นิทานคนใบ้ / บทที่3.2 ใกล้ยอดเขา


ร่างกายที่สั่นเทิ้มดั่งนกน้อยต้องลมหนาวขดตัวเข้ากับร่างกายของคนข้างเคียง

หญิงสาวทั้งสิบขดตัวนอนอยู่ในเต็นท์โดยไร้ไออุ่นจากผ้าขนสัตว์

แต่เพียงเท่านี้ก็นับว่าปราณีมากแล้วดูอย่างพวกทหารต้องนอนอย่างไร้ที่กำบัง

พากันขดข้างกองไฟโดยไม่กลัวว่าพวกเขาจะติดไฟหรือกลิ้งเข้าไปโดยไม่รู้ตัว


พวกที่ยังไม่หลับก็พากันสังสรรค์

มีเพียงหญิงสาวที่ถูกจับตัวมาเท่านั้นที่ถูกแยกกลุ่มละสิบส่งเข้าเต็นท์แต่ละหลัง

และมัดไว้อย่างหนาแน่นเช่นทุกคืน

ก่อนที่พวกทหารจะไปเมามายได้อย่างสบายใจ


เสียงไหวของต้นสนใกล้ยอดเขาเฮอ เสียงร้องเพลงรอบกองไฟ

และเงาไหววูบเลือนรางร่ายรำอยู่บนเต็นท์หนังสัตว์

บอกเล่าเรื่องราวแสนน่าเศร้าของเหล่าหญิงสาวอายุ17 ในเมืองๆ นี้

พวกเธอจากคนที่รักและอ้อมอกของครอบครัว

ต่างรู้อยู่แก่ใจว่าตนนั้นคงจะไม่มีวันได้เห็นหน้าครอบครัวอีก

บางคนก็นอนร้องไห้น่ารำคาญในยามค่ำคืน

บางคนก็หลับเพราะเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง


แต่นอกจากออโรร่า มีคนๆหนึ่งที่ดูจะไม่ร้องไห้โวยวาย

เธอคือ อะมิลล่า ลูกสาวของนักดาบอิสซู

เธอมีแผลเป็นจากคมดาบพาดยาวตั้งแต่หน้าผากถึงปลายคาง

ทำให้ตาข้างขวาของเธอบอดสนิทและต้องสวมผ้าปิดตาที่ทำจากหนังตัวบีเวอร์ไว้ตลอด

เพราะแผลเป็นที่ดวงตาของเธอทำให้ออโรร่าจำชื่อของเธอได้แม่น


เธอเป็นผู้หญิงร่างกายสูงใหญ่เพราะฝึกวิชาดาบกับพ่ออยู่เป็นประจำ

ด้วยความที่เธอไม่ค่อยออกมาพบปะใคร

จึงไม่ค่อยมีใครกล้าเข้าไปพูดกับเธอมากนัก

รู้แต่เพียงว่าเธอเป็นผู้หญิงที่ใช้ดาบเก่งคนหนึ่งของหมู่บ้าน


หลังจากสังเกตอะมิลล่าอยู่ครู่หนึ่งออโรร่าจึงเอ่ยปากถามเธอด้วยความห่วงใย

“อะมิลล่า เจ้าไม่ได้นอนมาสองวันแล้ว พักสักหน่อยเถิด”

เธอพยายามพูดเบาราวกระซิบ


“ไม่ใช่ธุระของท่าน ไม่ต้องเป็นห่วงข้าหรอก”

ดวงตาสีครามปราดมอง สะท้อนแสงวาววับ ในยามค่ำคืน


“ออโรร่า เจ้าอย่าไปพูดดีกับนางเลย”

อลิสเพื่อนสนิทที่ผูกอยู่ติดเธอพูดขึ้น

“พูดกับนางไปก็เท่านั้น นางน่ะใจดำจะตาย”


“เพราะเจ้านั่นแหละเข้ามาขโมยหัวแครอทบ้านของข้า”

อะมิลล่าตะโกนข้ามหัวมาถึงคนที่นอนอยู่กึ่งกลาง


“ข้าขโมยอะไรข้าบอกพ่อของเจ้าแล้วว่าจะขอเข้ามาถอนหัวแครอท”

อลิสเถียงเสียงขึ้นจมูก


“บอกตอนพ่อข้านอนนี่นะ”

อะมิลล่าก็ไม่มีทีท่าจะยอม


“พอเลยเจ้าทั้งสองคนน่ะ อยากให้ทหารจับไปนอนนอกเต็นท์อีกรึไง”

ออโรร่าเตือนเสียงดุ


“ออโรร่า ท่านเวนดอร์จะมาช่วยพวกเราจริงๆเหรอ”

อลิสพูดอย่างมีความหวัง


“แต่เอ็ดเวิร์ดบอกพวกเราว่าถ้าพวกเราไม่เกี่ยวข้อง เราก็จะถูกปล่อยตัวไปนี่หน่า”

แอนเดรียหญิงที่ปลายแถวอีกด้านเข้ามาแจมการสนทนาด้วย


“เจ้าเด็กไร้เดียงสา เจ้าคิดว่าคำพูดของคนเล่นลิ้นพันธุ์นี้เชื่อได้อย่างนั้นหรือ

มันก็แค่หลอกให้พวกเราตายใจ”

อะควาลูกสาวขุนนางระดับล่างพูดขึ้นแม้กระนั้นพ่อของเธอก็รวยมหาศาล

หลังจากที่ลูกสาวของเขาแต่งงานกับคนเก็บส่วยสนับสนุนการโกงภาษีของชาวเมือง

จนมีสตางค์เหลือพอให้ลูกสาวจ้างออโรร่าตัดเสื้อใหม่ใส่ได้ทุกสองสัปดาห์


“เวนดอร์จะต้องมาช่วยแน่”

ออโรร่ากล่าว

ทุกคนตื่นมาฟังการสนทนาอย่างมีความหวัง


“ถ้าหากว่าข้าต้องตาย ฝากเจ้าบอกกับพี่ชายของเจ้าว่า ข้าหลงรักเขามานานแล้ว”

เสียงเบาๆ จากอะมิลล่าดังขึ้น จนทุกคนหันไปมองเธอเป็นตาเดียว


“อะมิลล่า เจ้าชอบพอท่านเวนดอร์งั้นรึ

งั้นถ้านางแต่งกับเวนดอร์เจ้าก็นับเป็นญาติของนางน่ะสิ”

อลิสพยายามจะปัดตัวออโรร่าด้วยมือทั้งสองที่มัดไว้อย่างทุลักทุเล

ดวงตารังเกียจปราดมองอะมิลล่าเหมือนกับว่าเธอมาทำให้เพื่อน

ผู้แสนสง่างามต้องแปดเปื้อน


“เจ้าชอบพอท่านเวนดอร์มากเลยเหรอ”

ออโรร่าถามขึ้นด้วยเสียงแผ่วเบาราวเสียงน้ำหยด

เสียงของเธอเย็นเฉียบราวกับว่าเธอได้ล่องลอยอยู่ลำพังกลางมหาสมุทรอาคติก

และเธอไม่ชอบความรู้สึกนี้เอาซะเลย


“ข้าชอบเขาตั้งแต่เขาเข้ามาอยู่ที่หมู่บ้านนี้ใหม่ๆ

ตอนนั้นข้ายังเด็กมากและป่วยหนัก เขาได้มอบแอปเปิ้ลให้ข้าลูกหนึ่ง

ขณะที่ข้าติดตามพ่อไปที่บ้านของเขาเพื่อรับสมุนไพรป่า”

อะมิลล่ามีดวงตาที่เคลิ้มฝันอยู่ชั่วครู่


“ออโรร่า ทำไมเจ้าดูเศร้าไป ไม่เป็นไรนะ

พวกเราจะต้องไปจากที่นี่ให้ได้”

อลิสพยายามปลอบใจเพื่อนของเธอ


“เพราะเหตุนี้ข้าถึงไม่ชอบเจ้าเพราะหลังจากเจ้าเข้ามาในชีวิตของท่านเวนดอร์

เขาก็ไม่มีเวลาว่าง มาบ้านพ่อของข้าอีกเลยข้าเกลียดเจ้า”

อะมิลล่าพูดเสียงแข็งด้วยความอิจฉาดวงตาแผ่รังสีร้อนแรงพาดมาถึงกลางแถว

พาลทำเพื่อนรักของเธอเลือดร้อนทันที


“อะไรนังลูกนักดาบคิดว่าเจ้าเป็นใครถึงบังอาจมาว่าเพื่อนข้า

รู้หรือไม่ตั้งแต่หมู่บ้านของเรามีออโรร่าเข้ามา ก็มีแต่เรื่องสนุก

เสื้อผ้าสวยๆ และของดีๆ ขายนางมีน้ำใจกับทุกคน บ้านของข้ายากจน แม้แต่เสื้อของข้า

นางก็มอบให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเจ้าอย่ามาดูถูกเพื่อนของข้า”


“พอเถอะอลิส ช่างเถอะ ดึกมากแล้วพวกเรานอนกันดีกว่า”

ออโรร่ามองเพื่อนของเธอด้วยดวงตาขอร้อง


“ก็ได้เรามานอนกันเนอะ ไม่ต้องห่วงนะเขาต้องมาแน่”

อลิสพูด


“ใช่เขาต้องมาแน่”

สิ้นเสียงออโรร่าเต็นท์ดูเหมือนจะเงียบไปครู่หนึ่ง

ก่อนที่เสียงดังอื้ออึงจากนอกเต็นท์จะทำให้สาวๆขวัญหนีดีฝ่อ


เสียงทะเลาะโวยวายดังลั่นของทหารที่เมามาย

ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ


“กิลเจ้าเข้าไปไม่ได้นะ!”

สิ้นเสียงห้ามปรามคมดาบก็ฟันฉั๊วะ! ที่หน้าเต็นท์

จนเลือดสดกระเซนเปรอะหน้าเต็นท์เป็นสีแดง


“ไหนผู้หญิงที่สวยที่สุดของเวสเทียร์”

เสียงคำรามของทหารที่เมาเละคนหนึ่งดังขึ้นที่ปลายขาของพวกเธอ

เหล่าหญิงสาวกรี๊ดลั่นพยายามยันตัวลุกขึ้นอย่างยากลำบาก

บางคนก็ลุกขึ้นนั่งได้แล้วก็ช่วยให้คนข้างๆ ลุกขึ้นนั่งบ้าง

บางคนก็พยายามจะยืนขึ้นแต่ติดคนที่ลุกไม่ได้

คนที่ลุกได้พากันลากเพื่อนๆ ถอยครูดไปอยู่ที่หลังเต้น


“ออกมาหาข้าซะดีๆ อย่าให้ต้องใช้กำลัง”

เขาฟันเต็นท์จนเป็นรูโหว่ ชะโงกหัวเข้ามา

“จ๊ะเอ๋คนสวยมาหาพี่มา”


“จะทำไงดีออโรร่า เขามาหาเจ้านะ”

อลิสตื่นตูมจนทำอะไรไม่ถูก


“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน”

ออโรร่าหน้าซีดเผือดพวกเธอยายามช่วยกันแกะเชือกที่มัดมือกันอย่างสุดชีวิต

หากแต่เสียงขาดแคว้ก! จากด้านหลังพร้อมกับมือดำใหญ่มหึมาลากออโรร่าออกมา

หญิงสาวคนอื่นๆล้มตามแรงลากมหาศาลของทหารขี้เมา

ลากติดไปพร้อมๆ กับเธอ


“เจ้าสวยที่สุดแล้ววันนี้เจ้าต้องกลายเป็นเมียของข้า”

ริมฝีปากหนาแสยะยิ้มจนเห็นฟันดำ

และลมหายใจที่มีกลิ่นเหม็นเหล้าคละคลุ้งพาลให้เวียนหัว

เขาตักเชือกแล้วแบกออโรร่าขึ้นบ่าไปเพียงคนเดียว


“อลิส ช่วยข้าด้วย”

ออโรร่าร้องเสียงหลง

เธอร้องไห้จนน้ำตาเป็นสาย


“ออโรร่า ทำใจดีๆ ไว้ มองข้า ข้าจะช่วยเจ้า”

อลิสร้องไห้พยายามจะตะเกียกตะกายไปช่วยเพื่อนของเธอ

ที่หายเข้าไปในป่าทึบเบื้องหน้า

มือและขาที่ถูกมัดทำให้เธอต้องนอนร้องไห้อย่างเจ็บปวดที่ไม่สามารถจะไปไหนได้เลย

ในป่าลึก


“ได้โปรด ท่านทหารผู้นี้ ปล่อยข้าไปเถอะ”

ออโรร่าร้องขอชีวิต

“ข้าไม่คิดทำร้ายเจ้า

ข้าแค่ต้องการจะให้เจ้ามาเป็นเมียของข้า

ที่บ้านข้า เพราะโรคที่ติดตัวตั้งแต่เกิด

ทำให้ข้าเป็นคนอัปลักษณ์ที่สุดในหมู่บ้าน

ไม่มีผู้หญิงคนไหนอยากจะแต่งงานกับข้า

ข้าจะทำให้พวกเขาเห็นว่าข้าก็มีเมียสวยได้

พวกมันจะได้ไม่ต้องมาดูถูกข้า”

จากหน้าตาอันแสนน่าเกลียดที่เต็มไปด้วยตุ่มนอง

ที่มีน้ำเหลืองเขรอะ กลิ่นตัวสาปและ ผิวหนังพุพองเหี่ยวย่น

ก็พอจะเข้าใจได้ว่าทำไมจึงไม่มีใครอยากเข้าใกล้


“ข้ามีลูกและสามีแล้วปล่อยข้าไปเถอะ”

ออโรร่าโกหกกิลอย่างแนบเนียน


“ไม่เป็นไร จะ จะเป็น สามีใหม่ของเจ้าเอง

เจ้าจะมอบทายาทให้กับข้าคนนี้ กิล สมิท”

กิลแสยะยิ้ม พูดผิดๆ ถูกๆ เพราะฤทธิ์สุรา


“งั้นวางข้าลงสิ ข้ายอมท่านแล้ว”

ออโรร่าแสร้งทำเป็นยอมจำนน

“ถ้าท่านไม่ปล่อยข้าลง แล้วข้าจะปรณีบัติท่านอย่างไร

นี่ก็ห่างจากค่ายมากแล้วคงไม่มีใครตามมาทันแล้ว”

ด้วยความเมาและความวางใจ เขาจึงวางเธอลง


“ก็ได้คนสวย ข้าจะวางเจ้าลง”

แต่ไม่ทันที่จะหนีกิลก็ลงมือฉีกเสื้อผ้าของเธอ

จนร่างกายท่อนบนที่ขาวผุดผ่องปรากฏสู่สายตา

“แม่นาง ท่านสวยเหลือเกิน”

กิลกล่าวอย่างหื่นกระหาย


หากแต่ออโรร่าที่มีสติอยู่คิดหากลอุบายมาหลอกทหารเมาคนนี้

“ท่านทหารผู้นี้ดูๆ ไปก็มีหน้าตาที่สง่างาม”

เธอเปรยขึ้น


“เจ้าว่าอย่างไรนะ”

กิลจับจ้องใบหน้าของเธอตาไม่กระพริบ


“ข้าบอกว่าท่านนั่นมีความสง่างามในแบบของท่านเอง

ที่คนอื่นไม่ล่วงรู้ คนพวกนั้นตาบอดหากแต่ข้าโชคดีแล้ว

ที่จะได้มาเป็นภรรยาของท่าน”

ออโรร่าแสร้งทำใบหน้าเอียงอายก่อนจะบีบน้ำตาร้องไห้กระซิกๆ


“เป็นอะไรไปทูนหัว บอกข้ามาสิ”

กิลพยายามจะซับน้ำตาปลอบประโลมเธอ


“ข้านั้นเกิดมามีใบหน้างดงามก็จริง

แต่มีสิ่งหนึ่งบนร่างกายข้านี้ทีแสนน่ารังเกียจ

แม้จะพยายามซ่อนมันไว้ให้มิดชิด แต่ก็ยังเสียใจทุกคราเมื่อเห็นมัน

ข้าจึงเข้าใจหัวอกของท่านเป็นอย่างดีเวลาที่มีคนรังเกียจ”

เธอแสร้งทำเป็นร้องไห้หนักกว่าเดิม


ขณะที่กิลผู้แสนโง่เขลาพยายามจะปลอบประโลมเธอ

“ไม่เป็นไร ทูนหัวไม่ว่าเจ้าจะเป็นอย่างไรข้ารับได้”


“อย่างงั้นหรือ”

เธอมองหน้าเขาด้วยน้ำตานองหน้า


“ข้ากลัวว่ามันจะทำให้ท่านตกใจจนหนีไปเหลือเกิน”

“ข้าไม่หนีเจ้าไปหรอกทูนหัว บอกข้ามาต้องทำอย่างไรเจ้าถึงจะไม่โศกเศร้า”

กิลผู้แสนหัวทึบไม่รู้ซะแล้วว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น


“ข้าจะถอดอาภรทั้งหมดบนร่างกายข้านี้

แต่ข้าอับอายเหลือเกิน จึงมีข้อแม้ว่าให้ท่านหันหลังไปเสียก่อน

เมื่อข้าทำใจได้แล้ว ข้าจะบอกให้ท่านหันมาตอนนั้น

ข้าก็จะกลายเป็นของท่านเพียงผู้เดียว”

ออโรร่าแสร้งทำทีสะอื้น


“ได้สิแต่ข้าจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเจ้าจะไม่แอบหนีไป”

กิลผู้น่าสงสารเฉลียวใจเล็กน้อย

แม้จะยืนโงนเงนแต่ก็ยังมีสติพอจะโต้ตอบได้


“ท่านก็คอยตะโกนถามข้าเรื่อยๆ สิข้าจะตอบท่านตลอดเลย”

เธอพยายามทำตาให้น่าสงสารที่สุดเท่าที่จะทำได้


“ก็ได้งั้นข้าจะเชื่อเจ้า”

ทันทีที่กิลหันหลัง


เสียงของมีคมแหวกอากาศตัดคอของกิล

ดังฉับ! ก่อนที่ศีรษะและร่างไร้วิญญาณจะขาดออกจากกัน

พร้อมเลือดสีแดงสดที่ทะลักออกมาย้อมตัวของออโรร่าเป็นสีแดงฉาน

จนหญิงสาวหวีดร้องด้วยความหวาดกลัว




Create Date : 07 กรกฎาคม 2559
Last Update : 7 กรกฎาคม 2559 21:55:46 น.
Counter : 239 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

ทวนเวลา
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



สวัสดีผู้อ่านทุกท่านและเพื่อนที่เคารพทั้งหลายข้าพเจ้าในนามของเจ้าของblogขอสงวนลิขสิทธิ์เนื้อหาในที่นี้ขอบคุณจ่ะ
pearleus pearleus
กรกฏาคม 2559

 
 
 
 
 
1
3
4
5
6
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31