....OUR FAMILY'S JOURNEY....
++ ฮอกไกโด...หน้าหนาว 2 (ฮาโกะดาเตะ) ++













บล๊อกที่แล้วพาคุณๆไปสัมผัสงานเทศกาลหิมะซับโปโร (68th Sapporo Snow Festival) มาครับ เนื่องจากปัญหาในการจองห้องพัก เราจึงจำเป็นต้องเปลี่ยนที่นอนไปเรื่อยๆ เลยถือโอกาสเที่ยวเปลี่ยนบรรยากาศไปตามเมืองรอบๆซับโปโรด้วย วันนี้ ( 6 กพ. 2017) ตื่นเช้าหน่อยเพราะจองรถไฟเที่ยว 7.44 น.ไว้สำหรับเดินทางไกลสู่ใต้สุดของเกาะฮอกไกโดคือเมืองฮาโกะดาเตะ (Hakodate) ซึ่งเมืองนี้ก็ถือว่าเป็นจุดหมายปลายทางแห่งหนึ่งของนักท่องเที่ยว เมื่อเดินทางมาเยือนเกาะนี้ครับ



ภานในสถานี JR Sapporo


จากที่พักไปสถานีรถไฟ JR หรือ JR Sapporo เพียง 1.5 กม. แต่ในยามที่อุณหภูมิติดลบแบบนี้ นั่งแท๊กซี่ดีกว่า เราบอกให้โรงแรมเรียกแท๊กซี่มารับ 6.30 น. ในตอนเช้า เมื่อถึงเวลานัดหมายเขาก็มารอก่อนแล้ว เราเจอแท๊กซี่ตอน 6 โมงเช้าซึ่งเขาก็บอกมารับเรา เราเลยขอเดินทางก่อนเวลานัดซะเลย ซึ่งก็ไม่มีปัญหาอะไร ค่าแท๊กซี่ที่ซับโปโรจะเริ่มที่ 620 เยน ซึ่งค่านี้แต่ละเมืองจะแตกต่างกันไปครับ เพียง 2-3 ล๊อกตึกเราก็มาถึง JR Sapporo เราจ่ายค่าแท๊กซี่ 830 เยน ... ในเวลาเช้ามืดแบบนี้ผู้คนยังไม่พลุกพล่านเท่าไหร่ เลยทำให้พอถ่ายภาพได้บ้าง

ซับโปโรเป็นเมืองใหญ่ที่สุดของเกาะฮอกไกโด สถานี JR เลยใหญ่ตามไปด้วย เพราะนี่คือชุมทางการเดินทางไปยังเมืองต่างๆทั่วเกาะ และสนามบิน New Chitose Airport ด้วย ... เราได้รถไฟขบวน Ltd. Exp. Super Hokuto ซึ่งจะออกเดินทางจากซับโปโรเวลา 7.44 น. กำหนดถึง Hakodate 12.06 น. หลังจากเช็คชานชลา (Platform) ที่รถจะเข้าได้แล้ว เราต้องนั่งหลบหนาวอยู่ด้านในสถานีก่อน รอเวลาใกล้ๆรถจะเข้าค่อยขึ้นไป เพราะชานชลาจะอยู่ด้านบน ซึ่งอากาศหนาวมากในช่วงเช้าแบบนี้ ด้านในสถานีเขาจะเปิดฮีตเตอร์ให้ด้วย และมีเตาไฟฟ้าให้เราผิงอีก ... ซึ่งวิธีเอาชนะธรรมชาตินี่ถือว่าประเทศญี่ปุ่นไม่เป็นรองใครเลยในโลกใบนี้อยู่แล้ว







โฉมหน้าของขบวนรถเร็ว Ltd. Exp. Hokuto


นั่งรถไฟญี่ปุ่นนี่สะดวกมากๆครับ รถไฟมีทั้งตู้ไม่ต้องจองที่นั่ง (Non reserved) และตู้ที่จองที่นั่ง (Reserved) ซึ่งต้องเสียค่าจองที่นั่งเพิ่มอีกประมมาณ 300 เยน เนื่องจากเราใช้ JR Hokkaido Pass การสำรองที่นั่งจึงสามารถทำได้โดยไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่มครับ ซึ่งในตั๋วรถก็จะบอก Car No. หรือตู้ที่เท่าไหร่ และเวลาเดินทางจากต้นทาง-ปลายทาง ในตู้รถไฟเขาจะมีช่องให้วางกระเป๋าเดินทางไว้ที่ด้านหน้าและหลังสุดของตู้ครับ



ตั๋วรถไฟ sapporo - Hakodate


เมื่อใกล้เวลาที่รถจะออก เราจะต้องไปเข้าคิวตามช่องที่กำหนดไว้ สถานีใหญ่ๆจะมีบอกว่าช่องนั้นตู้ที่เท่าไหร่ด้วย (Car No. xx) อันนี้เราต้องดูจากตั๋วเราสถานเดียว (เขามีภาษาอังกฤษเขียนบอกไว้ครับ) ... วันนี้เราสบายๆเพราะเป็นเที่ยวค่อนข้างเช้า รถจากซับโปโรเลยยังไม่เต็ม ขึ้นก่อนเลยได้ถ่ายรูป (ปกติการทำอะไรเป็นที่รบกวนคนอื่นเขานี่ ญี่ปุ่นเขาถือมากๆครับ เราควรระวังด้วย แม้แต่การจะใช้โทรศัพท์ก็ต้องออกไปใช้ระหว่างข้อต่อของตู้รถ...สังคมญี่ปุ่นเป็นสังคมที่ไม่ค่อยจะคุยกัน จะใช้ตัวหนังสือซะมากกว่า เราจึงเห็นว่าคนญี่ปุ่นเวลาขึ้นรถจะนั่งอ่านหนังสือหรือหลับซะกัน แทนที่จะเห็นเขาคุยกัน) .... ถึงเวลา 7.44 น. รถออกตามเวลาเปะครับ




บนรถคันที่จองที่นั่ง

นั่งรถเกือบ 4 ชั่วโมงครึ่ง (4 ชม. 22 นาที) เราก็มาถึงสถานีปลายทางฮาโกะดาเตะตามเวลา ...  ลงรถไฟเสร็จเราไปซื้อตั๋วรถราง (Tram 1- day pass) ราคาคนละ 600 เยนเพื่อนั่งชมเมืองหลังจากที่เราไปฝากกระเป๋าที่โรงแรมแล้ว และทำการสำรองที่นั่งรถไฟสำหรับเดินทางไป Asahikawa ในวันต่อไป



หน้า JR station Hakodate





ตั๋วรถรางแบบ 1-day pass ด้านหลังจะมี คศ. เดือน และวันที่ๆเริ่มใช้
โดยก่อนใช้จะต้องขูดแบบที่เห็น แล้วโชว์ให้คนขับเขารู้เมื่อลงรถ (ในภาพใช้วันที่ 6 เดือน 2 คศ.2017)



เส้นทางรถรางใน Hakodate (สาย 2 และ 5)
จุดที่จะลงเพื่อเดินต่อไปขึ้นกระเช้า หรือ Ropeway สู่จุดชมวิวที่เขา Hakodate คือสถานี Jujigai DY20



รถรางสาย 2


ภายในรถราง


รถรางที่ฮาโกะดาเตะมี 2 สาย คือ 2 และ 5 วิ่งผ่านย่านเมืองฮาโกะดาเตะเดิม เราสามารถลงไปชมสถานที่สำคัญๆได้ ... ถ้าไม่ได้ซื้อบัตรแบบ 1-Day pass ก็ขึ้นรถตรงกลางแล้วรับบัตรเล็กๆไปด้วย ก่อนลงจะต้องจ่ายตังค์กับคนขับทางด้านหน้า ส่วนเรามีตั๋วแบบหนึ่งวัน แค่โชว์ให้เขาเห็นก็พอ



โรงแรมที่พัก...อยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟ



ถนนในฮาโกะดาเตะ


ฮาโกดาเตะ(Hakodate) เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของภูมิภาคฮอกไกโด ตั้งอยู่ปลายสุดทางตอนใต้ของเกาะ มีชื่อเสียงด้านทิวทัศน์ที่สวยงามของภูเขาฮาโกดาเตะ และอาหารทะเลสดใหม่....ในอดีตเป็นเมืองหนึ่งที่มีท่าเรือสำหรับเปิดการค้าระหว่างประเทศในช่วงหลังจากยุคแยกประเทศ เมืองฮาโกดาเตะได้รับอิทธิพลจากต่างประเทศเป็นอย่างมาก มีย่านที่อยู่อาศัยของชาวต่างประเทศ และป้อมสไตล์ตะวันตก....นอกจากนั้นยังมี อุทยานแห่งชาติโอนุมะ(Onuma Park) เป็นเกาะตั้งอยู่ในทะเลสาป ทางทิศเหนือของฮาโกดาเตะ





ศาลเจ้า Itsukushima Shinto Shrine

ศาลเจ้าเล็กๆตรงปลายสุดเส้นทางรถรางสาย 5 ตรงสถานี Hakodate Dock Mae ... เป็นศาลเจ้าที่มีประวัติมายาวนานคือก่อสร้างเมื่อประมาณปี 1603 และในช่วง 1603 -1868 
จะมีการย้ายอยู่หลายครั้ง ที่เห็นอยู่ในปัจจุบันได้สร้างมาตั้งแต่ปี 1866 .... เห็นผู้คนแวะมาอยู่เรื่อยเลยเข้าไปถ่ายมา



ทางเดินขึ้นเนินประดับไฟบนต้นไม้สวยงาม





เสียดายวันนั้นรีบไปหน่อยไม่ได้ไปถ่ายเนินชมวิวเนินชมวิวฮาจิมันซากะ Hachiman-Zaka Slope มาให้ชม ลักษณะคล้ายๆถนนนี้ แต่ปลายล่างสุดถนนจะมาเห็นท่าเรือ 
จุดที่จะขึ้นเนินฮาจิมันซากะจะอยู่ห่างจากสถานี Jujigai ประมาณ 180 เมตรครับ



จากทางเดินขึ้นเนินไปสถานี Ropeway






 ข้างทางมีศาลเจ้าหรือวัดสวยๆ...ตอนไปถึงปิดแล้ว



สถานี Ropeway ค่าโดยสารไป-กลับ 1280 เยน



Ropeway to Mt. Hakodate

ภูเขาฮาโกดาเตะ (Mount Hakodate) สูง 334 เมตร ตั้งอยู่ในป่าทางตอนใต้ของปลายคาบสมุทรใกล้ใจกลางเมืองฮาโกดาเตะ ในวันที่ท้องฟ้าโปร่งทั้งกลางวันและกลางคืน สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ที่งดงาม นับเป็นจุดชมวิวติดอันดัน 1 ใน 3 สถานที่ที่ดีที่สุด ร่วมกับภูเขาอินาซะ (Mount Inasa) ที่นางาซากิ (Nagasaki) และภูเขารอคโค (Mount Rokko) ที่โกเบ (Kobe) บนยอดเขามีจุดชมวิว(เข้าชมฟรี) ร้านกาแฟ ร้านจำหน่ายของที่ระลึก และร้านอาหารสไตล์โรงอาหารเปิดให้บริการ

การเดินทางมาที่สถานีกระเช้านอกจากโดยรถรางมาลง ที่สถานี Jujigai แล้วยังสามารถมาจาก Hakodate Station โดยสารรถประจำทาง Hakodate ไปยังยอดเขาฮาโกดาเตะ (30 นาที เที่ยวเดียว 400 เยน) สามารถใช้ตั๋ว Day passes ได้ บัสออกทุกๆ 20 นาที เปิดให้บริการเฉพาะ ปลายเดือนเมษายน - กลางเดือนพฤศจิกายน



วิวเมืองฮาโกะดาเตะยามค่ำคืน







จากจุดชมวิวบนเขาฮาโกะดาเตะ

ลงมาจาก View Point at Mt. Hakodate แล้วเราก็นั่งแท๊กซีไปที่หอคอยโงเรียวกาคุ ซึ่งค่าแท๊กซี่ 2000 กว่าเยนนิดหน่อย เพราะต้องการทำเวลา เดี๋ยวถ้าดึกกว่านี้กลัวว่าเขาจะปิดเสียก่อน ... ที่หอคอยนี้เขามีโบชัวร์เป็นภาษาไทยด้วยนะครับ ค่าเข้าชม (ขึ้นลิฟไปชั้นบน) คนละ 830 เยน ถ้ามาเป็นกลุ่มจะได้แบบกร๊ป 760 เยน ตอนลิฟพาขึ้นสาวชาวญี่ปุ่นก็จะเล่าเรื่องพร้อมภาพที่ฉายในห้องลิฟท์นั้นเป็นภาษาญี่ปุ่นให้ผู้เข้าชมทราบครับ เมื่อถึงชั้นบนสุดก็จะเหมือนหอคอยทั่วๆไป คือมีที่ชมวิวเมืองพร้อมกล้องหยอดเหรียญ ที่พิเศษกว่าที่อื่นคือมีการจัดแสดงภาพประวัติป้อม (ที่เรามองเห็นด้านล่างด้วย)





หอคอยโงเรียวกาคุ (ขอบคุณภาพจากเวบ)



ป้อมโงเรียวกาคุ (ขอบคุณภาพจากเวบ)




รูปดาวที่ป้อมโงเรียวกาคุ (Fort Goryokaku) ยามค่ำคืน


ป้อมโงเรียวกาคุ (Fort Goryokaku) หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “ป้อมดาว 5 แฉก” เพราะบริเวณนั้นเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่รูปดาวเนื่องจากต้องการเพิ่มพื้นที่ในการวางปืนใหญ่นั่นเอง ซึ่งจะมองเห็นได้จากมุมสูง ป้อมสร้างตามสไตล์ตะวันตก สร้างขึ้นในปีสุดท้ายของสมัยเอโดะเพื่อป้องกันเมืองฮาโกดาเตะจากการคุกคามจักรวรรดินิยมที่เกิดจากมหาอำนาจตะวันตก ไปกี่ปีต่อมาป้อมแห่งนี้กลายเป็นฐานของสงครามกลางเมืองระหว่างกองทัพผู้สำเร็จราชการ และกองกำลังของรัฐบาลเมจิที่จัดตั้งขึ้นใหม่

หลังจากป้อมแห่งนี้ไม่ได้ใช้งานแล้ว จึงถูกดัดแปลงให้กลายเป็นสวนสาธารณะในช่วงปี 1910 ปลูกต้นซากุระกว่า 100 ต้นตามแนวคูน้ำ ให้เป็นจุดชมดอกซากุระที่สวยงามในช่วงฤดูใบไม้ผลิต้นเดือนพฤษภาคม

สะพานข้ามเข้าไปในพื้นที่รูปดาวเปิด 9:00-19:00



นิทัศการเกี่ยวกับป้อม....บนหอคอยโงเรียวกาคุ







วิวเมืองฮาโกะดาเตะจากหอคอยโงเรียวกาคุ

จากหอคอยโงเรียวกาคุ เราเดินทางกลับโรงแรมด้วยรถแท๊กซี่ เพื่อพักผ่อน เพราะวันนี้เดินทางและเที่ยวกันทั้งวัน เริ่มตั้งแต่มาถึงโรงแรมในช่วงเที่ยง แล้วก็ออกไปนั่งรถรางเที่ยวโดยใช้บัตร Tram One day Pass ราคา 620 เยน นั่งกันเพลินจนสุดสายทั้งสาย 5 และ 2 เพื่อชมเมือง แล้วไปลงที่สถานี Jujigai เพื่อเดินไปที่สถานี Ropeway ขึ้นกระเช้ายักษ์ไปชมวิวของเมือง .... ที่จริงเมืองฮาโกะดาเตะมีที่ให้ไปสัมผัสมากมายหลายที่เหมือนกัน เช่นโกดังสีแดง ชมนก และย่านเมืองแบบยุโรป แต่เราเลือกเอาเฉพาะสถานที่สำคัญๆก่อน ไว้มีโอกาสค่อยมาชมอีกครั้ง .... จากข้อมูลที่มีว่ากันว่าที่ชมดอกซากุระที่สวยที่สุดของเมืองก็คือป้อมโงเรียวกาคุนี่แหละครับ.


เช้าวันที่ 7 กพ. เราตื่นเช้าเป็นพิเศษเพื่อไปเดินชมตลาดเช้า ซึ่งที่นี่เมื่อคืนนี้เราก็มาทานอาหารมื้อเย็นกันที่นี่ ตลาดเช้าเมืองฮาโกะดาเตะนอกจากมีพ่อค้าแม่ขายนำอาหารทะเลสดๆ เช่นปูตัวใหญ่ๆมาขายแล้ว ยังเปิดร้านขายอาหารตั้งแต่เช้ามืดเช่นกัน เอาเป็นว่าเราไปถึงตลาด 6 โมงเช้า ร้านอาหารก็เรียกเราเข้าแล้วครับ




ตลาดเช้า (Morning Market)


ตลาดเช้าฮาโกดาเตะ (Hakodate Morning Market) มีพื้นที่ประมาณ 4 ช่วงตึก เปิดเปิดเป็นประจำทุกวัน ตั้งแต่ตอนเช้าตีห้าถึงเที่ยงตรง ในตลาดจะจำหนายอาหารทะเลสด เช่น ปูคานิ ไข่ปลาแซลม่อน และหอยเม่นทะเล พร้อมทั้งผลไม้ต่างๆ บริเวณใกล้เคียงมีร้านอาหารหลายร้าน เมนูที่นิยมที่สุดคือ Uni-Ikura Domburi (ข้าวเสิร์ฟพร้อมหอยเม่นทะเลและไข่ปลาแซลม่อน)





ที่ตลาดเช้า




หน้า JR Station, Hakodate



ด้านหลังที่มองเห็นไกลๆคือตลาดเช้าฮาโกะดาเตะ


เช้าวันที่ 7 กพ. เราต้องเดินทางไปที่เมือง Ashikawa เลย Sapporo ขึ้นเหนือไปอีก เพื่อชมประติมากรรมน้ำแข็งและหิมะที่นั่นต่อ และถ้ามีเวลาพอเราก็จะไปชมสวนสัตว์ที่เมืองนั้นด้วย 
ซึ่งมีสัตว์พิเศษกว่าที่อื่นคือหมีขั้วโลก และนกเพนกวินที่เขาปล่อยออกมาเดินพาเหรด .... แล้วเจอกันในบล๊อกต่อไปนะครับ



JR Platform, Hakodate Station.




_____________________




















Create Date : 28 กุมภาพันธ์ 2560
Last Update : 3 มีนาคม 2560 17:54:42 น. 5 comments
Counter : 576 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณหอมกร


 
wicsir Travel Blog ดู Blog
บ้านเมืองเขาสวยแปลกตาดีนะคุณวิก โหวต โหวต



โดย: หอมกร วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:12:53:02 น.  

 
ขอบคุณที่แบ่งปัน


โดย: Kavanich96 วันที่: 2 มีนาคม 2560 เวลา:2:56:44 น.  

 
น่าไปมากๆเลยค่ะ


โดย: สมาชิกหมายเลข 1934321 วันที่: 2 มีนาคม 2560 เวลา:17:25:33 น.  

 
หึยยย เย็นแทนค่ะ ไปเอง ไม่รู้จะทนไหวมั้ย

วิวแสงสีกลางคืนสวยมากค่ะ


โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 4 มีนาคม 2560 เวลา:16:41:05 น.  

 
สวัสดีค่ะ

อยากไปฮฮกไกโดมากๆค่ะ เพิ่งกลับมาค่ะแต่ไปแค่นาริตะค่ะ

บริษัทพาไปค่ะ ไปเองคงต้องเก็บตังอีกนานค่ะ

สวยทุกรูปเลยค่ะ


โดย: ลอยละล่อง บล็อกแกงค์ วันที่: 7 มีนาคม 2560 เวลา:15:35:49 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

wicsir
Location :
ขอนแก่น Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 65 คน [?]











...... ชอบเดินทาง ชอบท่องเที่ยว และชอบถ่ายภาพ แม้ฝีมือจะไม่ให้ แต่ใจก็รัก เพราะได้ทำแล้วมีความสุข แถมยังมี bloggang ได้ให้โอกาสนำสิ่งเหล่านั้นมาแสดงด้วย ยิ่งทำให้หัวใจพองโต .......


อยากจะบอกว่า

@ ดีใจที่ได้แบ่งปันความสุขเล็กๆน้อยๆ กับเพื่อนๆในบล็อกแก๊งค์ ตลอดจนคุณๆที่ผ่านเข้ามาอ่าน.... แม้ภาพถ่ายจะไม่สวยนัก แต่กว่าจะได้มาก็แสนยากลำบาก จึงขอสงวนสิทธิไว้เป็นการส่วนตัว

@ ภาพทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของเจ้าของบล๊อก ถ้ามีความประสงค์จะใช้ภาพเพื่อการใด กรุณาติดต่อเจ้าของบล็อกด้วย เพราะจะได้พิจารณาเป็นเรื่องๆไปครับ.

@ ขอบคุณเพื่อนๆสมาชิกที่คอยให้กำลังใจกันเสมอมา และขอบคุณทุกท่านที่ผ่านเข้ามาอ่าน หวังเป็นอย่างยิ่ง ว่าท่านคงแวะเข้ามาอีก...


ด้วยจริงใจ
นาย wicsir.




Rec. 11.06.08
New Comments
Group Blog
 
 
กุมภาพันธ์ 2560
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728 
 
28 กุมภาพันธ์ 2560
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add wicsir's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.