Welcome To ทองหลาง Bloggang ว่างๆ ก็แวะเข้ามา...ยินดีต้อนรับจ้า
ตอนที่ 5





5

“ผมตรวจสอบมาแล้วครับ คุณอาโปเธอทำงานอยู่ที่บริษัททัวร์ของเราจริงๆไม่ได้เป็นไกด์แต่เป็นพนักงานทั่วไปที่อยู่ประจำสำนักงาน ได้ข่าวว่าเธอกำลังต้องการเลื่อนระดับตัวเองขึ้นมาเป็นไกด์อยู่เหมือนกันครับ”บุคคลผู้ได้รับหน้าที่ให้สืบหาประวัติบุคคลทำการรายงานอย่างละเอียด

“เป็นไกด์ในประเทศเราไม่ใช่เรื่องยากนี่นาหรือเพราะความรู้ด้านภาษาต่างประเทศของเธอไม่ดีพอ” ชายหนุ่มผู้เป็นนายจ้างเอ่ยถาม

“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกครับ...เธอไม่ได้อยากเป็นไกด์ในประเทศแต่เธออยากเป็นไกด์ไปประจำอยู่สาขาต่างประเทศมากกว่า...”

“ไกด์ต่างประเทศ?...ประเทศไหน...ของเรามีระบบส่งไกด์คนไทยไปประจำที่ต่างประเทศด้วยเหรอ”ชลธิศเอ่ยถามด้วยความสงสัย นี่เขาแบบไม่รู้ระบบงานของบริษัททัวร์แห่งนี้เลยจริง ๆหรือ ก็อาจใช่ เพราะงานที่ให้ความสำคัญหลักจะเป็นงานเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ซะส่วนใหญ่

“เท่าที่ดูจากใบสมัครเธอเน้นประเทศแถบยุโรปครับ...ปกติบริษัททัวร์แห่งนี้คนที่จะถูกส่งไปทำงานในตำแหน่งไกด์นำเที่ยวต่างประเทศได้จะต้องผ่านการทดสอบจากบริษัททั้งด้านภาษาและความรู้ด้านการท่องเที่ยว ก็ถือว่าเป็นการทดสอบที่ยากเอาการ...แต่ดูเหมือนว่าเธอจะไม่เคยพลาดที่จะเข้าสมัครทดสอบสักครั้ง...ถึงแม้ว่าจะไม่ผ่านเลยก็ตาม”

“ถ้าเป็นไกด์ประจำต่างประเทศก็ต้องย้ายไปอยู่ต่างประเทศน่ะสิ”

“ครับ...ต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว...อาจจะห้าปีหรือสิบปี อันนี้ก็แล้วแต่สัญญาที่ระบุเอาไว้ แต่ถ้าไกด์ที่มีผลงานดีเป็นที่ถูกอกถูกใจในการให้บริการนักท่องเที่ยว ก็อาจจะขอทำเรื่องอยู่ต่อไปเรื่อยๆหรือไม่ก็อาจแต่งงาน และใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นแบบถาวรไปเลย”

คำตอบของถวิลทำเอาชายหนุ่มถึงกับอึ้งด้วยความคิดกังวลใจในบางอย่างซึ่งล้วนแล้วก็มีสาเหตุมาจากการรายงานของคนสนิททั้งนั้น

ร่างสูงลุกขึ้นเดินออกไปยืนปล่อยความคิดอยู่ที่ผนังกระจกเหม่อมองออกไปยังสวนเล็ก ๆบนดาดฟ้ากว้างที่ถูกจัดให้เป็นที่พักสายตาหรือพักผ่อนหย่อนใจสำหรับผู้บริหารระดับสูงเท่านั้น

“เที่ยงแล้วนะครับ...วันนี้คุณชายจะรับประทานอาหารที่ร้านอาหารไหนดีผมจะได้โทรสั่งจอง...” ถวิลเอ่ยถาม เมื่อเหลือบมองดูเวลาที่นาฬิกาติดผนัง

“สั่งข้าวกล่องขึ้นมาทานบนนี้เร็วๆด้วย อย่าให้เกินสิบนาที” ผู้เป็นนายสั่งทั้งที่สายตาของเขายังทอดมองไปยังภายนอกกระจกใสพิเศษที่สามารถมองเห็นได้เพียงด้านเดียวคือด้านที่เขายืนอยู่เท่านั้น

“ถ้าต้องการเร็วขนาดนั้นจะมีเฉพาะอาหารที่โรงอาหารของบริษัทเท่านั้นนะครับ”

“สั่งมาเถอะ...วันนี้อะไร ๆ ก็กินได้หมด...”

ถวิลมองแผ่นหลังกว้างของคุณชายด้วยความไม่เข้าใจ...แต่พอคิดไปว่าเมื่อเช้าท่านอาจจะยังรับประทานอาหารไม่อิ่มดี ก็ต้องลุกออกมาทำงานเพราะไม่ต้องการให้คุณย่ากับคุณแม่ซักไซ้เกี่ยวกับว่าที่เจ้าสาวของคุณชายมากเกินไปพอถึงเวลาเที่ยง จึงดูเหมือนท่านจะหิวมากกว่าปกติ

“ได้รับ...ตามคำสั่งเดี๋ยวนี้เลย”ถวิลตอบรับคำสั่ง ก่อนจะเดินออกไปจากห้องอย่างเร่งด่วน

ชลธิศทอดมองไปยังชุดโต๊ะเก้าอี้เหล็กดัดสีขาวที่วางอยู่เกือบชิดผนังกระจกที่เขาอยู่มีชายคาตึกยื่นออกมาให้ร่มเงาพอเหมาะ บรรยากาศดูเย็นสบายด้วยสายลมที่พัดเอื่อยจนเส้นผมสลวยของคนที่นั่งอยู่ที่นั่นพลิ้วปลิวไปตามแรงลมเป็นระยะๆ ดูท่าทางเธอจะยังสนใจทิวทัศน์ข้างหน้ามากกว่ากล่องข้าวที่วางอยู่บนโต๊ะ

“ได้แล้วครับคุณชาย”เสียงของถวิลดังขึ้นให้ชายหนุ่มหันไปมองแต่เขายังไม่ขยับออกไปจากจุดที่สามารถบดบังการมองเห็นบุคคลภายนอกจากบุคคลภายในคนอื่นได้

“วางไว้ที่โต๊ะนั่นแหละครับ...ออกไปเถอะไว้บ่ายโมงค่อยเข้ามา”ชายหนุ่มสั่ง เขารอจนผู้ติดตามออกจากห้องไปแล้วค่อยเดินไปหยิบข้าวกล่องที่ดูเหมือนจะไม่ใช่ข้าวกล่องแบบธรรมดาอยู่ที่ควรจะเป็น

โต๊ะกลางของชุดรับแขกถูกเลื่อนให้ชิดผนังกระจก จนดูเหมือนมันจะเชื่อมต่อกับโต๊ะตัวที่ตั้งอยู่ด้านนอกเขาเลือกนั่งในฝั่งตรงข้ามกับที่หญิงสาวที่อยู่ภายนอกนั่งเวลานี้เธอหันมาสนใจข้าวกล่องของเธอแล้วในขณะที่เขาเองก็เริ่มจะแกะกล่องอาหารออกเพื่อรับประทานเช่นกัน

อดชำเลืองดูสิ่งที่เธอเตรียมมาเพื่อรับประทานไม่ได้ในนั้นนอกจากข้าวสวยที่ดูเหมือนจะมีปริมาณมากกว่าที่เขาเคยเห็นบรรดาผู้หญิงที่ถูกจัดให้เขาดูตัวเคยรับประทานแล้วในกล่องก็ยังมีไข่ต้ม หมูทอด และแตงกวาหั่นเป็นแท่งยาวๆ สองหรือสามชิ้นเขาเองก็เห็นไม่ค่อยชัดเจนนัก เป็นกับข้าวพื้น ๆที่ต่างจากกับข้าวเร่งด่วนของเขาราวฟ้ากับเหว

“ดีใจมากเลยครับที่วันนี้ผมมีโอกาสได้กินข้าวกับคุณอีกครั้ง...ทานให้อร่อยนะครับ”ชายหนุ่มเอ่ยเบาๆ กับคนที่อยู่นอกกระจก แล้วก็รู้สึกร้อนวูบไปทั้งหน้าเมื่อสบตาคมหวานของคนที่หันมามองทางเขาเข้าพอดี

“เฮ้ย...มองเห็นด้วยเหรอ”

ชายหนุ่มอึ้งไปครู่สายตาเขายังจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าน่ารัก ๆ นั้นนิ่ง ก่อนจะยกมือโบกผ่านใบหน้าของหญิงสาวไปมา เมื่อไม่เห็นอีกฝ่ายแสดงท่าทีอะไรเสียงผ่อนลมหายใจออกจากอกก็ดังขึ้น

“ตกใจอะไรกัน...นี่มันกระจกมองด้านเดียวใครจะสามารถมองทะลุผ่านเข้ามาได้เล่า”ว่าแล้วก็ยิ้มให้กับท่าทางของคนภายนอกที่กำลังรับประทานอาหารไม่ว่าอาหารตรงหน้าจะเป็นอย่างไรจะเลิศหรูเป็นอาหารภัตตาคารอย่างที่เขาเคยสั่งให้เธอรับประทานหรือจะเป็นกับข้าวพื้นๆบ้านๆ อย่างที่เห็นอยู่ตรงหน้าเธอก็ยังคงรับประทานอย่างเอร็ดอร่อยอย่างนี้เช่นเดิม

ข้าวในกล่องข้าวที่อาโปเตรียมมารับประทานเพื่อเป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย หมดลงชนิดที่ไม่เหลือติดกล่องแม้ข้าวสักเม็ดเธอดื่มน้ำจากขวดที่เตรียมมาด้วย ก่อนจะเก็บรวบรวมอุปกรณ์ทุกอย่างใส่ลงไว้ในกระเป๋าผ้าใบกะทัดรัดแล้วลุกเดินไปยืนชมความงามของวิวเมืองหลวงที่ริมกำแพงกั้น

อาโปชอบบรรยากาศบนดาดฟ้าที่นี่สวนหย่อมได้รับการตกแต่งและดูแลให้สวยอยู่เสมอ ร่มรื่น เย็นสบายนัก โดยเฉพาะที่นี่มีความเป็นส่วนตัวที่หาได้ยากนักในเขตพื้นที่ใช้สอยของตึกสูงระฟ้าเช่นนี้เธอก็พอจะทราบอยู่บ้างว่าที่นี่สงวนไว้สำหรับผู้บริหารระดับสูงแต่ก็พอจะรู้อยู่บ้างว่า ไม่บ่อยนักที่ผู้บริหารเหล่านั้นจะออกมาชมสวนสวยแห่งนี้ หากปล่อยความงามให้ไร้คนชื่นชมก็น่าเสียดาย

คิดไปถึงเหล่าผู้บริหารระดับบิ๊กพวกนั้นแล้วก็ทำให้คิดต่อไปเรื่องงานของเธอในอนาคต... อย่าว่าแต่ชมสวนเลยแม้แต่การเข้ามาดูแลเยี่ยมเยียนการทำงานของลูกน้อง ปีหนึ่งนับครั้งได้คงมีเฉพาะครั้งนี้ล่ะที่ท่านประธานใหญ่ระบุว่าจะเข้ามาตรวจสอบการทำงานทุกระบบในทุกแผนก

“พรุ่งนี้แล้วสิ...แล้วอย่างนี้เราจะยังสามารถมานั่งกินข้าวที่นี่ได้อยู่หรือเปล่า”ถามตัวเองแล้วก็หันไปมองผนังกระจกสีชาที่เธอไม่อาจมองเห็นอะไรภายในได้เลยนอกจากเงาของตัวเองเท่านั้น จึงทำให้ไม่อาจทราบได้ว่าห้องภายในกระจกใสแห่งนี้ใช้ทำอะไรเป็นห้องประชุม เป็นทางผ่านของผู้บริหารใหญ่ หรือใช้ทำอย่างอื่น

นาฬิกาข้อมือบอกเวลาว่าอีกไม่นานจะถึงเวลาทำงานภาคบ่ายแล้วงานในส่วนของเธอยังตรวจความเรียบร้อยไม่เสร็จและเธอเองยังถูกใช้ให้เป็นคนนำงานของแผนกอื่นไปเสนอ คงต้องเร่งมือให้เสร็จโดยเร็วก่อนที่เธอจะไม่มีเวลาได้จัดการกับงานของตัวเองอย่างเต็มกำลังแบบวันนี้

“เอาล่ะ...หมดเวลาแล้วอาโป...ไปทำงานต่อกันเถอะ”

แล้วถุงผ้าที่ใช้บรรจุกล่องอาหารก็ถูกคว้าติดมือไปกับเจ้าของเดินห่างออกไปจนพ้นสายตาของใครคนหนึ่งที่นั่งมองเธออยู่เนิ่นนานโดยไม่ได้ขยับไปไหนถึงแม้ใจจะอยากเปิดประตูออกไปหามากเท่าไหร่ก็ตาม

“คุณชายครับ”คุณถวิลเอ่ยเรียกเป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่าเขามาแล้ว ตามเวลาที่เจ้านายกำหนด

“พรุ่งนี้สั่งแม่ครัวทำข้าวกล่องให้ผมด้วย...”ชลธิศบอก สายตาของเขายังจับอยู่ที่ทิวทัศน์ภายนอกแม้จะรู้สึกว่าความสวยงามน่ามองของมันลดลงไปแล้วกว่าครึ่ง

“ข้าวกล่องเหรอครับ” ถวิลถามเพื่อความแน่ใจ

“ผมต้องตรวจงาน...ไม่อยากเสียเวลาไปหารับประทานข้างนอก”เขาเอ่ยถึงเหตุผล เมื่อจับน้ำเสียงแสดงความสงสัยของผู้ติดตามได้

“ได้ครับ...ผมจะแจ้งให้แม่ครัวจัดการให้”

“อีกอย่างนะคุณถวิล...นับจากนี้เป็นต้นไปผมตัดสินใจแล้วว่าจะใช้ที่นี่...ผมหมายถึงห้องนี้ เป็นห้องทำงานหลัก เพราะฉะนั้นหากมีการติดต่อเรื่องธุรกิจไม่ว่าจะที่ไหนก็ตามให้เขาเข้ามาติดต่อผมที่นี่ก็แล้วกัน”

“ครับคุณชาย”

ถึงจะไม่รู้ความคิดอ่านของนายน้อยหนุ่มรูปงามที่ยืนอยู่ตรงหน้านี้ซักเท่าไหร่แต่ถวิลผู้เปรียบเสมือนพี่เลี้ยงที่คอยดูแลติดตามคุณชายน้อยมาตั้งแต่เด็กก็พอจะรู้พอจะดูออกว่ากิริยาอาการและการกระทำเช่นนี้เกิดจากสาเหตุอะไร...สาเหตุหลักก็น่าจะเป็นคุณผู้หญิงที่ชื่ออาโปที่ทำงานอยู่ในบริษัททัวร์ชั้นล่างคนนั้น นายน้อยของเขาคงหลงรักเธอเข้าเต็มเป่า...

ทว่า...เรื่องความรักที่สมหวังระหว่างเจ้าชายรูปงามและหญิงสาวสามัญชนคงมีได้เฉพาะในเทพนิยาย หรือนิทานก่อนนอนเท่านั้นแต่ในชีวิตจริงมันยากยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นภูเขา...ครกที่ว่าไม่ใช่เป็นแค่เพียงครกตำน้ำพริกทั่วๆอย่างที่เด็กสมัยใหม่รู้จักแต่มันหมายถึงครกกระเดื่องใบใหญ่ที่แม้จะเก่าแก่แต่ก็ยังมีอำนาจล้นฟ้าอยู่เวลานี้

อาโปกลับมาทำงานที่แผนกของเธอซึ่งเวลานี้ก็เริ่มที่จะมีคนอื่นๆทยอยเข้ามาทำงานกันบ้างแล้ว รวมไปถึง ไอรดาเพื่อนสนิทหนึ่งเดียวที่มีอยู่

“กลับมาแล้วเหรอ”อาโปเดินแวะเข้าไปทักทายที่โต๊ะ

“ฮื่อ...”

เสียงตอบรับเบาๆที่ไม่ได้มีสายตาส่งมาสบตาคนถามเลยแม้แต่น้อย และไม่อาจจับสังเกตได้ว่ามันกำลังพุ่งตรงไปยังจุดใดที่เบื้องหน้าตอนนี้

“รู้หรือเปล่าว่าบริษัทเรากำลังจะถูกตรวจสอบงานในทุกแผนก” อาโปถามต่อ

“ฮื่อ...เฮ้อ...”

คำตอบยังคงเป็นเสียงที่ส่งผ่านออกมาแทนคำพูดเช่นเดิมคราวนี้เพิ่มเสียงถอนหายใจเบา ๆ ยาวๆ เพิ่มขึ้นมาอีกอย่างทำให้อาโปถึงกับขมวดคิ้วด้วยความสงสัยในพฤติกรรมที่ไม่ใช่จะเห็นบ่อยจนฟันธงถึงสาเหตุได้

“ยัยไอยรา...นี่ฟังที่ฉันพูดหรือเปล่าเนี่ยแกจะใจลอยไปถึงไหนกัน..เรียกสติของแกกลับคืนมาเดี๋ยวนี้”อาโปเขย่าร่างที่เหมือนวิญญาณหลุดลอยออกไปจากร่างให้คืนสติ

“เฮ้ย...ทำอะไรนี่อาโป...โธ่...ภาพฝันของฉันสลายเป็นอากาศธาตุไปหมดแล้ว”ไอรดาทำท่าไขว่คว้าอากาศเหมือนต้องการจับบางสิ่งบางอย่างที่กำลังหลุดไปให้กลับคืนมา

“บ้าไปแล้วแก...ไปดีกว่า...ไม่อยากคุยกะคนบ้าเดี๋ยวคนจะหาว่าเราบ้าไปด้วย” ว่าแล้วก็หมุนตัวกะว่าจะเดินกลับไปยังโต๊ะทำงานของตัวเอง แต่มือที่เพิ่งจะคว้าอากาศอยู่หยก ๆเปลี่ยนมาคว้าข้อมือขอองเธอเอาไว้แทน

“เดี๋ยวสิ...อย่าเพิ่งไปนะ...”ไอรดาทำตาละห้อย

“มีอะไร...ฉันจะรีบไปทำงานส่วนแกก็ต้องรีบเคลียร์ของแกให้เรียบร้อยด้วยพรุ่งนี้ไม่รู้จะเป็นคิวของฝ่ายไหนเป็นที่แรก เกิดเป็นของแกขึ้นมา งานไม่เรียบร้อยแกถูกด่าหูดับแน่”

“คือว่า...” แก้มใสๆ ของไอรดาสุกปลั่งเมื่อคิดถึงเรื่องคับอกที่อยากระบายให้เพื่อนรักฟังแต่...เมื่อคิดถึงเรื่องราวหลายๆ อย่างประกอบกันนั้นก็ทำเอาเธอพูดไม่ออก

“คืออะไร...ทำเป็นอ้ำอึ้งอยู่ได้...จะหาเรื่องอู้ล่ะสิ”อาโปพูดดัก

“เฮ้อ...ช่างเถอะ...ฉันลืมไปแล้วว่าอยากจะพูดอะไร”ไอรดาบอกพลางคลายมือที่ยึดเพื่อนไว้ ทำทีหันไปเปิดคอมพิวเตอร์ตรงหน้า

“เออยัยนี่...แปลก”บ่นให้คนเปลี่ยนใจกะทันหันพลางส่ายหน้าระอาแล้วเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานของตัวเอง

ไอรดาเหลือบตามองตามเพื่อนแว่บหนึ่งก่อนจะถอนหายใจอีกรอบ...เธอคงไม่อาจเล่าเรื่องราวที่ไร้ความชัดเจนนี้ให้เพื่อนฟังได้เพราะขนาดแค่คิดก็ถือว่าผิดแล้ว

“ทำงานๆๆ เลิกคิด เลิกหวังลมๆ แล้งๆซะที” บอกตัวแล้วก็พยายามรวบรวมสมาธิทั้งหมดไปที่จอคอมพิวเตอร์แทนการเหลือบตามองห้องกระจก แล้วก็ต้องรีบหลบสายตา เมื่อหนุ่มร่างสูงของคนที่เพิ่งจะเลี้ยงข้าวกลางวันเดินผ่านเข้าไปนั่งประจำโต๊ะทำงาน ทั้งยังส่งยิ้มอันทรงเสน่ห์แจกจ่ายมาให้...

“ทำงานๆๆ อย่าเขว...”บอกตัวเองอีกรอบด้วย สติสะตัง ที่แทบจะไม่อยู่กับเนื้อกับตัว

เมื่อเข้าสู่ช่วงการจัดการงานที่เร่งด่วนดูเหมือนเวลาก็พลอยจะเดินรวดเร็วกว่าปกติ...ไม่เท่าไหร่อาโปก็รู้สึกได้ถึงผู้ร่วมงานคนอื่นๆต่างลุกขึ้นเก็บข้าวของกันผลุบผลับ...

“อ้าว...เลิกงานแล้วนี่...”

อาโปเหลือบมองนาฬิกาบนผนัง ก่อนจะหันไปดูเพื่อนสนิทที่ยังง่วนอยู่กับงานตรงหน้าเธอเก็บแฟ้ม เก็บอุปกรณ์ทุกอย่างเข้าที่ คว้ากระเป๋าสะพายพร้อมถุงผ้าใส่กล่องอาหารกลางวัน ลุกเดินไปหาเพื่อน

“เลิกงานแล้ว กลับกันเถอะ ถึงจะทำต่อบริษัทก็ไม่มีเงินค่าทำโอทีให้หรอก”

“กลับก่อนเลยขอฉันทำตรงนี้เสร็จก่อน...” ไอรดาบอก สายตายังให้ความสนใจงานตรงหน้า

“งั้น...ฉันกลับก่อนนะเดี๋ยวลูกชายจะรอ” อาโปตบบ่าเพื่อน อย่างให้กำลังใจ

“เออ...ฝากจุ๊บหลานชายด้วย”

“ทำไมแกไม่แวะไปจุ๊บเองล่ะ”อาโปถามขึ้น

“ยี๊...ไม่เอาหรอก...ให้อุ้มนะพอได้แต่จะให้จุ๊บลูกชายแก ฉันหาหนุ่มๆหล่อๆ มาไว้รอจุ๊บยังจะดีกว่า” ไอรดาทำท่าขนลุก

“เออ...หาให้ได้ก็แล้วกันฉันจะรอดูหนุ่มหล่อของแก...จะน่ารักสู้ลูกชายของฉันได้หรือเปล่า...ไปล่ะ...คิดถึงเจ้าตัวเล็กใจจะขาดอยู่แล้ว”

“เออ...”

อาโปเดินออกมาทางประตูกระจกบานใหญ่พร้อมๆกับพนักงานคนอื่นๆ มายืนรอหน้าลิฟต์ที่กำลังเคลื่อนตัวจากชั้นบน ลงสู่ชั้นล่าง

ประตูลิฟต์เปิดออกมีพนักงานจากบริษัทอื่นๆ ที่อาศัยอยู่ชั้นเหนือขึ้นไปอยู่จำนวนหนึ่ง หลายคนรีบก้าวเข้าไปภายในก่อนคนอื่นเพื่อจะได้ไม่ต้องรอเที่ยวต่อไปหากน้ำหนักบรรจุจะเกินจนเกิดเสียงเตือนและคนสุดท้ายก็จะต้องรับผิดชอบ รอลิฟต์เที่ยวต่อไป แต่ครั้งนี้ ถือว่าโชคดีไม่น้อยเมื่อคนที่ยืนรอต่างได้ลงไปสู่ชั้นล่างพร้อมๆกันถึงแม้ว่าจะค่อนข้างเบียดเสียดอยู่บ้าง

“คุณชายจะกลับทางนั้นจริงๆ เหรอครับ”เสียงที่ถามแผ่วเบา...จะเรียกว่ากระซิบก็พอได้

“อืม...”ชายหนุ่มร่างสูงที่ยืนอยู่ด้านในสุดตอบรับในลำคอ

“คุณหญิงท่านจะไม่ว่าเอาเหรอครับ...เผลอๆผมอาจถูกไล่ออก” ถวิลใช้ผ้าเช็ดหน้าปาดเหงื่อบนหน้าผาก

“ใครจะกล้าล่ะ” เสียงทุ้มๆ เอ่ยแหมราบเรียบแต่ จุดประสงค์ก็คือให้ความมั่นใจว่าไม่เกิดอันตรายแน่นอนหากทำตามที่เขาต้องการ

“ไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้ก็ได้นี่ครับ...ใครจะกล้าปฏิเสธคุณชาย...ไม่มีหรอกครับ”

“มีสิ...”

“มีผู้หญิงโง่ขนาดนั้นด้วยเหรอครับ”ถวิลถามกลับ ไม่อยากเชื่อในสิ่งที่นายน้อยของเขาเอ่ย

“ตั้งสองคนแหนะ”

“จริงเหรอครับ...สองคนนี่ใครกัน...ไม่อยากจะเชื่อ”

“คนหนึ่ง...ผมไม่เคยเห็นหน้าเธอหรอก...แต่เธอปฏิเสธที่จะมาดูตัวกับผม”

“คุณไอรดา...”

“อืม...คนนั้นผมไม่สนใจหรอก...เธออยากจะสละสิทธิ์ มันก็เป็นสิทธิ์ของเธอ...ผมสนใจอีกคนมากกว่า”

“ใครครับ”

“คนนั้นไง ที่ยืนอยู่หน้าสุดตรงนั้น”

ถวิลมองตามตำแหน่งของสายตาคมกล้าที่ทอดมองผ่านช่วงไหล่ของคนหลายคนจนหยุดลงตรงเจ้าของกลุ่มผมดำขลับที่ถูกรวบไว้เป็นหางม้า...ที่แท้ก็คนที่คุณชายเขามีคำสั่งให้ค้นหาประวัติของเธอคนนี้ทันทีที่การดูตัวครั้งนั้นผ่านพ้นไป...

เบื้องหน้าเบื้องหลังของผู้หญิงที่มีชื่อว่าอาโปคนนี้แทบจะไม่มีอะไรเด่นสะดุดตาเลยสักอย่างไม่ว่าจะเป็นความรู้ที่จบเพียงปริญญาตรีในสาขาวิชาทั่วๆไปพื้นฐานทางสังคมที่เปรียบได้แค่ทรายเม็ดเล็กๆ ที่มองด้วยตาเปล่าแทบจะไม่เห็น เป็นเด็กกำพร้าไร้บิดามารดาอบรมเลี้ยงดูเติบโตมาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าโดยแท้ หน้าตาก็แสนจะธรรมดาหากเทียบกับผู้หญิงหลายต่อหลายคนที่ได้รับการติดต่อทาบทามมาให้คนชายของเขาดูตัว ไม่เข้าใจเลยจริงๆว่าเธอมีเสน่ห์ตรงไหนที่สามารถดึงดูดความสนใจของคุณชายไปได้...

หรือเพราะเธอทำทีปฏิเสธ ไม่สนใจใยดีเพื่อเรียกร้องความสนใจ...และมันก็ใช้ได้ผลกับคุณชายที่น้อยนักจะได้รับการถูกปฏิเสธเช่นนี้...แต่...คุณไอรดาก็ปฏิเสธคุณชายเหมือนกันนี่นา...ใช่จะมีแค่คุณอาโปคนเดียวซะเมื่อไหร่

“ขับรถกลับบ้านไปก่อนนะ...ไว้เสร็จธุระผมจะโทรติดต่อให้ไปรับ”ชลธิศเอ่ยกับผู้ติดตาม เมื่อประตูลิฟต์เปิดออกให้บุคคลภายในทยอยออกมา

“คุณชายจะไปธุระที่ไหนครับ...ทำไมต้องไปคนเดียวโดยไม่ให้ผมตามไปด้วย”ถวิลเอ่ยถาม ทั่งเร่งฝีเท้าตามเจ้านายไปติดๆ

“ธุระสำคัญที่ผมอยากจะไปทำด้วยตัวเองคนเดียว”

“อย่าหาว่าละลาบละล้วงเลยครับ...ผมอยากรู้...ถ้าไม่บอกเห็นทีผมจะปล่อยให้คุณชายไปคนเดียวไม่ได้” ถวิลยื่นคำขาด

ชลทิศหยุดฝีเท้าที่กำลังก้าวตามใครบางคนมุ่งตรงไปยังประตูออาคารเพื่อออกสู่ภายนอกเขาหันมามองผู้ติดตามด้วยสีหน้าไม่สู้จะพอใจนักก่อนจะถอนหายใจปรับอารมณ์และความรู้สึกของตัวเองให้เข้าสู่สภาวะปกติเมื่อคิดได้ว่าชายสูงวัยตรงหน้ากำลังปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัด

“ผมจะตามไปดูการดำเนินชีวิตของว่าที่ภรรยา...หวังว่าคุณถวิลคงไม่คิดคัดค้านหรือขัดขวางนะครับ เพราะผมยังไม่อยากที่จะเปลี่ยนตัวผู้ดูแลคนใหม่” พูดจบชายหนุ่มก็หมุนตัวกลับ ทั้งเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น เมื่อตามใครบางคนไปให้ทันปล่อยให้ผู้ติดตามที่เพิ่งจะถูกข่มขู่ยืนนิ่งอึ้ง ปลดปลงกับชะตาชีวิตของตนเอง...

>>>>>>>>>>>>>>

ถึงแฟนๆนิยายทุกคน...

แหะๆๆ...ดูท่าทองหลางจะเหมาะกับนิยายแนวนี้จริงๆ เพราะทุกครั้งที่คิดจะเขียน...ถอยความคิดต่างๆ ก็หลั่งไหลออกมาเป็นประปาแตก...

แต่ปัญหาเรื่องความล่าช้าก็อาจจะยังมีอยู่ เพราะช่วงนี้ต้องจัดการนิยายให้ผันเป็นค่าเทอมลูก...ด้วยการนำมาปัดฝุ่นทำอีบุ๊ค...ซึ่งนิยายที่ทำอีบุ๊คทุกเรื่องแทบจะต้องรีไรท์ใหม่ก็ว่าได้...เลยใช้เวลาเยอะหน่อยกว่าจะแล้วเสร็จในแต่ละเรื่อง 

พูดได้เต็มปากเต็มคำว่า ถึงโครงเรื่องในนิยายจะเหมือนกัน แต่เนื้อความแตกกันแน่นอน ระหว่างหนังสือเล่มและอีบุ๊ค....  ขอบคุณที่ติดตามกันอย่างเหนียวแน่นนะคะ... ^_^




Create Date : 16 กุมภาพันธ์ 2560
Last Update : 16 กุมภาพันธ์ 2560 18:21:55 น. 2 comments
Counter : 497 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

 
รักอาโปนะจ๊ะจุ๊บๆๆหนูมาบ่อยๆๆนะลูกนะมาทำให้ใจคุณชายละลายยยยยยยยยยยยยยยย


โดย: panon IP: 203.158.141.8 วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:19:47:48 น.  

 
คุณชายชัดเจนมาก "ว่าที่ภรรยา"


โดย: sakeena IP: 14.207.3.232 วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:11:52:06 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

นิยายฝันหวาน
Location :
มหาสารคาม Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




เชิญอ่านนิยายสนุกๆ สไตล์นิยายฝันหวาน



Writer By tonglang
: Copyright © 1999-2008
ข้อตกลง
1. กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะเป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาตจากผู้ลงผลงาน

2. กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลงผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

3. ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานที่ละเมิดลิขสิทธิ์ โปรดแจ้งเจ้าของบล็อกทันที


Smells like Christmas

Posted by Daniela Andrade on 23 ธันวาคม 2014
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2560
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728 
 
16 กุมภาพันธ์ 2560
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add นิยายฝันหวาน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.