นนท์รภัส พยากรณ์ พยากรณ์ดวงชะตาด้วยหลัก ดารา-โหราศาสตร์ ..ร่วมแก้ไขปัญหา ผ่อนคลายชะตากรรม ด้วยจิตสัมผัส ไพ่ทาโรต์
<<
มกราคม 2553
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
11 มกราคม 2553
 
 
นางนวลรวนรัก บทที่ 31....อาฆาต...แก้แค้น....อาฆาต...แก้แค้น...




ถ้าความคิดของมิตรชัยแปลออกมาเป็นคำพูด
และส่งเสียงตะโกนไปให้สิทธาได้ยิน
เขาก็อาจต้องเปลี่ยนความตั้งใจ

เพราะสิทธาก็คงชี้แจงให้เขาฟังอย่างคนใจอ่อนว่า
การกระทำเช่นนั้นเป็นการ ‘ขว้างไข่ไปกระทบหิน’
หินหรือภาสันต์ก็แค่เปรอเปื้อนนิดหน่อย ทำให้รำคาญเท่านั้น
แต่มิตรชัยและพวกเอ็นจีโอ ก็ต้องถูกทำลาย พินาศไป
เหมือนไข่ที่แตกตกลงพื้นแน่นอน……

ภาสันต์ยิ้มนิด ๆ อย่างสะใจ
ข้อมูลที่ส่งมาให้จากอังกฤษทางอีเมล์เป็นไปตามที่เขาสงสัยทุกอย่าง
เมื่อเห็นสิทธามองอย่างสงสัย
จึงพยักหน้าให้เพื่อนสนิทเข้ามาดูในคอมพิวเตอร์แบบโน๊ตบุ๊ค
ที่สิทธาอุตส่าห์ลงไปเอาจากรถมาให้…..
ภาสันต์ยกมือขึ้นเป็นการห้ามไม่ให้เพื่อนใช้เสียง
เพราะเกรงใจภรรยาที่กำลังนอนหลับสนิทอยู่บนเตียงคนป่วย…..
เมื่อสิทธาอ่านจบจึงพยักหน้าชวนให้ไปคุยข้างนอกห้องคนไข้พิเศษ

“แกแน่ใจแล้วหรือว่าข้อมูลพวกนี้มันถูกต้องแล้ว
มันเป็นความลับขั้นสุดยอดเลยนะ
เป็นการดิสเครดิตของพวกเอ็นจีโอ
มีองค์กรไหนเขาจะยอมเปิดเผย
เพราะมันเป็นการทำลายความเชื่อถือของเขาด้วย”

สิทธาพูดอย่างคลางแคลงใจ แต่แล้วก็ถอนใจเฮือก
ยอมรับว่าข้อมูลนั้นต้องถูกต้องร้อยเปอร์เซนต์แน่นอน
เมื่อได้ยินคำพูดเรียบ ๆ จาก ‘มิสเตอร์ชาง’

“ก็ถ้ามันไม่ถูกต้อง องค์กรพวกนี้ก็อยู่ไม่ได้
เงินทุนแปดสิบเปอร์เซนต์ขององค์กรพวกนี้
มาจากเงินบริจาคของชาง คอร์ปอเรชั่นและเครือข่าย …..
พวกเขาต้องส่งข้อมูลพวกนี้มาให้ฉันทุกปีเพื่อขอรับเงินบริจาค
ฉันเคยเห็นชื่อของคนพวกนี้ แต่ไม่แน่ใจ
ก็เลยให้คอนเฟิร์มอีกที….ทุกอย่างก็เป็นไปอย่างที่ฉันคิด”

“แล้วคุณฝน…..”
ภาสันต์ส่ายหน้า
รอยยิ้มอย่างภาคภูมิใจปรากฏอย่างเห็นได้ชัด

“ไม่เคยมีชื่อน้ำฝน อยู่ในบัญชีพวกนี้เลย
เธอทำทุกอย่างด้วยความบริสุทธิ์ใจ
ไม่มีผลประโยชน์แอบแฝงอย่างคนอื่น …..
เดี๋ยวแกกลับไปพักผ่อนดีกว่า อย่ามาหลังขดหลังแข็งอยู่เลย
พรุ่งนี้ให้นัดสื่อทุกชนิด
บอกว่าฉันจะเปิดให้สัมภาษณ์เรื่องการพัฒนาที่ดินแถวชายฝั่งทะเล
แล้วก็บอกเอ็นจีโอพวกนั้นด้วยว่า
ถ้าอยากจะมาส่งเสียงเย้ว ๆ หรือจะมาคัดค้านอะไร
ก็ให้มาได้เลย พรุ่งนี้ห้าโมงเย็น ที่ศาลาประชาคม ….
อ้อ….ให้ปรีชาไปบอกพวกชาวบ้านด้วยนะ
ว่าฉันขอเชิญให้มารับฟัง พยายามชักชวนให้มากันทุกคน
รวมทั้งคุณโชติด้วย กำชับปรีชาว่าต้องชวนมาให้ได้”

คำสั่งสุดท้ายของเจ้านาย ทำให้สิทธาอ้าปากจะถามอย่างสงสัย
แต่ก็ถูกตัดบทด้วยการโบกมือให้เขากลับไป
ส่วนตัวเองก็กลับเข้าไปในห้องคนไข้พิเศษทันที

เสียงเอะอะด่าทอจากพี่สาวและน้องสาว
ทำให้นายโชติถอนใจอย่างเบื่อหน่าย
ภาพของลูกชายที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงยังติดตาอยู่
ทำให้ไม่อยากจะพบ…จะเจอคนที่ทำให้ภาส….เป็นแบบนั้น
ไม่มีสมาธิที่จะหาวิธีไปคัดค้านการพัฒนาที่ดินตามความคิดของภาสันต์
แต่ด้วยความรับผิดชอบทำให้ต้องเดินออกมาสอบถาม
ก็ได้รับรู้ว่า ถูกชาวบ้านด่าทอเรื่องทำทารุณกรรมกับภาสันต์
แม่ค้า พ่อค้าที่ตลาดไม่ยอมขายของให้ แถมยังไล่ส่ง…..
เมื่อไปที่วัด ชาวบ้านก็ต่อต้าน
บอกว่าไม่อยากทำบุญร่วมกับคนบาป ….
สำหรับวิทยา ตามเนื้อตัวก็มีรอยฟกช้ำไปทั่ว
เพราะถูกเด็กเอาไม้ไล่ตี
แถมยังบอกว่าจะได้รู้ว่าความเจ็บปวดมันเป็นอย่างไร….
แม้แต่ทรงศร คนแสนดี
ก็โดนชาวบ้านหมางเมิน ไปร้านกาแฟ ชาวบ้านก็ไม่ยอมให้นั่งด้วย……

วิทยานั่งนิ่งไม่ยอมพูดจา ปล่อยให้มารดาเอายามาทาตามเนื้อตัว
ความเจ็บปวดที่ได้รับตามร่างกายดูจะน้อยกว่าความรู้สึกในขณะนี้
เสียงของภาสันต์ดังแว่วเข้ามา

“….เคยได้ยินไหมว่า ตายก็ไม่ได้ อยู่ก็ไม่เป็นสุข….
แต่สำหรับพวกนาย เตรียมไว้ได้เลยนะ
แผ่นดินก็จะไม่มีให้เหยียบ”

เพียงแค่ไม่กี่วัน คำพูดนั้นก็ดูท่าจะเป็นจริงแล้ว
ตั้งแต่ที่ภาสันต์ออกรายการโทรทัศน์
ญาติพี่น้องทุกคนไม่มีใครได้อยู่อย่างเป็นสุข
เสียงก่นด่าจากชาวบ้านดังไปทั่วทุกแห่ง
จะเดินไปที่ไหนก็ต้องหวาดระแวงกลัวจะถูกทำร้าย
จะพูดคุยกับใคร ก็มีแต่คนเมินหน้าหนี….
นี่เอง เข้าใจแล้ว….นี่เอง… ความหมายที่ภาสันต์พูดถึง
ภาสันต์ทำให้พวกเขากลายเป็นคนบาป
ขณะที่ภาสันต์ทำตัวเป็นประโยชน์ต่อชาวบ้าน
ทำตัวให้ทุกคนรักใคร่ แต่พวกเขากลายเป็นคนเลวของสังคม
ภาพทุกภาพที่ปรากฏออกทางโทรทัศน์เผยแพร่ไปทั่ว
แล้วจะมีที่ไหนที่จะให้อยู่ ให้เหยียบได้อีก…
ถูกต้องแล้ว อยู่ก็ไม่เป็นสุข….
แต่ภาสันต์พูดไม่ถูกทุกอย่างแน่ ทำไมเขาจะตายไม่ได้ ….
นี่อาจจะเป็นหนทางเดียวที่หลุดพ้นจากเรื่องนี้ได้ ….
แต่ครอบครัวของเขาล่ะ ….
วิทยากวาดสายตามองไปที่มารดา….น้าสาว น้าชาย….
พวกเขาจะทำอย่างไร…
ทรงศร พี่ชายของเขาไม่รู้ไม่เห็นกับการกระทำ
ยังต้องพลอยฟ้าพลอยฝนไปด้วย
ความตายของเขาคนเดียวคงแก้ปัญหาไม่ได้….แต่ถ้าเป็น……

ความคิดของวิทยาล่องลอย
จนผู้เป็นน้าชายต้องเรียกซ้ำหลายหนกว่าเขาจะได้ยิน

“น้าว่าช่วงนี้แกอย่าอยู่ที่นี่เลย มันคงไม่ปลอดภัย
รอให้น้าหาทางแก้ปัญหาก่อน แล้วค่อยกลับมาอยู่….”
“หาทางแก้ปัญหา แกจะทำยังไงได้
ฉันเห็นแกกลัวเจ้าภาส แทบจะก้มไปกราบมันอยู่แล้ว
ที่ดินก็ยกให้มันหมด ….ขนาดนั้นมันยังไม่ยอม
ยังตามจองล้างจองผลาญไม่เว้น…..

นางสายทอง พี่สาวซึ่งกำลังทายาตามเนื้อตัวให้ลูกชาย
ส่งเสียงแปร๋นขึ่นมา แต่แล้วก็อ้าปากค้าง
เมื่อได้ยินเสียงห้วนกระด้างของลูกชายคนโต ที่เดินเข้ามา

“มันก็สาสมแล้วนี่ กับสิ่งที่พวกเราทำ….
ฉันว่ามันยังน้อยไปเสียอีก ถ้าฉันเป็นภาสนะ
ฉันจุดไฟเผาทุกคนให้ไปอยู่กับตายาย
ไม่ปล่อยให้อยู่จนถึงทุกวันนี้หรอก”

ภาพถูกทารุณกรรมของเด็กชายแปดขวบที่เขาเห็นทางโทรทัศน์
ทำให้ทรงศรรู้สึกเกลียดชัง ขยะแขยง ไม่เว้นแม้แต่ผู้เป็นมารดา….
หนึ่งในคนที่ภาสันต์บอกว่าร่วมอยู่ด้วย….
โดยเฉพาะวิทยา ….
ถ้าเขารู้ว่ามันทำกับภาสันต์ถึงขนาดนั้น
เขาคงฆ่ามันให้ตายคามือไปแล้ว

เสียงร้องวี้ดว้ายจากมารดาและน้าสาว
เมื่อทรงศรปรี่เข้าไปชกวิทยาจนหน้าหงาย
แถมเตะซ้ำไปตามลำตัวหลายครั้ง
ซึ่งอีกฝ่ายก็ยอมให้ทำแต่โดยดี ไม่หลบหลีกหนี ไม่ปัดป้องใด ๆ
จนน้าชายต้องมาดึงตัวทรงศรออกไป

“พอได้แล้ว ศร วิทยามันเจ็บมามากแล้ว
แกเป็นพี่แท้ ๆ ของมัน อย่าไปซ้ำเติมมันอีกเลย”

นายโชติห้ามปราม
ส่วนผู้เป็นมารดากับน้าสาวได้แต่ร้องไห้กระซิกอย่างหวาดกลัว
ไม่กล้าพูดอะไร ……ทรงศรแค่นหัวเราะแต่ตาขุ่นกร้าว
นแม้แต่น้าชายยังต้องหลบตา

“เป็นพี่…. แล้วตอนนั้นมันเคยคิดบ้างหรือเปล่าว่า
มันก็เป็นพี่ของภาส
ตายาย แล้วก็แม่ น้า ทำแบบนั้นได้อย่างไรกัน
ที่แม่บอกว่าน้าโชติชดใช้ยกที่ดินให้ภาสไปแล้ว
คิดว่ามันพอแล้วหรือ…
ฉันจะบอกให้นะ แม้กระทั่งชีวิตของพวกเราทุกคน
ก็ยังไม่พอหรอก”

เสียงกระแทกเท้าโครมครามออกไปแล้ว
แต่คนที่เหลือก็ยังอยู่นิ่งไม่เคลื่อนไหว
จนกระทั่งได้ยินเสียงกระแอมอย่างขลาด ๆ ของเด็กชายปรีชา
ซึ่งไม่มีใครรู้ว่าเขามายืนอยู่แถวนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?

ปรีชารีบทำงานตามที่ภาสันต์มอบหมายมา
คือเชิญนายโชติไปฟังการชี้แจงที่ศาลาประชาคม
แล้วก็ออกมาอย่างรวดเร็ว
เพื่อรีบกลับไปรายงานความสำเร็จให้ ‘เจ้านาย’ ฟัง
รวมทั้งเรื่องที่เขาพบเห็นมาทั้งหมด…..

ภาสันต์นัยน์ตาอ่อนแสงลงเมื่อได้รับฟังรายงานจากปรีชา
ความจริงเขาก็น่าจะดีใจ ทุกอย่างสำเร็จตามแผนการที่วางไว้
แต่ทรงศร…..พี่ศรที่แสนดีในอดีต คนที่เคยปกป้องเขา
ยอมรับโทษแทนทุกอย่าง กลับต้องมาร่วมทนทุกข์ทรมาน
ร่วมรับกรรมกับ ‘คนพวกนั้น’ ….จะทำฉันใดดี…

ครูน้ำฝนมองลูกศิษย์อย่างไม่ชอบใจ
เมื่อรู้ว่าวันนี้เด็กชายปรีชาลาหยุด ถึงแม้จะอ้างเหตุผลว่า
ครูที่มีเวรสอน ต่างก็บอกว่ามีธุระยุ่ง
ให้เด็กนักเรียนในชั้นอ่านหนังสือทบทวนไปก่อนก็ตาม….
ยิ่งเมื่อเห็นกริยากระซิบกระซาบกับสามี
ก็ยิ่งทำให้หงุดหงิดเหมือนทั้งสองคนมีความลับ
ไม่ต้องการให้หล่อนรู้อย่างนั้นแหละ!

“คุณภาคะ”
อย่างอดรนทนไม่ได้ที่เห็นลูกศิษย์ทำตัวเหลวไหล
จึงส่งเสียงเข้มงวดมาจากเตียง
ขัดจังหวะการสนทนาระหว่างเจ้านายกับลูกน้อง

“ถ้าคุยธุระกันเสร็จแล้ว
ฝนขอคุยกับปรีชาตามลำพังได้ไหมคะ”

ชายหนุ่มเห็นท่าทางคนเจ็บหงุดหงิดเต็มที ก็เลยตามใจ
กระซิบกับปรีชานิดหนึ่ง
แล้วก็ปล่อยให้เด็กชายเผชิญชะตากรรมอยู่คนเดียว…..

เมื่อกลับเข้ามาในห้องคนป่วยอีกครั้ง
สายตาของภรรยาที่มองมาอย่างหมางเมินทำให้ภาสันต์แปลกใจ
ต้องเอ่ยปากถาม แต่คำตอบที่ได้รับก็ทำให้ชายหนุ่มถึงกับขมวดคิ้ว
ไม่พอใจเช่นกัน

“ไม่เห็นคุณภาบอกฝนเรื่องที่จะประชุมกับชาวบ้าน?”
“หมายความว่าทุกอย่างที่ผมทำ
จะต้องรายงานคุณทั้งหมดอย่างนั้นหรือ?”

น้ำเสียงห้วนกระด้างจากสามี
ทำให้หญิงสาวน้อยใจจนน้ำตาเกือบหยด
เพราะตั้งแต่รู้จักกันมา เคยได้ยินแต่น้ำเสียงสุภาพ อ่อนหวาน
อาทรห่วงใย แต่นี่…… ทำให้อารมณ์ขุ่นมัว
ที่เก็บไว้ลึกๆ ภายในตั้งแต่เมื่อวานพลุ่งพล่านขึ้นมาบ้าง

“ก็ควรจะต้องทำเช่นนั้น
อย่างน้อยการที่คุณได้ซื้อที่ดินจากชาวบ้านอย่างง่ายดาย
ก็เพราะคุณเป็นสามีของฝน ทุกคนเขาถึงเชื่อถือ ไม่ใช่หรือคะ?”

คำพูดลุ่น ๆ ชนิดไม่ถนอมน้ำใจกันเลยของภรรยา
ทำให้ภาสันต์โกรธจัดจนพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
ตั้งแต่เขานั่งเก้าอี้ของ ‘มิสเตอร์ชาง’
ไม่เคยมีใครจะกล้าพูดจา ลบหลู่เขาแบบนี้….
ไม่เคยมีใครใช้วาจายอกย้อน ไม่นับถือแบบนี้……
แล้ว….จากผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง
ที่เขานำมายกย่องเชิดชูเป็นภรรยา
ให้ความรัก ความห่วงใยอย่างที่ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนได้รับมาก่อน
กลับใช้วาจากริยาอย่างนั้นกับเขา
ถึงแม้จะเป็นความจริงก็ตามเถอะ!

หญิงสาวเองก็ตกใจ ไม่รู้ว่าหลุดปากพูดออกไปได้อย่างไรกัน
ยิ่งเมื่อเห็นสีหน้าแววตาของสามีด้วยแล้ว ก็ยิ่งใจเสีย ……
แต่แล้วก็ฮึดสู้ขึ้นมา เพราะคิดว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิด
ความจริงก็คือความจริง ยกเว้นแต่ว่า ‘เขาคนนั้น’ จะปฏิเสธมา …..

กริยามองเขม็งเหมือนกับจะเอาชนะ ยืนยันคำพูดของตัวเอง
ทำให้ชายหนุ่มยิ่งโกรธ

“ถ้าเผื่อคุณคิดว่าการที่ชาวบ้านขายที่ดินให้
เพราะผมเป็นสามีของคุณ ผมขอให้คุณไปบอกพวกเขาเลยนะ
ว่าคุณไม่เห็นด้วยกับการขายที่ให้ผม …..
ให้พวกเขามาซื้อที่ดินคืนได้เลย
ผมยินดีจะขายคืนให้ในราคาที่ผมซื้อ ….
ยินดีออกค่าใช้จ่ายทุกอย่างให้ด้วย
และถ้าคุณอยากทำมากกว่านั้น
เย็นนี้คุณก็ไปพรรคพวกของคุณ
ไปประกาศต่อต้านเลยว่าถึงคุณจะเป็นภรรยาของผม
แต่ก็ไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ผมทำ……ผมจะรอ”

คำพูดทิ้งท้ายก่อนที่จะหันหลังเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบกริบ
เหมือนกับเป็นการท้าทายเอ็นจีโอสาว
ให้กระทำการบางอย่าง
ที่เจ้าตัวไม่เคยมีความคิดที่จะกระทำมาก่อนเช่นกัน

สิทธาเดินเข้ามาในห้องพักผู้ป่วยอย่างรีบร้อน
เพราะคิดว่าผู้เป็นนายอยู่กับภรรยา
แต่แล้วก็ต้องแปลกใจเพราะเห็นคนอยู่กันเต็มห้อง
เขาจำได้ว่าทุกคนเป็นเอ็นจึโอ
ซึ่งภาสันต์เพิ่งให้เขาดูประวัติ…ข้อมูลเมื่อคืนนี้เอง
รวมทั้งมิตรชัย ธิดา ที่เขารู้จักด้วย

“ขอโทษครับ ผมนึกว่าคุณภาสันต์อยู่กับคุณฝน”
หญิงสาวฝืนยิ้มให้กับคำกล่าวทักทายนั้น
“คุณภาออกไปข้างนอกตั้งแต่ก่อนเที่ยงแล้วค่ะ”
“แล้วออกไปไหน คุณฝนทราบไหมครับ
พอดีผมมีธุระด่วน ติดต่อโทรศัพท์ก็ไม่ได้
ไม่รู้ว่าไม่เปิดเครื่องหรือแบตหมด”
“ฝนไม่ทราบค่ะ คุณภาไม่ได้บอกอะไร”

คำพูดฝืน ๆ สีหน้าซีด ๆ แววตาหม่น ๆ ของภรรยาเจ้านาย
ทำให้สิทธาขมวดคิ้วอย่างแปลกใจ
เพราะดูผิดจากที่เขาเห็นเมื่อเช้าลิบลับ
แล้วยังท่าทีไม่เป็นมิตรกับเหล่าเอ็นจีโอรอบตัวเขาอีก….
แต่ก็ยังไม่อยากเข้าไปยุ่ง
เพราะขณะนี้มีเรื่องสำคัญกว่าคือจะต้องตามหา ‘เจ้านาย’ให้เจอ
จึงพูดตัดบทขอตัวออกไปก่อน
แต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินคำพูดจากหญิงสาว

“ฝนจะออกจากโรงพยาบาลบ่ายนี้
คุณสิทธากรุณาจัดการให้ด้วยได้ไหมคะ”
“แล้วนายภารู้เรื่องหรือยังครับ?”

น้ำฝนสั่นศีรษะ ปากเม้มแน่น
ทนายหนุ่มถอนหายใจยาวก่อนตอบ
“ผมว่าคุณฝนรอนายภาก่อนดีกว่า ผม…..”
“น้ำฝนเป็นภรรยาของเจ้านายคุณ สั่งคุณแค่นี้ไม่ได้หรือไง”

มิตรชัยพูดแทรกขึ้นมา แต่แล้วก็ต้องหน้าแดง
เมื่อได้ยินคำพูดสุภาพ
แต่สีหน้าและแววตาแสดงอาการดูถูกของสิทธา

“พวกคุณคงไม่เคยชินกับระบบการทำงานแบบสากล
ตามสายงานการบังคับบัญชา
ไม่มีชื่อภรรยาของคุณภาสันต์เลยนะครับ
ถ้าเมื่อไหร่คณะกรรมการบริษัทมีมติ
แต่งตั้งคุณน้ำฝนเป็นเจ้านายผมเมื่อไหร่นั่นแหละ
ถึงจะมีอำนาจสั่งผมได้
ผมทำงานมีระบบไม่ใช่แบบมวยวัดเหมือนอย่าง….”

น้ำฝนหน้าเสีย เพราะไม่เคยเห็นสิทธา คนอารมณ์ดีตลอดกาล
จะแสดงกริยาไม่พอใจเช่นนี้
รีบยกมือไหว้ขอโทษ แต่ดูเหมือนชายหนุ่มไม่สนใจฟัง
แถมยังทำกริยาเหมือนกับเจ้านายเมื่อเช้า
คือหันหลังเดินออกจากห้องไปทันที……b>




Create Date : 11 มกราคม 2553
Last Update : 12 มกราคม 2553 8:47:07 น. 2 comments
Counter : Pageviews.

 
ครูน้ำฝนคงจะลำบากใจน่าดู
ความซื่อนี่ บางทีก็แยกไม่ออกกับความโง่นะคะ พูดเพราะๆก็ว่าซื่อ แต่แอ๊นท์ว่ามันคือโง่นั่นแหละ น่าสงสารจัง


โดย: แอ๊นท์ IP: 206.53.152.31 วันที่: 12 มกราคม 2553 เวลา:10:18:37 น.  

 
เห็นด้วยกับแอ๊นท์



โดย: kiatsuda วันที่: 18 มีนาคม 2553 เวลา:21:27:24 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
 
BlogGang Popular Award#10


 
กระติ๊ดแดง
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




นนท์รภัส พยากรณ์....nonrapat@yahoo.com
New Comments
[Add กระติ๊ดแดง's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com