"ยินดีต้อนรับสู่ บล็อกของคนใฝ่รู้ สำหรับผู้ใส่ใจใฝ่รู้ค่ะ" มีหลายหัวข้อเรื่องให้คุณอ่าน .. ขอบคุณที่มาเยี่ยมบล็อกค่ะ .. ขอจงมีแต่ความสุขกายสบายใจตลอดไปนะคะ
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2558
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
1 พฤศจิกายน 2558
 
All Blogs
 
ข้ามสมุทร" รอนแรมไปในจินตนาการและประวัติศาสตร์ กับ วิษณุ เครืองาม

โดย พิมพ์ชนก พุกสุข, วจนา วรรลยางกูร












 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

"ข้ามสมุทร" นวนิยายเล่มล่าสุดจากปลายปากกาของเขา มีจำนวนหน้าถึง 925 หน้า

925 หน้า ที่การันตีได้ว่า ไม่มีสักประโยคใดและบรรทัดใดที่ไม่น่าติดตาม ชีวิตของเด็กหนุ่มนักเรียนนอก ใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศสและต้องจับพลัดจับผลูหลุดไปอยู่ในยุคอยุธยา อันห่างไกลจากช่วงเวลาปัจจุบันกว่า 300 ปี

มากกว่านั้น ยังต้องรอนแรมนั่งเรือข้ามมหาสมุทรมายังดินแดนน้ำหอมในการปกครองของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14

เหนืออื่นใด นี่เป็นผลงานที่พิสูจน์ถึงฝีมือด้านงานประพันธ์อันยอดเยี่ยมของ "วิษณุ เครืองาม"

กับชื่อนี้ หลายคนรู้จักเขาในฐานะรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย หัวหน้าคณะร่างรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และที่ปรึกษาคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

ตลอดจนเป็นอาจารย์ด้านกฎหมาย-ซึ่งพ้นไปจากความเชี่ยวชาญเหล่านี้แล้ว ผลงานนอกเหนือจากตำราและงานวิจัยทางวิชาการอย่าง ครัว ครม., โลกนี้คือละคร, หลังม่านการเมือง ฯลฯ ย่อมยืนยันและบ่งชี้ถึงความสามารถด้านงานเขียนของเขาอย่างดี

เกิดเมื่อวันที่ 15 กันยายน พ.ศ.2494 ที่อำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา จบการศึกษาระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาปีที่ 3 จากโรงเรียนกอบกาญจน์ศึกษา และโรงเรียนแสงทองวิทยา หาดใหญ่ ก่อนจะต่อในระดับมัธยมปลายที่โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย กรุงเทพมหานคร

ในระดับปริญญาตรี วิษณุเข้าศึกษาที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คว้าเกียรตินิยมดีมาก เหรียญทองพระราชทาน และสำเร็จการศึกษาเป็นเนติบัณฑิตไทย จากสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา

จากนั้นจึงเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาโทที่ Master of Laws (LL.M.) และปริญญาเอก Doctor of the Science of Law (J.S.D.) จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ สหรัฐอเมริกา ด้วยทุนรัฐบาล

ทว่า ใน "ข้ามสมุทร" พ้นไปจากการที่ตัวละครเอกเรียนคณะนิติศาสตร์แล้ว ก็แทบไม่มีเนื้อหาอื่นใดที่โยงใยเข้ากับความเชี่ยวชาญส่วนตัวในข้อนี้ของผู้เขียน กลับกันคือมุ่งเน้นไปทางประวัติศาสตร์ซึ่งวิษณุสนอกสนใจมากเป็นพิเศษอยู่ก่อนแล้ว

นวนิยายเรื่องนี้จึงเป็นการเขียนอิงเรื่องราวในอดีตที่เกี่ยวพันอย่างแนบแน่นเป็นเนื้อเดียวกับตัวละคร ซึ่งไหลเรื่อยไปตามกระแสธารแห่งกาลเวลา ทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคต

ก่อนเปิดหน้าหนังสือ ในบรรทัดถัดจากนี้จึงเป็นการชี้ชวนไปทำความรู้จักกับผู้เขียน

ในมิติที่พ้นไปจากเรื่องการเมืองและกฎหมาย

- ทำไมเลือกเขียนเรื่องที่ตัวเอกย้อนอดีตกลับไปกลับมาได้?

เริ่มต้นเกิดจากความเกรงว่าถ้าไม่ย้อนอดีตไปมาก็ต้องเล่าเรื่องอดีต ซึ่งในที่สุดมันจะอ่านเป็นประวัติศาสตร์ แล้วเวลาเราแทรกตัวละครเข้าไปโดยไม่มีการย้อน มันก็จะเป็นคนที่มีชีวิตอยู่เมื่อ 300 ปีที่แล้วซึ่งอาจอ่านไม่สนุก น่าเบื่อ

เพราะมีความรู้สึกเหมือนอ่านเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อ 300 ปีก่อน ครั้นจะเขียนเรื่องที่เกิดขึ้นปัจจุบัน มันก็ได้ความเป็นปัจจุบัน ซึ่งเคยคิดเหมือนกันว่าเขียนได้ ให้คน 2-3 คนมานั่งเล่าเรื่องในอดีต แต่ในที่สุดก็เหมือนฟังเขาเอามาเล่า

ผมต้องการผสมผสานภาพจากอดีตเพื่อให้ได้ภาพประวัติศาสตร์กับภาพปัจจุบัน เพื่อให้ได้มีการเปรียบเทียบอดีตกับปัจจุบันเพื่อมองไปสู่อนาคต จึงเอาคนปัจจุบันไปใส่อดีต โดยอยู่กับคนในอดีตเกิดแล้วก็ตายไปในอดีตจึงต้องย้อนไปมา

- ข้อมูลด้านประวัติศาสตร์ละเอียดและแน่นมาก ค้นคว้าอย่างไร?

ข้อมูล 70 เปอร์เซ็นต์เป็นข้อมูลที่ผมเคยอ่านเคยรู้ก่อนแล้ว ตอนที่ยังไม่เคยนึกเลยว่าจะต้องเขียนหนังสือ ผมชอบประวัติศาสตร์และชอบอ่านหนังสือประวัติศาสตร์ ช่วงนั้นมีหนังสือดีๆ ออกมาหลายเล่ม เช่น พงศาวดารในอดีต หรือผมไปเมืองนอกก็ได้อ่านหนังสือที่ฝรั่งบาทหลวงเข้ามาในประเทศไทยสมัยโน้นได้เขียนไว้

หนังสือของมติชนดีๆ ก็มีหลายเล่ม ผมก็อ่านเก็บไว้โดยไม่ได้คิดว่าจะเอาไปใช้อะไร ตั้งใจจะเอาไปใช้เล่าหรือประกอบการสอนกฎหมาย รัฐศาสตร์ การเมือง ซึ่งพอแทรกเรื่องเหล่านี้บางทีก็สนุกดี

คือข้อมูล 70 เปอร์เซ็นต์นี่เรามีอยู่แล้ว นึกว่าจะเอาข้อมูลมาเขียนเล่าเป็นเรื่องเป็นราว แต่นั่นคือการเขียนประวัติศาสตร์ ตอนหลังมานึกในใจว่า เราไม่ใช่นักประวัติศาสตร์ ถ้าเขียนอย่างนั้นคือจำขี้ปากเขามาเล่าต่อ

ตอนเขียนผมแทบไม่ต้องค้นคว้าข้อมูลอะไรใหม่เลย มันจำได้อยู่แล้ว หรือถ้าผิดพลาดนิดหน่อยก็กลับไปเช็กวันเดือนปีเท่านั้น อย่างอื่นจำได้

- นานไหมกว่าจะได้ตีพิมพ์?

ผมเขียนเสร็จแล้วก็ทิ้งไว้ เขียนอยู่หนึ่งปี ไม่ได้คิดพิมพ์เพราะนึกไม่ออกว่าจะพิมพ์ได้โดยวิธีใด เพราะมันหนา และอีกข้อหนึ่งคือมันมีเรื่องอื่นต้องทำ เลยไม่ได้คิด ระหว่างนั้นผมก็เขียนเล่มเล็กๆ เป็นคอลัมนิสต์หนังสือพิมพ์

มันก็มีวิธีเขียนเรื่องอื่นระบายอารมณ์ เกือบจะลืมเล่มนี้แล้วด้วยซ้ำ จนวันหนึ่งคุณขวัญชัย วศวงศ์ อดีตอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ท่านเคยมาอ่านบางหน้า ก็บอกว่าไปพิมพ์สิ ก็มากระตุ้นเตือนผม ผมก็นึกขึ้นได้ พอจะพิมพ์ก็นึกถึงมติชนก่อนเพื่อน และเมื่อตอนรู้แน่ว่าจะได้พิมพ์ ก็ต้องกลับไปอ่านใหม่เพราะเขียนทิ้งไว้หลายปี 7-8 ปีได้

แต่ไม่นึกจริงๆ ว่าจะหนาขนาดนี้ (ยิ้ม) คือผมบอกตั้งแต่สมัยเป็นต้นฉบับแล้วว่ามันหนา แล้วเขาก็บอกว่าไม่เป็นไร

- เลือกฉากหลังเป็นฝรั่งเศส?

เมื่อตั้งใจจะเขียนเรื่องพระนารายณ์ เรื่องโกษาปาน คือเขาไปฝรั่งเศส จึงต้องเขียนฝรั่งเศส โกษาปานเป็นราชทูตไทยคนแรกที่เชิญพระราชสาส์นไปถวายพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ที่พระราชวังแวร์ซาย จนพระเจ้าหลุยส์ประทับใจ ท่านรับทูตมาไม่รู้กี่ประเทศ

แต่นี่เป็นประเทศเดียวที่ให้วาดรูปใหญ่ติดเอาไว้ที่พระราชวังแวร์ซาย ตอนนี้รู้สึกเขาจะถอดไปไว้ที่พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ผมเคยไปดู เป็นรูปราชทูตไทยสวมหมวกเหมือนพระยาแรกนา คนฝรั่งเศสก็แวดล้อมมองดู แล้วโกษาปานก็คลานเข้าไปจนถึงบันได ที่พระเจ้าหลุยส์นั่งอยู่แล้วถึงไปถวายพระราชสาส์น

พระเจ้าหลุยส์ประทับใจมาก เพราะเวลาราชทูตประเทศอื่นมา เขาก็มาแบบฝรั่ง คือคำนับแล้วยกพระราชสาส์นส่ง พระเจ้าหลุยส์รับก็จบ อันนี้คลานเข้ามา เสร็จแล้วก็คลานออกไปอีก ผู้คนแตกตื่นตกใจ

นอกจากให้วาดรูปแล้ว พระเจ้าหลุยส์ยังให้ทำเหรียญซึ่งสำคัญเพราะมันจะมาเกี่ยวกับในนิยาย เหรียญสมัยพระเจ้าหลุยส์เลยเป็นรูปคณะทูตคลานเข้าไปถวายพระราชสาส์น

ผมประทับใจเพราะเคยเห็นเหรียญนั้น เคยเห็นรูปนั้น เคยเห็นพระราชวังแวร์ซาย เห็นรูปพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ไม่เคยเห็นรูปโกษาปานในเมืองไทยเลย คนไทยลืมไปหมด ไมมีใครสนใจ เลยคิดว่าเอาเรื่องนี้มาเล่าดีกว่า จึงต้องเป็นฝรั่งเศส

แล้วเหรียญนี่มีความสำคัญเพราะพระเอกในชาติปัจจุบัน ซึ่งเป็นนักเรียนกฎหมาย หารายได้พิเศษโดยการวาดรูปในช่วงที่เศรษฐกิจฟองสบู่แตกและไม่มีสตางค์ มีคนเอารูปเก่ามาให้เขาช่วยวาดคัดลอกให้ใหม่

และได้เจอเหรียญนี้ซึ่งมีรูปอยู่แต่ไม่รู้ว่ารูปอะไรอยู่หลังรูป ทีนี้เมื่อพระเอกได้เหรียญซึ่งทำขึ้นเมื่อ 300 ปีก่อน บวกกับรูปภาพซึ่งวาดเมื่อ 300 ปีก่อน ก็เลยเดินเข้ารูปกลับไปสู่อดีต และอีก 330 ปีต่อมาก็ได้มานั่งวาดรูปนี้ คัดลอกใหม่อีกครั้ง เป็นความเชื่อมโยง

- ทำไมเลือกใช้ช่วงเวลาหนึ่งในเรื่องเป็นช่วงวายทูเค?

วายทูเค มันปี 2542-2543 ผมเขียนปี 2549 ก็ไม่มีอะไร มีความประทับใจเพราะผมอยู่ทันช่วงเวลาที่คนทั้งโลกโกลาหลอลหม่านกัน พวกนักวิทยาศาสตร์ก็บอกมีความเปลี่ยนแปลงในทางวิทยาศาสตร์ บอกว่าเครื่องบินอาจลงไม่ได้เพราะต้องใช้ระบบคอมพิวเตอร์ในการลงจอดแต่คอมพิวเตอร์มันรวนหมด

มันมีโอกาสเป็นไปได้ เพราะคอมพิวเตอร์ตั้งไว้ สมมุติวันที่ 7 เดือน 9 รหัสมันจะเป็นสองตัวเท่านั้น อย่างปี 1998 ก็เป็น 98 แล้วทีนี้พอขึ้นปี 2000 มันก็เป็น 00 คอมพิวเตอร์จะอ่าน 00 แต่มันอาจจะย่อมาจากปี 1000 หรือ 3000 ก็ได้

เราจึงไม่รู้ว่าศักราชจริงๆ คืออะไร จึงรวน แล้วนักดาราศาสตร์พยากรณ์ด้วยว่าวายทูเคจะทำให้โลกหมุนช้าลง 1 นาที จะเป็น 61 นาที แล้วจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เราจึงมาโยงว่าถ้าคนซึ่งมีเหรียญในมือ

มีรูป 300 ปีในมือ มีอดีตชาติฝังกับเรื่องนี้ ก็อาจเกิดความเปลี่ยนแปลงในทางจิต ทำให้ระลึกชาติได้ ก็เอามาแต่งเพื่อให้มีความสมเหตุสมผลในเรื่อง

ไม่ใช่ประทับใจอะไรวายทูเคนะ แต่พิศวงมากกว่าว่าทำให้โลกวุ่นได้ขนาดนั้น

- เลือกให้ตัวเอกเรียนนิติศาสตร์ เพราะเหมือนตัวเองหรือเปล่า?

สารภาพให้ฟังเลย เริ่มแรกผมเขียนให้พระเอกเป็นนักรัฐศาสตร์แล้วไปเรียนการทูต วันหนึ่งความที่ผมไม่ใช่นักเรียนฝรั่งเศส แล้ว อ.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ มาบอกผมว่าประเทศฝรั่งเศสเขาไม่มีการเรียนรัฐศาสตร์การทูต (หัวเราะ)

แต่คนไปเรียนคือเรียนกฎหมายระหว่างประเทศ เลยเป็นเหตุให้ผมต้องกลับมาเปลี่ยนให้พระเอกจบกฎหมายจากเมืองไทยและเรียนกฎหมายที่ฝรั่งเศส ไม่เหมือนอังกฤษและอเมริกาที่เขามีเรียนรัฐศาสตร์

- ให้ต้นฉบับ อ.บวรศักดิ์อ่านก่อน?

ไม่เลยๆ (ยิ้ม) ไม่ได้ให้ แต่ว่าผมไปฝรั่งเศสหนหนึ่งกับ อ.บวรศักดิ์ แล้วท่านก็พาไปที่มหาวิทยาลัยซอร์บอนน์ ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยมีชื่อและพระเอกเรียนอยู่ที่นั่น

อยู่ดีๆ ผมก็ถาม อ.บวรศักดิ์ขึ้นโดยบังเอิญ ซึ่งถ้าไม่ถามก็หน้าแตกเลยว่าที่ซอร์บอนน์เขาดังทางการทูตไหม อ.บวรศักดิ์บอกว่าไม่มี เขาดังทางกฎหมาย ทางอักษรศาสตร์ พอซักไปซักมาแล้วถึงรู้ว่าทั้งประเทศนี้เขาไม่มีเรียนการทูต

- แล้วชื่อ "ข้ามสมุทร" มาจากไหน?

ผมแต่งนิยายจบแล้วไม่มีชื่อ แล้วไปดูโขนซึ่งมีเล่นเพลง เป็นเพลงหน้าพาทย์หรือเป็นเพลงเสมอข้ามสมุทร เสมอเป็นคำที่ใช้บรรเลง ไม่มีเนื้อ ตีระนาด แล้วคำว่าข้ามสมุทร

ถ้าไปเปิดพจนานุกรมจะเจอคำแปล แปลว่าชื่อเพลงไทยชนิดหนึ่ง แล้วผมไปได้ยินเข้าตอนไปดูโขนตอนจองถนน เมื่อพระรามจะไปเมืองลงกา แล้วลงกาเป็นเกาะไกลมาก ก็ต้องเอาหินมาถม หนุมานจึงไปให้นางเงือก ให้ปลาขนหิน

เมื่อทศกัณฐ์รู้ก็ไปให้นางสุพรรณมัจฉาขนออกไปทิ้ง หนุมานบุกลงไปดู เจอเข้าก็ปล้ำ ได้นางสุพรรณมัจฉาเป็นเมีย มีลูกคือมัจฉานุ ในที่สุดถนนก็สำเร็จ แล้วพระรามจึงยกทัพเดินข้ามถนน ระหว่างนั้นดนตรีต้องเล่นเพลงข้ามสมุทร

ผมถามครูดนตรีที่อยู่ใกล้ๆ ว่านี่เพลงอะไร เขาก็บอกข้ามสมุทร หมายความว่าเป็นการเดินทางผ่านอุปสรรคและเวลาอันยาวนานเพื่อไปสู่ความสำเร็จ และประสบความสำเร็จ

ผมก็ เอาวะ เอาชื่อข้ามสมุทรมาตั้งเป็นชื่อเรื่อง มีนัยยะข้ามหลายนัยยะคือการเดินทางข้ามมหาสมุทรจริงๆ คือโกษาปานข้ามไป 3 มหาสมุทร คือ แปซิฟิก, อินเดีย และแอตแลนติก ข้ามสมุทรจริงๆ

และนัยยะที่สองคือการที่พระเอกข้ามจากปัจจุบันไปสู่อดีต เป็นเหมือนการอุปมาและข้ามอุปสรรคต่างๆ ก็ลงตัวในคำคำเดียว

- ทราบมาว่าเขียนต้นฉบับด้วยลายมือ?

ใช่ เขียนประมาณปีหนึ่ง คนยากลำบากคือคนพิมพ์ เพราะต้องแก้ อย่างตอนเขียนก็ไม่ได้คิดแก้อะไร แต่พอพิมพ์เสร็จมีเว้นวรรค มีย่อหน้า เห็นจุดโหว่เยอะก็ต้องแก้

เขาอดทนมากในการพิมพ์ แต่แกะลายมือผมไม่ยากนะ (ยิ้ม) คือถ้าเราเขียนแล้วแก้ เอายางลบลบ เขียนใหม่ก็จบ แต่ถ้าพิมพ์ แก้ตัวหนึ่งกลับไปก็ต้องแก้ไขใหม่เพราะเลขหน้าเคลื่อน เขาเลยลำบากกว่าเยอะ (ยิ้ม)

- แทรกเหตุการณ์จริงอย่างไรบ้าง?

อย่างเช่นสมัยในอดีต พระเอกมีศัตรูชื่ออังเดร เป็นทหารของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ซึ่งผมปะติดปะต่อจากเรื่องจริงที่ว่า โกษาปานเขาเขียนไว้ตอนไปฝรั่งเศส พระเจ้าหลุยส์บอกว่า เขาลือกันว่าพวกอยุธยายิงฟันไม่เข้า ไหนมาลองหน่อย ซึ่งตรงนี้โกษาปานเขียนไว้จริง ท่านจึงเอาคนในคณะมา พระเจ้าหลุยส์ก็ทอดพระเนตรที่พระราชวังฟงแตนโบล

คนไทยก็กล้า ไปยืนกลางสนาม สวดมนต์ ท่องคาถา ทาน้ำมนต์ พระเจ้าหลุยส์ก็นับ 1-2-3 แล้วให้ทหารคนหนึ่งยิงคณะคนไทยที่บอกว่าอยู่ยงคงกระพัน ซึ่งตามหลักน่าจะตายหมดแต่ทุกคนรอด ไม่มีใครตาย พระเจ้าหลุยส์ก็นับถือมาก เดินไปเช็กแฮนด์ ซึ่งเรื่องจริง โกษาปานเขียนไว้

ทีนี้มีทหารคนหนึ่งซึ่งโกษาปานไม่ได้บอกว่าคือใคร ผมเลยเอาชื่อใส่ไปว่าชื่ออังเดร ซึ่งจริงๆ ไม่ใช่หรอก อังเดรนี่แหละก็เป็นคนออกมายิง ผมให้อังเดรเป็นคนมีเรื่องชิงรักหักสวาทกับพระเอก

- แก่นหลักของเรื่องที่อยากจะบอกคนอ่านคืออะไร?

ชื่อข้ามสมุทรนั้นแสดงให้เห็นว่าคนเรากว่าจะมีชีวิตถึงบัดนี้ได้ มันข้ามอะไรมามาก ผ่านพ้นมามาก แล้วอนาคตหลังจากวันนี้มันจะมีหลุมพรางดักเราอีกเต็มไปหมด เพราะฉะนั้นชีวิตมนุษย์เราจึงเหมือนกับการข้ามมหาสมุทร

สมัยโบราณมีคำพูดหนึ่งเด็กรุ่นใหม่มักจะไม่รู้จักกันแล้วคือ "ข้ามนทีสีทันดร" ที่กฤษณา อโศกสิน ก็เคยเขียนเรื่องข้ามสีทันดร

ดังนั้นเวลาที่ทำอะไรยากๆ คนโบราณจะเรียกว่าข้ามสีทันดร ชีวิตคนเราก็เหมือนกับการข้ามมหาสมุทร ต้องพยายามข้ามมันให้ได้ อุปสรรคมันมี แต่ต้องพยายามข้ามมันให้ได้

ขณะเดียวกันตอนจบก็พูดถึงคำสอนที่พระพุทธเจ้าได้สอนเอาไว้ว่า นัตถิ ตัณหา สมานที การทำอะไรก็ตามพยายามเลิกกิเลสตัณหาให้ได้ เท่ากับคนที่เดินทางข้ามมหาสมุทร คือมันยากพอกัน แต่ถ้าทำได้คือประสบความสำเร็จ

ฉะนั้น นัยยะที่พยายามสื่อไปถึงผู้อ่านคือการข้ามมหาสมุทรนั้นต้องฝ่าฟันทั้งคลื่นทั้งลม ทั้งอุปสรรคทั้งสัตว์ร้าย ซึ่งภายในเรื่องเรือนี้ก็เจอปัญหา เจอทะเลวน 3 วัน 3 คืน

แต่ถ้าฝ่าฟันมันไปได้ เวลาที่เรามองย้อนหลังกลับไปก็จะเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจ เพราะฉะนั้นชีวตเราผ่านอุปสรรคมามาก ผ่านคนมาเยอะ ถ้าเราเข้าใจก็จะครองตัวอยู่ในความดีได้ ไม่ทำความผิดซ้ำ และไม่มองคนเป็นศัตรูไปหมด

- ใส่ความเป็นตัวเองลงในหนังสือบ้างไหม?

อยู่ในหลายคน คนละนิดละหน่อย เช่น...(ทำท่าคิด) มันอยู่ในตัวเรื่อง ผมเป็นคนเชื่อในบาปกรรม คุณธรรม ความเมตตา หลักเรื่องการให้อภัย เชื่อมากๆ ในชีวิต และกระจายไปในตัวละครหลายๆ ตัว หรือกระจายในเรื่อง อยากให้เห็นถึงการรักคนอื่น อย่าเป็นศัตรูกับคนอื่น เพราะเขาอาจเป็นพี่น้องเรา ไม่ชาติก่อนก็ชาติหน้า

- เขียนหนังสือกับกฎหมายยากง่ายต่างกันไหม?

เขียนกฎหมายหรืออะไรก็ตามที่เป็นเรื่องราว ไม่ต้องจินตนาการ อาศัยความรู้เท่านั้น แต่เขียนนิยายต้องยกเมฆ อาศัยจินตนาการ ทำให้มันน่าสนุก น่าติดตาม เขียนให้คนอื่นอ่านให้สนุก ไม่ได้ให้จับผิด

แต่เขียนกฎหมายเอาไว้ใช้บังคับคน หนังสือนิยายใครไม่ซื้อก็ไม่ต้องซื้อ ไม่อยากอ่านก็ไม่ต้องอ่าน แต่กฎหมาย ถึงคุณจะไม่ชอบ คุณก็ต้องอยู่ใต้มัน จึงต้องคิดถึงผลกระทบให้มากๆ จึงเขียนยาก

แล้วจินตนาการมั่วก็ไม่ได้ ช่องโหว่มีไม่ได้ แม้จะมีในที่สุด แต่เราก็ต้องนึกว่าเราอุดให้ได้หมด อย่างนิยายบางทีก็ทิ้งช่องโหว่ไว้ให้เดากันได้เอง




ขอบคุณ ข่าวสดออนไลน์
คุณพิมพ์ชนก พุกสุข - คุณวจนา วรรลยางกูร

อาทิตยวารสิริสวัสดิ์ค่ะ




Create Date : 01 พฤศจิกายน 2558
Last Update : 1 พฤศจิกายน 2558 11:09:58 น. 0 comments
Counter : 821 Pageviews.

sirivinit
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 224 คน [?]





/



2558

2556

2555

น้ำใจจากคุณ krittut 2554

2553


สิริสวัสดิ์วรวาร
เปรมปรีดิ์มานรื่นรมณีย์นะคะ ยินดีต้อนรับ
สู่บล็อกของคนใฝ่รู้ สำหรับผู้ใส่ใจใฝ่รู้ค่ะ

เชิญอ่านตามสบายนะคะ
มีดีๆให้คุณได้ทราบหลากหลายค่ะ

๑ - ๑/๑ ฉันรักในหลวง
๒.๓.๑๐.๑๕.๓๐.๒๔.๕๙.๖๓.๙๐.ธรรมะ
๔ - ๔/๑ รวมพลคนดัง
๕. ศาสนาพุทธสุดประเสริฐ
๖. ความรู้ทั่วไปในศาสนาพุทธ
๗. ๑๖. ประวัติศาสตร์
๘ - ๙/๑ ไม้ดอก ไม้ใบ
๑๑ - ๑๑/๑ เกม
๑๒.๓๗.๔๐-๔๓.๕๓.๗๕.๘๖.ศิลปะเทศ
๑๔ - ๑๔/๑. ๒๐๘. ข่าวคนดังเทศ
๑๘. ๑๙. ๒๒. ราชวงศ์ไทย
๒๐.๑๑๖-๑๑๖/๒ ๑๙๐-๑๙๐/๘ ละคร ทีวี
๒๑. ๓๑. ๒๐๘. ราชวงศ์เทศ
๒๔. นักเขียนไทย
๒๔/๑. กลอนชั้นบรมครู
๒๙/๑-๒๙/๔โปสการ์ดจากเพื่อนบล็อก
๓๓. สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
๓๙.๑๘๑-๑๘๑/๗ สุธาโภชน์รสเลิศล้ำ
๔๑.๔๒.๕๐.๕๘.๖๐.๖๑.๘๖.มหาวิหาร
๕๗. ปราสาท พระราชวัง คฤหาสน์เทศ
๖๒. วัด
๖๕ - ๖๕/๑ การ์ตูน
๖๕/๒. นิทานเซน
๖๗. ความตายมาพรากให้จากไป
๖๙ - ๖๙/๒ สารพัดสัตว์
๗๔. สุนัข
๗๖. อุทยานสวรรค์
๗๗. ซูเปอร์แมน - แบทแมน
๗๘ - ๘๓. แสตมป์สะสม
๘๕-๘๕/๑ หนังสือสะสม
๘๗ - ๘๗/๒ ๒๑๕ ข่าวกีฬา
๘๙. ๘๙/๑ จีนแผ่นดินใหญ่
๙๐/๑ .ทิเบต
๙๑. จันทร์สูริย์ดารา
๙๒. สมเด็จพระปิยมหาราชเจ้า
๙๓ - ๙๓/๒ ภาพยนตร์
๙๔ - ๙๔/๓ ยานยนต์
๙๕ - ๙๕/๑ ดูดวง
๙๖ - ๙๖/๑ . ๒๑๑ วิทยาศาสตร์
๙๗ - ๙๗/๑.๒๐๙ แวดวงวรรณกรรม
๙๘. ภาพพุทธประวัติ
๙๙. ๑๒๗ - ๑๒๗/๑ ดนตรี
๑๐๑. ป้าย R สะสม
๑๐๒. บัตรภาพตราไปรฯสะสม
๑๐๓. DIY
๑๐๗/๑ เล่าเรื่องเมืองญี่ปุ่น
๑๐๘ - ๑๐๘/๑ หนังสือ
๑๑๓ - ๑๑๓/๑ บ้านสวย
๑๑๕. พระเครื่อง
๑๒๐. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
๑๒๓. เจ้าฟ้าเพชรรัตน์ฯ
๑๒๕. เหรียญที่ระลึก
๑๒๕/๑ เหรียญสะสมต่างประเทศ
๑๒๕/๒ เหรียญที่ระลึกจังหวัด
๑๒๕/๓ ธนบัตรที่ระลึก
๑๒๕/๔ บัตรโทรศัพท์
๑๒๕/๕ กล่องไม้ขีด และอื่นๆ
๑๓๑.เรื่องสั้นชั้นครู"เจียวต้าย"
๑๖๔.บล็อกพิเศษ วันเดียวอั๊พ 100
เอนทรี่ ให้คุณป้า"ร่มไม้เย็น"ชม
๑๙๐/๓ เรื่องย่อละคร
๑๙๓. คดีเขาพระวิหาร
๒๑๒. ศิลปะ
๒๑๗. วิถีแห่งอำนาจ บูเช็กเทียน
๒๑๗/๑.วิถีแห่งอำนาจ เจงกิสข่าน
๒๑๗/๒.วิถีแห่งอำนาจ จูหยวนจาง
๒๑๗/๓.วิถีแห่งอำนาจ ซูสีไทเฮา
๒๑๗/๔.วิถีแห่งอำนาจ หงซิ่วฉวน
๒๑๗/๕.วิถีแห่งอำนาจ แฮรี่ พอตเตอร์

ข่าวทั่วไปล่าสุด บล็อกล่างสุดค่ะ

เปิดบล็อก 1 มกราคม 2552



free counters
08.27 - 250811

207 flags collected 300316



Friends' blogs
[Add sirivinit's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.