บริหาร การจัดการ การตลาด พัฒนาตนเอง พัฒนาความคิด กลยุทธ์ ธรรมะ จักรราศี ฯลฯ
จัดตั้งธุรกิจ ปรับปรุงกิจการ | ไขความลับสมองเงินล้าน | การเขียนแผนธุรกิจ | บริหารคน บริหารงาน | พัฒนาความคิด
พระไตรปิฎกฉบับหลวง | แด่องค์กรที่แสนรัก | สุขใจกับเด็กสมาธิสั้น
Group Blog
 
 
มีนาคม 2552
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
24 มีนาคม 2552
 
All Blogs
 
การตรวจวัดจำนวนคนดูโทรทัศน์ - 3 - ความเข้าใจผิดในเรื่องเรตติ้ง

รายการเดียวกัน เรตติ้งจะเป็นเช่นนั้นตลอดไปหรือไม่?



เรตติ้ง เป็นเพียงตัวเลขที่เป็นผลของตัวแทนการดูโทรทัศน์ ซึ่ง แม้นแต่รายการเดียวกัน ต่างวันหรือต่างเวลากัน ก็ย่อมมีตัวเลขที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับว่าคนดูในรายการนั้นมากน้อยเพียงใด ในวันใดวันหนึ่งเท่านั้น ซึ่งจะเห็นได้ชัดเจนจากรายการเกมโชว์ ซึ่งจะมีตัวแปรเช่น บุคคลที่เข้ามาร่วมรายการว่ากำลังอยู่ในความสนใจของประชาชนหรือไม่ มีชื่อเสียงมากแค่ไหน หรือ เรื่องที่นำมาเป็นเรื่องที่เป็นเรื่องที่คนทั่วไปสนใจมากน้อยเพียงใด เวลาที่ออกอากาศเหมาะสมมากแค่ไหน และ มีการโฆษณาของรายการมากน้อยเพียงใด ด้วย



คนติดรายการนี้ก็ต้องดูรายการนี้จริงหรือ?



เรา ยังเข้าใจผิดกันว่า รายการใดรายการหนึ่ง เมื่อคนติดรายการนั้นแล้วก็จะดูแต่รายการนั้น ซึ่งในความเป็นจริง คนเราก็มีบางช่วงเวลาที่ไม่สามารถดูรายการนั้น อาจจะติดงานเลี้ยง หรือ ติดธุระอะไรบางอย่างที่ไม่สามารถดูรายการนั้นได้ บ้านตัวอย่างก็เช่นกัน ที่มีพฤติกรรมเช่นนั้น ดังนั้น การที่เราจะได้คนดูคนเดิมหลายๆครั้งก็ไม่สามารถทำได้อย่างง่ายๆเช่นกัน ดังนั้น อาจจะมีคนส่วนใหญ่ที่สามารถดูรายการนั้นได้ แต่ก็ยังมีคนบางส่วนที่ไม่สามารถดูรายการที่ชื่นชอบได้ทุกๆครั้งเช่นกัน



เรตติ้งมีผลต่อการชี้นำให้คนมาดูมากน้อยเพียงใด ?



เรตติ้ง มีผลกับคนดูน้อยมาก เนื่องจากเป็นข้อมูลที่ใช้ในเฉพาะกลุ่มเท่านั้น คนที่รู้ว่ารายการนั้นเรตติ้งดี รายการนี้เรตติ้งไม่ดี ก็อาจจะมีผลต่อการเบี่ยงเบนทางพฤติกรรมบ้าง อย่างเช่น มีคนมาบอกว่า "แดจังกึม" มีเรตติ้งดีมากที่สหรัฐ และทั่วโลก ก็อาจจะมีผลที่ทำให้ผู้ได้ยินอยากที่จะเข้าไปดูบ้างเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ความเป็นจริงของคนดูโทรทัศน์แล้ว จะดูรายการที่ชื่นชอบ หรือ รายการที่กำลังติดตามเป็นส่วนใหญ่ หรือ รายการที่มีการโฆษณาแล้วน่าสนใจ หรือบางครั้งก็จะดูรายการที่เปลี่ยนช่องผ่านและมีตอนที่กำลังสนใจถึงจะหยุด ดูในช่วงเวลานั้นๆ ซึ่งจะเห็นว่า ไม่เกี่ยวอะไรกับเรตติ้งเลย



ชอบรายการนี้แต่ทำไมเรตติ้งไม่ดี?



จะ พบบ่อยว่า คนบางคนชอบรายการหนึ่งรายการใดมากๆ แต่พบว่า เรตติ้งของรายการนั้นกลับมีเรตติ้งไม่ดี ทั้งนี้ ความชื่นชอบส่วนบุคคลอาจจะไม่เหมือนกับ ตัวแทนการตรวจวัดส่วนใหญ่ ซึ่งก็ทำให้เรตติ้งไม่ดีอย่างที่ต้องการ แต่หากเจาะเข้าไปในกลุ่มเดียวกับคนที่ชื่นชอบในลักษณะรายการนั้นว่ามี คุณสมบัติเช่นใด และ ใช้โปรแกรมดึงข้อมูลออกมา อาจจะได้เรตติ้งที่ดีกว่า เรตติ้งของคนดูทั่วประเทศก็เป็นไปได้



คนดูทั่วบ้านทั่วกรุงเทพฯแล้วทำไมเรตติ้งสู้อีกรายการไม่ได้?



ปัญหา นี้มีเยอะกับกลุ่มคนที่เปรียบเทียบรายการ 2 รายการ หรือมากกว่า 2 รายการที่ออกอากาศในเวลาเดียวกัน ว่า รายการนั้นดีกว่ารายการนี้ แต่พบว่า รายการที่ตนเองชื่นชอบ กลับไม่ได้เรตติ้งดีเท่าที่ควร ซึ่งปัญหานี้มีอยู่เป็นประจำ ถ้าระบุถึงคนกรุงเทพฯชอบดูรายการนี้ บางทีคนต่างจังหวัดอาจจะไม่ชอบดูรายการนี้ก็ได้ เนื่องจาก การตรวจวัดเรตติ้งเป็นการตรวจวัดเรตติ้งทั่วประเทศ ไม่ได้เจาะจงเฉพาะกลุ่ม ดังนั้น ถ้าเลือกกลุ่มเป้าหมายเป็นคนกรุงเทพฯ ก็อาจจะได้เรตติ้งดีกว่า รายการต่างๆก็ได้ ทั้งนี้ คนแต่ละสถานที่ก็มีผลต่อเรตติ้งด้วยเช่นกันว่า เรตติ้งจะมากน้อยหรือมาก ขึ้นอยู่กับว่ากลุ่มเป้าหมายของโปรแกรมนั้น ขึ้นกับเฉพาะกลุ่มหรือไม่ อย่างรายการสารคดี คนกรุงเทพฯดูมากกว่าคนต่างจังหวัด เป็นต้น



คนทั่วไป จำเป็นต้องรู้เรื่องเรตติ้งด้วยหรือเปล่า?



ใน ความเป็นจริง คนทั่วไปไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องเรตติ้งเสียด้วยซ้ำ เพราะ เรตติ้งเป็นเพียงเครื่องตรวจวัดว่ามีจำนวนคนดูรายการนั้นๆ มากน้อยเพียงใด คนที่ใช้ก็จะเป็นคนในวงการโฆษณา, คนในวงการผลิตรายการโทรทัศน์ และ สถานีโทรทัศน์ แต่เนื่องจากความที่ต้องการโฆษณารายการ หรือ สถานี หรือ ช่วงเวลาของตนเองว่ามีคนดูมากขึ้น จึงใช้คำว่าเรตติ้งในการโฆษณาประชาสัมพันธ์เพื่อเป็นการสร้างภาพลักษณ์ของ โปรแกรมให้ดีขึ้น รวมไปถึงการเพิ่มจำนวนคนเข้าดูรายการที่โฆษณาประชาสัมพันธ์ให้มีจำนวนมาก ขึ้นเท่านั้น ซึ่งเป็นกุลศโลบายอย่างหนึ่งในการดึงคนเข้าไปดูรายการเท่านั้น แต่ส่วนใหญ่ก็ใช้ได้เพียงระยะเวลาสั้นๆ ซึ่งเมื่อผู้ชมเข้าไปดูแล้วไม่ชอบใจก็จะไม่ติดตาม แต่ก็ยังมีการใช้งานในลักษณะนี้อยู่บ่อยครั้ง



มีการตรวจวัดเรตติ้งในเคเบิ้ลทีวี กับ ดาวเทียมหรือไม่?



มี การตรวจวัดเรตติ้งทั้งในเคเบิ้ลทีวี และ ดาวเทียม ซึ่งมีจำนวนบ้านตัวอย่างที่เป็นสัดส่วนเดียวกับจำนวนบ้านทั่วประเทศไทย ยกตัวอย่างเช่น บ้านที่ติดตั้งเคเบิ้ลทีวี มี 3% และ บ้านที่ติดตั้งจานดาวเทียมมี 2% ของบ้านทั่วประเทศไทย บ้านตัวอย่างที่ติดตั้งเคเบิ้ลทีวีก็จะแทนบ้านเพียง 3% และ บ้านตัวอย่างที่ติดตั้งจานดาวเทียมก็จะแทนบ้านเพียง 2% ทั่วประเทศไทยเช่นกัน



ทำไมรายการตบตีกันแบบชาวบ้านๆทำไมเรตติ้งดีจัง?



เนื่อง จากรายการที่เหมาะกับชาวบ้าน มีกลุ่มเป้าหมายอยู่ที่คนต่างจังหวัดนอกเมือง ซึ่งคนเหล่านี้จะมีเวลาในการดูโทรทัศน์ค่อนข้างมาก เพราะหลังจากทำงานเสร็จก็จะมีเวลาอยู่กับบ้าน สภาพพื้นที่ไม่มีสถานที่เที่ยวในยามราตรี และ เมื่อเทียบระหว่างจำนวนประชากรในต่างจังหวัดทั้งหมด มีจำนวนคนมากกว่าคนกรุงเทพฯ คนต่างจังหวัดที่อยู่ในเขตเทศบาล ก็มีน้อยกว่า คนที่อยู่นอกเขตเทศบาล นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมรายการที่เหมาะกับชาวบ้านธรรมดา ตบตีกัน ถึงได้เรตติ้งมาก ซึ่งก็มาจากจำนวนประชากรในต่างจังหวัด หรือ จำนวนประชากรชาวบ้านธรรมดามีมากกว่านั่นเอง





Poll กับ การวัดจำนวนคนดูต่างกันอย่างไร?



การทำ Poll กับ การวัดจำนวนคนดูต่างกันทางด้านวิธีการเก็บค่าสถิติ

การ วัดจำนวนคนดูนั้นเป็นการวัดการดูโทรทัศน์ของบ้านตัวอย่าง และ กลุ่มตัวอย่างจริงๆ แล้วเทียบเครียงให้ตรงกับภาพใหญ่ของจำนวนประชากรทั้งหมดในประเทศ

ส่วน การทำ Poll เป็นการสอบถามการระลึกได้ หรือ จดจำได้จากสิ่งที่เคยผ่านทางประสาทหู หรือ ประสาทตา หรือ อาจจะเกิดจากการพูดคุยที่ได้ประสบการณ์เสมือน มา ก็จะสามารถมาตอบแบบสอบถามได้ อย่างเช่น มีคำถามว่า

"คุณชอบดูรายการโทรทัศน์ช่วงกลางคืนเรื่องใดมากที่สุด?"
"คุณมีความคิดเห็นอย่างไรกับเรื่อง เมียหลวง ?"
"หนังซีรี่ย์เกาหลี คุณได้ดูเรื่องใดบ้าง?"

คำ ถามลักษณะนี้ เป็นคำถามที่ถามถึงความระลึกได้ หรือ ความจำได้ หรือบางคนก็ตอบจากการที่ได้เคยพูดคุยกับเพื่อนมาบ้าง ก็มีทั้งนี้ เป็นการใช้ความรู้สึก และ ความจำเท่านั้นในการตอบ แต่ไม่สามารถบอกว่า เขาชอบดูรายการนั้น รายการนี้ก็จริง แต่เขาดูรายการนี้ในเมื่อคินช่วงเวลาใดบ้าง มีการเปลี่ยนสถานีมากน้อยอย่างไร จึงได้ภาพของความรู้สึกต่อรายการเท่านั้น...



ระหว่าง Poll กับ การตรวจวัดจำนวนคนดูโทรทัศน์ ควรจะเชื่อถือข้อมูลใดมากกว่ากกัน ?



ใน ความเป็นจริง การตรวจวัดทางด้านสถิติ ใช้วิธีการต่างกัน เพื่อต้องการผลลัพธ์ที่ต่างกัน ไม่ว่า Poll หรือ การตรวจวัดจำนวนคนดูโทรทัศน ต่างมีข้อมูลที่สามารถใช้ในการอ้างอิงได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น และ ทั้งสองก็ยังมีความแตกต่างกันอย่างมาก เอามาเปรียบเทียบกันไม่ได้

Poll เป็นข้อมูลในเชิงความรู้สึก ซึ่งผลถ้าออกมาแล้วคนส่วนใหญ่รู้สึกดี ก็เท่ากับว่ามีโอกาสที่จะมีคนดูในรายการต่างๆได้มาก

แต่ การวัดจำนวนคนดูโทรทัศน์ เป็นการวัดการเปิดโทรทัศน์ในช่วงนั้น ว่ามีจำนวนคนดูประมาณเท่าใด ไม่สามารถตรวจวัดความรู้สึกออกมาได้ว่าคนที่กำลังดูอยู่มีความชื่นชอบใน รายการมากน้อยเพียงใด เช่น สามีทนดูรายการละครหลังข่าวกับภรรยาทั้งๆที่ไม่ชอบเลย ส่วนภรรยาก็ทนดูฟุตบอลกับสามี ซึ่งจริงๆแล้วทั้งสองอาจจะไม่ชอบดูรายการของอีกฝ่ายหนึ่ง แต่ก็ต้องดูเป็นเพื่อนกับคู่ของตน ทั้งนี้ การวัดจำนวนคนดูโทรทัศน์ จึงไม่สามารถตอบได้ว่าคนที่ดูนั้นชอบหรือไม่ชอบรายการนั้นๆจริงๆ


Create Date : 24 มีนาคม 2552
Last Update : 25 มีนาคม 2552 10:40:10 น. 0 comments
Counter : 3031 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

wbj
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 201 คน [?]




ต้องการสอบถาม กรุณาติดต่อทางเมล์ที่ wbjoong@gmail.com หรือ 062 641 5992

วิทยากรเชิงกิจกรรม

วิทยากรกระบวนการ

ที่ปรึกษาธุรกิจ ด้านการบริหารจัดการ

การตลาดและการประชาสัมพันธ์

การบริหารทรัพยากรมนุษย์

และ

การวางแผนกลยุทธ์



ไม่ได้ ไม่มี ไม่ดี ไม่ได้...
ต้องได้ ต้องดี ต้องมี ต้องง่าย
และ ทำให้ดีกว่าดีที่สุด

Wiboon Sae Joong

Create Your Badge



<< Main Menu >>


<< บทความล่าสุด >>



ดวงถาวร


ดวงตามวันเกิด



ดวงตามปีเกิด






;b[^]pN 06' ไรินนื ่นนืเ "รินนื ๋นนืเ c:j06'




Friends' blogs
[Add wbj's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friends


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.