บางครั้งโลกแห่งความจริงไม่สวยงาม...เฉกเช่นความฝัน แต่รู้สึกและจับต้องได้
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2554
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
2 พฤษภาคม 2554
 
All Blogs
 
จิปาถะ(22)...ภาพฝันลวงตา






บทเพลง "ซินยวนยังหูเตี๋ยเมิ่ง" หรือ "ภาพฝันลวงตาของคู่รักใหม่" เป็นเพลงประกอบหลักของละครชุด “เปาบุ้นจิ้น” ที่ดังกระหึ่มไปทั่วเอเชียเมื่อปี 1993 ประพันธ์และขับร้องโดย "หวงอาน" นักร้องชาวไต้หวัน ซึ่งคำว่า "ซินยวนยังหูเตี๋ยเมิ่ง" เป็นชื่อตอน ตอนหนึ่งในละครชุดดังกล่าว



หวงอาน ผู้ประพันธ์และขับร้องเพลง "ซินยวนยังหูเตี๋ยเมิ่ง"



"ซินยวนยังหูเตี๋ยเมิ่ง" ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นเพลงที่มีความหมายเชิงนามธรรมลึกซึ้งยิ่งเพลงหนึ่ง โดยในชื่อเพลงนั้น "ยวนยัง" แปลว่า เป็ดแมนดาริน ซึ่งเป็ดแมนดารินเป็นสัตว์มงคลของจีน เป็นสัญลักษณ์ของความรักเดียวใจเดียว เพราะชาวจีนโบราณเชื่อกันว่าเป็ดแมนดารินเป็นสัตว์ที่มีผัวเดียวเมียเดียวไม่เปลี่ยนคู่จนตัวตาย เมื่อตัวใดตัวหนึ่งตายคู่ของมันก็จะตายตามไปด้วย แม้ว่าต่อมาจะมีการค้นพบว่าจริงๆ แล้วมิได้เป็นเช่นนั้น เพราะเป็ดแมนดารินมิได้ตกตายตามกัน ทว่าชาวจีนก็ยังคงยึดตามธรรมเนียมโบราณ ใช้ภาพเป็ดแมนดารินคู่ เป็นสัญลักษณ์ในวันมงคลอันแสดงถึงคู่รัก ส่วนคำว่า "ซิน" แปลว่า ใหม่ ดังนั้นจึงนิยมเรียกคู่บ่าว-สาว ที่เข้าพิธีแต่งงานว่า "ซินยวนยัง" อันหมายถึงผู้ที่เริ่มเป็นคู่ชีวิตกันนั่นเอง


ภาพเป็ดแมนดารินคู่ ชาวจีนนิยมใช้ประดับในงานมงคลสมรส



ส่วน "หูเตี๋ยเมิง เป็นคำเปรียบเทียบเช่นกัน "หูเตี๋ย" แปลว่า ผีเสื้อ ส่วน "เมิ่ง" แปลว่า ความฝัน คำ "หูเตี๋ยเมิ่ง" หรือ "ความฝันของผีเสื้อ" นั้น ได้หยิบยกเอามาจากบทประพันธ์เลื่องชื่อของ "จวงจื๊อ" ปรัชญาเมธีและนักศิลปศาสตร์ผู้โด่งดังแห่งลัทธิเต๋าในสมัยสงครามระหว่างรัฐ(จั้นกั๋ว)อันมีใจความอย่างย่อว่า "...จวงจื๊อหลับแล้วฝันไปว่าตนเป็นผีเสื้อ ในฝันคิดว่าตนเองคือผีเสื้อ ทว่าเมื่อตื่นขึ้นมาพบว่าตนยังคงเป็นจวงจื๊อ เช่นนั้น เป็นจวงจื๊อฝันว่าเป็นผีเสื้อ หรือเป็นผีเสื้อที่ฝันว่าเป็นจวงจื๊อกันแน่ ..." ซึ่งเป็นการตอกย้ำแนวปรัชญาของลัทธิ "เต๋า" ที่ว่าสรรพสิ่งในโลกเคลื่อนไหวอย่างไม่รู้สิ้นสุดและมีการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่อุบัติจนดับสูญ ในเวลาต่อมา คำว่า "หูเตี๋ยเมิ่ง" ใช้เปรียบเทียบถึง ความฝันลวงตา หรือ ความฝันที่ไม่มีวันเป็นจริง

ในส่วนของเนื้อเพลง "ซินยวนยังหูเตี๋ยเมิ่ง" อันไพเราะกินใจนั้น ได้ดัดแปลงมาจากบทกวีบทหนึ่งในสมัยราชวงศ์ถัง ที่มีชื่อว่า ประพันธ์โดยนักกวีผู้ยิ่งใหญ่นาม "หลี่ไป๋" หนึ่งในสองยอดกวีเอกผู้รังสรรค์ยุคทองของกวีในแผ่นดินจีน ซึ่งถูกขนานนามคู่กับ ตู้ฝู่ ซึ่งที่มาของกวีบทนี้ว่ากันว่าเริ่มต้นมาจาก ชีวประวัติช่วงหนึ่งของหลี่ไป๋ โดยในปี 742 หลี่ไป๋พกพาแนวคิดด้านการเมืองเต็มเปี่ยมเดินทางมุ่งสู่นครฉังอานเมืองหลวง เข้ารับราชการสังกัดราชสำนัก ทำหน้าที่เป็นนักปราชญ์และนักกวีรับใช้จักรพรรดิ์ถังเสวียนจง ทว่า 2 ปีต่อมาถูกผู้อื่นเพ็ดทูลใส่ร้ายจึงถูกขับออกจากราชสำนัก กระทั่งในฤดูใบไม้ร่วงของปี 753 หลี่ไป๋เดินทางมายัง เมืองเซวียนโจว และประพันธ์บทกวีดังกล่าวขึ้นเพื่อเป็นการร่ำลา "หลี่อวิ๋น" ขุนนางผู้มีศักดิ์เป็นลุงซึ่งกำลังจะออกเดินทางไกล ทว่าโดยในบทกวีมิเพียงมีความหมายถึงการร่ำลา แต่ยังแฝงความคับแค้นส่วนตัวของหลี่ไป๋ เนื่องเพราะตนเองขาดวาสนา แม้นมีความสามารถแต่ขาดโอกาสทำงานเพื่อบ้านเมือง





ซินยวนยังหูเตี๋ยเมิ่ง : ภาพฝันลวงตาของคู่รักใหม่
ศิลปินหวงอาน
จั๋วรื่อเซี่ยงน่าตงหลิวสุ่ย
วันวานดั่งสายน้ำบูรพทิศไหลเรื่อย

หลีหวั่วหย่วนชี่ว์ปู้เข่อหลิว
ห่างฉันไกลออกไปไม่มีหยุด

จินรื่อล่วนหวั่วซินตัวฝานโยว
วันนี้รบกวน จนจิตใจฉันว้าวุ่น

โชวเตาต้วนสุ่ย สุ่ยเกิ้งหลิว
ชักดาบสะบั้นสายน้ำ น้ำกลับยิ่งไหล

จี่ว์เปยเซียวโฉว โฉวเกิ้งโฉว
ยกจอกสุราขึ้นดับทุกข์ ยิ่งทุกข์กว่าทุกข์

หมิงเจาชิงเฟิงซื่อเพียวหลิว
วันพรุ่งถูกสายลมอ่อนเพพัดกระจัดกระจาย

โหยวไหลจื่อโหย่วซินเหรินเซี่ยว
มีเพียงเสียงสรวลเสของผู้มาใหม่

โหย่วเสยทิงเต้าจิ้วเหรินคู
ใครเลยได้ยินเสียงร้องไห้ของคนเก่า

ไอ้ฉิงเหลี่ยงเก้อจื้อเห่าซินขู่
"ความรัก" คำนี้ช่างยากเย็นเข็ญใจ

ซื่อเย่าเวิ่นอีเก้อหมิงไป๋
ใช่ต้องเฝ้าถามไถ่หาความกระจ่าง

ไหซื่อเย่าจวงจั้วหูถุ
หรือแสร้งทำเป็นเลอะเลือนโง่งม

จือตัวจือเส่าหนานจือจี๋ว์
รู้มาก รู้น้อย แต่ยากจะรู้จักพอ

คั่นซื่อเก้อยวนยังหูเตี๋ย
ดูไปคล้ายดั่งผีเสื้อคู่รัก

ปู้อิงไกเตอเหนียนไต้
ทว่าพบกันในยามที่ไม่สมควร

เข่อซื่อเสยโย่วเหนิงไป่ทัวเหรินซื่อเจียนเตอเปยไอ
กระนั้นใครเล่าสามารถสลัดพ้นจากทุกข์โศกบนโลกนี้

ฮวาฮวาซื่อเจี้ย ยวนยังหูเตี๋ย
ผีเสื้อคู่รัก ในโลกโลกีย์

ไจ้เหรินเจียนอี่ซื่อเตียน
เมื่อฟั่นเฟือนอยู่บนโลกใบนี้

เหอขู่เย่าซั่งชิงเทียน
ใยต้องหวังขึ้นสวรรค์ชั้นฟ้า

ปู้หรูเวินโหรวถงเหมียน
มิสู้อยู่หลับใหลอย่างอบอุ่นเคียงกัน



ที่มา ผู้จัดการออนไลน์



Create Date : 02 พฤษภาคม 2554
Last Update : 2 พฤษภาคม 2554 9:18:47 น. 4 comments
Counter : Pageviews.

 
ทักทายยามเที่ยงจ่ะ หาอะไรทานด้วยนะจ่ะ จะได้มีแรง อิอิ


โดย: ตะวันเจ้าเอย วันที่: 2 พฤษภาคม 2554 เวลา:11:58:55 น.  

 


โดย: เด็ก(อยาก)แนว วันที่: 2 พฤษภาคม 2554 เวลา:22:10:41 น.  

 
สวัสดีตอนบ่ายๆครับ


โดย: shadee829 วันที่: 4 พฤษภาคม 2554 เวลา:13:09:56 น.  

 


เป็นเพลงที่คุ้นหูนะคะ
สวัสดีค่ะ คุณทัศนะ





ภาพ : พวงทองเถา
โดย : tiensongsang


ดอกเหลืองอร่ามแท้...................ลำเพา
เช่นดั่งพวงทองเถา....................ช่อนี้
งามประดุจนงเยาว์.....................ผิวผ่อง
เกินกว่าใครจักลี้.......................ห่างได้ไฉนฤา



โดย: พธู วันที่: 4 พฤษภาคม 2554 เวลา:20:33:35 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
atruthoflife10
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




กลับคืนสู่ธรรมชาติ ด้วยสุขภาพที่ดีกว่า

ไตรลักษณ์
เกิดขึ้น 26 พ.ย.2553

ดับไป....???

Friends' blogs
[Add atruthoflife10's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.