Baramos Maniac
Group Blog
 
All Blogs
 
บทที่ 1 ความผิดพลาด

***ฟิคนี้ไม่เหมาะกับเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี ผู้ปกครองควรพิจารณา***



วังวนแห่งความบาป




บทที่ 1 ความผิดพลาด




ใครเลยจะรู้ถึงอีกด้านแห่งจิตใจมนุษย์




เบื้องหลังของความกล้าหาญเที่ยงธรรม


เบื้องหลังของความเด็ดเดี่ยวทระนง


เบื้องหลังของกฎเกณฑ์และกรอบศีลธรรมที่บีบรัดคอไว้จนหายใจไม่ออก




อีกด้านแห่งความรู้ผิดชอบชั่วดี




กิเลสตัณหาที่ครอบงำจิตใจให้ร้อนรุ่ม


เมฆหมอกแห่งความปรารถนาที่บดบังดวงตาให้มืดบอด




สิ่งนี้ไม่อาจเรียกว่าความรัก




เราทะเลาะกันเหมือนทุกครั้ง การมีปากเสียงกันครั้งนั้นไม่ได้รุนแรงไปกว่าปกติ แต่อาจจะด้วยอาการเบื่อหน่ายในความรักอันยาวนานที่เริ่มจะชืดชา ทำให้ความยับยั้งชั่งใจและความอดทนลดน้อย หรือจะเป็นเพราะความร้อนของอากาศที่ทำให้มนุษย์บ้าคลั่ง


ลมอุ่นๆโชยผ่านช่องหน้าต่างทำให้ผ้าม่านปลิวไสว แสงไฟสลัวภายในห้องสร้างเงาที่ทอดออกมาจากม่านผืนนั้น ดุจการร่ายรำของภูตผีปีศาจ เสียงน้ำไหลที่อยู่หลังประตูไม่ได้ทำให้ความร้อนของคนในห้องบรรเทาลงไปได้


เสียงเปิดประตูทำให้ร่างสูงที่ยืนอยู่ในห้องหันไปมอง หญิงสาวที่ก้าวออกมาร่างกายเปียกโชกมีหยาดน้ำเกาะพราว ผมสีน้ำตาลยาวเหยียดแนบลงไปตามลาดหลังบอบบาง ทั้งร่างมีเพียงผ้าเช็ดตัวผืนเดียวพันห่อไว้ หล่อนดูตกใจเล็กน้อย ก่อนที่สีหน้าจะกลับคืนสู่ความสงบ


“นายเข้ามาได้ยังไง ออกไปเดี๋ยวนี้”


หล่อนสั่งโดยไม่สนใจจะมองเขาแล้วเดินตรงไปยังตู้เสื้อผ้าควานหาชุดนอนมาใส่ หารู้ไม่ว่านั่นคือความผิดพลาดอย่างแรก


แม้ชายหนุ่มจะเบือนหน้าหนี แต่เสียงเนื้อผ้าเสียดสีกันดังสวบสาบกลับกระตุ้นจินตนาการให้ต่อเนื่องจากภาพแรกที่เห็น เขารู้สึกหายใจไม่ค่อยสะดวก จึงเดินออกไปรับลมที่หน้าต่าง


ร่างสูงที่ยืนเกะกะอยู่ในห้องสร้างความรู้สึกรำคาญ โดยเฉพาะตอนนี้หล่อนไม่อยากเห็นหน้าเขา เฟรินทิ้งเสื้อในมือลงบนเตียงอย่างหงุดหงิดแล้วสาวเท้าเข้าไปใกล้ร่างนั้นโดยไม่รู้ว่า นั่นคือความผิดพลาดอย่างที่สอง


“ฉันบอกให้นายออกไป”


มือบางกระชากแขนคนดื้อด้านให้หันกลับมาเผชิญหน้า ดวงตาสีฟ้าสวยคู่นั้นมีแววดุ ก่อนที่จะแปรเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นแต่หล่อนกลับไม่ทันสังเกต นั่นคือความผิดพลาดอย่างที่สาม


“เราต้องคุยกัน” น้ำเสียงชายหนุ่มยังคงสงบเคร่งขรึม แต่การแสดงออกอย่างไร้อารมณ์ไม่รู้สึกรู้สากลับเร่งความขุ่นเคืองของหญิงสาวให้ทวีขึ้น


“คุย” หล่อนขึ้นเสียงสูง “มีอะไรจะคุยอีก เมื่อตอนกลางวันฉันก็บอกนายชัดเจนแล้วนี่ว่าเราเลิกกัน หรือนายฟังไม่ค่อยถนัด อยากให้ฉันพูดซ้ำ”


“นายแน่ใจที่พูดแบบนั้น”


“แน่ใจ” เสียงลอดไรฟัน


“แต่ฉันว่านายไม่แน่ใจ” เสียงขรึมเย็นเยียบ แต่เป็นความเย็นบางๆที่ฉาบอยู่บนน้ำเดือด


ดวงตาสีน้ำตาลโชนแสงด้วยความโกรธ สบกับดวงตาสีฟ้าใสที่คืนนี้ดูเข้มอย่างประหลาดที่จ้องตอบอย่างไม่ลดละ เลือดสูบฉีดขึ้นมาบนใบหน้าจนผิวแก้มเนียนใสแดงซ่าน


“ฉันเกลียดนายคาโล วาเนบลี ออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้”


ดวงตาคู่นั้นมีแววหวั่นไหววูบหนึ่ง ก่อนจะเป็นประกายลุกพรึบขึ้นมาเหมือนเปลวไฟ


“งั้นหรือ นายเกลียดฉัน แล้วนายรักใครล่ะ เฟลิโอน่า เกรเดเวล ไอ้ขอทานทริสทอร์นั่นหรือไง”


“อย่าว่าโร เขาเป็นเพื่อนที่ดี”


“เพื่อน?” รอยยิ้มเหยียดผุดขึ้นบนดวงหน้าสลักอย่างเยาะหยัน ดวงตาคู่สีฟ้าจ้องมองริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อเย้ายวนราวผลไม้สุกที่อยู่ตรงหน้า “นายให้เพื่อนจูบนายทุกคนหรือ”


เมื่อเวลาผ่านไปความยุ่งของภาระหัวหน้าป้อมและเวลาที่พบกันน้อยลงทำให้หล่อนรู้สึกว่าคาโลเริ่มเย็นชา ความสนิทสนมกับโรที่เพิ่มขึ้นตามกาลเวลาทำให้เขาสารภาพรักกับหล่อนอีกครั้ง และจูบหล่อนต่อหน้าคาโลด้วยความจงใจ


โทสะของชายหนุ่มทำให้เขาพุ่งเข้าไปซัดโรจนลงไปกองอยู่ที่พื้น เมื่อเฟรินเข้าไปห้ามกลับถูกผลักกระเด็นออกมา ความเจ็บปวดและความโกรธทำให้หล่อนหลุดปากบอกเลิกเขา


หล่อนโกรธมาก โกรธจนตอนนี้ก็ยังไม่รู้สึกเสียใจแม้แต่นิด


ใบหน้าหวานแดงก่ำด้วยความโกรธและความอาย เฟรินเบือนหน้าหนีไปทางอื่นแต่มือใหญ่กลับจับคางของหล่อนให้หันมาสบตากับเขาดังเดิม


“มันเป็นอุบัติเหตุ ฉันไม่ได้เต็มใจ ทำไมนายต้องบังคับให้ฉันพูดเรื่องแบบนี้ซ้ำๆซากๆ”


แววระริกไหวในดวงตาคู่สวยทำให้ชายหนุ่มใจอ่อนลง ใบหน้ารูปสลักค่อยๆโน้มเข้าใกล้ดวงหน้างามที่อยู่ตรงหน้า เมื่อเฟรินรู้ตัวว่าจะถูกเอาเปรียบก็รีบผลักร่างตรงหน้าออกไปโดยแรง


และนั่นคือความผิดพลาดอย่างที่สี่


“นายจะทำอะไรอีก ฉันบอกว่าเลิกกันแล้วไง”


“นายเลิกแต่ฉันไม่เลิก โรจูบนายได้ทำไมฉันจะจูบไม่ได้”


คำพูดอย่างต้องการเอาชนะ ทำให้หญิงสาวนึกเกลียดคนตรงหน้าขึ้นมาจับใจ


“เพราะฉันเกลียดนายแต่ไม่ได้เกลียดโร เข้าใจหรือยัง”


ดวงตาสีฟ้าวาวโรจน์จนหญิงสาวสะดุ้ง หล่อนพูดแรงๆออกไปด้วยความโกรธจนไม่ทันคิด นั่นคือความผิดพลาดอย่างที่ห้า


ขาหล่อนค่อยๆก้าวถอยหลัง แต่ไม่ทันร่างสูงที่สาวเท้าเข้ามาประชิด แขนแข็งแกร่งรวบร่างหล่อนมากอดไว้แน่นจนแทบไม่มีช่องว่าง หญิงสาวพยายามดิ้นรน แต่เหมือนยิ่งดิ้นก็ยิ่งกระตุ้นให้บุรุษตรงหน้ากอดรัดหล่อนแน่นขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก


หล่อนไม่คิดว่าเขาจะยังรักหล่อนมากมาย แต่เมื่อมีคนกำลังจะแย่ง เขาก็ต้องการเอาชนะ


ทั้งหล่อนและผู้ชายคนนั้น


คางเล็กถูกจับเชิดขึ้น ริมฝีปากอุ่นทาบลงมาเบียดบดอย่างหยาบคายจนรู้สึกเจ็บ สัมผัสที่บังคับขู่เข็ญทำให้หล่อนตัดสินใจตอบโต้ ร่างสูงสะดุ้ง ใบหน้าคมคายผละออกอย่างรวดเร็ว เลือดสีแดงสดไหลซึมออกมาจากริมฝีปาก


หล่อนกัดเขา ชายหนุ่มกัดฟันกรอด หล่อนถึงกับกล้ากัดเขา


คาโลย่างสามขุมเข้าหาหญิงสาวตรงหน้า พลางปาดเลือดออกไปจากริมฝีปาก ร่างบางที่ยังยืนนิ่งด้วยความตกใจกับสิ่งที่ตนทำถูกยกลอยขึ้นแล้วโยนลงบนเตียง ผ้าเช็ดตัวผืนน้อยที่พันกายอยู่แหวกออกให้เห็นเสี้ยวของร่างกายขาวโพลนอยู่ภายใต้แสงไฟสลัว สายตาประหลาดที่จับจ้องมาทำให้เฟรินหน้าร้อนวูบ พลางพยายามจับให้มันกลับมาปกปิดร่างกายให้มิดชิด แต่มือของคนที่ขึ้นมาคร่อมอยู่บนตัวหล่อนกลับดึงกระชากผ้าผืนนั้นออกไป


ร่างบอบบางอรชรอ้อนแอ้นปรากฏแก่สายตา ความเย้ายวนแห่งหญิงสาวและความร้อนของอากาศเป็นตัวเร่งให้อารมณ์มาเหนือสติ เขากระชากอาภรณ์ของตนออกจากร่างไปทีละชิ้น


หล่อนพลิกกายหนีลงจากเตียง แต่เอวบางกลับถูกคว้ารวบไว้อย่างรวดเร็ว ร่างหล่อนถูกกระชากลงมาอยู่ใต้ร่างที่แข็งแกร่งกว่า น้ำหนักของคนที่ทาบทับอยู่กดร่างนั้นไม่ให้ดิ้น เงาร่างที่อยู่เหนือตัวหล่อนนั้นราวกับม่านหมอกแห่งความมืดที่จะปกคลุมและกลืนกินหล่อนจนหมดทั้งตัว


“ศักดิ์ศรีเจ้าชายแห่งคาโนวาลของนายหายไปไหน” เฟรินกรีดร้องอย่างหวาดหวั่น สองแขนของหล่อนถูกจับกดไว้เหนือศีรษะ คาโลชะงักไปนิด แต่แล้วก็ก้มลงปิดปากหญิงสาวอย่างไม่กลัวจะโดนกัด


“กอดนาย เสียศักดิ์ศรีตรงไหน” เมื่อละจากเรียวปากบาง ปลายลิ้นก็เชยชิมรสชาติของผิวเนียนละมุน ไล่ไปตามร่องแก้มต่ำลงไปยังซอกคอ มือใหญ่ลามไล้ไปตามไหล่บางและทรวงอก แล้วไล้เวียนวนเคล้นคลึงเล่นก่อนจะลากลิ้นตามลงไป


“ไม่” หล่อนดิ้นพราด แม้สัมผัสที่ได้รับจะปลุกสัญชาติญาณบางอย่างขึ้นมาจนลมหายใจเริ่มกระชั้น แต่ความกลัวและความโกรธก็ยังมีอำนาจเหลือพอให้หล่อนปฏิเสธ แต่การขัดขืนนั้นกลับทำให้เขากดแขนหล่อนตรึงไว้แน่นกับเตียงทั้งสองข้าง


รอยแดงราวกับตีตราเพิ่มขึ้นทีละแห่งตามการเคลื่อนไหวของชายหนุ่ม ผิวขาวขึ้นสีเรื่อตามแรงสูบฉีดของโลหิต กลิ่นกายหอมหวานที่โชยเข้าสู่นาสิกกวาดความรู้สึกผิดชอบชั่วดีให้หายไปอย่างสิ้นเชิง การดิ้นรนขัดขืนของหญิงสาวยิ่งเร่งความร้อนในกายให้ทวีขึ้น หน้าท้องแบนราบถูกระดมจูบหนักไปทั่ว


“ไม่”


เสียงกรีดร้องดังก้องเมื่อขาเรียวทั้งสองข้างถูกจับแยกออกจากกัน สัมผัสจากปลายลิ้นอุ่นทำให้หล่อนสะดุ้งขยับกายหนี แต่มือแกร่งตรึงสะโพกหล่อนไว้ให้อยู่กับที่โดยไม่สนใจสองมือที่ทั้งหยิกทั้งข่วนทั้งทุบแต่ก็เหมือนเป็นเพียงการผลักไสอย่างไร้เรี่ยวแรง


แม้จะพยายามปฏิเสธเพียงไร แต่ร่างกายกลับตอบสนองไปตามเพลิงปรารถนาที่ถูกปลุก ร่างทั้งร่างโชกไปด้วยเหงื่อ เสียงครางกระเส่าหลุดออกมาเป็นระยะๆไปตามการกระตุ้นจากปลายลิ้นที่จาบจ้วงทว่านุ่มนวล ลมหายใจหล่อนหอบถี่และร้อนผ่าว ความชุ่มชื้นเอ่อล้นออกมาจากภายใน ชายหนุ่มดูดกลืนมันและรู้ได้โดยสัญชาติญาณว่าร่างตรงหน้าพร้อมแล้วสำหรับที่สุดของเรื่องระหว่างหญิงและชาย


ขาเรียวข้างหนึ่งถูกชายหนุ่มยกแนบกับสะโพกของเขา ก่อนจะดันร่างตัวเองเข้าสู่กายหล่อน เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดที่แว่วเข้าหูไม่ได้ทำให้การเคลื่อนไหวนั้นหยุดลง คาโลฝังใบหน้าลงกับทรวงอกนุ่มแล้วค่อยๆขยับกายอย่างช้าๆ มือเล็กทั้งสองข้างยังคงผลักไส มือใหญ่จึงกดมันลงกับเตียงด้วยความรำคาญ เมื่อหญิงสาวพยายามกระเถิบกายหนีเขาก็ตามไปตอกย้ำตัวเองเข้าไปในกายหล่อนและใช้สองแขนกอดรัดตรึงร่างนั้นไว้ไม่ให้ถอยห่าง


“ไม่! หยุดเถอะ ฉันขอร้อง”


เสียงร้องอย่างเจ็บปวดเจือกับเสียงสะอื้นค่อยๆขาดหายไปในลำคอ สัมผัสที่รัดแน่นและการกระตุกถี่ๆของกล้ามเนื้อ ทำให้เขายิ่งเร่งตัวเองขึ้นไปอีก ช่วงเวลาเพียงครู่เดียวหากความทรมานทำให้ช่วงเวลานี้ยาวนานราวชั่วกัปชั่วกัลป์ หญิงสาวดิ้นกระตุกและกรีดร้องซ้ำแล้วซ้ำเล่าก่อนที่เขาจะปลดปล่อยความร้อนเข้าสู่ร่างนั้น คาโลหยุดการเคลื่อนไหวทั้งปวงแล้วซบหน้าลงหอบหายใจอยู่บนร่างเล็ก


“เฟริน”


หล่อนไม่ตอบสนองต่อเสียงเรียก ชายหนุ่มจึงยันกายขึ้นมอง


ดวงตาของหล่อนเหม่อลอยมองเพดาน น้ำตายังไหลพรากลงอาบแก้มนวล ริมฝีปากบางบวมเจ่อ ข้อมือถูกจับแน่นจนเป็นรอยนิ้ว ต้นขามีรอยเลือดแดงฉานและมีบางส่วนหยาดหยดลงบนผ้าปูที่นอน


ภาพหญิงสาวตรงหน้า ทำให้ความรู้สึกผิดเข้าจู่โจมหัวใจเขาอย่างสุดระงับ คนที่ไม่เคยทำอะไรน่าละอายอย่างเขากลับใช้กำลังบังคับคนรักให้ตกเป็นของตน


“ฉันขอโทษ”


ร่างเล็กที่ชอกช้ำถูกรวบเข้ามากอดอย่างเบามือทะนุถนอม ร่างนั้นไม่ได้ขัดขืนแต่เริ่มสั่นน้อยๆด้วยแรงสะอื้น


“นายรู้สึกผิดด้วยหรือ”


คำตัดพ้อทำให้เขาใจหาย ความขัดเคืองที่เคยมีมลายหายไปสิ้น เมื่อเขารู้ว่าเขาเป็นผู้ได้ความบริสุทธิ์ของหล่อน


เขาชนะ


หล่อนเป็นของเขาอย่างสมบูรณ์


“อย่าร้องไห้ ฉันขอโทษ” นิ้วเรียวขยับปาดน้ำตาให้คนในอ้อมแขน แต่เฟรินหันหน้าหลบไปทางอื่น


“นายไม่ต้องขอโทษ นายทำให้ฉันตัดสินใจได้”


“เฟริน”


“แค่นี้นายคงพอใจแล้วใช่ไหม เราเลิกกัน ต่อไปอย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก”


“ไม่” ชายหนุ่มสวน เขาทนรับคำตัดรอนนั้นไม่ได้ หัวใจร้อนรุ่มเหมือนจะบ้าคลั่ง “ฉันรักนาย” คาโลกระชับอ้อมแขนแน่นขึ้น


“แต่ฉันเกลียดนาย ได้ยินไหม ฉันเกลียดนาย” หล่อนเริ่มกรีดร้อง


“ฉันไม่เลิก ฉันไม่ยอมให้นายไปจากฉัน” เสียงเข้มกรอกลงที่ใบหู สะเทือนเข้าไปในโสตประสาท หญิงสาวรู้สึกคับแค้นใจจนต้องระเบิดคำพูดที่เสียดแทงใจตัวเองออกมา


“แล้วนายจะทำยังไง บังคับฉันอีกหรือ นั่นสินะ ฉันสู้แรงนายไม่ได้อยู่แล้ว”


“เฟริน” เขาโน้มศีรษะที่สะเทือนด้วยอาการสะอึกสะอื้นเข้าซบลงกับอก มือใหญ่ลูบไล้เส้นผมและแผ่นหลังหวังจะปลอบประโลมให้หล่อนหายโกรธ “ฉันขอโทษ ฉันจะไม่บังคับนายอีก ยกโทษให้ฉันนะ”


หญิงสาวยังคงไม่ตอบรับ เสียงสะอื้นเบาๆที่ยังไม่หยุดทำให้ชายหนุ่มทำอะไรไม่ถูก ได้แต่กระซิบเบาๆซ้ำแล้วซ้ำเล่า


“ฉันรักนาย...เฟริน ฉันรักนาย อย่าไปจากฉัน”


เฟรินไม่อยากจะใจอ่อน หล่อนเริ่มรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างที่พังทลายลงตั้งแต่วินาทีที่เขาบังคับหล่อน ทำให้หล่อนเจ็บปวดราวกับถูกฉีกร่างเป็นชิ้นๆ คำบอกรักที่เคยอยากฟังมาตลอดกลับให้ความรู้สึกบางเบาไร้ความหมาย ระยะเวลายาวนานที่ผ่านมาหล่อนเคยรอคอยจนเลิกหวัง บัดนี้ความชุ่มชื้นเพียงเล็กน้อยและตื้นเขิน ไม่สามารถถมจิตใจที่แห้งผากและรอยแผลที่ถูกบาดเป็นร่องลึก เหมือนหยาดน้ำที่ซัดสาดเข้าสู่หัวใจที่กลายเป็นน้ำแข็ง ไม่ว่าจะอ่อนหวานอบอุ่นเพียงไรก็ไม่สามารถซึมซับเข้าไปในใจได้ ความรักร้อนแรงที่เคยมีให้เขามันสงบลงอย่างน่าใจหาย หล่อนถูกทอดทิ้งมานานจนลืมเลือนมันไปเสียแล้ว


สิ้นรัก หรือสิ่งนี้จะเรียกว่าสิ้นรัก


โร เซวาเรส คนฉลาดอย่างหมอนั่นกลับรู้สึกก่อนที่หล่อนจะตระหนักถึงมัน หมอนั่นถึงได้กล้าเอ่ยปากและพยายามทำลายความสัมพันธ์ของหล่อนกับคาโล


แต่หากหล่อนหมดรักผู้ชายคนนี้แล้วจริงๆ ทำไมน้ำตาถึงยังคงไหลไม่หยุด ทำไมเมื่อเอ่ยวาจาตัดรอนออกไปแล้วถึงรู้สึกใจหาย หากความรักนี้ตายแล้วจริงๆ ทำไมหล่อนถึงรู้สึกว่ามันยังดิ้นรนเพื่อมีชีวิตอยู่


ถ้าสูญเสียมันไป จิตใจคงเคว้งคว้างเหมือนถูกบางอย่างกัดกร่อนจนเว้าแหว่ง


“นายสัญญานะ” เสียงหวานเอ่ยเบาๆ แต่คนที่โอบหล่อนไว้กระชับอ้อมแขนอย่างดีใจ มือใหญ่ช้อนใบหน้าหล่อนให้เงยขึ้นพลางประทับจุมพิตแผ่วเบาลงบนเรียวปากบาง


“ฉันสาบาน”


รสจูบที่ได้รับไม่ได้รู้สึกหวานเหมือนเมื่อก่อน แต่ความอ้างว้างในใจทำให้หล่อนรีบคว้าสัมผัสนั้นเอาไว้เป็นหลักยึด


บางที หัวใจรักที่ใกล้ตายอาจจะคืนชีวิตชีวาขึ้นมาใหม่


ความอ่อนหวานที่เคยรู้สึกเมื่อแรกรัก ถูกแปรเปลี่ยนเป็นความปรารถนาแห่งอารมณ์ อาการตอบโต้ของหญิงสาวทำให้ช่วงเวลาแห่งความเร่าร้อนทอดยาวออกไป ร่างบางค่อยๆถูกโน้มนำลงบนเตียงนุ่มพร้อมๆกับเงาของร่างสูงที่ค่อยๆคืบคลานมาทาบอยู่เหนือร่างหล่อน คราวนี้ชายหนุ่มกระทำอย่างอ่อนโยนเอาใจ สัมผัสหลากหลายรูปแบบปลุกเร้าร่างกายให้ลืมเลือนความเจ็บปวด ความอายและมอดไหม้ไปกับไฟแห่งความหฤหรรษ์


เฟรินเพลิดเพลินไปกับความสุขแปลกใหม่แบบชายและหญิงที่ชายคนรักหยิบยื่นให้ ตลอดค่ำคืนที่ยาวนานเขาพาหล่อนปีนป่ายขึ้นสู่ยอดเขาและดำดิ่งลงสู่ก้นเหวครั้งแล้วครั้งเล่า คนทั้งคู่ได้รู้จักอีกด้านหนึ่งของตนที่ถูกกดกักไว้ภายใต้กรอบแห่งศีลธรรม


ความเหน็ดเหนื่อยทำให้หล่อนสิ้นแรง และหลับใหลไปในอ้อมแขนของเขาที่โอบอุ้มหล่อนไว้เหมือนจะหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว สองร่างนอนกอดก่ายกันจนถึงรุ่งเช้า


เป็นความผิดพลาดที่นับครั้งไม่ถ้วน





Create Date : 16 มกราคม 2549
Last Update : 16 มกราคม 2549 12:27:14 น. 25 comments
Counter : Pageviews.

 
ง่ะ ดาร์คลงทุกๆตอนนะท่าน อ่านแล้วหดหู่ดีจริง

สงสารเฟรินด้วย ทำไมคาโลโหดร้ายได้ถึงขนาดนี้ ตาโรก็น่าเกลียดจริงๆเชียว ทำคนทะเลาะกันได้ เกลียดอีตาหน้าม้านี่จัง


โดย: p-gu IP: 203.209.111.195 วันที่: 17 มกราคม 2549 เวลา:20:37:47 น.  

 
อัพพพด่วนนนนนน


โดย: อายุไม่ถึง 20 IP: 58.10.145.107 วันที่: 20 มกราคม 2549 เวลา:22:58:07 น.  

 
หึ หึ คาโลทำตัวเหมือนพระเอกละครน้ำเน่าเลยแฮะ ปล้ำนางเอกเพราะความหึง แล้วเฟรินก็ใจอ่อน
โอ้ยๆๆๆ ภาพพจน์คาโลพังหมดเลยอ่า..

ว่าแต่ข้าพเจ้าอายุยังไม่ถึง 20 คงอ่านได้นะ 55+


โดย: J-taris IP: 161.200.60.69 วันที่: 23 มกราคม 2549 เวลา:16:28:18 น.  

 
เฮ้อ...สงสารเฟรินจัง


โดย: 55 IP: 61.90.241.94 วันที่: 24 มกราคม 2549 เวลา:15:26:36 น.  

 


โดย: 27 IP: 202.28.68.11 วันที่: 29 มกราคม 2549 เวลา:12:48:15 น.  

 
คาโลใจร้ายสงสารเฟรินมั้งดิ
หยวนๆบ้างลดแรงลงหน่อยก็ได้


โดย: 481 IP: 202.28.68.11 วันที่: 29 มกราคม 2549 เวลา:12:51:55 น.  

 
คาโลใจร้ายสงสารเฟรินมั้งดิ
หยวนๆบ้างลดแรงลงหน่อยก็ได้


โดย: 481 IP: 202.28.68.11 วันที่: 29 มกราคม 2549 เวลา:12:53:44 น.  

 
อยากให้โรเป็นพระเอกอ่ะ แต่คนแต่งแต่งได้เยี่ยมมาก เห็นภาพเลยอ่ะ


โดย: แฟนบารามอส IP: 203.118.109.223 วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:14:37:01 น.  

 
ง่า คาโล ภาพพจน์หายเกลี้ยงเลยอะ

คาโล เป็นลูก ของ ภูติ

งั้นเวลาเป็น พ่อมดปีศาส

ก็ต้อง เก่งกว่า เอวิเดส นะสิ

ขนาดพ่อของคิล ยังเกรง เลยอะ


โดย: 00.00 IP: 125.25.9.251 วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:12:18:20 น.  

 
อ่านแล้วหดหู่มั่กๆ บอกตรงๆว่าไม่ชอบเลย ทำไมคาโลต้องเป็นแบบนี้ด้วย ฉากเลิฟซีนก็โหดสุดๆ อะไรที่มันมากไป หรือน้อยไปก็ไม่ดีหรอกนะ โถ่ ! คาโลที่รัก ไม่น่าซาดิสต์เล้ย..


โดย: นางฟ้าใจร้าย IP: 203.113.77.4 วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:15:49:22 น.  

 
มาอัพได้แล้วค่ะ สนุกมากๆ สงสารเฟรินและคาโลทั้งคู่เลย เสียดายความรักของทั้งคู่ที่รักกันมานานแล้วอ่ะ


โดย: นัท IP: 202.133.135.59 วันที่: 1 มีนาคม 2549 เวลา:15:48:09 น.  

 
ทำไมคาโลเป็นแบบนี้อ่ะ ร้ายกาจมาก ออกจะรักเฟรินแต่ยังปล้ำได้ลงคอ เฟรินก้ออย่ายอมจิ สงสารเฟรินที่สุด แต่เรื่องนี้คนแต่งก็แต่งเก่งน้า ยกนิ้วโป้งให้เลย


โดย: Ja Ja IP: 61.91.68.209 วันที่: 5 มีนาคม 2549 เวลา:1:31:23 น.  

 
เม้นต์โดยรวมเลยนะ..ชอบมาก~ ชั้นชอบอะไรอย่างนี้จริงๆ ไม่ได้อ่านอะไรอย่างงี้(ชาย-หญิง)มานานแล้ว ส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้อ่านแนวนี้เท่าไร จะเป็นชาย-ชายซะมากกว่า แต่เรื่องนี้ทำให้รับยอมรับได้ นับถือมากค่ะ ทั่นอาจารย์ ขอยอมรับว่าทั่นเป็นทั้นอาจารย์แต่งฟิคในใจเราอีกคนไปเลย

ปล.ติดตามผลงานมาตั้งแต่เด็กดีค่ะ^^


โดย: kresiana IP: 58.11.10.4 วันที่: 21 มีนาคม 2549 เวลา:13:12:36 น.  

 
คาลี่ทำไมซาดิสต์จังฮะ แหมซาดิสต์เหมือนเพื่อนผมเลยอ่ะ แต่อันที่จริงคาลี่ก้อไม่ควรทำอย่างนั้นนะ สงสารเฟริน
เค้าแย่ รักเค้าไม่ใช่เหรอ เสียภาพพจน์ ไอซ์ ปริ๊นซ์หมดเลย "เนอะ ลอรี่..." เฟี้ยว...ฉึกๆๆๆๆ " ถ้าไม่อยากตายอย่าเรียกฉันอย่างนั้นอีก" " จ้าลอรี่...." เฟี้ยว..ฉึกๆๆๆๆๆๆๆๆ "ลูคัส แก... ตาย..." "แต่ว่าหนุกฮะ หว๋า อย่านะลอรี่ เดี๋ยวป้อมเป็นรู และฉันก้อขี้เกียจเก็บมีดนายตั้งแต่ป้อมไปจน ปราสาทขุนนาง" "ลูคัส แก..." "หวา ลอรี่อย่าโกรธ สิเดี๋ยวโรเวนว่า"


โดย: LUCAS IP: 58.9.55.139 วันที่: 25 มิถุนายน 2549 เวลา:20:29:17 น.  

 
จากข้อความเมื่อกี๊ ผมน่ะอายุไม่ถึง 20 ปีอ่ะ


โดย: LUCAS IP: 58.9.55.139 วันที่: 25 มิถุนายน 2549 เวลา:20:32:20 น.  

 
ไอ้โร ทุเรศที่สุดเลย ไอ้หน้าหมา
แต่ที่คาโลทามไป เพราะรักเฟรินต่างหากเล่า
ก้อมันดีค่า


โดย: เกลียดคนหน้าม้า IP: 58.9.56.165 วันที่: 17 พฤศจิกายน 2549 เวลา:12:02:19 น.  

 
โห! เขียนไว้ว่าอายุไม่ถึง20ปีผู้ปกครองแนะนำ
มาอ่านตอนแรกก็เจอกดดันซะแล้ว เครียดเลยง่า
ที่จริงเราเป็นแฟนคลับคาโลนะเนี่ย แต่พอมาอ่านแบบนี้แล้ว... อะนะ คาโลซาดิสมากๆเลย สงสารเฟริน แต่เราก็ชอบอ่านเรื่องนี้มากๆด้วยเหมือนกัน ที่จริงเราอายุแค่ 11 ปีเองง่ะ อ่านก็เครียดๆอยู่ แต่ VANA บรรยายได้เห็นภาพก็เลยมะเครียดแระ อิอิ
แล้วเราก็ชอบฟิคในเด็กดีของพี่ VANA มากๆเลยค่ะ

โดย: เจ้าหญิงแห่งโลกตะวันตก IP: 125.26.80.209 วันที่: 24 เมษายน 2550 เวลา:10:44:38 น.  

 
ซวยฮับ ซวยจริงๆ เรายังอายุไม่ถึง20 เผอิญเห็นว่าเป็นคาโลกับเฟรินเลยเข้ามาดู แป๋ว! ช็อกค้าง จนต้องเลิกเล่นเน็ตำกระทันหัน


โดย: คนที่ซวยที่สุด IP: 210.246.79.169 วันที่: 5 สิงหาคม 2550 เวลา:11:50:26 น.  

 
โอ้วววววโนวววววว ท่านคาโลของข้าน้อยทำไมเป็นอย่างงี้?
ไม่จริ๊งงงงงงงงงงงงงงงงงง

ฮึกๆกระซิกๆ

สงสารเฟรินจัง/โฮ........


โดย: สาวกท่านคาโล IP: 124.120.92.189 วันที่: 20 ตุลาคม 2550 เวลา:17:32:11 น.  

 
หื่นจัง....(เอ็งก็หื่นไม่ใช่เรอะ!!!)


โดย: drakmiyobu [รุ่น49] IP: 58.8.123.83 วันที่: 31 ตุลาคม 2550 เวลา:21:38:11 น.  

 
โอ๊ะโหย นู๋เพิ่ง13อ่ะ


โดย: Catalonia IP: 61.19.205.242 วันที่: 12 พฤศจิกายน 2551 เวลา:13:22:43 น.  

 
เริดมาก
555+
สนุก
แค่คิดก็สยิว


โดย: -*- IP: 124.121.46.224 วันที่: 6 ธันวาคม 2551 เวลา:15:06:38 น.  

 
ช้านนเกลียดดอิโรรรรร

ม่ายยยยยยอย่าไห้

มันนนมายุงกับบ

เฟรินนนนนน&คาโลลลล

ลั้กกันๆๆๆๆ

ห้าๆๆๆ


โดย: นิรนาม IP: 117.47.59.132 วันที่: 11 เมษายน 2552 เวลา:19:34:39 น.  

 
คิดได้ไงอ่ะ
กล้าเขียนด้วย
นับถือเลย
มาแบบโหดๆ
จะว่าไปก็ทำใจไม่ค่อยได้


โดย: นิรนาม IP: 125.27.95.31 วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:16:56:24 น.  

 
ม่ายยย ดูเหมือนภาพพจคาโลจะหายสาบสูนในพริบตา แต่ก็หนุกดี อัพเร็วๆนะ


โดย: bam IP: 1.47.165.53 วันที่: 29 มีนาคม 2557 เวลา:14:41:23 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
vana-chan
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add vana-chan's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.