นักสู้ต้องมีวันชนะ
Group Blog
 
 
ธันวาคม 2559
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
16 ธันวาคม 2559
 
All Blogs
 
นิยาย...เป็นเพราะใจปรารถนา โดย...อัยย์ บทที่ 1





ทักทายก่อนอ่าน

นิยายแนวนี้ไม่เคยเขียนนะคะ เป็นแนวโรแมนซ์ มีเรตบ้าง อิอิ (แต่ก็คงความหวาน น่ารักอยู่นะ)

ลองดูค่ะ ทดลองเขียน

ถ้าอ่านแล้วคิดว่า ให้ผ่าน ให้เขียนต่อก็บอกด้วย แฟนช่วยเมนต์กันนี้ด แล้วจะได้อ่านบทที่ 2

ชื่อเรื่องนี่ก็ตั้งไปแบบนี้ก่อน ยังไม่ตกผลึก

ขอบคุณทุกคนนะคะ

อัยย์







ขณะขับรถอยู่บนทางด่วน ‘ธนาธร คุณธนธรรม’ อดมองพระจันทร์ดวงใหญ่ที่โผล่ขึ้นเหนือซอกตึกสูงๆกลุ่มนั้นไม่ได้ คืนนี้พระจันทร์สวยด้วยฉากเมือง แสงของมันจัดจ้าข่มแสงไฟสารพัดสีข้างล่างเสียอยู่หมัด

แต่...นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาชมดาวเดือนบนทางด่วนขณะท้องร้องโครกครากและขับรถด้วยความเร็ว130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เขากำลังบึ่งไปหาของกินที่ร้านที่ใกล้ที่สุดในทันทีที่รถลงถึงพื้นราบย่านสีลม ถ้าจำไม่ผิด แถวนั้นมีร้านฟาสต์ฟู้ดตั้งเรียงรายอยู่หลายร้าน แต่ละร้านก็ขายกันจนดึก หิวๆแบบนี้ชายหนุ่มคิดว่าไม่มีอะไรเร็วและดีไปกว่าซัดไก่ทอดสักสามชิ้นใหญ่ๆ

นึกแล้วก็ขำไม่ออก เมื่อครู่เขาหลบออกจากงานแต่งงานของลูกน้องพ่อเหมือนเชลยหนีค่าย เขาต้องพยายามทำตัวลีบเล็กที่สุดเพื่อไม่ให้เจ้าภาพเห็น จากนั้นค่อยๆลัดเลาะออกมาจนถึงลานจอดรถแล้วพามันเหาะออกจากที่นั่นอย่างรวดเร็วเงียบเชียบ

ตั้งแต่เย็นแล้วที่เขารีบไปนั่งเป็นประธานในงาน แต่จนเกือบสองทุ่มก็ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเพราะเจ้าภาพดันเลี้ยงโต๊ะจีนอย่างดี ซึ่งแม้เขาจะเป็น"ลูกป๊า" แต่ก็ใช้ตะเกียบไม่คล่องแคล่วเหมือนป๊า อาหารจีนกับเขาไม่เคยถูกกันสักที ยิ่งหรูเป็นอาหารฮ่องเต้เท่าใด เขาจะยิ่งผลักไสให้ห่างๆเพราะเกลียดความเลี่ยนของมัน

จะว่าไปเขาไม่มีอะไรเหมือนป๊าสักอย่าง เขาเป็นคนหนุ่มรักอิสระ สไตล์อเมริกันจ๋า แต่ป๊าของเขาเหมือน’พี่ใหญ่’ที่มาจากแผ่นดินใหญ่ ป๊าเป็นประมุขแบบในหนังมาเฟียฮ่องกง และเขาเองเป็นคุณชายที่ใคร ๆให้ความเคารพยำเกรงไม่ต่างจากป๊า เขาคือทายาทที่ป๊าคาดหวัง

ธราธรบอกตัวเองว่าเขาไม่ใช่มาเฟีย ยุคสมัยมันไม่ใช่แล้ว แต่ภารกิจต่างๆของตระกูล เขาในฐานะลูกชายคนเดียว จำเป็นต้องสานต่อ




จากในครัวด้านหลังของร้านฟาสต์ฟู้ดที่ขายไก่ทอดเป็นอาหารหลัก เด็กสาวในชุดเครื่องแบบพนักงานขมวดคิ้วมองชายหนุ่มผิวขาว รูปร่างสูงโปร่งที่กำลังยืนคล้ายๆจะต่อรองอะไรบางอย่างกับเพื่อนแคชเชียร์ของเธออยู่เป็นนานสองนาน ด้วยตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการร้าน เธอจึงรีบเดินมาที่คนทั้งคู่

" มีอะไรหรือมล"

'ชลนิจ ปาริสุจน์' ถามเพื่อนสาว ตามองไปที่ชายหนุ่มที่อยู่ในชุดสูทผ้าเนื้อดีอย่างนึกสงสัย นี่เขามาผิดร้านหรือเปล่า ท่าทางภูมิฐานเป็นคุณชาย หล่อราวเทพบุตรหนังเกาหลีแบบนี้ ทำไมเขาไม่ไปร้านหรูในโรงแรมใหญ่ที่อยู่ใกล้ๆกันนะ

" ก็เนี่ย..." มลวิภาตอบ " คุณคนนี้เขาจะใช้บัตร ฉันก็บอกไปแล้วว่า ร้านเราไม่ได้รับ เขาก็ไม่ยอม"

" ผมหิวจนจะหน้ามืดอยู่แล้ว " เขาบอกกับชลนิจ สายตามองผู้มาใหม่แบบกวาดไปทั่วอย่างรวดเร็ว "ขอไก่มาก่อนไม่ได้หรือ เดี๋ยวจะโทรศัพท์ให้เพื่อนเอาเงินมาให้"

ฟังจากน้ำเสียงและท่าทางเขาไม่ใช่พวกที่จะมาแกล้งป่วน แต่ชลนิจก็จัดให้ตามเขาขอไม่ได้ เพราะกฏก็คือกฏ

" ไม่ได้หรอกค่ะ ค่าอาหารไม่ถึงร้อย คุณไม่มีเงินเลยหรือคะ" ก็น่าแปลกใจไหมเล่า มองไปข้างนอก รถที่ขับอยู่ก็คันโตยังกับตึก

" ผมไม่เคยพกเงินสด”

“ ร้อยสองร้อยก็ไม่มีเหรอคะ”

เขาส่ายหน้า “ ผมเพิ่งกลับจากเมืองนอก ไม่ยักรู้ว่าร้านไก่ทอดที่นี่ไม่รับบัตรเครดิต "

" ยังหรอกค่ะ เรายังไม่เจริญถึงขั้นนั้น"

คราวนี้ธราธรสบตาเธอแน่นิ่ง นี่เธอว่ากระแทกเขาหรือว่ากระแทกประเทศนี้กันแน่ น้ำเสียงช่างเด็ดเดี่ยวเสียจริงๆ รูปร่างหน้าตาก็ดูสะสวยเกินกว่าจะมาอยู่หน้าเตา

แต่...ในยามหิวแบบนี้ ผู้หญิงสวยแค่ไหนก็คงไม่ต่างจากพระจันทร์สวยเมื่อสักครู่ คือเขายังไม่มีอารมณ์จะอ้อยอิ่งชื่นชม

" งั้น เอาไงดี"... นิ้วสองนิ้วของเขาเคาะที่เคาน์เตอร์เบาๆแบบกำลังขบคิด " เอางี้ คุณเอานาฬิกาผมไปไหม แลกกับไก่สามชิ้น"

ชลนิจตกตะลึงกับคำพูดเขา ผู้ชายคนนี้ช่างพูดเล่นหน้าตาย ฟังเหมือนกวนๆแต่ไม่น่าใช่ คนแต่งตัวดี ฐานะดีอย่างเขาจะมากวนคนทำงานในร้านไก่ทอดอย่างพวกเธอทำไม...ไม่มีทาง ถ้าเป็นพวกวินมอเตอร์ไซค์แถวนี้ก็ว่าไปอย่าง

คนคนนี้ถ้าไม่บ้าก็คงเมา ถึงจะรวยแค่ไหนก็เข้าข่ายสองอย่างนั้นได้แน่ๆ

เด็กสาวหันไปมองมลวิภา เพื่อนเธอทำหน้าเบะปากเล็กน้อยแล้วเดินผละไปด้านหลัง ปล่อยให้ผู้ช่วยผู้จัดการของร้านเผชิญหน้ากับเขาตามลำพัง เพราะลูกค้าคนอื่นๆในยามนี้ก็ไม่มีใครเลย

" ว่าไงครับ" เขาพูดพร้อมกับปลดนาฬิกาเรือนแพงระยับนั้นออกมาวางที่เคาน์เตอร์ " มันอาจจะแปลกเกินไปถ้าแลกกัน คุณคงว่าผมบ้าหรือไม่ก็เมา งั้นเอามันไปเป็นตัวประกันก่อนแล้วกัน แลกกับไก่สูตรต้นตำรับนะครับสามชิ้น น่อง สันหลัง สะโพก"

เธอยังใบ้กินอยู่พักใหญ่ มองนาฬิกาเรือนนั้นอย่างครุ่นคิดก่อนตัดสินใจ

" ตกลง ฉันจะซื้อให้คุณก่อน แล้วพรุ่งนี้อย่าลืมมาไถ่คืนนะคะ"

" ขอบคุณครับ ผมไม่ลืมแน่ ถ้าลืม คุณก็เอาไปได้เลย" พูดเสียงหนักแน่น

ชลนิจมองแววตาที่ดูใสซื่อบนใบหน้าเกลี้ยงเกลาขาวสะอาดนั้น แล้วเอื้อมไปเก็บนาฬิกาเรือนหรูของเขาใส่กระเป๋ากระโปรง โลกนี้มันก็มีอะไรพิลึกอย่างนี้เสมอ ถ้านาฬิกาเรือนนี้เป็นโรเล็กซ์เก๊ เธอก็จะถือว่าทำบุญด้วยไก่ทอด ถ้าเป็นของจริง เขามาไถ่คืน ถือว่าเสมอตัว

แต่ถ้า...มันเป็นของจริง และผ่านไปหลายวันหรือเป็นเดือนแล้วเขาไม่มาไถ่คืน ก็จะถือว่าเขาทำบุญกับเธอ เธอไม่ใช่นางชีผู้อารีที่ไหนหรอก ได้ของมีราคาแบบนี้มา ใครบ้างไม่ดีใจ เดี๋ยวเถอะ จะเอามันไปผันเป็นเงินมาใช้จ่าย ก็เธอน่ะเดือดร้อนเรื่องเงินน้อยเสียเมื่อไหร่

คิดแล้วเด็กสาวก็หันหลังไปหยิบไก่ทอดสามชิ้นใส่จานลงถาด นำส่งให้ตามที่ลูกค้าในชุดสูทต้องการ โดยไม่ลืมจัดเครื่องดื่มเย็นเจี๊ยบให้แก้วหนึ่งด้วย ซึ่งทุกท่วงท่าอิริยาบถของเด็กสาวก็ไม่หลุดพ้นสายตาคมกริบของธนาธร



...หลายนาทีผ่านไป...

เมื่อหนังท้องตึง หนังตาก็เบิกโพลง ธนาธรมองโลกนี้สวยงามน่าอยู่ขึ้นกว่าเดิม

กลับมาขึ้นมาบนรถ และด้วยความเคยชิน เขายกข้อมือขึ้นมาดูเวลา ใช่... ไม่มีเรือนเหล็กฝังเพชรเช่นเคย เขายกนาฬิกาเรือนนั้นให้เด็กคนนั้นไปแล้ว สงเคราะห์เธอไปเถอะ แม่สาวร้านไก่ทอดคนนั้นหน้าตาเธอสวยบาดจิต แม้ยามหิวใส้แทบขาด เขายังอุตส่าห์มองเห็นว่าเธอเป็นคนสวย ใบหน้าขาวใสมีเลือดฝาดสีชมพูของเธอเป็นรูปไข่ แต่ไม่ได้เรียวแหลมเหมือนพวกแม่มดอย่างสาวๆสมัยนี้ หากแต่มันมีมุมป้านและมีกรามเล็กๆที่ชวนมอง เธอรวบผมสีน้ำตาลเข้มไว้ต่ำๆโดยม้วนเป็นก้อนกลมเก็บไว้ในมุ่นโบสีดำ ผมทรงยายแก่กับใบหน้าที่อ่อนเยาว์ช่างดูงามคลาสสิกตรึงใจ

แล้วธราธรก็ยังเห็น...เรือนร่างที่อยู่ในชุดพนักงานเชยๆมีเอวเท่ามดตะนอย ส่วนเว้าส่วนโค้งที่ถูกชุดอำพรางอยู่นั้นมันไม่มิดหรอก มันทำให้ให้จินตนาการของผู้ชายทุกคนฟุ้งได้เลย

ชายหนุ่มตรองไม่ตก ทำไมนะ ทำไมเธอมาทำงานหน้าเตาอย่างนี้ เธอน่าจะไปเป็นพวกนางแบบ พวกดาวมหาวิทยาลัย หรือนางเอกหนังมากกว่า

อารมณ์แจ่มใสของธนาธรปะทุขึ้นพร้อมใจที่เตลิดเปิดเปิง ยังค่ำอยู่มาก เขาน่าจะไปต่อ นึกทบทวนว่าควรจะไปไหนดี ก็นึกได้ว่ามี 'ใครคนหนึ่ง' ของเขาอยู่คอนโดแถวสาทรนี่เอง ตอนนี้เธอคงยังอยู่ที่ห้อง และวันธรรมดาอย่างนี้ เธอคงจะไม่นึกจะออกไปแฮงค์เอาท์กับเพื่อนๆหรอกกระมัง ถึงจะช่างเที่ยวเตร่แค่ไหน เขาเชื่อว่าเธอก็มีวันที่"อยู่ห้องเป็น" เหมือนคนอื่นๆเช่นกัน

ตัดสินใจได้แล้ว ชายหนุ่มก็กดปุ่มสตาร์ทเครื่อง Lexus LS เคลื่อนออกไปยังจุดหมายทันที




“นึกยังไงแวะมาคะธร ทำไมไม่บอกแพรก่อน”

หญิงสาวคนพูดอยู่ในชุดแสคสายเดี่ยวเปลือยหลัง แต่งหน้า และฉีดน้ำหอมฟุ้ง เหมือนกำลังจะออกไปข้างนอก

เขาเลิกคิ้ว " หืม...ต้องบอกก่อน ?"

“ ก็ใช่สิคะ แพรว่าจะไปแจมกับพวกแอนนี่ แถวทองหล่อ วันเกิดบาสน่ะ บาสพี่ชายอลิซไง ”

เขาเข้าใจผิดถนัด ที่แท้ไม่มีสักวันที่เธอ 'อยู่ห้องเป็น' ต่างหาก และชื่อที่เธอพูดมานั้น เขาไม่รู้จักสักคน...หรืออาจจะเคยเจอบ้างตอนที่แพรไหมขอ 'ควง' เขาไปอวดเพื่อน แต่นั่นก็ไม่ใช่สาระ เขาไม่คิดคบค้ากับพวกนั้นอยู่แล้ว แพรไหมก็ใช่ 'แฟน' คนเดียวของเขาเสียเมื่อไร หรือกระทั่งเขาก็เถอะ เขาอาจจะเป็น 'คนเดียว' หรือ 'แค่คนหนึ่ง' ของเธอก็หารู้ไม่ มันก็แฟร์ดีที่เขากับเธอไม่ได้คาดหวังอะไรไปมากกว่าการแก้เหงาซึ่งกันและกัน

แพรไหม มองชายหนุ่มทายาทตระกูลดังผู้มีอิทธิพลระดับต้นๆของประเทศนี้กับชุดสูทหรูเนี้ยบของเขาอย่างชื่นชม เขาเป็นคนที่ทำให้เธอภาคภูมิใจเสมอในยามที่ได้ควงแขนแนะนำใครต่อใครให้อ้าปากค้างว่า “นี่พี่ธนาธร คุณธนธรรม ค่ะ ”

แม้ความสัมพันธ์ของเขากับเธออยู่ในข้อตกลงที่ว่า" เราไม่ผูกมัด" "เราไม่มีพันธะ" แต่ลึก ๆ ในใจแพรไหม ผู้ชายที่ดีพร้อมทุกอย่างแบบนี้ เธอก็อยากใช้นามสกุลเขามากกว่าหนุ่มคนอื่น

เธอรักเขากว่าทุกคนนั่นแหละ คิดเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้เลย

ธนาธรเข้าไปตระคองกอดจากด้านหลัง ลูบผิวเนียนที่ไหล่และแขน สูดกลิ่นน้ำหอมจากหลังหูและเรือนผม

“นัดเขาไว้กี่โมง” กระซิบถามเสียงพร่าด้วยอารมณ์ที่มาเป็นระลอก

“ไปกี่โมงก็ได้ งานเขาก็เริ่มกันไปก่อนเรื่อยๆ” แพรไหมรู้แล้วว่าผู้มาเยือนต้องการอะไร “ไปอาบน้ำก่อนสิคะธร ”

“งั้นก็อาบด้วยกัน” ว่าพลางนิ้วของเขาก็รั้งสายเดี่ยวที่รั้งบนไหล่ ค่อยๆปลดมันออก ดึงตัวหญิงสาวเข้าใกล้จนแนบกาย กลิ่นน้ำหอมราคาแพงกระจายเข้าจมูก ธนาธรไม่ค่อยชอบกลิ่นสังเคราะห์แบบนี้เท่าไรนัก แต่มันก็ไม่ถึงกับอุปสรรคในยามนี้

เขารูดซิปชุดแสคสีดำนั้นจากด้านหลัง เกี่ยวนิ้วลงไปที่ตะขอเสื้อชั้นในไร้สายสีเดียวกันปลดตะขอปล่อยให้สิ่งที่ถูกกักขังไว้ทะลักล้นออกมา ก่อนที่ปากซุกซนจะงับที่หูหญิงสาว ส่งให้เธอซ่านระทวยจนแทบทรุดลงกับพื้น

“อย่าแกล้งกันแบบนี้สิ ธรขา...”

เสียงหญิงสาวกระเส่าราวเพ้อ เป็นเสียงคุ้นอยู่บ่อย แต่ยังรู้สึกดีที่ได้ยินทุกครั้ง ปากของเขาจึงไล่เรี่ยพวงแก้มมาถึงปากของเธอแล้วกดประทับ เขาทำทีเป็นนิ่งอยู่อย่างนั้น จนหญิงสาวทนไม่ไหวต้องเป็นฝ่ายชำแรกลิ้นเข้ามารุกรานเสียเอง ธนาธรจึงเร่งโต้ตอบพัลวัน

ตอนนี้ชุดแสคสีดำของแพรไหมร่วงลงไปกรอมกับพื้นห้องเสียแล้ว เธอเหลือเพียงชั้นในสีดำลายลูกไม้ตัวจิ๋วที่แทบปิดของสงวนไม่มิด เสื้อสูทของชายหนุ่มกระเด็นไปทางหนึ่ง ตามด้วยเสื้อเชิ้ตและกางเกง ร่างทั้งสองเหลือเพียงผ้าชิ้นน้อยคนละชิ้นที่ มือของเขาลูบไล้ไปตามผิวเนียน ก่อนมาหยุดที่บัวตูมงาม นิ้วเรียวนุ่มซุกซนนั้นฟอนเฟ้นพลอยเม็ดเล็กที่อยู่บนยอด แพรไหมได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นเร็วแรง ไปพร้อมๆกับเนื้อตัวที่อุ่นจนร้อนและด้านล่างเกิดความฉ่ำชื้นตามธรรมชาติ

“อาบน้ำ...”

หญิงสาวยังทวงด้วยเสียงกระเส่า แต่ทั้งคู่ก็รู้ว่าประโยคนั้นไร้ความหมายไปเสียแล้ว ธนาธรประคองเธอลงบนโซฟานุ่มหนา ร่างประกบร่าง แม้จะยังเหลือผ้าบางๆกั้นอยู่ทั้งคู่ แต่ความปรารถนาของทั้งสองก็ยังสัมผัสกันได้พอที่เขาจะรับรู้ถึงความอุ่นชื้น แพรไหมรับรู้ได้ถึงกับความแข็งขืนที่เหมือนจะดิ้นรนให้หลุดพ้นจากกางเกงของเขา มือของเธอจึงลูบเลื่อนจากหลัง ลงไปที่สะโพก แล้วเกี่ยวเลื่อนอาภรณ์ชิ้นสุดท้ายของชายหนุ่มให้เคลื่อนผ่านลงไป ปลดปล่อยเจ้าสิ่งนั้นของเขาให้ได้เสียดสีกับเนื้อผ้าบางเบาของชุดชั้นในราคาแพงของเธอแบบเต็มๆ

มือข้างซ้ายของชายหนุ่มยังคงซุกซนรุกไล่อยู่ที่ยอดปทุมสีชมพู แต่มือขวาเคลื่อนต่ำ ผ่านหน้าท้องที่เรียบเนียน ลงมาถึงขอบผ้าชิ้นน้อยที่ไม่อาจขวางกั้นนิ้วอันเรียวยาวที่บรรจุไฟหื่นของเขา และนิ้วนั้นก็ไต่ลงสำรวจผ่านแนวทุ่งหญ้ากฤษณาลงไปสู่สระไร้ก้นอันฉ่ำชื้น เล่นเอาหญิงสาวร้อง "โอ๊ะ! " เธอสะดุ้งพรวดขึ้นกอด จูบประทับรอยที่ไหล่ พลางรู้สึกว่าสิ่งป้องกันด่านสุดท้ายของเธอถูกรูดเลื่อนลงไปแล้วเช่นกัน

แพรไหมรู้สึกเหมือนอยู่บนเรือที่ล่องอยู่ในทะเลท่ามกลางพายุร้าย เดี๋ยวก็วูบลงต่ำ เดี๋ยวก็กระแทกขึ้นสูง การส่งแรงของเขานิ่มนวลจนเธอต้องขยับเข้ารับด้วยจังหวะใกล้กัน ก่อนที่มันจะค่อยๆเปลี่ยนจังหวะไปด้วยความลิงโลดและรุนแรง เสียงครวญแห่งความสุขดังสลับกันเป็นระยะ เขาและเธอล่องลอยไปในโลกแห่งความฝันและความสุขจนกระทั่งถึงฝั่งหมายใกล้กัน

ธนาธรปล่อยสายน้ำอุณหภูมิอุ่นพอดีๆ เข้าสัมผัสร่างที่หนับเหนียวไปด้วยเหงื่อ และแล้ว...มันมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร แวบหนึ่งในห้วงเวลาอันสุขสม บ้าชะมัด ภาพของเด็กสาวเอวกลมกลึงที่ร้านเมื่อครู่ กลับแทรกแซงเข้ามาในห้วงจินตนาการ เป็นเธอนั่นเองที่ปลุกเร้าแรงปรารถนาในตัวเขาจนขับเคลื่อนตัวมาถึงที่นี่

มันอาจจะใจร้ายกับคู่ร่วมเดินทางสู่ฝั่งของเขาเกินไปที่แอบนึกถึงสาวอื่น นึกแปลกใจ เขาเองไม่เคยเป็นเช่นนี้ แต่ความสุขสัมผัสอันได้จากร่างกายเธอก็เป็นสิ่งที่ติดตรึง และทำให้เขาไม่อาจที่จะแยกขาดจากเธอไปได้สักที

ชายหนุ่มเข้าห้องอาบน้ำชำระร่างกาย ส่วนแพรไหมจัดการตัวเองเสร็จเรียบร้อยแล้วก่อนหน้าเขา ซึ่งแม้ในตอนแรกตั้งใจจะมาอาบน้ำด้วยกัน แต่เมื่อผ่านการโรมรันจนสุดสิ้นแรงกำลังและอารมณ์กันแล้ว ต่างก็เปลี่ยนใจ ไม่รบกวนห้วงเวลาส่วนตัวซึ่งกันและกัน

เมื่อธนาธรนุ่งผ้าเช็ดตัวออกมาจากห้องน้ำ ก็พบว่าหญิงสาวสวมชุดนอนสายเดี่ยวสีขาว นั่งเป่าผมอยู่บนเตียง

“อ้าว ไม่ไปปาร์ตี้วันเกิดอะไรนั่นแล้วเหรอ”

“ม่ายล่ะค่ะ แฟนอุตส่าห์มาหา คืนนี้นอนเร็วหน่อยดีกว่า”

“แต่ผมไม่ค้างหรอกนะ " คำพูดเขาทำเธอชะงัก แต่ธนาธรก็จำต้องพูดต่อ " ไม่ได้บอกที่บ้านไว้ ขอโทษที เป็นคราวหน้าก็แล้วกัน ”

“แหม ธรนี่ยังกะเด็กๆ "เธอพูดพลางย่นจมูกน่ารัก " ต้องขออนุญาตที่บ้านก่อน หนุ่มนักเรียนนอก ผ่านอะไรมาร้อยแปด จะมานอนบ้านสาวนี่ ต้องให้คุณแม่อนุญาตเหรอจ๊ะ” ทำเสียงล้อ โดยไม่รู้ว่าคำพูดนั้นเหมือนทุบลงไปบนต่อมอะไรสักอย่างของชายหนุ่ม

“พี่สาวน่ะ” เขาตอบเรียบๆ

ไม่อยากอธิบาย และไม่จำเป็นต้องอธิบาย ว่าทำไมเขาจะต้องอยู่ในสายตาและการกำกับควบคุมของพี่สาวต่างมารดา เพราะบทบาทที่เขาได้รับนั้นเป็นความลับสุดยอด และด้วยบทบาทเช่นนั้น ทำให้การไปค้างอ้างแรมที่ไหนนั้นเป็นเรื่องใหญ่สำหรับ "เครือข่าย' มากทีเดียว

ความรู้สึกบอกแพรไหมว่าเธอคงพูดอะไรผิดไป หญิงสาวจึงนิ่งเสีย ปล่อยให้ชายหนุ่มจูบหน้าผากอำลาและออกจากห้องไปแบบง่ายๆเหมือนที่เขามา เธอน่าจะคุ้นแล้วนี่นะกับสิ่งนี้ ทำไมยังรู้สึกแปลบๆนิดหน่อย

เหลือบดูนาฬิกา ราตรีนี้ยังไปไม่ถึงไหน ป่านนี้ปาร์ตี้อาจยังไม่ถึงครึ่งทาง แพรไหมเปลี่ยนใจอีกครั้ง รสรักเมื่อครู่มันเร็วและถูกใจ แต่ถ้าถามว่าอิ่มไหม ก็ยังไม่ค่อยอิ่ม เธอคิดถึงบาส เจ้าของวันเกิด เขาเคยพูดเหมือนหมาหยอกไก่ในหลายวันก่อนเมื่อเธอถามว่า ปีนี้อยากได้รับอะไรเป็นของขวัญวันเกิด เขาบอกว่า " อยากได้ตัวแพรมั้ง" แล้วเขาก็หัวเราะฮ่าๆกลบเกลื่อน แต่มีหรือที่คนอย่างเธอจะไม่รู้ คนรูปหล่อเจ้าชู้พูดจาแบบนั้น มีหรือที่จะพูดเล่น

บางทีบาสอาจช่วยเติมเต็มให้ราตรีนี้สมบูรณ์แบบขึ้น แล้วไหมแพรก็ถอดชุดนอน เปลี่ยนเป็นชุดเดิมที่ตั้งใจว่าจะไปงานปาร์ตี้ทันที




สองวันมาแล้วที่ชลนิจรู้ตัวว่าทำงานอย่างไม่มีสมาธิ สาเหตุไม่มีอะไรมากไปกว่าเจ้านาฬิกาเรือนแพงที่สงบนิ่งอยู่ในกระเป๋าสะพายของเธอนั่นเอง เจ้าสิ่งนี้มันทำให้รู้สึกกังวลและกระวนกระวายใจอยู่ตลอดเวลา ทุกครั้งที่ลูกค้าเข้ามาในร้าน เธอก็ต้องคอยสอดส่ายสายตาดูว่าเป็นเจ้าของนาฬิกาหรือเปล่า แล้วก็ต้องผิดหวังทุกครั้ง

ถ้าเขามาก็ดี เธอจะได้คืนมันเสียที เจ้าสิ่งนี้เหมือนเป็นเผือกร้อน นึกไม่ออกว่าจะจัดการกับมันอย่างไร เมื่อเช้านี้ตอนหยิบมันขึ้นมาดู พี่ชายตัวดีของเธอเห็นเข้าก็ตาลุกโพลง จากนั้นมหกรรมคาดคั้นก็เริ่มขึ้น เขาเข้ามายื้อแย่ง จนเธอต้องบอก

" ไม่ได้หรอกพี่ นี่มันของลูกค้าที่เป็นตำรวจนะ เขาล้างมือที่อ่าง ถอดวางไว้แล้วลืม เดี๋ยววันนี้ต้องเอาไปคืน"

นั่นแหละพี่ชายเธอถึงรามือ แต่ไม่วายบอกเสียงเข้ม

" ถ้ามันไม่มาเอากลับวันนี้ ขอพี่นะ เราเอาไปขายดีกว่า จะได้เอาเงินมาใช้จ่าย"

"แต่..."

" เออน่ะ จนกรอบขนาดนี้แล้ว แกอย่าทำตัวเป็นคนดีอยู่เลย พี่คลื่นไส้ว่ะ"


นึกถึง 'พี่อิฐ' พี่ชายคนเดียวที่อยู่ด้วยกันแล้ว ชลนิจก็รู้สึกกลัดกลุ้มขึ้นมาอีก ภาพพี่ชายแสนดีในอดีตที่เขาให้เธอขี่คอกลางทุ่งดอกไม้ตอนพ่อแม่พาไปเที่ยว ได้หายไปพร้อมกับกาลเวลาที่ล่วงเลย พอเขาเข้ารับราชการ เขากลายเป็นอีกคน เขาติดการพนันทุกชนิด และเท่าที่รู้ก็เป็นหนี้บ่อนดังๆอยู่หลายแสน

กริยาท่าทาง การพูดการจาของพี่ชายอยู่ในข่ายสุนัขไม่รับประทาน ก็ไม่รู้เวรกรรมอะไรที่ทำให้เธอต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ มีพี่ที่เป็นผีพนัน ชีวิตเธอเหมือนตกนรกทั้งเป็น เงินเดือนที่ได้มา พี่ก็ขอไปผลาญจนแทบไม่เหลือ เดือนนี้จะซื้อเสื้อผ้าใหม่สักชุดก็ยังไม่ได้

แล้วนี่จะทำอย่างไรดี เธอไม่น่าสะเพร่าให้พี่เห็นนาฬิกาเรือนนี้เลย ถ้าเจ้าของไม่มารับจริงๆ เธอจะเอาไปขาย แล้วแอบเอาเงินที่ได้ไปฝากธนาคาร...ก็ไม่ได้อีก สมุดบัญชีทั้งหลังของเธอ พี่อิฐเก็บไว้หมด เธอไม่เหลืออะไรที่เป็นส่วนตัวเลยแม้แต่นิด

เด็กสาวทอดถอนใจแล้วก็ต้องโปรยยิ้มให้ลูกค้าที่เข้ามาในร้าน เธอทำงานต่อด้วยความทุกข์ตรม นึกโกรธตัวเองที่ปากหนัก ไม่ขอเบอร์โทรศัพท์ของผู้ชายคนนั้นไว้ ถ้าเธอจะไปขายหรือจำนำนาฬิกาเรือนนี้ก็กลัวเขาจะโผล่มาทวงเข้าจริงๆ ถึงตอนนั้นจะเอาอะไรไปให้เขา เพราะ 'อะไรที่เป็นเงิน' สำหรับเธอผู้มีพี่ชายเป็นตัวร้าย มันแปลว่า 'อะไรที่เป็นอากาศธาตุในไม่ช้า'

ดึกโข ...ชลนิจถึงได้เวลาเลิกงาน เธอยังนึกไม่ออกว่า จะทำอย่างไรกับนาฬิกาเจ้าปัญหาที่เธอได้แต่ภาวนาให้เจ้าของมาเอาเสียที แล้วคืนค่าไก่ทอดให้เธอ เธอขอแค่นั้น

เดินไปที่ป้ายรถเมล์ รออยู่นาน ก็ไม่มีรถเมล์ผ่านมาสักคัน มีแต่เสียงครืนๆจากท้องฟ้า ทำให้เด็กสาวรู้สึกหวาดหวั่น ฝนอย่าเพิ่งตกเลย ขอให้เธอได้กลับถึงบ้านก่อนเถอะ

...................................................................................................




Create Date : 16 ธันวาคม 2559
Last Update : 17 ธันวาคม 2559 16:30:08 น. 6 comments
Counter : 1495 Pageviews.

 
เช็คชื่อก่อนอ่าน เด็กดื้อ มาค่ะ อิอิอิ


โดย: เด็กดื้อ IP: 171.6.23.155 วันที่: 16 ธันวาคม 2559 เวลา:20:05:15 น.  

 
อ่านจบแล้ว มีความอยากรู้เรื่องต่อ

ก่อนฝนจะตก หนูชลนิจจะได้เจอกับเจ้าของนาฬิกาไหมหนอ?

ในส่วนของพี่ธนน้านนนน ความหื่นระดับ 10 ค่ะ อิอิอิ

แม้ว่านิยายเรื่องนี้จะเป็นแนวที่พี่อัยย์บอกว่าไม่ถนัด และไม่ใช่แนว

แต่สำหรับหนู พี่อัยย์ก็ยังคงเป็นพี่อัยย์นะคะ ภาษาของพี่อัยย์ บทบรรยายต่างๆยังคงความเป็นพี่อัยย์เสมอ มันเป็นเสน่ห์ที่หนูรัก

ส่วนบทเลิฟซีนของพี่อัยย์ หนูว่ามันก็โอเคนะ มันดูเป็นอารมณ์มนุษย์ เคยอ่านของคนอื่น ยิ่งกว่านี้เยอะ

สรุปง่ายๆ หนูชอบ เขียนต่อนะคะ จะรอต่อไป


โดย: เด็กดื้อ IP: 171.6.23.155 วันที่: 16 ธันวาคม 2559 เวลา:20:37:15 น.  

 
ขอบคุณมากน้าเด็กดื้อ

มาประเดิมให้พี่อัยย์ ลองแคสติ้งในใจพลางๆนะ ใครควรเป็นธร

ส่วนเลิฟซีน
กับตัวรอง คุณชายเธอก็ทำๆไปงั้นแหละ ไม่ต้องไรมาก
เอาไว้กะนางเอก ค่อยเพิ่มดีกรี 555




โดย: นักล่าน้ำตก วันที่: 16 ธันวาคม 2559 เวลา:20:44:03 น.  

 
มาแว้วววว โหยยยย บอกอบรรยายภาพนางเอกทีไรใจมันเต้นตูมตามอยากเป็นพระเอกเองทู้กที ถ้าเป็นพระเอกในท้องเรื่องจริงเจอสวยงามผู้รับฝากนากาแบบนี้ก็คงแจ่นไประบายกะแพรไหมเหมือนกันแหละ โอ นี่มันเหมือนชีวิตเราชัดชัด โฮะโฮะ


โดย: น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา วันที่: 17 ธันวาคม 2559 เวลา:9:24:16 น.  

 
ไม่รู้เหรอ ก็ถอดแบบมาจากชีวิตจริง น้ำฟ้าป่าเขา เป๊ะเลยแหละ
555
เรื่องหื่นนะ เรื่องอื่นไม่ค่อยคล้าย


โดย: นักล่าน้ำตก วันที่: 17 ธันวาคม 2559 เวลา:15:02:39 น.  

 
แวะมาทายทัก คิดถึงจริงๆ ปักหมุดรอค่ะ สไตส์คุณอัยย์ยังไงก็อ่านจ้า


โดย: yapapaya IP: 118.173.133.228 วันที่: 23 มกราคม 2560 เวลา:9:28:56 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

นักล่าน้ำตก
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [?]




เป็นนักธรรมชาตินิยม

และ...เจตนารมณ์ยังคงเหมือนเดิม



( มี คนกำลังแวะเข้ามา )
New Comments
Friends' blogs
[Add นักล่าน้ำตก's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.