"บัวฝรั่ง" เหลือง เม็กซิกาน่า & ลิตเติล ซู (สีแสด)
" บัวฝรั่ง : Water-lily " บัว สมญานามที่ได้รับว่าเป็น "ราชินีแห่งไม้น้ำ" "บัวฝรั่ง" ได้มาแค่ 2 สี คือ.... ● เหลือง เม็กซิกาน่า (นิมเฟีย เม็กซิกาน่า / Nymphaea maxicana ) กับ ● สีแสด ลิตเติล ซู (นิมเฟีย ลิตเติล ซู /Nymphaea Little sue) ★ ภาพ บัว เม็กซิกาน่า (สี เหลือง) ☆ นี่คือ บัว เหลือง เม็กซิกาน่า และ ลิตเติ้ล ซู (สีแสด) ได้ออกดอกบานมา ต้นละหนึ่งดอกแล้วค่ะ ทำให้หัวใจของเราพอง บาน เหมือนบัวสวยๆ ที่ซื้อมาถูกใจ จนลืมเรื่องราคา ตอนซื้อก็ยัง ไม่เห็นสีดอกเลยด้วยนะค่ะ เพียงแค่คนขายโชว์รูปถ่าย ให้ดูเท่านั้น เอง เห็นตอนนี้แล้ว สีสวยน่ารักมากๆ เราเรียกเค้าว่า "บัวแคระ" เล็กๆเหมือนย่อส่วนของบัวใหญ่ลงมาอ่ะค่ะ★ภาพ บัว ลิตเติ้ล ซู (สีแสด) ภาพ บัวลิตเติล ซู " บัวฝรั่ง " ชื่อวิทยาศาสตร์ : Nymphaea sp. and hybrid ชื่อสามัญ : Hardy water-lily ● เป็นบัวที่ มีถิ่นกำเนิดในเขตหนาว - อบอุ่น ซึ่งเป็นพืชน้ำมีอายุหลายปี - ลักษณะใบกลม ขอบใบเรียบ ดอกเป็นรูปทรงถ้วย ลอยอยู่เหนือผิวน้ำ - ออกดอกเป็นชุดๆ ละ 3-4 ดอก ติดต่อกัน 2-3 เดือน - ดอกมีกลิ่นหอมอ่อนๆ มี 5 สี คือ ขาว ชมพู แดง เหลือง และสีอมแสด - ฤดูที่ดอกบาน : ออกดอกดกในฤดูฝน - อัตราการเจริญเติบโต : เร็ว - ลักษณะนิสัย : ขึ้นในดินเหนียวที่มีอินทรีย์วัตถุสูง เจริญได้ดีในระดับน้ำลึก 20-40 เซนติเมตร พื้นที่ผิวน้ำกว้างมาก ตั้งแต่ 0.5-1 ตารางเมตรขึ้นไป มักพักตัวในฤดูหนาว ขึ้นอยู่กับ ชนิดและพันธุ์ - ความชื้น : สูง / แสง : แดดครึ่งวัน - เต็มวัน ★เทคนิคการปลูกบัวแบบง่ายๆ★" ● อาจารย์เสริมลาภ วสุวัต ปรมาจารย์แห่งบัวประดับ ของเมืองไทย ท่านให้เทคนิคง่ายๆ ในการปลูกเลี้ยงบัว คือ .... ... เอาดินเหนียวมาแบ่งเป็นก้อน ผสมปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก จะเป็นมูลวัว มูลควาย มูลเป็ด มูลไก่ ได้ทั้งนั้น จากนั้นโรยปุ๋ย ละลายช้าประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ แล้วกลบดินทับอีกชั้นกดพอแน่น บัวฝรั่งจะโตทางนอน จึงควรปลูกริมอ่าง ต้นหรือเหง้าที่แยก มาจากต้นแม่ หากมีรากเยอะ เด็ดรากทิ้งบ้างก็ได้ การปลูก : ให้ฝังหน้าเหง้าให้วิ่งไปกลางอ่าง แล้วใช้ตะเกียบ (ไม้ไผ่ยาว 1 ฟุต หักให้เป็นรูปตัววี) ปักยึดเหง้าบัวกับดินกันลอย หลังจากนั้นประมาณ 10 วันเมื่อรากยึดดินดีแล้ว จึงดึงตะเกียบออก● ดอกบัว ลิตเติ้ล ซู กำลังจะโผล่พ้นผิวน้ำ หากไม่ดึงออก ไม้ไผ่เป็นไม้ที่ตายแล้วมันจะมีตะไคร่ลงไปกิน และ จะเป็นกระจุกของตะไคร่ แล้วยอดจะไม่โผล่ เราจะฝังยอดอยู่ใต้ดิน ประมาณ 1 นิ้ว แต่เมื่อกดดินจะเหลือประมาณครึ่งนิ้ว การให้ปุ๋ย ใช้ ปุ๋ยสูตรเสมอ 10-10-10 หรือ 12-12-12 ประมาณ 1 ช้อนชา ห่อกระดาษหนังสือพิมพ์สัก 2 ชั้น แล้วฝังไว้ใต้ดินดักหน้าเหง้า ส่วนการจะให้ถี่เท่าใดนั้น ขึ้นกับจำนวนน้ำในอ่างปลูก และความถี่ในการถ่ายน้ำ แต่ไม่แนะนำให้ถ่ายน้ำบ่อย ถ้าเป็น อ่างกลางๆ ก็ให้เดือนละ 2 ครั้ง ต้นเดือน และ กลางเดือน จำง่ายๆ "คนที่ปลูกขายต้องการให้งามตลอด ก็สามารถให้ปุ๋ยทุกอาทิตย์ได้ น้ำก็ใช้น้ำประปาได้เลย เพราะมีคลอรีนเป็นกรดนิดหน่อย บัวชอบน้ำ ที่เป็นกรดนิดหน่อย แล้วก็ให้ได้แดดสักวันละ 5 ชั่วโมง" ● การดูแลรักษาก็ไม่มีอะไรยุ่งยาก เพียงแต่คอยเด็ดใบแก่ ดอกโรยทิ้ง อย่าให้มันเน่าเสียอยู่ในอ่าง ซึ่งจะทำให้น้ำเน่า แล้วก็ต้องคอยกำจัดแมลง โดยเฉพาะช่วงที่จะเข้า ฤดูหนาว ต้องดูแลเป็นพิเศษ บัวที่ปลูกเป็นไม้ประดับเวลานี้ส่วนใหญ่ประมาณ 80% มาจาก ต่างประเทศ เมืองนอกเป็นเมืองหนาว เมื่อเริ่มเข้าฤดูหนาว พวกโรค พวกแมลงจะเริ่มลง เพราะบัวมันน่ากิน พวกหนอนพับใบ ที่เกิดจากผีเสื้อกลางคืน ก็บินมาวางไข่ ในฤดูฝนถ้าฝนตก ปีกแมลงจะเปียกทำให้บินมาวางไข่ไม่ได้ ฤดูฝนก็จะปลอดแมลง พวกเพลี้ยอ่อนตามใบก็จะถูกฝนซะล้างออกไป เป็นอาหารของปลาในบ่อ พอพ้นฤดูฝนเข้าฤดูหนาว พวกแมลงก็บิน ไปมาได้สบาย มาวางไข่ เกิดเป็นหนอนกินใบ " วิธีกำจัดก็คอยจับบี้ให้ตายอย่างเดียว" ข้อมูลเบื้องต้น ● บัว : เม็กซิกาน่า สีเหลือง ชื่อไทย : นิมเฟียเม๊กซิกาน่า สกุล : hardy waterlily ชื่อสามัญ : nymphaea yellow ถิ่นกำเนิด : เป็นบัวพันธุ์พื้นเมืองที่ขึ้นทั่วไปในแถบเหนือ ของแม็กซิโก และ ทางตอนใต้ของอเมริกาชื่อวิทยาศาสตร์ : nymphaea mexicana zuce ผู้ค้นพบ : Zueearin ชื่ออื่นๆ : maxican zuceวิธีปลูก : 1. การปลูกในสระหรือบ่อ : ไม่แนะนำ เพาะขยายพันธุ์ง่าย กำจัดยาก 2. การปลูกในกระถาง : สามารถปลูกในกระถางที่มีความกว้าง ไม่น้อยกว่า 40 เซนติเมตร - การพักตัวของบัว : ไม่พักตัว แต่ชะงักการเจริญเติบโตบ้าง - ความกว้างของผิวน้ำ : แคบ, ปานกลาง - แสง : รับแดด - การขยายพันธุ์ : หน่อ, เหง้า- ช่วงเวลาบาน : บานกลางวัน (06.00 น. - 15.00 น.) สี เหลือง / ไม่มีกลิ่น ลักษณะใบ : - ใบอ่อน : รูปกลม ด้านหน้าใบสีเขียวอ่อน หลังใบสีน้ำตาลอ่อน มีจุดสีน้ำตาลประปราย - ลักษณะใบแก่ : รูปกลม ด้านหน้าใบสีเขียวเข้มขึ้นเล็กน้อย หลังใบ สีเขียวอ่อนมีจุดสีน้ำตาล เช่นเดียวกับใบอ่อน ขอบใบเรียว ปลายใบเว้าเข้าฐานใบเปิด ปลายฐานใบมน - ขนาดใบ : 5 - 8 เซนติเมตรวิธีดูแลรักษา : โรคและแมลงศัตรู : โรคใบจุด แมลงกลุ่มเพลี้ย และหนอนพับใบ - อาการ : โรคใบจุด ใบจะเป็นจุดสีเหลือง แล้วเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล เพลี้ย หนอนพับใบ จะดูดกินน้ำเลี้ยงก้านใบ ก้านดอกและทำให้ใบเสียหาย - การป้องกัน กำจัด : ใช้สารเคมีป้องกันเชื้อรา และสารเคมีกลุ่ม ฆ่าหนอน ผสมน้ำและสารจับใบ ฉีดพ่นทุกเดือน● ลิตเติล ซู / Little sue สี แสด ชื่อไทย : ลิตเติลซู ชื่อสามัญ : little Sue ชื่อวิทยาศาสตร์ : nymphaea spp (hybrid) ชื่ออื่นๆ : - วงศ์ : nymphaeaceae สกุล : hardy waterlily ประวัติ :บัวฝรั่งดอกเล็กพันธุ์นี้ Dr.Robert kirk Strawn พัฒนาขึ้นมาในปี ค.ศ. 1993 และเผยแพร่ในปี ค.ศ. 1996 ถิ่นกำเนิด : สหรัฐอเมริกา ช่วงเวลาบาน : บานกลางวัน (06.00 น. - 15.00 น.) สี : สีชมพู : มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ลักษณะดอก : ดอกตูม : ทรงดอกโคนและปลายเรียว ตรงกลางกว้างสีเขียวขี้ม้า ดอกบาน - สีกลีบดอก : บานวันแรก สีเหลืองอมแสด มีลายขีดกระ ตามแนวยาวของกลีบสีแดงทั่วกลีบ บานวันที่ 2 สีเหลืองอมแสด ลายขีดกระสีแดงเข้มขึ้น - เกสร : อับเรณูสีชมพูถึงแดงอ่อนๆ ก้านอับเรณูสีเหลือง เกสรเพศเมียสีเหลืองอ่อน - ทรงกลีบดอก : โคนและปลายเรียว ตรงกลางกว้าง - ทรงดอกบาน : แผ่ครึ่งวงกลม - กลีบดอก : ซ้อนมาก - ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง : 7 10 เซนติเมตรการให้ดอก : ทยอยออกตามกัน ค่อนข้างดก บาน 3 วัน- ลักษณะใบ : - ก้านใบและก้านดอก : สีเขียวขี้ม้า ไม่มีขน - ใบอ่อน : รูปกลม หนาใบสีเขียวขี้ม้า มีรอยแต้มสีบรอนซ์ทั่วไป หลังใบสีน้ำตาลแดง มีกระสีน้ำตาลแดงเข้ม - ใบแก่ : รูปกลม หน้าใบสีเช่นเดียวกับใบอ่อน แต่รอยแต้มสีจางลง หลังใบสีเขียวขี้ม้า มีรอยแต้มสีน้ำตาลแดง ขอบใบเรียบ - ปลายใบแหลม ฐานใบเปิดมาก ขนาดใบ : 6 10 เซนติเมตร วิธีปลูก : - การปลูกในกระถาง : สามารถปลูกในกระถางที่มีความกว้าง ไม่น้อยกว่า 45 เซนติเมตร - การพักตัวของบัว : ไม่พักตัว - ความกว้างของผิวน้ำ : แคบ , ปานกลาง - ความลึกของน้ำ : ตื้น , ปานกลาง - แสง : กึ่งร่ม กึ่งแดด การขยายพันธุ์ : หน่อ, เหง้า● วิธีดูแลรักษา : โรคและแมลงศัตรู - โรค : โรคใบจุด - แมลง : เพลี้ยอ่อน หนอนพับใบ - อาการ โรคใบจุด เกิดจากเชื้อราทำให้ใบเป็นจุดเหลือง น้ำตาล เพลี้ยอ่อน จะดูดกินน้ำเลี้ยง ก้านใบ ก้านดอก หนอนพับใบ จะกัดกินใบเสียหายการป้องกัน กำจัด : ใช้สารเคมีประเภทดูดซึม ผสมน้ำ และสารจับใบ ฉีดพ่นทุกเดือน★Tips : ความรู้เกี่ยวกับเรื่องบัว บัว สมญานามที่ได้รับว่าเป็น "ราชินีแห่งไม้น้ำ" ● ลักษณะทั่วไป (Characteristic) : เป็นไม้โผล่เหนือน้ำ มีหัวหรือเหง้าใต้ดิน - ขยายพันธุ์ โดยการแยกหน่อ หรือ เหง้า - สีดอก [Flower Color] : สีขาว เหลือง ชมพู แสด แดง มักไม่มีกลิ่นหอม ในบางพันธุ์อาจมีกลิ่นฉุน หรือ มีกลิ่นหอมอ่อนๆ - ออกเป็นดอกเดี่ยวจากเหง้า ก้านดอกอวบกลม ส่งดอกขึ้นลอยที่ผิวน้ำ - ดอกรูปถ้วย หรือ ค่อนข้างกลม กลีบดอกจำนวนมาก เรียงซ้อนกันหลายชั้น - ดอกบานช่วงเข้า - บ่าย หรือ เย็น บานเต็มที่กว้าง 6-8 เซนติเมตร คนไทยเรียกอีกแบบอย่างไพเราะว่า "อุบลชาติ และ ปทุมชาติ " นักพฤกษศาสตร์ได้จัดสกุล ของไม้น้ำที่คนไทยเรียกว่า บัว หรือ อุบลชาติ ไว้ในวงศ์ Nymphaeaceae เพราะ ..... ลักษณะของใบและดอกที่ชูช่อ อยู่เหนือน้ำ กล่าวคือ ความงามของดอกบัว ที่เบ่งบาน ประดุจความงามของหญิงสาว หรือเจ้าสาว คำว่าNymph มาจากรากศัพท์ภาษาอังกฤษแปลว่า สาวน้อย (Beautiful Young Woman) หรือ แม่เทพธิดาที่อยู่ในน้ำ บัว เป็นไม้น้ำประเภท พืชล้มลุก ที่มีลำต้นและหัว อยู่ในดินใต้น้ำ โดยจะชูก้านใบ และ ดอกขึ้นมาบนผิวน้า มีดอกหลากสี และหลากหลายสายพันธุ์ แต่ละสายพันธุ์ ก็จะมีลักษณะ เฉพาะทางกฤกษศาสตร์ที่แตกต่างกันออกไป เปรียบเทียบได้จาก ลักษณะของ ดอก ใบ และก้านดอก ก้านใบของบัว ลักษณะเด่น ๆ นอกเหนือจากความงามของดอก มีสารพัดสี มีหลายสายพันธุ์แล้ว เวลาดอกบัวบาน ก็ยังบาน ไม่เหมือนพืชชนิดอื่นอีก ที่เมื่อดอกบานแล้วก็บานเลย★ แต่ดอกบัวจะบานแล้ว ก็หุบ เมื่อหุบแล้วก็บานได้ใหม่อีก ดอกบัวบางพันธุ์ ก็ยังมีกลิ่นหอมอีกด้วย นอกจากนี้บัวยังเป็น พืชที่ปลูกได้ง่าย และ ดูแลง่าย ☆ อย่างไรก็ดี "บัว" ได้รับความนิยมว่าเป็นไม้มงคล แสดงให้เห็นถึง ปรัชญาการดำเนินชีวิตอย่างลึกซึ้ง กล่าวคือ ... " แม้จะเกิดในโคลนตม แต่เมื่อโผล่พ้นน้ำขึ้นมารับแสงสว่างแล้ว กลีบดอก กลับสะอาดบริสุทธิ์ ไม่มีสิ่งใดแปดเปื้อน เสมือนคนที่เกิดมาแล้ว หากเข้าถึง หลักธรรม ก็สามารถเป็นผู้ หลุดพ้นจากกิเลส และความทุกข์ทั้งปวงได้ " ราชินีแห่งไม้น้ำ จึงมีความเหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง "ขอบคุณทุกท่าน...ที่แวะมาทักทายกันค่ะ" คลิกอ่าน ความรู้เกี่ยวกับเรื่องบัว---> พิพิธภัณฑ์เสมือนบัว
Special ThankS : - ที่มาข้อมูล :- http://www.siamsouth.com/smf/index.php?topic=19254.5;wap2 - http://www.thai2learn.com/bua/administrator/frame_left.jsp - http://agkc.lib.ku.ac.th/plantwebsite/webpage/WaterPlants/ - http://www.thaiwaterlily.com/show_page.php?topic_id=75&auto_id=4&TopicPk= - http://www.lotus.rmutt.ac.th/archives/404 VIDEO
Create Date : 27 เมษายน 2555
Last Update : 28 เมษายน 2555 21:34:09 น.
20 comments
Counter : Pageviews.
โดย: diamondsky วันที่: 27 เมษายน 2555 เวลา:18:41:44 น.
โดย: พายุสุริยะ วันที่: 27 เมษายน 2555 เวลา:23:18:40 น.
โดย: ยายเก๋า (ชมพร ) วันที่: 28 เมษายน 2555 เวลา:8:42:18 น.
โดย: ยายเก๋า (ชมพร ) วันที่: 28 เมษายน 2555 เวลา:22:09:04 น.
โดย: tui/Laksi วันที่: 29 เมษายน 2555 เวลา:0:47:53 น.
โดย: tui/Laksi วันที่: 29 เมษายน 2555 เวลา:1:15:57 น.
โดย: แฟนหงส์โคราช (Ni.Somsak ) วันที่: 29 เมษายน 2555 เวลา:3:21:55 น.
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 30 เมษายน 2555 เวลา:6:47:29 น.
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 30 เมษายน 2555 เวลา:8:32:12 น.
โดย: ยายเก๋า (ชมพร ) วันที่: 30 เมษายน 2555 เวลา:11:11:00 น.
โดย: diamondsky วันที่: 30 เมษายน 2555 เวลา:18:24:26 น.
อ่านบล็อกวันนี้ได้ความรู้มากมาย โดยเฉพาะการปลูกบำรุงรักษา
พูดถึงเรื่องดอกบัว ในอิตาลีหาชมยากนิดนึง
บอกตรงๆ ว่ายังไม่เคยเห็นในสถานที่ทั่วไป เป็นพันธุ์ไม้ไม่ธรรมดา
ส่วนคุณสามีเคยเห็นบัวในเมืองไทยครั้งแรกหลายปีก่อน
อยู่ในรีสอร์ททางภาคใต้ ตื่นตาตื่นใจมาก ถ่ายรูปไปเยอะเลย
ขอบคุณคุณตุ้ยสำหรับข้อมูลดีๆ ที่มาฝากกันค่ะ