The secret of getting ahead is getting started. (Mark Twain)
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2559
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
29 ธันวาคม 2559
 
All Blogs
 
Update



มาอัพเดทเพิ่ม ระยะหลังๆ ก็ไม่ค่อยมีอะไรใหม่ๆ เพราะแต่ละคนที่รู้จักก็ได้ถูกโยกย้ายไปตามเมืองต่างๆ เมืองละ 2-3 คน ส่วนใหญ่จะมีความสุขกับที่อยู่ใหม่เพราะอยู่กันน้อยคน 8-14 แล้วแต่ขนาดของบ้าน แต่จะรู้สึกว่ามีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ปลอดภัยมากขึ้น เพราะที่อยู่เดิมที่อยู่รวมกันเกือบ 200 คน รวมกันจากหลายชาติหลากภาษา ทางการเลือกคนที่มาอยู่รวมกันด้วยภาษาที่ใกล้เคียง เช่นคนอัฟกันกับอิหร่านจะอยู่ให้บ้านเดียวกัน เพราะพูดฟาร์สีเหมือนกัน (แม้ในอัฟกานิสถานจะพูดกันหลายภาษาท้องถิ่น) ที่น่าสนใจคือหลายคนได้เพื่อนร่วมบ้านใหม่ที่เคยอยู่สวิตเซอแลนด์มานานแล้ว บางคนอยู่มาแล้ว 7 ปี บางคนที่อยู่มานานแล้วได้งานทำในครัวในภัตตาคาร (ซึ่งในความเห็นส่วนตัวแล้ว จ่ายเงินน้อยมาก นึกๆ แล้วจะพอค่าเดินทางหรือเปล่าก็ไม่รู้) บางคนกำลังศึกษาต่อ บางคนก็เรียนจบ หางานได้ในเมืองอื่น ก็ย้ายออกไปเผชิญชีวิตเองก็มี

มุสตาฟา นาเซียร์ ได้เพื่อนร่วมบ้านที่เคยมีประสบการณ์สัมภาษณ์แล้วได้รับวีซ่าชนิดต่ออายุปีต่อปี คนที่ได้รับวีซ่าแบบนี้จะยื่นคำร้องขอเปลี่ยนให้พิจารณาวีซ่าใหม่ เพราะในความรู้สึกของเขาแล้ว เหมือนกับถูกปฏิเสธ แม้วีซ่าที่ได้รับจะทำให้มองหางานทำได้หลากหลายขึ้น (ทั่วๆ ไป พวกที่เข้ามาแล้วจะได้บัตรประจำตัวแบบ N ซึ่งวีซ่าประเภทนี้ ให้ทำงานในไร่เท่านั้น) ส่วนใหญ่ที่รู้จักส่วนตัว เว้นแต่มุสตาฟาแล้ว ยังไม่มีใครได้รับการเรียกตัวสัมภาษณ์ ทุกคนจะรู้ตัวดีว่าต้องเรียนรู้วิถึชีวิตคนสวิสให้มากที่สุด เรียนภาษาเยอรมันให้มากที่สุด และเลี่ยงการสร้างปัญหา ที่น่าสังเกตุคือทุกคนจะมีเน็ตเวิร์กค่อนข้างดี คือรู้จักคนมากทั้งคนสวิสที่ยินดีให้ความช่วยเหลือและเพื่อนๆ กันเอง อ่านข่าว เขาบอกว่าปีที่ผ่านมา คนเข้ามาแล้วหายตัวไปประมาณ 8,166 คน คนที่รู้จักยังอยู่ครบ และยังหวังว่าจะได้รับอนุม้ติให้อยู่ที่นี่

มาถึงย่างปีที่ 2 บางคนคิดถึงอนาคตว่าต้องเรียนเพิ่ม เพื่อหางานทำและนอกจากภาษาแล้ว ความรู้เรื่องคณิตศาสตร์ก็สำคัญ เพื่อนๆ ที่อ่านคงสงสัย ขอย้ำว่า คนที่อพยพมาบางคนนี่ไม่เคยเรียนหนังสือเลย หรือโรงเรียนไม่ได้สอนหลักสูตรแบบเข้มๆ อย่างที่คนไทยคุ้นเคย เพราะบางคน เช่นซาฟี่ บอกว่าตอนนี้กำลังเรียนวิชาเลขอยู่ ซึ่งสำหรับเขาแล้วค่อนข้างยาก  ตอนนี้ลูกๆ ก็กำลังสอนสมการให้ ส่วนตัวแล้วไม่รู้จะเรียนสมการไปทำไม เพราะเวลาทำงานจริงๆ แม้จะใช้สูตรในไฟแนนซ์ ก็แค่ บวก ลบ คูณ หาร แต่สำหรับคนที่ต้องการเรียนต่อหาประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิชาพื้นฐานแบบนี้ก็น่าจะสำคัญ

เมื่อสองสัปดาห์ก่อนลูกสาวเจอ Kheder Muhyeddin ที่ป้ายรถเมล์ในเมือง เขามากับเพื่อน ทั้งสองคนเป็นคนซีเรีย เพื่อนของ Muhyeddin เคยเป็นครูสอนวิชาเคมีในอเลปโป ถามลูกสาวหลายเรื่องเกี่ยวกับบทเรียนเคมีที่เรียน และขอดูหนังสือตำราเคมี นึกๆ แล้วแกคงเสียดายโอกาสและคิดถึงวิชาชีพที่เคยทำมา ตอนนี้นึกๆ แล้วอยากเจอแกจะให้คอมพิวเตอร์แกสักเครื่อง เพราะสามีได้คอมพิวเตอร์มาจากบริษั่ท 5 เครื่อง เป็นเครื่องที่บริษัทไม่ต้องการแล้ว แต่ยังดีอยู่มากๆ ปีใหม่นี้ก็กำลังคิดจะหาคนที่สมควรจะได้คอมพิวเตอร์ไปใช้ค่ะ

เมื่อสองสัปดาห์ก่อนก็ให้อาลีไปหนึ่งเครื่อง เพราะแกอยากเรียน online หรือพวก distant learning ก่อนหน้านั้นก็ให้คอมพิวเตอร์ส่วนตัวให้มุสตาฟาไป เพราะว่ามุสตาฟาได้รับเลือกให้ไปเรียน Computer programming ที่ ETH มุสตาฟาบอกว่าไม่ค่อยยากเพราะเป็นวิชาที่เคยเรียนมาแล้ว พวก SQL เน็ตเวิร์คโปรแกรมมิ่ง อะไรพวกนั้น แกบอกว่าไม่มีการสอบ ไม่มีดีกรีหรือเซอร์ติฟิเกตให้ แค่ไปนั่งดูในห้องเรียน และมหาวิทยาลัยมีคนคอยช่วยเหลือเหมือนกับเป็นพี่เลี้ยง คนที่เป็นพี่เลี้ยงแกเป็นนักศึกษา Post PhD สองคนสื่อสารกันด้วยภาษาอังกฤษ เพราะทั้งคู่ภาษาเยอรมันอ่อนพอกัน (แกมาจากเจนีวา เลยจะถนัดภาษาฝรั่งเศสมากกว่าเยอรมัน)

มีอีกคนที่เราบอกให้ไปสมัครที่ ETH เพราะว่าแกเรียนจบวิศวกรรมโยธามาจากอัฟกานิสถาน แต่คนนี้ สามีเราส่ายหน้า เพราะว่าแกไม่ขยันเรียนภาษาเยอรมันและภาษาอังกฤษก็แย่มาก บอกให้ไปสมัครที่ ETH เขาตอบปฏิเสธมา ก็ยังอ่านไม่ออก มาให้เราแปลให้ ปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เราจัดงานเลี้ยงมื้อเย็นให้มากินกัน ส่งข้อความไปวันที่ 19-20 บอกว่าให้มางานเลี้ยงวันที่ 23 วันที่ 25 ส่งข้อความมาว่า จะมาเย็นนี้ ขอบคุณที่เชิญ ไม่รู้ว่าแกทำอะไรบ้างวันๆ

เพราะจริงๆ แล้ว เป็นชีวิตที่น่าเบื่อมาก เพราะว่าไม่มีอะไรจะทำ ยิ่งโดยเฉพาะช่วงฤดูหนาว กลางวันสั้นมาก จะขี่จักรยานไปทำอะไร ก็ได้แบบรีบๆ เพราะว่าต้องกลับก่อนมืด ยิ่งช่วงเดือนมกราคม กุมภาพันธ์ที่แถวนี้มีหิมะตก อุณหภูมิต่ำกว่า 0 องศาแล้ว สิ่งเดียวที่ทำได้คือ เรียนภาษาให้มากที่สุด จะว่าไปแล้วหลายคนก็ภาษาดี (ดีกว่าเราด้วยซ้ำ) พูดคุยกับคนทั่วไปได้เป็นเรื่องเป็นราว

เมื่อวันที่ 31 ธันวาคมที่ผ่านมา เราขับรถพาเหล่าผู้ลี้ภัยไปเมือง Alpnachstad เพื่อเดินขึ้นเขาไปบนยอด Pilatus ตัวเองไม่เดินขึ้นเขาด้วยหรอกค่ะ เพราะว่าไม่ใช่นักเดินเขาขนาดนั้น แต่สามีกับลูกๆ พาโยมาคาน อาลี มุสตาฟา รัคมัน ซาฟีอูล่าโมฮัมมัด และนาสเซีย เดินขึ้นไปใช้เวลา 3.5 ชั่วโมง เดินลงอีก 2.5 ชั่วโมง เข้าใจว่าเกือบทุกคนคงนึกในใจว่า เข็ด ไม่มาอีกแล้ว เว้นนาสเซีย เพราะแกเป็นนักกีฬาฟุตบอล แกเล่นวอลเล่ย์บอลและเทควันโด นอกนั้นแล้ว แทบขาดใจกว่าจะถึงยอดเขา





Create Date : 29 ธันวาคม 2559
Last Update : 4 มกราคม 2560 17:12:21 น. 0 comments
Counter : 207 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

94025
Location :
Switzerland

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




ทุกคนอยากมีชีวิตที่ดี ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน และไม่เป็นภาระให้ใคร ช่วยได้ก็ช่วยตามมีตามเกิด
Friends' blogs
[Add 94025's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.