Welcome To ทองหลาง Bloggang ว่างๆ ก็แวะเข้ามา...ยินดีต้อนรับจ้า
ตอนที่ 4





 นานมากแล้วที่ไม่ได้ต่อนิยายเรื่องนี้ นานจนลืมว่าตั้งชื่อตัวละครไว้ว่ายังไงบ้าง... วันนี้ถือเป็นโอกาสอันดีที่ได้แวะมาสร้างความบันเทิง...และอาจจะบ่อยกว่าบางเรื่องที่ คนเขียนน่าจะไม่ถนัดงานแนวนั้นจนทำให้เกิดการดองยาวนานอย่างที่เป็น

4

เช้าวันต่อมา ณ คฤหาสน์นรานุรักษ์ที่ดูเหมือนวันนี้คุณชายของบ้านจะมีพฤติกรรมที่ดูแปลกไปกว่าปกติ ให้สมาชิกของบ้านจับสังเกตได้

“ไปอะไรไป...ทำไมวันนี้ดูเหม่อ ๆล่ะลูก แล้วเรื่องดูตัวเมื่อวานเป็นยังไงบ้าง” นพมาศเอ่ยถามบุตรชายที่ยังถือแก้วกาแฟค้างไม่มีทีท่าว่าจะยกขึ้นจิบ อีกทั้งหนังสือพิมพ์ที่กางอยู่ตรงหน้านั่นอีกดูเหมือนจะไม่ได้รับการใส่ใจจากความอ่านเลยแม้แต่น้อย

“ตาเดี่ยว...ได้ยินแม่ถามหรือเปล่า”คุณนพมาศเพิ่มระดับความดังของเสียงอีกเท่าตัว

“เอ่อ...อุ้ย...”กาแฟถึงกับกระฉอกออกจากถ้วย เมื่อคนถูกถามสะดุ้งตื่นจากภวังค์

“อะไรนะครับ...” ชายหนุ่มถามกลับ

“แม่แกถามเรื่องดูตัว...เป็นยังไงบ้างเมื่อวานหายไปตั้งครึ่งค่อนวัน พาคู่ดูตัวไปเที่ยวไหนต่อหรือเปล่า”คุณหญิงกัลป์ยาผู้เป็นยายเป็นคนถามซ้ำอีกรอบ

“ก็ดีครับ ไม่ได้พาไปไหนต่อพอดีเขาปวดท้องผม ผมพาไปโรงพยาบาลแล้วไปส่งเขาที่อพาร์ตเม้นต์”ชลธิศเอ่ยตามความจริงที่เกิดขึ้น

“ทำไมถึงปวดท้องล่ะหรือว่าเขาสุขภาพไม่ดี...นี่แม่นพเธอจะหาสะใภ้ขี้โรคมาให้ฉันเหรอ”คุณย่ากัลยาหันไปเอาเรื่องกับสะใภ้

“เปล่านะคะคุณแม่...เท่าที่สืบประวัติมาหนูไอรดาสุขภาพร่างกายแข็งแรงดีค่ะ...ว่าแต่ลูกพาไปกินอะไรผิดสำแดงหรือเปล่าจ๊ะ”นพมาศอธิบายเรื่องราวให้ แม่สามีฟัง ก่อนจะหันไปถามความจริงจากบุตรชาย

“ไม่หรอกครับ อาหารอร่อยมากผมสั่งมาเยอะไปหน่อย นี่ยังบ่นให้ผมด้วยนะครับ ว่าสั่งมาเยอะแยะสิ้นเปลืองเขากลัวเสียของเลยรับประทานเข้าไปเยอะเกิน”

“อืม...ก็ถือว่าใช้ได้ล่ะ”คุณยายพยักหน้ายอมรับว่าผ่านการพิจารณาไปอีกข้อ “สรุปแล้วว่าไง ผลการดูตัว”คุณย่าถามปิดท้าย

ชายหนุ่มนิ่งไปครู่ใหญ่สมองของเขาประมวลเรื่องราวต่าง ๆตั้งแต่เริ่มพบกันครั้งแรกบนรถไฟฟ้า จนกระทั่งถึงบ่ายวานกับการดูตัวที่ดูเหมือนจะผิดฝา ทว่าเขากลับพอใจที่มันเป็นเช่นนั้น

“ผมไม่มีปัญหาครับ”ชายหนุ่มตอบออกไปในที่สุด

“ฮะ! แม่หูไม่ฝาดใช่ไหมลูก”

ทั้งมองบุตรชายเขม็งเพื่อดูการยืนยันคำตอบของเขาแล้วก็แทบกระโดดตัวลอยที่เห็นใบหน้าคมคายนั้นพยักหน้าช้าๆเป็นการยืนยันอย่างชัดเจนว่าสิ่งที่นางได้ยินและเข้าใจนั้นถูกต้องแล้ว

“ คุณแม่ขา...ตาเดี่ยวโอเคแล้วค่ะ...”นางหันไปเอ่ยกับแม่สามีด้วยความดีใจ เมื่อภารกิจหาลูกสะใภ้ ในที่สุดก็เป็นผลสำเร็จ“อย่างนี้ต้องโทรไปบอกคุณพ่อกับคุณแม่ของหนูไอรดาแล้วล่ะ”

ด้วยความตื่นเต้นดีใจทำให้นพมาศลืมไปว่าเวลานี้คือเวลาอาหารเช้าและสถานที่ที่นางจะต้องติดต่อโทรศัพท์ไปถึงเป็นช่วงเวลาที่ห่างจากประเทศไทยหลายชั่วโมง

“เดี๋ยวครับคุณแม่” ชลธิศเรียกไว้ก่อนความเข้าใจของมารดาจะก่อให้เกิดความยุ่งยาก

“อะไรจ๊ะ”ใบหน้ายังเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม

“คือว่า...คนที่ผมดูตัวไม่ได้ชื่อไอรดาครับ...เธอชื่ออาโป”

“ว่าไงนะ!”เสียงที่ร้องถามของของแม่สามีและลูกสะใภ้ดังขึ้นพร้อม ๆ กันทั้งมองเขม็งตรงไปยังคนที่บัดนี้วางหนังสือในมือลงแล้วเริ่มลงมือรับประทานอาหารเงียบ ๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“เธอชื่ออาโปครับ...ผมจะแต่งงานกับเธอ”ชลธิศตอบ หลังจากรับประทานอาหารเช้าไปได้หลายคำ แล้วยกแก้วน้ำขึ้นดื่มบอกให้รู้ว่าอิ่ม“วันนี้ผมจะเข้าไปที่บริษัททัวร์ของเราสักหน่อย จะไปดูระบบงานที่นั่น...บางทีอาจจะย้ายตัวเองไปนั่งบริหารงานที่ตึกนั้นเลย...ผมไปล่ะครับคุณย่า...คุณแม่”

“เฮ้ย...เดี๋ยวสิตาเดี่ยว...ธุรกิจท่องเที่ยวมันเป็นแค่กิจการเล็กๆ เท่านั้นนะ” เสียงมารดาตะโกนตามหลังไปติด ๆ

“แล้วแม่อะไรนั่นที่แกจะแต่งงานด้วยเป็นลูกเต้าเหล่าใครกลับมาเล่าให้ย่าฟังเดี๋ยวนี้”

ทว่าร่างสูงของชลธิศก็เดินจากไปโดยไม่ได้หันกลับมาอธิบายอะไรเพิ่มเติมคงมีแต่ผู้ติดตามที่หิ้วกระเป๋าเอกสารเดินตามหลังไปติด ๆ ไม่มีโอกาสได้แสดงความคิดเห็นหรือตอบคำถามใดๆที่ประมุขของบ้านอยากรู้เลยแม้แต่ข้อเดียวเช่นเดียวกัน

ในวันทำงานที่อาโปก็ยังต้องมาทำงานตามปกติถึงแม้อารมณ์ยังค้างความหงุดหงิดอันเกิดจากเหตุการณ์ระทึกที่เกิดขึ้นเมื่อวันวานยังไม่ทันจางจากใจไปเลยแม้สักครึ่งซึ่งสิ่งที่พอประเมินได้สำหรับสาเหตุของอารมณ์บูดที่พกพามาทำงานด้วยก็เห็นจะเป็นความหงุดหงิดให้ตัวเองที่ไม่อาจปฏิเสธความช่วยเหลือผู้ชายรูปหล่อคนนั้นทั้งเรื่องเล็กๆ ไปจนถึงเรื่องใหญ่ ตั้งแต่การพาเธอไปส่งโรงพยาบาลโดยที่เธอไม่มีโอกาสได้เดินเข้าพบแพทย์เลยสักก้าวไม่ยอมแม้จะวางเธอลงบนรถเข็น ทั้ง ๆที่อาการท้องอืดเฟ้อจากการรับประทานอาหารมากเกินไป ไม่ใช่ภาวการณ์เจ็บป่วยที่ร้ายแรงอะไรเลยเสร็จจากหาหมอ รับยา จ่ายค่ารักษาพยายามเรียบร้อยแล้ว

แน่นอนเมื่อเขาบังคับให้เธอไปโรงพยาบาลหน้าที่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด เธอยกให้เขาอย่างไม่คิดอิดออด เท่านั้นยังไม่พอเขายังทำการบังคับให้เธอบอกทางไปส่งถึงที่พักซึ่งเวลานั้นเธอโทรศัพท์หาเพื่อนจนมือแทบหงิกแต่ก็ไม่มีวี่แววว่าจะได้รับการตอบกลับเลยสักครั้ง

“ยัยไอซ์นะยัยไอซ์คอยดูเถอะเจอหน้าจะเฉ่งให้หูชาเลยเชียวโทษฐานที่โทรไปแล้วไม่ยอมรับสาย” อาโปคาดโทษให้เพื่อนรักที่หมายหัวให้เป็นจำเลยที่หนึ่ง

มันก็ต้องเป็นเช่นนั้นอยู่แล้วหากไอรดาไม่ยัดเยียดให้เธอไปทำหน้าที่คนบอกปัดการดูตัวครั้งนี้ ก็คงไม่ต้องมาเจอผู้ชายที่มีดวงไม่สมพงศ์กันคนนี้เจอกันครั้งไหนก็มีแต่เหตุให้เกิดเรื่องขายหน้าซะทุกครั้ง และเธอก็คงไม่ต้องมารู้สึกอึดอัดกลืนไม่เข้าคลายไม่ออกเพราะถูกบังคับให้รับข้อเสนอเรื่องแต่งงาน

“บ้า...พูดอะไรเป็นการ์ตูนไปได้รู้จักก็ไม่รู้จัก แถมไม่ได้มาทำหน้าที่ดูตัวแทนสักหน่อยจะให้มารับผิดชอบเรื่องพรรค์นั้น...มั่วไปแล้ว”บ่นพลางค้อนปะหลับปะเหลือกให้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่เพิ่งจะเปิดหน้าหลักขึ้นโชว์

“เป็นอะไรอาโปพูดกับคอมพิวเตอร์ก็เป็น...ดูท่าจะอาการหนัก”

เสียงต้นเหตุดังขึ้นอย่างคนอารมณ์ดีทว่าคนที่ถูกทักทายไม่ได้อารมณ์ดีตามเธอเพียงหันไปส่งสายตาพิฆาตไปยังเพื่อนที่ดูเรื่อเริงอารมณ์ดีผิดปกติเหมือนไม่รู้ความผิดของตัวเองที่ก่อเอาไว้เมื่อวาน

“โอ๊ย...อย่ามองด้วยสายตาอย่างนั้นสิ...มันทำให้ฉันคิดไปถึงคุณยายวรนาถ”ไอรดาเอ่ยถึงชื่อตัวละครในละครสยองขวัญที่เธอชอบดู

“ไม่ต้องมาทำเป็นพูดดี เมื่อวานไปไหนฉันโทรไปทำไมไม่รับสาย แถมยังปิดเครื่องเงียบกริบ ห้ามบอกเด็ดขาดนะว่าแบตเตอรี่หมด”อาโปได้โอกาสคาดคั้น

“ฉันก็ไปรอแกที่ร้านกาแฟร้านนั้นไงที่เราตกลงกันไว้...อย่ามาพูดดีเลย รออยู่เป็นชั่วโมงไม่เห็นแกมาสักทีแค่ให้ไปปฏิเสธการดูตัว มันปฏิเสธยากเย็นขนาดนั้นเชียวเหรอ” ไอรดาสวนกลับทำเอาคนที่ตั้งท่าคิดบัญชีถึงกับอึ้ง

“ก็...ก็...มันเป็นมารยาทนี่นา...อะไรกันจะให้เดินไปบอกว่า ขอโทษด้วยนะคะ คุณไอรดาไม่สนใจการดูตัวครั้งนี้หรอกค่ะเธอมีแฟนแล้ว เชิญคุณหาคนใหม่เถอะ อย่างนั้นเหรอ... ถ้าไม่คิดถึงมารยาทก็ต้องคิดเห็นอกเห็นใครคนที่เขาอุตส่าห์เสียเงินจองห้องวีไอพีสั่งอาหารระดับที่ให้เงินเดือนฉันสามเดือนรวมกันก็ไม่รู้จะจ่ายไหวหรือเปล่าเตรียมเอาไว้รอ...ฉันไม่ได้รวยเป็นเศรษฐี มีเงินถุงเงินถังอย่างแกนี่หว่าที่จะปล่อยให้อาหารบนโต๊ะไร้การเหลียวแล...ก็แค่ไม่อยากให้เสียของ”

“สรุปที่ช้าเพราะเห็นแก่กินว่างั้นเถอะ”ไอรดามองเพื่อนเขม็ง

“เปล่าซักหน่อย ไม่ได้เห็นแก่กินแต่... ฉันไม่สบายต่างหากล่ะ” อาโปแก้ตัวเสียงอ้อมแอ้ม ซึ่งจริง ๆแล้วเหตุที่ทำให้ไม่สบายก็มาจากเรื่องกินล้วน ๆ

“ฮะ! แกไม่สบาย เป็นอะไรมากหรือเปล่าแล้วนี่หาหมอหรือยัง...ถ้าป่วยก็น่าจะลาหยุดนอนพักอยู่บ้าน จะฝืนสังขารมาทำไม”ไอรดาโพล่งขึ้นมาด้วยความตกใจ

เห็นท่าทีเป็นห่วงเป็นใยของเพื่อนแล้วอารมณ์บูด ๆ ที่มีก็พลอยดีขึ้น เรื่องคิดบัญชีจึงค่อยถูกลบเลือนลงไปด้วย “ไปหาหมอแล้ว หายแล้ว”

“ไม่อยากเชื่อ อย่างแกนี่นะไปหาหมอขี้เหนียวตังเมเรียกพี่นี่นะ” ไอรดามองเพื่อนด้วยสายตาที่บอกชัดเจนว่าไม่เชื่อ

“คู่ดูตัวของแก เขาเป็นคนพาไปน่ะ...ฉันเองก็ไม่อยากจะไปหรอกแกก็รู้ แถวนั้นมีแต่คลินิกกับโรงพยาบาลเอกชน ค่ารักษาแพงหูฉี่ให้ฉันจ่ายค่ารักษาที่เป็นแค่อาการอาหารไม่ย่อยฉันไปหาซื้อยาจากร้านขายยายังจะถูกกว่า แต่...เขาออกค่ารักษาให้เสร็จสรรพแถมยังพาไปส่งที่ อพาร์ตเมนต์อีก ไม่ต้องเสียค่าหมอ ไม่ต้องจ่ายค่าโดยสารก็พอหยวนๆ ล่ะ”

“อืม...นอกจากจะมีความหล่อ และความรวยเป็นคุณสมบัติหลักแล้วยังเป็นสภาพบุรุษด้วย...ถือว่าไม่เลวเลย”

“แกรู้จักเขาด้วยเหรอ”หญิงสาวหันไปมองเพื่อนด้วยสีหน้างุนงง

“หล่อ รวย ชาติตระกูลดีการศึกษาสูงส่ง แบ็คกราวด์เยี่ยมขนาดนั้น ใครไม่รู้จักก็อยู่หลังเขาแล้ว”

“ฉันไม่เห็นจะรู้จักเลย”คนแย้งทำหน้ามุ่ย...

“แกอยู่หลังเขาไง”

“บ้า...มีอย่างอื่นที่น่าสนใจว่าออกจะเยอะแยะทำไมฉันต้องมาสนใจผู้ชายที่ไม่ได้เกี่ยวดองเป็นญาติเป็นเชื้อด้วยล่ะ...ว่าแต่...ตอนที่ฉันเข้าโรง’บาล ฉันพยายามโทรหาแก ทำไมแกไม่รับ บอกมาเดี๋ยวนี้” แล้วเธอก็คิดออกถึงสิ่งที่คาใจหลังถูกเพื่อนดึงให้ไขว้เขวออกทะเลไปไกล

“คือว่าฉัน...”ไอรดาคิดไปถึงใบหน้าคมคายของผู้จัดการหนุ่มและเด็กหญิงตัวน้อยที่มีแรงดึงดูดมากพอจะทำให้เธอลืมนัดหมายที่มีไว้กับเพื่อนแล้วไปเที่ยวสวนสนุกกับพวกเขาแทน

“เอ่อ...เฮ้ย...ลืมไปเลยฉันมีงานด่วนที่ต้องออกเก็บข้อมูลส่งผู้จัดการก่อนเที่ยงนี่นา...ไว้ค่อยคุยกันนะ...ไปล่ะ”

แล้วไอรดาก็หาช่องหนีเอาตัวรอดไปในทันทีทำให้คนที่กำลังต้องการคำตอบอันเป็นเหตุผลที่ทำให้เธอต้องมาตกกระไดพลอยโจนครั้งนี้มีอันอ้าปากค้างมองเพื่อนเดินแกมวิ่งไปคว้ากระเป๋าถือบนโต๊ะทำงานแล้วผ่านออกไปทางประตูกระจก

“โอ๊ย...หนีไปจนได้นะยัยไอยรา...เฮ้อ...”

ไอรดาวิ่งออกยืนลูบอกหอบหายใจอยู่ที่หน้าลิฟต์...รู้สึกโล่งอกที่หาเรื่องหนีจากการซักฟอกออกมาได้แต่เมื่อนึกไปถึงบางสิ่งที่เธอยังไม่ทันได้รู้ผล ก็ต้องหายใจเฮือก...

“เฮ้อ...ยังไม่รู้เลยว่าส่งอาโปไปช่วยปฏิเสธทางฝ่ายนั้นจะว่ายังไง” แม้จะอยากรู้แต่เชื่อว่าอีกไม่นานเธอก็ต้องรู้อยู่ดีเรื่องนั้นจึงไม่ได้สำคัญกับเธออีกต่อไปเมื่อเทียบกับเรื่องที่เธออยากเก็บไว้เป็นความทรงจำคนเดียวเพราะคงไม่ใช่เรื่องดีแน่หากจะเล่าเรื่องหัวใจที่ไปข้องแวะกับคนมีเจ้าของให้คนอื่นฟังถึงแม้คนนั้นจะเป็นเพื่อนรักเพื่อนสนิทกันขนาดไหนก็ตาม

“จะออกไปธุระเหรอครับ”

เสียงทุ้ม ๆ ดังขึ้นข้างหลังฟังคุ้นหูชวนให้นึกถึงใครบางคนที่แค่เงาของเขาก็ทำให้หัวใจของเธอเต้นไม่เป็นส่ำ แต่นี่ไม่ใช่แค่เงาทว่าเขามายืนเคียงข้างเธอแบบตัวเป็น ๆ เลยที่เดียว

“เอ่อ...ค่ะ...คือ...เรื่องงาน...”ไอรดาตอบเบา ๆ กลัวเขาจะเข้าใจผิดว่าเธออู้งาน จึงต้องมีคำอธิบายเล็ก ๆ แนบไปด้วย พลางมองซ้ายมองขวาว่าจะมีพนักงานคนไหนต้องการโดยสารลิฟต์เที่ยวนี้ด้วยกันกับเธอบ้าง

“ผมก็กำลังจะไปข้างนอกอยู่พอดี”ผู้จัดการหนุ่มเอ่ย ทั้งก้าวเท้าเข้าไปในลิฟต์ก่อนหญิงสาวไปยืนกดบังคับการเปิดปิดประตูกระทั่งผู้ร่วมเดินทางเข้ามายืนเรียบร้อย“ชั้นไหนครับ”

“ชั้นหนึ่งค่ะ...”

“ไม่ใช่ติดต่องานแผนกอื่นเหรอครับ”ผู้จัดการหนุ่มถามด้วยความสงสัย

“เปล่าค่ะ...ดิฉันจะไปติดต่อเรื่องข้อมูลที่สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยค่ะ”

“โอเค...ผมกำลังจะไปที่นั่นพอดี”ชายหนุ่มเอ่ย แล้วเขาก็หันไปกดลิฟต์ให้หยุดลงที่ชั้นล่างสุดซึ่งนั่นไม่ใช่ชั้นหนึ่งอย่างที่ผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาบอกตอนแรก

ไอรดาขยับเข้ามาใกล้ทั้งเอื้อมมือจะกดหมายเลขทว่าเธอก็ต้องชะงักมือเมื่อคนที่อยู่ใกล้กว่าขยับเข้ามาบังทั้งยังเอ่ยในบางสิ่งที่ทำให้หัวใจเธอกระตุกวาบ

“ทางเดียวกัน ไปด้วยกันเถอะครับถือเป็นการแสดงความขอบคุณเรื่องเมื่อวาน ที่คุณอุตส่าห์พายัยหนูของผมเข้าห้องน้ำ” วสันต์หันมายิ้มอบอุ่นให้

โอ๊ย...แค่ขยับมายืนใกล้ๆ ใจก็หวิวๆนี่เล่นส่งยิ้มมาอีก ละลายแล้วใจฉัน...

“เรื่องเล็กน้อยค่ะบอส”เธอยิ้มตอบบ้าง

“ถ้าอย่างนั้นก็เป็นการขอบคุณที่คุณสละเวลาไปเที่ยวสวนสนุกเป็นเพื่อนยัยหนู...ทำให้คุณต้องมาเสียเวลา...”วสันต์หาเหตุผลใหม่

“ไม่เป็นไรค่ะ...ตอนนั้นกำลังว่างอยู่พอดีอย่าถือเป็นบุญคุณเลยนะคะ...”

เมื่อนี่คือโอกาสที่จะได้อยู่ใกล้ชิดคนที่ชอบถึงเขาจะมีเจ้าของแล้ว เป็นชู้ทางใจก็ไม่ใช่ปัญหานี่นะเธอควรสร้างความสนิทสนมกับเขาเอาไว้ อย่างน้อยก็จะได้เข้าใกล้ได้ชื่นอกชื่นใจกันแบบเนียน ๆ ล่ะ...ความคิดชั่วร้ายผุดขึ้นในสมองทันที “แต่ถ้าบอสอยากจะตอบแทนจริง ๆ ก็ได้ค่ะ...ปีนี้ขอเงินเดือนขึ้นอีกสิบเปอร์เซ็นต์นะคะ”

พอไอรดาเอ่ยออกไปเท่านั้นบรรยากาศในลิฟต์ก็เงียบกริบแม้กระทั่งสีหน้าของเจ้าของดวงตาคมกริบคู่นั้นยังนิ่งสนิท ชวนให้คนพูดถึงกับใจฝ่อทำหน้าไม่ถูก

“เอ่อ...ไอซ์...แค่ล้อเล่นค่ะ”

ไอรดาถึงกับล้วงหยิบผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดเหงื่อกิริยาท่าทางของเธอคงดูตลกจนบอสของแผนกถึงกับระเบิดเสียงหัวเราะออกมา...

“อ่า...ครับ...อันนี้ต้องดูผลงานและผลกำไรประกอบถ้าเข้าเป้า ผมจะคิดถึงคุณเป็นคนแรกเลยครับ ฮ่าๆๆๆ”

“แหะๆๆๆ ...ขอบคุณค่ะ...แหม...บอสเล่นแบบนี้ทำเอาไอซ์ขวัญกระเจิงไปไหนแล้วก็ไม่รู้”หญิงสาวลูบอกปรอยๆ

“ชอบจังครับ”

“คะ?”รู้สึกได้ถึงอาการร้อนฉ่าที่ใบหน้า

“ชื่อไอซ์น่ะครับคุณเรียกชื่อแทนตัวแบบนี้ทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองเริ่มจะเข้าถึงและเป็นกันเองกับพนักงานขึ้นเยอะ...อย่าเปลี่ยนนะครับเรียกชื่อแทนตัวเองแบบนี้แหละ”

“เอ่อ...ค่ะ...เฮ้อ...”สุดท้ายเธอก็ต้องแอบถอนหายใจ เมื่อสิ่งที่คิดไม่ได้เป็นไปอย่างที่ต้องการให้เป็นแต่ก็ยังดี อย่างน้อย เขาก็ยอมรับว่าต้องการความสนิทสนมกับพนักงานอย่างเธออยู่เหมือนกัน

ในขณะที่อาโปกำลังพยายามปลดปลงกับชีวิตพยายามเลิกคิดถึงใบหน้าหล่อเหลาคมคายของชายหนุ่มที่เพียงครั้งแรกที่เจอเธอก็ถลาเข้าไปซุกอยู่กับอกกำยำของเขา เท่านั้นยังไม่พอ เจอกันเพียงหนที่สองเธอยังต้องตกอยู่ในอ้อมแขนของเขาอีก ยังไม่พอ ยังจะมายัดเยียดความเพ้อฝันที่ยังไงก็ไม่มีทางเป็นจริงไปได้มาให้ซะอีก

“คุณก็ต้องรับผิดชอบแต่งงานกับผมแทนเพื่อนของคุณ...ชิชิพูดออกมาได้...ยอมตามก็โง่แล้ว”หญิงสาวบ่นงึมงำ ก่อนพยายามเบนความสนใจไปที่จอคอมพิวเตอร์ที่เปิดอยู่ข้างหน้าทว่าไม่เท่าไหร่ ก็มีสิ่งที่สามารถดึงความสนใจของเธอออกไปอีกจนได้

“ทุกคนฟังทางนี้...”

เสียงแหลมเล็กแต่ทรงอำนาจดังขึ้นไม่ต้องเงยหน้าขึ้นมองก็รู้ว่าเป็นนางมารลี้มกโชว หรือในชื่อจริง ๆ ว่าคุณไพลินไม่รู้ว่าวันนี้นางมีข่าวอะไรมาป่าวประกาศ ดูท่าว่าคงสำคัญและเร่งด่วนอยู่ไม่น้อยเพราะนางใช้วิธีป่าวประกาศแทนวิธีเรียกประชุม ฉะนั้นอาโปจึงคิดว่าเธอสมควรจะเงยหน้าสบตานางหน่อยเพื่อแสดงออกให้รู้ว่าเธอยังให้ความสนใจในเรื่องที่นางจะบอกอยู่เช่นกัน

“ในสัปดาห์นี้จะมีคณะกรรมการฝ่ายบริหารเข้ามาตรวจสอบกิจการของเราข่าวแจ้งมาว่าท่านประธานกรรมการมาตรวจสอบด้วยตัวเอง ท่านจะดูทุกงาน ทุกระบบเพราะฉะนั้น ขอให้ทุกคนเคลียร์งานของตัวเองให้เรียบร้อยและเป็นปัจจุบันออย่างเร่งด่วน”

พอไพลินพูดจบก็มีเสียงอื้ออึงจากเหล่าพนักงานดังขึ้น...ก่อนจะมีคำถามอีกหลายๆ คำถามตามมาให้คุณไพลิน ผู้ดำรงตำแหน่งหลายตำแหน่งได้ตอบคำถาม

“ได้ข่าวว่าท่านประธานยังโสดแถมยังหนุ่มฟ้อหล่อเฟี้ยว ใช่ไหมคะ” เสียงพนักงานสาวคนหนึ่งถามขึ้น

“โสดจริงแต่ถ้าเธอคิดจะอ่อยล่ะก็...กรุณาเก็บเงินไว้ให้เยอะ ๆ หน่อยก็แล้วกัน” คุณไพลินตอบ

“ทำไมคะ...ท่านรังเกียจคนจนเหรอคะ”

“เปล่า...”

“อ้าว...”

“เธอจะได้เอาเงินไปทำศัลยกรรมที่เกาหลีไง...แต่ฉันว่าอย่างเธอทำบุญเยอะๆแล้วไปเกิดใหม่น่าจะง่ายกว่า”

“โห...”เสียงโห่แกมเสียงหัวเราะดังสนั่นห้อง

“เอ...มันเกิดอะไรขึ้นนะ กิจการทัวร์ของเราก็อยู่ในเกณฑ์ดีทำกำไรทะลุเป้าทุกปี ทำไมจู่ ๆถึงมีการเข้ามาตรวจสอบกิจการ...หรือว่าบริษัททัวร์ของเรากำลังจะถูกขายทอดตลาด”พนักงานหนุ่มอีกคนแสดงความสงสัย ทำให้พนักงานคนอื่นๆ พลอยคิดตามไปด้วย

“อันนี้ฉันเองก็ยังไม่ทราบรายละเอียดแต่เชื่อว่าคงไม่มีเรื่องอย่างนั้นเกิดขึ้นแน่นอน”

“ว่าแต่...ท่านจะเริ่มเข้ามาตรวจสอบงานของพวกเราวันไหนคะ”

“ได้รับแจ้งมาว่าเริ่มวันพรุ่งนี้...อาโป...”ไพลินหันไปเรียกพนักงานที่ถูกเสนอชื่อให้ประสานงานกับกรรมการผู้ตรวจสอบ

“คะ...” หญิงสาวรีบขานรับหน้าตื่น

“งานนี้เธอจะเป็นคนรับผิดชอบตามงานของทุกคนแล้วนำขึ้นไปส่งให้คณะกรรมการเดี๋ยวจะมีตารางคิวออกมาว่าของใครจะถูกตรวจสอบเป็นลำดับแรก”

“ให้ดิฉันเหรอคะ”

“ใช่...เธอนั่นแหละมีปัญหาอะไรหรือเปล่า”

“มะ...ไม่มีค่ะ”

“ถ้าไม่มีคำถามอะไรอีก...ก็ขอให้ทุกคนตั้งใจทำงานกันให้ดีโบนัสปีนี้อาจขึ้นอยู่กับการตรวจสอบงานครั้งนี้ก็เป็นได้ สู้ ๆ นะพวกเรา”ไพลินให้กำลังใจก่อนจะจบประกาศที่เร่งด่วนนั้นแล้วเดินกลับเข้าห้องทำงานของตนไป

นี่เธอต้องรับผิดชอบหอบเอกสารไปส่งที่ชั้นบนสุดของตึกเหรอ...จริงๆ มันก็ไม่ใช่ภาระใหญ่โตอะไรหรอก แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่า บนชั้นนั้นเธอไปเคยเหยียบย่างเข้าไปเลยแม้แต่ครั้งเดียวนอกจากที่ระเบียงด้านนอกของตึกที่เธอใช้เป็นที่รับประทานข้าวกล่องอยู่บ่อยครั้งในช่วงเดือนที่มีความจำเป็นต้องรัดเข็มขัด

เอาเถอะ...คงไม่มีอะไรน่ากลัวสำหรับเธอหรอกน่า...คิดแล้วก็ให้รู้สึกหิว เมื่อมองนาฬิกา ก็พบว่าเข็มสั้นและเข็มยาวของนาฬิกาได้ทาบทับลงบนหมายเลขสิบสองเรียบร้อยแล้ว

“ไปเถอะพวกเรากินข้าวกัน...”เสียงชวนดังอื้ออึงราวกับนัดหมาย

“อาโป ไปกินข้าวกันเถอะ”เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งเอ่ยชวน

“เชิญตามสบายเลย...วันนี้ทำข้าวกล่องมากินเอง”เธอบอกพลางยกตลับบรรจุอาหารกลางวันขึ้นโชว์

“จะขี้เหนียวไปถึงไหนเนี่ย...”

อาโปได้แต่ยิ้มรับคำเหน็บแนมของเพื่อนโดยไม่ได้พูดอะไรถึงแม้ว่าเธอ อยากจะตอบไปเหลือเกินว่าจนกว่าเธอจะได้ไปทำงานที่สาขาต่างประเทศสมดังใจปรารถนาเมื่อนั้นเธอคงจะเริ่มใช้ชีวิตตามปกติเหมือนคนทั่ว ๆ ไปเขาใช้ชีวิตกัน




Create Date : 05 กุมภาพันธ์ 2560
Last Update : 6 กุมภาพันธ์ 2560 6:07:23 น. 3 comments
Counter : 554 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

 
งานนี้อาโปตะลึงแน่ๆๆ


โดย: panon IP: 223.207.84.5 วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:22:49:03 น.  

 
มาแล้ว ดีใจจัง รออยู่^__^


โดย: sakeena IP: 183.89.211.234 วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:17:02:47 น.  

 
จริงๆ เรื่องเปิดตัวอลังมากค่ะ สนุกดี แต่รอจนลืม ต้องกลับไปอ่านตอน 3 ใหม่ อิอิ

อีกเรื่องน่ะ เรื่องโปรดเค้านะ เค้าชอบนิยาย paranormal...


โดย: พี่หมูน้อย IP: 223.207.206.213 วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:16:45:54 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

นิยายฝันหวาน
Location :
มหาสารคาม Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




เชิญอ่านนิยายสนุกๆ สไตล์นิยายฝันหวาน



Writer By tonglang
: Copyright © 1999-2008
ข้อตกลง
1. กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะเป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาตจากผู้ลงผลงาน

2. กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลงผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

3. ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานที่ละเมิดลิขสิทธิ์ โปรดแจ้งเจ้าของบล็อกทันที


Smells like Christmas

Posted by Daniela Andrade on 23 ธันวาคม 2014
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2560
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728 
 
5 กุมภาพันธ์ 2560
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add นิยายฝันหวาน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.