินค้าในรูปแบบและรสชาดตามที่ลูกค้าต้องการ เป็นการสร้างสภาวะของการเปิดกิจการอย่างเป็นรูปธรรมและเป็นธุรกิจที่อยู่ได้ ถึงแม้นว่าเศรษฐกิจจะตกต่ำเพียงใด

ชายผู้เปิดร้านขายขนมไม่เคยรับรู้ สื่อใดๆเลยว่าสถานการณ์เป็นอย่างไร แต่ก็ยังดำเนินกิจการจนเปิดได้หลายสาขา แต่แค่เพียงเชื่อคำของหลาน ที่เอาสภาพการณ์อันเลวร้ายมาให้ก็ทำให้เขาเชื่อ และ ทำตามสิ่งที่คนอื่นๆเขาทำกัน ทำให้เขาสูญเสียลูกค้าและธุรกิจไปในที่สุด



การ เปิดธุรกิจนั้น ถ้าคุณฟังกระแสตลาดมากเกินไปก็จะเป็นตัวทำให้คุณไม่กล้าที่จะเปิด หรือ คุณคิดมากเกินไปก็จะเสียเวลาในการคิดเพื่อให้รอบคอบและถ้วนถี่ หรือ ความต้องการกำไรจนมากเกินไป ก็จะทำให้คุณลดต้นทุนต่างๆมาก ธุรกิจเปิดมาก็ไม่สามารถดำเนินกิจการได้เช่นกัน

ทั้งนี้ การทำธุรกิจนั้น หากคุณสามารถพบว่าสิ่งที่คุณอยากจะทำสามารถทำเป็นธุรกิจได้ คุณต้องการให้สิ่งที่ดีที่สุดกับลูกค้าของคุณ ให้ลูกค้าคุณพึงพอใจที่สุด ให้พนักงานของคุณทำงานได้อย่างสนุกและทำงานเต็มที่ กำไรที่ได้อาจจะไม่มากมายแต่ทำงานแล้วมีเงินใช้ไม่ขาดมือ จนถึงเหลือเก็บ แค่เพียงเท่านี้คุณก็จะสามารถสร้างธุรกิจที่เป็นของตัวคุณเองได้ หากขยายกิจการต่อไป และ เมื่อชื่อเสียงของธุรกิจของคุณเพิ่มขึ้น กำไรต่างๆก็จะเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัวเช่นกัน

การหลงกับข่าวสารจนมาก เกินไป ความต้องการที่ไม่มีที่สิ้นสุด รวมไปถึง ความไม่จริงใจต่อลูกค้า เป็นอุปสรรคที่สำคัญของคนเปิดธุรกิจใหม่ๆเสมอ หากกำจัดสิ่งเหล่านี้ออกไปจากความคิดได้คุณก็จะกล้าที่จะลงทุนเปิดกิจการได้ มากขึ้น




Create Date : 24 มีนาคม 2552
Last Update : 24 มีนาคม 2552 10:55:23 น. 5 comments
Counter : 1143 Pageviews.

 
เออแหะ ภาวะท้ายปี 2008 ช่วง พย ธค ที่เกิด Economic Shock
ทำให้ ผู้ประกอบการ จิตใจระส่ำระสาย หันซ้าย หันขวา
ที่กำลังจะรุก ก็ชะงัก เกิดการไปฟัง 20 หู 40 ตา ไปด้วย

แต่มันก็เหมือนคลื่นซัดสาด แล้วก็หายไป
ลูกค้า หูผึ่ง รัดเข็มขัด แล้วก็กลับมาบริโภคต่อ
ขึ้นอยู่กับว่า สินค้า บริการ นั้นเป็นสิ่งยืนพื้นหรือไม่

ในขณะที่ อาหาร ที่เค้าว่าเป็นปัจจัยสี่ แต่ก็มีระดับตั้งแต่ หนึ่งดาว
ไปจน เจ็ดดาว ซึ่งคนมองไม่แตกว่า หัวใจของอาหารนั้น อยู่ที่
ความสด สะอาด ได้อย่างสั่งตามออเดอร์ หรือ ที่ต้องการ ราคา
สมคุณภาพ ซึ่งหลายที่ ที่โหมประโคมบรรยากาศ ลงทุนกับสถานที่
ที่เป็นเพียงส่วนประกอบ ทำให้เตะตา ลุกค้าในแรกเห็น แต่สิ่งที่จะ
ผูกใจ ลูกค้าไว้ในระยะยาวคือ คุณภาพ ความสะอาด รสชาติ ของมัน

เช่นเดียวกับ การเรียนการสอน หัวใจอยู่ที่ การทำให้ผู้มารับได้
พัฒนาตัว ดีขึ้น ตรวจสอบ โชว์ได้เชิงประจักษ์ ความสนุกสนาน
ความหวือหวา เป็นเพียงเครื่องปรุงแต่งให้ ลูกค้าติดตรึงใจ ในสินค้า
บริการนั้น เรียกว่า value ที่ใส่ลงไป ได้เกิดความรู้สึกคุ้ม พึงพอใจ
ในหัวใจลูกค้า

การปรับปรุงภาพลักษณ์ กิจการ ให้สดใส แข็งแกร่ง นอกจาก
ทางตา การรับรู้ภาพ ของกลุ่มลูกค้ารายใหม่ๆแล้ว ยังรวมไปถึง
การกระจาย public relation ทางเสียง viral marketing ปากต่อปาก
ซึ่งไม่ใช่ เจ้าของกิจการ หรือหน่วยทำการตลาดใดๆ เป็นผู้กระทำ
เพราะแท้จริงแล้ว ผู้ที่จะประกาศ และ จูงใจลูกค้าได้ดีที่สุด คือ
ลูกค้าที่ได้มาใช้สินค้า บริการแล้ว แม้ความระส่ำระสาย ที่ถูกต้อน
เข้าระบบ จัดระเบียบ จะเกิดการงอน ป่อง บ่นไปสามวัน แต่สุดท้าย
พฤติกรรมของลุกค้าเหล่านี้ ก็ยิ่งตอกย้ำ ในการซื้อซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า
ซึ่ง บอกชัด ประกาศเสียงดังในตัว ว่าสินค้าดี แม้จะมีการกัน กั๊ก
ตัดโอกาสคนอื่น แต่การที่ลูกค้าใหม่เห็นซื้อซ้ำแล้วซ้ำเล่า แล้วปาก
ยังบอกไม่ดี มันขัดแย้งกันในตัวเอง สุดท้ายแล้ว ระยะทางพิสูจน์ม้า
กาลเวลาพิสูจน์ผลงาน


โดย: kuddle IP: 125.24.42.127 วันที่: 28 มีนาคม 2552 เวลา:2:14:44 น.  

 
ต้องวิเคราะห์ดีๆด้วย คุณ เทพ โพธิ์งาม ทำมาหลายธุรกิจมาก ทั้งๆที่ตัวเองก็มีชื่อเสียง มีโอกาสออกสื่อประชาสัมพันธ์สูง ยังล้มเหลวไม่เป็นท่า เป็นหนี้เป็นสินล้นพ้น

คุณยอดรัก ลงทุนทำธุรกิจห้องอัด ในที่สุดก็ต้องปิดกิจการ พร้อมหนี้สินหลายสิบล้านบาท

คุณแอ้ กรรณิการ์ ลงทุนทำธุรกิจ เกี่ยวกับการพัฒนาบุคลากร ก็ขาดทุนจนเงินเก็บหมด

แต่อีกมุมมอง

คุณตัน โออิชิ จากเด็กเร่ขายหนังสือพิมพ์ มาเป็นเจ้าของน้ำชาเขียว

คุณอิทธิพัทธ์ เจ้าของสาหร่ายเถ้าแก่น้อย มีทรัพย์สินนับพันล้านบาท ในเวลาไม่กี่ปี ทั้งที่ตัวเองอายุเพิ่ง 22

เจ้า ของ Youtube.com เกิดจากเด็กหนุ่มสามคนที่คิดสนุก จะทำเว็บเก็บรูป แต่ในที่สุดมันกลับกลายเป็นแบรนด์ และ google.com มาขอซื้อขอในราคาถึงหกหมื่นล้านบาท!! กลายเป็นอภิมหาเศรษฐีภายในไม่กี่ปี

อะไร คือความลับสู่ความสำเร็จของนักธุรกิจเหล่านี้ มีหนังสือเล่มหนึ่ง ชื่อ "เดอะท็อปซีเคร็ตII" ได้อธิบายไว้อย่างละเอียดยิบ ซึ่งใครก็ตามที่ต้องการจะเริ่มธุรกิจของตัวเอง ควรอ่าน เพราะ การล้มเหลวในทางธุรกิจ เจ็บปวดยิ่งกว่าการถูกให้ออกจากงานหลายเท่า แต่ถ้าประสบความสำเร็จ ผลตอบแทน ก็จะมากกว่า การทำงานบริษัทหลายเท่าเช่นกัน


โดย: ปัจจตัง IP: 125.24.42.127 วันที่: 28 มีนาคม 2552 เวลา:2:16:34 น.  

 
แชร์ประสบการณ์ ในฐานะบุกเบิกแบรนด์มา
แรกว่า ใช้ที่ตั้ง เป็นตัวแบรนด์ ทำเลพอใช้ได้
แต่ นานไป ทำให้รู้ว่า สินค้าบริการที่ลูกค้าต้องการ ได้ผูกตัวเองกลายเป็นแบรด์ตามวัน เวลา ผลงาน ที่เติบโต ผ่านมา ซึ่งเห็นได้จากการที่ลูกค้า
เปลี่ยนเวลาตาม แม้ตนเองจะไม่สะดวกเหมือนเดิม ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า
หัวใจของธุรกิจ ได้รวมศูนย์ บารมีเกิดจากความเป็นเจ้าของที่ต้องรับผิดชอบ
รักษาเวลา เครดิต จนเกิดปรากฏการณ์วางเงินเอาฮวงจุ้ย คือ เวลา ที่ผูกติดกับผู้สอน

การทำให้เกิดการรับรู้เข้าใจว่า เป็นสินค้า Niche ดี มีจำกัด โดยที่หมดแล้ว
ต้อง รอคอร์สหน้า ตอนนี้ บางทีคอร์สหน้าก็ไม่ได้ซื้อ เพราะคนเก่าไม่สละสิทธิ์ ปรากฏการณ์ทางการตลาดต่อไป ของความสำเร็จในปีนี้ คือ วางเงินขวางไว้ แม้ไม่อยู่เพื่อรักษาที่นั่ง ไม่ให้คนอื่นเข้ามา occupy เพราะกลัวเค้าเข้ามาแล้วติดใจ ไม่ออก ตัวเองจะไม่มีที่ลง หรือ ต้องไปเรียนฮวงจุ้ยที่ไม่สะดวก เหมือนเด็กที่หาโรงเรียนเข้าไม่ได้ แม้มีโรงเรียนมากมาย แต่ลึกๆ
ความผูกพัน ผูกติด กับสิ่งที่ต้องการยังอยู่ในใจ ข้ามรุ่น ข้ามเจเนอเรชั่น
โรงเรียนที่หมายปอง ยังเป็นที่ๆ ลูกค้าวิ่งกันขาขวิด แย่งกันวางเงิน แย่งกันเข้า

ความสำเร็จของปีที่สอง คือ การกำจัดลูกค้าที่คอยซิกแซกระบบ
จ่ายช้าโดนเสียบ อด แล้วแห้วหนึ่งที อดยาว เพราะพอที่เปลี่ยนมือ
คนใหม่ไม่ปล่อยก็ไม่มี

มีเคสที่น่าสนใจ จากสถานฑูต มาให้ลับฝีมือ ปีละเคส การดึงสแปร์ตลาด
ให้กว้าง ครอบคลุมทุกกลุ่มคน ทุกเพศ ทุกวัย ภายใต้ ผู้ที่มาใช้บริการต้อง
ช่วยตัวเองได้ เข้าห้องน้ำได้ ไม่มาเป็นภาระเพิ่มให้แก่ธุรกิจตัวเอง

พบว่า การใช้คนบริหาร จัดการ ดำเนินการ เบ็ดเสร็จลำพัง ในช่วงมรสุม
เศรษฐกิจ หรือ ตั้งไข่ ตั้งหลักใจ ว่าตรูจะทำหรือจะปิด จะอยู่หรือจะร่วง
เป็นวิธีการที่ Success มากในแง่การบริหารงบประมาณ Cost Control

ใครมีเงินอาจทำธุรกิจได้ แต่คนที่จะทำให้ธุรกิจรวมศูนย์ ไม่มีปัจจัย
การ หาบุคลากรมารันองค์กรแทน เหมือนยืมร่างคนอื่นหายใจ นั้นยังมีน้อยอยู่ มีทั้งข้อจำกัด เรื่องของต้นทุน ความสามารถในการให้บริการนั้น และ
ผู้ประกอบการสมัครเล่น ที่หยิบหย่งฉาบฉวย คือ เจ้าของทำเองไม่ได้จริง
ไม่ใช่ core หลักหรือ keyman ในการขับเคลื่อนธุรกิจนั้นเอง

หลายธุรกิจ มักโตในแนวกว้าง กระจายสาขา แต่ไม่ลึกไม่เนี้ยบ และไม่
ดีที่สุด พิถีพิถัน แบบต้นตำรับ ซึ่งการเติบโตที่ลองผิดลองถูกมา โดยใช้
มวลรวมการซื้อเป็นตัวดันตลาดไปสู่ ตลาดบน แทนที่ต้องเพิ่มปริมาณ
แต่ไปเพิ่มมูลค่า ราคา ต่อ หน่วยเวลา ในตัวมันเอง
เสมือนการประมูล ที่ดันมูลค่าในสิ่งที่เป็นกระแส ของจังหวะนั้นๆ

ต้องยอมรับว่า โชค ก็เป็นส่วนหนึ่ง ในภาวะที่คนอื่นตายลงทีละน้อย
แตกพ่าย หักศอก กระแสสื่อข่มขวัญ การรักษาที่มั่นในตลาด Blue Ocean
ที่เป็น Niche Settings คือ มียุทธศาสตร์ที่ได้เปรียบ ในแง่ Zero Asset
อาจไม่เด่น โด่งดัง หวือหวา ไม่ต้องโฆษณาให้เปลืองแบงก์ร้อย ไม่ต้อง
ตะบี้ตะบันเปิดเชิงรุก เพราะธรรมชาติของธุรกิจ ต้องใช้เวลาสร้างผลงาน
แล้ว กระแสปากต่อปาก ในระดับชุมชน มีแรงเหวี่ยงแม่เหล็กที่ประมาท
ไม่ได้ ประจักษ์มากับตัวเอง ว่าสื่อถึงกันหมด ทั่วโค้ง คุ้ง แคว ร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ

ชอบการทำ CRM ของอเมริกันเอ็กเพรส ที่เน้นการรักษา บำรุงฐานลูกค้า
เก่าเดิม ให้แข็งแรง และโตไปในความเชื่อ การผูกติดของลูกค้า โดยที่อยู่
รอวัน เวลา ให้กระหึ่มวงออกไป

พื้นเดิมในปีแรก เคยทำการตลาดเชิงรุก บริการแจ้งเตือน ครบครัน
ในปีแรกที่เปิดตัว ครั้นมีการจัดระเบียบ สร้างความเข้มแข็งในเรื่องการ
จ่าย และเวลาขึ้นมา กับท่าที่ ที่เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ แต่
คุณภาพในสินค้า บริการไม่ตกต่ำตาม มีแต่จะมากขึ้น เข้มข้น เต็มเปี่ยม
ยันลูกค้าที่เคยฉีกโอกาสตัวเองทิ้ง ได้แต่มองตาปริบๆ ที่ลูกคนอื่น ได้
ในสิ่งที่ดีกว่า ดีที่สุด แต่ลูกตัวเองไม่ได้

ส่วนเรื่อง หาใหม่ คู่แข่ง อื่นใด ไม่เคยอยู่ในบริบทตอนที่ตั้ง
เพราะ การกำเนิดธุรกิจนี้มา เกิดจากรากแก้ว ศักยภาพส่วนบุคคล
และ ทำเลที่ตั้ง บนฐานของการได้เปรียบในความเป็นเจ้าของที่ดิน
และ เป็นเจ้าตลาด ที่ยืนบนส่วนท็อป ของเด็กวัยเดียวกันทั่วประเทศ
รางวัล ความสำเร็จทางการเรียน ประกาศตัวของมันเอง ดังอยู่แล้ว
กับบุคลิกท่าที ที่ไม่ ให้ลูกค้าขี่หัว อ่อนนอก แข็งใน

ใครจะขับรถเบนซ์ รถซาเล้ง ขี่เครื่องบิน ปั่นจักรยาน มา ไม่สนใจ
ไม่มีผล ต่อการได้รับสิทธิ์ สิ่งที่จะมีผล คือ ผู้ที่ปฏิบัติตามกฏ ระเบียบ
กติกา ของสถานที่ การจ่าย เวลา

หลายหลาก จอมกั๊ก ดีแต่ปาก แล้วก็ที่ไม่เบ่ง แต่เงินเร็ว แรง ล่วงหน้า

แม้ทำธุรกิจบริการ แต่ความเป็นเจ้าของ และผู้ทรงคุณวุฒิ ในสิ่งที่มีคน
ทำได้ไม่เท่า ไม่ดี ไม่ลึก การวาง positioning ให้ลูกค้าเดินมาหา
บินมาหา ขับมาหา ขี่มาหา แบกลูกเต้ามาหา

ตอนเริ่มปีแรก มีประเภท มาใช้เป็น แนนนี่ ด้วยเกณฑ์ การรับสิทธิ
ได้ที่นั่ง ระเบียบการคัดกรอง ทำให้พวกวาระซ่อนเร้นหมดไป

แต่ทั้งนี้ ถึงวันนี้ ดวงดาวที่ส่องแสงระยิบระยับในชุมชน แต่ไม่ใช่
มาตุภูมิตัวเอง ไม่ใช่ดวงดาวในสายวิชาชีพอาชีพ ไม่เพียงพอ ไม่แน่นอน
ที่จะเลี้ยงดู ดูแล คนข้างตัว หรือ ครอบครัว
เพียงแต่ เป็นน้ำซึมบ่อทราย ไม่อดตาย แต่ยุคนี้ หาที่ฟู่ฟ่า ยังยาก
พวกที่ ภาพลักษณ์ โจ๋งครึ่ม แต่ติดตัวแดงเถือก แปร๋ ค่าเช่ากินตัดคอ
อยู่ไม่ไหว ต้องปิดทัพกลับกระบวน ถอยออกไปจากที่มั่น

กลยุทธ์ CRM ในปีที่สองนี้ คือ การไม่เป็นของตาย สำหรับลูกค้า
นอกจาก การวางหมาก ให้ลูกค้าชนกันเองแล้ว การชนกะโซนอื่น
การต้องมีคู่แข่งจากโซนอื่น มาแย่งเวลา สิทธิ์ เกิดขึ้น

สิ่งเหล่านี้ ประยุกต์มาจาก การชนะการแข่งขันในวัยเด็ก ที่ผ่านจาก
ระดับห้อง ไปเป็นระดับชั้น ระดับโรงเรียน ระดับในเครือ ระดับจังหวัด
ระดับประเทศ จนถึง ระดับข้ามประเทศ เพียงแต่บุคลิกภาพ นิสัยตัวตน
ไม่ชอบเป็นบุคคลสาธารณะ ที่มีคนจับตา เป็นคนของสื่อ

อะไรที่อยู่กับที่ มักไม่เร้าใจ อะไรที่มีคนแย่งกัน กระแสมักกระพือ
โหมประโคมออกไปได้เร็ว อย่างกะไฟลามทุ่ง


โดย: ๋kuddle IP: 125.24.35.138 วันที่: 28 มีนาคม 2552 เวลา:2:17:49 น.  

 
เดี๋ยวซิครับ! ลืมคุณ ศิริวัฒน์ ไปได้ยังไงละครับ คนอื่น ยังแค่คนที่ล้มเหลวธรรมดา แต่คนนี้ ล้มละลาย ติดหนี้ ชนิด ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด ตอนอายุ 40 ปลายๆ แล้วก็ หนีไปขายไก่ทอดอยู่ พักหนึ่ง

สุดท้าย ก็ขายแซนด์วิช แล้วก็เพิ่งจะกลับมาเป็นผู้เป็นคน แบบไม่ใช่คนล้มละลายเมื่อไม่นานมานี้เอง (คำว่าเป็นผู้เป็นคน เขาพูดเองตอนให้สัมภาษณ์ กับคุณกฤษณะ) ....

http://www.sirivatsandwich.com/history/history_th.asp


โดย: ติง ซ่าน เปิ่น IP: 125.24.35.138 วันที่: 28 มีนาคม 2552 เวลา:2:18:40 น.  

 
คุณยอดรักเป็นนักร้อง แล้วการทำธุรกิจเป็นเรื่องที่ท่านไม่ถนัด คือ พูดตรงๆว่ามันไม่ใช่ทางของคุณยอดรัก แล้วที่ธุรกิจล้มไม่เป็นท่านั้น ตามที่เหตุผลข้างต้นพูดมาก็มีส่วนค่ะ แต่ในช่วงแรกที่ผู้ใหญ่ให้ทุนมาทำบริษัท แรกๆได้กำไรเป็นล้านๆ แต่พอเจอปัญหาทางเศรษฐกิจ ปัญหาแผ่นผี ก็ทำให้กิจการทรุดลงอย่างรวดเร็วในเวลาไม่ถึง 5 เดือน เมื่อเจ้งก็อยากได้คืน จึงทำให้ต้องลงทุนอีกรอบโดย จำนอง จำนำ ทรัพย์สินของตอนเอง จึงทำให้คุณยอดรักเป็นหนี้สินมากมาย แต่ถ้านับจำนวนทรัพย์สินของยอดรัก สลักใจที่หามาได้ตั้งแต่การเป็นนักร้อง รวมถึงการใช้หนี้ เราว่า เกือบ 70 ล้านได้นะ แล้วถ้าในช่วงแรกๆ ยอดรักเจอนายทุนที่ไม่เอาเปรียบ คงเป็น 100 ล้านเลยแหล่ะ

ปล.ข้อมูลนี้อาจไม่ถูกต้อง เพราะได้มาจากการพูดคุยกับคนที่รู้จักยอดรัก สลักใจ


โดย: TAX IP: 125.24.35.138 วันที่: 28 มีนาคม 2552 เวลา:2:19:16 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

wbj
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 194 คน [?]




ต้องการสอบถาม กรุณาติดต่อทางเมล์ที่ wbjoong@gmail.com หรือ 062 641 5992

วิทยากรเชิงกิจกรรม

วิทยากรกระบวนการ

ที่ปรึกษาธุรกิจ ด้านการบริหารจัดการ

การตลาดและการประชาสัมพันธ์

การบริหารทรัพยากรมนุษย์

และ

การวางแผนกลยุทธ์



ไม่ได้ ไม่มี ไม่ดี ไม่ได้...
ต้องได้ ต้องดี ต้องมี ต้องง่าย
และ ทำให้ดีกว่าดีที่สุด

Wiboon Sae Joong

Create Your Badge



<< Main Menu >>


<< บทความล่าสุด >>



ดวงถาวร


ดวงตามวันเกิด



ดวงตามปีเกิด






;b[^]pN 06' ไรินนื ่นนืเ "รินนื ๋นนืเ c:j06'




Friends' blogs
[Add wbj's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friends


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.