Group Blog
 
 
ธันวาคม 2550
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
5 ธันวาคม 2550
 
All Blogs
 
ลอยกระทงกับ "เสือ กลิ่นสัก" วีรบุรุษในนิยายเรื่อง "ร้อยป่า"

“เสาร์นี้ คุณมีนัดไปลอยกระทงที่ไหนหรือเปล่า” อาจารย์หัวหน้างานภาควิชาฯ ถามผม

“ยังไม่มีครับ...... มีอะไรหรือเปล่าครับ” ผมตอบแล้วถามกลับ

“ว่าจะชวนคุณไปช่วยจัดงานวันเกิด ป๋าธานี ที่เจ็ดสาวน้อย...ซะหน่อย” อาจารย์ตอบแบบแย๊ป หยั่งเชิง

“ได้ครับ..อาจารย์”

.........ยังงัยปีนี้ที่เคยหวังว่าจะได้ไปลอยกระทงกับใครบางคน ก็แห้วอยู่แล้วนี่หว่า
อยู่ กทม. ไปก็จิตตกเปล่าๆ เข้าป่าหาเหล้าฟรีกินดีกว่า.. 555


งานครบรอบวันเกิด ปีที่ 79 ของ “ป๋าธานี” ถูกจัดขึ้นที่ “ริมธารารีสอร์ท” อยู่เลย วนอุทยานน้ำตกเจ็ดสาวน้อยไปประมาณ 2 กม.
ก่อนหน้านี้ ผมรู้แต่เพียงว่า .... ป๋าธานี คือ อดีตเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ ที่ปัจจุบันเกษียณอายุราชการแล้ว
และเคยเป็นหัวหน้าของ อาจารย์ของผมมาก่อน ตั้งแต่สมัยอาจารย์เคยทำงานในกรมป่าไม้
แต่ที่น่าแปลกใจคือ แม้ “ป๋าธานี” จะเกษียณอายุราชการมาเกือบ 20 ปีแล้ว
แต่ทำไม จนท.ระดับสูงของทั้งกรมป่าไม้ และกรมอุทยาน ยังให้ความรักและเคารพแกอยู่
แย่งกันจัดงานครบรอบวันเกิดให้ ป๋าธานี ทั้งๆ ที่จัดทุกปีอยู่แล้ว..
จนต้องทำสัมปทาน สลับผลัดเปลี่ยนเวียนกันจัด....
ปีที่แล้ว.. อช.เขาใหญ่ (ทั้งหัวหน้า ทั้งผู้ช่วย มากันให้เต็มที่พักที่บ้านจอมพล เลยคับ)
ปีนี้......... เจ็ดสาวน้อย
ปีหน้า..... รีสอร์ทของป๋าธานี จังหวัดแพร่ (ครบ 80 ปี ป๋าธานี รีเควส สถานที่เอง)
ทั้งๆ ที่ “ป๋าธานี” ก็ไม่ได้มีบารมีถึงขนาดจะสามารถโยกย้ายหรือเลื่อนตำแหน่งหน้าที่ทางราชการให้ใครได้


กว่าจะมาถึงสถานที่จัดงานก็พบว่า..

มีพี่ๆ จากรมป่าไม้ กรมอุทยานฯ กรมทรัพนากรทางทะเลและชายฝั่ง

รวมทั้งเหล้าสมาคมแม่บ้านและครอบครัวของพี่ๆ เขามาโจ้เหล้า เมารอ อยู่ก่อนแล้ว..

ผมยืนเก้ๆ กังๆ ด้วยความเขิล..

อาจารย์เลยฝากให้ ผม กับ เจ้าโอ้ นั่งร่วมโต๊ะอยู่กับ บรรดาป้าๆ และสาวๆ เหล่านี้

ดีจัง หุหุหุ....


“พี่หลิม...รู้จัก เสือ กลิ่นสัก มั้ย”
เจ้าโอ้ น้องที่จบ วนศาสตร์แล้ว และวันนี้มาทำหน้าที่บันทึกวิดีโอ ถามผม

“รู้จักดิ..... เสือ กลิ่นสัก พระเอกเรื่องร้อยป่า ใช่ป่ะ”
ผมตอบและย้อนถามเพื่อความแน่ใจว่าใช่คนเดียวกันกับที่ถามมั้ย

“แล้วพี่หลิมรู้ป่าว..... เสือ กลิ่นสัก นั่นแหละคือ... ป๋าธานี...”
คำตอบเจ้าโอ้ มันทำให้ผม “ตะลึง...ตะลึง...ตะลึง..ตะลึงๆๆๆๆๆ” (ทำเสียงและเต้นประกอบเพลงไปด้วยจะได้อารมณ์มาก)

..........................................................

เขาแหละครับ.. "ป๋าธานี" หรือ "เสือ กลิ่นสัก"

ยามอายุ 79 ปี...

ยังแข็งแรง เดินได้อย่างคล่องแคล่ว อยู่เลย..


“เสือ กลิ่นสัก” เป็นตัวเอกในนวนิยายเรื่อง “ร้อยป่า” ที่แต่งโดย “สมพันธ์ ปานะถึก” หรือ “พัน บางกอก”

นวนิยายชื่อดัง เมื่อประมาณ 50 ปีที่แล้ว... เคยเอามาทำเป็นภาพยนตร์ 2 ครั้ง

ครั้งแรกเมื่อสมัยปี 2507
“มิตร ชัยบัญชา” แสดงเป็น เสือ กลิ่นสัก


ปล. ขอบคุณภาพจาก thaiflim.com ด้วยคับ


ในเรื่อง “ร้อยป่า”.... เสือ กลิ่นสัก เป็นเจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่ซื่อตรง เป็นสุภาพบุรุษ ไม่หวั่นเกรงต่ออิทธิพลใดๆ..
คอยปกป้องผืนป่าของไทยให้พ้นจากพวกที่ลักลอบตัดไม้ทำลายป่า....

เสือ กลิ่นสัก จึงกลายเป็น วีรบุรุษของใครหลายๆ คน
และมีหลายคนเข้ามาเรียนวนศาสตร์ เพราะอยากเป็นเหมือน เสือ กลิ่นสัก

........................................................

ภาพแผ่นปิดภาพยนตร์เรื่อง "ร้อยป่า" ที่เอามาทำครั้งที่ 2

“คุณบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์”.... แสดงเป็น เสือ กลิ่นสัก


ปล. ขอบคุณภาพจาก thaiflim.com อีกครั้งครับ


มีหรือที่ คนอย่างเสือหลุมหลิมจะเชื่อใครง่ายๆ... ผมจึงได้ลองถามอาจารย์ และพี่ๆ วนศาสตร์
ที่ปัจจุบันเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงทั้งในกรมป่าไม้ กรมอุทยาน และกรมทรัพยากรทางทะเลฯ ดู (เฉพาะที่มาร่วมในงานนะครับ)..
ทุกคนตอบเหมือนกันครับว่า... “นี่แหละ เสือ กลิ่นสัก ของจริง”
คนแต่งเรื่องร้อยป่าเป็นเพื่อนวนศาสตร์รุ่นเดียวกับป๋าธานี....
ก็เลยเอาบุคลิกของปร๋าธานี ไปเป็นแบบอย่างตัวเอกของเรื่อง นั่นก็คือ
“เสือ กลิ่นสัก”


สุดยอดจริงๆ ครับ.... ชีวิตของผมปีนี้

ได้เจอคนที่น่าเคารพยกย่องถึงสองคนแน่ะ..

คนหนึ่งเป็นหญิง... ผู้มอบความรักให้กับเด็กกำพร้าอย่างหมดหัวใจ เสียสละและทุ่มเททรัพย์สินทุกอย่างให้กับเด็กติดเชื้อ HIV อย่างหมดตัว เขาคือ "พี่ติ๋ว สุธานิสี น้อยอินทร์" แห่งบ้านโฮมฮัก

คนหนึ่งเป็นชาย... สุภาพบุรุษลูกผู้ชาย ผู้คอยปกป้องผืนป่า เขาคือ "เสือ กลิ่นสัก หรือ ปร๋า ธานี" แห่งนวนิยายเรื่องร้อยป่า

...................................................................

เสือ กลิ่นสีก กำลังจุดไฟในกระทงที่ พวกพี่ๆ หรือที่ป๋าธานี เรียกพวกพี่เขา รวมทั้งผมด้วยว่า "ลูก" เตรียมไว้ให้ครับ

ปีนี้ "เสือ กลิ่นสัก" ของเราเลยได้ทั้ง จุดเทียน (ในกระทง) และ เป่าเทียน (วันวันเกิดในเค้ก)

ไปพร้อมๆ กันเลย


กระทงของ "เสือ กลิ่นสัก" กำลังถูกปล่อยลงลำธาร ซึ่งเป็นน้ำตกที่อยู่ในบริเวณที่พัก....

เป็นกระทง นำล่องของบริเวณนี้..


พนักงานของรีสอร์ท ทำกระทงไว้สำหรับขายให้แก่ แขกที่เข้ามาพักด้วย

กระทงใหญ่ 50 บาท..

กระทงเล็ก 30 บาท..


วันนี้ถือเป็นวันฤกษ์งามยามดียิ่งนัก... ที่ได้มาพบกับ "เสือ กลิ่นสัก" ตัวจริง

แถมได้บรรยากาศมาก....ลอยกระทงท่ามกลางลำธารน้ำตก

ปีนี้เลยตัดสินใจ... ลอยกระทง ซึ่งเป็นการลอยครั้งแรกในรอบหลายปีก็ว่าได้

(จำไม่ได้ว่ากี่ปี... แต่ไม่ต่ำกว่า 5 ปีแน่ครับ.. )

กระทงของเสือหลุมหลิม ครับ.. กระทงอันน้อย ราคา 30 บาท..

ไม่รู้ว่าลอยไปแล้วจะหลงทางเหมือนของ "ไชยา มิตรชัย" หรือป่าว


นอกจากความเชื่อตามขนบธรรมเนียม และประเพณีการลอยกระทง

ที่คนส่วนใหญ่ทราบกันดีอยู่แล้ว

ยังมีความเชื่อว่า... การได้ขอพรในคืนวันเพ็ญ หรือวันที่พระจันทร์เต็มดวง และไม่มีสิ่งใดๆ มาบดบัง

จะทำให้คำขอนั้นสัมฤทธิ์ผล โดยเฉพาะ ในวันเพ็ญเดือนสิบสอง ด้วยแล้ว..
ยิ่งศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก..

แต่วันนี้ผมกลับไม่ได้ขอในสิ่งที่ตัวเองต้องการที่สุดเลย..

แต่ผมขอในสิ่งที่ คนไทยทั่วโลก ต้องการมากที่สุด...

"ขอให้องค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระชนมายุยั่งยืนนาน"

"ขอให้พระพี่นางฯ จงหายประชวรโดยเร็ววัน"

...จากนั้นก็อุทิศส่วนบุญ ส่วนกุศลเลย

"ข้าพเจ้าขอตั้งจิตอุทิศผล...
บุญกุศลแผ่ไปให้ไพศาล....
ถึงบิดา มารดา ครูอาจารย์..
อีกลูกหลาน ญาติ มิตร สนิทกัน..
ทั้งเทวดา นายเวร เปรตทั้งหลาย..
ขอให้ได้กุศล ผลของฉัน..
สรรพสัตว์ น้อยใหญ่ ไพรพืชพรรณ..
จงร่วมกัน ได้กุศล ผลนี้เทอญ.... โอมเพี้ยง!.."

..............แล้วลอย..........

ทันใดนั้น...
"เฮ้ย!.... ลืมขออีกอย่างนึง แต่กระทงมันลอยไปแล้ว" T_T


ปล. กระทงใครไม่รู้ น่าจะแบกความทุกข์ของเจ้าของไว้มากเสียจน ยอดกระทงล่มเลยอ่ะคับ


"เป็นลางสังหรณ์ เมื่อตอนวันลอยกระทง....

สายน้ำไหลเชี่ยวไหลวน พากระทงของหลิมแยกทาง... ฮือ..ฮือ..ฮือ"


กระทงของผมลอยลิ่วยังกับติดฝีผาย...

แซงทุกกระทงที่ลอยก่อนหน้านี้ไปแล้วคับ...

แซงไปแล้ว......

แซงไปแล้ว.....

ลอยดำโด่งไปแล้ว....

...งงกับกระทงของตัวเองจิงๆ คับ

ทำไมมันลอยไปเร็วกว่าชาวบ้านนักฟร่ะ!..

สงสัยว่านางตานี ที่สิงสถิตย์อยู่ในลำกล้วยจะรีบไปหาชิ้นส่วนต่างๆ ของเธอ..

ที่ถูกหั่นแยกออกมาทำเป็นกระทงของคนอื่นอ่ะคับ


ลอยเสร็จก็กลับมาในงานเพื่อจัดการ เจ้าบักจอห์นนี่ต่อ...


เอาหมูย่างตัวใหญ่ กินกันค่อนคืนหมดไปซี่โครงข้างเดียวเองอ่ะคับ


เวลาผ่านไป ยังไม่ทันเที่ยงคืน...

บักจอห์นนี่ก็ถูก เสือ กลิ่นสัก และเหล่าสมุน จัดการเรียบ.. ยังไม่รวมไวน์และสุรายี่ห้ออื่นๆ นะคับ


เหล้าหมดจะทำยังงัย..เหล้าหมดจะทำยังงัย..

พี่เสือเขาจะบอกให้..พี่เสือเขาจะบอกให้....

เอร็งก็ไปไกลๆ เหล้าจะได้ไม่หมด.. กร๊ากกกกก

...............................................................

ออกจากวงมายืนชมจันทร์ ดีกว่าเรา...

ปล่อยหัวใจให้ล่องลอยไปถึงใครบางคนต่อ...

จุดสีขาวๆ ที่เห็นในกล้อง คือดวงดาว น่ะคับ...

ไม่ใช่เลนส์กล้องสกปรกแต่อย่างใด....

น่าแปลกใจ.... คืนที่ พระจันทร์เต็มดวง อย่างนี้ทำไมยังเห็นดวงดาวได้อย่างชัดเจน..

หรือนี่คือ... แต่..แต..แต..แต้..แต๊ด..

"คืนพิเศษ....คนพิเศษ" กลายเป็นรายการวิทยุของกรีนเวฟ ไปแล่ว


ทันใดนั้นเอง..... ก็มีอะไรบางอย่างลอยผ่านฟากฟ้ามาสองดวงคับ

มันลอย ปุ๊บป่อง.. ปุ๊บป่อง.. (แบ่งไปดวงล่ะ ปุ๊ปป่อง) อยู่ตรงที่ผมขีดเส้นวงเอาไว้

นกแอร์... จ๊าก! ไม่ใช่...

เจ๊อาร์ท กับ เจ๊เอ๋ จ๊าก!... เกือบถูก

มันคือ.... โคมลอย ที่ทาง รีสอร์ทแถวๆ นั้นเขาลอยมาน่ะคับ

"พักกินข้าว กินปลา กินเหล้า ก่อนมั้ยเพ่.. แล้วค่อยลอยไปต่อ"



โคมลอยลับยอดไม้หายไปแล้ว...

กลับมาเข้าวงดีกว่า...

ระหว่างที่ผมเหลือบสายตา ทอดความอาลัยรักษ์ ไปยัง "บักจอห์นนี่" ที่หมดไปแล้วนั้น...

และแล้วความจริงก็เปิดเผยคับ....

บักจอห์นนี่ ที่อยู่ในขวดใหญ่ แท้จริงแล้วมันถูกถ่ายจากขวดเล็ก มาใส่ขวดใหญ่นั่นเอง...

แง..แง....เสือหลิม ถูกหลอกลวง ...

บักจอห์นนี่ใหญ่ ถูกใส่ตระกร้าล้างน้ำมานี่หว่า


แล้วงานเลี้ยงก็มีวันเลิกลา...

เราสลายวงกันประมาณตีสาม เห็นจะได้ครับ..

เอาภาพห้องพักนอนมาให้ชม..

เป็นแบบนอนรวม 6 คน..

ทั้งเก่า.. ทั้งแพง...


ห้องน้ำก็เก่า ยังดีที่เครื่องทำน้ำอุ่นยังใช้การได้

ข้างบนกำแพงกั้นระหว่างห้องน้ำ ซึ่งมีอยู่ด้วยกันสองห้อง

มีผึ้ง ทำรังอยู่ด้วยคับ..

ภาพที่เห็นนี่ ถ่ายตอนกลางคืน..

แต่ตอนเช้า ผึ้งจะเต็มพื้นห้องน้ำไปหมด...

ไอ้เจ้าโอ้ น้องผู้ชายที่ไปช่วยถ่ายวิดีโอ ให้.. โดนเข้าไปเต็มๆ ตรีน.. เลยคร้าบ..


เช้าแล้ว..

แปลงร่างเป็น พรีเซ็นเตอร์เสื้อ "โลกร้อนคนละลาย" ที่ได้มาจากคอนเสิร์ท "คาราวาน"


ตะวันนั้ยังแรงกล้า.. ท้องฟ้ายังคงแจ่มใส


สายน้ำยังไหลเรื่อยไป.... ขอให้ คาเซ ยืนยง..

อ้าว! ไปรัฐ อื่นซะแล้ว


ช่วงนี้... ดอกไม้ต่างๆ เริ่มบานแล้ว..

ดอกเฟื่องฟ้า หรือ ประทัดตรุษจีน หลากสีสรร


ขี้เหล็ก.. ก็ออกดอกสะพรั่งเช่นกัน


ดอกไมยราพ ดอกหญ้าที่ไม่ค่อยมีใครสนใจเท่าไหร่...

ด้วยความที่สามารถพบเห็นได้ง่ายจนบางคนมองข้ามมันไป...



แต่ "ชงโคดอกแดง" ของเราต้นนี้นำหน้าไปก่อนใครแล้ว..

..ในขณะที่เพื่อนๆ เพิ่งออกดอก เจ้าชงโค ออกผล (ฝัก) แล้วครับ


ดอกโสก ที่กำลังบานสะพรั่ง อยู่ในใจของใครบางคน..

ต้นโสก เป็นต้นไม้ที่ชอบขึ้นบริเวณที่ชุ่มชื้นในป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้ง

บางครั้งขึ้นเป็นดงอยู่บริเวณริมน้ำ จนบางคนเรียกว่า "โสกน้ำ" ไปเลยก็มี

ด้วยความที่เป็นต้นไม้ที่ขนาดกลาง ออกดอกเป็นพุ่มสวย..

คนจึงนิยมนำไปปลูกตามสวนสาธารณะ และสวนบ้าน..

จากนั้นก็เรียกชื่อใหม่ว่า "อโศก" เพื่อให้ฟังดูเป็นศิริมงคล น่าปลูก..


คนเรานี่ช่างทะลึ่ง ตั้งแต่อดีต..

จะจีบกันอยากจะมีอะไรกัน...

จึงใช้อวัยะสืบพันธุ์ของต้นไม้มามอบให้แก่กัน..เพื่อเป็นการสื่อความในใจ..

อันนี้เป็น.. ข้อสัณณิษฐานขำๆ ของผมเองนะคับ อย่าคิดเป็นจริง เป็นจัง...


"ป๋าธานี" หรือ "เสือ กลิ่นสัก" เดินทางกลับบ้านตั้งแต่เช้าแล้วพร้อมกับครอบครัว

แต่เหล่าบรรดาลูกสมุนของ "เสือ กลิ่นสัก" กลับไม่ยอมเลิกลา

ตั้งหลักได้ก็ลุกขึ้นมาฟาดฟันกับสุรากันต่อ กว่าจะได้ฤกษ์เดินทางกลับไดก็ บ่ายสามโมง นั่นแหละครับ..



เสือหลุมหลิมเมาแล้วอ่ะคับ... ขอตัวก่อนล่ะเน่อ..

"บ๊ายบาย.."


Create Date : 05 ธันวาคม 2550
Last Update : 17 มิถุนายน 2551 17:46:13 น. 13 comments
Counter : 2439 Pageviews.

 


อะ อะ พี่เป็นลูกแม่โจ้หรือเปล่าค่ะ


โดย: ยอพระกลิ่น วันที่: 5 ธันวาคม 2550 เวลา:19:52:42 น.  

 
หวัดดีคับ คุณยอพระกลิ่น (ชื่อไทยจัง เหมือนนางในวรรณคดีเลย) ผมไม่ได้เป็นลูกแม่โจ้ครับ แต่ผมเรียนวนศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ (บางเขน)

สำหรับความสัมพันธ์ระหว่าง แม่โจ้กับวนศาสตร์ นั้นเริ่มตั้งแต่สมัยก่อตั้งเป็นโรงเรียนป่าไม้ ยุคแรกๆ แล้วครับ ลองตามไปดูในประวัติของคณะวนศาสตร์ ล่ะกันครับ

http://www.forest.ku.ac.th/forestry/th/faculty_history.php


โดย: เสือหลุมหลิม วันที่: 6 ธันวาคม 2550 เวลา:12:24:45 น.  

 
สวัสดีค่ะ ดิฉันเห็นรูปโสกน้ำของคุณแล้ว รู้สึกสนใจ
คิดว่าจะขออนุญาตนำไปลงหนังสือจะได้ไหมคะ
เป็นหนังสือเกี่ยวกับวรรณคดีไทยของรัชกาลที่ 2
เรื่องกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานค่ะ
และไม่ทราบว่าคุณมีรูปที่เกี่ยวกับยอดโสกน้ำไหมคะ
ดิฉันกำลังหารูปที่เห็นยอดชัดๆค่ะ
หรือว่าคุณมีที่ไหนที่จะแนะนำให้ดิฉันไปถ่ายรูปไหมคะ
ขอบคุณค่ะ


โดย: แป้งร่ำ IP: 125.25.105.65 วันที่: 9 สิงหาคม 2551 เวลา:15:27:42 น.  

 
เชิญครับ สำหรับรูปโสกน้ำที่ขอ

สำหรับยอดของโสกน้ำผมไม่มีรูปครับ... แต่ถ้าต้องการผมจะถ่ายให้

เพราะที่นี่ (คณะวนศาสตร์) มีอยู่ 2 ต้นคับ


โดย: เสือหลุมหลิม วันที่: 11 สิงหาคม 2551 เวลา:10:02:36 น.  

 
เสีอ กลิ่นสัก เป็นลูกแม่โจ้รุ่น 11 ชื่อจริงสัมพันธ์ ปานนะถึก ครับเป็นอดีดข้าราชการกรมป่าไม้ ตัวจริงเสียงจริงได้เสียชีวิตลงแล้วเมือปี50ครับ


โดย: ร้อยป่า IP: 125.27.110.138 วันที่: 20 พฤศจิกายน 2551 เวลา:13:04:47 น.  

 
^
^
^
"สัมพันธ์ ปานนะถึก" หรือ "สมพันธ์ ปานะถึก" คับ

ถ้า "สมพันธ์ ปานะถึก" ล่ะก็ เท่าที่ผมรู้ก็คือ..

คือ..ผู้แต่งเรื่องร้อยป่า

คือ..รุ่นพี่นักเรียนป่าไม้ แม่โจ้รุ่น 11 (ซึ่งเป็นรุ่นพี่ของป๋าธานี)

คือ..ข้าราชการกรมป่าไม้ (ก็เป็นข้าราชการกรมป่าไม้รุ่นพี่ป๋าธานี อีกเช่นกัน)

และเท่าที่ผมอ่านหนังสือพวกนวนิยายมาบ้างหลายเรื่อง

ไม่ค่อยจะมีใครเอาบุคลิกของตัวเองมาแต่งเป็นตัวเอกของเรื่องหรอกครับ

มีแต่จะเอาบุคลิกของคนที่ตัวเองชื่นชมมาเขียนเป็นตัวเอก...

ผมคงลืมบอกไปกระมังว่า..

"สมพันธ์ ปานะถึก" รู้จักและสนิทกันดีกับป๋าธานี.. ซึ่งเป็นรุ่นน้องของคุณสมพันธ์

อาทิตย์หน้าจะมีงานฉลองวันเกิดครบรอบ 80 ปีป๋าธานี

มีข้าราชการป่าไม้ที่รักและเคารพป๋าธานีไปร่วมงานหลายคน..

แล้วผมจะเอารายละเอียดเกี่ยวกับ..

ประวัติของ "ป๋าธานี ภมรนิยม" บุคคลที่ข้าราชการในกรมป่าไม้บอกว่า เขาคือ "เสือ กลิ่นสัก" มาฝากคับ


โดย: เสือหลุมหลิม วันที่: 21 พฤศจิกายน 2551 เวลา:13:01:52 น.  

 
มาอ่านเรื่องราว ของ "ป๋าธานี" หรือ "เสือ กลิ่นสัก"
และน่าประทับใจ กับเรื่องราวของสุภาพบุรุษลูกผู้ชาย
ผู้ที่คอยปกป้องผืนป่า และก็ถูกนำมาเป็นตัวเอก
ในนวนิยายด้วย...

และเลยแว๊บ มาทักทายคุณเสือด้วยเลย...

เป็นเรื่องที่เขียนได้ยาวดี
แต่อ่านแล้วก็เพลินดีเหมือนกัน อุอุ


โดย: _iOFFer_ วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:23:41:52 น.  

 
ขอบคุณคับที่แวะมาทักทาย...

ป๋าธานี ภมรนิยม.. เคยเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการจับพวกตัดไม้ทำลายป่าของตนเองให้ลูกหลานรุ่นหลังๆ ได้ฟังกันหล่นเรื่องครับ...

ที่เด่นๆ และพอจะจำได้ 2 เรื่องคือ..

เมื่อสมัยป๋าธานีเป็นป่าไม้จังหวัดสระบุรี มีสายรายงานว่ามีคนลักลอบตัดไม้อยู่ในป่า

ป๋าเลยพาลูกน้องเดินเข้าป่าตอนกลางคืนไปยังที่ที่มีการลักลอบตัดไม้...

เมื่อไปถึงก็พบแต่ต้นไม้ขนาดใหญ่ที่ล้มแล้ว และกำลังแปรรูปไปแล้วบางส่วน แต่ไม่พบคนที่ลักลอบตัด..

เพราะไหวตัวทันชิงหลบหนีไปเสียก่อน..

ป๋าธานีเลยให้ลูกน้องของป๋ากลับไปก่อน แล้วพรุ่งนี้เช้าค่อยมาใหม่...

ส่วนตัวป๋าธานีเองปีนขึ้นไปแอบซุ่มอยู่บนต้นไม้คนเดียวเพื่อรอจับพวกที่ลักลอบตัดไม้ถ้าพวกมันวกกลับมา..

ปรากฏว่าพอรุ่งเช้าพวกลูกน้องของป๋าก็พบ ป๋าธานีจับพวกลักลอบตัดไม้เรียบร้อยแล้วคับ...

ส่วนอีกเรื่อง... จะมาเล่าให้ฟังต่อวันหลังคับ

เหล่าหมดทีเดียวเด๋วไม่น่าติดตาม 555


โดย: เสือหลุมหลิม วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:17:13:04 น.  

 
เรียนถามคุณเสือหลุมหลิมนิดหน่อยค่ะ

คือกำลังอ่านร้อยป่าอยู่ถึงตอนนี้จบเล่มที่ 6 พอดี จึงขอทราบว่าชีวิตจริงของเสือ กลิ่นสัก (ป๋าธานี) ท่านได้ครองคู่กับนางเอกในเรื่องหรือเปล่าคะ
(ธนิษฐา หรือแสงทองน่ะค่ะ)

ขณะที่อ่านอยู่นี้เศร้ามากๆถึงมากที่สุดที่ท่านเสียสละและผิดหวัง...


โดย: แก้ว ฯ IP: 125.24.163.223 วันที่: 20 เมษายน 2552 เวลา:15:13:10 น.  

 
ที่อ่านคุณแก้วอ่านคือนิยาย ที่แต่งเรื่องขึ้นครับ มีการแต้มแต่งเรื่องราวให้น่าติดตามขึ้น


เสือกลิ่นสัก ตัวจริงไม่มีในโลกนี้ครับ มีแต่ในโลกของนิยาย

คุณพันธ์ บางกอก ตอนที่เขียนเรื่องนี้นั้นตอนนั้นก็ทำงานอยู่กรมป่าไม้..

และตอนนั้นป๋าธานี ภมรนิยม ซึ่งเป็นนักเรียนป่าไม้แพร่รุ่นน้อง ก็เป็นมือปราบป่าไม้ที่โด่งดังมากในยุคนั้น จึงเอาบุคลิกของป๋าธานีมาใส่ในตัวเอกของเรื่อง

บุคลิกครับ ไม่ใช่ชีวิตจริงของป๋าธานี

เพราะชีวิตจริงของป๋าธานี แกก็เจ้าชู้ใช่ย่อยครับ

ปัจจุบันแกใช้ชีวิตอยู่กับแหม่มเจ้าหน้าที่อาสาชาวต่างชาติอย่างสงบสุขในรีสอร์ทท่ามกลางป่าเขาลำเนาไพร..

แถวๆ อ.วังชิ้น จ.แพร่ ครับ


โดย: เสือหลุมหลิม วันที่: 21 เมษายน 2552 เวลา:20:01:33 น.  

 
ขอรายละเอียดหรือเกร็ดในการทำงาน
การโยกย้าย สถานที่ และตำแหน่ง
น่าสนใจครับ อยากไปตามรอยสถานที่ที่เรื่องดำเนินอยู่เหมือนกัน
เสือ กลิ่นสัก อาจมาจากหลายๆคน
ที่ทำงานป่าไม้ในยุคสมัยนั้น
รวมถึงเรื่องข้าราชการที่ไปดูงานต่างประเทศ
แล้วเล่าประสกการณืให้ผู้แต่ง
หรือผู้แต่งไปสืบค้นมาเป็นวัตถุดิบ
ในการเขียนหนังสือครับ
จะหาโอกาสเข้ามาอ่านอีกครับ


โดย: ...กว่าง ๓๑... IP: 10.240.11.145, 203.146.104.35 วันที่: 13 กรกฎาคม 2553 เวลา:15:11:13 น.  

 
ยินดีมากครับ ที่ทราบข่าวของเสือ กลิ่นสัก เขาเป็นแรงผลักให้ผมได้ทำตาม ได้เรียนแม่โจ้ ได้เพื่อนที่ดี และความรักที่มีต่อแผ่นดินเกิด เขาจะอยู่ในใจตลอดไป


โดย: วิรุณ IP: 222.123.85.8 วันที่: 4 ตุลาคม 2553 เวลา:11:29:54 น.  

 
ปีนี้รับรุ่น 76 "ป๋าธานี" หรือ "เสือ กลิ่นสัก" เจิมให้ผมด้วยครับ....
รัฐศาสตร์ 2 ปี ศูนย์สัญจรจังหวัดพังงาครับ


โดย: MJU 76 IP: 182.53.213.122 วันที่: 22 มิถุนายน 2554 เวลา:14:16:29 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

เสือหลุมหลิม
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add เสือหลุมหลิม's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.