บริหาร การจัดการ การตลาด พัฒนาตนเอง พัฒนาความคิด กลยุทธ์ ธรรมะ จักรราศี ฯลฯ
จัดตั้งธุรกิจ ปรับปรุงกิจการ | ไขความลับสมองเงินล้าน | การเขียนแผนธุรกิจ | บริหารคน บริหารงาน | พัฒนาความคิด
พระไตรปิฎกฉบับหลวง | แด่องค์กรที่แสนรัก | สุขใจกับเด็กสมาธิสั้น
Group Blog
 
 
ธันวาคม 2550
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
7 ธันวาคม 2550
 
All Blogs
 
ทฤษฎีองค์การและการจัดการ

องค์การและการจัดการ



ทุกองค์การไม่ว่าจะมีขนาด ประเภท หรือสถานที่ตั้งอย่างไร จำเป็นต้องมีการจัดการที่ดี ซึ่งการจัดการที่ดีเป็นจุดเริ่มต้นของการดําเนินงานขององค์การ การเติบโตและการดํารงอยู่ต่อไปของ องค์การ โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์การในยุคศตวรรษที่21 ซึ่งต้องเผชิญกับ ปัจจัยแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นด้านสังคม เศรษฐกิจ โลกาภิวัตน์ และเทคโนโลยี ทําให้องค์การต้องมีแนวทางในการจัดการที่ทันสมัยเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วนี้ เพื่อให้เข้าใจแนวคิดเกี่ยวกับการจัดการสมัยใหม่ ในบทนี้จะได้นำเสนอหัวข้อเกี่ยวกับเรื่อง องค์การสมัยใหม่ ความหมายของการจัดการ ขบวนการจัดการ บทบาทของการจัดการ คุณสมบัติของนักบริหารที่ประสบความสำเร็จ

องค์การสมัยใหม่ (Modern organization)


การจัดการเกิดขึ้นในองค์การ และในมุมมองด้านการจัดการ องค์การหมายถึง การที่มีคนมาทํางานร่วมกันอย่างเป็นระบบเพื่อให้ได้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งองค์การมีลักษณะร่วมกันอยู่ 3 ประการ ได้แก่
1) ทุกองค์การต้องมีวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายของตนเอง
2) ทุกองค์การต้องมีคนร่วมกันทํางาน
3) องค์การต้องมีการจัดโครงสร้างงานแบ่งงานหน้าที่รับผิดชอบของคนในองค์การ

ตามที่กล่าวข้างต้น จะเห็นว่าองค์การปัจจุบันต้องเผชิญกับสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นองค์การต้องมีการปรับเปลี่ยนอยู่เสมอ แนวคิดเกี่ยวกับองค์การในแบบเดิมกับองค์การสมัยใหม่ก็มีความแตกต่างกัน เช่น การจัดการแบบคงเดิมกับแบบพลวัตร รูปแบบไม่ยืดหยุ่นกับแบบยืดหยุ่น การเน้นที่ตัวงานกับเน้นทักษะ การมีสถานที่ทำงานและเวลาทำงานที่เฉพาะคงที่กับการทํางานได้ทุกที่ทุกเวลา

องค์การแบบเดิมจะมีลักษณะการจัดการที่คงเดิมไม่ค่อยมีการเปลี่ยนแปลง ถ้าจะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นบ้างก็เป็นในช่วงสั้นๆ แต้องค์การปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา จะมีความคงที่บ้างเป็นช่วงสั้นๆ จึงมีการจัดการแบบพลวัตรสามารถปรับเปลี่ยนให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมตลอดเวลา องค์การแบบเดิมมักมีการจัดการแบบไม่ยืดหยุ่น ส่วนในองค์การสมัยใหม่จะมีการจัดการที่ยืดหยุ่น กล่าวคือในองค์การสมัยใหม่จะไม่ยึดติดกับแนวทางปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น ต้องให้มีความยืดหยุ่นในการปฏิบัติ สามารถปรับเปลี่ยนได้ถ้าสถานการณ์แตกต่างไป

องค์การแบบเดิมลักษณะของงานจะคงที่ พนักงานแต่ละคนจะได้รับมอบหมายงานเฉพาะ และทํางานในกลุ่มเดิมไม่ค่อยเปลี่ยน แต่ในองค์การสมัยใหม่พนักงานต้องเพิ่มศักยภาพของตนที่จะเรียนรุ้และสามารถทํางานที่เกี่ยวข้องได้รอบด้าน และมีการสับเปลี่ยนหน้าที่และกลุ่มงานอยู่เป็นประจํา ตัวอย่างเช่น ในบริษัทผลิตรถยนต์ พนักงานในแผนกผลิต ต้องสามารถใช้งานเครื่องจักรที่ควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ได้ด้วย ซึ่งในคำบรรยายลักษณะงาน (job description) เดียวกันนี้เมื่อ 20 ปก่อนไม่มีการระบุไว้ดังนั้นในองค์การสมัยใหม่จะพัฒนาบุคลากรให้เพิ่มทักษะการทํางานได้หลากหลายมากขึ้น และในการพิจารณาค่าตอบแทนการทํางาน (compensation) ในองค์การสมัยใหม่มีแนวโน้มที่จะตอบแทนตามทักษะ (skill based) ยิ่งมีความสามารถในการทํางานหลายอย่าง มากขึ้นก็ได้ค่าตอบแทนมากขึ้น แทนการให้ค่าตอบแทนตามลักษณะงานและหน้าที่รับผิดชอบ (job based)

องค์การแบบเดิม พนักงานจะทํางานในสถานที่ทํางานและเป็นเวลาที่แน่นอน แต่ในองค์สมัยใหม่มีแนวโน้มที่จะให้อิสระกับพนักงานในการทํางานที่ใดก็ได้เมื่อไรก็ได้ แต่ต้องได้ผลงานตามที่กําหนด เนื่องจากปัจจุบันเทคโนโลยีเอื้อให้สามารถสื่อสารถึงกันได้แม้ทํางานคนละแห่ง รวมทั้งความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว และโลกาภิวัตน์ทําให้คนต้องทํางานแข่งกับเวลามากขึ้นจนเบียดบังเวลาส่วนตัวและครอบครัว ดังนั้นองค์การสมัยใหม่จะให้เกิดความยืดหยุ่นในการทํางานทั้งเรื่องเวลาและสถานที่เพื่อให้สอดรับกับแนวโน้มวิถีการดําเนินชีวิตของพนักงานยุคใหม่

ความหมายของการจัดการ (Defining management)


การจัดการ (Management) หมายถึง ขบวนการที่ทําให้งานกิจกรรมต่างๆสําเร็จลงได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผลด้วยคนและทรัพยากรขององค์การ (Robbins and DeCenzo, 2004; Certo, 2003) ซึ่งตามความหมายนี้องค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับการจัดการ ได้แก่ ขบวนการ (process) ประสิทธิภาพ (efficiency) และประสิทธิผล (effectiveness) ขบวนการ (process) ในความหมายของการจัดการนี้หมายถึงหน้าที่ต่างๆด้านการจัดการ ได้แก่ การวางแผน การจัดองค์การ การโน้มนําองค์การ และการควบคุม ซึ่งจะได้อธิบายละเอียดต่อไปในหัวข้อต่อไปเกี่ยวกับ หน้าที่และขบวนการจัดการ

ประสิทธิภาพ (efficiency) และประสิทธิผล (effectiveness)


เป็นเรื่องเกี่ยวกับลักษณะของ การจัดการ โดยประสิทธิภาพ หมายถึง การทํางานอย่างถูกวิธี เป็นการเปรียบเทียบระหว่างปัจจัยนํา เข้า (inputs) กับผลผลิต (outputs) หากเราสามารถทํางานได้ผลผลิตมากกว่าในขณะที่ใช้ปัจจัยนําเข้าน้อยกว่า หรือ เท่ากัน ก็หมายความว่า เราทํางานได้มีประสิทธิภาพมากกว่า ซึ่งปัจจัยนําเข้าในการจัดการก็คือทรัพยากรขององค์การ ได้แก่ คน เงิน วัตถุดิบ อุปกรณ์ เครื่องจักร และทุน ทรัพยากรเหล่านี้มีจํากัด และเป็นต้นทุนในการดําเนินงานขององค์การ ดังนั้นการจัดการที่ดีจึงต้องพยายามทําให้มีการใช้ทรัพยากรน้อยที่สุดและให้เกิดผลผลิตมากที่สุด

ประสิทธิผล (effectiveness) สําหรับประสิทธิผลในการจัดการหมายถึง การทําได้ตามเป้าหมายหรือวัตถุประสงคที่กําหนดไว้ การจัดการที่มีเพียงประสิทธิภาพนั้นยังไม่เพียงพอต้องคำนึงว่า ผลผลิตนั้นเป็นไปตามเป้าหมายที่กําหนดไว้หรือไม่ ตัวอย่างเช่น สถาบันศึกษาที่ผลิตผู้สําเร็จการศึกษาพร้อมกันที่ละมากๆ หากไม่คำนึงถึงคุณภาพการศึกษาก็อาจจะได้แต่ประสิทธิภาพ คือใช้ทรัพยากรในการผลิตหรือต้นทุนต่อผู้เรียนตํ่า แต่อาจจะไม่ได้ประสิทธิผลในการศึกษา เป็นต้น และ ในทางกลับกันหากทํางานที่ได้ประสิทธิผลอย่างเดียวก็ไม่ได้ ต้องคำนึงถึงต้นทุนและความมีประสิทธิภาพด้วยเช่นกัน ตัวอย่างเช่น บริษัท Hewlett-Packard อาจจะทําตลับหมึกสีสําหรับเครื่อง Laser printer ที่มีสีเหมือนจริงและทนนานมากกว่าเดิมได้ แต่ต้องใช้เวลา แรงงาน และวัตถุดิบที่สูงขึ้นมาก ทางด้านประสิทธิผลออกมาดี แต่นับว่าไม่มีประสิทธิภาพ เพราะต้นทุนรวมสูงขึ้นมาก เป็นต้น

ในการบริหารจัดการให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลนั้น ต้องอาศัยความเข้าใจในสาขาวิชาอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ด้านมนุษย์ศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ ปรัชญา การเมือง จิตวิทยา และ สังคมศาสตร์ เพื่อให้เข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับพฤติกรรมของมนุษย์ ความได้เปรียบในการแข่งขัน การคาเสรี ความขัดแย้ง การใช้อํานาจ และความสัมพันธ์ของมนุษย์ในสังคม

ขบวนการจัดการ (Management process)


ในช่วงต้นของศตวรรษที่ 20 Henri Fayol ได้เสนอไว้ว่า ผู้จัดการหรือผู้บริหารทุกคนต้อง ทํากิจกรรมเกี่ยวกับการจัดการ หรือที่เรียกว่า ขบวนการจัดการ 5 อย่าง ได้แก่ การวางแผน (planning) การจัดองค์การ (organizing) การสั่งการ (commanding) การประสานงาน (coordinating) และการควบคุม (controlling) (เขียนย่อว่า POCCC) และต่อมาในช่วงกลางปทศวรรษ 1950 นักวิชาการจาก UCLA ได้ปรับมาเป็น การวางแผน (planning) การจัดองค์การ(organizing) การจัดการพนักงาน (staffing) การสั่งการ (directing) และการควบคุม (controlling) (เขียนย่อว่า POSDC) ซึ่งขบวนการจัดการ 5 ประการ (POSDC) อันหลังนี้เป็นที่นิยมใช้เป็นกรอบในการเขียนตํารามากว่า 20 ป และต่อมาในช่วงหลังนี้ได้ย่อขบวนการจัดการ 5 ประการนี้ เป็นหน้าที่พื้นฐาน 4 ประการ ได้แก่ การวางแผน (planning) การจัดองค์การ(organizing) การโน้มนํา (leading/influencing) และการควบคุม (controlling) อย่างไรก็ตามงานในแต่ละส่วนของขบวนการจัดการที่กล่าวข้างต้นนี้มีความสัมพันธ์และมีผลกระทบซึ่งกันและกัน ประกอบด้วย

การวางแผน (planning)


เป็นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการกําหนดเป้าหมายขององค์การ สร้างกลยุทธ์ เพื่อแนวทางในการดําเนินไปสู่เป้าหมาย และกระจายจากกลยุทธ์ไปสู่แผนระดับปฏิบัติการ โดยกลยุทธ์และแผนในแต่ละระดับและแต่ละส่วนงานต้องสอดคล้องประสานกัน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในส่วนงานของตนและเป้าหมายรวมขององค์การด้วย

การจัดองค์การ(organizing)


เป็นกิจกรรมที่ทําเกี่ยวกับการจัดโครงสร้างขององค์การ โดย พิจารณาว่า การที่จะทําให้ได้บรรลุตามเป้าหมายที่กําหนดไว้นั้น ต้องมีงานอะไรบ้าง และงานแต่ละอย่างจะสามารถจัดแบ่งกลุ่มงานได้อย่างไร มีใครบ้างเป็นผู้รับผิดชอบในแต่ละส่วนงานนั้น และมีการรายงานบังคับบัญชาตามลําดับขั้นอย่างไร ใครเป็นผู้มีอํานาจในการตัดสินใจ

การโน้มนําพนักงาน (leading/influencing)


เป็นเรื่องเกี่ยวกับการจัดการให้พนักงานทํางาน อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ซึ่งต้องใช้การประสานงาน การติดต่อสื่อสารที่ดี การจูงใจในการทํางาน ผู้บริหารต้องมีภาวะผู้นําที่เหมาะสม ลดความขัดแย้งและความตรึงเครียดในองค์การ

การควบคุม (controlling)


เมื่อองค์การมีเป้าหมาย และได้มีการวางแผนแล้วก็ทําการจัดโครงสร้างองค์การ ว่าจางพนักงาน ฝึกอบรม และสร้างแรงจูงใจให้ทํางาน และเพื่อให้แน่ใจว่าสิ่งต่างๆจะดําเนินไปตามที่ควรจะเป็น ผู้บริหารก็ต้องมีการควบคุมติดตามผลการปฏิบัติการ และ เปรียบเทียบผลงานจริงกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กําหนดไว้ หากผลงานจริงเบี่ยงเบนไปจากเป้า หมายก็ต้องทําการปรับให้เป็นไปตามเป้าหมาย ซึ่งขบวนการติดตามประเมินผล เปรียบเทียบ และ แก้ไขนี้ก็คือขบวนการควบคุม

บทบาทของการจัดการ (Managerial roles)


เมื่อกล่าวถึ งหน้าที่ที่ เกี่ยวกับการจัดการในองค์การมักมุ่งไปที่หน้าที่ต่างๆในขบวนการจัดการ 4 ประการ (การวางแผน การจัดองค์การ การโน้มนํา และการควบคุม) ดังที่กล่าวข้างต้น ซึ่งผู้บริหารแต่ละคนให้ความสําคัญและเวลาในการทําหน้าที่การจัดการเหล่านี้แตกต่างกัน นอกจากนี้ยังขึ้นกับลักษณะการดําเนินงานขององค์การที่แตกต่างกันด้วย (เช่น มีลักษณะการดําเนินงานเป็นองค์การที่แสวงหากําไรหรือองค์การที่ไม่แสวงหากําไร) ระดับของผู้บริหารที่ต่างกัน (ระดับต้น ระดับกลาง ระดับสูง) และขนาดขององค์การที่ต่างกัน ตัวอย่างเช่น ผู้บริหารที่อยู่ในระดับบริหารที่แตกต่างกันจะให้เวลาในการทํากิจกรรมของแต่ละหน้าที่แตกต่างกัน และเมื่อพิจารณาถึงกิจกรรมของผู้บริหารในองค์การแล้ว Mintzberg เห็นว่าบทบาทของ การจัดการสามารถจัดแบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม หรือที่เรียกว่า บทบาทด้านการจัดการของ Mintzberg (Mintzberg’s managerial roles) ได้แก่ บทบาทด้านระหว่างบุคคล (interpersonal roles) บทบาทด้านข้อมูล (informational roles) และบทบาทด้านการตัดสินใจ (decisional roles) โดยแต่ละกลุ่มของบทบาทมีบทบาทย่อยดังต่อไปนี้

บทบาทระหว่างบุคคล (interpersonal roles) เป็นบทบาทด้านการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ประกอบด้วย บทบาทย่อย ได้แก่

1) บทบาทตามตําแหน่ง (figurehead): ทําหน้าที่ประจําวันต่างๆตามระเบียบที่เกี่ยวกับกฎหมาย หรือตามที่สังคมกําหนด เช่น การต้อนรับแขกขององค์กร ลงนามในเอกสารตามกฎหมาย เป็นต้น

2) บทบาทผู้นํา (leader): ต้องรับผิดชอบสร้างแรงจูงใจและกระตุนการทํางานของพนักงาน รับผิดชอบในการจัดหาคน ฝึกอบรม และงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ

3) บทบาทการสร้างสัมพันธภาพ (liaison): โดยสร้างเครือข่ายภายในและภายนอกเพื่อการ กระจายข้อมูลให้ทั่วถึง

บทบาทด้านข้อมูล (informational roles) เป็นบทบาทด้านการกระจายและส่งผ่านข้อมูล ประกอบด้วย บทบาทย่อย ดังนี้

4) เป็นผู้ติดตามประเมินผล (monitor): เป็นการติดตามเลือกรับข้อมูล (ซึ่งมักจะเป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน) เพื่อเข้าใจความเคลื่อนไหวขององค์การและสิ่งแวดล้อม เป็นเสมือนศูนย์กลางของ ระบบ

5) เป็นผู้กระจายข้อมูล (disseminator): รับบทบาทส่งผ่านข้อมูลไปยังพนักงานในองค์การ บางข้อมูลก็เกี่ยวกับข้อเท็จจริง บางข้อมูลเกี่ยวกับการแปลผลและรวบรวมความแตกต่างกันที่เกิดขึ้นในองค์การ

6) เป็นโฆษก (spokesperson): ทําหน้าที่ประชาสัมพันธ์ ส่งต่อข้อมูลไปยังหน่วยงานภายนอก เกี่ยวกับ แผนงาน นโยบาย กิจกรรม และผลงานขององค์การ เช่น เป็นผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม

บทบาทด้านการตัดสินใจ (decisional roles) ทําหน้าที่ตัดสินใจในการดําเนินงานขององค์การ ประกอบด้วยบทบาทย่อย ดังนี้

7) เป็นผู้ประกอบการ (entrepreneur): หาโอกาสและริเริ่มสิ่งใหม่ๆ เช่น การปรับปรุงโครงการ เพื่อนําไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ให้คำแนะนําเกี่ยวกับการออกแบบโครงการ โดยการจัดให้มีการทบทวนและกําหนดกลยุทธ์เพื่อพัฒนาโปรแกรมใหม่ๆ

8) เป็นผู้จัดการความสงบเรียบร้อย (disturbance hander): รับผิดชอบแก้ไขการดําเนินงานเมื่อองค์การเผชิญกับความไม่สงบเรียบร้อย โดยการทบทวนและกําหนดกลยุทธ์ที่เกี่ยวข้องกับความไม่สงบและวิกฤติการณ์ในองค์การ

9) เป็นผู้จัดสรรทรัพยากร (resource allocator): เป็นผู้รับผิดชอบในการจัดสรรทรัพยากรต่างๆในองค์การ เช่น ทําการตัดสินใจและอนุมัติในประเด็นที่สําคัญต่างๆขององค์การ โดยจัดลําดับ และกระจายอํานาจ ดูแลกิจกรรมที่เกี่ยวกับเรื่องงบประมาณ และจัดการเกี่ยวกับการทํางานของพนักงาน

10) เป็นผู้ต่อรอง (negotiator): รับผิดชอบในการเป็นตัวแทนต่อรองในเรื่องสําคัญขององค์การ เช่น มีส่วนร่วมในการทําสัญญากับสหภาพแรงงานขององค์การ หรือการต่อรองกับผู้จัดหา (suppliers)

ทักษะของนักบริหาร (Management Skills)


ผู้บริหารไม่ว่าจะอยู่ในระดับใด หรืออยู่ในองค์การใดก็ทําหน้าที่ในการจัดการ 4 อย่าง ได้ แก่ การวางแผน (planning) การจัดองค์การ (organizing) การโน้มนํา (leading/influencing) และการควบคุม (controlling) และการที่ผู้บริหารจะสามารถทําหน้าที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการได้ประสบผลสําเร็จนั้น ต้องมีทักษะที่ดีด้านการจัดการ ซึ่งทักษะสําคัญในเบื้องต้นที่ผู้บริหารควรมีอย่างน้อย 3 อย่าง ได้แก่ ทักษะด้านเทคนิค (technical skills) ทักษะด้านคน (human skills) และทักษะด้านความคิด (conceptual skills)

ทักษะด้านเทคนิค (technical skills) เป็นความสามารถในการประยุกต์ใช้ความรุ้และความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเกี่ยวกับงาน สําหรับผู้บริหารระดับสูงทักษะความสามารถนี้จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับความรุ้ทั่วไปของอุตสาหกรรม ขบวนการและผลิตภัณฑขององค์การ และสําหรับผู้บริหารระดับกลางและระดับต้น จะเป็นทักษะความสามารถเฉพาะด้านในงานที่ทํา เช่น การเงิน ทรัพยากรบุคคล เทคโนโลยีสารสนเทศ การผลิต ระบบคอมพิวเตอร์ กฎหมาย การตลาด เป็นต้น ทักษะทางด้านเทคนิคมักเป็นความสามารถเกี่ยวกับตัวงาน เช่น ขบวนการหรือผลิตภัณฑ

ทักษะด้านคน (human skills) เป็นทักษะในการทําให้เกิดความประสานงานกันของกลุ่มที่ผู้บริหารนั้นรับผิดชอบ เป็นการทํางานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องทัศนคติ การสื่อสาร และผลประโยชน์ของบุคคลและกลุ่ม เป็นทักษะการทํางานกับคน

ทักษะด้านความคิด (conceptual skills) เป็นความสามารถในการมององค์การในภาพรวม ผู้บริหารที่มีทักษะด้านความคิด จะสามารถเข้าใจความสัมพันธ์ของหน่วยงานต่างๆในองค์การว่ามีผลต่อกันอย่างไร และเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างองค์การกับปัจจัยแวดล้อมองค์การ รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงในส่วนหนึ่งขององค์การมีผลกระทบกับส่วนอื่นๆอย่างไร

ทักษะด้านความคิดนี้จะยิ่งมีความสําคัญมากขึ้นเมื่ออยู่ในระดับบริหารที่สูงขึ้น ขณะที่ทักษะด้านเทคนิคจะมีความสําคัญน้อยลงในระดับบริหารที่สูงขึ้น เนื่องจากผู้บริหารในระดับที่สูงจะเข้ามาดูแลในรายละเอียดเกี่ยวกับกิจกรรมต่างๆในการผลิต และด้านเทคนิคน้อยลง แต่จะเน้นไปที่การมองภาพรวมขององค์การและทิศทางที่จะพัฒนาไปขององค์การมากกว่า ส่วนทักษะด้านคน ยังคงมีความสําคัญอย่างมากในทุกระดับของการบริหาร เพราะทุกระดับต้องเกี่ยวข้องกับคน

กิจกรรมของนักบริหาร (Managerial Activities)



มีการศึกษาเกี่ยวกับกิจกรรมที่ทําของนักบริหารในแต่ละวันว่า มีความแตกต่างกันหรือไม่ซึ่งผลจากการศึกษาพบว่า นักบริหารที่ประสบความสําเร็จในหน้าที่การงานและได้รับการเลื่อนตําแหน่งอย่างรวดเร็ว จะให้ความสําคัญกับกิจกรรมที่ต่างไปจากนักบริหารที่มีประสิทธิผล ที่มีผลงานทั้งด้านปริมาณและคุณภาพเป็นไปตามเป้าหมาย และเป็นที่ชื่นชอบของผู้ใตบังคับบัญชา โดยการศึกษาของ Luthans และคณะ (Robbins, 2003) พบว่า กิจกรรมที่นักบริหารส่วนใหญทําสามารถแบ่งได้เป็น 4 ประเภท ได้แก่
1) การจัดการแบบเดิม (traditional management) เช่น การตัดสินใจ การวางแผน และ การควบคุม
2) การติดต่อสื่อสาร (communication) เช่น การแลกเปลี่ยนข้อมูลประจําวัน และทํางานเอกสาร
3) การจัดการด้านทรัพยากรบุคคล (human resource management) เช่น การจูงใจ การสร้างวินัย จัดการความขัดแย้ง งานบุคคล และ การฝึกอบรม และ
4) การสร้างเครือข่าย (networking) เช่น การเข้าสังคม เล่นการเมืองในองค์การ และมีกิจกรรมร่วมกับหน่วยงานภายนอก


ซึ่งจากการศึกษาในผู้บริหารจํานวน 450 คน เกี่ยวกับกิจกรรมทั้ง 4 ประเภทดังกล่าว พบว่าผู้บริหารทั่วๆไปโดยเฉลี่ยแล้วจะใช้เวลาประมาณ 32 เปอร์เซ็นต์ของเวลาในการทํางานกับกิจกรรมประเภทการจัดการแบบเดิม ใช้เวลาประมาณ 29 เปอร์เซ็นต์กับกิจกรรมเกี่ยวกับการติดต่อสื่อสาร 20 เปอร์เซ็นต์กับกิจกรรมด้านบริหารทรัพยากรบุคคล และ19 เปอร์เซ็นต์กับการสร้างเครือข่าย ซึ่งการใช้เวลาและการให้ความสําคัญกับกิจกรรมทั้ง 4 นั้นมีความแตกต่างกันไปในผู้บริหารแต่ละคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้บริหารที่ประสบความสําเร็จจะใช้เวลาในกิจกรรมต่างๆไม่ เหมือนกับผู้บริหารที่มีประสิทธิผล กล่าวคือ ผู้บริหารที่ประสบความสําเร็จจะให้เวลาส่วนใหญกับการสร้างเครือข่ายและให้เวลากับการบริหารทรัพยากรบุคคลน้อยที่สุด ขณะที่ผู้บริหารที่มีประสิทธิผลจะให้เวลาส่วนใหญกับการติดต่อสื่อสารและให้เวลากับการสร้างเครือข่ายน้อยที่สุด

ผลจากการศึกษาสะทอนให้เห็นว่า ในทางปฏิบัติจริง การให้รางวัลบางครั้งก็ไม่ได้เป็นไป ตามผลการปฏิบัติงานทั้งหมด ปัจจัยด้านสังคม และการเมืองในองค์การก็เข้ามามีอิทธิพลต่อการ ดําเนินงานในองค์การด้วย

จริยธรรมของนักบริหาร (Management Ethics)


แนวทางการปฏิบัติตนด้านการเมืองในองค์การอย่างมีจริยธรรม ควรต้องคำนึงถึงใน 3 ประเด็น ได้แก่ 1) ประโยชน์ของส่วนรวม 2) สิทธิส่วนบุคคล 3) ความยุติธรรม กล่าวคือ ใน

ประเด็นที่ 1 การกระทําที่เป็นการเล่นการเมืองในองค์การนั้น เพื่อประโยชน์ส่วนตน หรือประโยชน์ส่วนรวม หากเป็นไปเพื่อเป้าหมายขององค์การ ก็เป็นการกระทําที่ไม่ขัดกับจริยธรรม แต่ถ้าเป็นไปเพื่อประโยชน์ส่วนตน ก็ถือว่าเป็นการกระทําที่ไม่มีจริยธรรม ตัวอย่างเช่น สร้างข่าวลือที่ไม่เป็นความจริงว่าการจัดซื้อแบบอิเลคโทรนิคขององค์การมีทุจริต เพื่อให้เกิดความไม่ไว้วางใจในฝายจัดซื้อและระบบการจัดซื้อแบบอิเลคโทรนิค นับเป็นการกระทําที่ไม่มีจริยธรรม เนื่องจากไม่เป็นผลประโยชน์ต่อองค์การ แต่หากฝายซอมบํารุงทําดีเป็นพิเศษกับฝายจัดซื้อเพื่อให้ฝายจัดซื้อเร่งทํางานจัดซื้ออุปกรณ์อย่างถูกต้องโปรงใสมาให้ทันการใช้งานขององค์การ ก็ไม่ขัดกับจริยธรรม คือองค์การโดยรวมได้ประโยชน์

ในประเด็นที่สองเป็นเรื่อง สิทธิส่วนบุคคล หากการกระทําเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลหรือสิทธิที่ควรมีของผู้อื่น ก็เป็นการขัดจริยธรรม ตัวอย่างเช่น หากผู้จัดการฝายซอมบํารุงเข้าไปกาวก่ายงานฝายจัดซื้อเพื่อให้เขาทําให้เร็วขึ้น ก็ไม่ใช่การกระทําที่มีจริยธรรม และในประเด็นสุดทายเป็นเรื่อง ความยุติธรรม กล่าวคือ การกระทํานั้นก่อให้เกิดความเท่าเทียมกัน ความยุติธรรมหรือไม่ หากเป็นการกระทําที่ทําให้บางคนได้ผลประโยชน์มากกว่า หรือทําให้บางคนเสียผลประโยชน์ ก็เป็นการกระทําที่ไม่มีจริยธรรม ตัวอย่างเช่น หัวหน้าประเมินผลการ ปฏิบัติงานลูกน้องอย่างไม่ยุติธรรม โดยประเมินให้ลูกน้องที่ชอบได้มีผลประเมินที่ดีกว่า และใช้ผลการประเมินเป็นตัวกําหนดรางวัลตอบแทน เป็นต้น

อย่างไรก็ตามการตัดสินว่าการกระทําใดมีจริยธรรมเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก โดยเฉพาะกับผู้บริหาร ผู้ที่มีอํานาจในองค์การ เนื่องจากผู้มีอํานาจมักจะอ้างว่าการกระทําของตนนั้น เพื่อประโยชน์ส่วนรวม และเป็นไปตามเป้าหมายขององค์การ ไม่ได้ก้าวก่ายสิทธิของใคร และทําไปอย่างยุติธรรมมีความเท่าเทียมกัน ซึ่งในทางปฏิบัติแล้ว ผู้ที่มีอํานาจมักเป็นผู้ที่จะกระทําขัดกับจริยธรรมมากกว่า

พนักงานทั่วไปที่ไม่มีอํานาจ ดังนั้นผู้บริหารที่มีอํานาจควรพิจารณาการกระทําของตนเองตามความเป็นจริงให้ดีเกี่ยวกับ 3 ประเด็นข้างต้นว่า เป็นการกระทําอย่างมีจริยธรรมหรือไม่

สรุป
1. การจัดการ (Management) หมายถึง ขบวนการที่ทําให้งานกิจกรรมต่างๆสําเร็จลงได้อย่าง มีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผลด้วยคนและทรัพยากรขององค์การ

2. ผู้จัดการ (Manager) หมายถึง ผู้ที่ทํางานร่วมกับหรือทําโดยผ่านพนักงานอื่นๆ ให้เกิดการประสานงาน เพื่อให้กิจกรรมต่างๆขององค์การสําเร็จตามเป้าหมายที่กําหนด การเปลี่ยนแปลงขององค์การในปัจจุบัน ทําให้บทบาทของผู้จัดการต้องปรับเปลี่ยนไป ไม่มีเส้นแบ่ง ระหว่างผู้จัดการ กับ พนักงาน อย่างชัดเจน

3. ประสิทธิภาพ หมายถึง การทํางานอย่างถูกวิธี เป็นการเปรียบเทียบระหว่างปัจจัยนําเข้า (inputs) กับผลผลิต (outputs) หากเราสามารถทํางานได้ผลผลิตมากกว่าในขณะที่ใช้ปัจจัยนําเข้าน้อยกว่า หรือ เท่ากัน ก็หมายความว่า เราทํางานได้มีประสิทธิภาพมากกว่า ส่วนประสิทธิผลในการจัดการหมายถึง การทําได้ตามเป้าหมายหรือวัตถุประสงคที่กําหนดไว้ นั่นคือ ประสิทธิภาพจะเน้นที่วิธีการในการปฏิบัติงาน ส่วนประสิทธิผลจะเน้นที่ผลลัพธ์ที่เกิดจากการปฏิบัติงาน

4. ขบวนการจัดการ (management process) ประกอบด้วย กิจกรรมที่สําคัญ 4 ประการ ได้แก่
1) การวางแผน (planning) เป็นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการกําหนดเป้าหมาย และวางกลยุทธ์ รวมทั้งแผนปฏิบัติการ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์การ
2) การจัดองค์การ (organizing) เป็นการจัดวางโครงสร้างองค์การเพื่อรองรับการดําเนินงานตามแผนที่วางไว้
3) การโน้มนํา (leading/influencing) เป็นการจูงใจ โน้มนําพนักงานรายบุคคลและกลุ่ม ให้ปฏิบัติงาน มีการติดต่อสื่อสาร รวมถึงการรับมือกับประเด็นต่างๆเกี่ยวกับพฤติกรรมของพนักงานในองค์การ และ
4) การควบคุม (controlling) เป็นกิจกรรมเกี่ยวกับการติดตามประเมินผลงาน เปรียบเทียบกับเป้าหมาย หรือมาตรฐานที่กําหนดไว้ และทําการแก้ไข เพื่อให้ผลการดําเนินงานเป็นไปตามเป้าหมาย หรือมาตรฐานที่กําหนดไว้


5. ทักษะที่จําเป็นของผู้บริหาร ได้แก่ ทักษะด้านเทคนิค (technical skills) ทักษะด้านคน (human skills) และทักษะด้านความคิด (conceptual skills) ผู้บริหารในระดับต่างๆ ต้องการทักษะในแต่ละด้านแตกต่างกัน ผู้บริหารระดับสูงจะต้องการทักษะด้านความคิดสูงกว่าผู้บริหารระดับต้น และผู้บริหารระดับต้นจําเป็นต้องมีทักษะด้านเทคนิคมากกว่าผู้บริหารระดับสูง ส่วนด้านทักษะเกี่ยวกับคนนั้นจําเป็นสําหรับทุกระดับ

6. ผู้บริหารมักเป็นผู้ที่มีอํานาจในองค์การ และอาจใช้อํานาจในทางที่ขัดกับหลักจริยธรรม คือ ไม่ได้ใช้อํานาจเพื่อประโยชน์ส่วนรวม หรือเป็นไปตามเป้าหมายขององค์การ หรือใช้อํานาจซึ่งก้าวก่ายสิทธิอันชอบธรรมของผู้อื่น


Create Date : 07 ธันวาคม 2550
Last Update : 7 ธันวาคม 2550 16:55:41 น. 59 comments
Counter : Pageviews.

 
สวัสดีค่ะ พี่จุง...
ขอบคุณค่ะ สำหรับความรู้

ดูแลสุขภาพด้วยนะค่ะ อากาศเริ่มหนาวแล้ว


โดย: naragorn วันที่: 7 ธันวาคม 2550 เวลา:22:37:58 น.  

 


โดย: sonofgod IP: 61.7.190.212 วันที่: 23 มกราคม 2551 เวลา:21:16:32 น.  

 
ข้อความสมบูรณ์ดีมากค่ะ


โดย: แวฟา IP: 118.174.148.197 วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:19:09:36 น.  

 
ดีมากๆ ค่ะ แต่จะดีมากที่สุดถ้ามีReference ในส่วนท้ายเพื่อให้สามารถตามไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ค่ะ


โดย: sopa IP: 118.172.123.172 วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:21:53:06 น.  

 
สวัสดีครับ ผมขอสอบถามเกี่ยวเรือง IRS, skill เทคนิด-ความคิด-บริหารบุคคล หาทฤษฎีเกี่ยวกับภาวะผู้นำแบบเปลี่ยนสภาพไม่ทราบพอแนะนำหนังสือหน่อยครับ ขอบคุณครับ


โดย: โต้ง IP: 203.156.86.241 วันที่: 29 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:14:34:08 น.  

 
จริยธรรมของผู้บริหารของแต่ละองค์การขอให้มีอยู่คู่สังคมไทยตลอดไป ที่สำคัญเราต้องช่วยกันตรวจสอบจึงจะอยู่ตลอดไปนั่นคือสัจธรรม


โดย: ระรื่นจิตร IP: 202.176.81.203 วันที่: 15 เมษายน 2551 เวลา:18:45:00 น.  

 
Very Good


โดย: อุ๊ IP: 202.149.24.129 วันที่: 24 เมษายน 2551 เวลา:0:02:47 น.  

 
ขอขอบพระคุณผู้ให้ความรู้ที่มีประโยชน์และมีค่ายิ่ง
เพราะความรู้นำสู่...ปัญญา...และ
ปัญญา คือ แสงสว่างส่องนำทางชีวิต
ปัญญา คือ อาวุธ
ปัญญา คือ ทรัพย์
ปัญญา คือ อำนาจ
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -


โดย: นาถวุฒิ IP: 203.149.33.6 วันที่: 14 พฤษภาคม 2551 เวลา:13:48:15 น.  

 
อยากทราบข้อมูลเกี่ยวกับทฤษฎีการจัดการแบบดั้งเดิม


โดย: น้ำ IP: 118.175.76.45 วันที่: 8 มิถุนายน 2551 เวลา:14:24:39 น.  

 
ข้อความชัดเจนกระชับดีครับ ช่วยอ้างอิงชื่อผู้แต่งและที่มาของข้อความด้วยจะเป็นประโยชน์อย่างมาก


โดย: แทน IP: 118.174.204.136 วันที่: 16 มิถุนายน 2551 เวลา:0:30:56 น.  

 
ข้อมูลดีมากครับ


โดย: parn IP: 202.28.80.4 วันที่: 18 มิถุนายน 2551 เวลา:16:34:50 น.  

 
ข้อมูลดีมากๆเลยค่ะ


โดย: mukkle IP: 124.121.224.60 วันที่: 21 มิถุนายน 2551 เวลา:11:55:02 น.  

 
พลวัตรองค์การคืออะไรคะ


โดย: pang IP: 202.91.18.192 วันที่: 25 มิถุนายน 2551 เวลา:14:47:47 น.  

 
หามานานแล้ว ขอบคุณครับ


โดย: pukky_pown@hotmail.com IP: 58.147.36.99 วันที่: 26 มิถุนายน 2551 เวลา:20:09:58 น.  

 
สุดยอดของครับผู้รอบรู้


โดย: <img src=http://www.bloggang.com/emo/emo6.gif> IP: 125.24.155.241 วันที่: 29 มิถุนายน 2551 เวลา:20:37:19 น.  

 
น่าสนใจมากในเนื้อหาวิชานี้


โดย: เลิยศ IP: 202.28.51.71 วันที่: 20 สิงหาคม 2551 เวลา:10:45:03 น.  

 
ขอบคุณมากๆครับ สำหรับความรู้ และเนื้อหาด้านบริหารและองค์กร ขออนุญาตนำไปใช้ในการเรียนนะครับ


โดย: Theera-TU 50 IP: 58.9.200.254 วันที่: 28 สิงหาคม 2551 เวลา:22:04:02 น.  

 
ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ ขอใช้อ้างอิงในการทำวิจัยนะค่ะ


โดย: น้ำหนึ่ง IP: 61.7.145.42 วันที่: 2 กันยายน 2551 เวลา:11:38:10 น.  

 
กระผมจบแค่ ป.4 แต่เมื่อได้อ่านบทความนี้แล้ว ได้มีความรู้เพิ่มขึ้นอีกเยอะเลยครับ.. ขอขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งขอรับกระผม.


โดย: ตั้ง ...ครับผม.. IP: 136.8.5.100 วันที่: 20 ตุลาคม 2551 เวลา:9:59:23 น.  

 
ข้อความดีมากๆค่ะ


โดย: หนูอ้อม IP: 61.19.212.139 วันที่: 21 ตุลาคม 2551 เวลา:10:44:22 น.  

 
อยากทราบแนวคิดของนักบริหาร 5ท่านครับ ขอหน่อยนะครับ


โดย: sakarmy IP: 118.173.242.107 วันที่: 23 ตุลาคม 2551 เวลา:16:28:50 น.  

 
เน€เธเธทเธญเธšเธ”เธต


โดย: เธเธธเนŠเธ IP: 202.29.64.1 วันที่: 11 พฤศจิกายน 2551 เวลา:13:03:06 น.  

 
อ.ให้หาไม่ได้เลยขอรับ""""ช่วยหนูด้วย""""คะ..
เกี่ยวกับเรื่องแนวคิดของผู้นำในยุคปัจจุบันมี
1.ภาวะผู้นำแบบปฎิรูป
2.ภาวะผู้นำแบบผู้สอนงาน
3.ภาวะผู้นำแบบพิเศษ
4.ภาวะผู้นำแบบผู้ประกอบการ
หากท่านผู้รอบรู้มีข้อมูลข้างต้นกรุณษส่งเมลด่วน!!เพราะต้องส่งวันเสาร์นี้แล้ว sai_srisuwan@hotmail.com


โดย: sandy IP: 118.173.167.132 วันที่: 13 พฤศจิกายน 2551 เวลา:19:24:25 น.  

 
ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ


โดย: โอ๋ IP: 125.24.58.255 วันที่: 12 ธันวาคม 2551 เวลา:14:01:28 น.  

 
สวัสดีค่ะ ชอบบล๊อคคุณมากมายเลย ไงก็ขอเป็นเพื่อ

แล้วก็ขอเก็บเกี่ยวความรู้ไปใช้บ้างนะค๊ะ

คงไม่ว่ากัน

อิอิ


โดย: maikarut วันที่: 13 มกราคม 2552 เวลา:9:54:44 น.  

 

ข้อมูลดีมากครับ สมบูรณ์มากสำหรับ ความรู้สึกผม ตรงกับงานที่ ท่านอาจารย์ ให้สืบค้น
ขอบคุณมากสำหรับข้อมูล


โดย: khadsanit IP: 125.26.65.136 วันที่: 25 มกราคม 2552 เวลา:19:56:39 น.  

 
ขอรบกวนอย่างมากคะ พอดีอาจานให้หาหนังสือเกี่ยวองค์การ มา สาม เล่ม

แต่ตอนนี้ได้ของคุงพี่เป็นคนแรกแต่ไม่ทราบชื่อที่มา ของผู้เขียน บทความอันนี้คัยทราบช่วยบอกหน่อยนะ ด้วยความกรุณาอย่างมาก เพราะไว้ใช้ส่งงานอาจานใครมีแนวทางในการหนังสืออื่นๆอีกช่วยบอกหน่อยนะ

ขอบคุณคะ ส่งก่อนวันที่11 กุมภาพัน 2552


โดย: ศศิธร IP: 117.47.197.23 วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:0:27:27 น.  

 
ขอบคุณสำหรับข้อมูลมีการบ้านส่งแล้ว


โดย: 111 IP: 115.67.97.205 วันที่: 1 เมษายน 2552 เวลา:14:15:05 น.  

 
ขอบคุณมากนะคะ ใช้ข้อมูลทำรายงานได้เยอะมากเกือบทุกวิชาเลย


โดย: เปรมากร IP: 202.149.25.197 วันที่: 1 เมษายน 2552 เวลา:22:02:46 น.  

 
ขอบคุณสำหรับบทความดีๆค่ะ
นำไปใช้ประกอบรายงานได้ประโยชน์มากมายเลยค่ะ


โดย: ตุ๊กตาขาวีน IP: 58.64.91.60 วันที่: 1 พฤษภาคม 2552 เวลา:20:34:37 น.  

 
เป็นประโยชน์มาก ให้ความรู้ได้มากเลยขอให้นำความรู้แบบนี้มาเสนออีกนะคะ ขอให้โชคดี


โดย: low IP: 117.47.97.5 วันที่: 11 พฤษภาคม 2552 เวลา:15:11:57 น.  

 
ขอบคุณที่มอบความรู้ดีๆแบบนี้ครับ ช่วยในการสอบของผมได้ด้วยครับ ขอให้มีแต่ความสุขนะครับ


โดย: เม่น IP: 202.29.103.2 วันที่: 11 พฤษภาคม 2552 เวลา:18:29:52 น.  

 
ขอขอบคุณอย่างสูงครับ สำหรับวิทยาทานที่ท่านได้แบ่งปันให้ความรู้ เป็นแสงสว่างแก่รุ่นหลังๆ ขอให้เจริญๆยิ่งๆนะครับ
ขอบคุณอีกครั้งครับ.


โดย: ปณธร IP: 58.9.174.166 วันที่: 13 พฤษภาคม 2552 เวลา:21:31:32 น.  

 
ขอบคุณจริงๆ หาความหมายการจัดการมานานแล้วคะ
ควรบอกที่มาของข้อมูลด้วยน่าจะดีมากกว่านี้


โดย: วรรณ IP: 118.174.129.56 วันที่: 15 พฤษภาคม 2552 เวลา:20:50:05 น.  

 
ขอบคุณที่ให้ความรู้และแนวคิดของการบริหารจัดการขอบคุณจริงๆค่ะ


โดย: นางสาวปวีณา IP: 222.123.227.188 วันที่: 26 พฤษภาคม 2552 เวลา:19:08:11 น.  

 
ขอบคุณมากค่ะ
ข้อมูลดีมากค่ะ


โดย: เราต้องมี vistion นะคะนักเรียร IP: 124.121.17.56 วันที่: 3 มิถุนายน 2552 เวลา:18:31:45 น.  

 
ขอบคุณครับ คุณพี่


โดย: สายัน IP: 118.172.209.66 วันที่: 17 มิถุนายน 2552 เวลา:5:29:34 น.  

 
ขอบคุณค่ะ แต่อยางทราบว่าการรายงานผลความหมายมันคืออุไรค่ะ


โดย: กุ๊ก IP: 118.172.175.75 วันที่: 25 มิถุนายน 2552 เวลา:17:50:39 น.  

 
ขอบค่ะแต่อยากทราบแบบเป็นผังด้วยอะค่ะ


โดย: เด็กเด็ก IP: 127.0.0.1, 202.57.156.78 วันที่: 27 กรกฎาคม 2552 เวลา:12:57:56 น.  

 
เธญเธขเธฒเธเธ—เธฃเธฒเธšเธเธฒเธฃเธˆเธฑเธ”เธญเธ‡เธ„เนŒเธเธฃเน€เธžเธทเนˆเธญเธเธฒเธฃเน€เธฃเธตเธขเธ™เธฃเธนเน‰


โดย: เธชเธฒเธงเธกเธตเธ™ IP: 125.24.108.175 วันที่: 17 สิงหาคม 2552 เวลา:20:27:01 น.  

 
.อยากเรียนถามในเรื่อง การศึกษาพฤาติกรรมบุคคลในองค์กรมีความสำคัญอย่างไรต่อหน้าที่การจัดการ posdc คะ..อาจารย์ให้ทำส่ง..เขียนเป็นบคความทางวิชาการ...

ขอบคุณมากนะคะ...ข้อความข้างบนอ่านแล้วชอบมากคะ..และได้ความรู้เพิ่มเยอะเลย


โดย: ฟ้า IP: 119.31.22.37 วันที่: 24 สิงหาคม 2552 เวลา:13:56:48 น.  

 
ขอบ คุณ สำ หรับ ข้อ มูล ต่าง ๆ มาก นะ ค่ะ

สามารถ ช่วย ได่ หลาย วิ ชา เลย

ขอบ คุณ จริง ๆ


โดย: หนูใหม่ IP: 10.5.50.15, 192.168.1.100, 124.120.18.19 วันที่: 24 สิงหาคม 2552 เวลา:21:25:00 น.  

 
พอดีหนูได้ทำรายงานเกี่ยวกับการจัดการนะคะ เรื่องการจัดการและองค์การตั้งห้าเล่ม ไม่รู้หนูจะไปหาที่ไหน ช่วยบอกหนูหน่อยนะคะ ขอบคุณมาล่วงหน้านะคะ


โดย: phetchrat2533@hotmail.com IP: 10.1.0.249, 58.147.101.199 วันที่: 8 ตุลาคม 2552 เวลา:10:57:59 น.  

 
สุดยอดมากเว็บนี้


โดย: คนโง่ IP: 112.142.225.51 วันที่: 13 พฤศจิกายน 2552 เวลา:3:01:54 น.  

 
ขอบคุณมากค่ะสำหรับข้อมูล เหมียวกำลังทำวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับการบริหารจัดการองค์กรให้ตรงกับการบริหารธุรกิจที่เรียน แต่หัวข้อที่เลือกมีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการด้านการศึกษามากกว่า เครียดเลยค่ะว่าจะปรับยังไง


โดย: เหมียวเหมียว IP: 124.121.9.148 วันที่: 30 พฤศจิกายน 2552 เวลา:16:02:05 น.  

 
ขอชื่อผู้เขียนบทความด้วยค่ะ


โดย: นู๋นา IP: 118.173.150.161 วันที่: 2 ธันวาคม 2552 เวลา:12:13:23 น.  

 
เป็นประโยชน์มาก ให้ความรู้ได้มากค่ะ

อยากทราบเพิ่มเติมค่ะ

โครงสร้างองค์กร และกลยุทธ์องค์กรสัมพันธ์กันอย่าไร



โดย: Note IP: 203.144.144.165 วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:17:54:37 น.  

 
อยากได้อ้างอิงค้าบ


โดย: j IP: 125.27.139.146 วันที่: 5 เมษายน 2553 เวลา:18:37:15 น.  

 
รบกวนถามเรื่อง การควบคุมการเปลี่ยนแปลง ของหลักการจัดการค่ะ


โดย: da IP: 118.173.234.181 วันที่: 26 เมษายน 2553 เวลา:20:21:42 น.  

 
ขอบคุณมากเลยค่ะ..ขอนำข้อมูลไปใช้และอ้างอิงด้วยนะคะ


โดย: ภัท IP: 58.147.95.253 วันที่: 30 เมษายน 2553 เวลา:16:05:44 น.  

 
ขอบคุณคะได้รับความรู้เพิ่มมากมาย


โดย: นิพา IP: 58.9.174.229 วันที่: 24 พฤษภาคม 2553 เวลา:20:05:39 น.  

 
ขอบคุณมากครับ อ่านแล้วมีความรู้ทางวิชาการมากเล่ยครับ


โดย: neto IP: 124.121.4.186 วันที่: 30 สิงหาคม 2553 เวลา:18:29:03 น.  

 
อยากรู้ชื่อคนแต่งหนังสือเล่มนี้ค่ะ จะอ้างอิงในวิทยานิพน


โดย: สุทิศา IP: 61.19.98.126 วันที่: 12 ตุลาคม 2553 เวลา:15:14:18 น.  

 
อะไรคือ comparative managementคะ


โดย: Nazilla IP: 61.7.146.37 วันที่: 24 มกราคม 2554 เวลา:0:42:56 น.  

 
Comparative Management มาจาก Compare หมายถึง การเปรียบเทียบ

เป็นการบริหารองค์กรชนิดเดียวกัน บริหารลักษณะเดียวกัน แต่แตกต่างทางด้านสภาพแวดล้อม หรือ องค์ประกอบ ส่วนใหญ่จะคุยถึง การบริหารสาขาข้ามชาติ อะไรทำนองนี้นะ


โดย: wbj วันที่: 24 มกราคม 2554 เวลา:10:15:29 น.  

 
ขอบคุนมากเลยนะค่ะ เปนประโยชน์ต่อการเรียนมาก ขออนุญาตินำไปให้อ้างอิงได้มั๊ยค่ะ อยากทราบว่าอยู่ในหนังสือเล่มไหนรึป่าวน่ะค่ะ จะได้ใส่เลขหน้า . . ขอบคุนค่ะ


โดย: jibby IP: 158.108.146.51 วันที่: 25 มกราคม 2554 เวลา:18:06:34 น.  

 
หนังสือเล่มไหนหรือ น่าจะมาจากหลายเล่มนะ พอดีช่วงที่เขียนไม่ได้ทำบรรณานุกรม เพราะไม่คิดว่าจะมีคนเอาไปอ้างอิง เขียนเพื่อให้คนทั่วไปอ่านมากกว่านะ


โดย: wbj วันที่: 25 มกราคม 2554 เวลา:18:42:10 น.  

 
อ๋อไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุนมากนะค้าาา ^.^


โดย: jibby IP: 158.108.146.51 วันที่: 26 มกราคม 2554 เวลา:11:00:33 น.  

 
อยากทราบชื่อและนานสกุลได้ไหมครับ
พอดีจะเอามาใส่ในบรรณานุกรม รายงานของผมอะครับ
ขอบคุณครับ


โดย: aof IP: 124.120.82.73 วันที่: 31 สิงหาคม 2554 เวลา:15:50:37 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
wbj
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 122 คน [?]





ถ้าจะสอบถามอะไร กรุณาติดต่อทางเมล์ที่ wbjoong@gmail.com หรือที่ Facebook



ผู้ชาย อารมณ์ดี เรียนรู้ชีวิตรอบด้าน
พูดตรงจนอาจจะไม่เข้าหูคน แต่ทั้งนี้ ก็เพื่อให้ได้คิด
รับฟังหากมีเหตุผล เพราะไม่เคยคิดว่าตัวเองจะถูกเสมอไป
จริงใจ และ จริงจัง

ทำสิ่งใดต้องทำให้ดีกว่าดีที่สุด
ไม่ได้ ไม่มี ไม่ดี ไม่ได้...
ต้องได้ ต้องดี ต้องมี ต้องง่าย

Wiboon Joong

Create Your Badge






free web page hit counter



<< Main Menu >>


<< บทความล่าสุด >>



ดวงถาวร


ดวงตามวันเกิด



ดวงตามปีเกิด






;b[^]pN 06' ไรินนื ่นนืเ "รินนื ๋นนืเ c:j06'




Friends' blogs
[Add wbj's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.